ดาวเทียมไทยคม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เกี่ยวกับไทยคม

บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการดาวเทียมไทย มีภารกิจหลักในการให้บริการด้านการสื่อสารโดยเน้นสร้างการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายดาวเทียมทั้งบรอดคาสต์และบรอดแบนด์ ด้วยนวัตกรรมที่ล้ำหน้า ความเป็นมืออาชีพของทีมงาน บริการที่หลากหลายครบวงจร และเทคโนโลยีที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย จนถึงปัจจุบัน บริษัทได้จัดส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรแล้วทั้งสิ้นจำนวน 8 ดวง โดยมีดาวเทียมที่ยังคงให้บริการอยู่จำนวน 5 ดวง คือ ไทยคม 5 ไทยคม 6 ไทยคม 7 และล่าสุดคือ ดาวเทียมไทยคม 8 ซึ่งเป็นดาวเทียมบรอดคาสต์ ให้บริการถ่ายทอดสัญญาณรายการโทรทัศน์ ครอบคลุมประเทศไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และแอฟริกา อยู่ในตำแหน่งวงโคจรหลัก "Hot Bird" ที่ 78.5 องศาตะวันออก โดยมีจานหันเข้ารับสัญญาณจำนวนมาก นอกจากนี้ สำหรับการสื่อสารบรอดแบนด์ ดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ซึ่งเป็นดาวเทียมบรอดแบนด์ดวงแรกของโลก ได้สนับสนุนโครงข่ายการสื่อสารด้วยปริมาณช่องสัญญาณที่เพิ่มขึ้น พื้นที่ให้บริการที่ครอบคลุม รวมถึงนวัตกรรมที่มีศักยภาพทางธุรกิจและเทคโนโลยีดาวเทียมที่โดดเด่นในระดับคุณภาพมาตรฐานโลก ด้วยแนวคิด “Connectivity for Sustainability” ไทยคมได้ให้บริการทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ และตอบไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ นอกจากความรับผิดชอบในการให้บริการติดต่อสื่อสารในภาวะปกติแล้ว ไทยคมยังมีจุดแข็งในการเชื่อมต่อการสื่อสารได้อย่างไร้รอยต่อ เช่นการสื่อสารในภาวะภัยพิบัติหรือในพื้นที่เข้าถึงได้ยาก และทั้งหมดนั้น ถือเป็นความมุ่งมั่นของไทยคม ในการสร้างโอกาส สร้างอนาคต สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามเป้าหมายการก้าวสู่ความเป็นผู้นำในธุรกิจดาวเทียมแห่งเอเชีย ที่ยังคงความเป็นพลเมืองดีของสังคมไทยต่อไป

บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2534 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้ชื่อ “THCOM” ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามดาวเทียมสื่อสารแห่งชาติดวงแรกอย่างเป็นทางการว่า ”ไทยคม” (“THAICOM”) มาจากคำว่า Thai Communications หรือ ไทยคมนาคม เพื่อเป็นสัญญลักษณ์การเชื่อมโยงประเทศไทยกับเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่

ภาพรวม[แก้]

