เครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ เครือจักรภพ
ชื่อเต็ม
เครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย

Rzeczpospolita Obojga Narodów (pl)
Abiejų tautų respublika (lt)
Serenissima Res Publica Coronae Polonicae Magni Ducatusque Lithuaniae (ละติน)
Річ Посполита Обох Народів (uk)
Polish-Lithuanian Commonwealth (en.)

เครือจักรภพ

 

ค.ศ. 1569–ค.ศ. 1795
 

 

Royal Banner (c. 1605) ตราแผ่นดิน
คำขวัญ
Si Deus Nobiscum quis contra nos
(ภาษาละติน: “ถ้าพระเจ้าเข้าข้างเรา แล้วใครจะเป็นศัตรู”)
Pro Fide, Lege et Rege
(ภาษาละติน: เพื่อศรัทธา กฎหมาย และกษัตริย์)
เพลงชาติ
Gaude Mater Polonia[1]
"Rejoice, oh Mother Poland"
เครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนียเมื่อมีอาณาบริเวณมากที่สุด ราว ค.ศ. 1635
เมืองหลวง คราคูฟ ถึงปี ค.ศ. 1596
วอร์ซอและกรอดโน จากปี ค.ศ. 1673
ภาษา ภาษาโปแลนด์ ภาษาลิทัวเนีย ภาษาละติน ภาษารูทีเนีย และอื่น ๆ
ศาสนา โรมันคาทอลิก อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ โปรเตสแตนต์ ศาสนายูดาห์ และศาสนาอิสลาม
รัฐบาล ราชาธิปไตย
การปกครอง เซย์ม (Sejm)
ประวัติศาสตร์
 -  สหภาพลูบลิน ค.ศ. 1569
 -  การแบ่งแยกโปแลนด์ครั้งที่ 1 5 สิงหาคม ค.ศ. 1772
 -  รัฐธรรมนูญของวันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1791 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1791
 -  การแบ่งแยกโปแลนด์ครั้งที่ 2 23 มกราคม ค.ศ. 1793
 -  การแบ่งแยกโปแลนด์ครั้งที่ 3 24 ตุลาคม ค.ศ. 1795 ค.ศ. 1795
พื้นที่
 -  ค.ศ. 1582 815,000 km² (314,673 sq mi)
 -  ค.ศ. 1618 990,000 km² (382,241 sq mi)
ประชากร
 -  ค.ศ. 1582 ประมาณการ 6,500,000 
     ความหนาแน่น 8 /km²  (20.7 /sq mi)
 -  ค.ศ. 1618 ประมาณการ 10,500,000 
     ความหนาแน่น 10.6 /km²  (27.5 /sq mi)

เครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย (โปแลนด์: Rzeczpospolita Obojga Narodów; อังกฤษ: Polish-Lithuanian Commonwealth) มีชื่อเป็นทางการว่า “Rzeczpospolita Korony Polskiej i Wielkiego Księstwa Litewskiego” [2] หรือที่รู้จักกันในนาม “สาธารณรัฐโปแลนด์ที่ 1” (First Polish Republic) หรือ “สาธารณรัฐแห่งสองชาติ” (Republic of the Two Nations) (โปแลนด์: Pierwsza Rzeczpospolita หรือ Rzeczpospolita Obojga Narodów; ลิทัวเนีย: Abiejų tautų respublika) เป็นเครือจักรภพที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุด[3] แห่งหนี่งในยุโรปในคริสต์ศตวรรษที่ 17 โครงสร้างทางการเมืองเป็นกึ่งสหพันธรัฐ กึ่งราชาธิปไตย เครือจักรภพก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1569 โดยสหภาพลูบลิน (Union of Lublin) ซึ่งรวมราชอาณาจักรโปแลนด์เข้ากับแกรนด์ดัชชีลิทัวเนียมาจนถึงวันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1791 เครือจักรภพมีได้ครอบคลุมเพียงดินแดนโปแลนด์และลิทัวเนียเท่านั้น แต่ยังรวมดินแดนทั้งหมดของเบลารุสและลัตเวีย ดินแดนส่วนใหญ่ของยูเครนและเอสโตเนีย รวมถึงบางส่วนของประเทศรัสเซียปัจจุบัน (แคว้นสโมเลนสค์และคาลินินกราด) ภาษาราชการแต่เดิมได้แก่ภาษาโปแลนด์กับภาษาละตินในราชอาณาจักรโปแลนด์ และภาษาลิทัวเนียกับภาษารูทีเนีย[4]ในแกรนด์ดัชชีลิทัวเนีย

เครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนียเป็นอาณาจักรที่ก่อตั้งจากอาณาจักรสองแห่งที่มีความสัมพันธ์กันอย่างไม่เป็นทางการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1386 ระบบการปกครองที่มักจะเรียกกันว่า “ประชาธิปไตยของชนชั้นสูง” (Noble's democracy) หรือ “เสรีภาพทอง” ซึ่งเป็นการปกครองโดยเจ้าผู้ครองนครที่ปกครองตามกฎหมายและสภานิติบัญญัติเซย์ม (Sejm) ที่ควบคุมโดยขุนนาง (szlachta) ระบบที่ว่านี้เป็นรากฐานของระบบประชาธิปไตยอย่างกว้าง ๆ ในสมัยใหม่[5] และระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ[6][7][8] รวมทั้งระบบสหพันธรัฐ[9] รัฐทั้งสองแต่เดิมมีฐานะเท่ากันอย่างเป็นทางการ แต่ตามความเป็นจริงโปแลนด์มักจะมีอำนาจเหนือกว่า[10] คริสตจักรโรมันคาทอลิกมีบทบาทสำคัญในกิจการในเครือจักรภพ แต่เครือจักรภพก็ได้ชื่อว่าให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา[11] แต่เสรีภาพจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับสมัย[12] เศรษฐกิจส่วนใหญ่มาจากการทำกสิกรรม ในช่วงร้อยปีแรกที่ก่อตั้งถือกันว่าเป็น “ยุคทอง”[13][14] สำหรับทั้งโปแลนด์และลิทัวเนีย ร้อยปีที่สองเครือจักรภพพ่ายแพ้สงครามและประชาชนกลับกลายเป็นทาสที่ดิน หรือที่รู้จักกันว่าสถานภาพการเป็นทาสครั้งที่สอง[15]) และในทางการเมืองก็เริ่มเกิดการปฏิวัติล้มล้างระบบ (anarchy) กันมากขึ้น[8][16] ไม่นานก่อนสิ้นอำนาจเครือจักรภพยอมรับระบบรัฐธรรมนูญที่เก่าเป็นที่สองของรัฐธรรมนูญสมัยใหม่[17]

ดัชชีวอร์ซอซึ่งก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1807 มีรากฐานมาจากเครือจักรภพ ขบวนการการปฏิรูปเกิดขึ้นระหว่าง “การปฏิวัติเดือนมกราคม” ระหว่างปี ค.ศ. 1863 ถึงปี ค.ศ. 1864 และในคริสต์ทศวรรษ 1920 โดยความพยายามที่ล้มเหลวในการสร้างสหพันธรัฐ “Międzymorze” (ระหว่างทะเล) ของยูเซฟ ปิวซูตสกี (Józef Piłsudski) ซึ่งถ้าสำเร็จก็จะรวมลิทัวเนียและสาธารณรัฐประชาชนยูเครนเข้าด้วย

ในปัจจุบันประเทศโปแลนด์ถือว่ามีรากฐานมาจากเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย[18] แต่ประเทศลิทัวเนียซึ่งก่อตั้งใหม่หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อเริ่มได้รับอิสรภาพใหม่มองเห็นการรวมตัวเป็นเครือจักรภพในทางลบ[19], แต่ทัศนคตินี้ก็เปลี่ยนแปลงไปมาก[ต้องการอ้างอิง]

ดูเพิ่ม[แก้]

เชิงอรรถ[แก้]

a. ^ ชื่อย่างเป็นทางการในแต่ละภาษา ดังนี้:

b. ^ Historians date the change of the Polish capital from Kraków to Warsaw between 1595 and 1611, although Warsaw was not officially designated capital until 1793.[22] The Commonwealth Sejm began meeting in Warsaw soon after the Union of Lublin and its rulers generally maintained their courts there, although coronations continued to take place in Krakow.[22] The modern concept of a single capital city was to some extent inapplicable in the feudal and decentralized Commonwealth.[22] Warsaw is described by some historians as the capital of the entire Commonwealth.[23][24] Vilnius, the capital of the Grand Duchy,[25][26][27] is sometimes called the second capital of the entity.[28][29]

อ้างอิง[แก้]

