สุเทพ วงศ์กำแหง
| บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูล โปรดช่วยพัฒนาบทความนี้โดยเพิ่มแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่ไม่มีการอ้างอิงอาจถูกคัดค้านหรือนำออก |
| สุเทพ วงศ์กำแหง | |
| ชื่อเล่น | นักร้องเสียงขยี้แพรบนฟองเบียร์ |
| เกิด | 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2477 (79 ปี) นครราชสีมา |
| คู่สมรส | ผุสดี อนัฆมนตรี |
| อาชีพ | ทหารอากาศ, นักร้อง, นักแสดง, ผู้กำกับภาพยนตร์, นักการเมือง |
| ศิลปินแห่งชาติ | |
|---|---|
| พ.ศ. 2533 - สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล-ขับร้อง) | |
| [สกุลไทย/ เว็บทางการ] | |
คุณสุเทพ วงศ์กำแหง เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2477 ที่จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันอายุย่างเข้าสู่ปีที่ ๗๗ ท่านได้รับการศึกษาตั้งแต่เบื้องต้นจนจบชั้นมัธยมปีที่ ๖ ที่จังหวัดบ้านเกิด ความมีแววของการเป็นนักร้องเริ่มมีขึ้นตั้งแต่สมัยที่เป็นนักเรียน โดยมักจะได้รับมอบหมายให้เป็นต้นเสียงร้องเพลงชาติที่โรงเรียนเสมอๆ
ครั้นเรียนจบชั้นมัธยมปีที่ ๖ แล้ว คุณสุเทพก็ได้ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่กับญาติที่กรุงเทพมหานคร และด้วยนิสัยรักการวาดเขียนและงานศิลปะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ท่านจึงได้สมัครเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนเพาะช่าง ซึ่งระหว่างที่เรียนอยู่นั้นนอกจากท่านจะแสดงฝีมืออย่างโดดเด่นในทางศิลปะแล้ว ท่านยังเป็นนักร้องเสียงดีประจำห้องเรียนอีกด้วย ในยามว่างท่านมักจะฝึกซ้อมร้องเพลงเสมอตามแบบอย่างของนักร้องที่ท่านชื่นชอบ เช่น วินัย จุลบุษปะ สถาพร มุกดาประกร ปรีชา บุณยเกียรติ ฯลฯ
คุณสุเทพได้มีโอกาสรู้จักและคุ้นเคยกับครูไศล ไกรเลิศ นักแต่งเพลงผู้มีชื่อเสียงเนื่องจากบ้านอยู่ใกล้กัน เมื่อครูไศลมองเห็นแววความสามารถของคุณสุเทพก็คิดจะช่วยสนับสนุนส่งเสริมจึงชักชวนให้มาช่วยงาน เช่น ช่วยเขียนโน้ตเพลง เขียนตัวหนังสือ ตลอดจนติดตามไปช่วยงานในธุรกิจบันเทิงต่างๆ เสมอ ทำให้คุณสุเทพเริ่มคุ้นเคยกับบุคคลในวงการเพลงมากหน้าหลายตา ทั้งยังได้รับโอกาสให้ร้องเพลงสลับฉากละคร ร้องเพลงตามงานบันเทิงต่างๆ รวมไปถึงการทดลองเสียงแทนนักร้องตัวจริงก่อนที่จะทำการอัดเสียงเสมอ จากการที่ร้องเพลงได้อย่างดีเด่น ทำให้คุณสุเทพได้ร้องเพลงบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จนได้รับคัดเลือกให้ร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียงของตนเองบ้าง ต่อมาท่านได้รับการสนับสนุนจาก พลอากาศเอก ทวี จุลละทรัพย์ ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ชื่นชอบการร้องเพลงของท่านโดยช่วยส่งเสริมท่านในทางต่างๆ ครั้นคุณสุเทพมีอายุครบกำหนดกฎเกณฑ์ทหาร พลอากาศเอกทวีจึงได้ชักชวนให้ท่านเข้ารับราชการในกองทัพอากาศ โดยได้ประจำอยู่ที่วงดุริยางค์ทหารอากาศ ซึ่งมี ครู ปรีชา เมตไตรย์ เป็นผู้ควบคุมวง ระหว่างนั้น คุณสุเทพได้บันทึกแผ่นเสียงมากขึ้นอีก และสถานีวิทยุต่างๆ ก็ได้นำเพลงที่ท่านร้องบันทึกแผ่นเสียงนี้ไปเปิดจนเป็นที่รู้จักแพร่หลายอย่างรวดเร็ว