ดาวเทียมไทยคม
ดาวเทียม ผู้ผลิต วันขึ้นสู่อวกาศ
(UTC)
จรวด สถานที่ปล่อยจรวด ผู้รับจ้าง ลองจิจูด สถานะ อ้างอิง
ไทยคม 1 Hughes Space Aircraft 18 ธันวาคม พ.ศ. 2536 สหภาพยุโรป Ariane 4 (44L) ฝรั่งเศส Kourou ELA-2 ฝรั่งเศส Arianespace 120° ตะวันออก ปลดระวาง
ไทยคม 2 Hughes Space Aircraft 8 ตุลาคม พ.ศ. 2537 สหภาพยุโรป Ariane 4 (44L) ฝรั่งเศส Kourou ELA-2 ฝรั่งเศส Arianespace 78.5° ตะวันออก ปลดระวาง
ไทยคม 3 อาเอร็อสปาซียาล,
now Thales Alenia Space
16 เมษายน พ.ศ. 2540 สหภาพยุโรป Ariane 4 (44LP) ฝรั่งเศส Kourou ELA-2 ฝรั่งเศส Arianespace ปลดระวาง
(ออกจากวงโคจร 2 ตุลาคม 2006)
ไทยคม 4 (IPSTAR) Space Systems/Loral สหรัฐอเมริกา 11 สิงหาคม พ.ศ. 2548 สหภาพยุโรป Ariane 5 EGS ฝรั่งเศส Kourou ELA-3 ฝรั่งเศส Arianespace 119.5° ตะวันออก ปฏิบัติการ [1]
ไทยคม 5 Alcatel Alenia Space ฝรั่งเศส 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 สหภาพยุโรป Ariane 5 ECA ฝรั่งเศส Kourou ELA-3 ฝรั่งเศส Arianespace 78.5° ตะวันออก ปฏิบัติการ [2]
ไทยคม 6 Orbital Sciences Corporation 6 มกราคม พ.ศ. 2557 สหรัฐอเมริกา Falcon 9 v1.1 สหรัฐอเมริกา Cape Canaveral SLC-40 สหรัฐอเมริกา สเปซเอ็กซ์ 78.5° ตะวันออก ปฏิบัติการ [3]
ไทยคม 7 Space Systems/Loral สหรัฐอเมริกา 7 กันยายน พ.ศ. 2557 สหรัฐอเมริกา Falcon 9 v1.1 สหรัฐอเมริกา Cape Canaveral SLC-40 สหรัฐอเมริกา สเปซเอ็กซ์ 120° ตะวันออก ปฏิบัติการ [4]
ไทยคม 8 Orbital Sciences Corporation 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 สหรัฐอเมริกา Falcon 9 v1.2 สหรัฐอเมริกา Cape Canaveral SLC-40 สหรัฐอเมริกา สเปซเอ็กซ์ 78.5° ตะวันออก ปฏิบัติการ

ไทยคม 1[แก้]

Thaicom1.jpg

ไทยคม 1A ดาวเทียมดวงแรกของประเทศไทย เป็นดาวเทียมรุ่น HS-376 สร้างโดย Huges Space Aircraft (บริษัทลูกของ โบอิง) โคจรบริเวณพิกัดที่ 120 องศาตะวันออก ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2536 มีอายุการใช้งานประมาณ 15 ปี (ถึง พ.ศ. 2551)

เดิมดาวเทียมดวงนี้อยู่ที่พิกัด 78.5 องศาตะวันออก เรียกชื่อว่า ไทยคม 1 เมื่อย้ายมาอยู่ที่ 120 องศาตะวันออก เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2540 จึงเรียกชื่อใหม่ว่า "ไทยคม 1A"

ไทยคม 2[แก้]

ไทยคม 2 ดาวเทียมดวงที่สองของประเทศไทย เป็นดาวเทียมรุ่น HS-376 เช่นเดียวกับ ไทยคม 1A โคจรบริเวณพิกัดที่ 78.5 องศาตะวันออก ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2537 มีอายุการใช้งานประมาณ 15 ปี (ถึง พ.ศ. 2552)

ไทยคม 3[แก้]

Thaicom3.jpg

ไทยคม 3 เป็นดาวเทียมรุ่น Aerospatiale SpaceBus 3000A โคจรบริเวณพิกัดเดียวกับ ไทยคม 2 คือ 78.5 องศาตะวันออก มีพื้นที่การให้บริการ (footprint) ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 4 ทวีป สามารถให้บริการในเอเซีย ยุโรป ออสเตรเลีย และแอฟริกา และถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ตรงถึงที่พักอาศัยหรือ Direct-to-Home (DTH) ในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 16 เมษายน พ.ศ. 2540 มีอายุการใช้งานประมาณ 14 ปี แต่ปลดระวางไปเมื่อปี 2549 เนื่องจากมีปัญหาเรื่องระบบไฟฟ้าไม่พอ

