สมเด็จพระอุไทยราชาธิราชรามาธิบดี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก สมเด็จพระอุทัยราชา)
Jump to navigation Jump to search
สมเด็จพระอุไทยราชาธิราชรามาธิบดี

พระบรมนามาภิไธย นักองค์จัน
พระปรมาภิไธย สมเด็จพระอุไทยราชาธิราชรามาธิบดี ศรีสุริโยพันธุ์ บรมสุรินทรามหาจักรดิพรรดิราช บรมนารถบพิตร สถิตย์เป็นอิศวรกำพูล รัษฐราชโอภาสชาติวรวงษ ดำรงกรุงกัมพูชาธิบดีศรีโสธร นครอินทปัต กุรุราชบุรีรมย์ อุดมมหาสถาน เจ้ากรุงกัมพูชา
พระอิสริยยศ พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
ราชวงศ์ ราชวงศ์นโรดม
ครองราชย์ พ.ศ. 2345(หรือ พ.ศ. 2349) - พ.ศ. 2378
รัชกาลก่อน สมเด็จพระนารายณ์รามาธิบดี
รัชกาลถัดไป กษัตรีองค์มี
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ พ.ศ. 2334
กรุงเทพพระมหานคร
สวรรคต พ.ศ. 2378
พระราชบิดา สมเด็จพระนารายณ์รามาธิบดี
พระราชมารดา นักนางโอง

สมเด็จพระอุไทยราชาธิราชรามาธิบดี[1] หรือพระนามเดิมว่า นักองค์จัน[1] เสด็จขึ้นครองราชย์แทนสมเด็จพระนารายณ์รามาธิบดี (นักองค์เอง) พระราชบิดาเมื่อปี พ.ศ. 2349 ทรงเป็นกษัตริย์กัมพูชาระหว่างที่ประเทศชาติกำลังวุ่นวายด้วยความขัดแย้งระหว่างสยามและเวียดนาม

พระประวัติ[แก้]

สมเด็จพระอุไทยราชาธิราชรามาธิบดีเป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระนารายณ์รามาธิบดี (นักองค์เอง) กับนักนางโอง[1] ประสูติที่กรุงเทพฯเมื่อ พ.ศ. 2334 และได้ตามเสด็จพระบิดากลับไปกัมพูชาเมื่อพระบิดาได้ขึ้นครองราชสมบัติ และพระองค์มีพระชนมายุเพียง 5 พรรษาเท่านั้นเมื่อพระบิดาสวรรคต พระองค์ได้รับการสนับสนุนจากสยาม ให้ขึ้นครองราชย์สมบัติเมื่อ พ.ศ. 2345 เมื่อพระชนมายุได้ 11 ชันษา และได้รับการเฉลิมพระนามว่า "สมเด็จพระอุไทยราชาธิราชรามาธิบดี ศรีสุริโยพันธุ์ บรมสุรินทรามหาจักรดิพรรดิราช บรมนารถบพิตร สถิตย์เป็นอิศวรกำพูล รัษฐราชโอภาสชาติวรวงษ ดำรงกรุงกัมพูชาธิบดีศรีโสธร นครอินทปัต กุรุราชบุรีรมย์ อุดมมหาสถาน เจ้ากรุงกัมพูชา"[2]

ในเวลาเดียวกันนี้ จักรพรรดิยาลองได้รวบรวมเวียดนามให้เป็นปึกแผ่นสำเร็จ นักองค์จันทร์จึงหันไปดำเนินนโยบายใกล้ชิดกับราชสำนักเว้หลังจากที่พระองค์มีข้อบาดหมางกับราชสำนักสยาม เมื่อรัชกาลที่ 1 เสด็จสวรรคต ตัวแทนราชสำนักกัมพูชาที่มาร่วมงานพระบรมศพแสดงความฝักใฝ่ต่อสยาม 2 คน จึงถูกประหารชีวิต และยังจัดตั้งกองกำลังรักษาพระองค์เป็นชาวกัมพูชาเชื้อสายเวียดนาม ระหว่าง พ.ศ. 2354 – 2355 เกิดความขัดแย้งระหว่างตัวแทนสยามกับเวียดนามในกัมพูชา ฝ่ายสยามสนับสนุนอนุชาของนักองค์จันทร์ เมื่อความขัดแย้งสิ้นสุดลง พระอนุชา 3 คนหนีไปสยาม ทำให้นักองค์จันทร์หันไปนิยมเวียดนามมากขึ้น มีการเกณฑ์แรงงานชาวกัมพูชาไปทำงานให้เวียดนาม เช่น การเกณฑ์แรงงานไปขุดคลองวิญเทในเวียดนามภาคใต้ ทำให้ชาวกัมพูชาเริ่มไม่พอใจ

หลังจากที่เวียดนามสนับสนุนการก่อกบฏของเจ้าอนุวงศ์ใน พ.ศ. 2367 – 2368 รวมทั้งนโยบายของจักรพรรดิมิญหมั่งที่ต้องการรวมกัมพูชาเป็นส่วนหนึ่งของเวียดนามอย่างเปิดเผย ทำให้ความขัดแย้งระหว่างสยามกับเวียดนามรุนแรงขึ้น เมื่อเกิดกบฏต่อต้านราชสำนักเว้ในกัมพูชา รัชกาลที่ 3 จึงทรงตัดสินพระทัยส่งทหารเข้าไปในกัมพูชาเพื่อสนับสนุนฝ่ายกบฏและนำอนุชาของนักองค์จันทร์ไปเป็นกษัตริย์กัมพูชาระหว่าง พ.ศ. 2363 – 2364 ในช่วงแรก สยามเป็นฝ่ายได้เปรียบในการรบจนเวียดนามต้องนำนักองค์จันทร์หนีไปเวียดนาม แต่ในช่วงท้าย การประสานระหว่างทัพบกและทัพเรือไม่ดี จึงยึดชายฝั่งเวียดนามตามแผนไม่ได้ รวมทั้งกองทัพเรือของเวียดนามก็ตีโต้แข็งแรง รวมทั้งชาวกัมพูชาไม่สนับสนุนนักองค์อิ่มและนักองค์ด้วงเท่าที่ควร ฝ่ายไทยจึงถอยทัพกลับใน พ.ศ. 2367 เวียดนามจึงนำนักองค์จันทร์กลับมาครองกัมพูชาอีก และควบคุมกัมพูชาอย่างเข้มงวดกว่าเดิม

หลังจากที่ถอยทัพกลับไป สยามพยายามสร้างอิทธิพลในกัมพูชา โดยให้นักองค์ด้วงมาครองพระตะบองและเสียมราฐ ในขณะเดียวกัน เวียดนามก็เพิ่มระดับการแทรกแซงกัมพูชามากขึ้น จนนักองค์จันทร์แทบจะไม่มีอำนาจที่แท้จริงจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ. 2378 รวมพระชนม์ได้ 44 พรรษา พระองค์ไม่มีพระโอรส มีแต่พระธิดาที่เวียดนามได้สนับสนุนให้เป็นกษัตริย์ต่อจากพระองค์

อ้างอิง[แก้]

  • สุมาลี บำรุงสุข. นักองค์จันทร์ ใน สารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่: เอเชีย เล่ม 1 อักษร A-B ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กทม.ราชบัณฑิตยสถาน. 2539.


  1. 1.0 1.1 1.2 ทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค), เจ้าพระยา. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3. กรุงเทพฯ : ไทยควอลิตี้บุ๊คส์ (2006), 2560, หน้า 113
  2. ศานดิ ภักดีคำ. 2554. เขมรรบไทย. กทม. มติชน