ภายหลังจากออกจากกองทัพอากาศแล้ว คุณสุเทพก็ได้ร้องเพลงเป็นอาชีพหลักอย่างเต็มตัว ท่านได้เข้าร่วมกับคณะชื่นชุมนุมศิลปิน และได้มีโอกาสร้องเพลงทั้งในรายการวิทยุและโทรทัศน์อยู่เนืองๆ ทำให้ชื่อเสียงของท่านเริ่มเพิ่มขึ้น งานต่างๆ จึงหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย และยิ่งในช่วงนั้น วงการภาพยนตร์ไทยกำลังเฟื่องฟู ท่านจึงได้งานร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ไทยเป็นจำนวนมาก รวมทั้งได้ร่วมแสดงภาพยนตร์บางเรื่องด้วย ท่านได้มีโอกาสร้องเพลงคู่กับนักร้องรุ่นพี่ท่านหนึ่งคือ คุณสวลี ผกาพันธุ์ อยู่เสมอ ในเวลานั้น คุณสวลีเป็นนักร้องยอดนิยมแห่งยุคที่มีแฟนเพลงชื่นชอบมากมาย ดังนั้นเมื่อใครซื้อแผ่นเสียงของคุณสวลีไป ก็มักจะมีเสียงคุณสุเทพติดไปด้วย ชื่อเสียงของคุณสุเทพจึงโด่งดังขึ้นเป็นอย่างมาก ดังนั้น คุณสุเทพจึงถือว่าความสำเร็จในเบื้องต้นส่วนหนึ่งของท่านนั้น ได้รับอานิสงส์มาจากการที่ได้ร้องเพลงคู่กับคุณสวลี ผกาพันธุ์ด้วย
จุดเด่นของคุณสุเทพก็คือการที่ท่านมีน้ำเสียงที่ดีเป็นเลิศ มีลีลาในการร้องเพลงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนุ่มนวลชวนฟัง อีกทั้งอารมณ์ที่แสดงออกมาทางน้ำเสียงและสีหน้านั้นก็สามารถสะกดใจผู้ฟังให้คล้อยตามและเข้าถึงอารมณ์ของเพลงนั้นได้อย่างพิเศษ ประกอบกับการที่ท่านเป็นผู้ที่เอาใจใส่อย่างจริงจังในการทำงาน ทำให้ท่านเป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงภายในระยะเวลารวดเร็ว จนได้รับฉายาจาก รงค์ วงษ์สวรรค์ว่า "นักร้องเสียงขยี้แพรบนฟองเบียร์" มีผลงานดีเด่นเป็นเวลาต่อเนื่องมานานกว่า 40 ปี
ในช่วงก่อนปีพุทธศักราช ๒๕๐๐ คุณสุเทพได้ร่วมเดินทางไปฮ่องกง และสาธารณรัฐประชาชนจีนกับศิลปินแขนงต่างๆ กลุ่มใหญ่ จากนั้น ท่านก็ได้เดินทางต่อไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อศึกษาทางด้านการวาดรูปที่ท่านเคยรักมาก่อนในอดีต ระหว่างนั้นท่านก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากแฟนเพลงคนไทยที่นั่น ท่านได้เรียนวาดรูปตามความประสงค์และร้องเพลงขับกล่อมคนไทยที่ไปพำนักยังแดนอาทิตย์อุทัยประมาณ ๓ ปี จึงได้เดินทางกลับประเทศไทย
งานร้องเพลงของ สุเทพ วงศ์กำแหง สามารถแบ่งออก ๓ ช่วง ตามช่วงเวลาดังนี้
- - งานในช่วงแรก คือช่วงเริ่มต้นก่อนที่จะเดินทางไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น งานส่วนมากเป็นงานร้องเพลงประกอบละครและภาพยนตร์ งานอัดแผ่นเสียง และงานร้องเพลงตามไนต์คลับเพลงดังที่สร้างชื่อเสียงให้คุณสุเทพมากเป็นพิเศษในช่วงนั้นก็คือเพลงรักคุณเข้าแล้ว ซึ่งเป็นผลงานแต่งทำนองโดย ครูสมาน กาญจนผลิน และแต่งคำร้องโดย สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ เพลงๆ นี้ถือได้ว่าเป็นเพลงอมตะที่ยังเป็นที่นิยมต่อเนื่องตลอดมาจนทุกวันนี้ นอกจากนั้นยังมีเพลงคุณจะงอนมากไปแล้ว ผมต้องวิวาห์เสียที เพียงคำเดียว นางอาย สวรรค์มืด เท่านี้ก็ตรม และลาก่อนสำหรับวันนี้ เป็นต้น
- - งานช่วงที่ ๒ อยู่ในช่วงเวลาประมาณปี ๒๕๐๓ ภายหลังจากที่เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นในช่วงนั้น แฟนเพลงให้การต้อนรับการกลับบ้านของคุณสุเทพอย่างอบอุ่น คุณสุเทพจึงมีงานร้องเพลงเข้ามามากมายไม่ขาดสาย งานเพลงดังๆ ที่ท่านขับร้องในช่วงนั้นได้แก่เพลง เกิดมาอาภัพ อาลัยโตเกียว อนิจจา น้ำตาลใกล้มด สัญญารัก เธออยู่ไหน และเย้ยฟ้าท้าดิน เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพลงเย้ยฟ้าท้าดินนั้นเป็นเพลงที่นับว่าทำให้คุณสุเทพประสบความสำเร็จมากที่สุดเพลงหนึ่งในชีวิต
