สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ
Red Cliff

ใบปิดภาพยนตร์ สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ ในประเทศไทย
กำกับโดย จอห์น วู
อำนวยการสร้างโดย จอห์น วู
เทอเรนซ์ ชาง
หาน ซานปิง
เขียนโดย จอห์น วู
ฉานคาน
โค่วเฉิง
เซิงเหอหยี
นำแสดงโดย เหลียงเฉาเหว่ย
ทาเคชิ คาเนชิโร่
หลินจื้อหลิง
จางเฟิงอี้
ฉางเฉิน
เจ้าเหว่ย
ฮูจุน
ชิโด นากามูระ
เพลงประกอบ
ภาพยนตร์โดย
ทาโร่ อิวาชิโร่
กำกับภาพโดย หลี่หยู
จางลิ
ตัดต่อโดย แองจี้ แลม
หยางฮองหยี
โรเบิร์ต อา. เฟอร์เร็ตตี้ (ภาค 1)
เดวิด หวู (ภาค 2)
ค่าย เป่ย์จิงฟิล์มสตูดิโอ
ไชน่าฟิล์มกรุ๊ป
ไลอ้อน ร็อก โปรดักชั่น
จัดจำหน่ายโดย ซัมมิท เอ็นเตอร์เทนเมนต์
สหมงคลฟิล์ม (ไทย)
เอเว๊กซ์กรุ๊ป (ญี่ปุ่น)
ไชน่าฟิล์มกรุ๊ป (จีน)
โชว์บ๊อกซ์ (เกาหลีใต้)
ทเวนตีธ์เซนจูรีฟอกซ์ (ไต้หวัน)
ฉาย 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 (ภาค 1)
22 มกราคม พ.ศ. 2552 (ภาค 2)
ความยาว 280 นาที (รวม)
140 นาที (ภาค 1)
140 นาที (ภาค 2)
ประเทศ Flag of the People's Republic of China.svg จีน
ภาษา จีนกลาง
รายได้ 248.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[1][2][3][4]
ข้อมูลจาก All Movie Guide
ข้อมูลจาก IMDb
ใบปิดภาค 2

สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ (จีน: 赤壁; พินอิน: Chìbì; อังกฤษ: Red Cliff หรือ The Battle of Red Cliff ในสิงคโปร์) เป็นภาพยนตร์จีนอิงประวัติศาสตร์ขนาดยาว ออกฉายพร้อมกันทั่วทวีปเอเชียในวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 เพื่อต้อนรับมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2008 ที่จีนเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน สร้างจากวรรณคดีชิ้นเอกของจีนเรื่อง สามก๊ก ในตอน โจโฉ แตกทัพเรือ หรือ ศึกผาแดง อำนวยการสร้างและกำกับโดย จอห์น วู โดยภาพยนตร์เริ่มเปิดการถ่ายทำขึ้นเมื่อปลายเดือนมีนาคม ค.ศ. 2007 [5] ด้วยทุนสร้างกว่า 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้ทุนสร้างมากที่สุดในประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์เอเชีย โดยแบ่งออกเป็น 2 ภาคใหญ่ ๆ ด้วยกันเฉพาะในเอเชีย (ในภาค 2 ฉาย 22 มกราคม พ.ศ. 2552) ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ส่วนประเทศอื่น ๆ จะฉายในตอนเดียวจบในระยะเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง

เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

ภาค 1[แก้]

ในฤดูร้อน ปี ค.ศ. 208 ยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก โจโฉสมุหนายกผู้พิชิตภาคเหนือและเมืองหลวง อ้างโองการของพระเจ้าเหี้ยนเต้ยกพลกว่า 800,000 และกองเรือกว่า 2,000 ลำ ลงสู่ภาคใต้ เพื่อปราบขุนศึกซุนกวนและเล่าปี่ เพื่อหวังยึดครองดินแดนของขุนศึกทั้งสอง โจโฉไดนำพลพิชิตเล่าปี่ได้อย่างง่ายดาย ทำให้เล่าปี่ต้องอพยพราษฎรออกจากเมืองซินเอี๋ย โจโฉได้นำทัพบุกโจมตีขบวนอพยพของเล่าปี่ แต่กวนอูและเตียวหุย น้องร่วมสาบานของเล่าปี่ได้นำทัพมาป้องกันระวังหลังไว้ได้ ส่วนจูล่ง ขุนพลอีกคนของเล่าปี่ได้ขี่ม้าไปช่วยเหลือครอบครัวของเล่าปี่ที่ตกอยู่ในวงล้อมของโจโฉ ถึงแม้จะช่วยภรรยาทั้งสองของเล่าปี่ไม่ได้ แต่จูล่งก็ช่วยทารกบุตรชายของเล่าปี่กลับมาหาเล่าปี่ได้สำเร็จ

