มาสค์ไรเดอร์ไฟซ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มาสค์ไรเดอร์ไฟซ์

ข้อมูล
บทประพันธ์ โชทาโร่ อิชิโนะโมะริ
ผู้ผลิต ญี่ปุ่น โตเอ
เขียนบท Toshiki Inoue
กำกับ Ryuta Tasaki
Takao Nagaishi
Hidenori Ishida
Naomi Tamura
Nobuhiro Suzumura
แสดงนำ Kento Handa
Yuria Haga
Ken Mizorogi
Masayuki Izumi
Yoshika Kato
Mitsuru Karahashi
Kohei Murakami
Atsushi Harada
บรรยาย Takehiko Kano
เพลงเปิด "Justiφ's" by ISSA
เพลงปิด "Dead or alive" by Shinichi Ishihara
"The people with no name" by RIDER CHIPS featuring m.c.A.T
"EGO ~ eyes glazing over" by ICHIDAI
กำกับเสียง Hayato Matsuo
จำนวนตอน 50 (List of episodes)
การผลิต
โปรดิวเซอร์ Chika Hamada (TV Asahi)
Shinichiro Shirakura
Naomi Takebe
Takaaki Utsunomiya (Toei)
ความยาว 24-25 minutes (per episode)
การออกอากาศ
ฉายครั้งแรก 26 มกราคม ค.ศ. 2003 (2003-01-26) - 18 มกราคม ค.ศ. 2004 (2004-01-18)
เว็บไซต์ทางการ
Official Site
ลำดับซีรีส์
ริวคิ เบลด
มาสค์ไรเดอร์ไฟซ์ จากปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003)

มาสค์ไรเดอร์ไฟซ์ (ญี่ปุ่น: 仮面ライダー555(ファイズ)โรมาจิKamen Raidā Faizuทับศัพท์: MASKED RIDER Φ's) เป็นละครโทรทัศน์โทคุซัทสึชุดมาสค์ไรเดอร์ ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 2003 จนถึงวันที่ 18 มกราคม ค.ศ. 2004 มีจำนวนตอนทั้งหมด 50 ตอน

เรื่องย่อ[แก้]

ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย กลับเกิดหายนะบางอย่างขึ้น บริษัท Smart Brain องค์กรยักษ์ใหญ่อันทรงอิทธิพล ได้ทำการทดลองผ่าตัดมนุษย์ ทำให้เกิดการกลายพันธุ์เป็น ออร์เฟน็อค สิ่งมีชีวิตรูปแบบใหม่ที่วิวัฒนาการจากมนุษย์เดิม มีความแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ธรรมดา และมีลักษณะพิเศษของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ การจะกำจัดออร์เฟน็อคได้ จำเป็นต้องพึ่งพลังของเข็มขัดไฟซ์ ซึ่งผู้ที่ครอบครองในช่วงแรกคือ โซโนดะ มาริ ลูกสาวของอดีตประธานบริษัท Smart Brain แต่ด้วยร่างกายของเธอไม่สามารถเข้ากับระบบไฟซ์ได้ จึงทำให้เธอไม่สามารถใช้เข็มขัดเส้นนี้ต่อสู้กับเหล่าออร์เฟน็อคได้ ทว่าเธอบังเอิญไปพบกับ ทาคุมิ ชายหนุ่มผู้มุ่งตามหาความฝัน ด้วยนิสัยอันแสนซื่อ ตรงไปตรงมา และความเป็นห่วงเพื่อนมนุษย์ของชายผู้นี้ มาริจึงตัดสินใจมอบเข็มขัดไฟซ์ให้ทาคุมิ เพื่อใช้มันกำราบเหล่าออร์เฟน็อค ทั้งสองจะต้องพบเจอกับปัญหา และอุปสรรคอีกมากมาย จนกว่าจะปกป้องโลกใบนี้ให้พ้นจากเงื้อมมือออร์เฟนอค

ตัวละคร[แก้]

ตัวละครหลักและผู้เกี่ยวข้อง[แก้]

อินุอิ ทาคุมิ (乾 巧)
ตัวเอกของเรื่อง วัย 18 ปี ชายหนุ่มพเนจรผู้มุ่งตามหาความฝัน เขาได้พบกับมาริโดยบังเอิญ ขณะที่เธอกำลังถูกออร์เฟน็อคไล่ล่า ด้วยพื้นฐานนิสัยของทาคุมิเป็นคนจิตใจดี มีความเป็นห่วงเพื่อนมนุษย์ เขาจึงตัดสินใจใช้เข็มขัดไฟซ์ที่มารินำมาด้วยแปลงร่าง และเข้าต่อกรกับออร์เฟน็อคตนนั้น ถึงแม้จะจัดการกับออร์เฟน็อคที่ไล่ล่ามาริได้ แต่ยังคงมีออร์เฟน็อคอีกจำนวนมาก ทาคุมิจึงเลือกที่จะสู้ในฐานะไฟซ์ต่อไป ทว่าเบื้องหลังนั้นเขาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แท้จริงแล้วทาคุมิกุมความลับว่าตนเป็นออร์เฟน็อคมาตลอด นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาแปลงร่างเป็นไฟซ์ได้ และออร์เฟน็อคที่เคยช่วยชีวิตมาริไว้ ในเหตุการณ์โรงเรียนริวเซย์ ก็คือทาคุมินั่นเอง แต่มาริหมดสติไป จึงจำอะไรไม่ได้ ทาคุมิเปิดเผยตัวในฐานะวูลฟ์ออร์เฟนอคอีกครั้ง เพื่อยื่นข้อเสนอต่อบริษัทสมาร์ทเบรน ให้ทำการรักษามาริ แต่เมื่อมาริฟื้นขึ้นมาเห็นสภาพทาคุมิที่เปลี่ยนไป จึงหวาดกลัว เพราะเข้าใจผิดว่าทาคุมิจะทำร้ายเธอ หลังจากวันนั้นทาคุมิตัดสินใจที่จะหนีห่างจากมาริ แต่สุดท้ายมาริก็เข้าใจว่าทาคุมิไม่ได้เป็นคนทำร้ายเธอ ทาคุมิจึงมีแรงใจในการกลับมาต่อสู้อีกครั้ง
ภายหลังจากการต่อสู้กับราชันย์ออร์เฟนอค ทาคุมิก็ยังเลือกใช้ชีวิตเรียบง่ายต่อไปในฐานะมนุษย์ธรรมดา
ในภาคมาสไรเดอร์ 4 ได้เผยว่า ร่างกายของทาคุมิสลายไปตั้งแต่หลังจบเหตุการณ์ราชันย์ออร์เฟน็อค และสาเหตุที่ทาคุมิยังมีชีวิตอยู่ เพราะเครื่องมือเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของช็อคเกอร์ ทาคุมิจึงยังมีตัวตนอยู่ ในตอนท้ายทาคุมิตัดสินใจทำลายเครื่องเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของช็อคเกอร์ และทำให้โลกกลับสู่สภาพเดิม แต่ทาคุมิเองก็ต้องหายไปด้วย ส่วนรูปภาพที่ถ่ายพร้อม ชิโนะสุเกะ โก คิริโกะ ยูโตะ และ ทาคุมิ แต่ทาคุมิได้หายไปจากภาพนั้น เพราะความเป็นจริงทาคุมิเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว
ในภาพยนตร์ มาสค์ไรเดอร์ไฟซ์ ศึกทวงคืนสวรรค์ เผยว่า ความจริงแล้วทาคุมิยังไม่ตาย เนื่องจากถูกทางบริษัทสมาร์ทเบรน เก็บกู้ร่างไปทำการรักษาในตู้แคปซูลฟื้นฟูสภาพ ซึ่งสร้างด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของสมาร์ทเบรน แต่กระนั้นก็ยังมีเงื่อนไขคือ ทาคุมิจะต้องทำงานให้กับสมาร์ทเบรนอย่างเต็มตัว
วูลฟ์ออร์เฟน็อค (ウルフオルフェノク)
ร่างแปลงออร์เฟน็อคของทาคุมิ มีลักษณะพิเศษของหมาป่า
คิบะ ยูจิ (木場 勇治)
ตัวเอกอีกคนหนึ่ง อายุ 21 ปี ที่ฟื้นคืนชีพจากสภาพเป็นเจ้าชายนิทรา เนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์และเสียชีวิตต่อมาได้คืนชีพและกลายเป็น ออร์เฟนอค แต่ทว่า ชีวิตที่อยู่ดีกินดีของคิบะได้หายไป ทั้งพ่อแม่เสียชีวิต บ้านถูกยึด และคนรักได้ไปคบหาแฟนใหม่ ทำให้เขาคิดจะจบชีวิตตัวเองแต่ไม่สำเร็จ เพราะเขากลายเป็นออร์เฟน็อคไปแล้ว คิบะจึงรู้สึกสิ้นหวังมาก นานวันเข้าความเศร้าจึงแปรเปลี่ยนเป็นความแค้น คิบะได้ลงมือสังหารแฟนใหม่ของคนรักของเขา และสังหารแฟนเก่าของเขาตามไปด้วย โดยการใช้ดาบออร์เฟนอคแทง ก่อนจะกินหัวใจของทั้งคู่ จนร่างกายของพวกเขาสลายเป็นทรายในที่สุด ต่อมาคิบะได้ตั้งตนเป็นผู้นำของกลุ่มออร์เฟนอคที่ยืนอยู่ฝ่ายมนุษย์ และต่อสู้ร่วมกับทาคุมิ คิบะได้ถูกเลือกจากพ่อของคุซากะ ให้ขึ้นมาเป็นประธานกลุ่มบริษัทสมาร์ทเบรนคนใหม่แทน และยังชักชวนพวกทาคุมิให้มาร่วมมือจัดการกับราชันย์ออร์เฟน็อค ทว่าคุซากะกลับไม่ยอมร่วมมือ ซ้ำยังต่อต้าน ในเวลาต่อมา คิบะจึงตัดสินใจสังหารคุซากะด้วยตัวเอง เนื่องจากคุซากะไม่ยอมให้ความร่วมมือ และอาจกลายเป็นเสี้ยนหนามได้ ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับราชันย์ออร์เฟน็อค คิบะเสียชีวิตจากการยอมสละตัวเอง โดยจับตัวราชันย์ออร์เฟน็อคเอาไว้ เพื่อเปิดโอกาสให้พวกทาคุมิโจมตี ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตก็ตระหนักได้ว่า สิ่งที่พวกทาคุมิทำทั้งหมดไปนั้นคือการปกป้องโลก และอนาคต ซึ่งตัวคิบะเองก็ได้เข้าใจเรื่องทั้งหมดก่อนที่ร่างเขาจะสูญสลายไปในที่สุด
ฮอร์สออร์เฟน็อค (ホースオルフェノク)
ร่างแปลงออร์เฟน็อคของคิบะ มีลักษณะพิเศษของม้า ในช่วงท้ายของเรื่องสามารถแปลงร่างเพิ่มพลังได้อีก 1 ขั้น
โซโนดะ มาริ (園田 真理)
ลูกสาวของอาจารย์โรงเรียนริวเซย์ วัย 16 ปี ทำงานเป็นพนักงานในร้านซักรีดของเคย์ทาโร่ ในอดีตมาริเคยเสียชีวิตมาแล้ว 1 ครั้ง ในงานเลี้ยงของโรงเรียนริวเซย์ ร่วมกับเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ของเธอ ก่อนที่เธอจะถูกบริษัทสมาร์ทเบรน นำตัวไปผ่าตัดปลูกถ่ายยีนออร์เฟน็อค และคืนชีพกลับมา ในขณะที่เธอจะสิ้นใจ เธอได้เห็นวูลฟ์ออร์เฟนอคบุกเข้ามาช่วยเหลือเธอ แต่เธอกลับเข้าใจผิดคิดว่าออร์เฟน็อคตนนั้นจะมาฆ่าเธอ ก่อนเธอจะหมดสติไป หลังจากการผ่าตัดปลูกถ่ายยีนออร์เฟน็อคเพื่อคืนชีพมนุษย์ มาริ, คุซากะ, มิฮาระ และนักเรียนคนอื่น ๆ ก็ได้ฟื้นขึ้นมาใช้ชีวิตตามปกติ หลังจากที่มาริได้รับไฟซ์เกียร์มาจากฮานะกาตะ และพบกับทาคุมิเข้า ระหว่างที่เธอกำลังถูกออร์เฟน็อคเล่นงาน นั่นคือครั้งแรกที่ทาคุมิได้แปลงร่างเป็นไฟซ์ จากนั้นมาริจึงชักชวนให้ทาคุมิเข้ามาอาศัยอยู่ที่ร้านซักรีดของเคทาโร่ และทำงานเป็นพนักงานร้านซักรีด ควบคู่ไปกับเดินหน้ากำจัดออร์เฟนอคไปด้วยกัน แต่แล้วเมื่อมาริได้เห็นทาคุมิแปลงร่างเป็นวูลฟ์ออร์เฟนอค เธอก็หวนนึกถึงภาพอดีต และยอมรับความจริงไม่ได้จนต้องหนีหายไป จนวันหนึ่งเมื่อมาริได้ความจำที่หายไปกลับคืนมา และเข้าใจว่าทาคุมิไม่ได้เป็นคนร้าย อีกทั้งยังเป็นคนที่มาช่วยชีวิตเธอไว้ด้วย มาริจึงขอร้องให้ทาคุมิกลับมาต่อสู้ในฐานะไฟซ์ อีกครั้ง ภายหลังจบจากการต่อสู้ครั้งสุดท้าย มาริก็ได้ทำตามความฝันที่เธอปรารถนามาตลอด หลังจากที่เธอต้องเผชิญอุปสรรคมากมาย แต่ก็ได้พบกับสิ่งที่เธอต้องการในที่สุด