- - ช่วงที่สาม ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณปี ๒๕๑๒ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนั้น นับว่าเป็นช่วงที่คุณสุเทพก้าวไปถึงจุดสูงสุดแล้วทั้งด้านชื่อเสียงและผลงาน ดังเช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
กล่าวได้ว่า คุณสุเทพ วงศ์กำแหง เป็นนักร้องเพลงไทยสากลฝ่ายชายที่ร้องเพลงไว้มากที่สุดถึงกว่า ๓,๐๐๐ เพลง ในจำนวนนี้มีเพลงที่นับว่าเป็นเพลงยอดนิยมในประเภทต่างๆ มากมายนับไม่ถ้วนนับตั้งแต่
เนื้อหา |
คำประกาศเกียรติคุณ[แก้]
นายสุเทพ วงศ์กำแหง เกิดเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๗๗ ที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นศิลปินนักร้องเพลงไทยสากลที่มีผลงานดีเด่นทั้งในและนอกประเทศเป็นเวลาอันต่อเนื่องกันมากว่า ๔๐ ปี มีผลงานขับร้องที่ประจักษ์ชัดเจนในความสามารถอันสูงส่ง ได้พัฒนาวิธีการขับร้องเพลงไทยสากลอย่างไพเราะ และทวีความงดงามในศิลปะแขนงนี้ยิ่งขึ้นเป็นลำดับ เป็นผู้ตั้งใจทำงานอย่างต่อเนื่องจนปรากฏผลงานเพลงมากมาย เช่น ขับร้องเพลงประกอบในภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ เพลงไทยสากลทั่วไปเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลปัจจุบัน เพลงอันเกี่ยวด้วยพระศาสนา และจริยธรรม ตลอดจน ได้ใช้ความสามารถในเชิงศิลปะสร้างสรรค์อำนวยคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติเสมอมา ทั้งได้ถ่ายทอดความรู้ความสามารถแก่ศิษย์เป็นจำนวนมาก จากความสามารถอันสูงส่งดังกล่าวยังส่งผลให้คุณสุเทพ วงกำแหงได้รับพระราชทานรางวัลแผ่นเสียงทองคำ ไม่น้อยกว่า ๕ ครั้ง รางวัลเสาอากาศทองคำในฐานะนักร้องยอดเยี่ยม ๒ ครั้ง และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ปัจจุบันคุณสุเทพ ยังบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติเป็นอเนกประการคุณงามความดีที่ได้กระทำอย่างต่อเนื่องมานี้เป็นที่ชื่นชมชัดเจนในหมู่ประชาชนคนไทยโดยทั่วไป คุณสุเทพ วงศ์กำแหง จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล – ขับร้อง) ปีพุทธศักราช ๒๕๓๓
การศึกษา[แก้]
- โรงเรียนวัดสมอราย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔
- โรงเรียนประจำอำเภอ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖
การทำงาน[แก้]
- ร้านตัดเสื้อ ตำแหน่งเขียนตัวหนังสือ
- กองทัพอากาศ ยศจ่าอากาศตรี
รางวัล & เกียรติคุณ[แก้]
จากพรสวรรค์ ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการทำงาน ทำให้คุณสุเทพ วงศ์กำแหง ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน และรางวัลเสาอากาศทองคำ หลายครั้ง ดังนี้
- รางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน
- รางวัลเสาอากาศทองคำ
- โล่เพชร
- โล่เกียรติยศ สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย
- ปริญญาบัตรศึกษาศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ศิลปกรรม
- โล่เกียรติยศ วัดไทยในลอสแอนเจลิส
- ปริญญาศึกษาศาสตรบัณฑิตกิติมาศักดิ์(ศิลปกรรม) สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
