ซีนอน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

Prima play overwatch everyday symbol=Xe | name=ซีนอน | left=ไอโอดีน | right=ซีเซียม | above=Kr | below=Rn | color1=#c0ffff | color2=green }} |- | อนุกรมเคมี || ก๊าซมีตระกูล

|- | หมู่, คาบ, บล็อก | 18, 5, p

|- | ลักษณะ || ไม่มีสี
Xe,54.jpg

|- | มวลอะตอม || 131.293 (6) กรัม/โมล

|- | การจัดเรียงอิเล็กตรอน || [Kr] 4d10 5s2 5p6

|- | อิเล็กตรอนต่อระดับพลังงาน || 2, 8, 18, 18, 8

|- ! colspan="2" style="background:#c0ffff; color:green" | คุณสมบัติทางกายภาพ

|- | สถานะ || แก๊ส

|- | ความหนาแน่น || (0 °C, 101.325 kPa)
5.894 กรัม/ลิตร

|- | จุดหลอมเหลว || 161.4 K
(-111.7 °C)

|- | จุดเดือด || 165.03 K(-108.12 °C)

|- | ความร้อนของการหลอมเหลว || 2.27 กิโลจูล/โมล

|- | ความร้อนของการกลายเป็นไอ || 12.64 กิโลจูล/โมล

|- | ความร้อนจำเพาะ || (25 °C) 20.786 J/(mol·K)

|- | Critical pressure || 5.84 MPa |- | Critical temperature || 289.8 K (16.6 °C) |- | colspan="2" |

ความดันไอ
P/Pa 1 10 100 1 k 10 k 100 k
ที่ T K 83 92 103 117 137 165

|- ! colspan="2" style="background:#c0ffff; color:green" | คุณสมบัติของอะตอม

|- | โครงสร้างผลึก || cubic face centered

|- | สถานะออกซิเดชัน || 0, +2, +4, +6
(rarely more than 0)
(ออกไซด์เป็นกรดอ่อน)

|- | อิเล็กโตรเนกาติวิตี || 2.6 (พอลิงสเกล)

|- | rowspan="3" valign="top" | พลังงานไอออไนเซชัน | ระดับที่ 1: 1170.4 กิโลจูล/โมล |- | ระดับที่ 2: 2046.4 กิโลจูล/โมล |- | ระดับที่ 3: 3099.4 กิโลจูล/โมล |- | รัศมีอะตอม (คำนวณ) || 108 pm

|- | รัศมีโควาเลนต์ || 130 pm

|- | รัศมีวานเดอร์วาลส์ || 216 pm

|- ! colspan="2" style="background:#c0ffff; color:green" | อื่น ๆ

|- | การจัดเรียงทางแม่เหล็ก || nonmagnetic

|- | การนำความร้อน || (300 K) 5.65 mW/(m·K)

|- | อัตราเร็วของเสียง || (liquid) 1090 m/s

|- | เลขทะเบียน CAS || 7440-63-3

|- ! colspan="2" style="background:#c0ffff; color:green" | ไอโซโทปเสถียรที่สุด |- | colspan="2" |

บทความหลัก: ไอโซโทปของซีนอน
iso NA ครึ่งชีวิต DM DE (MeV) DP
124Xe 0.1% 1,1 E17 y ε ε no data 124Te
126Xe 0.09% Xe เสถียร โดยมี 72 นิวตรอน
127Xe syn 36.4 d ε 0.662 127I
128Xe 1.91% Xe เสถียร โดยมี 74 นิวตรอน
129Xe 26.4% Xe เสถียร โดยมี 75 นิวตรอน
130Xe 4.1% Xe เสถียร โดยมี 76 นิวตรอน
131Xe 21.29% Xe เสถียร โดยมี 77 นิวตรอน
132Xe 26.9% Xe เสถียร โดยมี 78 นิวตรอน
133Xe syn 5.243 d Beta- 0.427 133Cs
134Xe 10.4% Xe เสถียร โดยมี 80 นิวตรอน
135Xe syn 9.10 h Beta- 1.16 135Cs
136Xe 8.9% 2.36 E21 y Beta- no data 136Ba

|- ! colspan="2" style="background:#c0ffff; color:green" | แหล่งอ้างอิง |}

ซีนอน (อังกฤษ: Xenon) คือธาตุเคมีที่มีหมายเลขอะตอม 54 และสัญลักษณ์คือ Xe ซีนอนเป็นธาตุที่มีลักษณะเป็นก๊าซมีตระกูล (Noble gases) ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น น้ำหนักมาก พบเพียงเล็กน้อยในบรรยากาศโลก -มีน้ำหนักอะตอมเท่ากับ 131.30 amu -จุดหลอมเหลวเท่ากับ -111.9 องศา -จุดเดือน(โดยประมาณ)อยู่ที่ -108.12 +/- .01 องศา -ความหนาที่(stp) 5.8971 g/l เลขออกซิเดชันสามัญ +2,+4,+6,+8 1.[1]

สารประกอบซีนอน[แก้]

นีล บาร์เลตต์ได้ศึกษาสารประกอบของแพลทินัมชนิดหนึ่ง คือ แพลทินัมเฮกซะฟลูออไรด์ ซึ่งสามารถดึงอิเล็กตรอน 1 ตัวออกจากโมเลกุลของออกซิเจนกลายเป็นสารประกอบไดออกซิเจนิล เฮกซะฟลูออกโรแพลทิเนต เขาทราบว่าค่าพลังงานไอออไนเซชันของซีนอนนั้นใกล้เคียงกับของออกซิเจนในสภาวะโมเลกุลมาก จึงได้ทดลองซ้ำกับซีนอน พบว่าได้ผลึกของ'''ซีนามอน'''เฮกซะฟลูออโรแพลทิเนต (V) ซึ่งสามารถลบล้างความเชื่อดั้งเดิมที่เชื่อว่า "ก๊าซมีตระกูลไม่สามารถเกิดสารประกอบได้" ลงอย่างสิ้นเชิง

