พินอิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พินอิน หรือ ฮั่นยฺหวี่พินอิน (จีนตัวย่อ: 汉语拼音; จีนตัวเต็ม: 漢語拼音; พินอิน: Hànyǔ Pīnyīn; จู้อิน : ㄏㄢˋ ㄩˇ ㄆㄧㄣ ㄧㄣ แปลว่า สะกดเสียงภาษาจีน) คือระบบในการถอดเสียงภาษาจีนมาตรฐาน ด้วยตัวอักษรโรมัน ความหมายของพินอินคือ "การรวมเสียงเข้าด้วยกัน" (โดยนัยก็คือ การเขียนแบบสัทศาสตร์ การสะกด การถอดเสียง หรือการทับศัพท์)

พินอินเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2501 และเริ่มใช้กันในปี พ.ศ. 2522 โดย รัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยใช้แทนที่ระบบการถอดเสียงแบบเก่า เช่น ระบบเวดและไจลส์ และระบบจู้อิน นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบระบบอื่น ๆ สำหรับนำไปใช้กับภาษาพูดของจีนในถิ่นต่าง ๆ และภาษาของชนกลุ่มน้อยที่ไม่ใช้ภาษาฮั่น ในสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย

นับแต่นั้นมา พินอินก็เป็นที่ยอมรับจากสถาบันนานาชาติหลายแห่ง รวมทั้งรัฐบาลสิงคโปร์ หอสมุดรัฐสภาอเมริกัน และสมาคมหอสมุดอเมริกัน โดยถือว่าเป็นระบบการถอดเสียงที่เหมาะสมสำหรับภาษาจีนกลาง ครั้นปี พ.ศ. 2522 องค์การมาตรฐานนานาชาติ (ISO) ก็ได้รับเอาพินอินเป็นระบบมาตรฐาน (ISO 7098) ในการถ่ายทอดเสียงภาษาจีนปัจจุบันด้วยอักษรโรมัน (the standard romanization for modern Chinese)

สิ่งสำคัญที่ต้องระลึกไว้ก็คือ พินอินนั้น เป็นการทับศัพท์ด้วยอักษรโรมัน (Romanization) มิใช่การถอดเสียงแบบภาษาอังกฤษ (Anglicization) นั่นคือ การกำหนดให้ใช้ตัวอักษรตัวหนึ่ง สำหรับแทนเสียงหนึ่ง ๆ ในภาษาจีนไว้อย่างตายตัว เช่น b และ d ในระบบพินอิน เป็นเสียง "ป" และ "ต" ตามลำดับ ซึ่งแตกต่างจากระบบการออกเสียงส่วนใหญ่ ไม่ว่าอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือภาษาอื่นในยุโรป ขณะที่อักษร j หรือ q นั้นมีเสียงไม่ตรงกับในภาษาอังกฤษเลย กล่าวสั้น ๆ ก็คือ พินอินมุ่งที่จะใช้อักษรโรมัน เพื่อแทนเสียงใดเสียงหนึ่งโดยเฉพาะ เพื่อความสะดวกในการเขียน มิได้ยืมเสียงจากระบบของอักษรโรมันมาใช้ การใช้ระบบนี้นอกจากทำให้ชาวต่างชาติเขียนอ่านภาษาจีนได้สะดวกแล้ว ยังสามารถใช้กับคอมพิวเตอร์ได้สะดวกอย่างยิ่งด้วย

ต่อไปนี้เป็นการถอดเสียงภาษาจีน (ที่เขียนด้วยอักษรโรมันในระบบพินอิน) ด้วยอักษรไทย โปรดสังเกตว่า บางหน่วยเสียงในภาษาจีนไม่มีหน่วยเสียงที่ตรงกันในภาษาไทย จึงต้องอนุโลมใช้อักษรที่ใกล้เคียง ในที่นี้จึงมีอักษรไทยบางตัว ที่ต้องใช้แทนหน่วยเสียงในภาษาจีนมากกว่าหนึ่งหน่วยเสียง ทั้งนี้เพื่อเป็น "เกณฑ์อย่างคร่าว ๆ" สำหรับการเขียนคำทับศัพท์ภาษาจีน

ต้นพยางค์ (เสียงพยัญชนะต้น)[แก้]

อักษรพินอินจะปรากฏเป็นตัวหนา และมีอักษรจู้อินกำกับ อักษรไทยที่กำกับไว้หมายถึงเสียงพยัญชนะไทยที่ใกล้เคียง มิใช่การทับศัพท์

