มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์

KR-SaberLogo.webp

ข้อมูล
บทประพันธ์ โชทาโร่ อิชิโนะโมะริ
ผู้ผลิต ญี่ปุ่น โตเอ
เขียนบท
กำกับ
  • Takayuki Shibasaki
  • Shojiro Nakazawa
  • Kazuya Kamihoriuchi
  • Hidenori Ishida
  • Koichi Sakamoto
แสดงนำ Shuichiro Naito
Takaya Yamaguchi
Asuka Kawazu
Ryo Aoki
Eiji Togashi
Hiroaki Oka
Rina Chinen
บรรยาย Eiichiro Suzuki
เพลงเปิด "Almighty ~Kamen no Yakusoku feat. Yoohei Kawakami" โดย Tokyo Ska Paradise Orchestra
เพลงปิด "Kamen Rider Saber" โดย Tokyo Ska Paradise Orchestra
กำกับเสียง Kousuke Yamashita
จำนวนตอน 47 (ตอนหลัก)
2 (ตอนพิเศษ)
การผลิต
โปรดิวเซอร์
  • Chihiro Inoue (TV Asahi)
  • Kei Mizutani (TV Asahi)
  • Kazuhiro Takahashi (Toei)
ความยาว 24-25 นาที. (ต่อหนึ่งตอน)
การออกอากาศ
ฉายครั้งแรก 6 กันยายน ค.ศ. 2020 (2020-09-06) - 29 สิงหาคม ค.ศ. 2021 (2021-08-29)
เว็บไซต์ทางการ
Official Site
ลำดับซีรีส์
เซโร่วัน รีไวซ์

มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์ (ญี่ปุ่น: 仮面ライダーセイバー/聖刃 โรมาจิ: Kamen Raidā Seibā - Kamen Rider Saber) เป็นละครโทคุซัทสึชุดมาสค์ไรเดอร์ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์เวลา 9:00 น. - 9:30 น. ทางสถานีโทรทัศน์ทีวีอาซาฮิ ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 กันยายน ค.ศ. 2020[1] ถึงวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 2021 มีจำนวนตอนทั้งหมด 47 ตอน และตอนพิเศษอีก 2 ตอน

ประวัติ[แก้]

มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์ เป็นผลงานชุดที่ 2 ของมาสค์ไรเดอร์ในยุคเรวะและเป็นผลงานโทรทัศน์ลำดับที่ 32 ซึ่งผลงานเรื่องนี้ได้เปิดตัวมาสค์ไรเดอร์ทั้งหมด 10 คนตั้งแต่เริ่มเรื่อง[1] โดยที่มาสค์ไรเดอร์ซีรีส์​ชุดนี้จะมาในธีมของ หนังสือ อัศวิน เทพนิยาย และนิทานหรือเรื่องเล่าต่าง ๆ ชื่อของมาสค์ไรเดอร์แต่ละคนจะมีความเกี่ยวของกับดาบทั้งสิ้น

เรื่องย่อ[แก้]

อยู่ ๆ ก็เกิดปรากฏการณ์พิศวงขึ้น ส่วนหนึ่งของโลกแห่งความเป็นจริงได้อันตรธานไป และโลกต่างมิติก็พลันปรากฏขึ้นมาแทนที่ ผู้คนต่างงงงวยโกลาหลไปทั่ว [2][3] เพื่อพาผู้คนที่ถูกส่งไปยังโลกต่างมิติกลับมายังโลกเดิม เหล่ามาสค์ไรเดอร์นักดาบ จึงกระโจนเข้าสู่ "โลกแห่งหนังสือ" และใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ต่อกรกับเหล่าร้ายในฐานะของ ผู้กอบกู้ นำความสงบสุขคืนกลับมาให้จงได้[2][3]

ตัวละคร[แก้]

ตัวละครหลัก[แก้]

คามิยามะ โทมะ (神山 飛羽真) / มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์ (仮面ライダーセイバー)
รับบทโดย ไนโตะ ชูอิจิโร่ (内藤秀一郎)[1][4][5]
ตัวเอกของเรื่อง อายุ 24 ปี มีอาชีพเป็นนักเขียนนิยาย และมีร้านหนังสือเป็นของตนเองด้วย ในวัยเด็กเขาได้เข้าไปพัวพันกับการต่อสู้ระหว่าง ซอร์ดออฟโลกอส และ เมกิโด ขณะนั้นเขาพยายามจะช่วยเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจะถูกดูดเข้าไปในประตูมิติ แต่ก็ไม่ทันการ โทมะได้รับการช่วยเหลือโดย มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์คนแรก ก่อนที่เขาจะถูกพามาส่งที่โลก และได้รับ เบรฟดราก้อน วันเดอร์ไรด์บุ๊ค มา หลังจากนั้นเขาก็สูญเสียความทรงจำและเห็นภาพอดีตในความฝันมาตลอด แต่แล้วเมื่อพวกเมกิโดรุกรานโลกอีกครั้ง โทมะก็ได้พบกับดาบศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นจะปกป้องผู้คน เขาจึงพยายามยกดาบขึ้น ขณะเดียวกัน ดาบได้กลายสภาพเป็นเข็มขัด เซย์เค็นซอร์ดไดรเวอร์ โทมะนำมันมาคาดเข้าที่เอว และหยิบวันเดอร์ไรด์บุ๊คที่เขานำติดตัวมาด้วยติดตั้งเข้ากับไดรเวอร์ ทันทีที่ชักดาบออกจากเข็มขัด โทมะก็ได้กลายเป็นมาสค์ไรเดอร์นักดาบ นามว่า มาสค์ไรเดอร์ เซเบอร์ ผู้ใช้ดาบเพลิงอัคคี เร็กกะ ฟาดฟันเหล่าร้ายด้วยเปลวเพลิงแห่งคุณธรรม.
ในตอนที่ 16 โทมะได้รับการชักชวนจากเรย์กะให้มาร่วมมือกับ ซอร์ดออฟโลกอส สาขาเซาธ์เทิร์นเบส แทน แต่เขาปฏิเสธ เรย์กะจึงยุยงให้เหล่านักดาบที่เหลือเข้าใจว่า โทมะทรยศตามคามิโจ และ ฮายาโตะ ไปแล้ว เขาจึงถูกเพื่อนนักดาบตามล่าตัวเพื่อริบ เซย์เค็น และ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค แต่แล้วก็มีบุคคลปริศนากรากฎตัวขึ้นเพื่อช่วยเขา นั่นคือ นักดาบแห่งแสงจากยุคโบราณ ยูริ หรือมาสค์ไรเดอร์ไซโค
มีประโยคเด็ดประจำตัวคือ "บทสรุปของเรื่องราวนี้น่ะ ฉันจะเป็นคนกำหนดมันเอง"
ด้วยความที่โทมะไม่ได้ผ่านการฝึกแบบนักดาบตั้งแต่แรก ทุกครั้งที่ใช้พลังจาก วันเดอร์ไรด์บุ๊ค มากกว่า 1 เล่มขึ้นไปจะเกิดอาการอ่อนแรง เนื่องจากร่างกายต้องแบกรับพลังมหาศาล แต่โทมะก็เรียนรู้จากการต่อสู้ที่ผ่านมาจนพัฒนาฝีมือมากขึ้น กระทั่งในตอนที่ 21 เขาก็สามารถดึงพลังแฝงของดาบเร็กกะออกมาได้จนเกิดการสั่นพ้อง ไดชินจิที่รับรู้ได้จึงยอมรับในตัวโทมะและถอนตัวจากภาคีมาร่วมสู้ด้วย และในตอนที่ 32 ระหว่างการต่อสู้ โทมะก็เกิดมองเห็นความเคลื่อนไหวผ่านมิติเวลาของดูแรนดัล และสามารถดักทางโจมตีได้สำเร็จ ทำเอาดูแรนดัลชะงักไปไม่น้อย ในตอนที่ 47 หลังโทมะได้รับ ออลไมตี้ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค มา และ เอาชนะสตอริอุสได้สำเร็จ โลกและวันเดอร์เวิลด์ ก็ได้ถูกรีเซ็ตใหม่จนกระทั่งกลับเป็นเหมือนเดิม แต่โทมะก็หายตัวไป และไปปรากฎตัวอีกครั้งในวันเดอร์เวิลด์ โดยที่เขาได้พบกับ ลูน่า ทัตเซล มาสเตอร์โลกอส และ 3 สหายอดีตเมกิโด รวมถึงบาฮาโตะ ในสภาพวิญญาณด้วย โทมะใช้ชีวิตอยู่ในวันเดอร์เวิลด์และเขียนนิยายไปเรื่อย ๆ ระยะหนึ่งจนกระทั่งบาฮาโตะกล่าวว่า ที่ที่คู่ควรกับเขา ไม่ใช่วันเดอร์เวิลด์ โทมะจึงตัดสินใจกลับมายังโลกแห่งความเป็นจริง และพบกับเพื่อน ๆ นักดาบที่รอต้อนรับเขาอย่างอบอุ่น ปิดฉากเรื่องราวการผจญภัยของนักเขียนหนุ่ม คามิยามะ โทมะ อย่างบริบูรณ์
ในตอนพิเศษแถมท้าย โทมะนำดาบเร็กกะคืนให้กับโซเฟีย เป็นการสละฐานะนักดาบ หวนคืนสู่ชีวิตนักเขียน ซึ่งโทมะให้เหตุผลว่า เขายังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ต้องการเล่าต่อให้กับทุกคน ซึ่งสุดท้ายเขากับเค็นโตะก็ร่วมกันถ่ายทอดความสุขให้แก่ผู้คนมากมายผ่านทางหนังสือต่อไป
ซึโด เมย์ (須藤 芽依)
รับบทโดย คาวาซึ อาสึกะ (川津明日香)[1]
อายุ 23 ปี สาวน้อยอารมณ์ดี ผู้เป็นบรรณาธิการประจำร้านหนังสือของโทมะ มีบุคลิกค่อนข้างกะเปิ๊บกะป๊าบ เธอมักจะมาตามทวงต้นฉบับกับโทมะบ่อย ๆ หลังจากที่โทมะได้เป็นเซเบอร์ เมย์รู้สึกตื่นตาตื่นใจ และอยากรู้อยากเห็นในความลับของ วันเดอร์เวิลด์ เป็นอย่างมาก เธอจึงตามติดโทมะ กับ รินทาโร่ ไปในการต่อสู้ทุกครั้งเพื่อถ่ายภาพ และในตอนที่ 8 เธอก็แอบตามพวกนักดาบไปที่ปราการ นอร์ธเทิร์นเบส จนได้ ในตอนที่ 9 โซเฟียได้มอบหนังสือวิเศษ ที่สามารถมองเห็นเหตุการณ์ผิดปกติ ที่เกิดจากเมกิโดได้ไว้ให้เธอพกติดตัว ในตอนท้ายของเรื่องเผยว่า เมย์ได้เริ่มคบหาดูใจกับรินทาโร่แล้วเช่นกัน

ซอร์ดออฟโลกอส[แก้]

ซอร์ดออฟโลกอส คือ กลุ่มภาคีลึกลับที่ก่อตั้งโดยเหล่าอัศวินผู้กล้าในยุคโบราณ ซึ่งปฏิญาณว่าจะพิทักษ์ หนังสือแห่งโบราณกาล และปกป้องสันติสุขของโลก ซึ่งสมาชิกแต่ละคนเป็นนักดาบที่เชี่ยวชาญในเพลงดาบแต่ละธาตุ และเป็นมาสค์ไรเดอร์ มีปราการฐานทัพตั้งอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ และมีอีก 1 สาขา ประจำอยู่ที่ฝั่งขั้วโลกใต้ นักดาบจะได้รับคำสั่งภารกิจจากเหล่านักปราชญ์ตุลาการ ที่เปรียบเสมือนที่ปรึกษาของมาสเตอร์โลกอส ในตอนพิเศษแถมท้าย โซเฟียได้ประกาศให้ภาคี ซอร์ดออฟโลกอส เปลี่ยนจากการปกครองโดยมาสเตอร์เพียงคนเดียว เป็นการปกครองโดยสภาซึ่งมีแกนนำ 4 คนประกอบด้วย โซเฟีย ยูริ รินทาโร่ และ เรียวกะ

