การบุกยึดท่าอากาศยานในประเทศไทย พ.ศ. 2551

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กลุ่มพันธมิตรฯปักหลักชุมนุมในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

การบุกยึดท่าอากาศยานในประเทศไทย พ.ศ. 2551 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม พ.ศ. 2551 โดยในวันที่ 24 พฤศจิกายน กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้บุกเข้ายึดท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้สำเร็จ ทำให้ในวันที่ 27 พฤศจิกายน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในทั้งสองพื้นที่ แต่ก็มิได้มีการดำเนินการตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแต่อย่างใด และกลุ่มพันธมิตรฯก็ได้ประกาศยุติการชุมนุมไปในที่สุดในวันที่ 3 ธันวาคม หลังจากที่นายสมชายพ้นจากตำแหน่งไปเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม

เนื้อหา

[แก้] ลำดับเหตุการณ์

[แก้] 24 พฤศจิกายน

[แก้] 25 พฤศจิกายน

[แก้] 26 พฤศจิกายน

นายกรัฐมนตรีแถลงการณ์ผ่านเอ็นบีที

[แก้] 27 พฤศจิกายน

นายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

[แก้] 28 พฤศจิกายน

  • ตลอดทั้งวัน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ 6 กระทรวง และตัวแทนสายการบินทั้งหมดหาทางออกร่วมกัน
  • ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งสำนักนายรัฐมนตรี ที่ 305/2551 ให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาปฏิบัติงานสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนของสังกัดเดิมไปก่อนและให้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รักษาราชการแทน

[แก้] 29 พฤศจิกายน

สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยรายงานข่าว กลุ่มพันธมิตรได้ทำการขโมยไอศกรีมร้าน Caffe Nero ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ [9]

[แก้] 2 ธันวาคม

[แก้] 3 ธันวาคม

  • 10.00 น. กลุ่มพันธมิตรฯ ประกาศยุติการชุมนุม หลังจากที่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งไป 1 วันก่อนหน้านั้น ทั้งนี้ ยืนยันว่าหากยังมีความเคลื่อนไหวที่ต้องการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือมีความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีความไม่ชอบมาพากล หรือทุจริต กลุ่มพันธมิตรฯ ยังพร้อมที่จะกลับมาทุกครั้ง[10]

[แก้] ผลกระทบ

นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่าตั้งแต่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิงดเที่ยวบิน ตั้งแต่เวลา 22.00-18.00 น. มีเที่ยวบินได้รับผลกระทบ 402 เที่ยวบิน และจากที่ไม่สามารถให้บริการเที่ยวบินขึ้น-ลงได้มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนนั้น ได้ประเมินความเสียหายพบว่า ตั้งแต่เวลา 22.00 น.วันที่ 25 พฤศจิกายน จนถึง 18.00 น.วันที่ 26 พฤศจิกายน คาดว่าท่าอากาศยานไทยจะสูญเสียรายได้ในส่วนของค่าธรรมเนียมขึ้น-ลงสนามบินกว่าวันละ 53 ล้านบาท จากเที่ยวบินที่ขึ้น-ลงไม่ได้กว่า 292 เที่ยวบิน ยังไม่รวมค่าร้านค้าและค่าเช่าพื้นที่ของกลุ่มคิงส์เพาเวอร์ด้วย[11]

นายสุรชัย ธารสิทธิพงษ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าความเสียหายที่คาดการณ์ในเบื้องต้น ทั้งช่วงที่เกิดเหตุการณ์ชุมนุม และผลกระทบต่อเนื่องอีก 6 เดือน คาดว่าไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท และส่งผลกระทบต่อผลประกอบการบริษัทปี พ.ศ. 2551 ที่จะขาดทุน รวมถึงกระทบต่อแผนการใช้เงินของบริษัท โดยเฉพาะเงินกู้ระยะสั้นที่อาจต้องรีไฟแนนซ์ประมาณ 10,000 ล้านบาท และแผนการชำระค่าเครื่องบิน ดังนั้น จะเสนอให้รัฐบาลพิจารณาหาเงินอุดหนุนให้หรือหาแหล่งเงินกู้ประมาณ 20,000 ล้านบาท[12]

