กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น
日本国自衛隊
Flag of the Japan Self-Defense Forces.svg
เหล่า Flag of the Japan Self-Defense Forces.svg กองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินญี่ปุ่น

Naval Ensign of Japan.svg กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น
Flag of the Japan Air Self-Defense Force.png กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศญี่ปุ่น

กำลังพล
อายุถึงขั้น
รับราชการ
18–49 ปี
ประชากร
ในวัยรับราชการ
ชาย 27,301,443  อายุ 18–49 (ปี 2010),
หญิง 26,307,003  อายุ 18–49 (ปี 2010)
ประชากร
ฉกรรจ์
ชาย 22,390,431 , อายุ 18–49 (ปี 2010),
หญิง 21,540,322 , อายุ 18–49 (ปี 2010)
ประชากรที่อายุถึงขั้น
รับราชการทุกปี
ชาย 623,365 (ปี 2010),
หญิง 591,253 (ปี 2010)
ยอดกำลังประจำการ 247,746 (ranked 24th)
ยอดกำลังสำรอง 57,899
รายจ่าย
งบประมาณ $51,810 ล้าน[1] ( ปี 2009-2010) ; $281.98 พันล้าน[2] (2011-2015 Planned)
ร้อยละต่อจีดีพี 1% (2011)
อุตสาหกรรม
แหล่งผลิตในประเทศ Mitsubishi Heavy Industries
Mitsubishi Electric
NEC
Kawasaki Heavy Industries
Toshiba
Fujitsu
Fuji Heavy Industries
IHI Corporation
Komatsu Limited
Japan Steel Works
Hitachi Ltd.
Daikin Industries
Oki Electric Industry[3] 
ShinMaywa
Howa
Sumitomo Heavy Industries
แหล่งผลิตนอกประเทศ  สหรัฐอเมริกา
 สหราชอาณาจักร
 เยอรมนี
 อิตาลี
 สวิตเซอร์แลนด์
 ฝรั่งเศส
 สวีเดน
 โปแลนด์[4]
 เดนมาร์ก
 จีน
 ออสเตรีย
 เอกวาดอร์

กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น (ญี่ปุ่น: 自衛隊 じえいたい Jieitaiจิเอไต ?) หรือ JSDF บางครั้งเรียกว่า JSF หรือ SDF เป็นบุคลากรจากประเทศญี่ปุ่นที่ถูกจัดตั้งขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงเพื่อแทนที่กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นที่ถูกยุบ และฝ่ายสัมพันธมิตรยึดครองญี่ปุ่น ในเวลาหลังสงคราม กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นถูกใช้งานในเฉพาะภายในประเทศมีหน้าที่ในการป้องกันประเทศอธิปไตยชาติเพียงอย่างเดียวและไม่ได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ ยกเว้นในสถานการณ์ที่เป็นการป้องกันตนเองในขอบเขตที่จำกัดเท่านั้น แม้อาจมีภารกิจในต่างประเทศในปฏิบัติการรักษาสันติภาพ แต่ล่าสุดในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ครม.ญี่ปุ่นได้ตีความรัฐธรรมนูญมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญแห่งญี่ปุ่นใหม่สรุปได้ว่า กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นจะสามารถส่งทหารไปปฏิบัติภารกิจการป้องกันตนเองร่วมได้(Collectvie-Self Defence) ตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเพื่อปกป้องชาติหนึ่งจากการถูกรุกราน โดยญี่ปุ่นจะสามารถไปช่วยเหลือชาติพันธมิตรใกล้ชิดที่ถูกโจมตีได้ หากการโจมตีนั้นเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของญี่ปุ่นและไม่มีวิธีอื่นในการปกป้องชีวิตชาวญี่ปุ่น

ในด้านการพัฒนาอาวุธ ในรธน.ญี่ปุ่นถูกกำหนดห้ามพัฒนาอาวุธในเชิงรุก ส่วนในด้านการห้ามส่งออกอาวุธนั้น แม้ญี่ปุ่นจะเป็นผู้กำหนดขึ้นเองเมื่อปีพ.ศ. 2510 แต่ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557 ญี่ปุ่นได้ผ่อนคลายกฎห้ามส่งออกอาวุธ โดยสามารถส่งออกอาวุธและมีส่วนร่วมในการผลิตอาวุธกับนานาชาติได้ แต่ญี่ปุ่นจะไม่ส่งออกอาวุธให้แก่ประเทศที่ตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง หรืออาจเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงของนานาชาติ นอกจากนี้ การจำหน่ายอาวุธก็จะต้องเป็นไปเพื่อส่งเสริมสันติภาพสากลคือต้องเป็นยุทโธปกรณ์ที่ไม่ใช่เพื่อสังหาร และเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของญี่ปุ่นเอง[5][6]