ชินโด รินทาโร่ (新堂 倫太郎) / มาสค์ไรเดอร์เบลดส์ (仮面ライダーブレイズ)
รับบทโดย ยามากุจิ ทาคายะ (山口 貴也)
นักดาบผู้ใช้ดาบวารี นางาเระ[4] อายุ 23 ปี ลักษณะเป็นชายหนุ่มในเสื้อโค๊ทสีน้ำเงิน บุคลิกยิ้มแย้ม และเป็นมิตร หลังจากสะกดรอยตามโทมะ และพบว่าโทมะที่เป็นคนธรรมดาได้กลายเป็นมาสค์ไรเดอร์เซเบอร์ รินทาโร่จึงตามเขาไปที่ร้านหนังสือและขอให้โทมะส่งไดรเวอร์ กับ วันเดอร์ไรด์บุ๊คให้ตน ในตอนที่ 2 หลังจากที่รินทาโร่เล็งเห็นหน่วยก้านของโทมะ เขาก็ยอมให้โทมะเป็นเซเบอร์ต่อไป และทำหน้าที่พี่เลี้ยง คอยให้คำแนะนำโทมะในการต่อสู้ รินทาโร่นั้นชื่นชอบขนมหวานมาก ซึ่งเมย์สังเกตเห็นได้ เพราะเขาจ้องเอแคลร์ที่เธอกินตาเป็นประกาย ในตอนที่ 6 เผยว่าอาจารย์ของรินทาโร่ หรือ เบลดส์รุ่นก่อนถูกสังหารโดย ซูออส รินทาโร่จึงบันดาลโทสะเมื่อเขาพบกับซูออสอีกครั้งจนเกิดการปะทะกัน แต่พลังของเขาตอนนี้ยังคงไม่สามารถเอาชนะซูออสได้ กระทั่งรินทาโร่ตัดสินใจงัดเอา เท็นคู โนะ เพกาซัส วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ที่ทรงพลังออกมาใช้ ในตอนที่ 7 หลังจากฝึกฝนใช้พลังใหม่มาด้วยความลำบากแล้ว รินทาโร่ก็เข้าต่อสู้กับพวกเมกิโด เพื่อช่วยบัสเตอร์ กับ เค็นซัน ที่กำลังเพลี่ยงพล้ำ จนในที่สุดเขาก็ปราบ เมดูซาเมกิโด ได้สำเร็จ พวกซูออสจึงต้องล่าถอยไปแต่โดยดี ในตอนที่ 11 แม้จะขัดแย้งกับเค็นโตะ แต่รินทาโร่กลับพุ่งเข้าไปรับการโจมตีของคาลิเบอร์แทนเค็นโตะ จนบาดเจ็บสาหัส ในอดีต รินทาโร่เป็นเด็กกำพร้าที่ทางภาคี ซอร์ดออฟโลกอส รับมาเลี้ยง เขาจึงมองว่าสมาชิกภาคีทุกคนคือครอบครัวของเขา แม้ว่าจะถูกเรย์กะสั่งให้ริบดาบ และวันเดอร์ไรด์บุ๊ค มาจากโทมะที่ถูกกล่าวหาว่าทรยศ แต่ลึก ๆ แล้วรินทาโร่ก็ยังคงไม่เชื่อว่าโทมะทรยศต่อพวกเขาจริง ๆ และได้ไปหาโทมะพร้อมกับไดชินจิเพื่อเจรจาขอให้ร่วมมือด้วย ต่อมาในตอนที่ 25 แม้จะปรับความเข้าใจกับโทมะได้แล้ว รินทาโร่ก็ยังกระอักกระอ่วนใจไม่ยอมถอนตัวจากภาคีที่ชุบเลี้ยงเขามา
แต่แล้วในตอนที่ 29 หลังจากรินทาโร่แอบตามเรย์กะไปที่ห้องหนึ่งในฐานทัพ เขาก็พบว่าโซเฟียที่หายตัวไปถูกจับขังไว้ในห้องนั้น รินทาโร่จึงปักใจเชื่อทันทีว่า ซอร์ดออฟโลกอส มีผู้ทรยศอยู่ แต่ก็ต้องตกใจยิ่งกว่าหลังจากที่เขารู้ความจริงว่า คนทรยศที่เขาตามล่าอยู่ แท้จริงคือ มาสเตอร์โลกอสที่เขาเชื่อถือ รินทาโร่ที่โกรธจัดจึงหันคมดาบใส่ หมายจะหยุดความทะเยอทะยานของมาสเตอร์โลกอส แต่แล้วก็มีนักดาบปริศนาผู้หนึ่งขวางไว้ นั่นคือ ชินได เรียวกะ ที่ต่อมาได้เผยตัวในฐานะ มาสค์ไรเดอร์ ดูแรนดัล ทั้ง 2 ต่อสู้กัน โดยที่รินทาโร่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ จนกระทั่งโทมะกับยูริเข้ามาช่วยไว้ทัน ทั้งหมดจึงหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด ตอนที่ 30 หลังรินทาโร่เปิดโปงแผนการของมาสเตอร์โลกอส เขาก็ได้กลับมารวมกับพรรคพวกที่นอร์ธเทิร์นเบส และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น แต่กระนั้นเขาก็ยังกลัดกลุ้มที่ตัวเองยังไม่แข็งแกร่งพอจะช่วยทุกคนได้ และเมื่อเห็นว่าโทมะสามารถดึงพลังแฝงของดาบมาใช้แยกคนออกจากเมกิโดได้ รินทาโร่ก็ปรารถนาที่จะมีพลังนั้น เพื่อกอบกู้วิกฤตนี้ให้ได้เช่นกัน จนในที่สุดรินทาโร่ก็สามารถดึงพลังแฝงของดาบนางาเระออกมาได้ในตอนที่ 31 และร่วมมือกับโทมะเอาชนะซูออสได้ แต่ก็ยังคงไม่สามารถกำจัดซูออสได้ ในที่สุด ตอนที่ 32 รินทาโร่ก็ได้รับพลังจากหนังสือแห่งพลังของนอร์ธเทิร์นเบส ที่กลายเป็น ทาเทกามิเฮียวจู เซ็นคิ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค และแปลงร่างเป็นเบลดส​์ ร่าง ทาเทกามิเฮียวจู นักดาบวารีผู้เข้าถึงพลังขั้นสูงสุดแห่งธาตุน้ำ และสามารถปราบซุออสลงได้ในที่สุด
ในการต่อสู้ เมื่อรินทาโร่เอาจริง เขาจะกล่าวว่า "ขอสาบานต่อดาบวารี นางาเระ ! ผมจะปกป้องโลกไว้ให้ได้ !!"
ฟุคามิยะ เค็นโตะ (富加宮 賢人) / มาสค์ไรเดอร์เอสปาดา (仮面ライダーエスパーダ) / มาสค์ไรเดอร์ คาลิเบอร์ (仮面ライダーカリバー)
รับบทโดย อาโอกิ เรียว (青木 瞭)
นักดาบผู้ใช้ดาบอสุนี อิคาซึจิ[4] อายุ 24 ปี เป็นเพื่อนสมัยเด็กของโทมะที่ห่างหายกันไปนาน และได้กลับมาพบกันที่ร้านหนังสือของโทมะในตอนที่ 3 โดยเค็นโตะมาปรากฏตัวพร้อมกับพรมวิเศษ ในตอนที่ 4 เค็นโตะปรากฏตัวขึ้นในฐานะเอสปาดา เข้าช่วยเซเบอร์ และ เบลดส์ จากการโจมตีของคาลิเบอร์​ ซึ่งดูเหมือนว่าเค็นโตะจะรู้ความจริงบางอย่างเกี่ยวกับความลับในอดีตของโทมะ และตัวจริงของคาลิเบอร์ ซึ่งได้เผยออกมาในตอนที่ 5 ว่า ตัวจริงของคาลิเบอร์คือ พ่อของเคนโตะนั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ทราบเหตุผลแท้จริงที่เขาทรยศ หลังจากที่เค็นโตะรู้ว่า คาลิเบอร์คนที่เห็นไม่ใช่พ่อของตน ก็เกิดสับสน และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ทำให้เขามีปากเสียงกับพวกพ้อง หลังจากคามิโจยืนยันว่า พ่อของตนเป็นผู้ทรยศเช่นเดียวกับเขา เค็นโตะจึงสติแตกและเข้าปะทะกับคาลิเบอร์ทันที แต่ก็ไม่สามารถต่อกรกับคาลิเบอร์ ที่ได้พลังของ จาโอดราก้อน ได้ ขณะที่คาลิเบอร์กำลังจะปลิดชีวิตเค็นโตะ รินทาโร่ก็พุ่งมารับคมดาบแทน เค็นโตะเสียใจเป็นอย่างมากที่เป็นเหตุให้รินทาโร่ต้องบาดเจ็บปางตาย ในตอนที่ 12 เค็นโตะกลับไปท้าสู้กับคามิโจอีกครั้ง แต่ก็พ่ายแพ้หมดท่า โทมะที่ตามมาจึงพบกับเค็นโตะในสภาพที่แสนสาหัส ในตอนที่ 13 เค็นโตะที่ยังคงบาดเจ็บอยู่ได้ฝืนสังขารออกไปช่วยพวกโทมะ ทำให้ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของคาลิเบอร์อีก โดยที่ก่อนหน้านี้เค็นโตะต้องพลังมืดจากคมดาบคุรายามิมาแล้ว ร่างกายของเค็นโตะจึงถูกพลังงานความมืดกัดกินจนสลายไป สร้างความโศกเศร้าให้เหล่านักดาบเป็นอย่างมาก ในตอนที่ 15 ระหว่างที่โทมะกำลังถูกความมืดกลืนกินจากการโจมตีของ คาลิเบอร์ ดวงจิตของเค็นโตะปรากฏขึ้นต่อหน้าโทมะ เพื่อช่วยดึงร่างของโทมะออกมาจากมิติมืด โทมะจึงกลับมาสู่โลกวันเดอร์เวิลด์ได้ในที่สุด
ในตอนที่ 25 เค็นโตะกลับมาในฐานะ มาสค์ไรเดอร์คาลิเบอร์คนใหม่ อย่างปริศนา ซึ่งก่อนหน้านี้ในตอนที่ 24 เขาปรากฏตัวขึ้นเพื่อหยุดโทมะที่ถูกร่างพรีมิทีฟดราก้อนครอบงำจนอาละวาด และในครั้งนี้ก็เช่นกัน ทว่าทั้งคู่ถูกพลังโจมตีของกันและกันจนหลุดจากร่างแปลง ความจริงจึงเปิดเผยในที่สุด เค็นโตะที่กลับมาได้ประกาศจุดมุ่งหมายของตนว่า เขาจะผนึกดาบศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดเอาไว้ และผู้ที่จะช่วยกอบกู้โลกได้ตอนนี้ มีแค่เขาเท่านั้น ในตอนที่ 26 เค็นโตะเผยว่า ระหว่างที่ติดอยู่ในมิติมืด เขาได้เห็นความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ในอนาคตหลากหลายรูปแบบ ซึ่งทุกรูปแบบจบลงที่โลกถูกทำลายโดยพลังของดาบศักดิ์สิทธิ์ที่ปลดผนึกหนังสือแห่งโบราณกาล แต่แล้วเค็นโตะก็เห็น 1 ความเป็นจริงที่สามารถปกป้องโลกไว้ได้คือ ใช้พลังของดาบคุรายามิผนึกดาบศักดิ์สิทธิ์ทุกเล่มไว้ เพื่อไม่ให้ปลดผนึกหนังสือแห่งโบราณกาลได้ เมื่อเค็นโตะยอมรับพลังนั้น เขาจึงหลุดออกจากมิติมืดของดาบคุรายามิ และกลับมาพร้อมความสามารถในการหยั่งรู้อนาคต กับ ภารกิจอันเป็นโชคชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ในตอนที่ 40 เค็นโตะคืนดาบคุรายามิให้กับยูริ ซึ่งเป็นเจ้าของเดิมคนแรกของมัน และได้กลับไปใช้เกราะเอสปาดา ดังเดิม และหลังจากจบศึกครั้งสุดท้าย เค็นโตะก็ได้ใช้ชีวิตตามที่ตนเองปรารถนา และได้มาทำงานที่ร้านหนังสือของโทมะในยามว่าง
คำพูดประจำตัวในช่วงเวลาก่อนต่อสู้คือ "ฉันจะไม่ลังเลอีกแล้ว !" , และเมื่อต้องการจัดการศัตรูเขาจะกล่าวว่า "จบเรื่องเท่านี้แหละ !"
โอกามิ เรียว (尾上 亮) / มาสค์ไรเดอร์บัสเตอร์ (仮面ライダーバスター)
รับบทโดย อิคุชิมะ ยูกิ (生島勇輝)[6]
นักดาบผู้ใช้ดาบสนั่นภพ เกคิโด[4] อายุ 36 ปี มีลูกชาย 1 คน ชื่อว่า โซระ ซึ่งเวลาปฏิบัติภารกิจก็จะไปกันทั้ง 2 พ่อลูก เป็นมาสค์ไรเดอร์นักดาบที่อาวุโสที่สุดในกลุ่ม แรกเริ่มนั้นเรียวไม่ค่อยยอมรับในตัวโทมะ ที่มารับหน้าที่เป็นเซเบอร์เท่าไรนัก ด้วยความที่ว่าโทมะไม่ได้ถูกฝึกมาเป็นนักดาบตั้งแต่แรก แต่กระนั้นเขาก็ยอมเปิดโอกาสให้โทมะได้แก้มือใหม่ และไม่ถือโทษที่ช่วยโซระไว้ไม่ทัน หลังจากที่โทมะสามารถช่วยลูกชายของเขากลับมาได้อย่างปลอดภัย เรียวจึงเชื่อมั่นในตัวโทมะยิ่งขึ้น และยอมรับเขาในฐานะนักดาบคนหนึ่ง เรียวชอบเรียกโทมะเล่น ๆ ว่า "เจ้าหนุ่มนักเขียน"
ในตอนที่ 16 เรียวได้รับคำสั่งจากภาคีให้หยุดโทมะในฐานะคนทรยศ แต่เขาก็ไม่ได้เชื่อว่าโทมะจะหักหลังพวกของตน แม้แต่ตอนปะทะกัน เขาก็พยายามเลี่ยงไม่ยอมลงมือกับโทมะ และเก็บดาบทันที
ในตอนที่ 24 หลังจากประดาบกับโทมะเพื่อพิสูจน์ความตั้งใจจริง เรียวก็เกิดความเชื่อมั่นในตัวโทมะ และยอมถอนตัวจากภาคีมาช่วยโทมะอีกคน ต่อจากไดชินจิพร้อมทั้งบอกเร็นว่าให้ตัดสินใจด้วยตนเอง
ในตอนที่ 32 เรียวถูกซุออสโจมตีจนหมดสติไป และดาบเกคิโดก็ถูกเรย์กะนำกลับไปให้มาสเตอร์โลกอส
ในตอนท้ายของเรื่อง เรียวร่วมต่อสู้กับรินทาโร่และสามารถโค่น ลอร์ดออฟไวส์ ลงได้อย่างยากลำบาก
ประโยคเด็ดของเรียวที่เขามักกล่าวกับศัตรูก่อนต่อสู้คือ " 1.แกเป็นคนชั่วที่อุกอาจมาก ! 2. เตรียมรับความเกรี้ยวกราดแห่งพสุธา 3. ไม่ต้องพูดมาก มาตัดสินกัน !! "
อาคามิจิ เรน (緋道 蓮) / มาสค์ไรเดอร์เค็นซัน (仮面ライダー剣斬)
รับบทโดย โทกาชิ เอย์จิ (富樫 慧士)
นักดาบผู้ใช้ดาบคู่วายุ ฮายาเตะ[4] บุคลิกเป็นเด็กหนุ่มท่าทางเลือดร้อน และกระตือรือร้นตลอดเวลา เขาเป็นนักดาบที่ใช้วิชานินจาต่อสู้เป็นหลัก เรนเชื่อมั่นว่า ความแข็งแกร่ง คือความถูกต้อง และมองว่า โทมะคือคู่แข่งคนสำคัญคนหนึ่ง เร็นให้ความเคารพ และเชื่อถือในตัวเค็นโตะเป็นอย่างมากเสมือนพี่ชายแท้ ๆ คนหนึ่ง กระทั่งในตอนที่ 28 เรนได้ไปพบกับเค็นโตะด้วยความดีใจ แต่เค็นโตะกลับแปลงร่างเป็นคาลิเบอร์และโจมตีใส่ หมายจะผนึกดาบฮายาเตะ เร็นเสียใจเป็นอย่างมากที่ต้องมาเป็นศัตรูกับคนที่ตนเคารพ ในที่สุดคาลิเบอร์ก็ผนึกดาบฮายาเตะได้ครึ่งหนึ่ง แต่แล้วโทมะก็เข้ามาขวางไว้ได้ เค็นโตะที่เพลี้ยงพล้ำจึงเดินหนีไป ทิ้งเร็นที่เจ็บปวดไว้เบื้องหลัง หลังจากที่เร็นพบกับเดซาสท์ เขาก็เข้าใจถึงความหมายของความแข็งแกร่ง และยอมรับเดซาสท์เป็นสหายโดยที่ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ จุดนี้เอง ที่ทำให้เขาเปลี่ยนใจกลับไปร่วมสู้กับเหล่านักดาบแห่งโลกอส หลังศึกจุดท้ายจบลง เร็นก็ได้ออกเดินทางเพนจรไปเรื่อย ๆ เพื่อฝึกฝนตนเองและตามหาความหมายของชีวิต
ประโยคคำพูดประจำตัวของเขาคือ "ความแข็งแกร่ง และ เที่ยงธรรม ของฉัน ไม่มีทางแพ้ใคร !!"
ไดชินจิ เท็ตสึโอะ (大秦寺 哲雄) / มาสค์ไรเดอร์สแลช (仮面ライダースラッシュ)
รับบทโดย โอกะ ฮิโรอากิ (岡宏明)[5]
ช่างตีเหล็กของภาคี ซอร์ดออฟโลกอส เป็นผู้สร้างอาวุธให้กับเหล่านักดาบ มีบุคลิกเป็นคนขี้อายและพูดน้อย แต่จริงจังในการทำงานมาก ไดชินจิรักษาซ่อมแซมดาบเซย์เค็นทุกเล่มอย่างทะนุถนอม ราวกับว่ามันมีชีวิตจิตใจ ในตอนที่ 7 เผยว่าเขามีฉายานามคือ สแลช กระทั่งในตอนที่ 9 เขาก็ซ่อมแซม ดาบปืนกังวาน สึซึเนะ ได้สำเร็จ หลังจากที่ดาบชำรุดตั้งแต่ 15 ปีก่อน และใช้มันแปลงร่างเป็น มาสค์ไรเดอร์ แสลช ผู้มีสมญานาม นักดาบเสียงกังวาน ซึ่งเดิมทีแล้วไดชินจิก็เป็นนักดาบเช่นกัน แต่เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการซ่อมบำรุงดาบ นอกจากนี้ไดชินจิยังมีความสามารถพิเศษในการฟังเสียงมากกว่าคนปกติ ซึ่งช่วยให้เขาพลิกสถานการณ์ต่อสู้ได้มาหลายครั้ง แม้ว่าไดชินจิจะมีหน้าตาที่ยังดูอายุน้อยเหมือนกับพวกรินทาโร่ แต่ความจริงอายุเขาอยู่ในรุ่นไล่เลี่ยกับโอกามิ
ในตอนที่ 21 ไดชินจิกลับมาหาโทมะอีกครั้ง และท้าให้ดวลดาบเพื่อแสดงเจตนารมของตนเอง ไดชินจิประชันเพลงดาบกับโทมะอย่างเอาจริงจนกระทั่งโทมะเสียเปรียบ แต่ด้วยความมุ่งมั่นโทมะก็สามารถดึงเอาจิตวิญาณของดาบเร็กกะออกมาได้ เปลวไฟที่ลุกโชนบนใบดาบทำให้ไดชินจิเข้าใจถึงเจตจำนงที่แท้จริงของโทมะ เขาจึงตัดสินใจถอนตัวจากภาคีและมาร่วมมือกับโทมะเพื่อรับมือกับศัตรูปริศนาที่แฝงตัวในภาคี โดยที่เรียวก็เห็นดีเห็นงามด้วย ในตอนที่ 26 ดาบสึซึเนะคู่ใจของไดชินจิ ถูกคาลิเบอร์ใช้พลังความมืดผนึกไว้ จึงไม่สามารถแปลงร่างได้ ทำให้ไดชินจิเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
อนึ่งบุคลิกคึกคักและชอบพูดเสียงสูง ตอนใช้ร่าง เบรเมนโนะร๊อคแบนด์ แท้จริงแล้วเป็นตัวตนจริง ๆ ของไดชินจิที่เขาเก็บซ่อนไว้ ไม่ได้เป็นเพราะวันเดอร์ไรด์บุ๊คแต่อย่างใด
ประโยคคำพูดประจำตัวของเขาคือ "ดาบของฉันน่ะ มีเสียงสะท้อนที่ไม่เหมือนใครเชียวนะ !!"
โซเฟีย (ソフィア) / มาสค์ไรเดอร์คาลิเบอร์ (仮面ライダーカリバー)
รับบทโดย ชิเน็น รินะ (知念里奈)[1][5]
ผู้วิเศษหญิงซึ่งเป็นผู้นำของภาคี ซอร์ดออฟโลกอส สาขาเหนือ เธอมีจุดมุ่งหมายหวังจะสร้างสมดุลของโลกมนุษย์ และวันเดอร์เวิลด์ เธอเชื่อว่า การที่โทมะได้รับเลือกให้เป็นเซเบอร์นั้น คือโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ในตอนที่ 16 โซเฟียหายตัวไปจากฐานทัพ โดยเรย์กะเป็นผู้มาบอกแก่เหล่านักดาบว่า เธอถูกพวกเมกิโดจับตัวไปขังไว้ ซึ่งความจริงเป็นอย่างไรก็ไม่มีใครทราบได้ กระทั่งในตอนที่ 20 เผยว่า โซเฟียถูกภาคี ซอร์ดออฟโลกอสฝ่ายใต้ควบคุมตัวไว้ อยู่ในการดูแลของมาสเตอร์โลกอส ต่อมาในตอนที่ 29 โซเฟียก็ได้รับอิสระด้วยความช่วยเหลือจากคาลิเบอร์ หรือเค็นโตะที่ลอบเข้าไปในเซาเทิร์นเบส และกลับมาดูแลนอร์ธเทิร์นเบสตามเดิม อย่างไรก็ตาม ภายหลังเผยว่า โซเฟียเป็นมนุษย์เทียม ซึ่งถูกสร้างขึ้นจากข้อมูลพื้นฐานของลูน่า เพื่อเชื่อมต่อพลังจากวันเดอร์เวิลด์กับโลกมนุษย์
ในตอนที่ 44 โซเฟียได้รับผลกระทบจากการทำลายวันเดอร์เวิลด์ของสตอริอุส ร่างกายเริ่มที่จะสลายไป ยูริเห็นดั้งนั้นจึงมอบดาบคุรายามิไว้ให้โซเฟียใช้ชั่วคราว และในตอนที่ 45 เธอก็ได้ใช้มันแปลงร่างเป็นคาลิเบอร์ เข้าร่วมศึกสุดท้ายกับเหล่านักดาบแห่งโลกอส
นากามิเนะ เค็นชิน (長嶺 謙信) / มาสค์ไรเดอร์เบลดส์ (仮面ライダーブレイズ)
รับบทโดย มิคามิ มาซาชิ (三上 真史)
นักดาบวารีผู้เป็น มาสค์ไรเดอร์เบลดส์ รุ่นก่อน ซึ่งเป็นอาจารย์ของรินทาโร่ ในเหตุการณ์รุกรานของเหล่าเมกิโดเมื่อ 15 ปีก่อน เขาได้ต่อสู้กับซูออส จนกระทั่งพ่ายแพ้และถูกสังหาร สร้างบาดแผลในใจให้กับรินทาโร่ตลอดมา จนกระทั่งรับตำแหน่งต่อจากอาจารย์ เมื่อรินทาโร่เผชิญหน้ากับซูออสอีกครั้ง ไฟแค้นในอดีตก็ได้ถูกจุดขึ้น เขาจึงมุ่งมั่นที่จะเอาชนะซูออส เพื่อล้างแค้นให้อาจารย์ให้จงได้ ในตอนที่ 32 หลังจากรินทาโร่ได้รับพลังของ ทาเทกามิเฮียวจู มา เขาก็ได้รับสืบทอดเคล็ดวิชาดาบมาจากเค็นชินด้วย และเมื่อเอาชนะซุออสได้ วิญญาณของเค็นชินก็มาปรากฏตัวต่อหน้ารินทาโร่อีกครั้ง พร้อมชื่นชมความสำเร็จของศิษย์เอกอย่างภาคภูมิใจ
ฟุคามิยะ ฮายาโตะ (富加宮 隼人) / มาสค์ไรเดอร์คาลิเบอร์ (仮面ライダーカリバー)
รับบทโดย คุราฮาชิ มิตซึรุ (唐橋 充)[4]
อดีตนักดาบแห่งภาคี ซอร์ดออฟโลกอส สหายเก่าของโอกามิ เรียว ทุกคนต่างเชื่อว่าเขาแปรพักตร์ไปเข้ากับฝ่ายเมกิโด โดยมีเป้าหมายต้องการชิงหนังสือแห่งโบราณกาลเป็นของตน ความจริงเปิดเผยในตอนที่ 5 ว่า เขาคือพ่อของเค็นโตะ หรือ เอสปาดา ในอดีตเขาเป็นพ่อที่รักและห่วงใยลูกชายมาก ๆ ก่อนที่จะทิ้งเค็นโตะไว้กับภาคี แล้วหายตัวไป ในตอนที่ 9 โซเฟียรู้สึกเคลือบแคลงสงสัยว่า คาลิเบอร์ ที่ทุกคนเห็นอยู่นี่อาจไม่ใช่ฮายาโตะตัวจริง ซึ่งความจริงคือ เมื่อ 15 ปีก่อน ฮายาโตะหรือคาลิเบอร์ตัวจริง ถูกชิงดาบเซย์เค็น กับชุดเกราะไปโดยบุคคลปริศนา และนำไปใช้ในทางชั่วร้าย ความจริงเปิดเผยในตอนที่ 10 ว่า ผู้ที่ใช้เกราะคาลิเบอร์คนปัจจุบันคือ คามิโจ ไดจิ หรือ เซเบอร์คนก่อน นั่นเอง กระทั่งตอนที่ 11 คามิโจก็เผยว่า ฮายาโตะเป็นผู้ทรยศจริง เหมือนกับตน ก่อนที่ฮายาโตะจะหายสาบสูญไป โดยไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา กระทั่งคามิโจเผยว่าตนเป็นผู้สังหารฮายาโตะ แล้วจึงสวมรอยเป็นคาลิเบอร์เสียเอง ในตอนที่ 15 คามิโจกล่าวว่า ฮายาโตะถูกหลอกใช้โดยคนในภาคี จึงเป็นเหตุให้ทรยศและใช้ ลูน่าเป็นกุญแจเปิดมิติเพื่อเชื่อมโลกทั้ง 2 ด้านเข้าหากัน กระทั่งทั้งคู่ต่อสู้กัน ผลคือคามิโจต้องจำใจสังหารฮายาโตะ อย่างไรก็ตามในตอนที่ 38 ได้เผยว่าฮายาโตะอยู่ในสภาพดวงจิตจากการช่วยเหลือของทัตเซลโดยสภาพดวงจิตมีลักษณะเป็นนกสีทอง ปรากฏตัวต่อหน้าเค็นโตะและได้เฝ้าดูมาตลอดเวลา
ชินได เรย์กะ (神代 玲花) / มาสค์ไรเดอร์ซาเบลา (仮面ライダーサーベラ)
รับบทโดย แองเจลา เมย์ (アンジェラ 芽衣)[4]
หญิงสาวในเสื้อโค๊ทยาวสีดำ ที่อยู่ ๆ ปรากฏตัวในนอร์ธเทิร์นเบส เธอคือ สมาชิกภาคี ซอร์ดออฟโลกอส สาขาเซาเทิร์นเบส และเป็นผู้มอบ ไทรเคลเบรอส วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ให้เค็นโตะ ในตอนที่ 16 เรย์กะได้ไปชักชวนโทมะให้ร่วมมือกับ ซอร์ดออฟโลกอส สาขาเซาธ์เทิร์นเบส แต่โทมะปฏิเสธ เธอจึงยุยงเหล่านักดาบที่เหลือว่า โทมะทรยศต่อภาคี เหมือนกับคามิโจ และ ฮายาโตะ เพราะต้องการครอบครองพลังของหนังสือลี้ลับแห่ง วันเดอร์เวิลด์ และโซเฟียถูกพวกเมกิโดจับตัวไป ศึกระหว่างเซเบอร์ กับไรเดอร์ทั้ง 5 จึงอุบัติขึ้น แต่แล้วในตอนที่ 25 เธอก็เผยตัวในฐานะมาสค์ไรเดอร์นักดาบหญิงผู้ใช้ดาบสายหมอก โนโรชิ หรืออีกนัยหนึ่งคือ มาสค์ไรเดอร์ซาเบลา ซึ่งใช้พลังจากหมอกควัน และ แมลง ด้วยความที่ตระกูลชินไดของเธอรับใช้ภาคีมาอย่างยาวนาน เธอจึงซื่อสัตย์ต่อมาสเตอร์โลกอส และทำตามคำสั่งอย่างไม่กังขาแม้แต่น้อย ปกติเรย์กะจะสวมเสื้อโค๊ทยาวสีดำ แต่เมื่อปรากฏตัวในฐานะนักดาบ เธอจะเปลี่ยนมาใส่เสื้อโค๊ทหนังสีแดงเข้มของซอร์ดออฟโลกอสสาขาใต้ ตั้งแต่ตอนที่ 31 - 32 เรย์กะได้เริ่มเคลือบแคลงสงสัยในตัวมาสเตอร์โลกอสเนื่องจากมาสเตอร์โลกอสเริ่มแหกกฎของภาคีอย่างชัดเจน ขณะที่ตัวเธอยังคงยึดถือในกฎของภาคี แต่ก็ถูกพี่ชายของเธอกำชับให้ทำตามคำสั่งมาสเตอร์โลกอสแต่โดยดี จนกระทั่งในตอนที่ 35 ได้เห็นแผนการของมาสเตอร์โลกอส เธอจึงตัดสินใจร่วมกับเรียวกะผู้เป็นพี่ เข้าต่อสู้กับ มาสค์ไรเดอร์โซโลมอน ขณะที่เธอกำลังจะถูกอดีตเจ้านายสังหารนั้น พวกโทมะก็เข้ามาช่วยไว้ได้ทัน ทำให้เธอประหลาดใจไม่น้อย นอกจากนี้ยังเผยว่าเป็นคนที่รักพี่ชายเป็นอย่างมาก โดยมักจะแสดงสีหน้าไม่พอใจกับที่คนใกล้ชิดเรียวกะผู้เป็นพี่ชาย
ชินได เรียวกะ (神代 凌牙) / มาสค์ไรเดอร์ดูแรนดัล (仮面ライダーデュランダル)
รับบทโดย โชโนะซากิ เค็น (庄野崎 謙)[4]
นักดาบผู้ใช้ ดาบกาลภูมิ ไคจิ เป็นพี่ชายของ ชินได เรย์กะ เป็นผู้ช่วยคนสำคัญที่เปรียบเสมือนบอดี้การ์ดของมาสเตอร์โลกอส และปฏิบัติตามคำสั่งอย่างไม่กังขาเช่นเดียวกับน้องสาวของตน แม้ว่ามาสเตอร์โลกอสจะเผยเจตนาที่ผิดต่อคำปฏิญาณของภาคี เรียวกะได้ชื่อว่าเป็นนักดาบมือหนึ่งแห่ง ซอร์ดออฟโลกอส สาขาใต้ มีนิสัยโอหัง มั่นใจในตนเองมาก ดูถูกผู้ที่อ่อนแอกว่า เขามีสไตล์การต่อสู้ที่ไม่เกี่ยงวิธีสกปรก และทำทุกวิถีทางเพื่อกำจัดคู่ต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นลอบโจมตี หรือจับรินทาโร่เป็นตัวประกัน เพื่อข่มขู่โทมะให้ยอมจำนน ในตอนที่ 35 เรียวกะเริ่มเห็นถึงความวิปลาสของมาสเตอร์โลกอส กระทั่งในตอนที่ 36 เขากับเรย์กะก็ได้ปะทะกับมาสเตอร์ในร่างมาสค์ไรเดอร์โซโลมอน แต่ก็ไม่สามารถรับมือไว้ได้ จนกระทั่งพวกโทมะเข้ามาพบ สองพี่น้องจึงต้องยอมรับความช่วยเหลือโดยไม่เต็มใจนัก หลังจากที่เรียวกะได้รับการช่วยเหลือจากโทมะหลายครั้ง กิริยาท่าทางของเขาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
มาสเตอร์โลกอส (マスターロゴス)
รับบทโดย โซมะ เคย์สุเกะ (相馬 圭祐)[4]
ผู้นำสูงสุดของภาคี ซอร์ดออฟโลกอส
มาสเตอร์โลกอสรุ่นแรก (初代マスターロゴス)
ผู้ก่อตั้งซอร์ดออฟโลกอสจากโลกแห่งความจริง เป็นหนึ่งใน 5 คนแรกที่ได้เข้าไปในโลกวันเดอร์เวิลด์และได้ให้คำสัญญากับทัตเซลหรือวิคเตอร์ว่าจะรักษาสมดุลระหว่างโลกแห่งความจริงกับวันเดอร์เวิลด์
อิซาค (イザク) / มาสค์ไรเดอร์โซโลมอน (仮面ライダーソロモン)
มาสเตอร์โลกอสคนปัจจุบัน มีเอกลักษณ์ประจำตัวคือ มักจะสวมผ้าคลุมฮู๊ดสีแดงเข้มและจะพกหนังสือเล่มใหญ่เล่มหนึ่งติดตัวตลอดเวลา มีเรย์กะเป็นผู้ช่วยมือขวาที่ไว้วางใจ และการที่โทมะได้พลังของ พรีมิทีฟดราก้อนไป ก็เป็นแผนการของมาสเตอร์โลกอสเช่นกัน โดยจุดประสงค์ของเขานั้นยังเป็นปริศนา ในตอนที่ 25 เขาได้ออกคำสั่งให้เรย์กะ และ รินทาโร่ กำจัดโทมะในฐานะศัตรูของภาคี ในตอนที่ 26 มาสเตอร์โลกอสได้มาพบกับทัสเซล และพูดคุยถึงเป้าหมายในแผนการ ซึ่งมาสเตอร์โลกอสเผยว่าแผนการของตนก็คือ การใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ทุกเล่มเปิดผนึกหนังสือโบราณกาลเพื่อครอบครองพลังสูงสุด และกลายเป็นผู้ปกครองโลกนั่นเอง โดยหลอกใช้เหล่านักดาบ และทัตเซล และในตอนที่ 29 มาสเตอร์ก็เผยแผนการชั่วของเขาต่อรินทาโร่ โดยที่เขาได้สังหารเหล่านักปราชญ์ตุลาการที่ขัดขวางแผนการของตน ในที่สุดอิซาคก็สามารถรวบรวมดาบศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 11 เล่ม และ วันเดอร์ไรด์บุ๊คทั้ง 9 เล่ม ได้สำเร็จ กระทั่งสามารถสร้าง ออมนิฟอร์ซวันเดอร์ไรด์บุ๊ค ขึ้นมาใช้แปลงร่างเป็น มาสค์ไรเดอร์โซโลมอน ในที่สุด
ในตอนที่ 40 อิซาคได้เผยว่า ออมนิฟอร์ซวันเดอร์ไรด์บุ๊คสามารถควบคุมบุ๊ค เล่มอื่น ๆ ได้ เขาจึงคิดแผนชั่ว โดยบุกไปหาพี่น้องชินไดถึงที่ ทว่าเรียวกะเข้าไปขวางไว้ อิซาคได้บังคับให้เรียวกะแปลงร่างเป็นดูแรนดัล ด้วยพลังของตนเอง แล้วสั่งให้เข้าทำร้ายเรย์กะทันที ขณะเดียวกับที่บัสเตอร์และสแลชเข้ามาช่วยไว้ทัน ก่อนที่จะช่วยเรียวกะให้หลุดจากการควบคุมของอิซาคได้
เท่านั้นไม่พอเขาได้พยายามเริ่มแผนชิงตัวลูน่า ด้วยท่าโซโลมอนโซน แต่พวกโทมะมาขัดขวางก่อน จึงทำให้ลูน่าที่อยู่ภายในวันเดอร์เวิลด์หลบหนีไปหาทัตเซลได้
ตัดฝั่งไปที่โซโลมอนซึ่งเปิดฉากกับพวกโทมะอยู่ก็ได้จังหวะควบคุมบุ๊ค ของเบลดส์และเอสปาด้าเพื่อให้ทั้งสองเข้าไปทำร้ายเซเบอร์ แต่รินทาโร่เเละเคนโตะพยายามขัดขืนการควมคุม รวมไปถึงใช้ดาบคุรายามิ ที่ชิงมาจากยูริฟันใส่โทมะแต่โทมะรับไว้ได้ จนกระทั่งเบลดส์กับเอสปาด้ากลับมาควบคุมร่างได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม หลังจากถูกโทมะในร่างฟีเจอร์ริ่งเซเบอร์ไรเดอร์คิกใส่ ออมนิฟอร์ซบุ๊คก็ถูกทำลายลง และกลับมายังฐานเซาเธิร์นเบสพร้อมกับสภาพบาดเจ็บ เเต่สตอริอุสเดินมาหาก่อนจะดูดพลังชีวิตและยึดออมนิฟอร์ซบุ๊คที่ถูกประกอบใหม่อีกครั้งไป ร่างของอิซาคจึงสลายหายไป

ตัวละครอื่นๆ[แก้]

คามิโจ ไดจิ (上條 大地) / มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์ (仮面ライダーセーバー) → มาสค์ไรเดอร์คาลิเบอร์ (仮面ライダーカリバー)
รับบทโดย ฮิรายามะ ฮิโรยูกิ (平山浩行)[6]
นักดาบอัคคี หรือ มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์ รุ่นก่อน ที่ช่วยโทมะเอาไว้เมื่อตอนเด็ก และได้มอบ เบรฟดราก้อนวันเดอร์ไรด์บุ๊ค ไว้ให้ หลังจากนั้นนักดาบผู้นี้ก็หายสาบสูญไปและไม่มีใครได้ข่าวคราวอีกเลย จนกระทั่งโทมะได้รับเลือกให้เป็นเซเบอร์คนใหม่ เขาเป็นผู้ที่ให้คำสอนกับโทมะว่า "เหนือการเตรียมใจ ยังมีความหวังอยู่" ในตอนที่ 10 คามิโจกลับมาอีกครั้งโดยเผยตัวในฐานะคาลิเบอร์ ซึ่งสาเหตุที่เขาได้เกราะคาลิเบอร์มาจากฮายาโตะ และ แปรพักตร์ไปอยู่ฝ่าย เมกิโด ยังคงเป็นปริศนา แต่แล้วคามิโจก็เผยในตอนที่ 11 ว่า ฮายาโตะเป็นผู้ทรยศจริง ซึ่งเขาป็นผู้สังหารฮายาโตะเองด้วย ในขณะที่ตัวเขาเองก็แปรพักตร์เช่นกัน จากนั้นก็ทำทีเป็นว่าตนหายสาบสูญไป และคามิโจก็ปฏิบัติการในฐานะคาลิเบอร์ตั้งแต่นั้นมา ในตอนที่ 15 หลังจากต่อสู้กับโทมะและพ่ายแพ้แก่โทมะ คามิโจก็เริ่มเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อ 15 ปีก่อน ซึ่งกล่าวว่าฮายาโตะทรยศภาคีจริง และคิดจะใช้ตัวลูน่าเป็นกุญแจเปิดประตูเชื่อมโลกทั้ง 2 ฝั่ง เขาจึงต่อสู้กับฮายาโตะและสังหารฮายาโตะในที่สุด แต่ตัวเขานั้นเชื่อว่าฮายาโตะต้องถูกหลอกใช้จากคนในแน่นอน เพื่อล่อให้คนทรยศตัวจริงเปิดเผยตัวออกมา คามิโจจึงตัดสินใจแฝงตัวเป็นคาลิเบอร์ และทำทีเป็นแปรพักตร์เพื่อไปสืบความจริงจากฝั่งเมกิโดต่อ ตอนนั้นเองเขาก็คิดจะส่งต่อดาบคุรายามิ พร้อมกับวันเดอร์ไรด์บุ๊คให้โทมะไปสืบหาความจริงต่อ แต่แล้วก่อนที่จะเฉลยเรื่องราวได้หมด คามิโจก็ถูกเดซัสท์แทงดาบจากข้างหลังจนถึงแก่ความตาย ดาบคุรายามิ และจาอาคุดราก้อน วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ก็สาบสูญไป อย่างก็ตามในตอนที่ 44 วิญญาณของคามิโจได้กลับมาปรากฎต่อหน้าโซเฟีย พร้อมกับดวงจิตของฮายาโตะอีกครั้ง เพื่อให้กำลังใจโซเฟียซึ่งขณะนั้นต่อสู้ในฐานะคาลิเบอร์ เนื่องด้วยทั้ง 2 คนคืออดีตผู้ที่แปลงร่างมาสค์ไรเดอร์คาลิเบอร์เช่นกัน
โอกามิ โซระ (尾上 そら)
ลูกชายเพียงคนเดียวของเรียว และชอบเรียกพ่อของตนแบบไม่เหมือนใครว่า "ท่านพ่อ" นอกจากนี้โซระยังสามารถอ่านภาษาของวันเดอร์เวิลด์ออกได้ จากตอนที่เขาเล่าเรื่องของพรีมิทีฟดราก้อนให้โทมะฟัง
ทัตเซล (タッセル) / วิกเตอร์ (ビクトール)
รับบทโดย เร โรมาเนสค์ TOBI (レ・ロマネスクTOBI)[1]
ผู้บรรยายเรื่อง มีบทบาทในช่วงต้นเรื่องและท้ายเรื่องของตอน โดยจะกล่าวเปิดเรื่องว่า "Bon Lecture (อ่านให้สนุกนะ)"[6] อย่างไรก็ตามได้เผยว่าชื่อจริงของทัตเซล คือ วิกเตอร์ ในอดีตเขาได้ทำสัญญากับมาสเตอร์โลกอสรุ่นแรกไว้ โดยเป็นผู้ปกครองวันเดอร์เวิลด์ ในขณะที่มาสเตอร์โลกอสรับหน้าที่พิทักษ์โลกมนุษย์ และเขายังเป็นเพื่อนสนิทกับยูริด้วย ทัตเซลถูกสตอริอุสสังหารหลังจากได้พลัง กริมมัวร์ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค มา และหลังจากสตอริอุสถูกเซเบอร์ปราบลงได้สำเร็จ ทัตเซลก็กลับมาอีกครั้งในร่างวิญญาณ คอยเฝ้ามองและปกป้องวันเดอร์เวิลด์ร่วมกับเหล่าสหายของเขาที่กลับมา
ลูน่า (ルナ)
เด็กหญิงปริศนาที่มาเล่นกับพวกโทมะ และ เค็นโตะ สมัยเด็ก โดยเธอพกหนังสือ วันเดอร์สตอรี่ ติดตัวมาอ่านกับพวกเขาประจำ จากนั้นทั้ง 3 ก็เริ่มแต่งนิทานร่วมกัน ในเหตุการณ์ที่ประตูมิติถูกเปิดเมื่อ 15 ก่อน ลูน่าถูกดึงเข้าไปในมิติหนึ่งของวันเดอร์เวิลด์ แล้วหายสาบสูญไปโดยไม่มีใครสามารถช่วยเธอไว้ได้ เรื่องนี้จึงกลายเป็นแผลในใจของโทมะและเค็นโตะตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ในเวลาต่อมา ลูน่าก็มาปรากฏตัวในความฝันของโทมะอีกครั้ง และบอกให้โทมะช่วยเหลือเด็กชายผู้เศร้าสร้อยที่เห็นในนิมิตให้ได้ ลูน่ากลับมาปรากฏตัวต่อหน้าโทมะ และ เค็นโตะ อีกครั้งในตอนทื่ 35 แต่ถูกเรย์กะลักพาตัวไปหามาสเตอร์โลกอส เพื่อรวมพลังวันเดอร์ไรด์บุ๊ค ร่างกายของเธอยังไม่สมบูรณ์ จึงคงสภาพอยู่ในโลกมนุษย์ได้ไม่นานและหายตัวไป โทมะจึงตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะพาลูน่ากลับมาอย่างสมบูรณ์ให้ได้
ยูริ (ユーリ) / มาสค์ไรเดอร์ไซโค (仮面ライダー最光)
รับบทโดย อิชิคาวะ โทโมฮิโระ (市川 知宏)
ชายปริศนาสวมผ้าคลุมสีขาวที่เคยปรากฏตัวในอาวาลอนต่อหน้าโทมะที่กำลังตามหา คิงอาเธอร์วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ซึ่งรู้จักกับทัตเซลด้วย บัดนี้เขากลับมาปรากฏตัวต่อหน้าโทมะอีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือจากการถูกเหล่านักดาบโจมตี ในฐานะนักดาบแห่งแสง มาสค์ไรเดอร์ไซโค ผู้มีร่างกายเป็นดาบ ในตอนที่ 17 ยูริแสดงความสามารถในการใช้เวทมนตร​์ลอกเลียนแบบลักษณะเครื่องแต่งกายของคนที่ผ่านมาด้วยการมองเพียงครั้งเดียว ในตอนที่ 18 ยูริได้เล่าอดีตของตนให้โทมะฟังว่า เมื่อครั้งโบราณกาล ที่ดาบศักดิ์สิทธิ์ 2 เล่มแรกถูกสร้างขึ้น ซึ่งก็คือ ดาบแห่งแสงสว่าง และ ดาบแห่งความมืด ในสมัยที่ตัวเขาที่ยังเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง เกิดกลัวว่าดาบแห่งแสงจะถูกนำไปใช้ในทางชั่วร้าย เนื่องด้วยหากดาบเซย์เค็นแห่ง แสงสว่าง และ ความมืด มารวมกันแล้วจะมีอานุภาพที่สุดจะหยั่งถึง ยูริจึงตัดสินใจสละกายหยาบเพื่อรวมร่างเป็นหนึ่งเดียวกับดาบแห่งแสง ทำให้เขามีอายุขัยที่ยืนยาวจนใกล้ความเป็นอมตะ และคอยเฝ้ามองดูโลกจากดินแดนอาวาลอน จนกระทั่งพบกับโทมะที่เข้าไปตามหาพลังแห่งคิงอาเธอร์ ยูริที่เป็นคนจากสมัยโบราณตื่นตาตื่นใจกับวิทยาการยุคปัจจุบันมาก เขามักจะหยิบจับของในร้านโทมะมาดูเล่นเสมอ และที่เขาชื่นชอบที่สุดก็คือหนังสือการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ ทั้งที่ตอนแรกเขาบอกว่าไม่ชอบมันแต่ก็ยังอ่านแบบวางไม่ลง
ยูริมีวลีเด็ดที่พูดติดปากคือ บรรเจิดไปเลย ! (เป็นการเล่นคำพ้องเสียงคำว่า ไซโค ในภาษาญึ่ปุ่น - 最高 、最光)
บาฮาโตะ (バハト) / มาสค์ไรเดอร์ฟอลเชียน (仮面ライダーファルシオン)
แสดงโดย ทานิกุจิ มาซาชิ (谷口賢志)
ปรากฏในตอนที่ 34, 35, 37, 38 นักดาบจากอดีตกาลผู้ครองพลังอมตะแห่งนกฟินิกซ์ มีดาบไร้ตัวตน เคียวมุ เป็นอาวุธประจำกาย โดยในภาพยนตร์สั้นสีของดวงตาได้เปลี่ยนไปเนื่องจากผลของการผนึกและรอยแผลที่มีลักษณะคล้ายขนนกฟินิกซ์ไว้อยู่บริเวณด้านขวา แต่จากที่ได้รับการปลดผนึก 1000 ปีทำให้ร่างกายกลับมาในลักษณะที่สมบูรณ์[7] ได้ถูกปลดปล่อยอีกครั้ง โดยมาสเตอร์โลกอส ซึ่งจุดประสงค์ของการปลดปล่อยนั้นคือ การชิงดาบ เคียวมุ มาใช้ในการรวมพลังจากเซย์เค็น 11 เล่ม และ วันเดอร์ไรด์บุ๊คต่าง ๆ เพื่อครอบครองพลังสูงสุดแห่งวันเดอร์เวิลด์ แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่พ่ายแพ้ต่อเซเบอร์ อีโมชันแนลดราก้อน ดาบเคียวมุตกไปอยู่กับมาสเตอร์โลกอส และถูกขังผนึกไว้อีกครั้ง แต่ในระหว่างตอนที่ 37 และ 38 บาฮาโตะก็ได้กลับมาอีกครั้ง โดยครั้งนี้ได้เฝ้ารอโลกที่กำลังจะถูกลบล้างตามแผนของอิซาค เมย์และยูริได้พยายามเกลี้ยกล่อมให้กลับเข้ามาเป็นพวกแต่บาฮาโตะปฏิเสธ ในช่วงที่กำลังจะปะทะกับอิซาคนั้น บาฮาโตะโผล่มาขัดขวาง แต่โทมะเข้ามาช่วยทันเวลา จนเกิดการปะทะกัน และถูกโทมะฟันด้วยดาบอัคคีทำให้เกิดรอยแผลขึ้นมาเนื่องจากพลังของดาบเร็กกะทำลายความเป็นอมตะของบาฮาโตะได้สำเร็จ กระทั่งร่างกายของเขาสูญสลายไป เหลือแค่เพียงดาบเคียวมุเท่านั้น
อย่างไรก็ตามได้เผยว่าในอดีตเมื่อ 1000 ปีก่อนบาฮาโตะเคยเป็นสหายร่วมรบกับยูริ ซึ่งทั้งคู่สูญเสียความเชื่อถือในมนุษย์เช่นเดียวกัน แต่ยูริเปลี่ยนความคิดเนื่องจากพบกับโทมะที่มีจิตใจเปี่ยมด้วยคุณธรรม
ดูเพิ่มเติมที่ ภาพยนตร์สั้น มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์ นักดาบฟินิกส์กับสมุดแห่งหายนะ#ตัวละครที่ปรากฏเฉพาะในภาพยนตร์