หลังจากพ่ายศึก เล่าปี่ได้ส่งขงเบ้งไปเจรจาขอเป็นพันธมิตรกับซุนกวนแห่งง่อก๊ก เพื่อร่วมมือกันต่อต้านโจโฉ แต่ซุนกวนยังสองจิตสองใจว่าจะร่วมสู้หรือสวามิภักดิ์ต่อโจโฉ เนื่องด้วยคณะที่ปรึกษานำโดยเตียวเจียวได้เสนอให้ยอมสวามิภักดิ์ต่อโจโฉ ขณะที่คณะขุนศึกนำโดยเทียเภาได้เสนอให้ร่วมมือกับเล่าปี่สู้โจโฉ แต่ด้วยความเห็นของขงเบ้ง และกุศโลบายการโน้มน้าวอย่างแยบคายของจิวยี่แม่ทัพใหญ่แห่งง่อก๊ก ซุนกวนจึงตัดสินใจประกาศสงครามกับโจโฉ โดยแต่งตั้งให้จิวยี่เป็นแม่ทัพในการสงคราม ขณะเดียวกัน ชัวมอและเตียวอุ๋นแห่งเกงจิ๋วได้มาสวามิภักดิ์ต่อโจโฉ โจโฉตั้งให้ทั้งสองคนเป็นแม่ทัพเรือ

หลังจากนั้นไม่นาน กองทัพโจโฉนำโดยแฮหัวเอี๋ยนได้นำกองทัพม้าไปโจมตีกองทัพพันธมิตรของเล่าปี่และซุนกวน แต่ก็ถูกกลศึกโดยปิดล้อมในกระบวนทัพที่ฝ่ายพันธมิตรได้วางแผนเอาไว้แล้วร่วมกัน แฮหัวเอี๋ยนพ่ายศึก แต่จิวยี่ได้ให้ปล่อยตัวแฮหัวเอี๋ยนกลับทัพโจโฉไป ฝ่ายโจโฉก็นำทัพเรือไปตั้งไว้ที่ริมฝั่งตรงข้ามกับผาแดงอันเป็นทื่ตั้งค่ายของจิวยี่ รอเวลาเปิดศึกต่อไป

ภาค 2[แก้]

ซุนซ่างเซียง น้องสาวของซุนกวน ได้ลอบเข้าไปสอดแนมในกองทัพของโจโฉ ขณะนั้นได้เกิดโรคระบาดในกองทัพของโจโฉ โจโฉได้วางแผนส่งศพทหารไปยังง่อก๊ก เพื่อให้การเกิดระบาดในกองทัพพันธมิตร แต่จิวยี่และขงเบ้งได้ควบคุมโรคระบาดได้ทันกาล แต่จากการเกิดโรคระบาด ทำให้เล่าปี่กลับถอนตัวจากกองทัพ ส่วนขงเบ้งยังอยู่ในง่อก๊กต่อไป ฝ่ายกองทัพของโจโฉ ชัวมอและเตียวอุ๋นได้เสนอการโยงเรือติดกันเพื่อแก้ปัญหาการเมาเรือของทหารโจโฉที่ไม่คุ้นชินการรบทางน้ำ

ต่อมา จิวยี่และขงเบ้งได้ร่วมกันวางแผนอันแยบคายในการบั่นทอนกำลังของกองทัพโจโฉ โดยขงเบ้งได้นำกองเรือที่บรรทุกหุ่นฟางมาเต็มลำ ไปหลอกให้ฝ่ายโจโฉยิงเกาทัณฑ์ใส่ขณะที่หมอกลงจัด ได้เกาทัณฑ์มาถึงแสนกว่าดอก ฝ่ายจิวยี่ เมื่อโจโฉส่งเจียวก้านมาเพื่อมกลี้ยกล่อมจิวยี่ จิวยี่ได้แสร้งให้เจียวก้านลักจดหมายสวามิภักดิ์ของชัวมอและเตียวอุ๋นที่จิวยี่ปลอมแปลงขึ้น เมื่อโจโฉได้อ่านจดหมายนั้น ประกอบกับการที่ชัวมอและเตียวอุ๋นได้ยิงเกาทัณฑ์แสนดอกให้ฝ่ายง่อก๊ก ทำให้โจโฉสั่งประหารชัวมอและเตียวอุ๋น

