จักรวรรดิรัสเซีย
-
สำหรับรัสเซีย ในความหมายอื่น ดูที่ รัสเซีย (แก้ความกำกวม)
| จักรวรรดิรัสเซีย Российская империя |
|||||
| จักรวรรดิ | |||||
|
|||||
|
|||||
| คำขวัญ Съ нами Богъ! God is with us พระเจ้าทรงอยู่กับเรา |
|||||
| เพลงชาติ โบเช ซาร์ยาครานี (เพลงสรรเสริญพระบารมีแห่งรัสเซีย) |
|||||
|
อาณาเขตของรัสเซียในปี ค.ศ. 1866 จักรวรรดิรัสเซีย
|
|||||
| เมืองหลวง | เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก | ||||
| ภาษา | รัสเซีย | ||||
| รัฐบาล | ราชาธิปไตย | ||||
| จักรพรรดิแห่งรัสเซีย | |||||
| - พ.ศ. 2264 - 2268 | พระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราช (พระองค์แรก) | ||||
| - พ.ศ. 2437 - 2460 | พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 (พระองค์สุดท้าย) |
||||
| ประวัติศาสตร์ | |||||
| - สถาปนา | 22 ตุลาคม ค.ศ. 1721 | ||||
| - การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ | 2 เมษายน 1917 | ||||
| ขนาดพื้นที่ | |||||
| - 2440 | 21,799,825 กม.2 (8,416,959 ตร. ไมล์) | ||||
| ประชากร | |||||
| - 2440 ประเมิน | 128,200,000 | ||||
| ความหนาแน่น | 5.9 /km2 (15.2 /sq mi) | ||||
| เงินตรา | รูเบิลรัสเซีย | ||||
| ¹ ดูธงที่ใช้ในปี พ.ศ. 1914-1917[1]. | |||||
จักรวรรดิรัสเซีย (รัสเซีย: Российская империя; อังกฤษ: Russian Empire) คืออดีตประเทศรัสเซียก่อนที่จะมีการปฏิวัติการปกครองของซาร์นิโคลัสที่ 2 เป็นสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตใน 1917 จักรวรรดิรัสเซียสถาปนาขึ้นในปี ค.ศ. 1721 โดยพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราชสถาปนาขึ้นแทนที่อาณาจักรซาร์แห่งรัสเซีย จักรวรรดิรัสเซียมีพื้นที่กว้างใหญ่ครอบคลุมยุโรปตะวันออก เอเชีย จนไปถึงอเมริกา นับได้ว่าเป็นหนึ่งในจักรวรรดิที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นจักรวรรดิหนึ่งที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสตร์รัสเซีย
เนื้อหา |
ประวัติศาสตร์[แก้]
จักรวรรดิรัสเซีย สถาปนาขึ้นแทนอาณาจักรซาร์แห่งรัสเซีย (tsardom of muskovy) เป็นจักรวรรดิหนึ่งที่โดดเดี่ยวและไม่เป็นที่รู้จักในยุโรป จนกระทั่งพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราชทรงปฏิรูปจักรวรรดิให้ทันสมัย และเป็นการเปิดประตูต้อนรับยุโรปอย่างแท้จริง พระองค์ทรงปฏิรูปจักรวรรดิใหม่หมด ทั้งการแต่งกาย การศึกษา ฯลฯ จักรวรรดิรัสเซียหลังรัชสมัยของพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราชจึงกลายเป็นจักรวรรดิมหาอำนาจชั้นแนวหน้าของโลกในสมัยนั้น
ศตวรรษที่ 18[แก้]
พระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราชทรงรวบรวมอำนาจในรัสเซียให้มีความเป็นปึกแผ่นแล้วนำพาจักรวรรดิรัสเซียในขณะนั้นไปสู่ระบบรัฐของยุโรปพระองค์ทรงเปลี่ยนจากอาณาจักรเล็กๆเริ่มแรกในศตวรรษที่ 14 ให้กลายเป็นจักรวรรดิที่ใหญ่ที่สุดในโลกในรัชสมัยของพระองค์ มันขยายเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ยูเรเซีย ตั้งแต่ทะเลบอลติกจรดมหาสมุทรแปซิฟิคมันขยายออกไปมากในช่วงศตวรรษที่ 17 อย่างไรก็ตามนี้คือแผ่นดินที่กว้างใหญ่ไพศาล และมีประชากร 14 ล้านคน ส่วนใหญ่ที่อยู่ตามชนบทและทำกสิกรรมทางตะวันตกของประเทศ ส่วนน้อยที่อยู่ในเมือง ปีเตอร์ได้ทำการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี การปกครอง และการทำศึกสงคามเสียใหม่ เพื่อให้เจริญก้าวหน้าโดยรับแนวคิดมาจากตะวันตกมาโดยทั้งสิ้น