มาสค์ไรเดอร์[แก้]

เข็มขัดแปลงร่าง[แก้]

เซย์เค็นซอร์ดไดรเวอร์ (聖剣ソードライバー)
เข็มขัดแปลงร่างของมาสค์ไรเดอร์ เซเบอร์, เบลดส์ และ เอสปาดา มีส่วนประกอบคือ ตัวเข็มขัด และ เซย์เค็นซอร์ด ใช้งานโดยติดตั้ง วันเดอร์ไรด์บุ๊ค เข้าที่เข็มขัดซึ่งมีช่องสำหรับใส่ทั้งหมด 3 ช่อง และชักดาบออกจากเข็มขัด ผู้ใช้จะสวมเกราะกลายเป็นมาสค์ไรเดอร์ โดยพลังที่ได้จะถูกกำหนดตามวันเดอร์ไรด์บุ๊คเล่มนั้น ๆ โกร่งดาบของมาสค์ไรเดอร์แต่ละคนจะแตกต่างกันไปตามพลังธาตุ เมื่อต้องการใช้ท่าไม้ตาย จะต้องเสียบดาบกลับเข้าที่เข็มขัด กดไกที่ด้ามดาบ จะเป็นการใช้ท่าไม้ตายแรก หากกดไกและชักดาบออกมา จะเป็นการใช้ท่าไม้ตายด้วยดาบ นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถนำวันเดอร์ไรด์บุ๊ค มาแสกนที่ตัวดาบโดยตรง เพื่อใช้ท่าพิเศษจากวันเดอร์ไรด์บุ๊คเล่มนั้น ๆ ได้โดยไม่ต้องติดตั้งกับไดรเวอร์ ปกติดาบจะเสียบอยู่ที่ซอร์ดไดรเวอร์ แต่เมื่อชักออกจากเข็มขัด ตัวดาบจะยาวขึ้นทันที บริเวณหัวเข็มขัดของซอร์ดไดรเวอร์มีอักษรของวันเดอร์เวิลด์สลักไว้ว่า เสียบหนังสือไว้ตรงนี้และปลดปล่อยพลังของมัน (Koko ni Hon wo Sashi Chikara wo Kaihou / ここに本をさし力を解放) , จงดึงดาบศักดิ์สิทธิออกมา (Seiken wo Hikinuke / 聖剣を引き抜け)
เมื่อติดตั้งวันเดอร์ไรด์บุ๊คที่มีมากกว่า 1 เล่มเสียงแปลงร่างจะแตกต่างกันขึ้นไปจากเดิมอยู่กับจำนวนหนังสือที่กำหนดไว้ (อย่างไรก็ตามในกรณีติดตั้งหนังสือที่เข้ากันได้อย่างเช่นไลอ้อนแฟนซิสต้า, ดราก้อนอีเกิ้ล หรือร่างวันเดอร์คอมโบ จะเป็นเสียงการแปลงร่างเฉพาะตัว ซึ่งจะเป็นไปตามพลังธาตุของผู้ใช้) ซึ่งเสียงประกาศจะมีใจความดังต่อไปนี้
เมื่อติดตั้งวันเดอร์ไรด์บุ๊คจำนวน 2 เล่ม
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ นิซัทสึ โนะ ฮง โวะ คาซาเนชิ โทคิ เซย์นารุเคน นิ จิคาระ กะ ยาโดรุ ! วันเดอร์ไรเดอร์ ! 〇〇 ! 〇〇 ! (〇〇 คือ เสียงที่หนังสือถูกติดตั้งไว้) ฟุทัตสึ โนะ โซคุเซย์ โวะ โซนาเอชิ ไยบะ งะ โทงิซุมาซาเรรุ ! (二冊の本を重ねし時、聖なる剣に力が宿る!ワンダーライダー!〇〇!〇〇! 二つの属性を備えし刃が研ぎ澄まされる!, เมื่อหนังสือ 2 เล่มเชื่อมประสานกัน พลังอันศักดิ์สิทธิ์ได้สถิตย์ในดาบเล่มนี้แล้ว ! วันเดอร์ไรเดอร์ ! 〇〇 ! 〇〇 ! คมดาบนี้จักถูกลับขึ้นโดยสองพลังทวีคูณ !)
เมื่อติดตั้งวันเดอร์ไรด์บุ๊คจำนวน 3 เล่ม
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ ซันซัทสึ โนะ ฮง โวะ คาซาเนชิ โทคิ เซย์นารุเคน นิ จิคาระ งะ มินากิรุ ! วันเดอร์ไรเดอร์ ! 〇〇 ! 〇〇 ! 〇〇 ! (〇〇 คือ เสียงที่หนังสือถูกติดตั้งไว้) ซันโซคุเซย์ โนะ จิคาระ โวะ ยาโดะชิตะ เคียวจิน นะ สึรุกิ กะ โคโคะ นิ โคริน ! (三冊の本を重なりし時、聖なる剣に力がみなぎる!ワンダーライダー!〇〇!〇〇!〇〇!三属性の力を宿した、強靭な剣が今ここに降臨 !, เมื่อหนังสือ 3 เล่มเชื่อมประสานกัน พลังอันศักดิ์สิทธิ์ได้สถิตย์ในดาบเล่มนี้แล้ว ! วันเดอร์ไรเดอร์ ! 〇〇 ! 〇〇 ! 〇〇 ! ดาบทรงอานุภาพพร้อมด้วยพลังทั้งสามปรากฏอยู่ ณ ที่นี้แล้ว !)
จาเค็นคาลิเบอร์ไดรเวอร์ (邪剣カリバードライバー)
เข็มขัดแปลงร่างเฉพาะตัวของ มาสค์ไรเดอร์คาลิเบอร์ ใช้คู่กับ ดาบรัตติกาล คุรายามิ โดยบริเวณหัวเข็มขัดเป็นที่ติดตั้ง วันเดอร์ไรด์บุ๊ค จากนั้นจึงใช้ปลายด้ามดาบกดที่ปุ่มด้านบนเพื่อเชื่อมต่อกับ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค จากนั้นหน้าหนังสือจะเปิดออกและเข้าสู่ระบบแปลงร่าง

บริเวณหัวเข็มขัดมีอักษรของวันเดอร์เวิลด์สลักไว้ว่า เสียบหนังสือไว้แล้วแปลงกาย (本を挿して変身 / Hon wo sashite henshin)

เซย์เค็นไซโคไดรเวอร์ (聖剣サイコウドライバー)
เข็มขัดแปลงร่างเฉพาะตัวของ มาสค์ไรเดอร์ไซโค ใช้คู่กับ ดาบจรัสแสง ไซโค มีรูปทรงเหมือนคาลิเบอร์ไดรเวอร์ แต่เป็นสีเงินทั้งเส้น ยามปกติที่ไม่ได้แปลงร่างจะติดตั้งอยู่กับดาบไซโค เมื่อติดตั้ง คินโนะบูคิ กินโนะบูคิ วันเดอร์ไรด์บุ๊คแล้วดึงดาบออก ร่างของผู้ใช้จะกลายเป็นแสงหลอมรวมเป็น 1 เดียวกับดาบไซโค ส่วนในการเปลี่ยนเป็นร่าง เอ็กซ์ซอร์ดแมน ยูริจะติดตั้ง เอ็กซ์ซอร์ดแมน วันเดอร์ไรด์บุ๊ค เข้าที่เข็มขัดนี้ แล้วใช้ปลายด้ามดาบกดด้านบน
ดูมส์ไดรเวอร์บัคเคิล (ドゥームズドライバーバックル)
เข็มขัดแปลงร่างเฉพาะตัวของ มาสค์ไรเดอร์โซโลมอนและสตอริอุส มีรูปทรงเหมือนคาลิเบอร์ไดรเวอร์และเซย์เค็นไซโคไดรเวอร์ แต่เป็นสีทองทั้งเส้น

อาวุธและอุปกรณ์[แก้]

เซย์เค็น (聖剣)
ดาบศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังเร้นลับจากโบราณกาลแฝงอยู่ ถูกตีขึ้นและส่งต่อสืบทอดโดยนักดาบของโลกอสรุ่นสู่รุ่น อาวุธประจำกายซึ่งนักดาบแต่ละคนจะมีอยู่คนละ 1 เล่ม ในรูปแบบแตกต่างกันไปตามสาขาวิชาดาบที่ตนศึกษา โดยเซย์เค็นแต่ละเล่มจะเป็นผู้เลือกนักดาบที่คู่ควรกับเพลงดาบสายนั้น ๆ เอง
กาไทรค์โฟน (ガトライクフォン)
อุปกรณ์รูปแบบโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่นักดาบสมาชิกของ ซอร์ดออฟโลกอส ทุกคนใช้งาน โดยสามารถแปลงสภาพเป็นรถมอเตอร์ไซค์ 3 ล้อ ติดอาวุธ ได้ นอกจากนี้ยังเผยในตอนที่ 29 ว่ากาไทรค์โฟนสามารถใช้เป็นเครื่องดักฟังผ่านกำแพงได้ด้วย
ไรด์แกตไทรเกอร์ (ライドガトライカー)
ยานพาหนะประจำตัวของนักดาบสมาชิกซอร์ดออฟโลกอส มีลักษณะเป็นมอเตอร์ไซค์ 3 ล้อ ติดอาวุธปืนไว้ด้านหน้า แต่เมื่อกดที่แอพลิเคชั่นเปลี่ยนร่าง กาไทรค์โฟนจะกลายสภาพเข้าสู่โหมดมอเตอร์ไซค์ทันที
ซอร์ดออฟโลกอสบัคเคิล (ソードオブロゴスバックル)
เข็มขัดประเภทหนึ่งของมาสค์ไรเดอร์นักดาบ ที่อุปกรณ์แปลงร่างไม่ได้อยู่ในรูปแบบเข็มขัด ใช้โดยบัสเตอร์ เค็นซัน และ แสลช ส่วนหัวเข็มขัดที่เรียกว่า การ์ดไบน์ดิง ที่สร้างขึ้นจากวัสดุเดียวกับปกของวันเดอร์ไรด์บุ๊ค
ฮิทซัทสึโฮลเดอร์ (必冊ホルダー)
อุปกรณ์เก็บวันเดอร์ไรด์บุ๊คซึ่งติดอยู่ที่เอวทั้ง 2 ข้างเข็มขัด ผู้ใช้คือ เซเบอร์, เบลดส์, เอสปาดา และ คาลิเบอร์ ตัวโฮลเดอร์นั้น ด้านขวาสามารถเก็บวันเดอร์ไรด์บุ๊คได้ 2 เล่ม ส่วนด้านซ้ายสามารถเก็บดาบ หรือวันเดอร์ไรด์บุ๊คก็ได้เช่นกัน โดยที่ตัวอุปกรณ์มีอักษรวันเดอร์เวิลด์สลักไว้ นอกจากนี้โฮลเดอร์ด้านซ้าย ยังสามารถนำดาบไปเสียบเพื่อใช้ท่าไม้ตายดาบพิฆาต "อิไอ" ได้อีกด้วย
ด้านซ้าย
จะใส่หนังสือ หรือ ดาบก็ย่อมได้ (本でも剣でも入りますよ / Hon demo ken demo hairimasu yo)
ด้านขวา
ตรงด้านนี้ ใส่หนังสือได้ทั้งหมด 2 เล่ม (こちら側には本二冊入ります / Kochiragawa ni wa hon ni-satsu hairimasu)
ซอร์ดออฟโลกอสโฮลเดอร์ (ソードオブロゴスホルダー)
อุปกรณ์เก็บวันเดอร์ไรด์บุ๊ค และ ดาบ สำหรับ ซอร์ดออฟโลกอสบัคเคิล
บุ๊คเกท (ブックゲート)
วันเดอร์ไรด์บุ๊คที่สามารถเปิดมิติเดินทางไปยังปราการของ ซอร์ดออฟโลกอส ได้จากทุกสถานที่ สมาชิก ซอร์ดออฟโลกอส จะมีติดตัวไว้คนละ 1 เล่ม

มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์[แก้]

ร่างแปลงของ คามิยามะ โทมะ หลังจากที่ได้รับเซย์เค็นซอร์ดไดรเวอร์ และกลายเป็นเซเบอร์คนที่ 2 ต่อจาก คามิโจ ไดจิ พลังธาตุประจำตัวคือ ไฟ สัตว์ประจำตัวคือ มังกรเพลิง มีดาบอัคคี เร็กกะ เป็นอาวุธประจำกาย

