จูกัดเหลียง
| จูกัดเหลียง | |
|---|---|
|
|
|
| เสนาธิการแห่งจ๊กก๊ก | |
| เกิด | พ.ศ. 724 |
| ถึงแก่กรรม | พ.ศ. 777 (อายุ 53 ปี) |
| สถานที่ถึงแก่กรรม | ทุ่งอู่จั้งหยวน |
| ผู้ดำรงตำแหน่งคนถัดไป | เจียวอ้วน |
| ชื่อ | |
| อักษรจีนตัวเต็ม | 諸葛亮 |
| อักษรจีนตัวย่อ | 诸葛亮 |
| พินอิน | Zhūge Liàng |
| สำเนียงจีนกลาง | จูเก๋อเลี่ยง |
| สำเนียงจีนฮกเกี้ยน | จูกัดเหลียง |
| สัทอักษรแบบเวด-ไจลส์ | Chu-ko Liang |
| ชื่อรอง | ขงเบ้ง (ข่งหมิง) |
| ยุคในประวัติศาสตร์ | ยุคสามก๊ก |
| ชื่ออื่น ๆ | ฮกหลง (มังกรหลับ, 臥龍先生) |
จูกัดเหลียง (อังกฤษ: Zhuge Liang; จีนตัวเต็ม: 諸葛亮; จีนตัวย่อ: 诸葛亮; พินอิน: Zhūge Liàng) หรือ ขงเบ้ง (孔明, พินอิน: Kǒngmíng) เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊กที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ยุคสามก๊ก นอกจากนี้ยังมีฉายาอื่นเช่นมังกรหลับ (臥龍先生) หรือ (伏龍) เป็นนักการเมืองสมัยปลายราชวงศ์ฮั่นของจีน หรือในสมัยหลังราชวงศ์ฮั่นหากกล่าวอ้างอิงตามประวัติศาสตร์
จูกัดเหลียงดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาด้านการยุทธนาการของพระเจ้าเล่าปี่ ในตำแหน่งสมุหนายกและผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งรัฐจ๊ก รวมทั้งมีความสามารถในด้านการเมือง การทูต วิชาการ วิศวกรและได้ชื่อว่าเป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นที่ยิ่งใหญ่ โดยคิดค้นหมั่นโถว หน้าไม้กล โคมลอยและระบบชลประทาน ศิลปินมักวาดภาพให้จูกัดเหลียงสวมชุดยาวแบบนักปราชญ์ สวมหมวก และถือพัดขนนกกระเรียน (บ้างก็ว่า ขนนก ขนห่าน)อยู่ในมือเสมอ
เนื้อหา |
[แก้] วรรณกรรมสามก๊ก
ในวรรณกรรมเรื่องสามก๊ก จูกัดเหลียงถูกยกย่องว่าเป็นผู้หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทร ได้รับฉายาจากบังเต็กกงว่า "ฮกหลง" หมายถึงมังกรซุ่มหรือมังกรหลับ จากคำแนะนำของสุมาเต็กโชและชีซีที่หลงกลอุบายของโจโฉจำต้องหวนกลับไปอยู่วุ่ยก๊กด้วยความจำใจ ทำให้เล่าปี่ต้องดั้งด้นมาเชิญตัวจูกัดเหลียงด้วยตัวเองถึงสามครั้งสามครา จูกัดเหลียงมีความรู้เป็นเลิศ รับใช้ราชวงศ์เล่าถึง 2 ชั่วอายุคน ภายหลังก่อนที่พระเจ้าเล่าปี่จะสวรรคต ได้ฝากฝัง เล่าเสี้ยนให้ดูแลบ้านเมืองต่อไปแต่ไม่อาจสำเร็จได้ เพราะพระเจ้าเล่าเสี้ยนหูเบา เชื่อแต่คำยุยงของขันทีฮุยโฮยกทัพไปปราบปรามชาวม่าน และได้สู้รบกับวุยก๊กหลายครั้ง
[แก้] ประวัติ
จูกัดเหลียง มีชื่อจริงว่าจูเก๋อเลี่ยง เป็นบุตรชายคนที่ 2 ของจูเก๋อกุย ขุนนางตงฉินของพระเจ้าเหี้ยนเต้ จูกัดเหลียงมีพี่ชายและน้องชายอย่างละคนคือ จูกัดกิ๋นพี่ชาย เป็นที่ปรึกษาของง่อก๊กและน้องชายจูเก๋อจิ๋น จูกัดเหลียงมีอุปนิสัยและความคิดที่ฉลาดปราดเปรื่อง รอบรู้สรรพวิชาอย่างแตกฉานทั้งวิทยาศาสตร์ โหราศาสตร์ การเมืองการปกครอง การทูต ใจคอเยือกเย็นมีเมตตา ชอบอวดอ้างและลองดีกับผู้ที่มีนิสัยกล่าวโอ้อวดตนเอง อุดมด้วยวาทะศิลป์ ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบกับชาวบ้านที่เชิงเขาโงลังกั๋ง โดยช่วยเหลือชาวบ้านในการทำนาต่าง ๆ จนเป็นที่นับถือของชาวบ้าน
