กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น
![]() | ลิงก์ข้ามภาษาในบทความนี้ มีไว้ให้ผู้อ่านและผู้ร่วมแก้ไขบทความศึกษาเพิ่มเติมโดยสะดวก เนื่องจากวิกิพีเดียภาษาไทยยังไม่มีบทความดังกล่าว กระนั้น ควรรีบสร้างเป็นบทความโดยเร็วที่สุด |
กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น (ญี่ปุ่น: 自衛隊; โรมาจิ: じえいたい; ทับศัพท์: Jieitai; จิเอไต) หรือ JSDF บางครั้งเรียกว่า JSF หรือ SDF เป็นบุคลากรจากประเทศญี่ปุ่นที่ถูกจัดตั้งขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงเพื่อแทนที่กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นที่ถูกยุบ และฝ่ายสัมพันธมิตรยึดครองญี่ปุ่น ในเวลาหลังสงคราม กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นถูกใช้งานในเฉพาะภายในประเทศมีหน้าที่ในการป้องกันประเทศอธิปไตยชาติเพียงอย่างเดียวและไม่ได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ ยกเว้นในสถานการณ์ที่เป็นการป้องกันตนเองในขอบเขตที่จำกัดเท่านั้น แม้อาจมีภารกิจในต่างประเทศในปฏิบัติการรักษาสันติภาพ แต่ล่าสุดในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ตีความมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญแห่งญี่ปุ่นใหม่สรุปได้ว่า กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นจะสามารถส่งทหารไปปฏิบัติภารกิจการป้องกันตนเองร่วมได้(Collectvie-Self Defence) ตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเพื่อปกป้องชาติหนึ่งจากการถูกรุกราน โดยญี่ปุ่นจะสามารถไปช่วยเหลือชาติพันธมิตรใกล้ชิดที่ถูกโจมตีได้ หากการโจมตีนั้นเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของญี่ปุ่นและไม่มีวิธีอื่นในการปกป้องชีวิตชาวญี่ปุ่น
ในด้านการพัฒนาอาวุธ ในรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นถูกกำหนดห้ามพัฒนาอาวุธในเชิงรุก ส่วนในด้านการห้ามส่งออกอาวุธนั้น แม้ญี่ปุ่นจะเป็นผู้กำหนดขึ้นเองเมื่อปี พ.ศ. 2510 แต่ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557 ญี่ปุ่นได้ผ่อนคลายกฎห้ามส่งออกอาวุธ โดยสามารถส่งออกอาวุธและมีส่วนร่วมในการผลิตอาวุธกับนานาชาติได้ แต่ญี่ปุ่นจะไม่ส่งออกอาวุธให้แก่ประเทศที่ตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง หรืออาจเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงของนานาชาติ นอกจากนี้ การจำหน่ายอาวุธก็จะต้องเป็นไปเพื่อส่งเสริมสันติภาพสากลคือต้องเป็นยุทโธปกรณ์ที่ไม่ใช่เพื่อสังหาร และเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของญี่ปุ่นเอง[6][7]
ส่วนในด้านการสนันสนุนกองกำลังต่างชาติ ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศแก้ไขกฎบัตรว่าด้วยการสนับสนุนต่างชาติ โดยสามารถมอบทุนสนับสนุนภารกิจของกองกำลังต่างชาติที่มิใช่การสู้รบ[8]
ประวัติ
[แก้]![]() | ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามต่อสหรัฐอเมริกา ทำให้สหรัฐเข้ามาควบคุมกำลังทหารของญี่ปุ่น และทำให้ญี่ปุ่นต้องร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่โดยมีข้อห้ามว่า ไม่อนุญาตให้ญี่ปุ่นทำสงครามกับประเทศใด ๆ เลยเว้นแต่กระทำเพื่อป้องกันประเทศตนเอง ที่สำคัญคือไม่มีศาลทหารและกระทรวงกลาโหม
บุคคลที่เข้ามาทำงานในกองกำลังป้องตนเองพวกเขาจะเรียกตนเองว่าเจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันตนเอง ซึ่งทั้งหมดเป็นพลเรือนมิใช่ทหาร ถึงแม้ว่าญี่ปุ่นจะจัดตั้งกระทรวงกลาโหมขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2550 แต่ว่าก็ยังคงชื่อไว้ว่า กองกำลังป้องกันตนเอง
ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ครม.ญี่ปุ่นได้ตีความรัฐธรรมนูญมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญแห่งญี่ปุ่นใหม่ โดยญี่ปุ่นมีสิทธิส่งกำลังทหารไปร่วมรบเพื่อปกป้องชาติพันธมิตร
โครงสร้าง