ร่างต่อสู้
เบรฟดราก้อน (ブレイブドラゴン)
ร่างพื้นฐานของเซเบอร์ ที่ใช้ เบรฟดราก้อนวันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง ใช้เพลงดาบอัคคีต่อสู้เป็นหลัก ชุดเกราะมีสีดำ สลับขาว และแดง เกราะไหล่ขวามีลักษณะเป็น หัวมังกรเพลิง
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ เร็กกะ บัทโต! เบรฟดราก้อน! เร็กกะอิทซัทสึ! ยูคิ โนะ ริว โตะ คาเอ็นเค็น เร็กกะ กะ มาจิวารุ โทคิ ชินคุ โนะ สึรุกิ กะ อาคุ โวะ สึรานุคุ! (烈火抜刀!ブレイブドラゴン!烈火一冊!勇気の竜と火炎剣烈火が交わる時、真紅の剣が悪を貫く!, ชักดาบอัคคี ! เพลิงลุกโชนบทที่ 1 เมื่อมังกรแห่งความกล้า และ ดาบอัคคี เร็กกะ พานพบบรรจบกัน คมดาบแดงฉาน จักตัดผ่านความชั่วให้ดับสูญ !)
ดราก้อนแจ็คคุง (ドラゴンジャッ君)
ร่างที่ใช้ เบรฟดราก้อนวันเดอร์ไรด์บุ๊ค และ แจ็คคุง โตะ โดมาเมะโนกิ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง ในร่างนี้เซเบอร์จะสามารถยิงกระสุนเม็ดถั่วออกมาได้ และหากยิงเม็ดถั่วลงพื้น จะกลายเป็นต้นถั่วยักษ์ที่สามารถใช้สกัดศัตรูได้
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ เร็กกะ บัทโต! วันเดอร์ ไรเดอร์ ! แจ็ค โตะ โดมาเมะโนกิ โทอารุ โมโนกาตาริ โนะ จิคาระ กะ เค็น นิ ยาโดรุ ! (烈火抜刀!ワンダーラライダー!ジャックと豆の木!とある物語の力が剣に宿る!, ชักดาบอัคคี ! แจ็คกับต้นถั่ววิเศษ! พลังแห่งเรื่องราวต่าง ๆ ได้สถิตย์อยู่ในดาบเล่มนี้แล้ว!)
ดราก้อนปีเตอร์ (ドラゴンピーター)
ร่างที่ใช้ เบรฟดราก้อนวันเดอร์ไรด์บุ๊ค และ ปีเตอร์แฟนตาซิสต้า วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง มีอาวุธเสริมเป็นตะขอ แคปเจอร์ฮุค ที่มือซ้าย ซึ่งสามารถยืดยาวออกมาจับศัตรู และปล่อยนางฟ้าขนาดเล็กออกมาช่วยโจมตีได้
ดราก้อนเฮ็ดจ์ฮอก (ドラゴンヘッジホッグ)
ร่างที่ใช้ เบรฟดราก้อนวันเดอร์ไรด์บุ๊ค และ นีเดิลเฮ็ดจ์ฮอก วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง มีความสามารถพิเศษคือ ใช้พลังไฟฟ้าในการโจมตี และปล่อยพลังออกมาในรูปแบบหนามได้
ดราก้อนเฮ็ดจ์ฮอกปีเตอร์ (ドラゴンヘッジホッグピーター)
ร่างที่ใช้ เบรฟดราก้อนวันเดอร์ไรด์บุ๊ค, นีเดิลเฮ็ดจ์ฮอกวันเดอร์ไรด์บุ๊ค, ปีเตอร์แฟนตาซิสต้า วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง เป็นการผสานความสามารถจากวันเดอร์ไรด์บุ๊คทั้ง 3 ได้อย่างสมดุล และยังสามารถอัญเชิญ นางฟ้าทิงเกอร์เบลล์ ที่มีพละกำลังมหาศาลออกมาช่วยต่อสู้ได้ แต่การใช้วันเดอร์ไรด์บุ๊ค 3 เล่มจะสร้างผลกระทบต่อร่างกายผู้ใช้ โทมะจึงหมดแรงทุกครั้งหลังจากคืนร่าง
ดราก้อนอีเกิ้ล (ドラゴンイーグル)
ร่างที่ใช้ เบรฟดราก้อนวันเดอร์ไรด์บุ๊ค และ สตอร์มอีเกิ้ลวันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง เนื่องด้วยพลังของ สตอร์มอีเกิล สนับสนุนเบรฟดรากอนได้เป็นอย่างดี ร่างนี้เซเบอร์จึงใช้พลังได้เต็มประสิทธิภาพกว่าร่าง วันเดอร์ไรเดอร์ อื่น ๆ ก่อนหน้า ด้วยปีก เวอร์มิลเลียน วิงก์ ที่ด้านหลัง ทำให้เซเบอร์ร่างนี้สามารถเหาะไปบนอากาศได้ และยังใช้สร้างพายุหมุนได้อีกด้วย
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ เร็กกะ บัทโต! ทัตสึมากิ ดราก้อนอีเกิล ! เร็กกะนิซัทสึ! อาราบุรุ โซระ โนะ โยคุริว กะ โกคุเอ็น โวะ มาโทอิ , อารายูรุโมโนะ โวะ ยาคิทสึคุ ! (烈火抜刀!竜巻ドラゴンイーグル!烈火二冊!荒ぶる空の翼龍が獄炎をまとい、あらゆるものを焼き尽くす!, ชักดาบอัคคี ! พายุกระหน่ำ ดราก้อนอีเกิล ! เพลิงลุกโชนบทที่ 2 ! พญาปักษาผู้เดือดดาล จักผลาญสิ้นทุกสิ่งด้วยไฟโลกันตร์ !)
ดราก้อนอีเกิ้ลบุตะ 3 (ドラゴンイーグルぶた3, ดราก้อนอีเกิ้ลบุตะซัง)
ร่างที่ใช้ เบรฟดราก้อนวันเดอร์ไรด์บุ๊ค, สตอร์มอีเกิ้ลวันเดอร์ไรด์บุ๊ค, โคบุตะ 3 เคียวได วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง โดยร่างนี้สามารถใช้พลังจากเรื่องหมู 3 ตัวได้โดยมีหมู 3 ตัวปรากฏขึ้นมาสร้างบ้านขึ้นมากักศัตรูไว้ และสร้างพายุเป่าศัตรูกระเด็นไป
ดราก้อนอาเธอร์ (ドラゴンアーサー)
ร่างที่ใช้ เบรฟดราก้อนวันเดอร์ไรด์บุ๊ค และ คิงออฟอาเธอร์วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง หลังจากที่ได้รับ คิงออฟอาเธอร์ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค มาจากดินแดนลี้ลับ อาวาลอน เพื่อปลดผนึกซอร์ดไดรเวอร์ที่โดนสตอริอุสผนึกไป ชุดเกราะสีฟ้าขลิบเหลืองทอง เกราะไหล่ด้านซ้ายมีลักษณะเป็นหมวกเกราะอัศวิน มีอาวุธประจำร่างคือดาบ คิงเอ็กซ์คาลิเบอร์ โดยหลังจากที่โทมะสามารถปลดล็อกพลังที่แท้จริงของ คิงออฟอาเธอร์ ได้ จะมีดาบคิงเอ็กซ์คาลิเบอร์ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นหลังแปลงร่างด้วย ทุกครั้งที่เซเบอร์โจมตี ดาบขนาดยักษ์ก็จะโจมตีไปด้วย
คริมสันดราก้อน (クリムゾンドラゴン)
ร่าง วันเดอร์คอมโบ สมบูรณ์ของเซเบอร์ที่ใช้ เบรฟดราก้อนวันเดอร์ไรด์บุ๊ค, สตอร์มอีเกิ้ลวันเดอร์ไรด์บุ๊ค และ ไซยูเจอร์นีย์วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง ด้วยพลังของวันเดอร์ไรด์บุ๊คทั้ง 3 เล่มที่ประสานกัน เซเบอร์จึงสามารถปลดปล่อยพลังออกมาได้อย่างเต็มที่ และสามารถต่อกรกับคาลิเบอร์ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ ด้วยพลังมหาศาลจาก วันเดอร์ไรด์บุ๊ค 3 เล่มที่ผสานกันอย่างสมบูรณ์ ทำให้ร่างกายโทมะถึงกับหมดสภาพหลังจากการต่อสู้
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ เร็กกะ บัทโต! คาตาริทสึกะ เรชิ โนะ ชินจู โนะ โซโนะ นาวะ คริมสันดรากอน ! เร็กกะซันซัทสึ! ชินคุ โนะ ซึรุกิ กะ อาคุ โวะ ทสึรานุคิ , ซุเบเตะ โวะ โมยาสุ ! (烈火抜刀!語り継がれし神獣のその名は! クリムゾンドラゴン! 烈火三冊!真紅の剣が悪を貫き 全てを燃やす!, ชักดาบอัคคี ! นามกรแห่งสัตว์เทวะนั้นคือ ! คริมสันดราก้อน ! เพลิงลุกโชนบทที่ 3 ! คมดาบแดงฉานจักประหารหมู่มารให้มอดม้วย อีกผลาญด้วยเปลวไฟให้โชติช่วงทุกสิ่งสรรพ !)
ไซยูดราก้อน (西遊ドラゴン)
ร่างเพิ่มพลังของเซเบอร์ ที่ใช้ เบรฟดราก้อนวันเดอร์ไรด์บุ๊ค และ ไซยูเจอร์นีย์วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง สามารถใช้กระบองเห้งเจียยืดยาวออกมาจากแขนซ้าย เพื่อโจมตีได้ รวมถึงเรียกเมฆวิเศษออกมาช่วยต่อสู้ได้อีกด้วย
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ เร็กกะ บัทโต! คิเซคิโนะไซยูดราก้อน ! เร็กกะนิซัทสึ! มุคคิอุคิ โนะ โอซารุ โนะ คุวาวาริ , คาเอ็น โนะ ซึรุกิ กะ ไมโอโดรุ ! (烈火抜刀!奇跡の西遊ドラゴン!烈火二冊!仏器うきのお猿の問わり,火炎の剣がお会い踊る!, ชักดาบอัคคี ! อภินิหารแห่งไซยูดราก้อน ! บทเพลิงลุกโชนที่ 2 ! จอมวานรสาวกพระพุทธองค์ได้มาพานพบและเริงระบำไปกับดาบอัคคี !)
ดราก้อนเบรเมน (ドラゴンブレーメン)
ร่างที่ใช้ เบรฟดราก้อนวันเดอร์ไรด์บุ๊ค และ เบรเมน โนะ ร็อกแบนด์วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง มีความสามารถในการปล่อยพลังคลื่นเสียง ออกมาเป็นรูปร่างต่าง ๆ เพื่อโจมตีศัตรู
เสียงที่ประกาศเฉพาะในการแปลงร่างคือ ดราก้อน! เบรเมน โนะ องคาคุไท! (ドラゴン!ブレーメンの音楽隊!)
ดราโกนิคไนท์ (ドラゴニックナイト)
ร่างพัฒนาของเซเบอร์จากการใช้ ดราโกนิคไนท์ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ที่ได้ตอบรับกับจิตใจของโทมะที่ต้องการสู้เพื่อพวกพ้อง ชุดเกราะทั้งร่างเปลี่ยนเป็นสีเงินขลิบแดง ซึ่งมีพลังป้องกันที่เพิ่มขึ้นมาก จนดาบของคาลิเบอร์ไม่สามารถทำอะไรได้แม้แต่รอยข่วน มี ดราโกนิคบูสเตอร์ ติดตั้งที่แขนซ้าย โดยสามารถนำวันเดอร์ไรด์บุ๊คไปแสกนเพื่อใช้พลังเสริมได้ และเซเบอร์ในร่างนี้ยังสามารถเรียกเบรฟดราก้อนมาเป็นพาหนะขึ้นขี่ในการต่อสู้ได้อีกด้วย
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ เร็กกะ บัทโต! Don't miss it ! (The knight appears. When you side,) โดเมทัลลิคอาร์เมอร์ ! (You have no fear and the flame is bright.) โดฮาเดนิคบูสเตอร์ ! (Ride on dragon, fight.) โดฮาคิเรียวคุ ไรเดอร์ ! (Dragonic Knight.) ดราโกนิคไนท์ ! สุนาวาชิ โด ทสึโย่ย ! , (烈火抜刀!Don't miss it!(The knight appears. When you side,) ドメタリックアーマー! (You have no fear and the flame is bright.) ドハデニックブースター! (Ride on dragon, fight.)ドハクリョックライダー! (Dragonic Knight.) ドラゴニックナイト! すなわちド強い!, ชักดาบอัคคี ! จงคอยดู ! (อัศวินปรากฏกาย ต่อหน้าเจ้า) ชุดเกราะเหล็กไหล ! (ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น เปลวไฟนั้นลุกโชติช่วง) โดฮาเดนิค บูสเตอร์ ! (ขี่มังกร พร้อมประจัญบาน) โดฮาคุเรียวคุ ไรเดอร์ ! (ดราโกนิคไนท์) ดราโกนิคไนท์ ! อีกนัยหนึ่งคือแข็งแกร่งเหนือคำบรรยาย !)
ดราก้อนอะลันจิน่า (ドラゴンアランジーナ)
ร่างที่ใช้ เบรฟดราก้อน วันเดอร์ไรด์บุ๊ค คู่กับ แลมป์ โด อะลันจินา วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ที่โทมะเก็บไว้เป็นของดูต่างหน้าเค็นโตะ ในร่างนี้เซเบอร์จะต่อสู้ด้วยดาบอัคคี เร็กกะ ควบคู่กับ ดาบอสุนี อิคาซึจิ เป็นการแสดงให้ถึงเจตนารมย์ที่โทมะต้องการสู้เพื่อล้างแค้นให้กับเค็นโตะ และในการโจมตี เซเบอร์จะสามารถใช้กระบวนท่าดาบไฟ ผสมกับ กระบวนท่าดาบสายฟ้าได้เช่นกัน
ดราก้อนอีเกิ้ลอาเธอร์ (ドラゴンイーグルアーサー)
ร่างดราก้อนอีเกิ้ลที่เพิ่มพลังของ คิงอาเธอร์วันเดอร์ไรด์บุ๊ค เข้าไปด้วย มีพลังโจมตีเพิ่มขึ้นจากร่างดราก้อนอาเธอร์
พริมิทีฟดราก้อน (プリミティブドラゴン)
ร่างพัฒนาของเซเบอร์ที่แปลงร่างด้วย พริมิทีฟดราก้อน วันเดอร์ไรด์บุ๊ค วันเดอร์ไรด์บุ๊คชนิดใหม่ที่ใช้พลังจากวันเดอร์ไรด์บุ๊คเล่มอื่น ๆ ได้ ซึ่งแปรสภาพมาจากหนังสือต้องห้ามของซอร์ดออฟโลกอส ในการใช้งานจะต้องติดตั้งเข้ากับวันเดอร์ไรด์บุ๊ค 1 เล่ม ซึ่งพลังพื้นฐานที่ใช้คือ เบรฟดราก้อน ทันทีที่สัมผัสหนังสือต้องห้ามโทมะก็ถูกพลังงานบางอย่างเข้าสิง และแปลงร่างเป็นเซเบอร์รูปร่างใหม่ที่แข็งแกร่งและบ้าคลั่งเหมือนสัตว์ร้าย ชุดเกราะมีลักษณะสีดำสลับฟ้าขาว เกราะหน้าอกมีลักษณะคล้ายกระดูกกรงเล็บมังกร เพลงดาบที่ใช้ก็เปลี่ยนไปในทางที่ดุดันและโหดเหี้ยม เมื่อโทมะแปลงร่างนี้ เขาจะเห็นภาพนิมิตของเด็กชายท่าทางเศร้าสร้อยคนหนึ่งตลอด และภาพนั้นจะยิ่งชัดเจนขึ้นทุกครั้งหากเขาแปลงร่างนี้บ่อยขึ้น ซึ่งตรงกับเรื่องที่โซระเล่าถึงมังกรผู้เปล่าเปลี่ยวตัวหนึ่ง ที่ออกตามหาเพื่อน ๆ ที่หายไป
ยิ่งกว่านั้น ไม่ว่าโทมะจะหลีกเลี่ยงด้วยการใช้ร่างอื่นสู้ พรีมิทีฟดราก้อนจะพุ่งเข้าใส่และบังคับให้เขาแปลงร่างนี้ทุกครั้ง แต่แล้วในตอนที่ 26 โทมะก็พบว่าตนเองสามารถคืนสติจากอาการคลั่งได้เอง เขาจึงตั้งใจจะหาทางสื่อจิตเพื่อช่วยเด็กชายคนนั้นจากความเศร้าให้ได้
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ 〇〇 ! Get ! เร็กกะบัทโต ! บัคคิ ! โบคคิ ! โบน ! กาคิ ! โกคิ ! โบน ! พริมิทีฟดราก้อน ! (〇〇 ! Get ! 烈火抜刀!バキッ!ボキッ!ボーン!ガキッ!ゴキッ!ボーン!プリミティブドラゴン!, 〇〇 ! Get ! ชักดาบอัคคี ! บัคคิ ! โบคคิ ! โบน ! กาคิ ! โกคิ ! โบน ! มังกรแห่งปฐมกาล!)
พริมิทีฟดราก้อน ไลอ้อนเซ็นคิ (プリミティブドラゴン ライオン戦記)
ร่างพรีมิทีฟดราก้อนของเซเบอร์ ที่ใช้ ไลอ้อนเซ็นคิวันเดอร์ไรด์บุ๊ค เป็นพลังพื้นฐาน หลังจากวิญญาณพรีมิทีฟดราก้อนในตัวโทมะ แย่งวันเดอร์ไรด์บุ๊คมาจากรินทาโร่ สามารถอัญเชิญสิงโตของเบลดส์ออกมาในเวอร์ชันความมืดออกมาต่อสู้ได้
เอเลเมนทัลพริมิทีฟดราก้อน (エレメンタルプリミティブドラゴン)
ร่างที่พัฒนาจากพรีมีทีฟดราก้อน ที่ได้รับเอาพลังแห่งมิตรภาพที่โทมะต้องการสื่อไปให้ถึงจิตใจของเด็กน้อยร่างจำแลงของพรีมิทีฟดราก้อน ได้สำเร็จโดยโทมะเป็นตัวแทนของมังกรแห่งธาตุทั้ง 4 เกิดเป็นร่างใหม่ขึ้นมา ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ เอเลเมนทัลดราก้อน วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ปรากฏขึ้นมา มีชุดเกราะสีฟ้าอ่อน สลับกับสีแดงแซมเหลือง เกราะบริเวณหน้าอกมีลักษณะเป็นกรงเล็บมังกรทั้ง 2 ประสานกัน แสดงถึงพลังแห่งมิตรภาพ
ในการแปลงร่าง โทมะจะประกอบ พรีมิทีฟดราก้อน เข้ากับ เอเลเมนทัลดราก้อน แล้วทำการแปลงร่าง ด้วยร่างนี้เซเบอร์จะสามารถกลับมาควบคุมพลังได้อย่างสมบูรณ์อีกครั้ง โดยไม่เกิดอาการคลั่ง อีกทั้งยังใช้พลังธาตุจากดาบเซย์เค็นทั้ง 5 เล่มได้อย่างเต็มที่
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ เร็กกะบัทโต ! บัคคิ ! โบคคิ ! โบน ! เมระ ! เมระ ! เบิร์น ! เชคแฮนดส์ ! เอเลเมนทัล ดราก้อน ! เอเลเมนท์ มาชิ มาชิ ! คิซึนะ คาตาเมะ ! (烈火抜刀!バキッ!ボキッ!ボーン!メラ!メラ!バーン!シェイクハンズ!エレメンタルドラゴン!エレメントマシマシ!キズナカタメ!!, 〇〇 ! Get ! ชักดาบอัคคี ! บัคคิ ! โบคคิ ! โบน ! ลุกโชน ! ลุกโชน ! ร้อนแรง ! เชคแฮนดส์ ! มังกรแห่งธาตุทั้ง 4 ! เอเลเมนท์ มาชิ มาชิ ! เชื่อมสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น !)
มาสค์ไรเดอร์ครอสเซเบอร์ (仮面ライダークロスセイバー)
ร่างแปลงขั้นสุดยอดของคามิยามะ โทมะ ที่แปลงร่างด้วย เซย์เค็นซอร์ดไดรเวอร์ พร้อมกับดาบราชันย์ ครอสเซเบอร์ และ เบรฟดราก้อนวันเดอร์ไรด์บุ๊ค มีลักษณะคล้ายกับร่างเบรฟดราก้อนแต่ต่างตรงที่สีของชุดเป็นสีน้ำเงินซึ่งมีลวดลายของกลุ่มดาวต่าง ๆ อยู่ และมีพลังแข็งแกร่งกว่ามาก เนื่องด้วยรับพลังจากดาบศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 11 เล่ม พร้อมกับวันเดอร์ไรด์บุ๊ค 9 เล่ม ทั้งนี้ดาบราชันย์ ครอสเซเบอร์ จะกลายเป็นอาวุธประจำกายแทนดาบอัคคี เร็กกะ แต่ยังคงสามารถเรียกดาบเร็กกะ และดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มอื่น ๆ ออกมาใช้ได้เช่นกัน
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ เซย์บะบัทโต ! ฮาโอเค็น ครอสเซเบอร์ ! โซเซย์ โนะ จูจิ ! คิราเมคุ โฮชิทาจิ โนะ คิเซคิ โตะ โทโมนิ ! เคดาคาคิ จิคาระ โยะ ยูคิ โนะ โฮโนโอะ ! ครอสเซเบอร์ ! ครอสเซเบอร์ ! ครอสเซเบอร์ ! มาจิวารุ จูฮน โนะ เค็น ! (聖刃抜刀! 刃王剣クロスセイバー! 創世の十字! 煌めく星たちの奇跡とともに! 気高き力よ勇気の炎! クロスセイバー! クロスセイバー! クロスセイバー! 交わる十本の剣!, ชักดาบศักดิ์สิทธิ์ ! ฮาโอเค็น ครอสเซเบอร์ ! กางเขนแห่งการสรรค์สร้าง ! ดวงดาวกระจ่างแห่งปาฏิหาริย์ ! ขุมพลังอันสูงส่ง ! เปลวไฟแห่งความกล้า ! ครอสเซเบอร์ ! ครอสเซเบอร์ ! 10 ดาบครบครัน พลันมาบรรจบ ! )
มาสค์ไรเดอร์คริมสันเซเบอร์ (仮面ライダークリムゾンセイバー)
ครอสเซเบอร์ที่ใช้ เบรฟดราก้อนวันเดอร์ไรด์บุ๊ค, สตอร์มอีเกิ้ลวันเดอร์ไรด์บุ๊ค และ ไซยูเจอร์นีย์วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง ลักษณะชุดเกราะรูปแบบเดียวกับคริมสันดราก้อน แต่มีสีเดียวกับครอสเซเบอร์
มาสค์ไรเดอร์ฟีเจอร์ริ่งเซเบอร์ (仮面ライダーフィーチャリングセイバー)
ครอสเซเบอร์ที่ใช้ เบรฟดราก้อน วันเดอร์ไรด์บุ๊ค, ไลอ้อนเซ็น คิวันเดอร์ไรด์บุ๊ค และ แลมป์ โด อะลันจินาวันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง โดยได้รับพลังธาตุน้ำและสายฟ้าจาก รินทาโร่ กับ เค็นโตะผ่านทางวันเดอร์ไรด์บุ๊ค ด้วยร่างนี้ เซเบอร์จะสามารถใช้ท่าเพลงดาบ ของเบลดส์ และ เอสปาดา ได้อย่างคล่องแคล่วด้วยเช่นกัน
มาสค์ไรเดอร์ออลไมตี้เซเบอร์ (仮面ライダーオールマイティセイバー)
ร่างของเซเบอร์ที่เข้าถึงพลังสูงสุดของวันเดอร์เวิลด์ได้สำเร็จ โดยใช้ ออลไมตี้วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง รูปลักษณ์ภายนอกไม่ต่างจากร่างเบรฟดราก้อนแม้แต่น้อย แต่พลังและความสามารถสูงกว่ามาก ซึ่งโทมะได้ใช้พลังนี้ปราบสตอริอุสได้ในศึกสุดท้าย
ร่างที่ปรากฏนอกจากทีวีซีรีส์
อีโมชันแนลดราก้อน (エモーショナルドラゴン)
ปรากฏในภาพยนตร์สั้น มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์ นักดาบฟินิกส์กับสมุดแห่งหายนะ เป็นร่างที่ใช้อีโมชันแนลดราก้อนวันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง นอกจากนี้ได้ปรากฏตัวในตอนที่ 35
รายละเอียดดูต่อที่ ภาพยนตร์สั้น มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์ นักดาบฟินิกส์กับสมุดแห่งหายนะ#มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์ อีโมชันแนลดราก้อน
ดราก้อนเทเลบิคุง (ドラゴンてれびくん)
ปรากฏใน ไฮเปอร์แบทเทิล DVD เป็นร่างที่ใช้ เบรฟดราก้อนวันเดอร์ไรด์บุ๊ค และ ดราก้อนเทเลบิคุงวันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง
โกสต์อิจินโรคุ (ゴースト偉人録)
ปรากฏใน มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์ x โกสต์ เป็นร่างที่ใช้ โกสต์อิจินโรคุวันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ ชินจู โวะ ยาโดสึ ! เลเจนด์ไรเดอร์ ! เด็นเซ็ทสึอิซัทสึ! เซกิ โนะ โคโคโระ วะ ซาระนารุ จิคาระ โวะ สึรุกิ นิ ยาโดสึ ! (神獣を宿す!レジェンドライダー!ゴースト!伝説一冊!正義の心はさらなる力を宿す!)
ข้อมูลระดับพลังเบื้องต้น
ชื่อร่าง ส่วนสูง น้ำหนัก พลังชก พลังเตะ พลังกระโดด
(ต่อคน)
พลังความเร็ว
(100 เมตร)
เบรฟดราก้อน 217.0 ซม. 98.5 กก. 9.3 ตัน 19.2 ตัน 18.2 เมตร 4.5 วินาที
ดราก้อนแจ็คคุง 102.5 กก. 10.5 ตัน 22.5 ตัน 18.9 เมตร 4.4 วินาที
ดราก้อนปีเตอร์ 103.6 กก. 11.0 ตัน 21.4 ตัน 21.7 เมตร 4.3 วินาที
ดราก้อนเฮ็ดจ์ฮอก 106.8 กก. 11.8 ตัน 24.3 ตัน 20.4 เมตร 4.3 วินาที
ดราก้อนเฮ็ดจ์ฮอกปีเตอร์ 111.9 กก. 13.5 ตัน 26.5 ตัน 23.9 เมตร 4.1 วินาที
ดราก้อนอีเกิ้ล 106.8 กก. 13.8 ตัน 26.2 ตัน 25.0 เมตร 4.3 วินาที
ดราก้อนอีเกิ้ลโคบุตะ 3 115.7 กก. 14.7 ตัน 29.4 ตัน 26.1 เมตร 4.2 วินาที
ดราก้อนอาเธอร์ 120.4 กก. 15.0 ตัน 28.4 ตัน 18.3 เมตร 4.5 วินาที
คริมสันดราก้อน 118.2 กก. 18.2 ตัน 37.6 ตัน 31.5 เมตร 3.4 วินาที
ไซยูดราก้อน 109.7 กก. 12.4 ตัน 27.8 ตัน 23.0 เมตร 3.7 วินาที
ดราก้อนเบรเมน 104.3 กก. 11.2 ตัน 21.3 ตัน 19.9 เมตร 4.3 วินาที
ดราโกนิคไนท์ 128.8 กก. 26.7 ตัน 48.9 ตัน 50.2 เมตร 2.7 วินาที
ดราก้อนอะลันจินา 103.8 กก. 14.5 ตัน 29.9 ตัน 26.4 เมตร 3.6 วินาที
ดราก้อนอีเกิ้ลอาเธอร์ 128.7 กก. 17.9 ตัน 35.4 ตัน 22.8 เมตร 4.4 วินาที
พริมิทีฟดราก้อน 122.6 กก. 38.4 ตัน 66.1 ตัน 67.9 เมตร 2.1 วินาที
พริมิทีฟดราก้อน ไลอ้อนเซ็นคิ
เอเลเมนทัลพริมิทีฟดราก้อน 130.4 กก. 45.3 ตัน 83.0 ตัน 85.3 เมตร 1.5 วินาที
อีโมชันแนลดราก้อน 123.5 กก. 35.3 ตัน 68.3 ตัน 65.3 เมตร 2.3 วินาที
มาสค์ไรเดอร์ออลไมตี้เซเบอร์ 98.5 กก. 68.6 ตัน 118.1 ตัน 121.0 เมตร 0.4 วินาที
มาสค์ไรเดอร์ครอสเซเบอร์ 223.0 ซม. 98.5 กก. 64.7 ตัน 110.8 ตัน 117.8 เมตร 0.6 วินาที
มาสค์ไรเดอร์คริมสันเซเบอร์ 113.9 กก. 66.5 ตัน 112.7 ตัน 114.9 เมตร 0.7 วินาที
มาสค์ไรเดอร์ฟีเจอร์ริ่งเซเบอร์ 123.0 กก. 67.8 ตัน 116.1 ตัน 120.7 เมตร 0.5 วินาที
อาวุธ
คาเอ็นเค็นเร็กกะ (火炎剣烈火, ดาบอัคคี เร็กกะ)[8]
ดาบศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวของเซเบอร์ เป็นดาบเซย์เค็นธาตุไฟ บริเวณโกร่งดาบมีสัญลักษณ์ธาตุไฟของเซเบอร์อยู่ ตอนที่ 21 ไดชินจิเผยว่า เร็กกะเป็นดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มแรกที่ถูกตีขึ้นโดยมนุษย์ ซึ่งกำเนิดขึ้นหลังจากดาบแห่งแสงและความมืด
คิงเอ็กซ์คาลิเบอร์ (キングエクスカリバー)
ดาบประจำร่าง คิงออฟอาเธอร์ โดยจะปรากฏขึ้นพร้อมกับการแปลงร่าง สามารถกลายสภาพเป็นหุ่นยนต์ยักษ์ คิงออฟอาเธอร์ เพื่อรวมร่างกับเซเบอร์ได้
ดราโกนิคบูสเตอร์ (ドラゴニックブースター)
อุปกรณ์อ่านค่าพลังวันเดอร์ไรด์บุ๊ค ที่ติดตั้งที่แขนซ้ายของเซเบอร์ในร่าง ดราโกนิคไนท์ ลักษณะเป็นสนับแขนรูปทรงหัวมังกร ใช้งานโดยเปิดส่วนหัวมังกรขึ้น และนำวันเดอร์ไรด์บุ๊คไปแสกนในตัวเครื่อง เซเบอร์จะสามารถใช้พลังจากวันเดอร์ไรด์บุ๊คนั้น ๆ ควบคู่ไปกับพลังของ ดราโกนิคไนท์ ได้
ฮาโอเค็น ครอสเซเบอร์ (刃王剣十聖刃, ハオウケンクロスセイバー, ดาบราชันย์ ครอสเซเบอร์)
สุดยอดดาบศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวของครอสเซเบอร์ ว่ากันว่าเป็นสุดยอดดาบศักดิ์สิทธิ์ในตำนานที่นำพาเรื่องราวเข้าไปสู่บทจุดจบ ถูกสร้างขึ้นมาจากพลังดาบศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 10 เล่มประกอบไปด้วย ดาบอัคคี เร็กกะ, ดาบวารี นางาเระ, ดาบอสุนี อิคาซึจิ, ดาบสนั่นภพ เกคิโด, ดาบคู่วายุ ฮายาเตะ, ดาบปืนกังวาน สึซึเนะ, ดาบรัตติกาล คุรายามิ, ดาบจรัสแสง ไซโค, ดาบสายหมอก โนโรชิ และ ดาบกาลภูมิ ไคจิ โดยรวบรวมดาบศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 10 เล่มส่งลงในท้องฟ้าแล้วอัญเชิญสุดยอดดาบศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา
ตัวเอมเบลมของดาบเรียกว่า แกรนด์เซอร์ครอส ส่วนวงกลมที่อยู่บนใบมีดของตัวดาบเรียกว่า ฮาโอเซอร์ครอส เมื่อใช้ตัวเอมเบลมอ่านสามารถใช้พลังดาบศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 10 ได้ทันที
ท่าไม้ตาย
ฮิริวชูเกคิฮะ (火龍蹴撃破, ヒリュウシュウゲキハ, หมัดมังกรเพลิงพิฆาต)
ท่าไม้ตายท่าแรกของเซเบอร์ เมื่อกดที่วันเดอร์ไรด์บุ๊ค เซเบอร์จะสร้างเปลวไฟขึ้นมาล้อมรอบตนเอง และปล่อยลูกไฟมังกรออกจากหมัดโจมตีศัตรู
ดราก้อนวันเดอร์ (ドラゴンワンダー)
เซเบอร์จะกดที่ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค จากนั้นจะรวมพลังงานไว้ที่หมัดเพลิง เมื่อชกออกไปจะปรากฏเป็นมังกรเพลิงออกมาโจมตีศัตรูโดยรอบ
คาเอ็นจูจิซัน (火炎十字斬, カエンジュウジザン, ดาบผ่ากางเขนเปลวเพลิง)
ท่าไม้ตายที่ใช้ดาบอัคคี เร็กกะ ฟาดฟันศัตรูอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็ว โดยมีมังกรเพลิงปรากฏออกมาขณะโจมตีด้วย
ฮิริวโดเซ็ตสึเท็น (火龍怒髪天, มังกรเพลิงสวรรค์พิโรธ)
ท่าไม้ตายของร่าง ดราก้อนเฮ็ดจ์ฮอกปีเตอร์ ของเซเบอร์ โดยเซเบอร์จะอัญเชิญ มังกร นางฟ้า ออกมาช่วยโจมตี และใช้พลังเม่นสายฟ้าโจมตีปิดท้าย
คาเอ็นทัตซึมากิซัน (火炎竜巻斬, カエンタツマキザン, ดาบผ่าอัคคีสลาตัน)
ท่าไม้ตายร่าง ดราก้อนอีเกิล ของเซเบอร์ เป็นการใช้ดาบอัคคี เร็กกะ สร้างพายุหมุนพัดหอบศัตรูขึ้นไปในอากาศ จากนั้นจึงกระโจนเข้าไปและเปลี่ยนพายุให้กลายเป็นทอร์นาโดเพลิงเผาทำลายเป้าหมาย
คิงแสลช (キングスラッシュ)
ท่าไม้ตายของร่าง คิงออฟอาร์เธอร์ เป็นการใช้ดาบ เร็กกะ ฟันควบคู่กับ คิงเอ็กซ์คาลิเบอร์ ฟาดฟันโจมตีประสาน
บาคุเอ็นกุเร็นซัน (爆炎紅蓮斬, ดาบผ่าระเบิดเพลิงโลกันตร์)
ท่าไม้ตายของเซเบอร์ที่ได้พลัง วันเดอร์คอมโบ ที่สมบูรณ์ ซึ่งมีอานุภาพมากขึ้นไปอีกขั้น เซเบอร์จะยิงลูกไฟจำนวนมากไปรวมกันที่ศัตรู แล้วยิงเปลวไฟขนาดใหญ่ไประเบิดใส่ศัตรูพร้อมกันในคราวเดียว ศัตรูที่โดนท่านี้จะมอดไหม้เป็นจุลในพริบตา
ริวจินเท็ตสึโคดัน (龍神鉄鋼弾, กระสุนเหล็กไหลเทพมังกร)
เซเบอร์จะยิงกระสุนเพลิงออกมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะใช้ลูกถีบโจมตี
ชินคะริว ฮะซัน (神火龍破斬 , ดาบพิฆาตเทพมังกรเพลิง)
คาเอ็น เดสโตรเดอร์ (火炎・デストローダ)
ท่าไม้ตายของเซเบอร์ ดราก้อนอะลันจินา เซเบอร์จะใช้ดาบฟันออกไปเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ที่ห่อหุ้มด้วยพลังงานไฟฟ้า
นิซัทสึกิริ + อิคาซึจิ อิไอ (二冊斬り+黄雷居合)
ท่าไม้ตายดาบคู่ของเซเบอร์ ดราก้อนอะลันจินา ด้วยการใช้ท่าไม้ตายของดาบเร็กกะ ควบคู่กับ ท่าดาบพิฆาต อิไอ ของดาบอิคาซึจิ เซเบอร์จะใช้ดาบทั้ง 2 เล่มที่อาบด้วยเปลวไฟ และกระแสไฟฟ้า ฟันโจมตีศัตรูพร้อม ๆ กันอย่างคล่องแคล่ว
โกคะไดคาคุเม / ชินคะริว ฮะซัน (豪火大革命/神火龍破斬, เปลวไฟแห่งการปฏิวัติ / ดาบพิฆาตเทพมังกรเพลิง)
ท่าไม้ตายคอมโบของเซเบอร์ ร่างดราโกนิคไนท์ ถ้าฟันโจมตีในรูปกากบาท โดยใช้พลังจากไฟ และ สายฟ้า โดยในท่านี้จะปรากฏจิตของเอสปาดาขึ้นมาในขณะฟันด้วย
โคโกริว ฮะซัน (光剛龍破斬, เพลงดาบมังกรฉายแสง)
ท่าไม้ตายดาบคู่ที่เซเบอร์ใช้ ดาบเร็กกะ คู่กับ ดาบไซโค โดยรวมพลังเพลิง และแสงสว่าง ฟันโจมตีเป็นรูปกากบาทใส่ศัตรู
เฟลมสไปซี่ (フレイムスパイシー)
ท่าไม้ตายที่เกิดจากการแสกนวันเดอร์ไรด์บุ๊คที่ ดราโกนิคบูสเตอร์
เบรฟดราก้อน
แครช ฮิทซัทสึกิริ (クラッシュ必殺斬り)
ท่าไม้ตายของพรีมิทีฟดราก้อน เซเบอร์จะปล่อยกรงเล็บกระดูกมังกรออกมาจับศัตรูไว้แล้วดึงเข้ามา ก่อนจะฟันด้วยดาบอันทรงพลัง ท่านี้จะทำให้เกิดคลื่นอัดกระแทกพลังมหาศาลไปทั่วบริเวณนั้น ทำให้เหล่ามาสค์ไรเดอร์นักดาบถึงกับหลุดจากร่างแปลง
เอเลเมนท์ ชูเกคิฮะ (五大元素蹴撃破, ลูกเตะ 5 ธาตุพิฆาต)
ท่าไรเดอร์คิกของเซเบอร์ เอเลเมนทัล พรีมิทีฟดราก้อน
ชินระบันโชซัน (森羅万象斬, เพลงดาบสรรพรังสรรค์)
ท่าไม้ตายเพลงดาบของร่าง เอเลเมนทัล พรีมิทีฟดราก้อน เซเบอร์จะใช้ดาบที่อาบไปด้วยแสงสีรุ้ง ฟาดฟันเป็นรูปกากบาทใส่ศัตรู
ฮาโอครอสเซย์เร็ทสึซัน (刃王クロス星烈斬)
ฮาโอโซเซย์ซัน (刃王創星斬)
ครอสกิริ (クロス斬り)
ฮาโอบาคุเอ็นกุเร็นซัน (刃王爆炎紅蓮斬)
ยานพาหนะ
ดีเอโก้สปีดี้ (ディアゴスピーディー)
มอเตอร์ไซค์ประจำตัวของเซเบอร์ ยามที่ไม่ใช้งานจะอยู่ในสภาพวันเดอร์ไรด์บุ๊ค แต่เมื่อกางออกจะแปรสภาพเป็นมอเตอร์ไซค์ทันที
คิงออฟอาร์เธอร์ (キングオブアーサー)
หุ่นยนต์ยักษ์ที่แปลงร่างมาจากคิงเอ็กซ์คาลิเบอร์ เกิดจากพลังของร่างดราก้อนอาเธอร์ โดยเซเบอร์จะกลายสภาพเป็นดาบอีกเล่มที่ชื่อว่า เซฟเวอร์เซเบอร์ ให้กับหุ่น คิงออฟอาร์เธอร์ ใช้ถือโจมตีคู่กับคิงเอ็กซ์คาลิเบอร์
สัตว์ประจำตัว
ชินจู เบรฟดราก้อน (神獣 ブレイブドラゴン)

มาสค์ไรเดอร์เบลดส์[แก้]

ร่างแปลงของ ชินโด รินทาโร่ เป็นมาสค์ไรเดอร์นักดาบคนที่ 2 [8] พลังธาตุประจำตัวคือ น้ำ สัตว์ประจำตัวคือ สิงโตสีน้ำเงิน มีดาบวารี นางาเระ เป็นอาวุธประจำกาย สไตล์การต่อสู้ของเขามีลักษณะคล้ายศิลปะการใช้กระบี่จีน

ร่างต่อสู้
ไลอ้อนเซ็นคิ (ライオン戦記)
ร่างพื้นฐานของเบลดส์ที่ใช้ ไลอ้อนเซ็นคิ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง ชุดเกราะสีน้ำเงินสลับดำ บริเวณเกราะหน้าอกลักษณะเป็นหัวสิงโต ใช้เพลงดาบวารีในการต่อสู้เป็นหลัก
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ นางาเระ บัทโต! ไลอ้อนเซ็นคิ! นางาเระอิทซัทสึ! เฮียคุจู โนะ โอ โตะ ซุยเซเค็น นางาเระ กะ มาจิวารุ โทคิ คมเปคิ โนะ สึรุกิ กะ คิบะ โวะ มุคุ ! (流水抜刀!ライオン戦記!流水一冊!百獣の王と水勢剣流水が交わる時紺碧の剣が牙を剥く!, ชักดาบวารี ! ธาราไหลริน บทที่ 1 ! เมื่อจ้าวแห่งสรรพสัตว์ และ ดาบวารี นางาเระ พานพบบรรจบกัน คมดาบสีครามนั้น จักเผยคมเขี้ยวขย้ำศัตรู !)
ไลอ้อนแฟนตาซิสต้า (ライオンファンタジスタ)
ร่างที่ใช้ ปีเตอร์แฟนตาซิสต้า วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง ใช้ตะขอ แคปเจอร์ฮุค ที่มือซ้าย ควบคู่กับพลังแห่งจินตนาการ ซึ่งรินทาโร่ใช้ร่างนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าโทมะ
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ คางายาคุ ไลออนแฟนตาซิสต้า! นางาเระ นิซัทสึ! กาโอ! คิระคิระ! เก็นโซ โนะ สึเมะ งะ อิมะ อาโอคิ เคนชิ โนะ โซโนมินิ ยาโดรุ! (輝くライオンファンタジスタ!流水二冊!ガオー!キラキラ!幻想の爪が今、蒼き剣士のその身に宿る!, ธาราไหลริน บทที่ 2 ! คำราม ! เปล่งประกายแสง ! กรงเล็บแห่งจินตนาการ บัดนี้ได้สวมอยู่บนร่างของนักดาบสีครามแล้ว !)
แฟนทาสติคไลอ้อน (ファンタスティックライオン)
ร่าง วันเดอร์คอมโบ สมบูรณ์ของเบลดส์ที่ใช้ ไลออนเซ็นคิ, ปีเตอร์แฟนตาซิสตา, เท็นคู โนะ เพกาซัส ในการแปลงร่าง ซึ่งจะสามารถใช้พลังได้อย่างเต็มที่ มีความสามารถในการบิน เปลี่ยนสภาพร่างกายให้เป็นน้ำเพื่อหลบการโจมตีได้ และยังสามารถสร้างกระจกน้ำ เพื่อสะท้อนพลังคำสาปจากดวงตาของ เมดูซ่าเมกิโด ได้ เหมือนกับตำนานของเปอร์ซิอุส วีรบุรุษผู้ขี่ม้าเพกาซัส ที่ปราบ เมดูซ่า ด้วยโล่ห์กระจก
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ อาโอคิ ยาจู โนะ ทาเทงามิ กะ โซระนิ นะบิคุ ! แฟนทาสติคไลออน! นางาเระ ซันซัทสึ! คมเปคิ โนะ สึรุกิ กะ คิบะ โวะ มุคิ กิงกะ โวะ เซย์สึ! (蒼き野獣の鬣が空になびく!ファンタスティックライオン!流水三冊!紺碧の剣が牙を剥き銀河を制す!, แผงคอแห่งอสูรสีน้ำเงินปลิวไสวบนฟากฟ้าไกล ! แฟนทาสติคไลออน ! ธาราไหลริน บทที่ 3 ! คมดาบสีคราม จักสำแดงคมเขี้ยวและควบคุมบัญชาจักรวาล ! )
คิงไลอ้อน ไดเซ็นคิ (キングライオンダイ戦記)
ร่างพัฒนาจากของเบลดส์ จากการใช้ คิงไลออน ไดเซ็นคิ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ซึ่งเกิดจากการรวมพลังของ วันเดอร์คอมโบ กับ คิงอาร์เธอร์ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ชุดเกราะเป็นสีน้ำเงินเข้ม ขลิบฟ้า ที่ไหล่ 2 ข้างติดตั้งปืน คิงไลออน แคนน่อน ข้างละ 1 กระบอก ซึ่งสามารถยิงกระสุนน้ำแรงดันสูงได้ มี คิงไลออนบูสเตอร์ ติดตั้งอยู่ที่แขนซ้าย นอกจากนี้เบลดส์ยังสามารถแปลงร่างเป็นสิงโต คิงไลอ้อน ได้ด้วยการเปิด คิงไลอ้อน ไดเซ็นคิ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค หน้าที่ 2 เป็นการใช้งาน ไลออนโหมด ได้อีกด้วย ในครั้งแรกที่แปลงร่างนี้ เบลดส์สามารถรับมือกับ หัวหน้าเมกิโดทั้ง 3 ได้ด้วยตัวคนเดียวจนพวกมันต้องล่าถอยไป
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ นางาเระ บัตโต ! Rhyming! Riding! Rider! จูโอ ไรโอ ! Rising ! Lifull ! คิงไลออน ไดเซ็นคิ ! โซเระซึนาวาชิ โฮเกคิ โนะ เซ็นชิ ! (流水抜刀!Rhyming! Riding! Rider! 獣王来迎! Rising! Lifull! キングライオン大戦記! それすなわち砲撃の戦士!, ชักดาบวารี ! สัมผัสเสียง ! Riding ! Rider ! กำเนิดจ้าวป่า ! ผงาด ! ทรงพลัง ! คิงไลออน ไดเซ็นคิ ! อีกนัยหนึ่งคือ นักรบปืนใหญ่ ! )
ทาเทกามิ เฮียวจูเซ็นคิ (タテガミ氷獣戦記)
ร่างพัฒนาขึ้นสุดยอดของเบลดส์ จากการที่ได้รับพลังจากหนังสือพลังของนอร์ธเทิร์นเบส และแปรสภาพเป็น ทาเทกามิเฮียวจู วันเดอร์ไรด์บุ๊ค มีเอกลักษณ์คือ ชุดเกราะสีขาวขลิบฟ้า หมวกเกราะสีมีลักษณะเหมือนขนแผงคอสิงโต ด้วยร่างนี้ พลังธาตุน้ำของเบลดส์จะเพิ่มขึ้นสูงสุดจนกลายเป็น พลังน้ำแข็ง ในการต่อสู้ เบลดส์จะได้รับสืบทอดเคล็ดวิชาเพลงดาบจากนักดาบรุ่นก่อน ๆ ของซอร์ดออฟโลกอสมาด้วย นอกจากนี้ยังสามารถใช้พลังได้ 3 รูปแบบ คือ สัตว์บก สัตว์ปีก และสัตว์น้ำ จนในที่สุดก็สามารถปราบซุออสได้ในที่สุด
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ นางาเระ บัตโต ! ทาเทกามิ เท็นไค ! ซึเบเตะ โวะ ฮิคีชิ ทาเทงามิ ! เฮียวจูเซ็นคิ ! (流水抜刀!タテガミ展開!全てを率いしタテガミ!氷獣戦記! , ชักดาบวารี ! สยายแผงคอปลิวไสว ! บัญชาดั่งใจทุกสรรพสิ่ง ! ตำนานอสูรน้ำแข็ง !)
ร่างที่ปรากฏนอกจากทีวีซีรีส์
สเปคเตอร์ เกคิโคเซ็นคิ (スペクター激昂戦記)
ปรากฏในมาสค์ไรเดอร์สเปคเตอร์ × เบลดส์ เป็นร่างที่ใช้ สเปคเตอร์ เกคิโคเซ็นคิ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง
ข้อมูลระดับพลังเบื้องต้น
ชื่อร่าง ส่วนสูง น้ำหนัก พลังชก พลังเตะ พลังกระโดด
(ต่อคน)
พลังความเร็ว
(100 เมตร)
ไลอ้อนเซ็นคิ 217.0 ซม. 99.7 กก. 10.4 ตัน 17.8 ตัน 17.8 เมตร 4.3 วินาที
ไลอ้อนแฟนตาซิสต้า 104.8 กก. 13.1 ตัน 20.3 ตัน 21.8 เมตร 4.0 วินาที
แฟนทาสติคไลอ้อน 120.8 กก. 19.5 ตัน 32.8 ตัน 30.5 เมตร 3.4 วินาที
คิงไลอ้อน ไดเซ็นคิ 135.1 กก. 26.9 ตัน 46.0 ตัน 47.3 เมตร 2.3 วินาที
ทาเทกามิ เฮียวจูเซ็นคิ 127.5 กก. 61.8 ตัน 105.8 ตัน 108.1 เมตร 0.9 วินาที
อาวุธ
ซุยเซย์เค็นนางาเระ (水勢剣流水, ดาบวารี นางาเระ)[8]
ดาบศักดิ์สิทธิประจำตัวของเบลดส์ เป็นดาบเซย์เค็น ธาตุน้ำ บริเวณโกร่งดาบมีสัญลักษณ์ธาตุน้ำของเบลดส์อยู่
คิงไลออนบูสเตอร์ (キングライオンブースター)
อุปกรณ์อ่านค่าพลังวันเดอร์ไรด์บุ๊คของเบลดส์ คิงไลออน ไดเซ็นคิ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ชนิดเดียวกับ ดราก้อนบูสเตอร์ ของเซเบอร์ ดราโกนิคไนท์ แต่ฝาด้านบนจะเป็นรูปหัวสิงโตสีน้ำเงิน