จูกัดเหลียงมักจะเสวนากับผู้รู้เสมอ ๆ โดยเพื่อนร่วมวงเสวนากับเขานั้นได้แก่ ชีซี หรือ ตันฮก (ชื่อตันฮกใช้ในการหลบหนี) สื่อกวงเหวียน (โจ๊ะก๋งหงวน) เมิ่งกงเวย (เบงคงอุย) และซุยโจวผิง ซุยเป๋ง และจูกัดเหลียงมักจะยกตัวเองเทียบกับขวันต๋งและงักเย สองยอดนักปราชญ์ยุคชุนชิวและราชวงศ์ฉิน ซึ่งเพื่อน ๆ มักแปลกใจที่จูกัดเหลียงกล้ายกตนเช่นนั้น มีแต่ชีซีและซุยเป๋งเท่านั้นที่เชื่อว่าไม่ได้เป็นการยกตนเกินเลยไปเลย ยิ่งไปกว่านั้นยอดปราชญ์แห่งสามก๊กอย่างอาจารย์สุมาเต๊กโช ยังยกย่องว่าไม่เพียงแค่เปรียบได้กับขวันต๋งและงักเยเท่านั้น ยังเปรียบได้กับเจียงไทกงผู้หนุนราชวงศ์จิวและเตียงเหลียงผู้หนุนราชวงศ์ฮั่นอีกด้วย ทำให้รู้ว่านอกจากจูกัดเหลียงจะเป็นผู้ฉลาดปราดเปรื่องแล้วยังเป็นผู้มีความจงรักภักดีเป็นอย่างมาก
จูกัดเหลียงมาเป็นที่ปรึกษาให้แก่เล่าปี่จากการได้รับคำแนะนำจากชีซี และคำกล่าวยกย่องจูกัดเหลียงและบังทองจากสุมาเต๊กโช ซึ่งถ้าเล่าปี่ได้บุคลหนึ่งในสองนี้เป็นที่ปรึกษา จะสามารถทำการใหญ่กอบกู้แผ่นดินได้สำเร็จ โดยเล่าปี่ต้องดั้งด้นเดินทางท่ามกลางอากาศหนาวเย็น และเข้าคำนับผิดคนที่มีท่าที่และการเจรจาที่ฉลาดเฉลียวมาตลอดเส้นทางด้วยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นจูกัดเหลียง เล่าปี่มาหาจูกัดเหลียงด้วยใจศรัทธาถึงกระท่อมไม้ไผ่ที่เขาโงลังกั๋ง ถึง 3 ครั้ง 3 คราก็ไม่พบตัวจูกัดเหลียงแม้แต่ครั้งเดียว
จูกัดเหลียงเป็นผู้ชอบลองนิสัยของบุคคล ยิ่งเห็นเล่าปี่ศรัทธาในตนยิ่งนักจึงแกล้งลองใจเล่าปี่ด้วยการหลบออกจากบ้าน และแกล้งให้เด็กรับใช้แจ้งแก่เล่าปี่ว่าตนไม่อยู่บ้าน และครั้งสุดท้ายบอกว่าตนนอนหลับ เล่าปี่ก็ไม่ละความพยายามในความอุตสาหะที่จะเชิญตัวจูกัดเหลียงไปอยู่ด้วย เมื่อจูกัดเหลียงนอนหลับจึงมายืนสงบที่ปลายเท้าด้วยกิริยาสำรวมรอคอยจนกระทั่งจูกัดเหลียงตื่น และได้สนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน เล่าปี่เอ่ยปากเชิญจูกัดเหลียงไปอยู่ด้วยกันเพื่อกิจการบ้านเมือง จูกัดเหลียงเห็นความมานะพยายามของเล่าปี่รวมทั้งอุปนิสัยใจคอและการเป็นคนอาภัพวาสนา จึงยอมไปอยู่ด้วย ซึ่งขณะนั้นจูกัดเหลียงมีอายุได้เพียง 26 ปีเท่านั้น
เมื่อจูกัดเหลียงไปอยู่ด้วยกับเล่าปี่ ซึ่งได้รับการเอาใจใส่ดูแลและให้การเคารพนับถือเช่นอาจารย์ ทำให้จูกัดเหลียงมิได้เป็นที่ยอมรับของบรรดานายทหารจ๊กก๊ก รวมทั้งกวนอูและเตียวหุยด้วย แต่เมื่อจูกัดเหลียงได้แสดงฝีมือให้ปรากฏด้วยการทลายทัพของแฮหัวตุ้น แม่ทัพเอกของโจโฉที่เนินพกบ๋องแล้ว จูกัดเหลียงก็กลายเป็นที่นับถือและเลื่องลือถึงความสามารถอันปราดเปรื่อง
[แก้] ครอบครัว
|
|
- อา จูกัดเสียน
[แก้] ความสัมพันธ์
[แก้] เล่าปี่
