คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Faculty of Medicine Prince of Songkla University |
| วันจัดตั้ง | 11 กันยายน พ.ศ. 2511 |
| คณบดี | รศ.นพ.กิตติ ลิ่มอภิชาติ |
| วารสาร | สงขลานครินทร์เวชสาร |
| สีประจำคณะ | สีเขียว |
| สถานปฏิบัติการ | โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ |
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นคณะลำดับที่ 4 ของมหาวิทยาลัย โดยมีประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2515 เริ่มรับนักศึกษารุ่นแรกเมื่อ พ.ศ. 2516 ปัจจุบันเปิดสอนในสายวิชาชีพแพทยศาสตร์ และสายวิชาการในด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้งในระดับปริญญาตรี และระดับบัณฑิตศึกษา
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางด้านการแพทย์ และสาธารณสุข รวมทั้งปัญหาด้านสาธารณสุขของภาคใต้ สภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จึงได้ขอจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ขึ้นในวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2511 และได้รับการอนุมัติให้ก่อตั้งได้ในวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2514 ซึ่งจัดเป็นคณะลำดับที่ 4 ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมีประกาศลงราชกิจานุเบกษาเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2515
สภามหาวิทยาลัยได้ให้จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ที่วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และเริ่มรับนักศึกษารุ่นแรกได้ จำนวน 35 คน ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2516 โดยใช้สถานที่ของคณะวิทยาศาสตร์ในการเรียนภาคทฤษฎี และระยะแรกใช้โรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสงขลา ในการเรียนภาคปฏิบัติ
ต่อมาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2519 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จ พระราชดำเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์โรงพยาบาลคณะแพทยศาสตร์ หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงกระทำพิธีเปิด เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2529 และพระราชทานนามของโรงพยาบาลว่า "โรงพยาบาลสงขลานครินทร์"
[แก้] หลักสูตร
| ระดับปริญญาตรี | ระดับปริญญาโท | ระดับปริญญาเอก |
|---|---|---|
|
หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตบัณฑิต (6 ปี)
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (4 ปี)
|
หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง
|
หลักสูตรปรัชญาดุษฏีบัณฑิต
|
[แก้] การรับนักศึกษาแพทย์
คณะแพทยศาสตร์ รับนักศึกษาเข้าศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตและเปิดโอกาสให้ผู้ที่ตั้งใจเรียนแพทย์ได้มีโอกาสเข้าศึกษา โดยรับนักศึกษาเฉพาะในภาคใต้ร้อยละ 50 นอกจากนี้ คณะแพทยศาสตร์ได้รับนักศึกษาในโครงการพิเศษ
- โครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท ร่วมกับศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อสร้างบัณฑิตแพทย์ไปปฏิบัติงานในชนบทของจังหวัดในภาคใต้ที่ขาดแคลนแพทย์
- โครงการผลิตแพทย์เพื่อ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อผลิตแพทย์เพิ่มให้กับจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
- โครงการรับผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสสำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาสาขาอื่นเข้าศึกษา
[แก้] การเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์
- ชั้นปีที่ 1 เรียนที่คณะวิทยาศาสตร์เป็นหลัก
- ในปี พ.ศ. 2542 เริ่มใช้ระบบการเรียนแบบใหม่ ตั้งแต่ชั้นปรีคลินิก(ปี 2-3) เป็นต้นไป ใช้หลักการเรียนแบบ Problem base learning โดยไม่มีการแยกเรียนวิชากายวิภาคศาสตร์, สรีรวิทยา, หรือพยาธิวิทยาเป็นรายวิชา แต่ใช้การเรียนไปเป็นระบบๆของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายแทน โดยเริ่มใน นักศึกษาแพทย์รุ่นที่ 26 เป็นรุ่นแรกของคณะแพทยศาสตร์ในประเทศไทย
- ในชั้นคลินิก (ปี 4-5) แยกเรียนเป็นสองโรงพยาบาลคือ โรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (โดยแบ่งตามโควต้าที่เข้ามาตั้งแต่ตอนแรกรับ) หากเข้ามาโดยโควต้าแพทย์ชนบทต้องเรียนที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ที่เหลือเรียนที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ทั้งหมด