การค้นพบ[แก้]

ซีนอนเป็นธาตุที่ถูกค้นพบโดย Sir William Ramsey และ M.W.Travers เมือ่ปี ค.ศ.1898 ซึ่งการค้นพบซีนอนนั้นเกิดจากการที่พยายามทำให้แก๊ส คริปทอน(Kr)บริสุทธิ์โดยการกลั่นแบบลำดับส่วนจึงทำให้พบแก๊สที่มีความหนาแนนสูงผิดปกติและทราบว่าเป็นธาตุใหม่จากการศึกษาสเปกตรัมซึ่งคำว่า "xenon" มาจากภาษากรีก หมายถึง "the stranger" ซึ่งหมายถึงคนแปลกหน้า และธาตุซีนอนมีการปรากฏเพียงแค่ 0.006 ใน 1 ล้านส่วน ในชั้นบรรยากาศ [2]

ประวัติของธาตุซีนอน[แก้]

ธาตุซีนอนถูกค้นพบในประเทศอังกฤษโดยนักเคมี Sir William Ramsey และ M.W.Travers เมือ่ปี ค.ศ.1898 ไม่นานหลังจากการค้นพบองค์ประกอบของธาตุคริปทอน และ นีออน พวกเขาก็ได้คิดค้นธาตุซีนอนขึ้นมาในสภาพที่เป็นกากที่เหลือจากการระเหยส่วนประกอบของอากาศภายในของเหลว[3] ต่อมาในช่วงทศวรรษที่ 1930 วิศวกรชาวอเมริกัน แฮโรลด์ เอ็ดเคอร์ตัน ได้มีการเริ่มสำรวจแสงแฟลชเทคโนโลยีเพื่อการถ่ายภาพด้วยความเร็วสูงหลังจากการสำรวจเส็จสิ้นลงทำให้เขาประดิษฐ์ไฟแฟลชของซีนอนที่สร้างโดยกระบวนการส่งกระแสไฟฟ้าผ่านท่อสั้นๆที่เต็มไปด้วยก๊าซซีนอนขึ้นมา ต่อมาในปี 1934 เอ็ดเกอร์ดันสามารถสร้างไฟกระพริบสั้นๆให้เป็นหนึ่งมิลลิด้วยกระบวนการดังกล่าวได้ ในปี 1939 แพทย์ชาวอเมริกันอัลเบิร์ด จูเนียร์ เริ่มทำการสำรวจสาเหตุของการ"เมา" ในการดำน้ำลงไปในระยะทางที่ลึกมาก ทำให้เขาผ่านการทดสอบเนื่องจากสามารถระงับความรู้สึกเมื่ออยู่ใต้น้ำโดยไม่เมาได้และต่อมาพบว่าเกิดจากนักดำน้ำไม่มีการรับรู้หรือไม่รู้สึกอะไรเลยเมื่ออยู่ในน้ำที่ลึก จากผลการทดลองของอัลเบร์ดอาจอนุมานได้ว่าก๊าซซีนอนสามารถนำมาใช้เป็นยาชาได้ ต่อมาซีนอนได้มีการตีพิมพ์ครั้งแรกว่าสามารถระงับความรู้สึกได้ในปี 1946 โดยนักวิจัยทางการแพทย์อเมริกันจอห์นเอชเรนซ์ซึ่งเขาได้ทำการทดลองในสิ่งมีชีวิตจำพวกหนู ซีนอนถูกนำมาใช้ครั้งแรกในฐานะยาสลบในห้องผ่าตัดในปี 1951 โดยนายแพทย์จ๊วร์ตซีคัลเลน ชาวอเมริกันที่ดำเนินการจนประสบความสำเร็จในห้องผ่าตัดผู้ป่วย[4]

การประยุกต์ใช้งาน[แก้]

ซีนอนมีใช้ในเชิงพาณิชย์ค่อนข้างน้อยมาก มันถูกใช้ในโคมไฟแฟลชถ่ายภาพ, โคมไฟ stroboscopic สูง intensitive โค้ง โคมไฟสำหรับการฉายภาพเคลื่อนไหวและความดันสูง โคมไฟโค้งกับผลิตภัณฑ์แสงอัลตราไวโอเลต (จำลองแสงอาทิตย์) การใช้งานอื่น ๆ เช่นยาชาทั่วไปซีนอน 'สีฟ้า' ไฟหน้าและไฟตัดหมอกจะใช้ในยานพาหนะบางอย่างและจะกล่าวว่าเป็นที่น่าเบื่อหน่ายน้อยในสายตา พวกเขาส่องสว่างป้ายถนนและเครื่องหมายที่ดีกว่าไฟธรรมดาทั่วไป[5]

ข้อควรระวัง[แก้]

การสูดดมก๊าซซีนอนซึ่งเป็นก๊าซเฉื่อยและจัดเป็น asphyxiant ในระดับความเข้มข้นที่มากเกินไปจะส่งผลทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นใส้ อาเจียน การสูญเสียสติ หรืออาจจะถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็เป็นได้[6]

อ้างอิง[แก้]