เล่าปี่ให้ความเคารพและศรัทธาในตัวจูกัดเหลียงเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ที่จูกัดเหลียงยังอาศัยอยู่ที่เขาโงลังกั๋ง ด้วยการแนะนำของชีซีถึงความเป็นสุดยอดนักปราชญ์ ถึงกับพยายามดั้งด้นเดินทางท่ามกลางอากาศหนาวเย็นเพื่อมาเชิญตัวจูกัดเหลียงไปเป็นที่ปรึกษาถึงสามครั้งแต่กับไม่พบตัวจูกัดเหลียง แต่หาได้ละความพยายามในการขอพบตัวจูกัดเหลียงแต่อย่างใด เล่าปี่เดินทางมาพบจูกัดเหลียงที่กระท่อมภายในเขาโงลังกั๋งเป็นครั้งที่สาม ระหว่างทางได้รับความอัปยศอดสูด้วยการเข้าใจผิด คิดว่าผู้อื่นที่มีถ้อยคำวาทะการเจรจาที่ฉลาดหลักแหลมคือจูกัดเหลียง ก็ตรงเข้าไปคาราวะด้วยความศรัทธาเสียหลายต่อหลายครั้ง จนกวนอูและเตียวหุย สองพี่น้องร่วมสาบานในสวนดอกท้อไม่พอใจการกระทำของเล่าปี่ เตียวหุยถึงกับเอ่ยปาก ในเมื่อยากได้ตัวจูกัดเหลียงก็จะไปจับมามอบให้ แต่กลับถูกเล่าปี่ต่อว่าด้วยความโกรธ
เมื่อเล่าปี่ได้พบจูกัดเหลียง จึงพยายามขอร้องและอ้อนวอนให้จูกัดเหลียงเป็นที่ปรึกษาเพื่อช่วยราชการกอบกู้แผ่นดิน จนจูกัดเหลียงใจอ่อนต่อความอ่อนน้อมและความศรัทธาอย่างแรงกล้าในตนเองของเล่าปี่ จึงยอมละทิ้งอาชีพชาวนาที่ใช้ชีวิตอย่างสงบที่เขาโงลังกั๋งเพื่อเป็นที่ปรึกษาให้แก่เล่าปี่ เล่าปี่นับถือจูกัดเหลียงดุจเช่นอาจารย์ผู้ประสาทวิชาให้แก่ศิษย์ ยอมรับคำแนะนำและความคิดเห็นของจูกัดเหลียงเสมอมา ซึ่งจูกัดเหลียงเองก็มอบความจงรักภักดีต่อเล่าปี่เช่นกัน แม้จะมีผู้อื่นเข้าเกลี้ยกล่อมให้นำใจออกห่างจากเล่าปี่เช่นจูกัดกิ๋นพี่ชายของตน เกลี้ยกล่อมให้มาอยู่ข้างซุนกวน แต่จูกัดเหลียงกลับปฏิเสธและเป็นฝ่ายชักชวนจูกัดกิ๋นมาอยู่ด้วยกับเล่าปี่แทน จูกัดเหลียงช่วยเล่าปี่กอบกู้ราชการแผ่นดินจนได้เป็นฮ่องเต้แห่งจ๊กก๊ก ถึงแม้ต่อมาพระเจ้าเล่าปี่สวรรคต แต่จูกัดเหลียงก็ยังคอยช่วยเหลือพระเจ้าเล่าเสี้ยนผู้เป็นโอรสของพระเจ้าเล่าปี่ ด้วยความภักดีจนวาระสุดท้ายของตนเองจ๊กก๊กล้มสลายเพราะพระเจ้าเล่าเสี้ยนเป็นคนหูเบา
[แก้] เล่าเสี้ยน
พระเจ้าเล่าเสี้ยนกับจูกัดเหลียงมีความสัมพันธ์ที่ผูกพันลึกซึ้งเช่นนายกับบ่าวรวมทั้งลูกกับพ่อด้วย ซึ่งก่อนหน้าที่พระเจ้าเล่าปี่จะสวรรคต ได้เรียกจูกัดเหลียงและพระเจ้าเล่าเสี้ยนเข้าพบ ก่อนสั่งเสียให้จูกัดเหลียงดูแลและสั่งสอนพระเจ้าเล่าเสี้ยน ให้การสั่งสอน อบรบตักเตือน ประหนึ่งบิดาเลี้ยงดูบุตร เมื่อพระเจ้าเล่าเสี้ยนขึ้นครองราชย์ต่อจากพระเจ้าเล่าปี่ ก็ทรงให้ความเคารพนับถือจูกัดเหลียงประหนึ่งเป็นบิดาบุญธรรม และทรงขอความคิดเห็นในด้านต่าง ๆ จากจูกัดเหลียงอยู่เสมอ ในขณะที่จูกัดเหลียงคงปฏิบัติตนเช่นเดิม ด้วยไม่ถือตนว่าเป็นบิดาบุญธรรมของพระเจ้าแผ่นดิน คงมอบความจงรักภักดีต่อพระเจ้าเล่าเสี้ยนตามคำสั่งเสียของพระเจ้าเล่าปี่ และเป็นผู้นำทัพขยายอาณาเขตให้แก่พระเจ้าเล่าเสี้ยนอีกด้วย
พระเจ้าเล่าเสี้ยนเป็นคนอ่อนแอ โง่และหูเบาเป็นอย่างมาก ทรงหลงเชื่อถ้อยคำของเหล่าขุนนางที่มีใจคิดการกบฎ กล่าวหาจูกัดเหลียงว่าคิดการใหญ่ในการยึดครองราชสมบัติของพระเจ้าเล่าเสี้ยนเป็นของตนเอง เมื่อคราวที่จูกัดเหลียงนำทัพออกรบกับสุมาอี้และเกือบได้ชัยชนะ สุมาอี้วางแผนการเป่าหูให้พระเจ้าเล่าเสี้ยนหลงเชื่อถ้อยคำว่าจูกัดเหลียงคิดไม่ซื่อ และเรียกตัวกลับด่วนทำให้สุมาอี้รอดชีวิตจากการถูกโจมตีจากจูกัดเหลียงได้สำเร็จ ภายหลังเมื่อจูกัดเหลียงกลับเมืองหลวงแล้วได้เรียกพระเจ้าเล่าเสี้ยนเข้าพบและอบรมสั่งสอนเช่นพ่อสอนลูกถึงความหูเบาและเชื่อคนง่ายของพระเจ้าเล่าเสี้ยน
[แก้] กวนอู-เตียวหุย
