คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

คณะสหเวชศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สัญลักษณ์คณะสหเวชศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นคณะสหเวชศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย โดยมีพระราชกฤษฏีกาจัดตั้งคณะสหเวชศาสตร์ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2534 เป็นคณะลำดับที่ 17 ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2511 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้มีหนังสือถึงมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ขอโอนคณะเทคนิคการแพทย์ส่วนที่ตั้งอยู่ในบริเวณโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ไปรวมกับสาขาวิชาพยาธิวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อตั้งเป็นแผนกวิชาเวชศาสตร์ชันสูตร โดยยังไม่เป็นที่ตกลง แต่มีมติที่ประชุมร่วมของทั้งสองมหาวิทยาลัยให้มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์รับนักศึกษา ชั้นปีที่ 1 ปีการศึกษา 2513-2514 จำนวน 70 คน โดยให้นักศึกษาจำนวน 30 คนสมัครใจไปศึกษาต่อชั้นปีที่ 3 ในส่วนที่อยู่บริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เมื่อ พ.ศ. 2514 เกิดการปฏิวัติการปกครองแผ่นดินขึ้น และได้มีประกาศของคณะปฏิวัติให้โอนคณะเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล ไปเป็น "แผนกวิชาเวชศาสตร์ชันสูตร" คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ต่อมา ในปี พ.ศ. 2521 ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ศริพร วณิเกียรติ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ แต่งตั้งคณะทำงานขอข้อมูลเรื่องการศึกษาสาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาจัดตั้งคณะเทคนิคการแพทย์ โดยคณะแพทยศาสตร์ได้เสนอโครงการจัดตั้งคณะเทคนิคการแพทย์ แต่ได้รับการบรรจุให้ดำเนินการจัดตั้งเป็น "ภาควิชาเทคนิคการแพทย์" คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแทน

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ยาใจ ณ สงขลา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มีคำสั่งลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2527 แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำโครงการการจัดตั้งคณะเทคนิคการแพทย์อีกครั้ง โดยทางมหาวิทยาลัยเห็นว่า คณะใหม่ควรจะประกอบด้วยหลายสาขาวิชา คณะกรรมการจึงได้พิจารณาในรายละเอียดเพิ่มเติมว่าควรจะมีสาขาวิชาที่เป็นกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพอยู่ด้วยกัน เช่น สาขาวิชากายภาพบำบัด สาขาวิชารังสีเทคนิค ดังนั้น จึงพิจารณาเรื่องชื่อของคณะใหม่ โดยได้เรียนเชิญศาสตราจารย์พิเศษ นายแพทย์ทองจันทร์ หงส์ลดารมย์ มาร่วมพิจารณาด้วย และนำเสนอชื่อคณะหลากหลาย ในที่สุด คณะกรรมการมีมติเห็นชอบว่าสมควรจะเป็นชื่อ "คณะสหเวชศาสตร์" และใช้ชื่อทางภาษาอังกฤษว่า "The Faculty of Allied Health Sciences"

คณะแพทยศาสตร์จึงได้มีประกาศลงวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2529 แต่งตั้งคณะกรรมการโครงการจัดตั้งคณะสหเวชศาสตร์ เพื่อรับผิดชอบในการผลิตบัณฑิตสาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ จำนวนปีละ 60 คน สาขาวิชากายภาพบำบัดจำนวนปีละ 30 คน สาขาวิชารังสีเทคนิคจำนวนปีละ 30 คน และจะต้องเพิ่มจำนวนการผลิตบัณฑิตขึ้นอีกตามความต้องการของประเทศในด้านการพัฒนาสาธารณสุข

ในการประชุมของคณะกรรมการทบวงมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2533 ได้มีมติเห็นชอบในการจัดตั้งคณะสหเวชศาสตร์โดยให้แยกออกมาจากภาควิชาเทคนิคการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมีพระราชกฤษฏีกาจัดตั้งคณะสหเวชศาสตร์ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2534[1]

[แก้] หน่วยงานและหลักสูตร

คณะสหเวชศาสตร์ ประกอบด้วย 5 ภาควิชา เปิดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีใน 3 สาขาวิชาชีพ ได้แก่ เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด และโภชนาการและการกำหนดอาหาร ส่วนภาควิชารังสีเทคนิคนั้น เปิดสอนรายวิชาเลือกแก่นิสิตคณะต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังเปิดสอนในระดับปริญญาโท 2 หลักสูตร และเปิดปริญญาเอกในสหสาขาชีวเวชศาสตร์ร่วมกับบัณฑิตวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ และคณะสัตวแพทยศาสตร์ ภาควิชาและหลักสูตรที่คณะเปิดการเรียนการสอน มีดังนี้

หน่วยงาน ระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท ระดับปริญญาเอก

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต

หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต

  • สาขาชีวเคมีคลินิกและอณูทางการแพทย์

หลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต

-

หลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต

  • สหสาขาชีวเวชศาสตร์

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต

หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต

  • สาขากายภาพบำบัด
    • แขนงวิชากายภาพบำบัดทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • แขนงวิชาการภาพบำบัดทางระบบประสาท

หลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต

  • สหสาขาชีวเวชศาสตร์

-

-

-

[แก้] กิจกรรม

นอกจากการเรียนภายในคณะ ยังมีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้เข้าร่วมเพื่อให้นิสิตมีประสบการณ์อื่น ๆ นอกจากการเรียน ซึ่งมีทั้งกิจกรรมที่จัดขึ้นระหว่างมหาวิทยาลัยหรือคณะ และกิจกรรมที่จัดขึ้นภายในคณะ โดยกิจกรรมต่าง ๆ ที่นิสิตได้จัดขึ้นหรือเข้าร่วม ได้แก่

[แก้] ด้านกีฬา

[แก้] ด้านวิชาการ

  • งานการนำเสนอผลงานปริญญานิพนธ์นิสิต-นักศึกษาเทคนิคการแพทย์ เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาเทคนิคการแพทย์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้นำเสนอผลงานในระดับปริญญานิพนธ์ ซึ่งเป็นความร่วมมือทางวิชาการของทั้ง 2 สถาบัน[3]

[แก้] ด้านสังคม

  • ค่ายเพื่อนกาวน์ เป็นค่ายที่เปิดเพื่อแนะนำคณะสหเวชศาสตร์ให้นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและบุคคลทั่วไปได้รู้จักเกี่ยวกับคณะให้มากขึ้น รวมทั้ง แนะนำแนวทางการประกอบวิชาชีพที่คณะเปิดสอนหลังจากจบการศึกษาแล้ว[4]
  • ค่ายอาสาพัฒนาชนบท เป็นการออกค่ายเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ของนิสิต

[แก้] ที่ตั้ง

อาคารจุฬาพัฒน์ 1

การเรียนการสอนในสาขาเทคนิคการแพทย์นั้น เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2498 โดยใช้สถานที่ 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยทั้ง 2 แห่งนั้น มีการสร้างอาคารที่มีลักษณะที่เหมือนกันแต่กลับด้านคล้ายเงาในกระจกของกันและกัน ซึ่งอาคารที่ตั้งอยู่ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์นั้น เรียกว่า ตึกเทคนิคการแพทย์ หรือ ตึก 14 เมื่อสร้างแล้วเสร็จได้ใช้เป็นห้องปฏิบัติการทางด้านจุลทรรศน์ศาสตร์คลินิกและเคมีคลินิกเพื่อบริการแก่ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พร้อมทั้งใช้เป็นสถานที่เรียนของเทคนิคการแพทย์ โดยได้ใช้เป็นที่ตั้งของภาควิชาจุลทรรศาสตร์คลินิคและภาควิชาเคมีคลินิค

เมื่อมีการจัดตั้งคณะสหเวชศาสตร์ขึ้น ทางคณะได้ใช้พื้นที่ ชั้น 13 อาคารวิทยกิตติ์ บริเวณสยามสแควร์เป็นที่ตั้งของคณะชั่วคราว โดยได้ใช้เป็นที่ตั้งของภาควิชากายภาพบำบัด เวชศาสตร์การธนาคารเลือด และรังสีเทคนิค ดังนั้น การเรียนการสอนของคณะจึงดำเนินการอยู่ทั้งที่ตึก 14 และ อาคารวิทยกิตติ์

ต่อมา ทางคณะได้รับพื้นที่ตั้งของคณะแห่งใหม่บริเวณหลังห้างสรรสินค้ามาบุญครอง ที่ได้รับพื้นที่คืนจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยได้ใช้อาคารต่าง ๆ เป็นที่ตั้งของภาควิชา ดังนี้

  • อาคารจุฬาพัฒน์ 1 ใช้เป็นห้องปฏิบัติการและห้องพักคณาจารย์ของภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือด ซึ่งย้ายมาจากชั้น 13 อาคารวิทยกิตติ์
  • อาคารจุฬาพัฒน์ 2 เป็นที่ตั้งของภาควิชากายภาพบำบัด ซึ่งย้ายมาจากชั้น 13 อาคารวิทยกิตติ์
  • อาคารจุฬาพัฒน์ 3 เป็นที่ตั้งของอาคารหลักสูตรโภชนาการและการกำหนดอาหารและหน่วยปฏิบัติการบริการวิทยาศาสตร์สุขภาพ
  • อาคารจุฬาพัฒน์ 4 เป็นที่ตั้งของภาควิชาเคมีคลินิกและภาควิชาจุลทรรศน์ศาสตร์คลินิก ซึ่งย้ายมาจากตึก 14 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
  • อาคารจุฬาพัฒน์ 6 เป็นที่ตั้งของศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ ราชกิจจานุเบกษา, พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะสหเวชศาสตร์ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๔, เล่ม ๑๐๘, ตอน ๑๙๙ ก ฉบับพิเศษ, ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๔, หน้า ๖๔
  2. ^ เวปไซต์กันภัยมหิดลเกมส์
  3. ^ งานนำเสนอผลงานปริญญานิพนธ์นิสิต-นักศึกษาเทคนิคการแพทย์จุฬา-ธรรมศาสตร์ จาก เวปไซต์ชมรมเทคนิคการแพทย์สัมพันธ์
  4. ^ เพื่อนกาวน์ : กว่าจะมาเป็นค่าย

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

เครื่องมือส่วนตัว