พระเจ้าอินทรวรมันที่ 3
| พระเจ้าอินทรวรมันที่ 3 | |
|---|---|
พระเจ้าอินทรวรมันที่ 3 | |
| กษัตริย์เเห่งอาณาจักรเขมร | |
| ครองราชย์ | พ.ศ. 1838–1851 |
| ก่อนหน้า | พระเจ้าชัยวรมันที่ 8 |
| ถัดไป | พระเจ้าอินทรวรมันที่ 4 |
| สวรรคต | พ.ศ. 1852 |
| พระมเหสี | พระนางศรีนทรภูเปศวรจุฑา |
| พระราชบุตร | พระเจ้าอินทรวรมันที่ 4 |
พระเจ้าอินทรวรมันที่ 3 (เขมร: ឥន្ទ្រវរ្ម័នទី៣) หรือ พระเจ้าศรีนทรวรมัน (เขมร: ស្រីន្ទ្រវរ្ម័ន) เป็นกษัตริย์ของจักรวรรดิเขมรระหว่างปี ค.ศ. 1295 - 1308 พระองค์ขึ้นครองบัลลังก์จากการชิงราชสมบัติจาก พระเจ้าชัยวรมันที่ 8 ผู้เป็นพระสัสสุระ (พ่อตา)[1]: 133 ซึ่งได้อภิเษกกับพระราชธิดาองค์โตของ พระเจ้าชัยวรมันที่ 8 ก่อนที่จะครองบัลลังก์ พระเจ้าอินทรวรมันที่ 3[2]: 211 มีตำแหน่งเป็นแม่ทัพใหญ่คุมกองทหารของ พระเจ้าชัยวรมันที่ 8
พระเจ้าอินทรวรมันที่ 3[2]: 211 นับถือ พุทธเถรวาท เมื่อเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ พระองค์ก็เปลี่ยนศาสนาประจำชาติจากเดิมที่ใช้ศาสนาฮินดูเปลี่ยนมาเป็นพุทธเถรวาท
มีนักวิชาการหลายท่าน[โดยใคร?]สันนิษฐานจาก จารึกวัดศรีชุม หลักที่ 2 ที่เมืองสุโขทัย ประเทศไทยในปัจจุบัน ว่า พระเจ้าอินทรวรมันที่ 3 อาจจะเป็นพ่อขุนผาเมือง กษัตริย์กรุงสุโขทัยที่มีความสัมพันธ์เป็นลูกเขยกษัตริย์ขอมในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 ได้รับพระแสงขรรค์ชัยศรีและพระนามนำหน้ากษัตริย์ “กมรเตงอัญศรีอินทรปตินทราทิตย์“ ผู้ประกาศสงครามอิสรภาพจากสงครามขอมสบาดโขนลำโพง
ซึ่งหลังจากที่พ่อขุนผาเมืองประกาศเอกราชจากขอมได้สำเร็จแล้วได้ปราบดาภิเษก พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ผู้ที่เป็นเพื่อนและน้องเขย ให้เป็นกษัตริย์ปกครอง กรุงสุโขทัย แทนตนเอง และตนกลับไปปกครองเมืองราดตามเดิม ซึ่งหลังจากนี้มีนักวิชาการบางท่านบอกว่าไม่มีบันทึกใดๆ กล่าวถึงพ่อขุนผาเมืองอีกเลย บางท่านบอกว่าพ่อขุนผาเมืองกลับไปครองเมืองพระนคร ปัจจุบันคือนครวัด ในจังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา (หรือเซียมเรียบตามสำเนียงภาษาของชาวเขมร)
หลังจาก พระเจ้าชัยวรมันที่ 8 เริ่มครองราชได้ 4-6 ปี ระหว่างนั้นได้มีการเปลี่ยนการนับถือศาสนาจากพุทธไปเป็นฮินดู ทุบทำลายศาสนสถานต่างๆ บังคับประชาชนให้เข้าจารีตตามแบบฮินดู เช่น พิธีเปิดพรหมจารีย์ที่จะบังคับให้เด็กหญิงอายุอาจจะ 7 ปี 9 ปีหรือ 11 ปี ให้มีเพศสัมพันธ์เพื่อทำพิธีเปิดพรหมจารีย์กับนักบวชในสมัยนั้น ทำให้ชาวสุโขทัยที่นับถือพุทธเถรวาทในเวลานั้นไม่ยอมรับและเกิดเป็นสงครามในเวลาต่อมา
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Higham, C., 2001, The Civilization of Angkor, London: Weidenfeld & Nicolson, ISBN 9781842125847
- 1 2 Coedès, George (1968). Walter F. Vella (บ.ก.). The Indianized States of Southeast Asia. trans.Susan Brown Cowing. University of Hawaii Press. ISBN 978-0-8248-0368-1.