จูกัดเหลียง เตียวหุยและกวนอูนั้นมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันในช่วงแรก ๆ ที่เล่าปี่เชิญจูกัดเหลียงมาอยู่ด้วย ด้วยอายุยังน้อยของจูกัดเหลียงที่อ่อนกว่าเล่าปี่ถึงสิบปี และน้อยกว่าเตียวหุยถึงเจ็ดปี ทำให้กวนอูและเตียวหุยไม่นับถือและเลื่อมใสในตัวจูกัดเหลียงมากนัก และเมื่อเล่าปี่ให้การปรนนิบัติดูแลจูกัดเหลียงจนเกินควร รวมทั้งยอมให้จูกัดเหลียงต่อว่าเช่นเมื่อคราวถึงยามศึกแต่เล่าปี่กลับนำขนจามรีมาถักหมวกเล่น สร้างความไม่พอใจแก่กวนอูและเตียวหุยยิ่งนัก จนถึงคราวศึกใหญ่ที่โจโฉให้แฮหัวตุ้นนำทหารยกทัพมาตี ซึ่งจูกัดเหลียงได้วางแผนการใช้กลอุบายโดยกำหนดหน้าที่ต่าง ๆ ให้แก่เตียวหุย กวนอูและจูล่ง ส่วนตนอยู่เฝ้าดูแลเมือง ทำให้กวนอูและเตียวหุยเอ่ยคำสบประมาทจูกัดเหลียงที่คิดเอาแต่ตนสบาย ไม่ลงแรงในการออกรบ
แต่เมื่อแผนการลวงกองทัพของแฮหัวตุ้นมาเผาที่ทุ่งพกบ๋อง สร้างความเสียหายย่อยยับให้แก่กองทัพของโจโฉ กวนอูและเตียวหุยก็ตระหนักและเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในสติปัญญาของจูกัดเหลียงเป็นอย่างยิ่ง ต่อมาเมื่อถึงคราวออกศึกคราใด กวนอูและเตียวหุยจะยินยอมและเชื่อฟังคำแนะนำของจูกัดเหลียงตลอดด้วยความเต็มใจ เช่นคราวศึกเซ็กเพ็กที่จูกัดเหลียงมอบหมายให้เตียวหุยนำกองทัพรอสุ่มโจมตีโจโฉเมื่อสุมไฟหุงหาอาหาร แต่ไม่มอบหมายหน้าที่ใด ๆ ให้แก่กวนอู จนถึงกับเอ่ยปากบ่นด้วยความน้อยใจที่จูกัดเหลียงให้ใช้ตนบ้าง จูกัดเหลียงจึงมอบหมายให้กวนอูไปดักรอโจโฉและนำหัวโจโฉมาให้ โดยให้คำสัญญาซึ่งกันและกันถ้ากวนอูไปดักรอตามที่จูกัดเหลียงบอกแล้วไม่พบโจโฉ จูกัดเหลียงยินยอมมอบหัวตนเองให้ แต่ถ้ากวนอูไม่ได้หัวโจโฉกลับมา กวนอูจะต้องมอบหัวตัวเองให้แทน ซึ่งจูกัดเหลียงเองก็มอบความไว้ใจให้แก่กวนอูเช่นกัน เมื่อถึงคราวที่จูกัดเหลียงต้องไปช่วยทัพเล่าปี่ตีเสฉวน จูกัดเหลียงได้ฝากเมืองเกงจิ๋วให้กวนอูดูแลแทน
[แก้] จูล่ง
จูกัดเหลียงและจูล่งมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในการช่วยเล่าปี่กอบกู้ราชวงศ์ฮั่น จูกัดเหลียงนั้นไว้วางใจจูล่งเป็นอย่างมากมาก มอบหมายหน้าที่ซึ่งเป็นงานสำคัญ ๆ ให้จู่ลงรับคำสั่งไปปฏิบัติเสมอ จูกัดเหลียงนั้นเคยกล่าวเปรียบเปรยและยกย่องจูล่งว่าเปรียบเสมือนแขนข้างหนึ่งของตนเลยทีเดียว จูกัดเหลียงมอบหมายงานแก่จูล่งนำไปปฏิบัติในการรบหลายสิบครั้ง เริ่มจากศึกครั้งแรกของจูกัดเหลียงและจูล่งที่นำทัพออกเผาทหารแฮหัวตุ้นที่พกบ๋อง น้ำท่วมแปะโห ศึกยุทธนาวีเซ็กเพ็ก ช่วยอาเต๊า ปราบเบ้งเฮ็กอ๋องแห่งม่าน และอื่น ๆ อีกมากมาย
จูล่งคงสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้าเล่าปี่และจูกัดเหลียงมาตลอด เมื่อพระเจ้าเล่าปี่สวรรคตและจูกัดเหลียงนำทัพออกรบแทนพระเจ้าเล่าเสี้ยน จูล่งก็คงปฏิบัติตนเช่นเดิม คอยดูแลและช่วยเหลือจูกัดเหลียงมาตลอดจนถึงแก่กรรมอย่างสงบเมื่ออายุ 72 ปี หลังจากที่จูล่งถึงแก่กรรม สร้างความเศร้าโศกเสียใจแก่จูกัดเหลียงเป็นอย่างมาก ถึงกับเอ่ยปากว่า "เมื่อจูล่งตายลงเสียแล้ว ตัวข้านี้ก็เปรียมเสมือนแขนหักไปข้างหนึ่ง"ซึ่งเล่าเสี้ยนก็มิอาจกลั้นน้ำตาไว้ได้
[แก้] ฮองตง