ไทยคม 4[แก้]

IPSTAR.jpg

ไทยคม 4 หรือ ไอพีสตาร์ เป็นดาวเทียมรุ่น LS-1300 SX สร้างโดย Space System/Loral พาโล อัลโต สหรัฐอเมริกา เป็นดาวเทียมดวงแรกที่ออกแบบมาเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่ความเร็ว 45 Gbps เป็นดาวเทียมสื่อสารเชิงพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักมากถึง 6486 กิโลกรัม และทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2548 มีอายุการใช้งานประมาณ 12 ปี และครอบคลุม 18 แห่ง ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก [5]

ไทยคม 5[แก้]

ไทยคม 5 เป็นดาวเทียมรุ่น Aerospatiale SpaceBus 3000A (รุ่นเดียวกับไทยคม 3) สร้างโดย Alcatel Alenia Space ประเทศฝรั่งเศส มีน้ำหนัก 2800 กิโลกรัม มีพื้นที่การให้บริการครอบคลุมพื้นที่ 4 ทวีป ใช้เป็นดาวเทียมสำหรับการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมตรงถึงที่พักอาศัยหรือ Direct-to-Home (DTH) และการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ดิจิตอลความละเอียดสูง (High Definition TV) ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 เพื่อทดแทนไทยคม 3

ไทยคม 6[แก้]

Thaicom 6.jpg

ไทยคม6 เป็นดาวเทียมรุ่น สร้างโดยบริษัท Orbital Sciences Corporation แต่ขนส่งโดยบริษัท SpaceX เนื่องจากดาวเทียมดวงนี้มีน้ำหนักถึง 3,000 กิโลกรัม จรวจของ Orbital Sciences Corporation ไม่สามารถขนส่งได้ ชื่อของจรวจของ SpaceX ที่ส่งดาวเทียม "ไทยคม 6" คือ "Falcon 9" มีพื้นที่การให้บริการครอบคลุมพื้นที่ 4 ทวีป ใช้เป็นดาวเทียมสำหรับการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมตรงถึงที่พักอาศัยหรือ Direct-to-Home (DTH) และการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ดิจิตอลความละเอียดสูง (High Definition TV)

ไทยคม 7[แก้]

ดาวเทียมไทยคม 7 เป็นดาวเทียมประเภท 3 แกน รุ่น FS1300 ผลิตโดย บริษัท สเปซ สิสเต็มส์/ลอเรล ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งขึ้นสู่วงโคจรด้วยจรวดฟอลคอน 9 ของบริษัท สเปซ เอ็กซ์พลอเรชั่น เทคโนโลยี (SPACEX) ประเทศสหรัฐอเมริกา มวลในวงโคจร ประมาณ 3,700 กิโลกรัม มีอายุการใช้งานนาน 15 ปี ประกอบด้วยย่านความถี่ ซี-แบนด์ จำนวน 14 ทรานสพอนเดอร์ ซึ่งมีพื้นที่ให้บริการกว้างครอบคลุมภูมิภาคเอเชียใต้ อินโดจีน รวมถึงออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ภายในบีมเดียวกัน ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถเชื่อมต่อข้ามภูมิภาคได้ ดาวเทียมไทยคม 7 จะจัดสร้างแล้วเสร็จและจัดส่งขึ้นสู่วงโคจร ณ ตำแหน่ง 120 องศาตะวันออกได้ในปี 2557.