ซุนซ่างเซียงได้เดินทางกลับจากการสอดแนมแล้วนำแผนที่ค่ายโจโฉนำมาเสนอ จิวยี่และขงเบ้งวางแผนที่จะเผากองทัพเรือของโจโฉ ฝ่ายเสียวเกี้ยว ภรรยาของจิวยี่ได้เดินทางไปหาโจโฉเพื่อถ่วงเวลาโจโฉ เพื่อให้แผนการของจิวยี่สมฤทธิ์ผล สงครามได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อลมตะวันออกเฉียงใต้ได้พัดมา อันเป็นประโยชน์ต่อกองทัพง่อก๊กในการเผาทัพของโจโฉ จิวยี่ได้ส่งเรือไฟไปเผาทัพเรือที่โยงติดกันของโจโฉจนวอดวายสิ้น ขณะเดียวกัน เล่าปี่ได้กลับร่วมในการโจมตีโจโฉอีกแรง(แท้จริงแล้วเป็นกลลวงซ้อนระหว่างจิวยี่,ซุนกวนและเล่าปี่ เพื่อสร้างสถานการณ์ให้โจโฉเกิดความชะล่าใจว่าแผนแผร่โรคระบาดของตนเองสำเร็จ) โจโฉได้ถอยกลับมาที่ค่าย กองทัพพันธมิตรได้นำทัพไปตีค่ายของโจโฉ และสามารถชิงตัวเสียวเกี้ยวคืนกลับมาได้ จิวยี่ได้ปล่อยโจโฉกลับไป กองทัพพันธมิตรเล่าปี่และซุนกวนได้รับชัยชนะในที่สุด

นักแสดง[แก้]

นักแสดงหลัก[แก้]

นักแสดงรอง[แก้]

การคัดเลือกตัวนักแสดง[แก้]

  • ในขั้นแรก เคน วาตานาเบ้ ได้รับการทาบทามให้รับบท โจโฉ แต่มีกระแสต่อต้านจากคอภาพยนตร์ชาวจีนว่าไม่เหมาะสมที่จะให้ชาวญี่ปุ่นมารับบทบุคคลสำคัญที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน ต่อมาจึงเปลี่ยนให้จางเฟิงอี้รับบทโจโฉแทน
  • ในขั้นแรก จอห์น วู วางตัวผู้ที่จะรับบทจิวยี่ คือ หลี่หมิง แต่ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น โจวเหวินฟะ แม้จะมีเสียงกล่าวว่าโจวเหวินฟะ สูงวัยเกินไป แต่ทางโจวเหวินฟะ ได้ปฏิเสธบทนี้เนื่องจากติดงานแสดงภาพยนตร์เรื่อง ศึกโค่นบัลลังก์วังทอง ของผู้กำกับ จางอี้โหมว สำหรับขงเบ้งนั้น จอห์น วู เดิมทีวางตัวให้ เหลียงเฉาเหว่ย รับบทนี้ แต่ในที่สุดก็กลายเป็น เหลียงเฉาเหว่ย ที่รับบทจิวยี่ และขงเบ้ง รับบทโดย ทาเคชิ คาเนชิโร่[6]

ข้อแตกต่างระหว่างภาพยนตร์และวรรณกรรม[แก้]