ความสัมพันธ์ระหว่างจูกัดเหลียงและฮองตงไม่ชัดเจนนัก แต่ในการยกทัพบุกตะวันออกของเล่าปี่ จูกัดเหลียงเป็นผู้ยั่วฮองตงให้ฮึกเหิมว่า ฮองตงอายุมากแล้วคงทำศึกไม่ได้เต็มกำลัง ฮองตงจึงฮึกเหิมและกล่าวเหตุผลต่างๆนานาและขอไปทำศึกได้สำเร็จ และสามารถยึดเขาเตงกุนสันสังหารแฮหัวเอี๋ยนได้ ถือได้จูกัดเหลียงเป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนในความสำเร็จในการยึดเขาเตงกุนสัน
[แก้] บังทอง
บังทองเป็นเพื่อนสนิทของจูกัดเหลียงตั้งแต่สมัยเรียน โดยที่สุมาเต็กโช ปราชญ์ในสมัยนั้นยกย่อง 2 คนนี้ว่า เป็นดัง มังกรซุ่ม-ฮกหลง และ หงส์ดรุณ-ฮองซู ซึ่งฮองซูคือบังทองนี่เอง ตัวจูกัดเหลียงยังยกย่องว่าบังทองฉลาดกว่าตน 10 เท่า ในครั้งที่จิวยี่ตายจูกัดเหลียงได้ไปพบกับบังทองเพื่อชักชวนไปทำงานกับเล่าปี่ เมื่อบังทองได้รับราชการกับเล่าปี่ และได้เป็นทัพหน้าในการตีเมืองเสฉวน ระหว่างการรบ จูกัดเหลียงได้ส่งจดหมายมาเตือนเล่าปี่ว่า ดาวศุกร์ขึ้นเหนือเมืองลกเสีย เป็นลางว่าจะเกิดอันตรายกับแม่ทัพคนสำคัญ เล่าปี่จะยกทัพกลับ แต่บังทองคิดว่าจูกัดเหลียงอิจฉาที่ตนกำลังจะได้ผลงาน จึงห้ามมิให้เล่าปี่ถอยทัพกลับ จนในที่สุดบังทองจึงเสียชีวิตที่เนินหงส์ตก เมื่อจูกัดเหลียงทราบข่าวการตายของบังทองก็ร้องไห้อาลัยในตัวบังทอง ทำให้เกิดการถกเถียงกันว่าขงเบ้งเก่งกว่าบังทอง
[แก้] จิวยี่
จิวยี่ผู้ที่ถ่มน้ำลายรดฟ้า จิวยี่เป็นเพื่อนสนิทกันกับซุนเซ็ก และได้รับใช้ซุนกวนจนมาปรึกษากับจูเก๋อขงเมิ่งหรือขงเบ้งในผาแดงหรือศึกเซ็กเพ็กหรือพันธมิตรซุนเล่าทำให้โจโฉแตกทัพเรือที่ศึกผาแดงได้ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ทำให้ง่อก๊กแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และจิวยี่คิดทำร้ายขงเบ้งแต่ถูกขงเบ้งซ่อนกลทำให้จิวยี่กระอักเลือดตายในที่สุด ก่อนตายจิวยี่ได้ตะโกนร้องออกมาว่า "ฟ้าส่งจิวยี่มาเกิดแล้ว ไฉนให้ขงเบ้งมาเกิดด้วยเล่า" โดยกล่าวเป็นภาษาจีนว่า เทียนกี้แซยี่ ฮ่อปิดแซเหลียง
[แก้] จูกัดกิ๋น
ถึงแม้ว่าจูกัดเหลียงและจูกัดกิ๋นจะเป็นพี่น้องกัน แต่ค่อนข้างเหินห่างกัน เพราะรับใช้นายคนละคนกัน โดยจูกัดเหลียงรับใช้เล่าปี่ จูกัดกิ๋นรับใช้ซุนกวน ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่ค่อยดีนัก จูกัดกิ๋นมักจะเป็นผู้ที่ซุนกวนส่งให้มาทวงเมืองเกงจิ๋วจากเล่าปี่หรือกวนอู โดยใช้ความเป็นพี่ของจูกัดเหลียงให้เป็นประโยชน์ แต่ก็อุบายของจูกัดเหลียงทำให้จูกัดกิ๋นกลับไปมือเปล่าทุกครั้ง
[แก้] บทบาทหน้าที่
ยามออกศึก จูกัดเหลียงจะบัญชาการการรบบนรถเลื่อน โดยมีหมวกและพัดขนนกเป็นของประจำตัว จูกัดเหลียงเป็นผู้รอบรู้สรรพวิชาอย่างถ่องแท้ มองจิตใจคนทะลุปรุโปร่ง ทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าได้แม่นยำ จึงสามารถล่วงรู้ได้ถึงสภาพดินฟ้าอากาศ สามารถเรียกลมได้ ผู้คนจึงกล่าวขานว่าเป็นผู้หยั่งรู้ดินฟ้า จูกัดเหลียงเป็นกำลังสำคัญของแคว้นจ๊กก๊ก ภายหลังการสิ้นของเล่าปี่ กวนอู เตียวหุย ผู้นำคนสำคัญ โดยจูกัดเหลียงมีฐานะเป็นสมุหนายก (ไจ่เซียง, เสิงเสี้ยงในสำเนียงจีนกลาง) ดูแลกิจการแทบทุกอย่างของจ๊กก๊ก จูกัดเหลียงประสบความสำเร็จจากการยกทัพไปปราบเบ้งเฮ็ก อานารยชนที่แดนใต้ แต่ไม่ประสบความสำเร็จเลยในการยกทัพบุกเหนือถึง 6 ครั้ง เพื่อพิชิตแคว้นวุยก๊ก บั้นปลายชีวิตจูกัดเหลียงเจ็บออดๆ แอดๆ อยู่เสมอ จูกัดเหลียงสิ้นอายุเมื่อได้ 54 ปี (จูกัดเหลียงฉบับการ์ตูนบอกว่าสิ้นอายุเมื่อตอน 52 ปี) บนรถม้ากลางสนามรบ ในหนังสือสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เขียนไว้ดังนี้