ริมฝีปาก ริมฝีปากกับฟัน ปุ่มเหงือก ปลายลิ้นม้วน ปุ่มเหงือกกับ
เพดานแข็ง
เพดานแข็ง เพดานอ่อน
เสียงกัก b
[p] (ปㄅ)
p
[pʰ] (พㄆ)
d
[t] (ตㄉ)
t
[tʰ] (ทㄊ)
g
[k] (กㄍ)
k
[kʰ] (คㄎ)
เสียงนาสิก m
[m] (มㄇ)
n
[n] (นㄋ)
เสียงข้างลิ้น l
[l] (ลㄌ)
r¹
[ɻ~ʐ] (ร(ล) ม้วนลิ้น ㄖ)
เสียงกึ่งเสียดแทรก z
[ts] (ตซ คล้าย จ ㄗ)
c
[tsʰ] (ทซ คล้าย ช ㄘ)
zh
[ʈʂ] (ตซ(จ) ม้วนลิ้น ㄓ)
ch
[ʈʂʰ] (ทซ(ช) ม้วนลิ้น ㄔ)
j
[tɕ] (จㄐ)
q
[tɕʰ] (ชㄑ)
เสียงเสียดแทรก   f
[f] (ฟㄈ)
s
[s] (ซㄙ)
sh
[ʂ] (ซ ม้วนลิ้น ㄕ)
x
[ɕ] (ทร คล้าย ซฺ ㄒ)
h
[x] (คฺฮ คล้าย ฮ ㄏ)
เสียงกึ่งสระ         y²
[j]/[ɥ]³ (ยㄧ/ㄩ)
w²
[w] (วㄨ)
¹ /ɻ/ อาจออกเสียงคล้ายกับ /ʐ/ (เสียงเสียดแทรก ปลายลิ้นม้วน ก้อง) ซึ่งเปลี่ยนแปรไปตามผู้พูด แต่ก็ถือว่าเป็นหน่วยเสียงเดียวกัน
² อักษร y และ w นั้นไม่ได้บรรจุอยู่ในตารางเสียงพยัญชนะของระบบพินอินอย่างเป็นทางการ แต่ใช้สำหรับแทนที่อักษรสระ i, u, ü เมื่อไม่มีเสียงพยัญชนะต้น ซึ่งจะเปลี่ยนรูปเป็น yi, wu, yu ตามลำดับ
³ อักษร y จะออกเสียงเป็น [ɥ] เมื่อตามด้วย u (ซึ่งลดรูปมาจาก ü)

การเรียงลำดับเสียงพินอิน (ไม่รวม w และ y) ได้รับการสืบทอดมาจากระบบจู้อิน (注音; Zhùyīn) นั่นคือ

b p m f d t n l g k h j q x zh ch sh r z c s

หรือ ที่เราท่องกันว่า... โป โพ โม โฟ เตอ เทอ เนอ เลอ เกอ เคอ เฮอ จี ชี ทรี จืยฺ ชืยฺ ซืยฺ รืยฺ ตซือ(จือ) ทซือ(ชือ) ซือ

อย่างไรก็ตามในพจนานุกรมสมัยใหม่ ได้เรียงพินอินแบบ a-z เหมือนอักษรโรมันเพื่อให้การค้นหาสะดวกยิ่งขึ้น

ท้ายพยางค์ (เสียงสระและเสียงพยัญชนะสะกด)[แก้]

อักษรพินอินจะปรากฏเป็นตัวหนา และปรากฏเป็นสองรูปแบบได้แก่ รูปแบบที่ไม่มีเสียงพยัญชนะต้น และรูปแบบที่มีเสียงพยัญชนะต้นซึ่งจะมีขีดนำหน้า

ตัวท้าย ตัวกลาง
แกน ตัวจบ Ø /i/ /u/ /y/
Ø -i¹
[ɨ]
(อือ)
yi, -i
[i]
(อี)
wu, -u
[u]
(อู)
yu, -ü²
[y]
(อวี)
/a/ Ø a, -a
[ɑ]
(อา)
ya, -ia
[i̯ɑ]
(ยา, เอีย)
wa, -ua
[u̯ɑ]
(วา, อัว/อวา)
/i/ ai, -ai
[aɪ̯]
(ไอ/อาย)
wai, -uai
[u̯aɪ̯]
(ไว/วาย, อวาย)
/u/ ao, -ao
[ɑʊ̯]
(เอา/อาว)
yao, -iao
[i̯ɑʊ̯]
(เยา/ยาว, เอียว)
/n/ an, -an
[an]
(อัน/อาน)
yan, -ian
[i̯ɛn]
(เยียน, เอียน)
wan, -uan
[u̯an]
(วัน/วาน, อวน/อวาน)
yuan, -üan²
[y̯ɛn]
(ยวืออัน, อวืออัน)
/ŋ/ ang, -ang
[ɑŋ]
(อัง/อาง)
yang, -iang
[i̯ɑŋ]
(เยียง/ยาง, เอียง)
wang, -uang
[u̯ɑŋ]
(วัง/วาง, อวง/อวาง)
/ə/ Ø e, -e
[ɤ]
(เออ)
ye, -ie
[i̯ɛ]
(เย, อีเย)
wo, -uo/-o³
[u̯ɔ]
(วอ, อฺวอ)
yue, -üe²
[y̯œ]
(เยฺว, เอฺว)
/i/ ei, -ei
[eɪ̯]
(เอย์)
wei, -ui
[u̯eɪ̯]
(เวย์, เอฺวย์)
/u/ ou, -ou
[ɤʊ̯]
(โอว)
you, -iu
[i̯ɤʊ̯]
(โยว, โอฺยว)
/n/ en, -en
[ən]
(เอิน)
yin, -in
[in]
(อิน)
wen, -un
[u̯ən]
(เวิน, เอฺวิน)
yun, -ün²
[yn]
(ยฺวืน, อฺวืน)
/ŋ/ eng, -eng
[əŋ]
(เอิง)
ying, -ing
[iŋ]
(อิง)
weng, -ong
[u̯əŋ], [ʊŋ]⁴
(เวิง, อุง)
yong, -iong
[y̯ʊŋ]
(ยฺวืง, อฺวืง)
¹ -i อักษรนี้ใช้ผสมกับ zh ch sh r z c s เท่านั้น
² ü จะเขียนเป็น u เมื่อตามหลัง j q x y
³ uo จะเขียนเป็น o เมื่อตามหลัง b p m f
⁴ -ong จะออกเสียงเป็น [ʊŋ] ในทางปฏิบัติเมื่อมีเสียงพยัญชนะต้น