  • ขงหยงถูกสั่งประหารโดยโจโฉ หลังจากพูดกล่าวร้ายโจโฉลับหลัง แต่ในภาพยนตร์ ขงหยงถูกประหารหลังจากขงหยงประณามโจโฉว่าเป็นกบฏต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้าเหี้ยนเต้
  • ในประวัติศาสตร์ กำฮูหยิน ภรรยาของเล่าปี่ รอดตายจากศึกสะพานเตียงปันเกี้ยว ต่างจากในภาพยนตร์ ที่ถูกสังหารโดยทหารของข้าศึก
  • เตียวหุยกับทหารเพียงเล็กน้อยต้านทหารโจโฉที่สะพานเตียงปันเกี้ยว โดยเตียวหุยได้ตะโกนให้ทหารโจโฉตกใจกลัวและถอยทัพกลับไป ส่วนในภาพยนตร์ เตียวหุยนำทหารหนึ่งพันนายออกประจันหน้ากับข้าศึก
  • ในวรรณคดี กวนอูนำทหารสมทบเล่าปี่ที่กำลังหนีโจโฉ หลังจากจูล่งช่วยอาเต๊าแล้ว และกวนอูไม่ได้รบต้านข้าศึกด้านหลังเพียงผู้เดียวเหมือนในภาพยนตร์
  • ขงเบ้งได้พบและชักจูงซุนกวนให้ร่วมมือกับตนเป็นการส่วนตัวในที่รโหฐาน ไม่เหมือนในภาพยนตร์ ที่ขงเบ้งชักจูงซุนกวนในที่ประชุมขุนนางของง่อก๊ก ท่ามกลางเหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นบู๊ของง่อก๊ก และซุนกวนไม่ได้ออกไปล่าเสือเหมือนในภาพยนตร์
  • จิวยี่ฝึกทหารที่เมืองชีสอง (ฉสองกุ๋น) ก่อนศึกผาแดง ไม่ได้ฝึกทหารที่ผาแดงเหมือนในภาพยนตร์
  • ขงเบ้งพบจิวยี่ครั้งแรกที่จวนรับรอง ไม่เหมือนในภาพยนตร์ที่พบกันในลานฝึกทหารที่ผาแดง และขงเบ้งก็ไม่เคยทำคลอดม้าให้จิวยี่
  • โจโฉไม่เคยเห็นเสียวเกี้ยวเลยทั้งชีวิต แต่ในภาพยนตร์โจโฉกล่าวไว้ว่า ไม่เคยลืมหน้านาง ในครั้งที่เจอครั้งแรกกับเกียวก๊กโล บิดาของนาง อีกทั้งเสียวเกี้ยวก็มิได้บุกเข้าไปขอร้องโจโฉให้เลิกสงคราม
  • ชัวมอและเตียวอุ๋นสวามิภักดิ์ต่อโจโฉก่อนศึกสะพานเตียงปันเกี้ยว แต่ในภาพยนตร์ ทั้งสองสวามิภักดิ์หลังจากศึกครั้งนั้น
  • แฮหัวตุ้น ขุนพลของโจโฉ ตามประวัติศาสตร์นั้น ตาข้างหนึ่งบอดไปตั้งแต่สมัยทำศึกกับลิโป้ แต่ในภาพยนตร์นั้นตาไม่บอด
  • ตามประวัติศาสตร์ จิวยี่และขุนพลของจิวยี่ไม่เคยเยี่ยมค่ายของเล่าปี่เหมือนในภาพยนตร์ เช่นกันกับฝ่ายเล่าปี่ที่ไม่เคยไปเยี่ยมง่อก๊กเลย จนกระทั่งถึงงานเลี้ยงขอบคุณที่จิวยี่จัดขึ้นเพื่อลวงเล่าปี่มาสังหาร และเล่าปี่ก็ไม่เคยพบซุนกวนเลยจนกระทั่งข้ามฟากมาแต่งงานกับซุนฮูหยิน
  • ในวรรณคดีซุนฮูหยิน น้องสาวของซุนกวน ไม่เคยพบเล่าปี่มาก่อนจนกระทั่งทั้งสองได้แต่งงานกัน ในภาพยนตร์ซุนฮูหยินพบเล่าปี่ในงานเลี้ยงฉลองชัยชนะ และไม่มีบทบาทอะไรในศึกผาแดงเลยแม้น้อยนิด
  • ในตอนนี้ น้องสาวของซุนกวน (ซุนฮูหยิน) ยังไม่แต่งงาน ต้องเรียก ซุนชั่งเซียง
  • ในวรรณคดี ผู้ที่คิดให้เรือของโจโฉผูกต่อกันเป็นแพคือ บังทอง แต่ในภาพยนตร์กลายเป็นชัวมอ