เรื่องการดูดาวประจำตัวนั้นจูกัดเหลียงรู้แต่สุมาอี้ก็รู้ สุมาอี้ต้องการยืนยันความรู้ของตนว่าจูกัดเหลียงใกล้ตายแล้วหรือไม่ด้วยการส่งทัพมาท้ารบ ถ้าทัพจูกัดเหลียงออกสู้ แสดงว่าจูกัดเหลียงยังไม่เป็นอะไรถ้าไม่สู้แสดงว่าจูกัดเหลียงแย่แล้วจะได้ตีซ้ำบดขยี้ทัพจูกัดเหลียงให้แหลกลาญ จูกัดเหลียงรู้ทันความคิดแม้รู้ว่าชีวิตจะสิ้นยังคงสติได้ดีสั่งให้ทหารออกปะทะขับไล่ทัพสุมาอี้ถอยไปตามเดิม
ถึงจูกัดเหลียงลาลับดับโลก แต่ยังได้ทำพิธีรักษาดวงดาวประจำตัวไม่ให้ร่วงหล่นจากฟากฟ้า เป็นการขู่สุมาอี้ มิให้ตามโจมตีเวลาถอยทัพ ซึ่งอุบายนี้สามารถรักษาชีวิตทหารของตนได้หลายหมื่น และยังทำให้อาณาจักร จ๊กก๊ก (ของเล่าปี่) ยืนยาวอยู่ได้อีกกว่ายี่สิบปี พระเจ้าเล่าเสี้ยนโศกเศร้าเสียพระทัยมาก ศพของจูกัดเหลียงถูกฝังอยู่ที่เชิงเขาเตงกุนสัน ปากทางเข้าเสฉวน
ภายหลังจากที่จูกัดเหลียงสิ้นชีวิตไปแล้ว 29 ปี เมื่อเตงงายแม่ทัพของวุยก๊กได้ยกทัพผ่านมาทางเขาเหยียดฟ้าปากทางเข้าเมืองเสฉวนอีกทาง ได้พบกับป้อมค่ายที่ร้างบนเขาซึ่งปราศจากทหารดูแลเมื่อจูกัดเหลียงสิ้นชีวิตไปแล้ว ซึ่งจูกัดเหลียงทำนายว่า ในอนาคตข้างหน้าจะมีแม่ทัพของวุยก๊กยกทัพผ่านทางนี้จึงให้เฝ้าระวังไว้ และเมื่อจงโฮยแม่ทัพวุยก๊กอีกคนที่ยกทัพผ่านมาทางเขาเตงกุนสัน นอนหลับไปฝันเห็นว่าจูกัดเหลียงมาเข้าฝันว่า เมื่อยกทัพเข้าเสฉวนได้แล้วขอให้ไว้ชีวิตราษฎร ซึ่งจูกัดเอี๋ยนที่เป็นแม่ทัพคนหนึ่งของจ๊กก๊กได้เข้าต่อต้านทัพวุยและก็เสียชีวิตพร้อมบุตรชายตัวเองในครั้งนี้ด้วย ปัจจุบันมีศาลเจ้าจูกัดเหลียงและเล่าปี่ กวนอู เตียวหุย และบรรดาขุนพลของจ๊กก๊กที่เมืองเฉินตู มณฑลเสฉวน ซึ่งได้รับการบูรณะในปีที่ 11 ของรัชสมัยจักรพรรดิคังซีของราชวงศ์ชิง
[แก้] ผลงาน
- กลเผาทุ่งพกบ๋อง ทำลายทัพของแฮหัวตุ้นที่มาโจมตี
- เบื้องหลังความสำเร็จของยุทธนาการศึกเซ็กเพ็ก ทำลายทัพกำลังพลเป็นล้านของโจโฉหมดสิ้น นำหุ่นฟางไปลวงระดมธนูมาจากฝ่ายโจโฉ ขึ้นแท่นเรียกลมอ่านโองการบัญชาฟ้าดิน วางกลซุ่มดักตีทัพโจโฉยามแตกพ่าย
- อุบายยึดเกงจิ๋วและหัวเมืองสำคัญทั้งหลายโดยใช้อุบายยืมกำลังจากง่อก๊กเข้าตีลวงแล้วจึงส่งกำลังเข้ายึดโดยไม่ต้องลงทุน
- แก้อุบายจิวยี่จนเล่าปี่ได้ซุนฮูหยินเป็นภรรยา
- อุบายลวงจิวยี่ มันสมองสำคัญของง่อก๊กจนกระอักเลือดตาย
- อุบายให้เตียวสงมอบแผนที่เสฉวน
- เคลื่อนทัพเข้ายืดแคว้นเสฉวนของเล่าเจี้ยงเพื่อสร้างสถานภาพสามก๊ก
- เจริญสัมพันธไมตรีกับง่อก๊กหลังจากพระเจ้าเล่าปี่สวรรคต ซึ่งก่อนหน้านี้เล่าปี่ได้เคลื่อนทัพหลวงบุกรุกง่อก๊กเพื่อแก้แค้นให้กับกวนอู ซึ่งในครั้งนั้น ทำให้พระเจ้าเล่าปี่สูญเสียแม่ทัพเตียวหุย และยังถูกลกซุนเผาทัพหลวงจนมอดใหม่หมดสิ้น
