รถจักรไอน้ำโมกุล C56

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
"รถจักรไอน้ำ C56" เปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับความหมายอื่น ดูที่ C56 (แก้ความกำกวม)
"C56 713" เปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับความหมายอื่น ดูที่ C56 713 (แก้ความกำกวม)
"C56-31" เปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับความหมายอื่น ดูที่ C56-31 (แก้ความกำกวม)
"C56-44" เปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับความหมายอื่น ดูที่ C56-44 (แก้ความกำกวม)
"C56-160" เปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับความหมายอื่น ดูที่ C56-160 (แก้ความกำกวม)
รถจักรไอน้ำ C56, รถจักรไอน้ำโมกุล C56 (JNR Class C56)
C56 16.JPG
รถจักรไอน้ำโมกุล C56 หมายเลข 714 (C56-16) จอดอยู่ที่ด้านทิศเหนือของสถานีรถไฟกรุงเทพ เขตปทุมวัน, กรุงเทพมหานคร
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อทางการรถจักรไอน้ำแห่งการรถไฟแห่งชาติญี่ปุ่น ชั้น C56
ชนิดรถจักรไอน้ำ
แรงม้า592 แรงม้า
น้ำหนักจอดนิ่ง 34.27 ตัน
ทำงาน 37.63 ตัน
กดเพลา 10.61 ตัน
การจัดวางล้อ2-6-0 (โมกุล)
พิกัดตัวรถกว้าง 2,936 มม.
สูง 3,900 มม
ยาว 14,325 มม.
ระบบห้ามล้อสุญญากาศ (ลมดูด)
ความจุ10.02 มลบ.
ผู้สร้างสมาคมอุตสาหกรรมรถไฟแห่งประเทศญี่ปุ่น, ประเทศญี่ปุ่น
เริ่มใช้งานพ.ศ. 2478
จำนวนคันทั้งหมด46 คัน
หมายเลข701-746
ใช้งานในประเทศไทย โดย การรถไฟแห่งประเทศไทย, ประเทศญี่ปุ่น โดย การรถไฟแห่งชาติญี่ปุ่น
ระบบห้องขับมี 1 ห้องขับ,ฝั่ง
จำนวนคันที่ถูกตัดบัญชี44 คัน
จำนวนคันที่คงเหลือใช้งาน2 คัน
จำนวนคันที่ปรับปรุง2 คัน
รวมระยะเวลาใช้งานทั้งหมด85 ปี
ขนาดความกว้างของรางรถไฟสำหรับรถจักรไอน้ำโมกุล C56 โปรดสังเกตว่าประเทศไทยกับประเทศพม่าใช้รางขนาด 1.000 เมตร (สีชมพู) ส่วนประเทศญี่ปุ่นนั้นใช้รางขนาด 1.067 เมตร (สีม่วงอ่อน)
แบบล้อของรถจักรไอน้ำโมกุล C56

รถจักรไอน้ำโมกุล C56 หรือ รถจักรไอน้ำ C56 (JNR Class C56) ส่วนใหญ่จะเรียกว่า รถจักรไอน้ำ C56 เป็นรถจักรไอน้ำที่สร้างขื้นในประเทศญี่ปุ่น สร้างโดยสมาคมอุตสาหกรรมรถไฟแห่งประเทศญี่ปุ่น นำมาใช้การครั้งแรกของ ประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2478[1] จุดประสงค์หลักของรถจักรไอน้ำในระยะแรกจะใช้โดยกองทัพญี่ปุ่นในเส้นทางทางรถไฟสายมรณะไปสู่ประเทศพม่า ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ปัจจุบัน รถจักรไอน้ำโมกุล C56 เหลือใช้การ 2 คัน คือหมายเลข 713 และ หมายเลข 715 ซึ่ง 2 คันนี้ จะใช้ในงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งจะจัดงานในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคมของทุกปี

ประวัติ[แก้]

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 กรมรถไฟหลวงได้ประสบความเสียหายในบริภัณฑ์รถไฟและสิ่งปลูกสร้างเป็นอย่างมาก เมื่อสงครามได้ยุติลง จึงปรากฏว่ากรมรถไฟขาดแคลนรถจักรและล้อเลื่อนที่จะมาใช้การรับใช้ประชาชนตามสถานะเดิมต่อไป ดังนั้นในปี พ.ศ. 2489 ด้วยความเอื้อเฟื้อของสหประชาชาติได้จำหน่ายรถจักรไอน้ำที่เหลือใช้จากสงครามให้แก่กรมรถไฟจำนวน 68 คัน (รุ่นเลขที่ 380-447) เพื่อบรรเทาการขาดแคลนดังกล่าว รถจักรเหล่านี้เป็นชนิดมิกาโด (2-8-2) ซึ่งเรียกกันโดยเฉพาะในวงการของสหประชาชาติว่ารถจักร “แมคอาเธอร์” เป็นรถจักรที่สร้างโดยบริษัทต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา ตามรายการจำเพาะที่กำหนดขึ้นโดยทางการทหารแห่งสหรัฐ