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยว่า ทางศูนย์ได้ประเมินผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่แน่นอน และการปิดสนามบินสุวรรณภูมิออกเป็น 2 กรณี กรณีแรกสถานการณ์ยืดเยื้อแต่จบภายในเดือนพฤศจิกายน 2551 จะทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 4 ขยายตัว 2.8-3.3% และผลกระทบทางการเมืองต่อระบบเศรษฐกิจตั้งแต่เดือนสิงหาคม-ธันวาคม 2551 จะทำให้เกิดการสูญเสียด้านต่างต่างๆ ดังนี้ ด้านบริโภค 15,000-20,000 ล้านบาท ด้านลงทุน 6,000-11,000 ล้านบาท ด้านส่งออก 10,000-24,000 ล้านบาท ด้านท่องเที่ยว 42,000-75,000 ล้านบาท และต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจ 73,000-130,000 ล้านบาท และเศรษฐกิจไทยปี 2551 ขยายตัว 4.5-4.8%

กรณีที่สอง สถานการณ์ยืดเยื้อจนถึงเดือนธันวาคม 2551 ทำให้ไตรมาส 4 เศรษฐกิจขยายตัวเหลือ 1.5-2% และเกิดความสูญเสียในด้านบริโภค 21,000-30,000 ล้านบาท การลงทุน 12,000-25,000 ล้านบาท การส่งออก 25,000-40,000 ล้านบาท การท่องเที่ยว 76,000-120,000 ล้านบาท ต่อเศรษฐกิจโดยรวม 134,000-215,000 ล้านบาท และขยายตัวเหลือ 4.1-4.4% ซึ่งกรณีที่สองจะมีความเป็นไปได้สูง และกระทบต่อการขยายตัวให้ตกต่ำลงไปอีกในไตรมาสแรกของปี 2552 และทำให้เศรษฐกิจไทยปีหน้า จากคาดการณ์เดิมขยายตัว 3-4% เหลือ 2-3% ใกล้เคียงกับปี 2545 ที่ขยายตัว 2% และอาจกระทบต่อการจ้างงานลดลงกว่า 1 ล้านคน

[แก้] มุมมอง

  • รัฐบาลจีน ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลียและญี่ปุ่นประกาศเตือนพลเมืองของตนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมายังประเทศไทย[13]
  • สหภาพยุโรปกระตุ้นให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากสนามบินอย่างสันติ โดยให้ความเห็นว่า "ขณะที่ให้ความเคารพต่อสิทธิในการประท้วง กระนั้น สหภาพยุโรปก็พิจารณาว่าฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง"[14][15]

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ พันธมิตรฯ ยึดก.คลัง เตรียมบุกสนามบินดอนเมือง
  2. ^ กลุ่มแท็กซี่ ปะทะ พันธมิตร ที่สนามบิน
  3. ^ http://www.youtube.com/watch?v=nLp78-lRkWI&feature=related
  4. ^ ม็อบถ่อย"เผาประเทศ ยึดเบ็ดเสร็จสุวรรณภูมิ ทอท.สั่งปิดสนามบินไม่มีกำหนด
  5. ^ http://talk.mthai.com/topic/37889
  6. ^ สมชายแถลง ไม่ยุบสภา-ไม่ลาออก เตรียมประชุมครม.27 พ.ย.นี้ อ้างเหตุเพื่อรักษาปชต. ปกป้องคนในชาติ
  7. ^ การบินไทยย้ายเที่ยวบินลง ดอนเมือง-อู่ตะเภา
  8. ^ รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน สุวรรณภูมิและดอนเมือง พันธมิตรประกาศสู้ถึงที่สุด
  9. ^ http://www.casttv.com/video/0um5yp/-video
  10. ^ พันธมิตรฯ ประกาศชัยชนะ!! ยุติการชุมนุม 3 ธ.ค.นี้
  11. ^ สูญแสนล้าน พันเที่ยวบินป่วน
  12. ^ การบินไทยเจ๊ง 2 หมื่นล้าน เล็งฟ้องแพ่ง "พันธมิตร"
  13. ^ AFP, Defiant Thai PM rejects army pressure to quit, 26 November 2008
  14. ^ "EU Says Airport Protests Damaging Thailand's Image", Deutsche Welle, 2008-11-29. สืบค้นวันที่ 2008-11-29
  15. ^ Ringborg, Maria. "Polis borttvingad från Bangkoks flygplats", Dagens Nyheter, 2008-11-29. สืบค้นวันที่ 2008-11-29 (ในSwedish)


เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