  1. เพลงชาติในฐานะเพลงพื้นเมืองของโปแลนด์ในบริบททางประวัติศาสตร์ ขับร้องระหว่างพิธีบรมราชภิเษก และ การสมรสของเชื้อพระวงศ์แห่งโปแลนด์ ค.ศ. 1683 ระหว่างการฉลองชัยชนะของสมเด็จพระเจ้าจอห์นที่ 3 โซบีสกีแห่งโปแลนด์ ในกรุงเวียนนา.
  2. Official full name of this state see on site of Constitutional Tribunal of the Republic of Poland [1]
  3. Heritage: Interactive Atlas: Polish-Lithuanian Commonwealth, accessed on 19 March 2006: At its apogee, the Polish-Lithuanian Commonwealth comprised some 400000 sqare mile and a multi-ethnic population of 11 million. For population comparisons, see also those maps: [2], [3].
  4. ""Mes Wladislaus..."".  Unknown parameter |accessyear= ignored (help); Unknown parameter |accessmonthday= ignored (help)
  5. Maciej Janowski, Polish Liberal Thought Central European University Press, 2001, ISBN 963-9241-18-0, Google Print: p3, p12
  6. Paul W. Schroeder, The Transformation of European Politics 1763–1848, Oxford University Press, 1996, ISBN 0-19-820654-2, Google print p84
  7. Rett R. Ludwikowski, Constitution-Making in the Region of Former Soviet Dominance, Duke University Press, 1997, ISBN 0-8223-1802-4, Google Print, p34
  8. 8.0 8.1 George Sanford (scholar), Democratic Government in Poland: Constitutional Politics Since 1989, Palgrave, 2002, ISBN 0-333-77475-2, Google print p11 — constitutional monarchy, p3 — anarchy
  9. Aleksander Gella, Development of Class Structure in Eastern Europe: Poland and Her Southern Neighbors, SUNY Press, 1998, ISBN 0-88706-833-2, Google Print, p13
  10. "Formally, Poland and Lithuania were to be distinct, equal components of the federation… But Poland, which retained possession of the Lithuanian lands it had seized, but Poland had greater representation in the Diet and became the dominant partner.""Lublin, Union of". 2006.  Unknown parameter |ency= ignored (help)[4]
  11. Halina Stephan, Living in Translation: Polish Writers in America, Rodopi, 2003, ISBN 90-420-1016-9, Google Print p373. Quoting from Sarmatian Review academic journal mission statement: Polish-Lithuanian Commonwealth was […] characterized by religious tolerance unusual in premodern Europe
  12. Feliks Gross, Citizenship and Ethnicity: The Growth and Development of a Democratic Multiethnic Institution, Greenwood Press, 1999, ISBN 0-313-30932-9, Google Print, p122 (notes)
  13. [5]
  14. [6]
  15. The Causes of Slavery or Serfdom: A Hypothesis, discussion and full online text of Evsey Domar (1970) "The Causes of Slavery or Serfdom: A Hypothesis", Economic History Review 30:1 (March), pp18–32
  16. Martin Van Gelderen, Quentin Skinner, Republicanism: A Shared European Heritage, Cambridge University Press, 2002, ISBN 0-521-80756-5 Google Print: p54
  17. John Markoff describes the advent of modern codified national constitutions and states that "The first European country to follow the U.S. example was Poland in 1791." John Markoff, Waves of Democracy, 1996, ISBN 0-8039-9019-7, Google Print, p121
  18. A. stated, for instance by the preamble of the Constitution of the Republic of Poland of 1997.
  19. Alfonsas Eidintas, Vytautas Zalys, Lithuania in European Politics: The Years of the First Republic, 1918–1940, Palgrave, 1999, ISBN 0-312-22458-3. Print, p78
  20. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Ferrand
  21. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ M.C3.A9moires_pour_servir_.C3.A0_l.27histoire_du_XVIIIe_si.C3.A8cle.2C_contenant_les_n.C3.A9gociations.2C_traitez.2C_r.C3.A9solutions_et_autres_documents_authentiques_concernant_les_affaires_d.27.C3.A9tat:_avec_le_suppl.C3.A9ment_aux_ann.C3.A9es_MDCXCVI-MDCCIII
  22. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ camb1
  23. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ The_Polish.E2.80.93Lithuanian_state.2C_1386.E2.80.931795
  24. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ A_history_of_eastern_Europe:_crisis_and_change
  25. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ davies
  26. Politics and reformations: communities, polities, nations, and empires.2007 p.206
  27. Zeitschrift für Ostmitteleuropa-Forschung. 2006, Vol.55; p.2
  28. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Politics_and_reformations:_communities.2C_polities.2C_nations.2C_and_empires_:_essays_in_honor_of_Thomas_A._Brady.2C_Jr
  29. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ History_of_the_literary_cultures_of_East-Central_Europe:_junctures_and_disjunctures_in_the_19th_and_20th_centuries_.28Volume_2.29

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]