ประเทศลิทัวเนีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ลิทัวเนีย)
สาธารณรัฐลิทัวเนีย
Lietuvos Respublika (ลิทัวเนีย)
ธงชาติ ตราแผ่นดิน
คำขวัญลิทัวเนีย: Vienybė težydi
("Let the unity bloom")
เพลงชาติทาอูทิชคา กีเอสมิ Tautiška giesmė
เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด)
วิลนีอุส
54°40′N 25°19′E / 54.667°N 25.317°E / 54.667; 25.317
ภาษาราชการ ภาษาลิทัวเนีย
การปกครอง ประชาธิปไตยระบบรัฐสภา
 -  ประธานาธิบดี ดาลิอา กรีเบาส์ไกเต
 -  นายกรัฐมนตรี อัลกีร์ดัส บุตเกวีชีอุส
ได้รับเอกราช จาก สหภาพโซเวียต 
 -  ประกาศ 11 มีนาคม พ.ศ. 2534 
 -  เป็นที่ยอมรับ 6 กันยายน พ.ศ. 2534 
เข้าร่วมสหภาพยุโรป 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2547
พื้นที่
 -  รวม 65,200 ตร.กม. (122)
25,167 ตร.ไมล์ 
 -  แหล่งน้ำ (%) น้อยมาก
ประชากร
 -  2548 (ประเมิน) 3,596,617 (125)
 -  ความหนาแน่น 55 คน/ตร.กม. (116)
143 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2548 (ประมาณ)
 -  รวม 49.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (77)
 -  ต่อหัว 15,657 ดอลลาร์สหรัฐ (67)
HDI (2546) 0.852 (สูง) (39)
สกุลเงิน ลีตัสลิทัวเนีย (Lt) (LTL)
เขตเวลา EET (UTC+2)
 -  (DST) EEST (UTC+3)
โดเมนบนสุด .lt
รหัสโทรศัพท์ 370

ลิทัวเนีย (อังกฤษ: Lithuania; ลิทัวเนีย: Lietuva) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐลิทัวเนีย (อังกฤษ: Republic of Lithuania; ลิทัวเนีย: Lietuvos Respublika) ตั้งอยู่กลางทวีปยุโรป ทางฝั่งตะวันออกของทะเลบอลติก ทิศเหนือจรดลัตเวีย ทิศตะวันออกและทิศใตัจรดเบลารุส และทิศตะวันตกเฉียงใต้จรดโปแลนด์และรัสเซีย (แคว้นคาลินินกราด) เคยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศรัสเซีย

การเมืองการปกครอง[แก้]

ปัจจุบันสถานภาพทางการเมืองของลิทัวเนียในสายตาของนานาชาตินั้นถือได้ว่ามีเสถียรภาพและเอื้ออำนวยต่อการค้าการลงทุน ภายหลังจากการถอนทหารรัสเซียออกจากลิทัวเนียตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2539 กอปรกับชนกลุ่มน้อยชาวรัสเซียในลิทัวเนียไม่มีบทบาทสำคัญทางการเมือง จึงส่งผลทำให้การบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลลิทัวเนียในเรื่องชนกลุ่มน้อยค่อนข้างเป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศบอลติกอื่น ๆ ซึ่งได้แก่ ลัตเวีย และเอสโตเนีย

ระบบการเมือง มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ ภายใต้รัฐธรรมปัจจุบัน ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2535

สถาบันทางการเมือง ลิทัวเนียมีประธานาธิบดีเป็นประมุขซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี รัฐสภาใช้ระบบสภาเดียว (Unicamera) เรียกว่า Seimas จำนวนสมาชิกสภาทั้งหมด 141 คน (71 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง อีก 70 คน มาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วน) มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี พรรคการเมืองจะต้องได้รับคะแนนเสียงเกินร้อยละ 4 จากการลงคะแนนเสียงทั่วประเทศ จึงจะมีสิทธิเข้าร่วมในรัฐสภา ยกเว้นพรรคที่มาจากชนกลุ่มน้อย คณะรัฐบาลดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระของสมาชิกรัฐสภาเว้นแต่สมาชิกคณะรัฐบาลจะลาออก หรือรัฐสภาลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลด้วยเสียงข้างมากเด็ดขาด ประธานสภาเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี



  เอส“°≠≥×

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

ประเทศลิทัวเนียประกอบด้วย 10 เทศมณฑล (counties - apskritys) แต่ละแห่งแบ่งย่อยออกเป็น เทศบาล (municipalities) มี 3 ประเภทคือ เทศบาลนคร 9 แห่ง เทศบาลเขต 43 แห่ง และเทศบาล 5 แห่ง รวมทั้งหมด 60 แห่ง

แผนที่เทศมณฑลของลิทัวเนียและเมืองหลวง

เทศมณฑลทั้ง 10 แห่งของลิทัวเนีย (มีเมืองหลวงชื่อเดียวกัน) ได้แก่

ลักษณะภูมิประเทศ[แก้]

มีพื้นที่ 65,300 ตารางกิโลเมตร ใหญ่ที่สุดในจำนวน 3 ประเทศแถบบอลติก (เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าสนและเนินทราย ลิทัวเนียเป็นแหล่งอำพัน (Amber) ที่สำคัญ

ประชากร[แก้]

ลิทัวเนียมีประชากร 3,596,617 คน (กรกฎาคม 2548) เป็นชาวลิทัวเนียร้อยละ 83.5 ชาวรัสเซียร้อยละ 9 ชาวโปลร้อยละ 7 และชาวเบโลรัสเซียร้อยละ 1.5 ใช้ภาษาลิทัวเนียเป็นภาษาทางการ ประมาณร้อยละ 80 ของประชากรใช้ภาษารัสเซีย ประชากรนับือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกมากที่สุด แต่สำหรับชาวรัสเซียในลิทัวเนียนับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์ทอดอกซ์

เศรษฐกิจและการค้า[แก้]

  • สกุลเงินลิตัส (Litas) เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2536 แทนเงินสกุลรูเบิล อัตราแลกเปลี่ยน 1 Euro = 3.4528 Litas ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2545/ 1 Litas = ประมาณ 14.8307 บาท
  • ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) 22.287 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (GDP ต่อหัว 6487 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี)
  • อัตราการเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ร้อยละ 6.7
  • อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 2.9
  • อัตราการว่างงาน ร้อยละ 11.4 (จำนวนแรงงาน 1.5 ล้านคน)
  • ดุลการค้า ขาดดุล 3.14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • นำเข้า/ส่งออก 12.78 และ 9.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ประเทศคู่ค้านำเข้าสำคัญ รัสเซีย (ร้อยละ 22.34) เยอรมนี (ร้อยละ 16.89) โปแลนด์ (ร้อยละ 7.56) เนเธอร์แลนด์ (ร้อยละ 3.95) ลัตเวีย (ร้อยละ 3.8)/ ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป (ร้อยละ 63)
  • ประเทศคู่ค้าส่งออกสำคัญเยอรมนี (ร้อยละ 10.24) ลัตเวีย (ร้อยละ 10.06) รัสเซีย (ร้อยละ 9.10) ฝรั่งเศส (ร้อยละ 6.31) สหรัฐอเมริกา (ร้อยละ 5.32)/ ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป (ร้อยละ 66.45)
  • สินค้านำเข้าสำคัญ ผลิตภัณฑ์แร่ธาตุ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ อุปกรณ์ที่ใช้ในการขนส่ง เคมีภัณฑ์ โลหะ
  • สินค้าส่งออกสำคัญ ผลิตภัณฑ์แร่ธาตุ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ อุปกรณ์ที่ใช้ในการขนส่ง เคมีภัณฑ์

การท่องเที่ยว[แก้]

การเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยของชาวลิทัวเนียเริ่มขึ้นในปี 2533 จากสถิติในปี 2542 มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยจำนวน 478 คน ในปี 2544 มีจำนวน 616 คนซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2543 ร้อยละ 20.55 ในปี 2545 มีจำนวน 683 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.88 และในปี 2546 มีจำนวน 575 คน ลดลงร้อยละ 15.81 สำหรับในช่วงมกราคม-ตุลาคม ปี 2547 มีนักท่องเที่ยวชาวลิทัวเนียเดินทางมาประเทศไทยทั้งหมด 658 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2546 ร้อยละ 55.56 ในช่วงแรกประเทศไทยได้รับความนิยมจากชาวลิทัวเนียในฐานะที่เป็นแหล่งการค้า อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันชาวลิทัวเนียเดินทางมายังประเทศไทยในฐานะนักท่องเที่ยวมากขึ้น แหล่งท่องเที่ยวที่นิยม คือ กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต เกาะสมุย และชาวลิทัวเนียนิยมท่องเที่ยวในลักษณะแบบครอบครัว และการท่องเที่ยวในรูปแบบผจญภัยเช่น ดำน้ำ ล่องแก่ง และปีนภูเขา