- สยบเบ้งเฮ็กทำให้ทางใต้สงบ โดยไม่ต้องกังวลกับการบุกทางเหนือฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่น
- ออกอุบายปล่อยข่าวลือทำให้พระเจ้าโจยอยปลดสุมาอี้ออกจากตำแหน่งทางการเมืองเพื่อไม่ให้ต่อกรกับจ๊กก๊กได้
- บุกกิสานครั้งที่หนึ่ง สามารถเคลื่อนทัพบุกยึดเทียนซุยและอันติ้งได้ด้วยอุบาย พร้อมทั้งได้ยอดทหารอย่างเกียงอุยมาเป็นขุนศึกคู่ใจด้วย
- ครานั้นพระเจ้าโจยอยส่งทัพใหญ่ให้แม่ทัพโจจิ๋นเป็นแม่ทัพ และให้อองลองขุนนางเฒ่าข้าเก่าในสมัยพระเจ้าฮั่นเลนเต้เป็นที่ปรึกษานำทัพออกสู้รบเพื่อป้องกันการบุกของทัพจ๊กซึ่งมีจูกัดเหลียงเป็นแม่ทัพใหญ่ ครานั้นอองลองออกยืนหน้าทัพของฝ่ายตนหวังจะพูดจาเกลี้ยกล่อมโน้มน้าวให้จูกัดเหลียงละอายใจและได้สำนึก จะได้ถอยทัพกลับไปโดยไม่ต้องรบ กลับถูกจูกัดเหลียงซึ่งนั่งอยู่บนรถเลื่อนพูดด่าประจานให้ได้อายฟ้าอายดินจนอองลองตกม้าตายอยู่ตรงหน้าทัพ ทหารเสียขวัญแตกพ่ายไม่เป็นขบวน เป็นการแสดงออกถึงอัจฉริยภาพด้านวาทศิลป์ไม่แพ้โซ้จิ๋น และเตียวยี่ในอดีต
- ในยามคับขันครั้งหนึ่ง หลังจากเสียเกเต๋ง จูกัดเหลียงต้องถอยทัพใหญ่กลับเซงโต๋ (เฉิงตู) แต่ต้องขนถ่ายเสบียงกลับจากเมืองเล็กๆที่เสเสีย ภายในเมืองเสเสียมีแต่เสบียงกับทหารเพียงแค่สองพันห้าร้อยคน ในขณะที่กองทัพสุมาอี้มีกองทัพเรือนแสนยกมาประชิดกำแพงเมือง จูกัดเหลียงทำกลลวง เปิดประตูเมือง ลดธงทิวลง และขึ้นเล่นพินจีนบนกำแพงเมือง ลวงทัพสุมาอี้ ทำให้สุมาอี้ลังเลที่จะยกทัพบุกเข้าในเมืองเพราะกลัวจูกัดเหลียงซุ่มทัพโจมตี ครั้งนี้เป็นการแสดงอัจฉริยภาพของจูกัดเหลียงในการแก้ปัญหายามคับขันถึงชีวิตได้อย่างยอดเยี่ยมถึงแม้จะมีความเสี่ยงมากก็ตาม
- ในการบุกกิสานครั้งที่สาม ใช้เนินไม้แปลกสร้างกองทัพผีทำกลลวงทัพสุมาอี้จนแม้แต่ยอดขุนพลเตียวคับยังไม่กล้าบุก จนสามารถตีได้ค่ายใหญ่ของสุมาอี้ เปิดทางเข้าสู่กิสานได้เต็มตัว
- สร้างโคยนต์ม้ากลขึ้นใช้ลำเลียงเสบียงซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของการบุกกิสานในการบุกกิสานครั้งที่ 5
- ลวงทัพสุมาอี้ให้ออกรบ โดยซุ่มกำลังไว้ที่ช่องเขาระหว่างทาง ทำการเผาทัพสุมาอี้ในการบุกกิสานครั้งที่ 6 ในครั้งนี้สุมาอี้ สุมาสู และสุมาเจียว บุตรทั้งสองของสุมาอี้ เกือบต้องมาสิ้นชีวิตที่ช่องเขานี้ แต่คงเป็นบุญญาพินิหารของตระกูลสุมาที่จะต้องให้กำเนิดพระมหากษัตริย์ที่สามารถรวบรวมสามก๊กให้เป็นหนึ่งได้ ทำให้ฝนตกลงมาสามพ่อลูกตระกูลสุมาจึงหนีรอดไปได้
- ก่อนจูกัดเหลียงสิ้นชีวิตในการบุกกิสานครั้งที่ 6 นี้เองได้วางกลลวงสุมาอี้เพื่อทำให้กองทัพเคลื่อนกลับเซงโต๋ได้อย่างปลอดภัยโดยให้นำหุ่นไม้ของจูกัดเหลียงขึ้นนั่งบนรถประจำตัวโดยในจุดนี้ บางฉบับกล่าวว่าจูกัดเหลียงให้นำเอาศพของตนเองขึ้นนั่งบนรถ แล้วให้เกียงอุยเป็นทัพหลัง เมื่อเห็นทัพสุมาอี้เคลื่อนใกล้วเข้ามาตามตีก็ให้เข็นรถออกไปให้สุมาอี้เห็นทำให้สุมาอี้ที่เคยโดนกลลวงจนเกือบโดนเผาตายไม่กล้ายกทัพตามตีต่อเพราะคิดว่าจูกัดเหลียงยังมีชีวิตอยู่และเกรงกลัวจะต้องกลของจูกัดเหลียง และยังให้เตียวหงีกับม้าต้ายทำกลลวงกบฏอุยเอี๋ยนจนสามารถสังหารอุยเอี๋ยนได้ระหว่างทางกลับเซงโต๋นั่นเอง