ใช้งานโดยเปิดฝาขึ้นแล้วนำ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค มาแสกนเช่นกัน

ท่าไม้ตาย
ไฮโดร สตรีม (ハイドロ・ストリーム)
กระบวนท่าที่ฟาดฟันดาบออกมาเป็นคลื่นน้ำอัดกระแทก
ไลออนเซ็นคิ
เลโอ คัสเคด (レオ・カスケード)
เบลดส์จะยิงพลังน้ำจาก เบรสไลอ้อน ที่เกราะหน้าอก ออกไปตรึงศัตรูให้อยู่ในมวลน้ำ แล้วจึงใช้ลูกเตะโจมตี
ไลออนเซ็นคิ
ไลออน วันเดอร์ (ライオン・ワンダー)
ใช้โดยกดที่วันเดอร์ไรด์บุ๊ค 1 ครั้ง เบลดส์จะโจมตีด้วยท่าดาบวารี และปรากฏเป็นสิงโตสีน้ำเงินเข้าจู่โจมศัตรู เหมาะแก่การรับมือศัตรูจำนวนมาก
ไลออนแฟนตาซิสตาวันเดอร์ (ライオンファンタジスタ・ワンダー)
เบลดส์จะกดที่วันเดอร์ไรด์บุ๊คทั้งสองเล่มบนเข็มขัด จากนั้นจะสร้างประตูมิติน้ำจำนวนมาก ขึ้นมาล้อมรอบศัตรู และ กระโดดออกมาโจมตีหลอกล่อศัตรูผ่านประตูนั้น พร้อมกับสิงโตสีน้ำเงิน
แฟนทาสติคไลออน
ไลออนวันเดอร์ (ライオン・ワンダー)
ทันทีที่กด ไลออนเซนคิ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค เบลดส​์จะเปลี่ยนสภาพตนเองให้กลายเป็นคลื่นน้ำซัดศัตรู เพื่อทะลวงการป้องกัน ก่อนมวลจะกลับมารวมตัวกลับเป็นเบลดส์ดังเดิม
ไฮโดร วอร์เท็กซ์ (ハイドロ・ボルテクス)
ท่าไม้ตายของร่าง แฟนทาสติคไลออน โดยเบลดส์จะซัดพลังใส่ศัตรูกลายเป็นวังน้ำวน หอบขึ้นไปในอากาศ และใช้ดาบฟันปิดฉากในดาบเดียว
คิงไลออน ไดเซ็นคิ
ไลโอเนล แกรนด์แคสเคด (ライオネル・グランド・カスケード)
ไลโอเนล ไฮโดรสตรีม (ライオネル・ハイドロ・ストリーム)
ไลโอเนล โซล สแปลช (ライオネル・ソウル・スプラッシュ)
ไลโอนิคเบิร์ส (ライオニックバースト)
ท่าไม้ตายจาก คิงไลออนบูสเตอร์ โดยการนำวันเดอร์ไรด์บุ๊คมาแสกนทั้งหมด 3 เล่ม เบลดส์จะยิงพลังโจมตีจากวันเดอร์ไรด์บุ๊คเล่มนั้น ๆ ออกมาได้
ไลออนโหมด
คิงไลออน เกรเนเจอร์ (キングライオングレネイチャー)
บลิซซาร์ด เบลดส์ (ブリザード・ブレイズ)
ทาเทงามิเฮียวจู เซ็นคิ
เลโอ บลิซซาร์ด กราวน์ (レオ・ブリザード・グランド)
เลโอ บลิซซาร์ด ซี (レオ・ブリザード・シー)
เลโอ บลิซซาร์ด สกาย (レオ・ブリザード・スカイ)

มาสค์ไรเดอร์เอสปาดา[แก้]

ร่างแปลงของ ฟุคามิยะ เค็นโตะ มาสค์ไรเดอร์นักดาบคนที่ 4 แห่ง ซอร์ดออฟโลกอส พลังธาตุประจำตัวคือ แสง สัตว์ประจำตัวคือ ยักษ์ในตะเกียง จินนี มีดาบอสุนี อิคาซึจิ เป็นอาวุธประจำกาย สไตล์การต่อสู้ของเขาเป็นแบบ เฟนซิ่งเซเบอร์ หรือ ศิลปะการฟันดาบฝรั่งเศส

ร่างต่อสู้
แลมป์ โด อะลันจินา (ランプドアランジーナ)
ร่างพื้นฐานของเอสปาดา ที่ใช้ แลมป์ โด อะลันจินา วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง ใช้เพลงดาบอัสนีบาตต่อสู้เป็นหลัก ชุดเกราะมีสีเงินสลับขาว และทอง เกราะไหล่ซ้ายมีลักษณะเป็นตะเกียง มีความเร็วในการเคลื่อนที่เป็นเลิศ
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ อิคาซึจิ บัทโต! แลมป์ โด อะลันจินา! อิคาซึจิ อิทซัทสึ! แลมป์ โนะ เซย์ โตะ ไรเมย์เค็น กะ มาจิวารุ โทคิ อินาซุมะ โนะ สึรุกิ กะ ฮิคาริ คางายาคุ ! (黄雷抜刀!ランプドアランジーナ!黄雷一冊!ランプの精と雷鳴剣雷が交わる時稲妻の剣が光り輝く!, ชักดาบอัสนีบาต ! สายฟ้าคำรน บทที่ 1 ! เมื่อตะเกียงแห่งมนตรา และ ดาบอสุนี อิคาซึจิ พานพบบรรจบกัน คมดาบวัชระนั้น จักส่องประกายแสงเจิดจรัส !)
แลมป์ โด เฮดจ์ฮอก (ランプドヘッジホッグ)
ร่างเพิ่มพลังของเอสปาดา ที่ใช้ นีดเดิ้ลเฮดจ์ฮอก วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ อิคาซึจิ บัทโต! โทเก ! โทเก ! แลมป์ โด เฮ็ดจ์ฮอก ! อิคาซึจิ นิซัทสึ ! คิวคิวโตะ โคซุรุ โตะ อาระวาเรตะ โซโนะ มาจิน เอะ โนะ เนกาอิ โตะ วะ ชิคูชิคู โนะ โยโรอิ ดัตตะ ! (黄雷抜刀!トゲ!トゲ!ランプドヘッジホッグ!黄雷二冊!キュキュっとこすると現れた その魔人への願いとはチクチクの鎧だった!, ชักดาบอัสนีบาต ! หนามแหลม ! หนามแหลม ! แลมป์ โด เฮ็ดจ์ฮอก ! สายฟ้าคำรน บทที่ 2 ! พรแห่งจินนีที่ข้าปรารถนานั่นหรือ คือชุดเกราะซึ่งเต็มไปด้วยหนามแหลมคม !)
โกลเดน อะลันจินา (ゴルデンアランジナ)
ร่างวันเดอร์คอมโบ ที่สมบูรณ์ของเอสปาดา ที่ใช้ ไทรเคลเบรอส วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ร่วมกับ นีดเดิ้ลเฮดจ์ฮอก และ แลมป์ โด อะลันจินา วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง โดยเอสปาดาจะสามารถแสดงพลังออกมาได้เต็มที่
เสียงประกาศในการแปลงร่าง คือ อิคาซึจิ บัทโต! แลมป์ โนะ มาจิน กะ ! ชิน โนะ จิคาระ โวะ ฮัคคิซุรุ ! โกลเดน อะลันจินา ! อิคาซึจิ ซันซัทสึ ! อินาซึมะ โนะ ซุรุกิ กะ ฮิคาริคางายาคิ ไรเมย์ กะ โทโดโรคุ ! (黄雷抜刀!ランプの魔人が真の力を発揮する! ゴールデンアランジーナ!黄雷三冊!稲妻の剣が光り輝き、雷鳴が轟く!, ชักดาบอัสนีบาต ! สำแดงฤทธิ์เดชที่แท้จริง ของตะเกียงแห่งจินนี ! โกลเดน อะลันจินา ! สายฟ้าคำรน บทที่ 3 ! คมดาบวัชระส่องแสงเรืองรอง ดังกึกก้องด้วยเสียงกัมปนาท !)
ข้อมูลระดับพลังเบื้องต้น
ชื่อร่าง ส่วนสูง น้ำหนัก พลังชก พลังเตะ พลังกระโดด
(ต่อคน)
พลังความเร็ว
(100 เมตร)
แลมป์ โด อะลันจินา 217.0 ซม. 98.3 กก. 9.8 ตัน 18.5 ตัน 20.4 เมตร 4.6 วินาที
แลมป์ โด เฮดจ์ฮอก 217.0 ซม. 106.6 กก. 12.8 ตัน 24.7 ตัน 23.2 เมตร 4.4 วินาที
โกลเดน อะลันจินา 217.0 ซม. 120.0 กก. 18.8 ตัน 34.6 ตัน 33.6 เมตร 4.1 วินาที
อาวุธ
ไรเมย์เค็นอิคาซึจิ (雷鳴剣黄雷, ดาบอสุนี อิคาซึจิ)
ดาบศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวของเอสปาดา เป็นดาบเซย์เค็น ธาตุสายฟ้า บริเวณโกร่งดาบมีสัญลักษณ์สายฟ้าของเอสปาดาอยู่
ท่าไม้ตาย
อะลันจินา เดียโบล (アランジーナ・ディアブロー)
ท่าไรเดอร์คิกของเอสปาดา โดยรวมพลังงานสายฟ้าไว้ที่เท้าและใช้ลูกถีบพุ่งโจมตีด้วยความเร็วสูง
อะลันจินา วันเดอร์ (アランジーナ・ワンダー)
เมื่อกดที่ แลมป์ โด อะลันจินา วันเดอร์ไรด์บุ๊ค เอสปาด้าจะสามารถใช้เพลงดาบที่เพิ่มพลังสายฟ้าได้
เทรโน เดสโตรเดอร์ (トルエノ・デストローダ)
ท่าไม้ตายสังหาร เอสปาดาจะพุ่งเข้าหาศัตรูด้วยความเร็วสูงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า พร้อมกับใช้ดาบฟาดฟัน ขณะเดียวกันศัตรูจะถูกช็อตด้วยสายฟ้าและระเบิดไปในที่สุด
เทรโน มิล ลันซา (トルエノ・ミル・ランザ)
ท่าไม้ตายของเอสปาดา ร่างแลมป์ โด เฮ็ดจ์ฮอก โดยเอสปาด้าจะอัญเชิญยักษ์จินนี ออกมายิงกระสุนหนามใส่ศัตรู จากนั้นจึงพุ่งผ่านไปด้านหลังศัตรู เพื่อใช้เพลงดาบสายฟ้าฟันปิดฉาก
โอโร บอมบาร์เดโร (オーロ・ボンバルデーロ)
เทรโน เดล โซล (トルエノ・デル・ソル)
ท่าไม้ตายของร่าง โกลเดน อะลันจินา มีความหมายว่า สายฟ้าสุริยัน เอสปาดาจะรวมพลังงานทั้งหมดไปที่ใบดาบ และฟันใส่ศัตรูด้วยท่าดาบสายฟ้าที่มีอานุภาพมากขึ้น

มาสค์ไรเดอร์บัสเตอร์[แก้]

ร่างแปลงของ โองามิ เรียว เป็นมาสค์ไรเดอร์นักดาบร่างใหญ่กำยำ โดยเป็นนักดาบที่ปรากฏตัวเป็นคนที่ 3 พลังธาตุประจำตัวคือ ดิน สัตว์ประจำตัวคือ เต่ายักษ์เก็มบุ มีดาบสนั่นภพ เกคิโด เป็นอาวุธประจำกายและอุปกรณ์แปลงร่าง ด้วยดาบที่มีขนาดใหญ่ บัสเตอร์จะมีสไตล์การต่อสู้ที่เน้นบุกตรง ๆ และเผด็จศึกในคราวเดียว

ร่างต่อสู้
เก็มบุชินวะ (玄武神話)
ร่างที่ใช้ เก็มบุชินวะวันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง เป็นร่างพื้นฐานของบัสเตอร์ มีชุดเกราะที่หนาและแข็งแกร่ง รวมถึงพละกำลังมหาศาล และพลังป้องกันเป็นเลิศ ใช้เพลงดาบพสุธาในการต่อสู้เป็นหลัก
เก็มบุแจ็คคุง (玄武ジャッ君)
ร่างที่ใช้ แจ็คคุง โตะ โดมาเมะโนกิ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง สามารถใช้เถาวัลย์ที่ยืดออกมาจากแขนซ้ายจับศัตรูไว้ได้
เก็มบุเบรเมน (玄武ブレーメン)
ร่างที่ใช้ เบรเมน โนะ ร๊อคแบนด์ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการเปลี่ยนร่าง เกราะแขนซ้ายจะเปลี่ยนเป็นรูปร่างลำโพง และเครื่องดนตรี ซึ่งใช้พลังเสียงโจมตีได้
ข้อมูลระดับพลังเบื้องต้น
ชื่อร่าง ส่วนสูง น้ำหนัก พลังชก พลังเตะ พลังกระโดด
(ต่อคน)
พลังความเร็ว
(100 เมตร)
เก็มบุชินวะ 202.1 ซม. 146.7 กก. 14.2 ตัน 26.4 ตัน 8.4 เมตร 8.2 วินาที
เก็มบุแจ็คคุง 202.1 ซม. 150.7 กก. 15.4 ตัน 29.7 ตัน 9.1 เมตร 8.1 วินาที
เก็มบุเบรเมน 202.1 ซม. 151.2 กก. 16.6 ตัน 28.2 ตัน 13.8 เมตร 7.4 วินาที
อาวุธ
โดโกเค็นเกคิโด (土豪剣激土, ดาบสนั่นภพ เกคิโด)
ดาบศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวของบัสเตอร์ ดาบเซย์เค็นธาตุดิน ซึ่งเป็นอุปกรณ์แปลงร่างในตัว ระบบการแปลงร่างต่างจากของพวกเซเบอร์ มีลักษณะเป็นดาบขนาดใหญ่ ซึ่งความคล่องตัวจะต่ำ แต่ทดแทนด้วยระยะโจมตีที่กว้าง กับพลังทำลายล้างที่สูง มีช่องสำหรับติดตั้ง วันเดอร์ไรด์บุ๊ค และบริเวณเหนือช่องจะมี ชินกันรีดเดอร์ ซึ่งเป็นสวิตช์สำหรับแสกน วันเดอร์ไรด์บุ๊ค เพื่อใช้พลังเสริม บริเวณปลายด้ามดาบมีสัญลักษณ์ธาตุดินของบัสเตอร์อยู่
เมื่อติดตั้งวันเดอร์ไรด์บุ๊คในการแปลงร่างหรือเพิ่มพลัง มีเสียงประกาศในการใช้ว่า 〇〇 (ชื่อวันเดอร์ไรด์บุ๊ค) ! อิตโต เรียวดัน! บุตตะกิเระ ! โดโก ! โดโก ! โดโกเค็นเกคิโด ! เกคิโด จูฮัน ! เซ็ตไตโซโค โนะ ไทเค็น กะ โฮคุโฮ โยริ โออินารุ อิชิเกคิ โวะ ทาทาคิโคมุ ! (一刀両断!ブツた斬れ!ドゴ!ドゴ!土豪剣激土!激土重版!絶対装甲の大剣が北方より大いなる一撃を叩き込む!, หนึ่งดาบ ราบคาบ ! สะบั้น ทำลาย ! ตึงตัง ! ตึงตัง ! ดาบสนั่นภพ เกคิโด ! ตีพิมพ์สะท้านพิภพ ! ดาบยักษ์ที่เปี่ยมล้นด้วยฤทธา! เคลื่อนภูผาสะเทือนใต้หล้าจรดทิศเหนือ !) และเมื่อนำวันเดอร์ไรด์บุ๊คมาแสกนชินกันรีดเดอร์ จะมีเสียงประกาศว่า 〇〇 (ชื่อวันเดอร์ไรด์บุ๊ค) ! โดกอน ! ไคชิน โนะ รันโดคุเกคิ ! โดกอน (〇〇!ドゴーン!会心の激土乱読撃!ドゴーン!, กระบวนท่าสุ่มอ่านโจมตี แยกพสุธา)
ท่าไม้ตาย
ไดดันดัน (大断断, ดาบผ่าพิภพ)
ท่าไม้ตายหลักของบัสเตอร์ เป็นการรวมพลังไว้ที่คมดาบและฟาดฟันศัตรูในดาบเดียว เป็นท่าที่มีอานุภาพรุนแรง และทำให้เกิดความเสียหายกระจายไปทั่วพื้นที่ต่อสู้
ไดเซ็นดัน (大旋断, ดาบทะลวงภูผา)
ท่าไม้ตายของบัสเตอร์ เก็มบุแจ๊คคุง ใช้ในกรณีที่กำลังถูกศัตรูรุกไล่ต้อน เมื่อแสกน เก็มบุชินวะ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ที่ดาบแล้ว บัสเตอร์จะปล่อยเถาวัลย์ต้นถั่วออกมายึดตัวเองไว้ ก่อนจะดีดตัวกลับไปหาศัตรู พร้อมฟันสวนด้วยดาบ

มาสค์ไรเดอร์เค็นซัน[แก้]

ร่างแปลงของ อาคามิจิ เร็น เป็นมาสค์ไรเดอร์นักดาบที่ปรากฏตัวเป็นคนที่ 5 ความว่องไวเป็นเลิศ พลังธาตุประจำตัวคือ ลม ใช้พลังจากนินจาในตำนาน ซารุโทบิ มีดาบคู่วายุ ฮายาเตะ เป็นอาวุธประจำกาย และ อุปกรณ์แปลงร่าง ใช้สไตล์การต่อสู้แบบนินจาเป็นหลัก

ร่างต่อสู้
ซารุโทบินินจาเด็น (猿飛忍者伝)
ร่างพื้นฐานของเค็นซัน ที่ใช้ ซารุโทบินินจาเด็น วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง ใช้เพลงดาบวายุต่อสู้เป็นหลัก ชุดเกราะมีสีเขียวแซมเหลือง สลับดำ ขลิบเงิน ด้านหลังมีผ้าพันคอสีเขียว โดยลักษณะชุดเกราะจะบางกว่านักดาบคนอื่น เนื่องจากเน้นการใช้ความเร็ว ผนวกกับวิชานินจาที่ต้องมีความคล่องตัวเป็นหลัก จึงต้องแลกด้วยการมีพลังป้องกันที่ต่ำ
นินจาบูตะซัง (忍者ぶた3)
ร่างเพิ่มพลังของเค็นซัน ที่ใช้ โคบูตะ ซังเคียวได วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง เกราะแขนซ้ายจะแปรสภาพเป็นลักษณะบ้านของหมู 3 พี่น้อง ซึ่งเค็นซันจะสามารถเรียก หมู 3 ตัวออกมาช่วยต่อสู้ ด้วยการสร้างกำแพงกีดขวางอย่างรวดเร็ว เพื่อสกัดการเคลื่อนไหวศัตรู และให้เค็นซันใช้หลบซ่อน โจมตี หลอกล่อศัตรูแบบนินจา
นินจาแจ็คคุง (忍者ジャッ君)
ร่างเพิ่มพลังของเค็นซัน ที่ใช้ แจ๊คคุง โตะ โดมาเมะโนะคิ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง เกราะแขนซ้ายจะแปรสภาพเป็นเถาวัลย์ต้นถั่ว ใช้โจมตีหรือพันธนาการศัตรู
ข้อมูลระดับพลังเบื้องต้น
ชื่อร่าง ส่วนสูง น้ำหนัก พลังชก พลังเตะ พลังกระโดด
(ต่อคน)
พลังความเร็ว
(100 เมตร)
ซารุโทบิ นินจาเด็น 200.3 ซม. 84.7 กก. 8.8 ตัน 17.6 ตัน 38.6 เมตร 3.7 วินาที
นินจาบูตะซัง 200.3 ซม. 91.2 กก. 10.1 ตัน 21.4 ตัน 40.7 เมตร 3.4 วินาที
นินจาแจ็คคุง 200.3 ซมซม. 89.5 กกกก. 9.6 ตันัน 19.9 ตันัน 38.8 เมตร 3.6 วินาที
อาวุธ
ฟูโซเค็นฮายาเตะ (風双剣翠風, ดาบคู่วายุ ฮายาเตะ)
ดาบศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวของเค็นซัน ดาบเซย์เค็นธาตุลม เป็นอุปกรณ์แปลงร่างในตัว ลักษณะเป็นดาบนินจาโต ที่แยกส่วนออกเป็นดาบคู่ได้ และสามารถประกอบเป็นรูปแบบ ดาวกระจายขนาดใหญ่ได้ บริเวณโกร่งดาบ มีช่องติดตั้งวันเดอร์ไรด์บุ๊ค ที่ตรงกลางมีสัญลักษณ์ธาตุลมของเค็นซัน สามารถนำวันเดอร์ไรด์บุ๊คไปแสกนที่ ชินกันรีดเดอร์ ด้านข้างเพื่อใช้พลังเสริมได้
เมื่อติดตั้งกับวันเดอร์ไรด์บุ๊คในการแปลงร่างหรือเพิ่มพลัง มีเสียงประกาศว่า 〇〇 (ชื่อวันเดอร์ไรด์บุ๊ค) ! โซโต บุนดัน ! อิจิ โนะ เตะ ชูริเค็น ! นิ โนะ เตะ นิโตริว ! ฟุโซเค็น ฮายาเตะ ! ฮายาเตะ โนะ มากิ โคกะ ฟู ตง โนะ โซเค็น กะ ชินโซคุ โวะ นินจิทสุ เดะ เทคิ โวะ โอทสุ ! (猿飛忍者伝!双刀分断! 壱の手、手裏剣! 式の手、ニ力流!風双剣翠風 ! 風の巻、甲賀風道の双剣が神速の忍術で敵を討つ!, หนึ่งดาบแยกสอง ! หนึ่งหัตถ์เป็นดาวกระจาย สองหัตถ์กลายเป็นดาบคู่ ! ดาบวายุ ฮายาเตะ ! ม้วนคัมภีร์แห่งสลาตัน สองดาบคมแห่งสายลมโคกะ จักชนะศัตรูด้วยศาสตร์นินจาอันเยี่ยมยุทธ !) และเมื่อนำวันเดอร์ไรด์บุ๊คไปแสกนที่ ชินกันรีดเดอร์ จะมีเสียงประกาศว่า 〇〇 (ชื่อวันเดอร์ไรด์บุ๊ค) ! นินนิน ! ฮายาเตะโซคุโดคุเกคิ ! นินนิน ! (ニンニン!翠風速読撃!ニンニン!กระบวนท่าอ่านเร็ว พายุกระหน่ำ ! )
ท่าไม้ตาย
ซารุโทบิ นินจาเด็น
ชิปปู เค็นบุ อิจิเร็น (疾風剣舞 一連 , ดาบพายุร่ายรำ กระบวน 1)
เค็นซันจะรวมพลังงานไว้ที่ใบดาบ และพุ่งเข้าฟันตัดลำตัวด้วยความเร็ว
ชิปปู เค็นบุ นิเร็น (疾風剣舞 二連 , ดาบพายุร่ายรำ กระบวน 2)
เค็นซันจะรวมพลังงานลมไว้ที่ใบดาบ โดยจะเกิดกระแสลมรอบตัวด้วย จากนั้นจะใช้ดาบฟันศัตรูต่อเนื่องด้วยความเร็วสูง ก่อนจะฟันจากด้านหลังเป็นรูปกากบาทปิดฉาก
ชิปปู เค็นบุ ไคเต็น (疾風剣舞 回転 , ดาบพายุร่ายรำ ควงสว่าน)
ขณะที่ใช้ท่านี้จะเกิดลมหมุนรอบตัวเค็นซัน จากนั้นจึงขว้างดาบฮายาเตะโหมดชูริเค็นไปสกัดศัตรู ขณะที่ศัตรูถูกเบี่ยงเบนด้วยดาวกระจาย เค็นซันจะกระโดดหมุนตัวด้วยความเร็วจนกลายเป็นลูกเตะพายุหมุนเข้าโจมตี
โคบูตะ ซังเคียวได
ชิปปู เค็นบุ อิจิเร็น (疾風剣舞 一連 , ดาบพายุร่ายรำ กระบวน 1)
หมู 3 ตัวจะปรากฏตัวขึ้นเพื่อสร้างกำแพงอิฐปิดล้อมศัตรูด้วยความรวดเร็ว โดยเค็นซันจะใช้วิชาพรางตัวลอบโจมตีศัตรูในกำแพง 3 ด้านนั้น
ชิปปู เค็นบุ อิตตง (疾風剣舞 一豚 , ดาบพายุร่ายรำ หมูตัวที่ 1)
เค็นซันจะใช้วิชาแยกร่างออกเป็น 3 คน ซึ่งเคลื่อนไหวได้อิสระ และมีโล่ที่แขนซ้ายแตกต่างกัน 3 แบบ โดยเค็นซันทั้ง 3 ร่างจะรุมโจมตีศัตรูพร้อมกันในคราวเดียว
คาลามิตี้สไตรค์ (カラミティーストライク)
ท่าไม้ตายประสานของเค็นซันและสแลช โดยให้สแลชยิงกระสุนใส่ดาบฮายาเตะ (ปุ่มไก) จนทำให้ดาบฮายาเตะแยกเป็น 3 เล่ม ด้วยพลังของ โคบุตะ ซังเคียวได โจมตีใส่ จากนั้นสแลชจะเข้าไปรับการโจมตีไว้ เพื่อให้เค็นซันสวนกลับด้วยท่าจากดาบเคียวมุ มุเก็น อิททตสึ ที่สแกนเดซาสท์อัลเทอร์ไรด์บุ๊ค และใช้ดาบ กรัดเดนจ์ พุ่งโจมตีต่อเนื่องจนถึงการพุ่งสุดท้าย ได้ปรากฏจิตของเดซาสท์ขึ้นด้วย ท่านี้จึงสามารถปราบ ลอร์ดออฟไวส์สปาร์ตันได้สำเร็จ

มาสค์ไรเดอร์สแลช[แก้]

ร่างแปลงของ ไดชินจิ เท็ตซึโอะ ช่างตีเหล็กแห่ง ซอร์ดออฟโลกอส ที่เผยตัวในฐานะนักดาบคนที่ 7 ผู้ใช้พลังจากเสียงดนตรี และยังใช้ความสามารถพิเศษด้านการฟังเสียง อ่านการเคลื่อนไหวคู่ต่อสู้ในการต่อสู้อีกด้วย มีดาบปืนกังวาน สึซึเนะ เป็นอาวุธประจำกาย อนึ่ง แสลชเป็นนักดาบเพียงคนเดียวที่มีอาวุธประเภทยิง