ส่วนในด้านการสนันสนุนกองกำลังต่างชาติ ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศแก้ไขกฎบัตรว่าด้วยการสนับสนุนต่างชาติ โดยสามารถมอบทุนสนับสนุนภารกิจของกองกำลังต่างชาติที่มิใช่การสู้รบ[7]

ประวัติ[แก้]

หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามต่อสหรัฐอเมริกา ทำให้สหรัฐเข้ามาควบคุมกำลังทหารของญี่ปุ่น และทำให้ญี่ปุ่นต้องร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่โดยมีข้อห้ามว่า ไม่อนุญาตให้ญี่ปุ่นทำสงครามกับประเทศใดๆเลยเว้นแต่กระเพื่อป้องกันประเทศตนเอง ที่สำคัญคือไม่มีศาลทหารและกระทรวงกลาโหม

บุคคลที่เข้ามาทำงานในกองกำลังป้องตนเองพวกเขาจะเรียกตนเองว่าเจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันตนเอง ซึ่งทั้งหมดเป็นพลเรือนมิใช่ทหาร ถึงแม้ว่าญี่ปุ่นจะจัดตั้งกระทรวงกลาโหมขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2550 แต่ว่าก็ยังคงชื่อไว้ว่า กองกำลังป้องกันตนเอง

ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ครม.ญี่ปุ่นได้ตีความรัฐธรรมนูญมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญแห่งญี่ปุ่นใหม่ โดยญี่ปุ่นมีสิทธิส่งกำลังทหารไปร่วมรบเพื่อปกป้องชาติพันธมิตร

โครงสร้าง[แก้]

มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองกำลังป้องกันตนเอง และในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2550 ก็ได้มีการจัดตั้งกระทรวงกลาโหมครั้งแรกหลังสงครามโลกครั้งที่สอง[8]

งบประมาณ[แก้]

งบประมาณกลาโหมญี่ปุ่น ถือว่าใหญ่เป็นอันดับ 7ของโลก 4.98 ล้านล้านเยน (ราว 1.39 ล้านล้านบาท)

บุคลากรและองค์กร[แก้]

กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น JSDF มีจำนวนบุคลากรในปี ค.ศ. 2005 มีจำนวน 239,430 นาย แบ่งเบ็น

  • กองกำลังป้องกันตนเองทางบกจำนวน 147,737 นาย
  • กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลจำนวน 44,327 นาย
  • กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศจำนวน 45,517 นาย

กำลังพลประจำการ[แก้]

กำลังพลสำรอง[แก้]

เครื่องแบบ[แก้]

การศึกษา[แก้]

วิทยาลัยป้องกันประเทศญี่ปุ่น (National Defense Academy of Japan หรือ "โบเอได") เป็นสถาบันการศึกษาหลักที่ผลิตนายทหารแก่กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นทั้งสามเหล่า นอกจากการเรียนภาษาญี่ปุ่น1ปีแล้ว นักเรียนนายร้อยจะศึกษาที่ NDA 4ปี โดย NDA นี้จะรวมนักเรียนทั้งสามเหล่าทัพ (JGSDF, JMSDF และ JASDF) ไว้ร่วมกันในที่แห่งเดียวที่ NDA นั้นเปิดรับสุภาพสตรีเข้ารับการศึกษาเช่นเดียวกับผู้ชายตั้งแต่ปี 1992โดยมีจำนวนราวร้อยละ10ของนักเรียนทั้งหมด การฝึกศึกษาไม่ต่างกัน พักที่ตึกนอนตึกเดียวกัน (แต่คนละชั้น) แต่เกณฑ์บางอย่างเช่นการทดสอบร่างกายจะต่างกัน

ยุทธภัณฑ์[แก้]

อาวุธประจำกาย[แก้]

อาวุธประจำหน่วย[แก้]

ศาลทหาร[แก้]

ความสัมพันธ์ทางทหาร[แก้]

อ้างอิง[แก้]