  • ในวรรณคดี เจียวก้านขออาสาเสนอตัวไปเจรจากับจิวยี่เอง แต่ในภาพยนตร์เป็นโจโฉที่สั่งให้เจียวก้านไป และเจียวก้านก็ได้ไปหาจิวยี่ถึง 2 ครั้งเดียวกันและไม่ได้ถูกวางยาพิษแต่อย่างใด
  • หลังจากโจโฉประหารชัวมอและเตียวอุ๋นแล้ว โจโฉได้ส่งชัวต๋งและชัวโฮน้องชายของชัวมอแสร้งเข้าไปสวามิภักดิ์ต่อจิวยี่ด้วยเพื่อสืบความลับ แต่จิวยี่รู้ทันและแกล้งส่งข่าวผิดไปให้โจโฉ แต่ในภาพยนตร์กลับไม่มีสองคนนี้
  • ชัวมอและเตียวอุ๋นถูกประหารเพราะโจโฉระแวง หลังจากได้สารลวงของจิวยี่จากเจียวก้าน ไม่ได้เกิดจากการยิงธนูใส่เรือฟางของขงเบ้ง และสองคนนี้ถูกประหารก่อนที่ขงเบ้งจะทำอุบายเรือฟางยืมลูกธนูจากโจโฉด้วย
  • ก่อนที่จิวยี่จะสั่งให้ขงเบ้งหาธนู มีแต่เพียงขงเบ้งเท่านั้นที่ให้สัญญาว่าถ้าหาให้ไม่ได้ภายในกำหนดจะยอมให้ประหารชีวิต ตัวจิวยี่เองหาได้ทำสัญญาเช่นนั้นต่อขงเบ้งไม่
  • กองทัพของเล่าปี่ไม่เคยถอนตัวเหมือนในภาพยนตร์
  • อุยกายจะต้องถูกโบยเพื่อลวงให้โจโฉตายใจ แต่ในภาพยนตร์ไม่มี และกำเหลงก็ไม่ได้เสียชีวิตในศึกครั้งนี้ด้วย
  • ก่อนที่จะเกิดศึกนี้ เสียวเกี้ยวภรรยาของจิวยี่ก็มีบุตรกับจิวยี่ 3 คนแล้ว เป็นชาย 2 หญิง 1 แต่ในภาพยนตร์เสียวเกี้ยวเพิ่งตั้งครรภ์บุตรคนแรก
  • ก่อนที่ลมบูรพาจะพัดมา ขงเบ้งจะต้องทำพิธีเรียกลมที่เขาลำปิสาน และจิวยี่ส่งชีเซ่งและเตงฮองไปสังหารแต่ไม่สำเร็จ เพราะขงเบ้งหนีไปได้เสียก่อนตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้ากับจูล่ง
  • บทบาทของทั้งจิวยี่และซุนกวนไม่ได้บุกเข้าไปถึงกลางค่ายโจโฉซึ่ง ๆ หน้า และบทบาทของกองทัพเล่าปี่ก็ไม่ได้บุกเข้าไปถึงกลางค่ายโจโฉด้วยเช่นกัน หากแต่คอยดักอยู่ตามทางหนีของโจโฉ
  • หมอฮูโต๋เป็นผู้รักษาอาการปวดศีรษะให้โจโฉหลังจากนี้นับสิบปี เป็นช่วงเวลาก่อนโจโฉจะเสียชีวิตไม่นาน แต่ในภาพยนตร์หมอฮูโต๋กลับมีบทบาทในการรักษาโจโฉแล้ว
  • ในวรรณกรรม ซุนกวนไม่ได้ร่วมรบกับจิวยี่ในศึกผาแดงเหมือนในภาพยนตร์
  • ในภาพยนตร์มีการฉากการรบภาคพื้นดินโดยใช้กระบวนทัพพยุหะแปดกุญแจทอง แต่ในวรรณกรรมกระบวนทัพนี้ไม่ได้ใช้ในศึกผาแดง แต่โช้โดยโจหยินเมื่อครั้งที่โจโฉสั่งให้โจหยินและลิเตียนยกตีซินเอี๋ยที่เล่าปี่เป็นเจ้าเมืองอยู่ แต่กระบวนการทัพกลับถูกตีแตกด้วยกลอุบายของชีซีซึ่งขณะนั้นเป็นที่ปรึกษาให้เล่าปี่
  • ในภาพยนตร์กองทัพเรือของโจโฉคล้องด้วยโซ่เหล็กด้วยคำแนะนำของชัวมอ แต่วรรณกรรมบอกวิธีคล้องโซ่เหล็กคือ บังทอง
  • ในวรรณกรรม จิวยี่ส่งคนไปตามล่าขงเบ้งทันทีที่ลมเปลี่ยนทิศ และขงเบ้งก็ได้หลบหนีไปพร้อมจูล่ง แต่ในภาพยนตร์ไม่มี

เพลงประกอบภาพยนตร์[แก้]

  • 久遠の河 (Kuon no kawa) ขับร้องโดย alan

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]