ประพันธ์ คูณมี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ประพันธ์ คูณมี
ประพันธ์ คูณมี

นายประพันธ์ คูณมี เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2497 มีชื่อเล่นที่เรียกกันในหมู่เพื่อน ๆ ว่า "ผอม" เมื่อเหตุการณ์ 14 ตุลา เป็นหนึ่งในนักศึกษาที่เข้าร่วมในเหตุการณ์ โดยทำงานร่วมกับสหพันธ์นักศึกษาเสรี และหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา ได้หลบหนีเข้าป่า ร่วมงานกับ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) มีชื่อจัดตั้งว่า "สหายสงคราม" มีเขตงานเป็นของตนเองโดยไม่เกี่ยวข้องกับพรรคคอมมิวนิสต์ฯ ในนาม "เขตงาน 196 ภูเขียว, ชัยภูมิ"

เมื่อออกจากป่า นายประพันธ์ได้กลับมาเรียนต่อจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และระดับ ปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และจบเนติบัณฑิตไทย รุ่นที่ 37 โดยเป็นลูกศิษย์ของ นายพิศิษฏ์ เทศะบำรุง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และได้ร่วมกันก่อตั้งสำนักทนายความขึ้นในชื่อ "สำนักงานพิศิษฏ์ ประพันธ์ และเพื่อน"

ชีวิตส่วนตัว สมรสแล้วกับ ผศ.ดร. กัลยาณี คูณมี อาจารย์ประจำคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มีบุตรชายด้วยกัน 1 คน (น้องแคน)

[แก้] ประวัติทางการเมือง

ในปี พ.ศ. 2533 น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ซึ่งมีความสนิทสนมกับ นายพิศิษฏ์ เทศะบำรุง ได้ร่วมก่อตั้งพรรคความหวังใหม่ กับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายประพันธ์จึงเข้าร่วมทำงานกับพรรคความหวังใหม่อยู่ระยะเวลาหนึ่ง และหลังจากออกจากพรรคความหวังใหม่ นายประพันธ์ ยังคงมีความเคลื่อนไหวร่วมกับ น.ต.ประสงค์ มาโดยตลอด

ชื่อของนายประพันธ์ คูณมี เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างขึ้น จากบทบาทร่วมกับ กลุ่มประชาชนเพื่อชาติและราชบัลลังก์ ในการเคลื่อนไหวประท้วง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปลายปี พ.ศ. 2547 ร่วมกับ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ถึงกับตั้งฉายานายประพันธ์ว่า "ทนายปีศาจ"

ต่อมาในเหตุการณ์การขับไล่ ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี พ.ศ. 2549 นายประพันธ์ คูณมี ได้เข้าร่วมเคลื่อนไหวกับ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยมีบทบาทเป็นโฆษกบนเวที และต่อมาภายหลัง เหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 นายประพันธ์ได้รับแต่งตั้งเป็น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ใน เลือกตั้งในปลายปี พ.ศ. 2550 นายประพันธ์ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ในสังกัด พรรคประชาธิปัตย์ ในเขต 7 กรุงเทพมหานคร (เขตบางกะปิ เขตสะพานสูง เขตมีนบุรี และเขตลาดกระบัง) ร่วมทีมกับ นายสำราญ รอดเพชร์ และ นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ ในครั้งนั้นนางนาถยา ได้คะแนนเป็นลำดับที่ 3 รวม 101,007 คะแนน ชนะการเลือกตั้ง ขณะที่นายสำราญได้คะแนนเป็นลำดับที่ 5 รวม 90,978 คะแนน และ นายประพันธ์ได้คะแนนเป็นลำดับที่ 6 รวม 90,667 คะแนน ไม่ได้รับการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามน่าสังเกตว่าคะแนนของนายประพันธ์ ทิ้งห่างจากอันดับ 7 ร.ต.อ.นิติภูมิ นวรัตน์ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ได้เพียง 33,011 คะแนน ทั้งที่ในการเลือกตั้ง ส.ว. เมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2549 ร.ต.อ.นิติภูมิ เคยได้รับคะแนนสูงที่สุดในประเทศถึง 257,420 คะแนน โดยมี นายสมัคร สุนทรเวช ได้ 240,312 คะแนน ตามมาเป็นอันดับที่ 2

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2551 ภายหลังการกลับประเทศไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ด้วยเหตุผลเพื่อต่อสู้คดี และ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศฟื้นโครงสร้างองค์กรเพื่อติดตามตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาล เกี่ยวกับการดำเนินคดีดังกล่าว นายประพันธ์ คูณมี ได้ปรากฏชื่อเป็นที่ปรึกษา ของ สมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย (สปท.) องค์กรภาคประชาชนที่จัดตั้งขึ้นโดยอ้างอิงความตามรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเมืองภาคประชาชน และประกาศทำงานร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

เครื่องมือส่วนตัว