ร่างต่อสู้
เฮนเซลนัทส์ โตะ เกรเทล (ヘンゼルナッツとグレーテル)
ร่างพื้นฐานของสแลช ที่ใช้ เฮนเซลนัทส์ โตะ เกรเทล วันเดอร์ไรด์บุ๊คในการแปลงร่าง ชุดเกราะมีสีมาเจนต้า สลับดำ และประดับด้วยสีสันหลากสี ลักษณะเด่นคือคอปกเสื้อที่ตั้งชัน
เฮนเซลเบรเมน (ヘンゼルブレーメン)
ร่างเพิ่มพลังของสแลช ที่ใช้ เบรเมน โนะ ร๊อคแบนด์ วันเดอร์ไดร์บุ๊ค ในการเปลี่ยนร่าง เกราะด้านซ้ายจะเปลี่ยนเป็นลักษณะคล้ายลำโพง ประกอบด้วยรูปเครื่องดนตรี และเหล่าสัตว์จากเรื่องนักดนตรีแห่งเมืองเบรเมน ถนัดโจมตีด้วยเสียงในระยะไกล ควบคู่กับ ดาบปืนเสียงกังวาน สึซึเนะ โหมดปืน ทันทีที่ไดชินจิแปลงร่างนี้ บุคลิกของเขาจะเปลี่ยนไป กลายเป็นคนบ้าพลัง และสนุกสนานเหมือนกับชาวร๊อค รวมถึงสไตล์การต่อสู้ของร่างนี้ จะเป็นการเต้นและต่อสู้ไปพร้อม ๆ กันด้วย
เฮนเซลบุตะซัง (ヘンゼルぶた3)
ร่างเพิ่มพลังของสแลช ที่ใช้ โคบุตะ ซังเคียวได วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการเปลี่ยนร่าง เกราะแขนด้านซ้ายจะเป็นโล่ห์รูปร่างคล้ายบ้านหมู 3 ตัว โดยเมื่อแสกน โคบุตะ ซังเคียวได วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ที่ดาบซ้ำอีกครั้ง แสลชจะสามารถแยกร่างออกเป็น 3 ร่างเพื่อรับมือกับ สตอริอุส ที่ใช้วิชาแยกร่างเหมือนกันได้
ข้อมูลระดับพลังเบื้องต้น
ชื่อร่าง ส่วนสูง น้ำหนัก พลังชก พลังเตะ พลังกระโดด
(ต่อคน)
พลังความเร็ว
(100 เมตร)
เฮนเซลนัทส์ โตะ เกรเทล 201.2 ซม. 107.7 กก. 10.7 ตัน 20.6 ตัน 15.9 เมตร 5.1 วินาที
เฮนเซลเบรเมน 201.2 ซม. 113.5 กก. 13.5 ตัน 23.4 ตัน 21.8 เมตร 4.2 วินาที
เฮนเซลบูตะซัง 201.2 ซม. 115 กก. 11.6 ตัน 23.2 ตัน 17.5 เมตร 4.9 วินาที
อาวุธ
องจูเค็นสึซึเนะ (音銃剣錫音, ดาบปืนกังวาน สึซึเนะ)
ดาบศักดิ์สิทธ์ประจำตัวของแสลช เป็นดาบเซย์เค็นที่ใช้พลังแห่งเสียง ซึ่งไดชินจิเป็นผู้คิดค้นและพัฒนาขึ้นด้วยตัวเอง มีลักษณะเป็นดาบสั้น สามารถเปลี่ยนเป็นรูปแบบปืนได้ โดยพับด้ามลง ใบดาบจะเปิดออกเผยให้เห็นปากกระบอกปืน และแถบวัดพลัง เมื่อเปลี่ยนเป็นรูปแบบดาบจะมีเสียงดังว่า เค็นบัง ! และหากเปลี่ยนเป็นโหมดปืน จะมีเสียงดังว่า "จูโซ !" บริเวณโกร่งดาบมีช่องติดตั้ง วันเดอร์ไรด์บุ๊ค และสัญลักษณ์ของแสลชอยู่ เมื่อนำวันเดอร์ไรด์บุ๊ค มาแสกนที่ ชินกันรีดเดอร์ จะสามารถใช้ท่าโจมตีพิเศษได้เช่นกัน
เมื่อติดตั้งวันเดอร์ไรด์บุ๊คในการแปลงร่างหรือเพิ่มพลัง มีเสียงประกาศในการใช้ว่า 〇〇 (ชื่อวันเดอร์ไรด์บุ๊ค) ! จูเค็นเกคิดัน! จู เดะ Go ! Go ! อินะ ! เค็น เดะ อิคุโซ ! องจูเค็น ซึซึเนะ ! ซึซึเนะ กาคุโช ! อาไม มิวาคุ โนะ จูเค็น กะ โอกาชิ นะ ริทธึ่ม เดะ บีท โวะ คิริคิซามุ ! (〇〇! 銃剣撃弾!銃でGO!GO!否!剣で行くぞ!音銃剣錫音!錫音楽章!甘い魅惑の銃剣が、おかしなリズムでビートを斬り刻む!, ลั่นกระสุนดาบปืน ! ยิงด้วยปืน ! Go ! Go ! ไม่ ! ประชิดฟันด้วยดาบ ! ดาบปืนกังวาน สึซึเนะ ! บรรเลงเสียงดนตรี ! คมดาบที่หวานล้ำและทรงเสน่ห์ ตัดจังหวะ ด้วยทำนองสุดพิสดาร !)
ในการแปลงร่างด้วยโหมดปืน จะมีเสียงประกาศในการใช้ว่า 〇〇 (ชื่อวันเดอร์ไรด์บุ๊ค) ! จูเค็นเกคิดัน! เค็น เดะ อิคุเซ ! No ! No ! จู เดะ Go ! Go ! Bang ! Bang ! องจูเค็น ซึซึเนะ ! ซึซึเนะ กาคุโช ! อาไม มิวาคุ โนะ จูเค็น กะ โอกาชิ นะ ริทธึ่ม เดะ บีท โวะ คิริคิซามุ ! (〇〇! 銃剣撃弾!剣で行くぜ!NO!NO!銃で GO!GO!BANG!BANG!!音銃剣錫音!錫音楽章!甘い魅惑の銃剣が、おかしなリズムでビートを斬り刻む!, ลั่นกระสุนดาบปืน ! ประชิดฟันด้วยดาบ ! No ! No ! ใช้ปืน Go ! Go ! Bang ! Bang ! ดาบปืนกังวาน สึซึเนะ ! บรรเลงเสียงดนตรี ! คมดาบที่หวานล้ำและทรงเสน่ห์ ตัดจังหวะ ด้วยทำนองสุดพิสดาร !)
เมื่อนำวันเดอร์ไรด์บุ๊คมาแสกนที่ ชินกันรีดเดอร์ จะมีเสียงประกาศว่า 〇〇 (ชื่อวันเดอร์ไรด์บุ๊ค) ! เย้ ! ซึซึเนะ องโดคุเกคิ ! เย้ ! (〇〇!イェーイ!錫音音読撃!イェーイ!, กระบวนท่าเปล่งเสียงอ่านกึกก้อง)
ท่าไม้ตาย
เฮนเซลนัทส์ โตะ เกรเทล
สแน็ค อง เดอะ ช็อปเปอร์ (スナック・音・ザ・チョッパー)
ท่าไม้ตายเพลงดาบของแสลช โดยรวมพลังงานทั้งหมดไปที่ใบดาบ และฟันปิดฉากในดาบเดียว
บีท ลอลลี่ป๊อบเปอร์ (ビート・ロリポッパー)
เฮนเซลเบรเมน
กันส์ แอนด์ มิวสิค (ガンズ・アンド・ミュージック)
ท่าไม้ตายรูปแบบยิงของแสลชที่ใช้ โดยทำการชาร์จกระสุน และยิงใส่ศัตรูอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งศัตรูระเบิดไป
ไออ้อนเชาท์ (アイアン・シャウト)
ท่าไม้ตายในโหมดดาบของแสลช ซึ่งจะเป็นการรวมพลังงานเสียงไว้ที่ใบดาบ และฟันใส่ศัตรูจนระเบิดไป

มาสค์ไรเดอร์คาลิเบอร์[แก้]

นักดาบแห่งความมืด ผู้ถือครองดาบรัตติกาล คุรายามิ เป็นอาวุธประจำกาย พลังธาตุประจำตัวคือ ความมืด สัตว์ประจำตัวคือ มังกรเพลิงทมิฬ ในหมู่มาสค์ไรเดอร์นักดาบของภาคี คาลิเบอร์มีพลังสูงที่สุด
ในอดีตผู้ร่างแปลงคือ ฟุคามิยะ ฮายาโตะ ผู้เป็นพ่อของ เค็นโตะ แต่ระหว่างเหตุการณ์ 15 ปีก่อน ฮายาโตะได้หายตัวไป ซึ่ง ดาบคุรายามิ ก็ตกมาอยู่ในมือผู้ใช้คนใหม่นั่นก็คืออดีตนักดาบอัคคี คามิโจ ไดจิ ตั้งแต่นั้นมา คาลิเบอร์เจ้าของสมญานาม นักดาบแห่งความมืด ก็ถูกตราหน้าเป็น มาสค์ไรเดอร์นักดาบผู้หันหลังให้ภาคี ซอร์ดออฟโลกอส อย่างไรก็ตามในตอนที่ 25 เผยว่า มาสค์ไรเดอร์คาลิเบอร์คนปัจจุบันคือ ฟุคามิยะ เค็นโตะ และภายหลังได้ตกทอดถึงโซเฟีย
เค็นโตะมีจุดแตกต่างจากคาลิเบอร์รุ่นก่อน ๆ คือ ในการต่อสู้กับนักดาบด้วยกัน เขาจะพยายามหลีกเลี่ยงการทำร้ายคู่ต่อสู้ ต่างกับคาลิเบอร์คนก่อนหน้าที่ต่อสู้แบบหมายโค่นอีกฝ่ายเท่านั้น
ในตอนที่ 45 หลังจากเค็นโตะคืนดาบคุรายามิให้ยูริแล้ว โซเฟียได้รับผลกระทบจากการทำลายวันเดอร์เวิลด์ ยูริจึงได้ให้โซเฟียถือครองดาบคุรายามิไว้ เพื่อช่วยคงสภาพร่างกายของเธอไว้
ร่างต่อสู้
จาอาคุดราก้อน (ジャアクドラゴン)
ร่างที่ใช้ จาอาคุดราก้อน วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง เป็นร่างพื้นฐานของคาลิเบอร์ ชุดเกราะสีม่วง สลับดำและเงิน ขลิบทอง เกราะไหล่ขวามีลักษณะเป็น หัวมังกรเพลิงทมิฬ
เสียงประกาศในการแปลงร่าง คือ จาอาคุรีด ! อันโคคุเค็น คุรายามิ ! Get go under conquer than get keen. (เก็คโค! อันโคคุ! ซันเกคิ!) จาอาคุดราก้อน ! คุรายามิ ฮงยาคุ ! ฮิคาริ โวะ อุไบชิ ชิกโคคุ โนะ เค็น กะ เรย์โคคุ มุโจ นิ อันโคคุ ริว โวะ ชิไฮซุรุ ! (ジャアクリード! 闇黒剣月間! Get go under conquer than get keen. (月光! 暗黒! 斬撃!) ジャアクドラゴン! 暗闇翻訳!光を奪いし、漆黒の剣が冷酷無情に暗黒竜を支配する!, จาอาคุรีด ! ดาบรัตติกาล คุรายามิ ! พิชิตชัยให้ยิ่งใหญ่กว่าปัญญา (ประชิดฟัน! ในเงามืด! ใต้แสงจันทร์ !) มังกรเพลิงทมิฬ ! แปลสาสน์แห่งเงามืด ! ช่วงชิงแสงสว่าง ! ดาบแห่งปรภพอันไร้ปราณี คือสารถีแห่งมังกรรัตติกาล !)
จาโอดราก้อน (ジャーオウドラゴン)
ร่างเพิ่มพลังของคาลิเบอร์ ที่ใช้ จาโอดราก้อน วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ซึ่งสร้างจากพลังความมืดของ อัลเทอร์ไรด์บุ๊ค 3 เล่ม เกราะหน้าอกแหละหัวไหล่เปลี่ยนเป็นสีทอง หน้ากากมีกระจกตาสีแดง มิอัสไมเซอร์ เพิ่มมา และมีผ้าคลุม จาโอแมนเทิล ปรากฏที่ด้านหลัง สัตว์ประจำตัวคือ มังกรจอมมาร ซึ่งมีบริวารอีก 4 ตัว ด้วยร่างนี้ คาลิเบอร์จะสามารถใช้พลังความมืดได้อย่างเต็มที่ และมีพลังแกร่งกว่า วันเดอร์คอมโบ ของพวกเซเบอร์ จึงสามารถเอาชนะเอสปาดาไปได้อย่างง่ายดาย
เสียงประกาศในการแปลงร่างคือ จาโอรีด ! อันโคคุเค็น คุรายามิ ! Jump out the book, open it and burst. The fear of the darkness. You make might a just, no matter dark joke. Fury in the dark~! จาโอดราก้อน ! ดาเระ โมะ โนกาเระ ราเรไน... (ジャオウリード! 闇黒剣月間! Jump out the book, open it and burst. The fear of the darkness. You make might a just, no matter dark joke. Fury in the dark~! ジャオウドラゴン! 誰も逃れられない… ,จาโอรีด ! ดาบรัตติกาล คุรายามิ ! กระโจนจากหนังสือ เปิดออก และ ปะทุ ความหวาดกลัวจากเงามืดมิด จงอย่าหมิ่นพลังความมืดว่าน่าขัน เงาทมิฬอันเดือดดาล~! จาโอดราก้อน ! หาผู้ใดหลีกหนีได้ไม่...)
ข้อมูลระดับพลังเบื้องต้น
ชื่อร่าง ส่วนสูง น้ำหนัก พลังชก พลังเตะ พลังกระโดด
(ต่อคน)
พลังความเร็ว
(100 เมตร)
จาอาคุดราก้อน 217.6 ซม. 121.3 กก. 17.1 ตัน 29.4 ตัน 29.5 เมตร 3.9 วินาที
จาโอดราก้อน 217.6 ซม. 133.6 กก. 26.1 ตัน 47.8 ตัน 46.7 เมตร 2.9 วินาที
อาวุธ
อันโคคุเค็นคุรายามิ (闇黒剣月闇, ดาบรัตติกาล คุรายามิ)
ดาบศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวของคาลิเบอร์ ดาบเซย์เค็นแห่งความมืดที่กุมความลับไว้มากมาย ปกติจะเก็บไว้ข้างเอวด้านซ้าย ในการแปลงร่างจะใช้ร่วมกับ จาเค็น คาลิเบอร์ไดรเวอร์ โดยนำวันเดอร์ไรด์บุ๊ค แสกนที่ตราสีเงินบนใบดาบ เพื่อทำการ จาอาคุรีด แล้วติดตั้งที่ หัวเข็มขัดไดรเวอร์ ก่อนจะนำด้ามดาบมากดบนหัวเข็มขัด หากต้องการใช้ท่าไม้ตาย จะต้องนำวันเดอร์ไรด์บุ๊ค มาแสกนที่ดาบอีกครั้ง เพื่อทำการ ฮิทซัทสึรีด แล้วจึงกดไกที่ด้าม รวมถึงสามารถเสียบดาบไว้ที่ฮิทซัทสึโฮลเดอร์ เพื่อใช้ท่าดาบพิฆาต อิไอ ได้ บริเวณโกร่งดาบมีลักษณะเป็นรูปหน้ากากของคาลิเบอร์
ดาบแห่งความมืดนี้ เป็น 1 ใน 2 ดาบศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกสร้างขึ้นในยุคแรก นอกจากนี้ คุรายามิ ยังมีความสามารถผนึกดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มอื่น เนื่องจากในสมัยที่ดาบเล่มนี้ถูกตีขึ้นเป็นช่วงที่เกิดศึกชิงพลังของวันเดอร์เวิลด์ กรณีที่ดาบแห่งแสงถูกนำไปใช้ในทางชั่วร้าย ดาบเล่มนี้จะทำหน้าที่ผนึกดาบเล่มอื่นเพื่อยับยั้งเหตุร้าย รวมถึงสามารถใช้พลังทำนายล่วงหน้าจากการสัมผัสตัวดาบ
ท่าไม้ตาย
โดคุโกอิซเซ็น (読後一閃, ประกายแสงบรรลุ)
ท่าดาบพิฆาต คุรายามิอิไอ (月闇居合) ท่าไม้ตายหลักของคาลิเบอร์ เป็นท่าฟันโจมตีออกมาเป็นคลื่นพลังความมืด ใช้โดยเสียบดาบกลับเข้าโฮลเดอร์ กดไก แล้วจึงชักดาบออกอีกครั้ง
ชูโทคุ อิซเซ็น (習得一閃, ประกายแสงเรียนรู้)
ใช้โดยแสกน วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ที่ดาบคุรายามิเพื่อเพิ่มพลังก่อนโจมตีด้วยเพลงดาบ และยังสามารถอัญเชิญ จาอาคุดราก้อน ให้ปรากฏออกมาช่วยต่อสู้ได้
ชูโทคุ ซันเซ็น (習得三閃, สามประกายแสงเรียนรู้)
ใช้โดยแสกนวันเดอร์ไรด์บุ๊ค ที่ดาบคุรายามิ 3 ครั้ง โดยเป็นเล่มเดิม หรือ คละเล่มก็ได้ คาลิเบอร์จะสามารถใช้พลังของวันเดอร์ไรด์บุ๊คนั้น ๆ ได้ สามอย่างพร้อมกัน หรือเพิ่มพลังโจมตีมากขึ้น
จาโอ ฮิทซัทสึเกคิ (ジャオウ必殺撃, การลงทัณฑ์แห่งจอมมาร)
ท่าไม้ตายของคาลิเบอร์ร่างจาโอดราก้อน โดยจะรวมพลังความมืดไว้ที่ใบดาบ ปรากฏเป็นกลุ่มพลังงานความมืดรอบตัวพร้อมกับมังกรสีทอง 4 ตัว เมื่อคาลิเบอร์ฟันโจมตี จะเกิดเป็นพลังงานรูปร่างมังกรยักษ์กลืนกินศัตรูทันที ในตอนที่ 25 เค็นโตะได้ใช้พลังนี้ผนึกดาบสึซึเนะของไดชินจิเอาไว้

มาสค์ไรเดอร์ไซโค[แก้]

ร่างแปลงของ ยูริ ชายปริศนาที่ภายหลังทราบว่าเป็นนักรบจากยุคโบราณ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นนักดาบแห่งแสง และเป็นดาบศักดิ์สิทธิ์ในตำนานที่ร่ำลือกันว่าทรงพลังที่สุด

ร่างต่อสู้
คินโนะบูคิ กินโนะบูคิ (金の武器銀の武器)
ร่างพื้นฐานของไซโคที่ใช้ เซย์เค็น ไซโคไดรเวอร์ ร่วมกับ คินโนะบูคิ กินโนะบูคิ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง เป็นมาสค์ไรเดอร์เพียงคนเดียวที่มีร่างกายเป็นอาวุธดาบ โดยในการแปลงร่าง ร่างของยูริจะหลอมรวมเป็น 1 เดียวกับดาบ และต่อสู้เองได้โดยไม่ต้องมีผู้ถือ แต่ถ้าหากมีไรเดอร์เป็นผู้ถือ อย่างเช่นเซเบอร์ เพลงดาบก็จะทรงพลังมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการสลายพลังจากเมกิโดที่ครอบงำมนุษย์ได้
เสียงประกาศในการแปลงร่าง คือ ไซโคฮัคโค ! Who is the shining sword ? ไซโค อิชโช ! คินกิน โนะ จิคาระ โวะ เอตะคางายาคุเค็น ! ไซโค ! (最光発光 ! Who is the shining sword ? 最光一章 ! 金銀の力を得た輝く剣!最光!, เปล่งแสงโชติช่วง ! ผู้ใดคือดาบแห่งแสง ? ประกายแสง บทที่ 1 ! ดาบอันเปี่ยมล้นด้วยเดชแห่งแสงทองและเงิน ! ไซโค ! )
ไซโคชาโดว์ (最光シャドー)
ร่างอวตารของไซโคที่เกิดจากเงาในรูปร่างมาสค์ไรเดอร์นักดาบสีดำสนิท มีลักษณะรูปร่างเหมือนกับมนุษย์ปกติแต่มีความโปร่งแสง เปรียบเสมือนร่างกายของไซโค ทำหน้าที่ในการใช้เพลงดาบและท่าไม้ตาย โดยมีไซโคในรูปร่างดาบเป็นผู้ควบคุมผ่านจิต มีความสามารถพิเศษเหมือนกับเงา คือ เปลี่ยนรูปร่างและยืดหดได้อย่างอิสระ รวมถึงสามารถทะลุผ่านสิ่งกีดขวางหรือการโจมตีใด ๆ ได้อีกด้วย
เสียงประกาศในการแปลงร่าง คือ Who is this ? ไซโค นิโช ! ฮิคาริคาระ อุมาเรชิ คาเกะ ! ชาโดว์ ! (Who is this ? 最光二章! 光から生まれし影! シャドー! , ผู้ใดหรือ ? ประกายแสง บทที่ 2 ! เงาดำซึ่งถือกำเนิดจากแสงสว่าง ! ชาโดว์ ! )
เอ็กซ์ซอร์ดแมน (エックスソードマン)
ร่างพัฒนาของไซโคที่ใช้ เอ็กซ์ซอร์ดแมน วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง เมื่อนำมาติดตั้งกับไซโคไดรเวอร์ แล้วใช้ดาบไซโคกดปุ่มด้านบนเข็มขัด วันเดอร์ไรด์บุ๊คที่ดาบจะเปิดหน้าใหม่ ในร่างนี้ยูริจะย้ายจิตของตัวเองจากดาบกลับมาที่ไซโคชาโดว์ในสภาพของชุดเกราะ ทำให้กลับมามีกายหยาบอีกครั้งรวมถึงเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัวกว่าเดิม โดยเกราะส่วนต่าง ๆ จะปรากฏออกมาแล้วรวมเข้ากับชาโดว์ นอกจากนี้เกราะส่วนต่าง ๆ ยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบในการโจมตีได้หลากหลายถึง 3 แบบด้วยกัน
อนึ่ง ไซโคร่างนี้มีต้นแบบมาจาก ซอร์ดแมน X ตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ในหนังสือการ์ตูน ที่ยูรินำมาอ่านแล้วถูกใจ
เสียงประกาศในการแปลงร่าง คือ ไซโคฮัคโค ! Get all Colors ! เอ็กซ์ซอร์ดแมน ! เอพพิโซด 1 : ฟูลคัลเลอร์ ซันโจว ! บะบะบะบัง ! (最光発光! Get all Colors! エックスソードマン! エピソード1 フルカラーで参上!ババババーン!, เปล่งแสงโชติช่วง ! รวมหลากสีสัน ! เอ็กซ์ซอร์ดแมน ! ตอนที่ 1 ฟูลคัลเลอร์มาแล้ว ! ปะปะปะปัง ! )
เอ็กซ์ซอร์ดแมน พาวเวอร์ฟูล (エックスソードマン パワフル)
ร่างที่ไซโค เอ็กซ์ซอร์ดแมน เปิดหน้าพาวเวอร์ฟูลเพจ ชิ้นส่วนเกราะจะมาประกอบกันที่แขนซ้าย สามารถใช้ป้องกันการโจมตีได้มากขึ้น
เสียงประกาศในการแปลงร่าง คือ อิโดไซโค ! อุเดะไซโค ! Fullcolor goes to arm ! เอพพิโซด 2 คัลเลอร์ฟูลซอร์ด เดะ สุบะบะบัง ! (移動最光 ! 腕最高!Fullcolor goes to arm! エピソード2 カラフルソードでズバズバーン!, แสงสว่างย้ายร่าง ! ท่อนแขนสุดแกร่ง ! ฟูลคัลเลอร์เคลื่อนไปที่แขน ! ตอนที่ 2 ดาบหลากสีสันส่งเสียงอึกทึกตึงตัง !)
เอ็กซ์ซอร์ดแมน วันเดอร์ฟูล (エックスソードマンワンダフル)
ร่างที่ไซโค เอ็กซ์ซอร์ดแมน เปิดหน้าของวันเดอร์ฟูลเพจ ชิ้นส่วนเกราะจะมาประกอบกันที่ขา ทำให้พลังการกระโดดและท่าลูกเตะเพิ่มมากขึ้น
เสียงประกาศในการแปลงร่าง คือ อิโดไซโค ! อาชิไซโค ! Fullcolor goes to leg ! เอพพิโซด 3 คัลเลอร์ฟูลคิก เดะ โดคะ-โดคัง ! (移動最光 ! 脚最高!Fullcolor goes to leg! エピソード3 カラフルキックでドカドカーン!, แสงสว่างย้ายร่าง ! ขาอันทรงพลัง ! ฟูลคัลเลอร์เคลื่อนไปที่ขา ! ตอนที่ 3 เอาชนะมันด้วยคัลเลอร์ฟูลคิก !)
ข้อมูลระดับพลังเบื้องต้น
ชื่อร่าง ส่วนสูง น้ำหนัก พลังการตัด พลังความเร็วสูงสุด
คินโนะบูคิ กินโนะบูคิ 121.0 ซม. 23.2 กก. 50.3 ตัน 300,000 กม. / ชม.
ชื่อร่าง ส่วนสูง น้ำหนัก พลังชก พลังเตะ พลังกระโดด
(ต่อคน)
พลังความเร็ว
(100 เมตร)
ไซโคชาโดว์ 195.3 ซม. 51.3 กก. 9.5 ตัน 18.8 ตัน 19.5 เมตร 4.4 วินาที
เอ็กซ์ซอร์ดแมน 212.3 ซม. 110.3 กก 32.4 ตัน 63.4 ตัน 71.1 เมตร 2.0 วินาที
เอ็กซ์ซอร์ดแมน พาวเวอร์ฟูล 44.4 ตัน
เอ็กซ์ซอร์ดแมน วันเดอร์ฟูล 32.4 ตัน 81.3 ตัน
อาวุธ
โคโกเค็น ไซโค (光剛剣最光 , ดาบจรัสแสง ไซโค)
ดาบศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวของไซโค ซึ่งเป็นดาบเซย์เค็นธาตุแสงในตำนานที่หายไปในอดีต อีกทั้งยังเป็นร่างกายของไซโคเองอีกด้วย ใช้งานโดยประกอบเข้ากับ ไซโคไดรเวอร์ และกางใบดาบออก เมื่อยูริติดตั้ง คินโนะบูคิ กินโนะบูคิ วันเดอร์ไรด์บุ๊คเข้ากับดาบแล้วดึงดาบออกจากเข็มขัด ระบบแปลงร่างจะเริ่มทำงานทันที ตัวของยูริจะกลายเป็นแสงรวมเป็นหนึ่งเดียวกับตัวดาบ และส่วนใบดาบจะยืดยาวขึ้น วันเดอร์ไรด์บุ๊คจะกางออกเป็นรูปใบหน้าของไซโค ไดชินจิเคยกล่าวถึงดาบไซโคว่า เป็นดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มแรกที่ถือกำเนิดขึ้นบนโลก
ท่าไม้ตาย
ฮิคาริอาเระ (光あれ , ดาบพิฆาตสาดแสง , จงส่องประกายแสง)
ท่าไม้ตายเพลงดาบของไซโค ซึ่งไซโคจะรวมพลังงานแสงไว้ที่ใบดาบจนเกิดแสงสว่างเจิดจ้า และพุ่งเข้าฟันศัตรูอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วโดยมีละอองแสงกระจายไปทั่ว
เอ็กซ์ซอร์ดเบรก (エクスソードブレイク)
ท่าไม้ตายของไซโค เอ็กซ์ซอร์ดแมน ใช้โดยปิดหน้าวันเดอร์ไรด์บุ๊คแล้วเปิดหน้าแรกเอาไว้ จากนั้นใช้ดาบกดที่เข็มขัดเพื่อเปิดหน้าหลัก ไซโคจะกระโดดหมุนตัวพุ่งเข้าฟันศัตรูเป็นรูปกากบาท โดยมีภาพของหน้าหนังสือการ์ตูนปรากฏขึ้นทันทีศัตรูระเบิด
เอ็กซ์ซอร์ดแมน คัลเลอร์ฟูล (エックスソードマン カラフル)
เอ็กซ์ซอร์ดแมน พาวเวอร์ฟูล (エックスソードマン パワフル)

มาสค์ไรเดอร์ซาเบลา[แก้]

ร่างแปลงของ ชินได เรย์กะ นักดาบหญิงผู้ใช้พลังแห่งหมอก และ แมลง มีสไตล์การต่อสู้ที่พลิ้วไหวบางเบาดุจสายหมอก และจู่โจมศัตรูอย่างเงียบเชียบเหมือนแมลง มีดาบสายหมอก โนโรชิ เป็นอาวุธประจำกาย

ร่างต่อสู้
คนชูไดเฮียกกะ (昆虫大百科)
ร่างพื้นฐานของซาเบลาที่ใช้ ดาบสายหมอก โนโรชิ ร่วมกับ คนชูไดเฮียกกะ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง ชุดเกราะมีสีแดงเข้ม สลับขาว ขลิบทอง ใช้พลังจากหมอก ผสานกับ แมลงโจมตีเป็นหลัก มีความสามารถปล่อยหมอกควันเพื่ออำพรางตัวในการลอบโจมตี และ หลบหลีกศัตรู ทำให้การโจมตีใด ๆ ทะลุผ่านตัวเธอไปเหมือนกับควัน อีกทั้งยังมีพลังจากแมลงหลากชนิดที่สามารถนำมาปรับใช้ตามสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม
เสียงประกาศในการแปลงร่าง คือ โนโรชิ ไคเซ็น ! Flying ! Smog ! Sting ! Steam คนชู ชู ! ไดเฮียกกะ ! ทายุทาอุ คิซซาคิ ! (狼煙開戦!Flying! Smog! Sting! Steam! 昆虫 Chuu! 大百科!揺蕩う切っ先!, หมอกควันโรมรันศึก ! โบยบิน ! ฝ่าหมอก ! เหล็กไน ! ไอน้ำ ! คนชู (ชู) ! ไดเฮียกกะ! คมดาบพลิ้วที่โบกสะบัด ! )
ข้อมูลระดับพลังเบื้องต้น
ชื่อร่าง ส่วนสูง น้ำหนัก พลังชก พลังเตะ พลังกระโดด
(ต่อคน)
พลังความเร็ว
(100 เมตร)
คนชูไดเฮียกกะ 197.6 ซม. 82.9 กก. 41.5 ตัน 75.4 ตัน 84.1 เมตร 2.2 วินาที
อาวุธ
เอ็นเอย์เค็น โนโรชิ (叡剣狼煙 , ดาบสายหมอก โนโรชิ)
ดาบศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวของซาเบลา ดาบเซย์เค็นแห่งม่านหมอก มีลักษณะเป็นดาบ เรเปียร์ บริเวณโกร่งดาบมีช่องติดตั้ง วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่างจะติดตั้งวันเดอร์ไรด์บุ๊คที่ดาบ และกดไกที่ด้าม สามารถปล่อยหมอกออกมาจากดาบ เพื่ออำพรางการเคลื่อนไหวของผู้ใช้จากศัตรูได้ ในการใช้ไม้ตาย จะต้องสแกนวันเดอร์ไรด์บุ๊คที่ตัวดาบ โดยกดปุ่มที่ด้านบนตัวดาบซึ่งตัวดาบจะมีเสียงประกาศว่า โนโรชิมุชู! (狼煙霧虫!, สัญญาณเตือนแห่งหมอกควัน!) มีให้เลือกกดอยู่ 2 แบบ แต่ถ้ากดปุ่มค้างไว้จะมีเสียงประกาศว่า โจโนโรชิมุชู! (超狼煙霧虫!, สุดยอดสัญญาณแห่งหมอกควัน!) จะสามารถใช้ท่าไม้ตายสุดยอดได้
ท่าไม้ตาย
เอย์เอ็น โนะ ฮิโตะซาชิ (永煙の一刺し , ทะลวงหมอกนิรันดร์กาล)
ท่าไม้ตายเพลงดาบของซาเบลา มีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ
ซาเบลาจะกระโดดหายไปในอากาศในรูปของหมอกควัน และใช้พลังจากผีเสื้อบินเข้าโจมตีด้วยเพลงดาบ โดยฟันเป็นคลื่นระเบิดออกไป 2 วง
คล้ายคลึงกับท่าแรกแต่จะฟันออกไปเป็นคลื่นระเบิดในดาบเดียวขณะพุ่งเข้าหาศัตรู
คนชู โมคุโมคุ กิริ (昆虫黙々斬り , ผ่ากีฏพิฆาตอันเงียบงัน)
ท่าไม้ตายของซาเบลาซึ่งจะยิงใยแมงมุมออกไปตรึงศัตรูไว้ แล้วช็อตด้วยกระแสไฟฟ้า ก่อนจะใช้พลังงานรูปขาแมงมุมโจมตีใส่ศัตรู
ซ็อตอินเซ็คต์ (ショットインセクト)
ท่าไรเดอร์คิกของซาเบลา โดยซาเบลาจะปล่อยหมอกหนาออกมาห้อมล้อมศัตรูไว้ ขณะที่ศัตรูกำลังสับสน เธอจะใช้ลูกเตะหมุนโจมตี เกิดเป็นพลังงานรูปใยแมงมุมโดยรอบ

มาสค์ไรเดอร์ดูแรนดัล[แก้]

ร่างแปลงของ ชินได เรียวกะ นักดาบมือหนึ่งแห่ง ซอร์ดออฟโลกอส สาขาใต้ มีความสามารถในการควบคุมมิติเวลารอบตัว พลังธาตุประจำตัวคือ น้ำ มีดาบกาลภูมิ ไคจิ เป็นอาวุธประจำกาย ที่สามารถเปลี่ยนสภาพเป็นตรีศูลได้ ครั้งแรกในการต่อสู้ พลังของเบลดส์ไม่อาจทำอะไรดูแรนดัลได้เลย ทำให้ต้องพึ่งพลัง เอเลเมนทัลดราก้อน ของโทมะถึงจะเอาอยู่

ร่างต่อสู้
โอเชียนฮิสทรี (オーシャンヒストリー)
ร่างพื้นฐานของดูแรนดัล มีชุดเกราะสีดำสลับขาวขลิบฟ้า ใช้พลังธาตุน้ำจากมหาสมุทร ควบคู่กับความสามารถในการควบคุมมิติเวลารอบตัว จึงทำให้ดูเหมือนเคลื่อนไหวในพริบตาได้ ศัตรูจึงยากที่จะหนีรอด หรือโจมตีตอบโต้ และแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะอ่านการเคลื่อนไหวออก แต่แล้วในตอนที่ 32 โทมะก็ค้นพบความลับนี้ ซึ่งก็คือ ดูแรนดัลไม่ได้ใช้วิชาเทเลพอร์ต หรือเคลื่อนไหวชั่วพริบตา แต่เป็นการลบล้างช่วงเวลาที่ตนเองเคลื่อนไหวไปที่จุดบอดของศัตรูแล้วโจมตี แล้วจึงกลับสู่ภาวะเวลาปกติ
เสียงประกาศในการแปลงร่าง คือ ไคจิ เกียคุไค ! โทคิวะ...โทคิวะ...โทคิวะโทคิวะโทคิวะโทคิวะ ! วาเระนาริ ! โอเชี่ยน ฮิสทรี่ ! โอเชี่ยน บัชชาน ! บัชชาน ! (界時逆回!時は…時は…時は時は時は時は!我なり!オーシャンヒストリー!オーシャン、バッシャーン!バッシャーン!, กาลภูมิผกผัน ! กาลเวลา...กาลเวลา...กาลเวลากาลเวลากาลเวลากาลเวลา ! คือตัวข้านี้ ! โอเชี่ยน ฮิสทรี่ ! ผืนสมุทร คลื่นคลั่ง ! ซัดสาด !)
ข้อมูลระดับพลังเบื้องต้น
ชื่อร่าง ส่วนสูง น้ำหนัก พลังชก พลังเตะ พลังกระโดด
(ต่อคน)
พลังความเร็ว
(100 เมตร)
โอเชียนฮิสทรี 215.9 ซม. 127.2 กก. 58.9 ตัน 99.6 ตัน 102.3 เมตร 1.5 วินาที
อาวุธ
จิโคคุเค็น ไคจิ (時国剣界時, ดาบกาลภูมิ ไคจิ)
ดาบศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวของดูแรนดัล มีพลังในการควบคุมกาลเวลารอบตัวผู้ใช้ได้ สามารถเปลี่ยนสภาพได้ 2 รูปแบบคือ ดาบที่เรียกว่า ไคจิซอร์ด (カイジソード) และ ตรีศูลที่เรียกว่า ไคจิสเปียร์ (カイジスピア) ในการแปลงร่างจะต้องติดตั้งวันเดอร์ไรด์บุ๊คที่โกร่งดาบ และถอดด้ามกับตัวดาบออก ก่อนจะประกอบด้านตรงข้ามเข้ากัน เป็นการเริ่มระบบแปลงร่าง ตัวดาบจะยืดยาวขึ้นกลายเป็นตรีศูล ในการใช้ท่าไม้ตาย จะต้องถอดดัวดาบออกจากด้าม กดไกที่ด้าม แล้วจึงประกอบกลับเข้าที่ นอกจากนี้ ในการใช้พลังลบช่วงเวลา ดูแรนดัลจะทำการ ถอดใบดาบออกจากด้าม และกดไก ดาบไคจิจะประกาศว่า ไคจิ มาชโชว (界時抹消! , ไคจิ ลบล้าง) ซึ่งในห้วงเวลาที่ว่างเปล่านั้น จะสามารถโจมตีศัตรูจากทิศใดก็ได้ และเมื่อต้องการกลับสู่สภาวะเวลาปกติ ดูแรนดัลจะประกอบใบดาบกลับเข้าที่ด้าม และกดที่ไก ดาบไคจิจะประกาศว่า ไซไคจิ (再界時! , ตั้งต้นใหม่ !) ดาบไคจิถูกหักเป็น 2 ท่อนระหว่างการต่อสู้กับ ลอร์ด ออฟ ไวส์ สปาร์ตัน ก่อนที่ดูแรนดัลจะถูกเล่นงานจนปางตาย เรย์กะจึงใช้ปลายดาบที่หัก กับ ดาบโนโรชิ แทงใส่สปาร์ตันพร้อมกัน และเอาชนะมันได้อย่างหวุดหวิด
ท่าไม้ตาย
อิชิจิอิซเซ็น (一時一閃 , หนึ่งยามดับชะตา)
โอเชี่ยน ซันโคคุทสึกิ (オーシャン三刻突き , ตติยยาม ทะลวงห้วงอัณณพ)
ท่าไม้ตายรูปแบบตรีศูลของดูแรนดัล ใช้โดยถอดตัวดาบออกจากด้าม กดที่ไก แล้วประกอบด้ามเข้าที่เดิม ในการฟันโจมตีแต่ละครั้ง ดูแรนดัลจะใช้พลังหายตัวผ่านมิติเวลา ไปปรากฏตัวด้านหลังคู่ต่อสู้ แล้วฟาดฟันโจมตี ศัตรูจะเกิดการสับสน และไม่สามารถหลบหลีกได้
โอเชี่ยน อิคโคคุกิริ (オーシャン一刻斬り , ปฐมยาม ดาบผ่าสมุทร)
ท่าไม้ตายเพลงดาบของดูแรนดัล ซึ่งจะรวมพลังทั้งหมดไว้ที่ใบดาบแล้วฟันเป็นคลื่นพลังออกไป

มาสค์ไรเดอร์ฟอลเชียน[แก้]

มาสค์ไรเดอร์ฟอลเชียน (仮面ライダーファルシオン)
ร่างแปลงของ บาฮาโตะ ที่แปลงร่างด้วย ฮาเค็นเบลดไดรเวอร์ และ อีเทอร์นัลฟินิกซ์ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค มีดาบไร้ตัวตน เคียวมุ เป็นอาวุธประจำกาย ปรากฏใน ภาพยนตร์สั้น มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์ นักดาบฟินิกซ์กับสมุดแห่งหายนะ ฝีมือเพลงดาบร้ายกาจไม่เป็นรองใคร มีพลังชีวิตเป็นอมตะ ดูเพิ่มเติมที่ ภาพยนตร์สั้น มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์ นักดาบฟินิกส์กับสมุดแห่งหายนะ#มาสค์ไรเดอร์ฟอลเชียน

มาสค์ไรเดอร์โซโลมอน[แก้]

ร่างแปลงของ อิซาค ที่แปลงร่างด้วย ออมนิฟอร์ซ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ติดตั้งเข้ากับเข็มขัดไดรเวอร์สีทอง มีดาบ คาลาดบอล์ค เป็นอาวุธประจำกาย

ร่างต่อสู้
ออมนิฟอร์ซ (オムニフォース)
ร่างพื้นฐานของโซโลมอน ที่ใช้ ออมนิฟอร์ซ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ในการแปลงร่าง ลักษณะชุดเกราะมีสีเงินขลิบทอง สลับดำ และมีผ้าคลุมที่ด้านหลัง เนื่องจากได้รับพลังของ ดาบศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 11 เล่ม พร้อมด้วย วันเดอร์ไรด์บุ๊ค 9 เล่ม โซโลมอนจึงมีพลังและความสามารถที่เหนือกว่าไรเดอร์นักดาบทุกคนของโลกอส แม้แต่นักดาบที่มีพลังต่อสู้สูงอย่าง ไซโค และ คาลิเบอร์ ก็ยังไม่อาจต้านทานพลังโจมตีโซโลมอนไว้ได้
เสียงประกาศการแปลงร่างคือ OPEN THE OMNIBUS! FORCE OF THE GOD! KAMEN RIDER SOLOMON! THE FEAR IS COMING SOON!... (Open the Omnibus! Force of the god! 仮面ライダーソロモン! Fear is coming soon..., เปิดหนังสือสารพัน ! พลังแห่งพระเจ้า ! คาเมนไรเดอร์ โซโลมอน ! ความหวาดกลัวกำลังคืบคลานมาในไม่ช้า !...)
ข้อมูลระดับพลังเบื้องต้น
ชื่อร่าง ส่วนสูง น้ำหนัก พลังชก พลังเตะ พลังกระโดด
(ต่อคน)
พลังความเร็ว
(100 เมตร)
ออมนิฟอร์ซ 217.6 ซม. 136.2 กก. 63.3 ตัน 110.9 ตัน 112.5 เมตร 0.7 วินาที
อาวุธ
คาลาดบอล์ค (カラドボルグ)
อาวุธดาบประจำตัวของโซโลมอน ลักษณะเป็นดาบใบกว้างสีทอง คล้ายกับคิงเอ็กซ์คาลิเบอร์ แต่ทรงพลังกว่ามาก ปรากฏออกมาจาก ออมนิฟอร์ซ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค สามารถใช้พลังธาตุต่าง ๆ ของดาบเซย์เค็นทั้ง 11 เล่มได้ทั้งหมด นอกจากนี้สามารถเรียกตัวดาบจำนวนมากได้อีกด้วย
คิงออฟโซโลมอน (キングオブソロモン)
หุ่นยนต์ยักษ์ที่แปลงร่างมาจากคาลาดบอล์ค
ท่าไม้ตาย
โซโลมอนเบรก (ソロモンブレイク)
โซโลมอนสแตรช (ソロモンストラッシュ)
เป็นท่าที่โซโลมอนใช้ดาบฟันคลื่นพลังขนาดใหญ่ออกไปโจมตี
โซโลมอนโซน (ソロモンゾーン)
ท่าไม้ตายที่รุนแรงที่สุดของโซโลมอน เป็นการสร้างหนังสือแห่งพลังขึ้น และเมื่อหนังสือเปิดออก จะเกิดลำแสงพวยพุ่งออกมาทำลายทุกสิ่งให้สูญสลายไป

มาสค์ไรเดอร์สตอริอุส[แก้]

ร่างแปลงของสตอริอุสในรูปแบบมาสค์ไรเดอร์ หลังจากใช้พลังปลดผนึก กริมมัวร์ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค และใช้มันแปลงร่างด้วยดูมส์ไดรเวอร์บัคเคิล

ร่างต่อสู้
กริมัวร์ (グリモワール)
ร่างที่ใช้กริมมัวร์วันเดอร์ไรด์บุ๊คในการแปลงร่าง เป็นร่างพื้นฐานของมาสค์ไรเดอร์สตอริอุส มีพลังมหาศาลเหลือคนานับ สามารถทำลายวันเดอร์เวิลด์ได้ในเวลาอันสั้น ยากที่เหล่านักดาบจะต่อกรได้
เสียงประกาศการแปลงร่างคือ Open the Grimoire! The end of the story! Kamen Rider Storious! (เปิดหนังสือแห่งจุดจบ! กาลอวสานแห่งเรื่องราว! คาเมนไรเดอร์ สตอริอุส!)
ข้อมูลระดับพลังเบื้องต้น
ชื่อร่าง ส่วนสูง น้ำหนัก พลังชก พลังเตะ พลังกระโดด
(ต่อคน)
พลังความเร็ว
(100 เมตร)
กริมมัวร์ 214.1 ซม. 144.9 กก. 68.0 ตัน 116.8 ตัน 120.8 เมตร 0.4 วินาที
ท่าไม้ตาย
เดอะ สตอรี่ ออฟ ดิสแปร์ (ザ・ストーリー・オブ・ディスペア, บทละครแห่งความสิ้นหวัง)
ดิ เอนด์ ออฟ เดอะ เวิลด์ (ジ・エンド・オブ・ザ・ワールド , โลกาวินาศ)
ท่าไม้ตายที่รุนแรงที่สุดของสตอริอุส สามารถทำลายวันเดอร์เวิลด์ด้วยพลังมืดอันมหาศาล ได้ในชั่วพริบตา

เมกิโด[แก้]

กลุ่มปิศาจมาโมโนะที่มาจากโลก วันเดอร์เวิลด์ กำเนิดมาจาก อัลเทอร์ไรด์บุ๊ค ที่ มาจิน เป็นผู้สร้างขึ้น มีเป้าหมายต้องการรวมโลกหนังสือเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง

เดซัสท์ (デザスト) / มาสค์ไรเดอร์ฟอลเชียน (仮面ライダーファルシオン)
ปิศาจเมกิโดที่สังหารนักดาบจากซอร์ด ออฟ โลกอส ไปหลายคนเมื่อ 15 ปีก่อน และถูกผนึกอยู่ในอัลเทอร์ ไรด์บุ๊ค จนกระทั่งคาลิเบอร์เป็นผู้ปลดปล่อยมันออกมา มีอาวุธประจำตัวคือ ดาบสองคม กรัดเดนจ์ ในช่วงแรกหลังจากเป็นอิสระก็ได้เข้าพวกกับสตอริอุสและคาลิเบอร์ แต่หลังจากที่สังหารคามิโจก็ได้แยกตัวออกจากลุ่มของสตอริอุส และเที่ยวเตร่ไปอย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งได้พบกับเรนจึงพยายามชักชวนเข้ามาเป็นพวกของตนโดยมีจุดประสงค์ที่ยังไม่ทราบแน่ชัด ในเวลาต่อมา เดซัสท์ก็ได้มาพบกับเร็นที่ระหกระเหินไปเรื่อย และกำลังสับสน จึงมาชักชวนให้เข้าพวกด้วย แต่เร็นก็ไม่สนใจ นานวันเข้า เขาก็เริ่มสนิทกับเดซัสท์เสียอย่างนั้น ระหว่างนั้นเดซัสท์ก็ได้ดาบเคียวมุมาครอบครองหลังจากที่บาฮาโตะสลายไป แต่สุดท้ายเดซัสท์ก็ท้าสู้กับเร็น และเร็นเป็นฝ่ายชนะ เดซัสท์ยอมรับเร็นในฐานะคู่ต่อสู้ที่ดี และมิตรภาพระหว่างพวกเขา แต่นั่นก็สายไปแล้ว เดซัสท์สลายกลายเป็นเถ้าถ่าน เหลือเพียงผ้าพันคอ อัลเทอร์ไรด์บุ๊ค และดาบไว้ให้ดูต่างหน้า ซึ่งเร็นก็ได้ใช้บุ๊คและดาบเคียวมุนั้นในศึกสุดท้ายด้วย
ชิมี่ (シミー)
ทหารระดับล่างของเมกิโด มักปรากฏตัวพร้อมกันจำนวนมาก

เมกิโดระดับหัวหน้า[แก้]

ในอดีตเป็นกลุ่มมนุษย์ได้เข้าไปในวันเดอร์เวิลด์ แต่เกิดละโมบอยากครอบครองพลังอันยิ่งใหญ่ และซึมซับพลังจากโทเทมแห่งปัญญาจนกลายเป็นเมกิโด

สตอริอุส (ストリウス) / มาสค์ไรเดอร์สตอริอุส (仮面ライダーストリウス)
รับบทโดย ฟุรุยะ โรบิน (古屋 呂敏)[4]
สมาชิกคนแรกของเมกิโดระดับหัวหน้า เป็นคนเยือกเย็น และเจ้าเล่ห์เพทุบาย แต่ก็ทำตามคำสั่งของคาลิเบอร์โดยไม่คัดค้าน และในตอนที่ 6 สตอริอุสได้แสดงความสามารถในการชิงพลังมาจากเซเบอร์ ส่งผลให้ระบบแปลงร่างถูกผนึก ภายหลังจากที่ได้ครอบครอง กริมมัวร์ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค สตอริอุสก็ได้ใช้มันแปลงร่างเป็นมาสค์ไรเดอร์ เพื่อเปิดศึกสุดท้ายกับเหล่านักดาบ แต่ก่อนที่จะทำลายโลกได้สำเร็จ ก็ถูกกำราบด้วยพลังของ ออลไมตี้ วันเดอร์ไรด์บุ๊ค ที่โทมะได้รับมา
ชื่อสตอริอุส มาจากคำว่า Stories สื่อถึงพลังพิเศษจากเทพนิยาย
เลเจล (レジエル)
รับบทโดย ทาคาโนะ ไครุ (高野 海琉)[4]
สมาชิกคนที่ 2 ของเมกิโดระดับหัวหน้า ลักษณะเป็นชายร่างสูงท่าทางขึงขัง สวมแจ๊คเก็ตหนังสีดำ ปกติมักทำตัวเงียบขรึม แต่ภายในกลับแฝงด้วยความคลุ้มคลั่ง
ชื่อเลเจล มาจากคำว่า Legend สื่อถึงพลังพิเศษในการสร้างสัตว์ในตำนาน
เลเจล ฟอร์บิดเดน (レジエル・フォビドゥン)
ร่างเพิ่มพลังของเลเจลที่เกิดจากการใช้วิชาต้องห้าม สร้างอัลเทอร์ไรด์บุ๊คประจำตัวของเลเจลขึ้นมา ทำให้เลเจลมีพลังแกร่งกว่าเดิมหลายเท่า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะกำจัดเซเบอร์ ศัตรูคู่แค้นของเขา แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อเซเบอร์ เอเลเมนทัลดราก้อน
ซุออส (ズオス)
รับบทโดย ไซคาวะ โคจิ (才川 コージ)[4]
สมาชิกคนที่ 3 ของเมกิโดระดับหัวหน้า มีอุปนิสัยมุทะลุ เชื่อมั่นในพลังของตนเองมาก เห็นการต่อสู้เป็นเรื่องสนุก
ชื่อซุออส มาจากคำว่า Zoo สื่อถึงพลังพิเศษจากเหล่าสรรพสัตว์
ซุออส เพรดเดเตอร์ (ズオス・プレデター )
ร่างเพิ่มพลังของซุออสที่เกิดจากการใช้วิชาต้องห้ามเช่นเดียวกับเลเจล ด้วยความแค้นที่มีต่อนักดาบวารี จึงทำให้ซุออสแกร่งกว่าปกติหลายเท่า และเอาชนะบัสเตอร์ได้อย่างง่ายดาย สุดท้ายก็ได้ปะทะกับเบลดส์ ที่ได้รับพลัง ทาเทกามิเฮียวจู และ รินทาโร่ก็เป็นฝ่ายชนะในที่สุด ซุออสที่พ่ายต่อพลังน้ำแข็งได้ยอมรับความแข็งแกร่งของรินทาโร่ก่อนสิ้นใจตาย

ไอเท็ม[แก้]

วันเดอร์ไรด์บุ๊ค[แก้]

วันเดอร์ไรด์บุ๊ค (ワンダーライドブック)[9]
ไอเทมรูปทรงหนังสือขนาดเล็ก เป็นขุมพลังของเหล่านักดาบมาสค์ไรเดอร์ มีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภทหลักคือ หนังสือแห่งสัตว์ในตำนาน (神獣の本) สำหรับติดตั้งในช่องขวาของซอร์ดไดรเวอร์, หนังสือแห่งสรรพสัตว์ (生物の本) สำหรับติดตั้งในช่องกลางของซอร์ดไดรเวอร์ และ หนังสือแห่งเรื่องเล่า (物語の本) สำหรับติดตั้งในช่องซ้ายของซอร์ดไดรเวอร์
มีส่วนประกอบคือ หน้าปก หน้าเนื้อหา และหน้าสำหรับการแปลงร่าง
ชื่อ ต้นแบบ ประเภท ผู้ใช้ เสียงเริ่มใช้งาน ปรากฏ รายละเอียด
เบรฟดราก้อน[9]
(ブレイブドラゴン)
มังกร สัตว์ในตำนาน เซเบอร์ กาลครั้งหนึ่งเคยมีสัตว์เทวะที่มีพลังมหาศาลซึ่งมีอำนาจทำลายล้างทุกสิ่ง
(かつて、全てを滅ぼすほどの偉大な力を手にした神獣がいた…)
บทที่ 1
ไลอ้อนเซ็นคิ[9]
(ライオン戦記)
สิงโต สรรพสัตว์ เบลดส์
เซเบอร์
ประวัติศาสตร์การต่อสู้ของราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ถูกจารึกจากแผงคอสีน้ำเงินนี้
(この蒼き鬣が新たに記す気高き王者の戦いの歴史 )
บทที่ 2
แจ็คคุง โตะ โดมาเมะโนะคิ[9]
(ジャッ君と土豆の木)
แจ็กกับต้นถั่ววิเศษ เรื่องเล่า เซเบอร์
เบลดส์
เรื่องราวสุดลึกลับเกี่ยวกับเด็กชายได้พบเม็ดถั่วที่กลายเป็นต้นไม้ยักษ์
(とある少年が、ふと手に入れたお豆が巨大な木となる不思議な話)
บทที่ 2 ได้มาจากอาริเมกิโด
ปีเตอร์แฟนตาซิสต้า[9]
(ピーターファンタジスタ)
ปีเตอร์ แพน เรื่องเล่า เซเบอร์
เบลดส์
เรื่องราวของความฝันกับความหวังที่ถูกตีแผ่โดยเด็กชายผู้ไม่มีวันเติบโต
(とある大人にならない少年が繰り広げる夢と希望のストーリー)
บทที่ 2 ได้มาจากคิริสกิริสเมกิโด
เก็มบุชินวะ[9]
(玄武神話)
เต่าดำ สัตว์ในตำนาน บัสเตอร์ กาลครั้งหนึ่งเคยมีสัตว์เทวะซึ่งมีเกราะหุ้มที่แข็งแกร่งเป็นหนึ่งในสัตว์เทวะทั้ง 4
(かつて四聖獣の一角を担う強靭な鎧の神獣がいたよろ)
บทที่ 3
นีดเดิ้ลเฮดจ์ฮอก[9]
(ニードルヘッジホッグ)
เม่น สรรพสัตว์ เซเบอร์
เอสปาดา
บัสเตอร์
เบลดส์
นี่คือสัตว์ที่เอาตัวรอดจากอันตรายในพงไพรด้วยขนหนามแหลมนับร้อย
(この弱肉強食の大自然で幾千もの針を纏い生き抜く獣がいる)
บทที่ 4 เค็นโตะมอบให้โทมะ
สตอร์มอีเกิ้ล[9]
(ストームイーグル)
นกอินทรี สรรพสัตว์ เซเบอร์ ครั้งหนึ่งเคยมีนกอินทรีตัวหนึ่งที่วางไข่ในทุกครั้งที่พายุปรากฏ
(この大鷲が現れし時、猛烈な竜巻が起こると言い伝えられている )
บทที่ 4 บัสเตอร์ได้มาจากเดซัสท์[10]
แลมป์ โด อะลันจีนา[9]
(ランプドアランジーナ)
อะลาดิน เรื่องเล่า เอสปาดา
เซเบอร์
เบลดส์
เรื่องราวของตะเกียงจากแดนไกลที่มีอำนาจลึกลับตกทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ
(とある異国の地に古から伝わる不思議な力を持つランプがあった)
บทที่ 5
โคบุตะ 3 เคียวได[9]
(こぶた3兄弟)
ลูกหมูสามตัว เรื่องเล่า เค็นซัน
เซเบอร์
สแลช
เบลดส์
เรื่องราวของการต่อสู้ของ 3 พี่น้องที่ปกป้องบ้านของพวกเขา
(とある3兄弟が繰り広げるお家を守る戦いの物語)
บทที่ 6
ซารุโทบินินจาเด็น[9]
(猿飛忍者伝)
ซารุโทบิ ซาสึเกะ, นินจา เรื่องเล่า เค็นซัน พายุหมุนที่เร้นกายในเงามืด! ที่มาพร้อมด้วยกระบวนท่าต่างๆ...
(とある影に忍ぶは疾風!あらゆる術でいざ候…)
บทที่ 6
คิงออฟอาร์เธอร์[9]
(キングオブアーサー)
กษัตริย์อาเธอร์ เรื่องเล่า เซเบอร์ ดาบแห่งการลงทัณฑ์ความชั่วร้ายอย่างสมบูรณ์แบบที่ดึงออกมาโดยราชาอัศวินองค์หนึ่ง
(とある騎士王の振り下ろす完全懲悪の一太刀)
บทที่ 7
เท็นคู โนะ เปกาซัส[9]
(天空のペガサス)
เปกาซัส สัตว์ในตำนาน เบลดส์ กาลครั้งหนึ่งเคยมีสัตว์เทวะมีปีกสีขาวที่ส่องแสงเรืองรองจากฟากฟ้า
(かつて蒼白の翼を持つ神獣が天から輝き舞い降りた)
บทที่ 7
จาอาคุดราก้อน[9]
(ジャアクドラゴン)
มังกร สัตว์ในตำนาน คาลิเบอร์ กาลครั้งหนึ่งมีสัตว์เทวะเพียงหนึ่งเดียวที่ถือกำเนิดจากความมืดมิดที่เคยปกคลุมโลก
(かつて世界を包み込んだ暗闇を生んだのはたった1体の神獣だった)
บทที่ 7
ไซยูเจอร์นีย์[9]
(西遊ジャーニー)
ไซอิ๋ว เรื่องเล่า คาลิเบอร์
เซเบอร์
เรื่องราวการผจญภัยสุดอัศจรรย์ของจอมวานรที่ต้องเดินทางไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง
(とあるお猿さんの冒険記摩訶不思議なその旅の行方は)
บทที่ 8
เฮนเซลนัทส์ โตะ เกรเทล[9]
(ヘンゼルナッツとグレーテル)
ฮันเซลกับเกรเทล เรื่องเล่า สแลช เรื่องราวการผจญภัยอันหฤหรรษ์ของสองพี่น้องที่หลงทางในป่าใหญ่
(ある森に迷い込んだ、小さな兄妹のおかしな冒険のお話。)
บทที่ 9
เบรเมน โนะ ร็อกแบนด์ [9]
(ブレーメンのロックバンド)
นักดนตรีแห่งเบรเมน เรื่องเล่า สแลช
เซเบอร์
บัสเตอร์
เบลดส์
เรื่องราวของชัยชนะของสัตว์ทั้ง 4 ที่ต้องต่อสู้อย่างสุดกำลัง
(とある戦いを強いられた動物たちが奏でる勝利の四重奏。)
บทที่ 9
ไทรเคลเบรอส [9]
(トライケルベロス)
เซอร์เบอรัส สัตว์ในตำนาน เอสปาดา
เค็นซัน
เบลดส์
กาลครั้งหนึ่งเคยมีสุนัขยามที่น่ากลัวตัวหนึ่งซึ่งมีสามหัวเฝ้าอยู่ตรงทางเข้ายมโลก
(かつて冥界の入り口に三つの頭を持つ恐ろしい番犬がいた)
บทที่ 10
คิริน โนะ องคาเอชิ
(キリンの恩返)
นกกระเรียนตอบแทนคุณ เรื่องเล่า ของขวัญแห่งความขอบคุณที่ยีราฟสร้างขึ้นด้วยหัวใจทั้งหมดของเขา
(とあるキリンが気持ちを込めて作り出した感謝の贈り物)
บทที่ 10 ปรากฏเฉพาะในช่วงคั่นโฆษณาเท่านั้น
จาโอดราก้อน [9]
(ジャオウドラゴン)
มังกร สัตว์ในตำนาน คาลิเบอร์ ปลดปล่อยพลังที่ซ่อนอยู่โดยเหล่ามังกรทมิฬแห่งความมืด
(邪道を極めた暗闇を纏い数多の竜が秘めた力を解放する)
บทที่ 11
โฮชินคาเมนเอ็นกิ
(封神仮面演義)
ห้องสิน เรื่องเล่า มีการต่อสู้ที่แปลกประหลาดที่เกิดจากสรรพสิ่งในโลกแห่งหนึ่ง
(とある世界で森羅万象が織りなす奇想天外な戦いがあった)
บทที่ 11 ปรากฏเฉพาะในช่วงคั่นโฆษณาเท่านั้น
วันเดอร์เวิลด์สตอรี่
คาเอ็นเค็น เร็กกะ
(ワンダーワールド物語 火炎剣烈火)
สัตว์ในตำนาน เรื่องเล่าของนักดาบกับมังกรสีแดงในตำนานที่ถูกเลือกโดยดาบอัคคี เร็กกะ...
(火炎剣烈火に選ばれし剣士と赤き竜の伝説の童話…)
บทที่ 13 ปรากฏเฉพาะในช่วงคั่นโฆษณาเท่านั้น
ดราโกนิคไนท์[9]
(ドラゴニックナイト)
ทหารม้า สัตว์ในตำนาน เซเบอร์ การต่อสู้อันน่าทึ่งของอัศวินที่ปราบพยศมังกรตัวใหญ่ได้อย่างดุเดือด
(ドでかい竜をド派手に乗りこなすド級の騎士のドラマチックバトル)
บทที่ 13
คิงไลอ้อนไดเซ็นคิ[9]
(キングライオン大戦記)
สิงโต สรรพสัตว์ เบลดส์ ดาบสีครามที่อยู่เหนือธรรมชาติสวมเกราะและผงาดบนบัลลังก์
(自然を超越した蒼き鬣が装甲を纏い玉座に轟く)
บทที่ 14
คินโนะบูกิ กินโนะบูกิ [9]
(金の武器銀の武器)
เทพารักษ์กับคนตัดไม้ เรื่องเล่า ไซโค ทองหรือเงิน
(GOLD or SILVER)
บทที่ 16
วันเดอร์เวิลด์สตอรี่
โคโกเค็น ไซโค [9]
(ワンダーワールド物語 光剛剣最光)
โคโกเค็น ไซโค สัตว์ในตำนาน ไซโค เรื่องราวของนักดาบผู้ได้รับเลือกจากดาบจรัสแสงไซโคกับศาสตราวุธที่ส่องแสงเรืองรอง
(光剛剣最光に選ばれし剣士と輝く武器の伝説の童話)
บทที่ 21 ใช้ในการสร้างเอ็กซ์ซอร์ดแมน วันเดอร์ไรด์บุ๊ค
เอ็กซ์ซอร์ดแมน [9]
(エックスソードマン)
ซอร์ดแมน X สัตว์ในตำนาน ไซโค ตอนที่ 1 ต่อสู้ด้วยสีสันหลากหลาย!
(エピソード1 全ての色で戦え!)
ตอนที่ 2 ตัวข้าทั้งหมดจงไปที่แขน!
(エピソード2 俺の全ては腕に行く!)
ตอนที่ 3 ตัวข้าทั้งหมดจงไปที่ขา!
(エピソード3 俺の全ては脚に行く! )
บทที่ 21 มีพื้นฐานจากหนังสือการ์ตูนคอมิค ซอร์ดแมน X ที่ยูริชอบอ่าน
พริมิทีฟดราก้อน [9]
(プリミティブドラゴン)
พริมิทีฟดราก้อน สัตว์ในตำนาน เซเบอร์ พญามังกรดึกดำบรรพ์ผู้คว้าเอาพลังจากหนังสือไว้ในมือ !
(古の大いなる竜が本の力を掴み取る!)
บทที่ 23 แปรสภาพมาจากหนังสือต้องห้ามของซอร์ดออฟโลกอส
คนชูไดเฮียกกะ [9]
(昆虫大百科)
แมลง สรรพสัตว์ ซาเบลา สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเหล่านี้ร่ายรำด้วยกลอนน่าอัศจรรย์
(この薄命の群が舞う幻想の一節)
บทที่ 25
เอเลเมนทัลดราก้อน [9]
(エレメンタルドラゴン)
มังกร สัตว์ในตำนาน เซเบอร์
เบลดส์
บัดนั้นจะกลายเป็นสัตว์เทวะผู้กอบกู้สรรพสิ่งโดยผนึกกำลังกับพลังโบราณ!
(そして太古の力と手を結び全てを救う神獣となる!)
บทที่ 27
โอเชียนฮิสทรี [9]
(オーシャンヒストリー)
สัตว์ในทะเล สรรพสัตว์ ดูแรนดัล ประวัติศาสตร์ที่จารึกไว้ซึ่งเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลสีน้ำเงินนี้
(この群青に沈んだ命が今をも紡ぐ刻まれた歴史)
บทที่ 29
ทาเทกามิ เฮียวจูเซ็นคิ [9]
(タテガミ氷獣戦記)
สิงโต สรรพสัตว์ เบลดส์ แผงคอสีขาวประกายที่ผ่านศึกมานับร้อย กรีฑาทัพสรรพสัตว์สู่เส้นทางแห่งเหมันต์
(吹雪く道行く百獣を率いる百戦錬磨の白銀のタテガミ)
บทที่ 32 แปรสภาพมาจากหนังสือแห่งพลังของนอร์ธเทิร์นเบสที่โซเฟียมอบให้
อีเทอร์นอลฟินิกซ์ [9]
(エターナルフェニックス)
นกฟีนิกซ์ สัตว์ในตำนาน ฟอลเชียน ตำนานแห่งนกฟีนิกซ์อันเป็นที่กล่าวขานมานมนาน บัดนี้ได้กลายเป็นความจริงแล้ว...
(かつてから伝わる不死鳥の伝説が今、現実となる…)
ภาพยนตร์สั้น
บทที่ 34
ในตอนที่ 34 ได้ปรากฏอีกครั้ง
อีโมชันแนลดราก้อน[9]
(エモーショナルドラゴン)
มังกร สัตว์ในตำนาน เซเบอร์ ความกล้า! ความรัก! ความทรนง! สัตว์เทวะอันทรงพลังทั้ง 3 ได้มาถึงแล้ว...!
(勇気!愛!誇り!3つの力を持つ神獣が今ここに…!)
ภาพยนตร์สั้น
บทที่ 35
ในตอนที่ 35 ได้ปรากฏอีกครั้ง
ออมนิฟอร์ซ[9]
(オムニフォース)
สัตว์ในตำนาน
สรรพสัตว์
เรื่องเล่า
โซโลมอน เมื่อดาบศักดิ์สิทธิ์ในตำนานและหนังสือที่ถูกเลือกมาบรรจบกัน พลังอันยิ่งใหญ่จะถูกปลดปล่อยออกมา!
(伝説の聖剣と、選ばれし本が交わる時、偉大な力を解き放つ!)
บทที่ 35 ถูกสร้างด้วยพลังของวันเดอร์ไรด์บุ๊คทั้ง 19 เล่ม ดาบศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 11 เล่ม และ พลังของลูน่าบางส่วน
สามารถควบคุมพลังวันเดอร์ไรด์บุ๊ค และสามารถใช้พลังควบคุมจิตใจต่อไรเดอร์นักดาบที่ใช้พลังวันเดอร์ไรด์บุ๊ค
กริมัวร์[9]
(グリモワール)
สตอริอุส เมื่อดาบศักดิ์สิทธิ์และหนังสือมาบรรจบกัน จงเขียนโลกใหม่
(WHEN THE HOLY SWORD AND THE BOOK INTERSECT REWRITE THE WORLD)
บทที่ 43
วันเดอร์ออลไมตี้[9]
(ワンダーオールマイティ)
เซเบอร์ อนาคตของเด็กๆ ! เสียงดาบศักดิ์สิทธิ์ ! สิ้นเรี่ยวแรง ! คำสาบานที่สำคัญ ! เพื่อนคนที่สำคัญ ! คำสัญญาที่สำคัญ ! สานทุกความคิด ... เรื่องราวจะคงอยู่ตลอดไป !!
(子供たちの未来!聖剣の声!強さの果て!大切な誓い!大切な友!大切な約束!全ての想いを紡ぎ…物語は永遠に続く!! )
บทสุดท้าย ใช้ร่างลูน่า และเซย์เค็น 6 เล่ม ในการสร้าง
โกสต์อิจินโรคุ
(ゴースト偉人録)
มาสค์ไรเดอร์โกสต์ สัตว์ในตำนาน เซเบอร์ วิญญาณทึ่ลุกโชนของชายผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยมีชีวิตอยู่ในประวัติศาสตร์...
(かつて歴史に生きた偉人の魂をその身に宿し命を燃やす…)
เซเบอร์ × โกสต์
สเปคเตอร์ เกคิโคเซ็นคิ
(スペクター激昂戦記)
มาสค์ไรเดอร์สเปคเตอร์ สรรพสัตว์ เบลดส์ ประวัติศาสตร์การต่อสู้ของของพี่ชายคนหนึ่งที่ลุกโชนเป็นเปลวเพลิงสีม่วง
(とある兄貴が、激昂の末に紫炎を纏う、戦いの歴史。)
สเปคเตอร์ × เบลดส์