- โล่เกียรติยศพระราชทาน สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๕
- รางวัลศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(เพลงไทยสากล-ขับร้อง) สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๓
งานการเมือง[แก้]
สุเทพ วงศ์กำแหง เป็นศิลปินที่สนใจการเมือง มีส่วนสนับสนุนนักศึกษาให้เรียกร้องประชาธิปไตยสมัยเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 เป็นสมาชิกพรรคแนวร่วมสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ต่อมาได้ได้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคพลังใหม่ และได้รับเลือกตั้งหลายสมัย มีโอกาสทำงานรับใช้สังคมมากขึ้น นับเป็นศิลปินที่ตั้งใจทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติอย่างสม่ำเสมอตลอดมา
ในปี พ.ศ. 2525 เคยเข้าร่วมก่อตั้งและเป็นเลขาธิการพรรคพลังใหม่ ซึ่งนำโดยนายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ หัวหน้าพรรค ร้อยตรีสมหวัง ศรีชัย รองหัวหน้าพรรค และแกนนำคนสำคัญอาทิเช่น ชัชวาลย์ ชมภูแดง บรรลือ ชำนาญกิจ ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์[1]
สุเทพ เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคพลังธรรม ในปี พ.ศ. 2531
ในวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ได้ขึ้นเวทีชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ร้องเพลง “คน” และ “อำนาจเงิน” สด ๆ โดยไม่มีดนตรีประกอบอีกด้วย[2]
เพลงที่ร้องประกอบภาพยนตร์และละครโทรทัศน์[แก้]
- ป่าลั่น จากภาพยนตร์เรื่อง เทพบุตรนักเลง
- สกาวเดือน จากภาพยนตร์เรื่อง สกาวเดือน
- สุรีรัตน์ล่องหน จากภาพยนตร์เรื่อง สุรีรัตน์ล่องหน
- แผ่นดินของเรา จากภาพยนตร์เรื่อง โพระดก
- มนต์รักบ้านนา จากภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักบ้านนา
- ดอกอ้อ จากภาพยนตร์เรื่อง ดอกอ้อ
- แววมยุรา จากภาพยนตร์เรื่อง แววมยุรา
- ยอดพธูเมืองแปร จากละครโทรทัศน์เรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ
- ปองใจรัก จากละครโทรทัศน์เรื่อง จุฬาตรีคูณ
- จุฬาตรีคูณ จากละครโทรทัศน์เรื่อง จุฬาตรีคุณ
เพลงประเภททั่วไป[แก้]
- ในโลกแห่งความฝัน
- ดาวลอย
- เพียงคำเดียว
- ดอกแก้ว
- คำคน ลาก่อนสำหรับวันนี้
- ครวญ
- ไม่อยากให้โลกนี้มีความรัก
- ชั่วนิจนิรันดร
- โลกนี้คือละคร
- คนจะรักกัน
- บทเรียนก่อนวิวาห์
- คืนหนึ่ง
- วิญญาณในภาพถ่าย
- หวานรัก
- ชื่นรัก ฯลฯ
เพลงประเภทปลุกใจและศาสนา[แก้]
- เทิดพระเกียรติพระปิยมหาราช
- สดุดีมหาราชา
- พลังไทย
- พระรัตนตรัย
- พุทธธรรม
- เดือนเพ็ญตรัสรู้
- องคุลีมาร
อ้างอิง[แก้]
แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
- บุคคลที่เกิดในปี พ.ศ. 2477
- บุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่
- ศิลปินแห่งชาติ
- บุคคลจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์
- บุคคลจากวิทยาลัยเพาะช่าง
- นักร้องไทย
- นักการเมืองไทย
- บุคคลจากจังหวัดนครราชสีมา
- นักร้องเพลงลูกกรุง
- พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
- สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา
- พรรคพลังใหม่
- พรรคพลังธรรม
- พรรคประชากรไทย
- พรรคชาติพัฒนา (พ.ศ. 2535)
- สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร