วาเนเดียม
| วาเนเดียม | |||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| การออกเสียงในภาษาอังกฤษ | /vəˈneɪdiəm/ | ||||||||||||||||||||||||||||||
| ลักษณะปรากฏ | โลหะสีเทาเงินอมน้ำเงิน | ||||||||||||||||||||||||||||||
| น้ำหนักอะตอมมาตรฐาน Ar°(V) | |||||||||||||||||||||||||||||||
| วาเนเดียมในตารางธาตุ | |||||||||||||||||||||||||||||||
| เลขอะตอม (Z) | 23 | ||||||||||||||||||||||||||||||
| หมู่ | 5 | ||||||||||||||||||||||||||||||
| คาบ | คาบที่ 4 | ||||||||||||||||||||||||||||||
| บล็อก | บล็อก-d | ||||||||||||||||||||||||||||||
| การจัดเรียงอิเล็กตรอน | [Ar] 3d3 4s2 | ||||||||||||||||||||||||||||||
| อิเล็กตรอนต่อระดับพลังงาน | 2, 8, 11, 2 | ||||||||||||||||||||||||||||||
| สมบัติทางกายภาพ | |||||||||||||||||||||||||||||||
| สถานะ ที่ STP | ของแข็ง | ||||||||||||||||||||||||||||||
| จุดหลอมเหลว | 2183 K (1910 °C, 3470 °F) | ||||||||||||||||||||||||||||||
| จุดเดือด | 3680 K (3407 °C, 6165 °F) | ||||||||||||||||||||||||||||||
| ความหนาแน่น (ที่ 20° C) | 6.099 g/cm3 [3] | ||||||||||||||||||||||||||||||
| ขณะเป็นของเหลว (ที่จุดหลอมเหลว) | 5.5 g/cm3 | ||||||||||||||||||||||||||||||
| ความร้อนของการหลอมเหลว | 21.5 kJ/mol | ||||||||||||||||||||||||||||||
| ความร้อนของการกลายเป็นไอ | 444 kJ/mol | ||||||||||||||||||||||||||||||
| ความจุความร้อนจำเพาะเชิงโมล | 24.89 J/(mol·K) | ||||||||||||||||||||||||||||||
ความดันไอ
| |||||||||||||||||||||||||||||||
| สมบัติของอะตอม | |||||||||||||||||||||||||||||||
| สถานะออกซิเดชัน | ทั่วไป: +5 −3,[4] −1,[5] 0,[6] +1,[5] +2,[5] +3,[5] +4[5] | ||||||||||||||||||||||||||||||
| อิเล็กโทรเนกาติวิตี | สเกลเพาลิง: 1.63 | ||||||||||||||||||||||||||||||
| พลังงานไอออไนเซชัน |
| ||||||||||||||||||||||||||||||
| รัศมีอะตอม | จากการทดลอง: 134 pm | ||||||||||||||||||||||||||||||
| รัศมีโควาเลนต์ | 153±8 pm | ||||||||||||||||||||||||||||||
| สมบัติอื่น ๆ | |||||||||||||||||||||||||||||||
| โครงสร้างผลึก | body-centered cubic (bcc) (cI2) | ||||||||||||||||||||||||||||||
| ค่าคงที่แลตทิซ | a = 302.72 pm (ที่ 20 °C)[3] | ||||||||||||||||||||||||||||||
| การขยายตัวจากความร้อน | 8.77×10−6/K (ที่ 20 °C)[3] | ||||||||||||||||||||||||||||||
| การนำความร้อน | 30.7 W/(m⋅K) | ||||||||||||||||||||||||||||||
| สภาพต้านทานไฟฟ้า | 197 nΩ⋅m (ที่ 20 °C) | ||||||||||||||||||||||||||||||
| สมบัติแม่เหล็ก | พาราแมกเนติก | ||||||||||||||||||||||||||||||
| สภาพรับไว้ได้ทางแม่เหล็กเชิงโมล | +255.0×10−6 cm3/mol (298 K)[7] | ||||||||||||||||||||||||||||||
| มอดุลัสของยัง | 128 GPa | ||||||||||||||||||||||||||||||
| มอดุลัสเฉือน | 47 GPa | ||||||||||||||||||||||||||||||
| มอดุลัสเชิงปริมาตร | 160 GPa | ||||||||||||||||||||||||||||||
| ความเร็วเสียง แท่งโลหะบาง | 4560 m/s (ที่ 20 °C) | ||||||||||||||||||||||||||||||
| อัตราส่วนปัวซง | 0.37 | ||||||||||||||||||||||||||||||
| ความแข็งโมส | 6.7 | ||||||||||||||||||||||||||||||
| ความแข็งวิกเกอร์ส | 628–640 MPa | ||||||||||||||||||||||||||||||
| ความแข็งบริเนล | 600–742 MPa | ||||||||||||||||||||||||||||||
| เลขทะเบียน CAS | 7440-62-2 | ||||||||||||||||||||||||||||||
| ประวัติ | |||||||||||||||||||||||||||||||
| การตั้งชื่อ | ตามชื่อวานาดิส (Vanadís) เทพีแห่งความงามของนอร์ส เนื่องจากสารประกอบของธาตุนี้มีสีสันหลากหลาย | ||||||||||||||||||||||||||||||
| การค้นพบ | อันเดรส มานูเอล เดล ริโอ[8] (1801) | ||||||||||||||||||||||||||||||
| การแยกธาตุครั้งแรก | เฮนรี เอนฟีลด์ รอสโค (1867) | ||||||||||||||||||||||||||||||
| ตั้งชื่อโดย | นิลส์ กาบรีเอล เซฟสเตริม (1830) | ||||||||||||||||||||||||||||||
| ไอโซโทปของวาเนเดียม | |||||||||||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||||||||||
วาเนเดียม (อังกฤษ: vanadium) เป็นธาตุเคมีที่มีสัญลักษณ์ V และเลขอะตอม 23 เป็นโลหะทรานซิชันที่แข็ง สีเทาเงิน และสามารถตีแผ่เป็นแผ่นได้ เราแทบไม่พบธาตุโลหะนี้ในรูปอิสระตามธรรมชาติ แต่เมื่อสกัดแยกขึ้นมาได้ด้วยกระบวนการประดิษฐ์ การก่อตัวของชั้นออกไซด์ (กระบวนการพาสสิเวชัน) จะช่วยเพิ่มความเสถียรให้กับโลหะอิสระจากการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันในระดับที่กำหนด
นักวิทยาศาสตร์ชาวสเปน-เม็กซิโกชื่อ อันเดรส มานูเอล เดล ริโอ ได้ค้นพบสารประกอบของวาเนเดียมใน ค.ศ. 1801 จากการวิเคราะห์แร่ตัวนำตะกั่วชนิดใหม่ที่เขาเรียกว่า "ตะกั่วสีน้ำตาล" แม้ว่าในตอนแรกเขาจะสันนิษฐานว่าคุณสมบัติของมันเกิดจากการมีอยู่ของธาตุชนิดใหม่ แต่ในเวลาต่อมาเขาถูกอีปอลิต วิกตอร์ โกแล-แดสโกตี นักเคมีชาวฝรั่งเศส โน้มน้าวอย่างผิด ๆ ว่าธาตุนั้นเป็นเพียงโครเมียม จนกระทั่งใน ค.ศ. 1830 นิลส์ กาบรีเอล เซฟสเตริม ได้สร้างสารประกอบคลอไรด์ของวาเนเดียมขึ้น ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่ามีธาตุชนิดใหม่นี้อยู่จริง และตั้งชื่อธาตุนี้ว่า "วาเนเดียม" ตามชื่อของวานาดิส (เฟรยา) เทพีแห่งความงามและความอุดมสมบูรณ์ของนอร์ส โดยมีที่มาจากสีสันที่หลากหลายซึ่งพบในสารประกอบของวาเนเดียม ในท้ายที่สุดแร่ตะกั่วของเดล ริโอ ก็ได้รับชื่อว่า วานาดิไนต์ ตามปริมาณวาเนเดียมที่บรรจุอยู่ และต่อมาใน ค.ศ. 1867 เฮนรี เอนฟีลด์ รอสโค ก็ประสบความสำเร็จในการแยกธาตุบริสุทธิ์นี้ออกมา
วาเนเดียมเกิดขึ้นตามธรรมชาติในแร่ประมาณ 65 ชนิด รวมถึงในแหล่งเชื้อเพลิงฟอสซิล มีการผลิตธาตุนี้ในประเทศจีนและประเทศรัสเซียจากตะกรันของเตาถลุงเหล็กกล้า ส่วนประเทศอื่น ๆ ผลิตวาเนเดียมจากแมกนีไทต์โดยตรง จากฝุ่นควันของน้ำมันหนัก หรือเป็นผลพลอยได้จากการทำเหมืองยูเรเนียม การใช้งานหลักของวาเนเดียมคือการผลิตเหล็กกล้าผสมชนิดพิเศษ เช่น เหล็กกล้าเครื่องมือไฮสปีด และอะลูมิเนียมอัลลอยบางชนิด ส่วนสารประกอบวาเนเดียมที่สำคัญที่สุดในเชิงอุตสาหกรรมคือ วาเนเดียมเพนทอกไซด์ ซึ่งใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการผลิตกรดซัลฟิวริก นอกจากนี้ แบตเตอรี่รีดอกซ์แบบวาเนเดียม สำหรับการกักเก็บพลังงานอาจเป็นแอปพลิเคชันที่สำคัญในอนาคต
เราพบไอออนของวาเนเดียมในปริมาณมากในสิ่งมีชีวิตบางชนิด ซึ่งอาจทำหน้าที่เป็นสารพิษ โดยออกไซด์และเกลือชนิดอื่น ๆ ของวาเนเดียมมีพิษในระดับปานกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมหาสมุทร วาเนเดียมถูกสิ่งมีชีวิตบางชนิดนำไปใช้เป็นศูนย์กลางการทำงานของเอนไซม์ เช่น เอนไซม์วาเนเดียม โบรโมเพอร์ออกซิเดสในสาหร่ายทะเลบางชนิด
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ "Standard Atomic Weights: วาเนเดียม". CIAAW. 1977.
- ↑ Prohaska, Thomas; Irrgeher, Johanna; Benefield, Jacqueline; Böhlke, John K.; Chesson, Lesley A.; Coplen, Tyler B.; Ding, Tiping; Dunn, Philip J. H.; Gröning, Manfred; Holden, Norman E.; Meijer, Harro A. J. (2022-05-04). "Standard atomic weights of the elements 2021 (IUPAC Technical Report)". Pure and Applied Chemistry (ภาษาอังกฤษ). doi:10.1515/pac-2019-0603. ISSN 1365-3075.
- 1 2 3 Arblaster, John W. (2018). Selected Values of the Crystallographic Properties of Elements. Materials Park, Ohio: ASM International. ISBN 978-1-62708-155-9.
- ↑ V(–3) is known in V(CO)3−5; see John E. Ellis (2006). "Adventures with Substances Containing Metals in Negative Oxidation States". Inorganic Chemistry (ภาษาอังกฤษ). 45 (8): 3167–3186. doi:10.1021/ic052110i.
- 1 2 3 4 5 Greenwood, Norman N.; Earnshaw, Alan (1997). Chemistry of the Elements (2nd ed.). Butterworth-Heinemann. p. 28. ISBN 978-0-08-037941-8.
- ↑ V(0) is known in V(CO)6; see John E. Ellis (2006). "Adventures with Substances Containing Metals in Negative Oxidation States". Inorganic Chemistry (ภาษาอังกฤษ). 45 (8): 3167–3186. doi:10.1021/ic052110i.
- ↑ Weast, Robert (1984). CRC, Handbook of Chemistry and Physics. Boca Raton, Florida: Chemical Rubber Company Publishing. pp. E110. ISBN 0-8493-0464-4.
- ↑ "Vanadium". Royal Society of Chemistry. Royal Society of Chemistry. สืบค้นเมื่อ December 5, 2022.
อ่านเพิ่ม
[แก้]- Slebodnick, Carla; และคณะ (1999). "Modeling the Biological Chemistry of Vanadium: Structural and Reactivity Studies Elucidating Biological Function". ใน Hill, Hugh A.O.; และคณะ (บ.ก.). Metal sites in proteins and models: phosphatases, Lewis acids, and vanadium. Springer. ISBN 978-3-540-65553-4.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- . Encyclopædia Britannica. Vol. XXIV (9th ed.). 1888. p. 54.
- Vanadium at The Periodic Table of Videos (University of Nottingham)