ไทยคม 8[แก้]

ไทยคม8 เป็นดาวเทียมรุ่นใหม่ สร้างโดยบริษัท Orbital Sciences Corporation ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งขึ้นสู่วงโคจรด้วยจรวดฟอลคอน 9 ของบริษัท สเปซ เอ็กซ์พลอเรชั่น เทคโนโลยี (SPACEX) ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ไทยคม 8 โคจรอยู่ในวงโคจรค้างฟ้า ที่ตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออก เดียวกับ ไทยคม 5 และ ไทยคม 6 มีน้ำหนักราว 3,100 กิโลกรัม มีจานรับส่งสัญญาณ เคยู-แบนด์ (Ku-Band) จำนวน 24 ทรานสพอนเดอร์ ซึ่งมีพื้นที่การให้บริการครอบคลุมพื้นที่ ทั้งในประเทศไทย ภูมิภาคเอเชียใต้ และทวีปแอฟริกา ใช้เป็นดาวเทียมสำหรับการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมตรงถึงที่พักอาศัยหรือ Direct-to-Home (DTH) และการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ดิจิตอลความละเอียดสูง ทั้ง (High Definition TV) และ (Ultra High Definition TV)

พื้นที่ให้บริการ[แก้]

พื้นที่การให้บริการของไทยคม 1A (120°E) และไทยคม 2 (78.5°E)
พื้นที่การให้บริการของไทยคม 5 และไทยคม 3 (78.5°E)


ดาวเทียมไทยคม 1A และ 2[แก้]

พื้นที่ให้บริการในย่านความถี่ C-Band

ดาวเทียมไทยคม 3[แก้]

สถานะ : ปลดระวาง

ดาวเทียมไทยคม 5[แก้]

  • ย่านความถี่ C-Band : 25 ทรานสพอนเดอร์
  • ย่านความถี่ Ku-Band : 14 ทรานสพอนเดอร์
    • ย่านความถี่ Ku-Band ของ Spot Beam พื้นที่ให้บริการครอบคลุม ไทย, ประเทศในภูมิภาคอินโดจีน
    • ย่านความถี่ Ku-Band ของ Steerable Beam พื้นที่ให้บริการครอบคลุม เวียดนาม, ประเทศในภูมิภาคอินโดจีน[7]

ดาวเทียมไทยคม 6[แก้]

  • ย่านความถี่ C-Band : 18 ทรานสพอนเดอร์
  • ย่านความถี่ Ku-Band : 8 ทรานสพอนเดอร์
    • ย่านความถี่ Ku-Band ของ Spot Beam พื้นที่ให้บริการครอบคลุม ไทย, ประเทศในภูมิภาคอินโดจีน
    • ย่านความถี่ Ku-Band ของ Steerable Beam พื้นที่ให้บริการครอบคลุม เวียดนาม, ประเทศในภูมิภาคอินโดจีน[8]

ดาวเทียมไทยคม 7[แก้]

บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ประสบความสำเร็จในการจัดส่งดาวเทียมไทยคม 7 ขึ้นสู่วงโคจร เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา เวลา 01.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ด้วยจรวดขนส่งฟอลคอน 9 ของบริษัท สเปซ เอ็กซพลอเรชั่น เทคโนโลยีส์ คอร์ปอเรชั่น (Space Exploration Technologies Corporation- SPACE X) ณ แหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อรักษาสิทธิในวงโคจรของไทย พร้อมช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมบรอดคาสต์ไทย ด้วยการเพิ่มปริมาณช่องสัญญาณเพื่อรองรับความต้องการใช้งานและการเติบโตของโทรคมนาคมในประเทศ พร้อมขยายศักยภาพในฐานะบริษัทดาวเทียมไทยเพื่อให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมให้ครอบคลุมทั้งในภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทวีปออสเตรเลีย

การส่งดาวเทียมไทยคม 7 ขึ้นสู่วงโคจร เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับ ให้ไทยคมมีช่องสัญญาณเพียงพอต่อการรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมบรอดคาสต์ของไทย โดยเฉพาะทีวีดิจิตอล โดยเสริมช่องสัญญาณบนดาวเทียมไทยคม 5 และ 6 ที่ให้บริการเต็มในปัจจุบัน การมีดาวเทียมเพิ่มเติมอีกดวงหนึ่งนี้ จะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเพิ่มศักยภาพการให้บริการและช่วยขยายตลาดของไทยคมในต่างประเทศด้วย