นโยบายต่างประเทศ[แก้]

การเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป[แก้]

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2547 (ค.ศ. 2004) ลิทัวเนียและประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มบอลติก คือ เอสโตเนียและลัตเวีย พร้อมด้วยสาธารณรัฐเช็ก ไซปรัส ฮังการี มอลตา โปแลนด์ สโลวีเนีย และสโลวาเกีย ได้เข้าเป็นสมาชิกใหม่ของสหภาพยุโรปอย่างสมบูรณ์

ก่อนหน้านี้ ลิทัวเนียและกลุ่มประเทศบอลติกพยายามที่จะดำเนินการเจรจาเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปในขั้นตอนต่าง ๆ และการปฏิบัติตามเงื่อนไขของการเข้าเป็นสมาชิกใหม่ให้เสร็จสิ้นลุล่วงในปี 2545 (ค.ศ. 2002) เพื่อที่จะได้มีความพร้อมสำหรับการลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งรัฐสภายุโรปในปี 2547 (ค.ศ. 2004)

การเข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ[แก้]

ลิทัวเนียได้รับเชิญให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์การนาโต ในปี 2545 (ค.ศ. 2002) โดยรัฐบาลดำเนินนโยบายในเชิงรุกเพื่อสร้างความตื่นตัวและความกระตือรือร้นให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกภาพองค์การนาโต ของลิทัวเนียในด้านต่าง ๆ และจะมีการติดต่อหารืออย่างต่อเนื่องกับประเทศสมาชิกองค์การนาโต เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของลิทัวเนีย

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2546 (ค.ศ. 2003) สมาชิกองค์การนาโต 19 ประเทศ ได้ ลงนามในพิธีสารว่าด้วยการรับสมาชิกใหม่ 7 ประเทศ คือ บัลแกเรีย เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย โรมาเนีย สโลวาเกีย และสโลวีเนีย ที่กรุงบรัสเซลส์ ต่อมา มื่อวันที่ 29 มีนาคม 2547 ประเทศสมาชิกองค์การนาโตใหม่ ทั้ง 7 ประเทศ ได้มอบภาคยานุวัตรสารให้แก่รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

การพัฒนาสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้าน[แก้]

ลิทัวเนียให้ความสำคัญแก่การพัฒนาความสัมพันธ์และความเป็นหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดกับโปแลนด์ การแสวงหาความร่วมมือในภูมิภาคยุโรปเหนือกับกลุ่มประเทศแถบทะเลบอลติกและกลุ่มประเทศนอร์ดิก (Nordic) การกระชับความร่วมมือกับรัสเซียโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจ พลังงาน การคมนาคมขนส่ง รวมทั้งการขยายความร่วมมือกับเบลารุส และประเทศต่าง ๆ ในแถบทะเลดำ

การดำเนินนโยบายการทูตเชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรม[แก้]

ลิทัวเนียจะมุ่งเน้นการพัฒนาในการส่งออกและการแสวงหาการลงทุนจากต่างประเทศเพื่อพัฒนาขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของลิทัวเนีย ขณะเดียวกัน มุ่งเน้นให้ความสำคัญมากขึ้นแก่มิติความสัมพันธ์ทางด้านวัฒนธรรมกับประเทศต่าง ๆ เพื่อที่จะส่งผลเกื้อกูลต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศของลิทัวเนีย

การแลกเปลี่ยนการเยือน[แก้]

ประเทศไทย[แก้]