นอกจากนี้ยังได้รับรถจักรที่เหลือใช้จากสงครามของฝ่ายญี่ปุ่น ซึ่งนำมาใช้การในเอเซียอาคเนย์นี้ 50 คัน คือ รถจักรญี่ปุ่น รุ่นเลขที่ 701-746 (C-56) และ รุ่นเลขที่ 761- 764 (C-58)และเป็นรถจักรของการรถไฟสหพันธรัฐมลายู ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นนำมาใช้การในประเทศไทยระหว่างสงครามอีก 18 คัน คือรุ่นเลขที่ 801 (เจ้าของเดิมเรียกว่ารุ่น "P")

รถจักรไอน้ำโมกุล C56 ในปัจจุบัน[แก้]

เนื่องจากรถจักรไอน้ำโมกุล C56 บางคันถูกตัดเศษเหล็กที่โรงรถจักรทั่วประเทศ บางคันได้ตั้งเป็นอนุสรณ์ที่สถานีรถไฟทั่วประเทศ และบางคันได้กลับสู่ประเทศญี่ปุ่นตามลำดับดังนี้

ประเทศไทยและประเทศพม่า (ความกว้างของรางรถไฟ: 1.000 เมตร) (Metre gauge)[แก้]

ประเทศญี่ปุ่น (ความกว้างของรางรถไฟ: 1.067 เมตร) (Cape gauge)[แก้]

รถจักรไอน้ำโมกุล C56 หมายเลข 735[แก้]

รถจักรไอน้ำโมกุล C56 หมายเลข 735 เดิมนั้น กองทัพญี่ปุ่นได้ตั้งชื่อรหัสรถจักร คือ C56-44 ใช้ในทางรถไฟสายมรณะ หลังสงครามครั้งที่ 2 ยุติลง รถจักรไอน้ำคันนี้ ได้ประจำการที่แขวงชุมพร จังหวัดชุมพร หลังการรถไฟแห่งประเทศไทยได้เลิกใช้รถจักรไอน้ำทั้งหมดที่ลากจูงรถโดยสารและรถสินค้าเมื่อปี พ.ศ. 2519-2520 รถจักรไอน้ำคันนั้น คือ รถจักร C56 44 หรือ หมายเลข 735 ตามหมายเลขที่เคยใช้ในการรถไฟแห่งประเทศไทย สังกัดสุดท้ายที่รถจักรคันนี้เคยอยู่ก่อนถูกนำกลับประเทศญี่ปุ่น คือ แขวงชุมพร โดยหลังจากที่การรถไฟได้เลิกการใช้งานรถจักรไอน้ำทุกชนิดในการลากจูงขบวนรถสินค้า,โดยสาร เมื่อประมาณปีพ.ศ. 2519 - 2520 รถจักรไอน้ำหลายต่อหลายคันก็ได้ถูกจอดทิ้งเอาไว้ตามแขวงต่างๆ บางคันก็ถูกขายเป็นเศษเหล็ก บางคันโชคดีหน่อยทีทางการได้นำไปตั้งแสดงตามสถานี หรือ สถานที่ต่างๆ รวมทั้งบางส่วนที่มีผู้ติดต่อขอซื้อเอาไว้ หนึ่งในนั้นคือ รถจักรไอน้ำ C56 หมายเลข 735 (ไทย) ซึ่งได้ถูกบริษัท Oigawa Railway หรือ Daitetsu ของประเทศญี่ปุ่นซื้อไป จนสุดท้ายรถจักรคันนี้ได้ถูกนำกลับบ้านเกิดในปีพ.ศ. 2522 และเคลื่อนย้ายมาอยู่ที่ Oigawa Railway แห่งนี้[2]


เปรียบเทียบกับรถจักรไอน้ำโมกุล C56 รุ่นสงครามโลกครั้งที่ 2[แก้]


รถจักรไอน้ำโมกุล C56 รุ่นสงครามโลกครั้งที่ 2
หมายเลข รฟท. หมายเลข JNR ปีที่สร้าง ขนาดความกว้างรางรถไฟ
701 C56-3 พ.ศ. 2478 1.000 เมตร (Metre gauge)
702 C56-4
703 C56-5
704 C56-6
705 C56-7
706 C56-8
707 C56-9
708 C56-10
709 C56-11
710 C56-12
711 C56-13
712 C56-14
713 C56-15
714 C56-16
715 C56-17
716 C56-18
717 C56-20
718 C56-21
719 C56-23
720 มิได้กำหนด พ.ศ. 2479
721
722
723 C56-28
724 C56-30
725 C56-31
726 C56-32
727 C56-34
728 C56-36
729 C56-37
730 C56-38
731 C56-39
732 C56-40
733 C56-41
734 C56-43
735 C56-44
736 C56-45
737 C56-46
738 C56-47
739 C56-48
740 C56-49
741 C56-50
742 C56-51
743 C56-52
744 C56-53
745 C56-54
746 C56-55

รูปภาพ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. https://scontent.fbkk2-7.fna.fbcdn.net/v/t31.0-8/13403225_10209713725098003_1366002326631602857_o.jpg?_nc_cat=101&_nc_ht=scontent.fbkk2-7.fna&oh=ff4dd4478f3562f90858abbede70596d&oe=5D3C0E26
  2. http://portal.rotfaithai.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=3176