- ในปีสุดท้ายของการเรียนเรียกว่าเอกซ์เทอร์น (Extern)
- หากเรียนปี 4-5 ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ จะต้องมาฝึกงานเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เป็นเวลา 6 เดือน
- หากเรียนปี 4-5 ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ต้องเลือกฝึกงานตามโรงพยาบาลจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการสอนนักศึกษาแพทย์ร่วมกัน ได้แก่ โรงพยาบาลสุราษฏร์ธานี โรงพยาบาลตรัง โรงพยาบาลสงขลา โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เป็นเวลา 6 เดือน และที่เหลืออีก 6 เดือนฝึกที่ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
- เมื่อจบการศึกษา รับปริญญา แพทยศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทั้งหมด (ไม่มีการแบ่งแยกโรงพยาบาล)
[แก้] กิจกรรมของนักศึกษาแพทย์
[แก้] ราตรีนี้สีเขียว
[แก้] รับน้อง
[แก้] บาก้าอวอร์ด
บาก้าอวอร์ด (Baka Award) เป็นการประกวดดนตรีของนักศึกษาและบุคลากรของคณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ (แพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ เภสัชศาสตร์ การแพทย์แผนไทย และเทคนิคการแพทย์) โดยก่อนหน้านั้นมีการจัดประกวดร้องเพลงและดนตรีภายในคณะแพทยศาสตร์มาก่อนแล้วโดยใช้ชื่อเดียวกันนี้ ซึ่งตั้งตามคำในบูมคณะแพทยศาสตร์ แต่ได้หยุดการประกวดไปนานหลายปี จนถึงปี พ.ศ. 2543 จึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง โดยชมรมดนตรีสากลคณะแพทยศาสตร์เป็นผู้จัด และมีอาจารย์มยุรี วศินานุกร เป็นที่ปรึกษาการประกวด ในปีแรกการจัดเป็นการจัดภายในคณะโดยประกาศรับสมัครล่วงหน้าเป็นเวลานาน แต่มีผู้สมัครเข้ามาจำนวนน้อย จนถึงใกล้วันสมัครจึงมีผู้สมัครเข้ามาอย่างมากมายทำให้เมื่อถึงวันประกวดจริง กำหนดการแสดงต่างๆยาวนานไปจนจบตอนใกล้เวลา 2.00 นาฬิกาของอีกวัน ในครั้งนั้นมีการประกวดสองประเภทคือ โฟลค ซอง (Folk song) และประกวดร้องเพลง
ต่อมาใน พ.ศ. 2546 ได้เชิญคณะพยาบาลศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และทันตแพทยศาสตร์เข้าร่วมด้วย โดยยังคงมีสองประเภทของการแข่งขันเหมือนครั้งก่อน แต่ได้รับการตอบรับล่วงหน้ามากกว่าเดิม ทำให้มีการจัดรอบคัดเลือกก่อนหน้าที่จะแข่งขันจริง และในปลายปีเดียวกันได้มีการจัดขึ้นอีกครั้งเป็นการภายในคณะ ปีต่อมาได้เพิ่มการแข่งขันประเภทฟรีสไตล์ ซึ่งอาจเป็นการร้องเพลงอย่างเดียว หรือเล่นดนตรีผสมกันได้ โดยไม่จำกัดประเภทของเครื่องดนตรี และในปี พ.ศ. 2549 ได้แยกการแข่งขันวงสตริงออกจากประเภทฟรีสไตล์ ปัจจุบันการแข่งขันจึงแบ่งออกเป็นสี่ประเภท คือ การขับร้อง โฟล์คซอง ฟรีสไตล์ และวงสตริง โดยในรอบชิงชนะเลิศจะทำการแข่งขันทั้งสี่ประเภทนี้ตามลำดับ ณ ห้องทองจันทร์ หงส์ลดารมภ์ อาคารเรียนรวมและหอสมุด[ต้องการแหล่งอ้างอิง]
[แก้] ค่ายอาสานักศึกษาแพทย์
เป็นการจัดค่ายอาสาเพื่อสร้างอาคารเรียนให้โรงเรียนที่ห่างไกล โดยเริ่มในปีแรก พ.ศ. 2543 ที่ โรงเรียนสระหมื่นแสน อ.ระโนด จ.สงขลา เป็นการสร้างอาคารคารอเนกประสงค์ สนามเด็กเล่น และออกให้สุขศึกษาแก่ชาวบ้านแถบนั้น ในช่วงเวลาที่ นศพ.ปิดภาคเรียน ปัจจุบันโรงเรียนสระหมื่นแสนได้ปิดตัวเองลงไปเนื่องจากมีนักเรียนน้อยเกินไป จากนั้นจึงได้มีจัดค่ายเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ สโมสรนักศึกษาคณะได้จัดคอนเสิร์ตเพื่อนำรายได้สมทบทุนค่ายอาสา โดยกลุ่มศิลปินที่เคยเปิดการแสดงคอนเสิร์ตดังกล่าว ได้แก่ บอดี้สแลม(พ.ศ. 2545)แคลช โมเดิร์นด็อก (มกราคม พ.ศ. 2550) พาราด็อกซ์ (กันยายน พ.ศ. 2550) และฟลัวร์ (มกราคม พ.ศ. 2552) [ต้องการแหล่งอ้างอิง]
[แก้] รับเสื้อกาวน์
[แก้] ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง
- แพทย์หญิงเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ รุ่น1 เป็นผู้บุกเบิกด้านการแพทย์แผนไทย
- นายแพทย์ไกร ดาบธรรม
[แก้] โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยและสถาบันร่วมผลิตแพทย์
| โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย | จังหวัด | สังกัด |
|---|---|---|
| โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ | จังหวัดสงขลา | คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ |
[แก้] อ้างอิง
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
|
||||||||||
|
|||||||||||||||||