ฝ่ายไทย[แก้]
  • เดือนกันยายน 2535 (ค.ศ. 1992) คณะทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ (Familiarization Mission) เดินทางเยือนประเทศกลุ่มบอลติก (ลิทัวเนีย เอสโตเนีย และลัตเวีย) เพื่อสำรวจลู่ทางการพัฒนาความสัมพันธ์
  • วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2541 (ค.ศ. 1998) เอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน (มีเขตอาณาครอบคลุมลิทัวเนียและไอซ์แลนด์) เข้าร่วมพิธีรับตำแหน่งประธานาธิบดีลิทัวเนีย (นายวัลดัส อะดัมคุส) ที่กรุงวิลนีอุส
  • วันที่ 3-4 พฤษภาคม 2542 (ค.ศ. 1999) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร) พบหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศลิทัวเนีย (นาย Rolnas Bernotas) ในระหว่างการประชุม Landmine Conference ที่โมซัมบิก
  • วันที่ 22 สิงหาคม - 3 กันยายน 2542 (ค.ศ. 1999) สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จเยือนเกาะกรีนแลนด์ ลิทัวเนีย ลัตเวีย และเอสโตเนีย เป็นการส่วนพระองค์ (ลิทัวเนีย ระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน 2542 (ค.ศ. 1999))
  • วันที่ 9-19 กรกฎาคม 2543 (ค.ศ. 2000) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) จัดงาน Baltic Countries Road Show 2000 ที่เอสโตเนีย ลัตเวียและลิทัวเนีย (กรุงวิลนีอุส วันที่ 17 กรกฎาคม 2543 (ค.ศ. 2000))
  • วันที่ 15-18 กุมภาพันธ์ 2546 (ค.ศ. 2003) เอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน (มีเขตอาณาครอบคลุมลิทัวเนียและไอซ์แลนด์) เดินทางเยือนลิทัวเนียเพื่อเข้าร่วมงานฉลองวันชาติลิทัวเนีย และได้พบหารือกับบุคคลสำคัญภาครัฐและเอกชนลิทัวเนีย
  • วันที่ 1-4 ตุลาคม 2546 (ค.ศ. 2003) นายกันตธีร์ ศุภมงคล ผู้แทนการค้าไทย (Thai Trade Representative -TTR) พร้อมคณะภาคเอกชนเดินทางไปเยือนลิทัวเนียตาม คำเชิญของนาย Petras Cesna รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจลิทัวเนีย (ผู้แทนการค้าไทยแวะเยือนเดนมาร์ก และเยือนลิทัวเนีย โรมาเนียและบัลแกเรีย ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 13 ตุลาคม 2546)
ฝ่ายลิทัวเนีย[แก้]
  • วันที่ 7-14 ตุลาคม 2545 (ค.ศ. 2002) นายกีนูติส ไดนีอุส โวเวริส (Ginutis Dainius VOVERIS) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐลิทัวเนียประจำประเทศไทย ซึ่งมีถิ่นพำนัก ณ กรุงวิลนีอุส เดินทางมาเยือนไทยเพื่อเข้าเฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง (วันที่ 9 ตุลาคม 2545) ในระหว่างการเยือนไทย เอกอัครราชทูตโวเวริส ได้เข้าเยี่ยมคารวะ ฯพณฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รวมทั้งประธานรัฐสภา (นายอุทัย พิมพ์ใจชน) และปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (นายเตช บุนนาค)
  • วันที่ 10-15 พฤศจิกายน 2546 (ค.ศ. 2003) นายเปตรัส เซสนา (Petras Cesna) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจลิทัวเนีย พร้อมด้วยคณะภาคเอกชน เยือนไทยอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของผู้แทนการค้าไทย (นายกันตธีร์ ศุภมงคล) ในระหว่างการเยือน รัฐมนตรีเซสนาได้เข้าเยี่ยมคารวะ ฯพณฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และเข้าพบหารือกับฯพณฯ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและ ฯพณฯ นายวัฒนา เมืองสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • วันที่ 5-7 เมษายน 2547 (ค.ศ. 2004) นายอันโตนัส วาลิโอนิส (Antanas Valionis) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลิทัวเนีย และภริยา พร้อมด้วยคณะภาคเอกชน เยือนไทย อย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ตามคำเชิญของ

ฯพณฯ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในระหว่างการเยือน รัฐมนตรีวาลิโอนีสได้เข้าเยี่ยมคารวะ ฯพณฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และเข้าพบหารือกับ ฯพณฯ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และผู้แทนการค้าไทย (นายกันตธีร์ ศุภมงคล)

  • วันที่ 14-17 พฤศจิกายน 2547 (ค.ศ. 2004) นายกีนูติส ไดนีอุส โวเวริส เอกอัครราชทูตลิทัวเนียประจำประเทศไทย ซึ่งมีถิ่นพำนัก ณ กรุงวิลนีอุส เดินทางเยือนไทยเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทย-ลิทัวเนีย ต่อเนื่องจากการเยือนของนาย อันโตนัส วาลิโอนิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมื่อวันที่ 5-7 เมษายน 2547
  • วันที่ 16-25 เมษายน 2548 (ค.ศ. 2005) นายกินตารัส บูซินสคัส (Gintaras Buzinskas) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมลิทัวเนีย พร้อมด้วยคณะ เดินทางเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุม UN Congress on Crime Prevention and Criminal Justice

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  1. http://www.urm.lt
  2. http://www.lrvk.lt
  3. http://www.president.lt