อัครมหาเสนาบดี (ประเทศจีน)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

อัครมหาเสนาบดี (จีน: 丞相; พินอิน: chéngxiàng) เป็นชื่อตำแหน่งข้าราชการประจำชั้นสูงสุดในประเทศจีนสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ อาจมีอายุย้อนหลังไปถึงสมัยราชวงศ์ฉินที่เริ่มกำหนดตำแหน่ง "นายกแห่งข้าราชการพลเรือนทั้งปวง" (head of all civil service officials)[1] อำนาจหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งนี้แตกต่างกันไปในแต่ละสมัย

ศัพทมูล[แก้]

ชื่อตำแหน่งนี้ ในภาษาไทยแปลไว้ต่าง ๆ กัน เช่น ในเรื่อง สามก๊ก เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ใช้ว่า "เจ้าพระยามหาอุปราช" และเรียกสั้น ๆ ว่า "มหาอุปราช" กรมพระยาดำรงราชานุภาพว่า เจ้าพระยาพระคลัง (หน) คงหยิบยกเอาชื่อบรรดาศักดิ์จากพระอัยการตำแหน่งนาพลเรือนมาใช้[2] ส่วนละครชุดจีนแปลอย่างอื่นก็มี เช่น สมุหนายก อำมาตย์ เสนาบดี มหาอำมาตย์

ในภาษาอังกฤษเองก็ใช้หลายคำต่างกันและยังไม่ลงรอย เช่น Chancellor, Prime Minister, Premier, Chief Councillor

ประวัติ[แก้]

ในยุคชุนชิว เมื่อ 685 ปีก่อนคริสต์ศักราช ข้าราชการรัฐฉีชื่อ "กวั่น จ้ง" (จีน: 管仲; พินอิน: Guǎn Zhòng) ได้รับแต่งตั้งเป็นอัครมหาเสนาบดีคนแรกในประเทศจีน[3] ต่อมาในยุคจั้นกว๋อ รัฐฉินเรียกชื่อตำแหน่งดังกล่าวอย่างเป็นทางการว่า "นายกแห่งข้าราชการพลเรือนทั้งปวง" ยุคนั้นบางคราวมีอัครมหาเสนาบดีสองคน คนหนึ่งเรียก "อัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย" (Chancellor of the Left) หรือ "เอกอัครมหาเสนาบดี" (Senior Chancellor) อีกคนเรียก "อัครมหาเสนาบดีฝ่ายขวา" (Chancellor of the Right) หรือ "อุปอัครมหาเสนาบดี" (Junior Chancellor)

ยุคจั้นกว๋อสิ้นสุดลงเมื่อฉินชื่อหวงผนึกแว่นแคว้นและสถาปนาราชวงศ์ฉิน อัครมหาเสนาบดี ราชเลขาธิการ (Imperial Secretary) กับผู้บัญชาการทหารสูงสุด (Grand Commandant) สามตำแหน่งนี้สำคัญที่สุดในการบริหารประเทศ รวมกันเรียกว่า "สามมูลนาย" (จีน: 三公; พินอิน: sān gōng; Three Excellencies)[4]

ดูเพิ่ม[แก้]

เชิงอรรถ[แก้]

  1. Li (2007), 74-75.
  2. สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) , สำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคาร, พ.ศ. 2544.
  3. Guan Zhong Memorial Opened in Linzi, Xinhuanet September 19, 2004. (จีน)
  4. Li (2007), 75.

อ้างอิง[แก้]

  • Li, Konghuai (2007). History of Administrative Systems in Ancient China (ใน Chinese). Joint Publishing (H.K.) Co., Ltd. ISBN 978-962-04-2654-4. 
  • Wang, Yü-Ch'üan (June 1949). "An Outline of The Central Government of The Former Han Dynasty". Harvard Journal of Asiatic Studies 12 (1/2): 134–187. doi:10.2307/2718206.