พระองค์ทรงเรียนรู้กลยุทธ์และการป้องกันมากมายจากตะวันตก แล้วยังสร้างกองทัพที่เข้มแข็ง ซึ่งมาจากการเกณฑ์ทหาร พระองค์ยังเป็นพระเจ้าซาร์พระองค์แรกที่เสด็จประพาสยุโรปด้วย พระองค์ทรงทำสงครามกับสวีเดนเพื่อชิงแผ่นดินส่วนที่ติดกับทะเลบอลติกให้มีทางออกสู่ทะเลอีกทั้งยังให้เป็นประตูสู่ยุโรปด้วย และสร้างเมืองหลวงใหม่ชื่อว่า เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และเมื่อนโปเลียนที่ 1บุกรัสเซียรัสเซียก็มีชัยเหนือนโปเลียนที่ 1นั้นเป็นการแสดงให้โลกรู้ว่าจักรวรรดิรัสเซียนั้นยังคงเป็นมหาอำนาจที่ไม่อาจโค่นล้มได้ง่ายๆ
ศตวรรษที่ 19[แก้]
เมื่อล่วงเข้าศตวรรษที่ 19 จักรวรรดิอยู่ภายใต้การนำของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 1 ซึ่งทรงทำสงครามพิชิตแหลมไครเมียร์กับจักรวรรดิออตโตมันเมื่อล่วงเข้ารัชสมัยของ สมเด็จพระจักพรรดินีนาถแคทเธอรีน รัสเซียก็พิชิตแหลมไครเมียร์ได้สำเร็จซึ่งในขณะนั้นเองจักรวรรดิก็ก้าวเข้าสูการปฏิรูปประเทศอีกครั้ง ทาสเริ่มได้รับสิทธิมากขึ้น เริ่มมีการเผยแพร่ความรู้ และเริ่มมีแผนที่จะร่างรัฐธรรมนูญขึ้นด้วย แต่ก็ล้มเลิกความคิดไป
สิ้นสุดจักรวรรดิรัสเซีย[แก้]
เมื่อเริ่มเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 ก็เริ่มมีกระแสการปฏิวัติไปทั่วโลก ในขณะนั้นเองจักรวรรดิรัสเซียก็เริ่มเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ผู้คนอดยากทั่วรัสเซีย ฤดูหนาวที่โหดร้าย และการพ่ายแพ้สงคราม ภายใต้อำนาจของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2เริ่มมีชนกลุ่มเล็กภายในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเริ่มคิดก่อการปฏวัติ เมื่อเหตุการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น ในปีค.ศ. 1905 ประชาชนได้รวมตัวกันชุมนุมกัน ณ จัตุรัสแดง ที่พระราชวังฤดูหนาว ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อพระเจ้าซาร์ และเมื่อพระเจ้าซาร์เสด็จออกมา ปืนและปืนใหญ่ของทหารม้ารัสเซียก็ระดมยิงใส่ผู้ชุมนุมประท้วง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เหตุการณ์นี้รู้จักกันดีในชื่อว่า bloody sunday หรือ อาทิตย์ทมิฬ ต่อมาเมื่อรัสเซียเมื่อแพ้สงครามรัสเซีย - ญี่ปุ่นและสงครามโลกครั้งที่ 1 ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1917 เกิดการปฏิวัติขึ้น (การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์) นำโดย วลาดิมีร์ เลนิน ซึ่งพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ก็ต้องทรงสละราชบัลลังก์และถูกกักกันตัวไว้ หลังจากการปฏิวัติไม่นาน ราชวงศ์ก็ทรงประทับอยู่ ณ พระราชวังอเล็กซานเดอร์ และระหว่างเมษายน และ พฤษภาคมปีค.ศ. 1918 ก็ทรงถูกย้ายจากพระราชวังอเล็กซานเดอร์มาประทับ ณ เมืองเยคาเทียรินเบิร์ก เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม เวลา 1:30 นิโคลัส อเล็กซานดร้า โอรสและธิดา ถูกหลอกให้ลงมาชั้นใต้ดิน แต่เมื่อทั้งหมดลงมา ก็ถูกขังไว้ในห้องพร้อมกับทหารกลุ่มบอลเชวิค โดยทั้งหมดสิ้นพระชนม์จากการถูกยิงเป้าหมู่ ภายหลังได้มีการฝังพระศพทั้งหมดร่วมกัน เป็นการปิดฉากราชวงศ์โรมานอฟและจักรวรรดิรัสเซีย
อ้างอิง[แก้]
- ↑ http://flagspot.net/flags/ru_1914.html
- ↑ Bonnell, p. 92
- ↑ Condee, p. 49
- ↑ Saunders, p. 129
- ↑ National Museum of Science and Technology (Canada). Material history review. Canada Science and Technology Museum, 2000, p46
- ↑ CRWflags.com. K. Ivanov argues, that Russia has changed her official flag in 1858
|
||||||||||||||