อัลเทอร์ไรด์บุ๊ค[แก้]

อัลเทอร์ไรด์บุ๊ค (アルターライドブック)
ไอเทมรูปแบบเดียวกับวันเดอร์ไรด์บุ๊ค แต่มีลักษณะไปในทางชั่วร้าย ซึ่งพวกเมกิโดใช้ในการสร้างปิศาจ ในหนังสือหน้าแรกมี เจลไบด์ดิ้ง ซึ่งทำหน้าที่ผนึกปิศาจเมกิโดที่อยู่ใน อัลเทอร์ไรด์บุ๊ค นั้น ๆ และเมื่อเปิดออก เมกิโดที่ถูกกักไว้ใน เท็กซ์ออฟอัลเทอร์ จะถูกปลดปล่อย เพื่อดึงพลังของปิศาจเมกิโดตัวนั้นออกมา
อย่างไรก็ตามหลังจากที่คามิโจเสียชีวิต ก็ได้สร้างอัลเทอร์ไรด์บุ๊คเล่มสีขาว แล้วทำการนำฝังตัวมนุษย์เพื่อกลายเป็นเมกิโดและเมื่อพบเงื่อนไขบางอย่างที่สะท้อนถึงบุคลิกของผู้ที่ถูกหนังสือสิงในร่างจะเสร็จสมบูรณ์และผู้ถูกสิงจะสลายไป
ชื่อ ต้นแบบ ประเภท เมกิโด ปรากฏ รายละเอียด
กังเซคิโอ โกเลม[9]
(岩石王ゴーレム)
โกเลม สัตว์ในตำนาน โกเลมเมกิโด
(ゴーレムメギド)
บทที่ 1
อาริ กะ คิริกิริส [9]
(アリかキリギリス)
มดกับตั๊กแตน เรื่องเล่า อาริเมกิโด
(アリメギド)
คิริกิริสเมกิโด
(キリギリスメギド)
บทที่ 2
ฮังซากิซันโซโอ [9]
(ハンザキサンショウ王)
ซาลาแมนเดอร์ยักษ์ สรรพสัตว์ ฮังซากิเมกิโด
(ハンザキメギド)
บทที่ 3
ฮังซากิเมกิโด ร่างเสริมพลัง
(ハンザキメギド強化態)
บทที่ 4
เดซัสท์ [9]
(デザスト)
เฟนรีร์
ด้วงเสือญี่ปุ่น
โครงกระดูกร้องเพลง
สัตว์ในตำนาน
สรรพสัตว์
เรื่องเล่า
เดซัสท์
(デザスト)
บทที่ 4
ปิรันยา โนะ ลันช์ [9]
(ピラニアのランチ)
ปลาปิรันยา สรรพสัตว์ ปิรันยาเมกิโด
(ピラニアメギド)
บทที่ 5
เมดูซ่าจาเด็น [9]
(メデューサ蛇伝)
เมดูซ่า สัตว์ในตำนาน เมดูซ่าเมกิโด
(メデューサメギド)
บทที่ 7 ในตอนที่ 17 ได้ปรากฏตัวอีกครั้ง
มิเอนิคุอิ อาฮิรุ โนะ โกะ [9]
(見えにくいアヒルの子)
ลูกเป็ดขี้เหร่ เรื่องเล่า อาฮิรุเมกิโด
(アヒルメギド)
บทที่ 9
ฮาคุโจเมกิโด
(ハクチョウメギド)
บทที่ 10
อิตะซึระ ก็อบลินส์ [9]
(いたずらゴブリンズ)
ก็อบลิน สัตว์ในตำนาน ก็อบลินเมกิโด
(ゴブリンメギド)
บทที่ 11 ในตอนที่ 17 ได้ปรากฏตัวอีกครั้ง
ชิโระยุกิ เยติ [9]
(白雪イエティ)
เยติ สัตว์ในตำนาน เยติเมกิโด
(イエティメギド)
บทที่ 17
ทาดาชิ โนะ โอซามะ [9]
(はだしの王様 )
ชุดใหม่ของพระราชา เรื่องเล่า โอซามะเมกิโด
(王様メギド)
บทที่ 19
คาริวบุดิส [9]
(カリュブディス)
โกเลม
ซาลาแมนเดอร์ยักษ์
ลูกเป็ดขี้เหร่
สัตว์ในตำนาน
สรรพสัตว์
เรื่องเล่า
คาริวบุดิสเมกิโด
(カリュブディスメギド)
คาริวบุดิส เฮอร์คิวรี่
(カリュブディス・ハーキュリー)
บทที่ 22
เลเจล (EX) [9]
(レジエル(EX))
เลเจล สัตว์ในตำนาน เลเจล ฟอร์บิดเดน
(レジエル・フォビドゥン)
บทที่ 27
เนโกะ นิ แอคเซสเซอรี่ [9]
(猫にアクセサリー)
แมว สรรพสัตว์ เนโกะเมกิโด
(ネコメギド)
บทที่ 30
ซุออส (EX) [9]
(ズオス(EX))
ซุออส สรรพสัตว์ ซุออส เพรดเดเตอร์
(ズオス・プレデター)
บทที่ 41
สตอริอุส (EX) [9]
(ストリウス(EX))
สตอริอุส เรื่องเล่า บทที่ 41

ข้อมูลอื่นๆ[แก้]

เมืองนางาริ (かがり市)
เมืองที่โทมะอาศัยอยู่ปัจจุบัน
ร้านหนังสือสุดวิเศษคามิยามะ (ファンタジック本屋かみやま)
ร้านหนังสือของโทมะ อยู่ในเมืองนางาริ ซึ่งมักจะวางขายหนังสือประเภทนิทาน และเทพนิยายสัตว์วิเศษต่าง ๆ
วันเดอร์เวิลด์ (ワンダーワールド)
โลกแห่งจินตนาการในอีกมิติหนึ่ง ที่ซึ่งเต็มไปด้วยความลับ และพลังอันพิศวงแห่งเทพนิยาย หรือเรื่องเล่าต่าง ๆ สามารถเดินทางเข้าออกด้วย บุ๊คเกท ของภาคี ซอร์ดออฟโลกอส
นอร์ธเทิร์นเบส (ノーザンベース)
ปราการฐานทัพของ ซอร์ดออฟโลกอส ตั้งอยู่ในเขตขั้วโลกเหนือ มีสนามพลังป้องกันโดยรอบ เหล่าสมาชิกจะเดินทางเข้าออกด้วย บุ๊คเกท ภายในห้องโถงมีหนังสือที่บรรจุความรู้มากมายจากทั่วโลก และวันเดอร์เวิลด์
ลิเบลาเชียน (リベラシオン)
สนามฝึกซ้อมสำหรับนักดาบในฐานนอร์ธเทิร์นเบสเพื่อฝึกฝน ในห้องนี้มีการไหลของเวลาที่แตกต่างจากโลกแห่งความเป็นจริง ภาระในร่างกายของนักดาบนั้นหนักและในบางกรณีชีวิตของนักดาบอาจตกอยู่ในอันตราย
เซาเธิร์นเบส (サウザンベース)
ปราการฐานทัพของ ซอร์ดออฟโลกอส แห่งที่ 2 ตั้งอยู่ในเขตขั้วโลกใต้ มีสนามพลังป้องกันเช่นเดียวกับ นอร์ธเทิร์นเบส มีคลังเก็บหนังสือขนาดใหญ่ เปรียบเสมือนฐานบัญชาการหลักของภาคี และเป็นที่ประจำอยู่ของมาสเตอร์โลกอสด้วย
อาวาลอน (アヴァロン)
ดินแดนลี้ลับที่กล่าวขานกันว่า เป็นสถานที่ฝังศพของกษัตริย์อาเธอร์ ซึ่งมีขุมพลังมหาศาลหลับไหลอยู่ การจะเข้าไปได้ต้องใช้พลังของมังกรทั้ง 2 ตัว ซึ่งก็คือ เบรฟดราก้อน และ จาอาคุดราก้อน หากพลังแห่งแสงและความมืดมาบรรจบกัน ประตูมิติก็จะถูกเปิดออก
สารบัญ (目次録)
คลังข้อมูลของหนังสือความรู้ทุกอย่างและทรงพลังแหล่งที่มาของความรู้ทั้งหมดที่ล่มสลายเมื่อ 2,000 ปีก่อนเท่ากับพลังของพระเจ้า เมกิโดและคนอื่น ๆ พยายามใช้พลังนี้เพื่อพลิกโฉมโลก

เพลงประกอบ[แก้]

เพลงเปิดเรื่อง
ร้องโดย Tokyo Ska Paradise Orchestra Feat. คาวาคามิ โยเฮย์ (川上洋平)
เพลงปิดเรื่อง
ร้องโดย Tokyo Ska Paradise Orchestra Feat. โมเทงิ เคนอิจิ (茂木欣一)
เป็นครั้งแรกของซีรีส์มาสค์ไรเดอร์ ที่ใช้เพลงปิดเรื่องมีท่าเต้นประกอบ
เพลงประกอบ
  • "Rewrite the story"
ร้องโดย ไนโตะ ชูอิจิโร่ (内藤秀一郎), ยามากุจิ ทาคายะ (山口 貴也), อาโอกิ เรียว (青木 瞭)
  • "Will save us"
ร้องโดย คาวาซึ อาสึกะ (川津明日香)
  • "The story never ends"
ร้องโดย ชิเน็น รินะ (知念里奈)

รายชื่อตอน[แก้]

  • ชื่อตอนถูกกำกับว่าเป็น บทที่...
ตอนที่ (บท) ชื่อตอน ญี่ปุ่น ออกอากาศ ไทย ออกอากาศ
7HD
บทที่ 1 "อารัมภบท นักดาบแห่งอัคคี"
(はじめに、炎の剣士あり。) 
6 กันยายน 20203 ตุลาคม 2021
บทที่ 2 "นักดาบแห่งวารี ผู้อยู่คู่กับสิงโตน้ำเงิน"
(水の剣士、青いライオンとともに。) 
13 กันยายน 202010 ตุลาคม 2021
บทที่ 3 "เป็นทั้งพ่อ และนักดาบ"
(父であり、剣士。) 
20 กันยายน 202017 ตุลาคม 2021
บทที่ 4 "เพราะฉะนั้นฉันเปิดหนังสือ"
(本を開いた、それゆえに。) 
27 กันยายน 2020
บทที่ 5 "เพื่อนของฉัน นักดาบอสุนี"
(我が友、雷の剣士につき。) 
4 ตุลาคม 2020
บทที่ 6 "ผู้ดั่งสายลม เคนซัน"
(疾風の如く、見参。) 
11 ตุลาคม 2020
บทที่ 7 "ดาบราชา คำโกหกของอวาลอน"
(王の剣、アヴァロンにあり。) 
18 ตุลาคม 2020
บทที่ 8 "สิ่งที่ถูกผนึกไว้นั่นคือ อาเธอร์"
(封印されしは、アーサー。) 
25 ตุลาคม 2020
บทที่ 9 "การคาบซ้อนของนักดาบเสียงดนตรี"
(重なり合う、戦士の音色。) 
8 พฤศจิกายน 2020
บทที่ 10 "ก้าวข้ามดาบ ก้าวข้ามความรู้สึก"
(交わる剣と、交差する想い。) 
15 พฤศจิกายน 2020
บทที่ 11 "อสุนีที่กระวนกระวาย เมฆดำที่กระจาย"
(乱れる雷、広がる暗雲。) 
22 พฤศจิกายน 2020
บทที่ 12 "คำสัญญา ณ ที่แห่งนี้"
(約束の、あの場所で。) 
29 พฤศจิกายน 2020
บทที่ 13 "ฉันยังยึดติดกับความคิดของฉัน"
(俺は、俺の、思いを貫く。) 
6 ธันวาคม 2020
บทที่ 14 "ความรู้สึกนี้ที่อยู่ในดาบ"
(この思い、剣に宿して。) 
13 ธันวาคม 2020
บทที่ 15 "สิ่งที่เตรียมตัว นอกเหนือจากนั้น"
(覚悟を超えた、その先に。) 
20 ธันวาคม 2020
บทที่ 16 "ปกป้องโลกนี้ แสงแห่งประกาย"
(世界を救う、一筋の光。) 
27 ธันวาคม 2020
บทที่ 17 "สาส์นจากอารยธรรมโบราณ แสงที่กลายเป็นเงา"
(古の使者は、光か影か。) 
10 มกราคม 2021
บทที่ 18 "อัคคีที่ครอบงำ จงกำราบเมกิโด"
(炎の執念、メギドを討つ。) 
17 มกราคม 2021
บทที่ 19 "อัคคีและแสง ดาบและดาบ"
(炎と光、剣と剣。) 
24 มกราคม 2021
บทที่ 20 "เจตจำนงของดาบขจัดที่ฐานมั่น"
(牙城を崩す、剣の意志。) 
31 มกราคม 2021
บทที่ 21 "สุดยอดแสงที่เจิดจรัส ฟูลคัลเลอร์"
(最高に輝け、全身全色(フルカラー)。) 
7 กุมภาพันธ์ 2021
บทที่ 22 "อย่างไรก็ตาม ฉันต้องการปกป้องมนุษย์"
(それでも、人を救いたい。) 
14 กุมภาพันธ์ 2021
บทที่ 23 "บ้าคลั่ง มือแห่งการทำลาย"
(荒れ狂う、破壊の手。) 
21 กุมภาพันธ์ 2021
บทที่ 24 "แผ่นหลังของพ่อ อนาคตที่แบกรับไว้"
(父の背中、背負った未来。) 
28 กุมภาพันธ์ 2021
บทที่ 25 "นักฆ่าแห่งสีชาด ที่ปกคลุมด้วยหมอก"
(煙をまといし、真紅の刺客。) 
7 มีนาคม 2021
บทที่ 26 "ดำดิ่งความมืด พร้อมกับดาบ"
(深き闇、剣と共に。) 
14 มีนาคม 2021
บทที่ 27 "เปลี่ยนความโศกเศร้า ให้กลายเป็นรอยยิ้ม"
(哀しみを、笑顔に変えて。) 
21 มีนาคม 2021
บทที่ 28 "เขียนจากอดีต วาดร่างไปอนาคต"
(記す過去、描く未来。) 
28 มีนาคม 2021
บทที่ 29 "ถึงเวลานั้น นักดาบก็ย้ายฝั่ง"
(その時、剣士が動いた。) 
4 เมษายน 2021
บทที่ 30 "สายสัมพันธ์ แม้ว่าจะถูกฉีกขาด"
(絆、切り裂かれても。) 
11 เมษายน 2021
บทที่ 31 "ความแข็งแกร่งที่ฉันเชื่อ ความแข็งแกร่งที่เชื่อมั่น"
(信じる強さ、信じられる強さ。) 
18 เมษายน 2021
บทที่ 32 "ความรู้สึกของฉัน ที่ได้ตกผลึกไปแล้ว"
(僕の想い、結晶となりて。) 
25 เมษายน 2021
บทที่ 33 "เพราะฉะนั้น อนาคตยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้"
(それでも、未来は変えられる。) 
2 พฤษภาคม 2021
บทที่ 34 "ตื่นขึ้นมา นักดาบแห่งอมตะ"
(目を覚ます、不死の剣士。) 
9 พฤษภาคม 2021
บทที่ 35 "และแล้ว ฉันก็จะเป็นพระเจ้า"
(そして私は、神になる。) 
16 พฤษภาคม 2021
บทที่ 36 "พลังทั้งหมดทั้งมวล ได้ถูกเปิดออก"
(開かれる、全知全能の力。) 
23 พฤษภาคม 2021
บทที่ 37 "ใครกัน ที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคต"
(未来を変えるのは、誰だ。) 
30 พฤษภาคม 2021
บทที่ 38 "รวบรวมดาบศักดิ์สิทธิ์ ดาบแห่งจักรวาล"
(聖剣を束ねる、銀河の剣。) 
6 มิถุนายน 2021
บทที่ 39 "นักดาบเอ๋ย จงตามเส้นทางที่เชื่อมั่น"
(剣士よ、信じる道を行け。) 
13 มิถุนายน 2021
บทที่ 40 "จงส่องประกายมิตรภาพ นักดาบทั้ง 3"
(輝く友情、三剣士。) 
20 มิถุนายน 2021
บทที่ 41 "คำอธิฐานที่ถูกสะกดเมื่อ 2000 ปีก่อน"
(二千年、綴られた願い。) 
27 มิถุนายน 2021
บทที่ 42 "จุดเรื่มต้น จุดจบอันสวยงาม"
(はじまる、美しい終わり。) 
4 กรกฎาคม 2021
บทที่ 43 "ปะทะ คุณค่าของการดำรงชีวิต"
(激突、存在する価値。) 
11 กรกฎาคม 2021
บทพิเศษ "โจรสลัดโลกที่กำลังมา โลกที่ถูกรวมกัน"
(界賊来たりて、交わる世界。) 
18 กรกฎาคม 2021
บทที่ 44 "เปิดขึ้นแล้ว หน้าสุดท้าย"
(開く、最後のページ。) 
1 สิงหาคม 2021
บทที่ 45 "นักดาบทั้ง 10 และโลกที่อยู่เส้นเดียวกัน"
(十剣士、世界を賭けて。) 
8 สิงหาคม 2021
บทที่ 46 "ลาก่อน วีรบุรุษของฉัน"
(さようなら、私の英雄。) 
15 สิงหาคม 2021
บทสุดท้าย "โลกถึงจุดจบ เรื่องเล่าที่กำเนิดขึ้น"
(終わる世界、生まれる物語。) 
22 สิงหาคม 2021
ฉบับพิเศษ "หน้าใหม่ ได้เปิดขึ้นแล้ว"
(新たなページが、開くとき。) 
29 สิงหาคม 2021

ในสื่ออื่น[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

ภาพยนตร์สั้น มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์ นักดาบฟินิกส์กับสมุดแห่งหายนะ (劇場短編 仮面ライダーセイバー 不死鳥の剣士と破滅の本)
ฉายเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 2020 ควบกับ มาสค์ไรเดอร์เซโร่วัน เดอะมูวี่ REAL×TIME
เซเบอร์ + เซ็นไคเจอร์ ซูเปอร์ฮีโร่เซ็นคิ (セイバー+ゼンカイジャー スーパーヒーロー戦記)
ภาพยนตร์ผลงานครบรอบ 50 ปีมาสค์ไรเดอร์ และครบรอบผลงาน 45 เรื่องซูเปอร์เซ็นไต ฉายเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 2021

ซีรีส์เว็บ[แก้]

มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์ สปินออฟ เค็นชิไกเด็น (仮面ライダーセイバー スピンオフ 剣士列伝)
มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์ × โกสต์ (仮面ライダーセイバー×ゴースト)
มาสค์ไรเดอร์สเปคเตอร์ × เบลดส์ (仮面ライダースペクター×ブレイズ)

สปินออฟ[แก้]

ซอร์ดออฟโลกอสซาก้า (ソードオブロゴスサーガ)
ตอนพิเศษสปินออฟที่แถมมาจาก Blu-ray COLLECTION[11][12] มีจำนวนตอนทั้งหมด 2 ตอน[12] เป็นเรื่องราวในช่วงเวลา 15 ปีก่อนของคามิโจ โทมะ และ ฟุคามิยะ ฮายาโตะ[12]
ตัวละครที่ปรากฏในเฉพาะเรื่อง
ชินเซ็น เคียวอิจิโร่ (新閃 恭一郎) / มาสค์ไรเดอร์เอสปาด้า (仮面ライダーエスパーダ)
คางามิ อามาเนะ (鏡 天祢) / มาสค์ไรเดอร์เค็นซัน (仮面ライダー剣斬)

เว็บคอมมิค[แก้]

มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์ ภาคมังงะ มาสค์ไรเดอร์บัสเตอร์ (別冊 仮面ライダーセイバー 萬画 仮面ライダーバスター)
ผลงานต้นฉบับ - อิชิโนโมริ โชทาโร่, เขียนบท - คาเนโกะ คาโอริ, ภาพ - คุมาสึกิ เคทาโร่
ผลงานมังงะที่เป็นเรื่องราวในมุมมองของโอกามิ เรียว หรือ มาสค์ไรเดอร์บัสเตอร์ [13] เผยแพร่ทางแอปพลิเคชัน Toei Tokusatsu Fanclub[14][15] มีจำนวนตอนทั้งหมด 5 ตอน
ตัวละครที่ปรากฏในเฉพาะเรื่อง
โอกามิ เรียว (尾上 亮)
นักเรียนโรงเรียนมัธยมปลายคางาริชั้นปีที่ 3 อายุ 18 ปี
คิริทานิ ฮารุกะ (桐谷 晴香)
คามิคาวะ โทชิคาสึ (亀巳川 寿和) / มาสค์ไรเดอร์บัสเตอร์ (仮面ライダーバスター)
อาจารย์ของเรียว อายุ 58 ปี มีชื่อเล่นอีกชื่อคือ คาเมะเซ็น (亀セン) มีเบื้องหน้าเป็นอาจารย์ของโรงเรียนมัธยมปลายคางาริ มีเบื้องหลังเป็นนักดาบแห่งดินของซอร์ดออฟโลกอส มาสค์ไรเดอร์บัสเตอร์

การออกอากาศ[แก้]

มาสค์ไรเดอร์เซเบอร์ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์เวลา 9:00 น. - 9:30 น. ทางสถานีโทรทัศน์ทีวีอาซาฮิ ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 กันยายน ค.ศ. 2020 จนถึงวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 2021

ในประเทศไทย ออกอากาศทุกวันอาทิตย์เวลา 7:00 น. - 7:30 น. ในรายการ การ์ตูนดังสุดสัปดาห์ ทางช่อง 7 เอชดี หมายเลข 35 ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564 และได้เผยแพร่รูปแบบสตรีมมิ่งผ่านทางแอปพลิเคชัน Flixer โดยเริ่มตอนแรกวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เช่นกัน

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 "仮面ライダー:"令和第2弾"は「セイバー」 モチーフは剣と本!". MANTANWEB. 2020-07-29. สืบค้นเมื่อ 2020-07-29.
  2. 2.0 2.1 "新仮面ライダーは『セイバー』 初の異世界が舞台に 主人公の文豪にして剣豪・神山飛羽真役に内藤秀一郎". ORICON NEWS. 2020-07-29. สืบค้นเมื่อ 2020-07-30.
  3. 3.0 3.1 "「仮面ライダーセイバー」"物語の結末は俺が決める!"異世界で戦うライダー誕生". アニメ!アニメ!. 2020-07-29. สืบค้นเมื่อ 2020-07-30.
  4. 4.00 4.01 4.02 4.03 4.04 4.05 4.06 4.07 4.08 4.09 4.10 4.11 "キャスト|仮面ライダーセイバー|テレビ朝日". テレビ朝日. 2020-08-23. สืบค้นเมื่อ 2020-08-23.
  5. 5.0 5.1 5.2 "新仮面ライダーは『セイバー』 令和の2号ライダーは文豪で剣豪 9月6日スタート". ORICON NEWS. 2020-07-29. สืบค้นเมื่อ 2020-07-29.
  6. 6.0 6.1 6.2 "「仮面ライダーセイバー」で平山浩行が先代の剣士に、子連れライダーも登場". コミックナタリー. 2020-08-23. สืบค้นเมื่อ 2020-08-23.
  7. "仮面ライダーセイバー 第35章 そして私は、神になる。". 東映オフィシャルサイト. 2021-05-16. สืบค้นเมื่อ 2021-05-19.
  8. 8.0 8.1 8.2 นิตยาสารอูจูเซ็น เล่มที่ 169 2020, pp. 42-44, 「仮面ライダーセイバー」
  9. 9.00 9.01 9.02 9.03 9.04 9.05 9.06 9.07 9.08 9.09 9.10 9.11 9.12 9.13 9.14 9.15 9.16 9.17 9.18 9.19 9.20 9.21 9.22 9.23 9.24 9.25 9.26 9.27 9.28 9.29 9.30 9.31 9.32 9.33 9.34 9.35 9.36 9.37 9.38 9.39 9.40 9.41 9.42 9.43 9.44 9.45 9.46 9.47 9.48 "ワンダーライドブック|仮面ライダーセイバー|テレビ朝日". テレビ朝日. สืบค้นเมื่อ 2020-09-08.
  10. "第4章「本を開いた、それゆえに。」". 仮面ライダーセイバー. テレビ朝日. 2020-09-27. สืบค้นเมื่อ 2020-09-27.
  11. "仮面ライダーセイバー:BD特典にスピンオフオリジナルドラマ 15年前が舞台 先代の剣士たち、若かりしバスター、スラッシュも". まんたんウェブ. 2021-03-21. สืบค้นเมื่อ 2021-03-23.
  12. 12.0 12.1 12.2 フィギュア王279 2021, p. 45, 「ソードオブロゴスサーガ」
  13. "『仮面ライダーセイバー』より、バスターのスピンオフ漫画がTTFCで連載決定!". 仮面ライダーWEB. 2021-01-09. สืบค้นเมื่อ 2021-01-09.
  14. "https://natalie.mu/eiga/news/416211". 映画ナタリー. 2021-02-14. สืบค้นเมื่อ 2021-02-14. External link in |title= (help)
  15. "『仮面ライダーセイバー』スピンオフ漫画、『別冊 仮面ライダーセイバー 萬画 仮面ライダーバスター』「最強の子育て王編」始動!!". 仮面ライダーWEB. 2021-04-25. สืบค้นเมื่อ 2021-05-28.

หมายเหตุ[แก้]

ข้อมูลลิงก์[แก้]