[แก้]![]() | ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองกำลังป้องกันตนเอง และในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2550 ได้มีการจัดตั้งกระทรวงกลาโหมเป็นครั้งแรกหลังสงครามโลกครั้งที่สอง[9]
งบประมาณ
[แก้]งบประมาณกลาโหมญี่ปุ่น ถือว่าใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก 4.98 ล้านล้านเยน (ราว 1.39 ล้านล้านบาท)
บุคลากรและองค์กร
[แก้]![]() | ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น JSDF ในปี พ.ศ. 2567 มีจำนวนบุคลากร 223,511 นาย[1] แบ่งเป็น
- กองกำลังป้องกันตนเองทางบกจำนวน 134,011 นาย
- กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลจำนวน 42,375 นาย
- กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศจำนวน 43,025 นาย
กำลังพลประจำการ
[แก้]![]() | ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
กำลังพลสำรอง
[แก้]![]() | ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
เครื่องแบบ
[แก้]![]() | ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
การศึกษา
[แก้]วิทยาลัยป้องกันประเทศญี่ปุ่น (National Defense Academy of Japan หรือ "โบเอได") เป็นสถาบันการศึกษาหลักที่ผลิตนายทหารแก่กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นทั้งสามเหล่า นอกจากการเรียนภาษาญี่ปุ่น 1 ปีแล้ว นักเรียนนายร้อยจะศึกษาที่ NDA 4 ปี โดยจะรวมนักเรียนทั้งสามเหล่าทัพ (JGSDF, JMSDF และ JASDF) ไว้ร่วมกันในที่แห่งเดียว ซึ่งเปิดรับผู้หญิงเข้าศึกษาเช่นเดียวกับผู้ชายตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992 โดยมีจำนวนราวร้อยละ 10 ของนักเรียนทั้งหมด การฝึกศึกษาไม่ต่างกัน พักที่ตึกนอนตึกเดียวกัน (แต่คนละชั้น) แต่เกณฑ์บางอย่างเช่นการทดสอบร่างกายต่างกัน
ยุทธภัณฑ์
[แก้]![]() | ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
อาวุธประจำกาย
[แก้]- ปืนสั้น
- มินีแบ-P9
มินีแบ ออกใบอนุญาตการผลิต SIG Sauer P220 - เฮคเลอร์แอนด์คอช-SFP9 (แบบใหม่)
- มินีแบ-P9
- ปืนเล็กยาวจู่โจม
- โฮวา ไทป์-64 (7.62×51 มม. นาโต)
- โฮวา ไทป์-89 (5.56×45 มม. นาโต)
- โฮวา ไทป์-20 (แบบใหม่) (5.56×45 มม. เนโท)
อาวุธประจำหน่วย
[แก้]ศาลทหาร
[แก้]![]() | ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
ความสัมพันธ์ทางทหาร
[แก้]![]() | ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
อ้างอิง
[แก้]- ↑ 1.0 1.1 防衛省・自衛隊の人員構成. 防衛省・自衛隊. สืบค้นเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2023.
- ↑ "予備自衛官等に必要な経費" (PDF). 防衛省. สืบค้นเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2024.
- ↑ IISS 2019, p. 276.
- ↑ "Procurement equipment and services". Equipment Procurement and Construction Office, Ministry of Defence. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 14 มกราคม 2011. สืบค้นเมื่อ 25 เมษายน 2012.
- ↑ "6. Israel" (PDF). The Institute for National Security Studies. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 13 สิงหาคม 2008. สืบค้นเมื่อ 11 สิงหาคม 2008.
- ↑ "ญี่ปุ่นผ่อนคลายกฎห้ามส่งออกอาวุธครั้งแรกใน 50 ปี". ไทยรัฐ. 2 เมษายน 2014.
- ↑ "รบ.ญี่ปุ่นผ่อนคลายกฎ "ห้ามส่งออกอาวุธ" แต่ยังเน้นพัฒนายุทโธปกรณ์ที่ไม่ใช่เพื่อสังหาร". ผู้จัดการออนไลน์. 1 เมษายน 2014. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 5 มีนาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 2 กรกฎาคม 2014.
- ↑ ""ญี่ปุ่น" แก้ กม.เปิดทางอุดหนุนภารกิจกองกำลังต่างชาติ "ที่มิใช่การสู้รบ"". I-News. 11 กุมภาพันธ์ 2015.
- ↑ "ญี่ปุ่นผ่านกม.ตั้งกระทรวงกลาโหมครั้งแรกหลังสงครามโลก". ผู้จัดการออนไลน์. 15 ธันวาคม 2006.
บรรณานุกรม
[แก้]- IISS (2019). The Military Balance 2019. Routledge. ISBN 978-1-85-743988-5.