เสียง /ər/ (เออร์ เช่น 而, 二, ฯลฯ) ซึ่งไม่ปรากฏในตาราง จะเขียนเป็น er ซึ่งเป็นเสียงสระตัวเดียวที่ไม่มีเสียงพยัญชนะต้น สำหรับรูปต่อท้าย -r (ร์) ระบบพินอินไม่ได้กำหนดไว้เป็นพิเศษ จึงสามารถนำไปต่อท้ายสระของพยางค์ก่อนหน้าโดยไม่ทำให้เสียงของพยางค์นั้นเปลี่ยนไป นอกจากนี้ก็ยังมี ê [ɛ] (เอ เช่น 欸, 誒) และเสียงกึ่งพยางค์เช่น m (อืม เช่น 呒, 呣), n (อืน เช่น 嗯, 唔), ng (อืง เช่น 嗯, 𠮾) ใช้เป็นคำอุทาน

อะพอสทรอฟี (') จะใช้เพื่อเป็นการแบ่งพยางค์ เมื่อการเขียนติดกันอาจก่อให้เกิดความกำกวม โดยเฉพาะเมื่อเขียนโดยไม่ใส่วรรณยุกต์ เช่นระหว่าง pi'ao (皮袄/皮襖) กับ piao (票) และระหว่าง Xi'an (西安) กับ xian (先)

การถอดเสียงวรรณยุกต์[แก้]

เสียงวรรณยุกต์

ระบบพินอินมีเครื่องหมายแทนเสียงวรรณยุกต์ 4 เครื่องหมายด้วยกัน ดังนี้

1. วรรณยุกต์เสียงที่หนึ่ง แทนด้วยขีดระนาบสั้น ๆ (ˉ) เทียบเท่าเสียง สามัญหรือตรี ในภาษาไทย:

ā ē ī ō ū ǖ

2. วรรณยุกต์เสียงที่สอง แทนด้วยขีดสั้น ๆ เอียงขวา (ˊ) เทียบเท่าเสียง จัตวา ในภาษาไทย:

á é í ó ú ǘ

3. วรรณยุกต์เสียงที่สาม แทนด้วยขีดรูปลิ่ม (ˇ) คล้ายเสียง เอก ในภาษาไทย (แต่ไม่ใช่เสียง"เอก") :

ǎ ě ǐ ǒ ǔ ǚ

4. วรรณยุกต์เสียงที่สี่ แทนด้วยขีดสั้น ๆ เอียงซ้าย (ˋ) เทียบเท่าเสียง โท ในภาษาไทย:

à è ì ò ù ǜ

5. วรรณยุกต์เสียงที่ห้า ไม่มีเครื่องหมาย:

a e i o u ü (แต่บางครั้งเขียนจุดหน้าพยางค์นั้น ๆ เช่น ·yo เยาะ)

ในการใช้เครื่องพิมพ์ดีดหรือคอมพิวเตอร์ อาจใช้ตัวเลขแทนเครื่องหมายวรรณยุกต์ได้ (1 2 3 4 5 ตามลำดับ)

การใส่วรรณยุกต์[แก้]

โดยดูที่สระ a o e i u ü ตัวอย่างสระ ie ให้ใส่ที่ e เพราะ e มาก่อน (e i) ยกเว้นถ้า iu ใส่ที่ u

ตัวอย่าง
อักษรจีน พินอิน อักษรไทย ความหมาย
มา หรือ ม้า แม่
หมา ป่าน
หม่า ม้า
ม่า ดุด่า
ma มะ หรือ, ไหม

อ้างอิง[แก้]

  • Yin Binyong 尹斌庸 and Mary Felley (1990). Chinese Romanization. Pronunciation and Orthography (Hanyu pinyin he zhengcifa 汉语拼音和正词法). Beijing: Sinolingua. ISBN 7-80052-148-6 / ISBN 0-8351-1930-0.

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]