ดาวเทียมไทยคม 8[แก้]

  • ย่านความถี่ Ku-Band : 24 ทรานสพอนเดอร์

ข้อถกเถียงการถือกรรมสิทธิ์ดาวเทียมและวงโคจร[แก้]

กิจการดาวเทียมเป็นกิจการสัมปทานที่ได้รับการอนุญาตโดยการทำสัญญาจาก กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ผู้มีสิทธิให้อนุญาตและเพิกถอนสัญญาเรียกคืนสัมปทาน แต่เช่นเดียวกับการถือสัมปทานอื่น ผู้ให้สัมปทาน (หน่วยงานของรัฐ) ไม่สามารถบริหารดาวเทียม คงจะเป็นผู้กำกับและเป็นเจ้าของทรัพย์สินและคลื่นความถี่เท่านั้น แต่เป็นบริษัทผู้ได้รับสัมปทาน ที่บริหารนโยบายการใช้งานดาวเทียมได้เอง หากไม่ขัดกับเงื่อนไขสัญญาสัมปทาน

เดิมทีบริหารนโยบายการใช้งานดาวเทียม แม้ว่าไม่ใช่โดยหน่วยงานของรัฐ แต่ก็ยังถือว่าโดยบริษัทของชาวไทย (มีคนไทยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่) แต่เมื่อ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ขายหุ้นครั้งใหญ่ สายการบริหารจึงดำเนินการโดยบริษัทของชาวสิงคโปร์ (ชาวสิงคโปร์เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่)

อย่างไรก็ตาม มีกระแสความเห็นว่า ยังไม่ใช่การครอบครองโดยเบ็ดเสร็จ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารยังเป็นผู้พิจารณาให้สัมปทาน จึงอาจกล่าวโดยมุมมองที่ต่างกันไปว่า เจ้าของที่แท้จริงยังเป็นคนไทย เพียงแต่ให้ชาวต่างชาติเช่าเพื่อดูแลและใช้งานในธุรกิจ อีกทั้งยังอาจมีวิธียึดคืนสัมปทานได้ ถ้าค้นคว้าได้ว่าผิดสัญญา [9]

ทั้งนี้ ข้อกฎหมายตั้งเงื่อนไข ห้ามมิให้บริษัทที่ชาวต่างชาติถือหุ้นรายใหญ่ในสัมปทาน เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจคนต่างด้าว และพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม แต่ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ซึ่งเป็นผู้ถือรายหุ้นใหญ่ใน บริษัท ไทยคม จำกัด) ได้ขายหุ้นให้ บริษัท ซีดาร์ โฮลดิงส์ จำกัด ซึ่งบริษัทนี้ แม้จดทะเบียนในประเทศไทย แต่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่คือ บริษัท เทมาเส็ก โฮลดิงส์ จำกัด [10] (สรุปให้ง่ายว่า ขณะนี้ บริษัทไทยคม เป็นบริษัทลูกของ บริษัทชินคอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บริษัทซีดาร์โฮลดิงส์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บริษัทเทมาเส็กโฮลดิงส์)

ดังนั้นถ้าพิจารณาโดยเบื้องต้น จึงไม่ขัดกับข้อกฎหมาย เพราะ บริษัทชินคอร์ปอเรชั่นไม่ใช่บริษัทต่างชาติโดยตรง ที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (เป็นบริษัทลูกอีกชั้นหนึ่ง) ทั้งนี้ถือเป็นการเลี่ยงโดยอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมาย ซึ่งถ้าพิจารณาตามสายการบริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่จากบริษัทเทมาเส็กโฮลดิงส์ สามารถล็อบบี้และควบคุมการบริหารและดำเนินนโยบายใน กิจการดาวเทียมไทยคม โดยลำดับเป็นทอดๆ [11]

ปัญหาเรื่องการจัดสร้างดาวเทียมทดแทน[แก้]

ในช่วงปี พ.ศ. 2551 ต่อเนื่องถึงปี พ.ศ. 2553 จะเป็นช่วงหมดอายุการใช้งานของดาวเทียมไทยคม 2 ดวง ได้แก่ ดาวเที่ยมไทยคม 1A และดาวเทียมไทยคม 2 ซึ่งในสัญญาสัมปทานระบุให้ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ผู้รับสัมปทานจากภาครัฐ ต้องทำการจัดสร้างดาวเทียมและส่งขึ้นสู่อวกาศเพื่อให้บริการทดแทนตลอดอายุสัมปทาน แต่บริษัทผู้รับสัมปทานได้ขอระงับการจัดสร้างดาวเทียมใหม่ทดแทน โดยเสนอต่อกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (กระทรวงไอซีที) เป็นการเช่าดาวเทียมของประเทศอื่นแทนการสร้างใหม่ โดยอ้างเรื่องการลงทุนที่สูง [12] แม้กระทรวงไอซีทีไม่เห็นด้วยในตอนแรก แต่เมื่อดาวเทียมใกล้หมดอายุใช้งานจึงจำเป็นต้องอนุญาตเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ใช้ดาวเทียม [13] โดยให้เป็นการเช่าชั่วคราวและยืนยันให้ผู้รับสัมปทานยังต้องทำแผนจัดสร้างและส่งดาวเทียมไทยคม 6 ตามสัญญาสัมปทาน

ปัญหาการขัดข้องของดาวเทียมไทยคม 5[แก้]

นับแต่เริ่มใช้งานเป็นต้นมา มีบันทึกว่าดาวเทียมไทยคม 5 ประสบปัญหาทางเทคนิค จนไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ มาแล้วสองครั้งคือ เมื่อเวลาประมาณ 16:10 น.ของวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2554 อีกครั้ง เมื่อเวลาประมาณ 23:25 น.ของวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 ซึ่งสายเคเบิลใยแก้ว ซึ่งเชื่อมโยงระหว่างสถานีดาวเทียมไทยคม กับสถานีโทรทัศน์บอกรับเป็นสมาชิกทรูวิชันส์ (Fiber link) เกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคบางส่วน จนส่งผลให้บางช่องรายการของทรูวิชันส์ ไม่สามารถส่งสัญญาณออกอากาศได้ในขณะนั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ของบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

การครอบครองทรัพย์สิน[แก้]

ผู้เช่าสัมปทานและคลื่นความถี่[แก้]

บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ในเครือของ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

ผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินและคลื่นความถี่[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Thaicom 4". Satellites. Thaicom Public Company Limited. สืบค้นเมื่อ 7 January 2014. 
  2. "Thaicom 5". Satellites. Thaicom Public Company Limited. สืบค้นเมื่อ 7 January 2014. 
  3. "Thaicom 6". Satellites. Thaicom Public Company Limited. สืบค้นเมื่อ 7 January 2014. 
  4. "Thaicom 7". Satellites. Thaicom Public Company Limited. สืบค้นเมื่อ 7 January 2014. 
  5. http://www.ipstar.com/en/tech_space_key.htm
  6. http://www.thaicom.net/thai/satellite_thaicom2.aspx
  7. http://www.thaicom.net/thai/satellite_thaicom5.aspx
  8. http://www.spacenews.com/satellite_telecom/110531-thaicom-order-sat-orbital-launch-spacex.html
  9. http://www.oknation.net/blog/print.php?id=4235 หนังสือพิมพ์ OK nation
  10. http://www.thaicom.net/thai/ir_shareholder.aspx เว็บไซต์ของ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) แสดงรายชื่อผู้ถือหุ้น
  11. http://news.utcc.ac.th/content/view/390/16/ เว็บไซต์มหาวิทยาลัยหอการค้า อ้างเว็บไซต์ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ อธิบายข้อกฎหมาย
  12. http://manager.co.th/Telecom/ViewNews.aspx?NewsID=9520000099079
  13. http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9520000107265