[แก้] รายชื่อบุคคลที่ถูกสังหารโดยจูกัดเหลียง
- เตียวหยิม ขุนพลของเล่าเจี้ยง
- ม้าเจ็ก ที่ปรึกษาของฝ่ายตนเอง เนื่องจากม้าเจ๊กไม่สามารถรักษาด่านเกเต๋งไว้ได้ จูกัดเหลียงจึงสั่งให้นำตัวไปประหาร (ด้วยน้ำตา)
- อองลอง ขุนนางวุยก๊ก จูกัดเหลียงใช้วาจาด่าอองลองจนตกม้าตาย
- ตันเซ็ก ขุนพลฝ่ายตนเอง เนื่องจากไม่ฟังคำสั่ง จนเกือบเสียทีแล้วยังป้ายความผิดให้กับอุยเอี๋ยนอีก จูกัดเหลียงจึงให้นำตัวไปสั่งประหาร
- แต้บุ้น ขุนพลวุยก๊กที่แสร้งทำเป็นสวามิภักดิ์ แต่จูกัดเหลียงจับได้
[แก้] สิ่งประดิษฐ์ของจูกัดเหลียง
จูกัดเหลียงนอกจากจะเป็นยอดนักวางแผนแล้วยังเป็นยอดนักประดิษฐ์อีกด้วย สิ่งประดิษฐ์ส่วนใหญ่ของจูกัดเหลียงใช้เพื่อการสงคราม มีดังต่อไปนี้
- หน้าไม้กล สิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ถูกใช้หลังจากจูกัดเหลียงตายไปแล้ว จูกัดเหลียงเพียงออกแบบเท่านั้น และนำแบบร่างให้เกียงอุยไปจัดการทำ กล่าวกันว่าหน้าไม้นี้สามารถยิงได้ครั้งละ 10 ดอก
- โคยนต์ จูกัดเหลียงประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ในการขนส่งเสบียง
- โคมลอย ใช้สำหรับบอกตำแหน่งทางการทหาร เรียกกันทั่วไปว่า โคมจูกัดเหลียง (Kongming lantern : 孔明灯)
- ซาลาเปา หลังเสร็จศึกเบ้งเฮกแล้ว กองทัพจ๊กก๊กไม่สามารถข้ามแม่น้ำได้เนื่องวิญญาณทหารทั้งหลายที่ตายในสนามรบไม่ได้รับการปลดปล่อย จูกัดเหลียงจึงต้องทำพิธีบวงทรวงเซ่นไหว้ดวงวิญญาณด้วยการทำซาลาเปาแทนศีรษะเหล่าทหาร และเชิญดวงวิญญาณกลับ
[แก้] นักแสดงที่รับบทจูกัดเหลียงในละครและภาพยนตร์
- เจิ้งเส้าชิว รับบทจูกัดเหลียงใน ขงเบ้ง ปี 1985
- ถังกั๊วะเฉียง รับบทจูกัดเหลียงในสามก๊กฉบับละครโทรทัศน์
- ทาเคชิ คาเนชิโร่ รับบทจูกัดเหลียงในภาพยนตร์เรือง สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ
- ลู่อี้ รับบทจูกัดเหลียงใน สามก๊ก (ละครโทรทัศน์ชุดใหม่)เป็นละครที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2553
[แก้] อ้างอิง
[แก้] อ้างอิง
- Chen Shou (c. 280). Sanguo Zhi (History of the Three Kingdoms). Reprint, 1959. Beijing: Zhonghua shuju..
- Guanzhong, Luo (1976) [c. 1330]. Romance of the Three Kingdoms. Trans. Moss Roberts. New York: Pantheon Books. ISBN 0394407229. OCLC 2331218.
- Off, Greg (2005). Dynasty Warriors 5: Prima Official Game Guide. Roseville: Prima Games. ISBN 0761551417. OCLC 62162042. http://books.google.com/books?id=zMrwAAAACAAJ&dq=dynasty+warriors+5&hl=es.
[แก้] ฉบับภาษาจีน
- Dawei, Zhu; Mancang, Liang (2007). 诸葛亮大传 (Zhuge Liang da zhuan). Beijing Shi: Zhonghua shu ju. ISBN 9787101056389. OCLC 173263137.
[แก้] ดูเพิ่ม
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- มองจูกัดเหลียง มุมความเก่งและความดี, จันทร์เพ็ญ จันทนา
- Zhuge Liang's Art Of War
- Sanguo Zhi Biography
- Sanguo Yanyi Biography
- Chronology of his life
- เจาะลึกชีวิต จูกัดเหลียง ขงเบ้ง
|
|||||||||||||||||