คิคุจิ เคทาโร่ (菊池 啓太郎)
ชายหนุ่มผู้ประกอบกิจการร้านซักรีด อายุ 21 ปี เป็นเพื่อนสนิทและรุ่นน้องของทาคุมิ เขาคือชายหนุ่มผู้มองโลกในแง่ดี ใสซื่อและบางครั้งก็ติงต๊อง แต่กระนั้นเขาก็เป็นคนที่ตรงไปตรงมา กระทั่งทาคุมิเผยร่างออร์เฟน็อคของตนเอง ต่อหน้าทั้งมาริ,คุซากะ,คิบะ และเคทาโร่อยู่นั้น เคทาโร่เองก็รู้สึกหวาดกลัวอยู่เนือง ๆ แต่ก็ยังคงเป็นเพื่อนกับทาคุมิเช่นเดิม เพราะเชื่อว่าทาคุมิยังคงเป็นคนเดิม และไม่ทำร้ายคนเหมือนกับออร์เฟน็อคตนอื่น ๆ เคทาโร่แอบชอบยูกะตลอดเรื่อย จนยูกะเองก็เริ่มจะมีใจให้เขาเช่นกัน หลังจากที่ยูกะเผยร่างออร์แฟนอคต่อหน้าเคทาโร่นั้น แต่เคทาโร่กลับเชื่อมั่นในความรักของยูกะต่อมา ต่อมาเคทาโร่ได้รู้ว่ายูกะเสียชีวิต หลังจากที่เธอได้ส่งข้อความทางมือถือไปหาเคทาโร่ครั้งสุดท้าย เคทาโร่เสียใจเป็นอย่างมาก เขากลับมารู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนแต่ก่อน แต่ก็ได้ทาคุมิ และมาริช่วยเหลืออยู่เคียงข้าง ภายหลังจบจากการต่อสู้ครั้งสุดท้าย เคทาโร่ก็ได้กลับไปทำกิจการร้านซักรีดของตนเองเช่นเคย และใช้ชีวิตอย่างสงบสุขต่อไป
คุซากะ มาซาโตะ (草加 雅人)
ชายหนุ่มผู้เป็นอดีตนักเรียนหัวกะทิในโรงเรียนริวเซย์ อายุ 21 ปี เก่งในด้านกีฬาและการเรียนเป็นเพื่อนสนิทของมาริ ซึ่งคุซากะแอบชอบมาริมาตั้งแต่ตอนเด็ก เนื่องจากใยนอดีตมาริเป็นคนที่ช่วยเหลือคุซากะจากการถูกรังแก ภายหลังคุซากะได้รับเลือกเป็น มาสค์ไรเดอร์ไคสะ เพราะเขาเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถใช้งานชุดไคสะได้โดยไม่มีปัญหา แต่ก็กลายเป็นพันธมิตรอย่างกล้ำกลืนฝืนทนกับทาคุมิ เพราะเขาคิดอยากปกป้องมาริจนไม่อยากให้ใครแตะต้อง จึงกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากับทาคุมิ เมื่อพ่อของคุซากะมาได้เล่าความจริงกับคุซากะว่า ตัวเขาได้ตายไปตั้งแต่ที่งานฉลองโรงเรียนริวเซย์ และเข้าร่วมการทดลองปลุกชีพ ด้วยการปลูกถ่าย DNA ของออร์เฟน็อค เขาจึงกลับมาอีกครั้ง พร้อมทั้งเตือนว่าการใช้ไคสะเกียร์แปลงร่างบ่อยครั้งมากเกินไป จะเกิดผลกระทบที่ย้อนกลับมาฆ่าตัวผู้ใช้เอง และบอกให้คุซากะเลิกล้มการต่อสู้ เพื่อมีชีวิตต่อไป แต่คุซากะไม่เชื่อพ่อ จนพ่อของคุซากะถูกสังหารและสลายไป ซึ่งตนก็ดีใจที่ไม่ได้เป็นคนลงมือ จึงไม่ต้องเสียใจที่พ่อสลายไป แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องมาจบชีวิตลงด้วยฝีมือคิบะ ที่ชิงไคสะเกียร์มา ก่อนจะแปลงร่างเป็นไคสะแล้วจัดการปลิดชีพเขาในที่สุด
ในภาพยนตร์ มาสค์ไรเดอร์ไฟซ์ ศึกทวงคืนสวรรค์ คุซากะกลับมาอีกครั้งอย่างปริศนา แต่สิ่งที่เขายังเป็นเช่นเดิมคือ เขายังชอบ และตามจีบมาริไม่เปลี่ยนแปลง ทว่าความจริงถูกเผยในภายหลังว่า คุซากะคนนี้ เป็นหุ่นแอนดรอยด์รุ่นล่าสุดของบริษัทสมาร์ทเบรน
โอซาดะ ยูกะ (長田 結花)
หญิงสาววัย 17 ปี ที่มีปัญหาทางครอบครัว และถูกเกลียดชังทั้งโรงเรียน โดนทำร้ายกลั่นแกล้งสารพัด จนวันหนึ่งเพื่อนร่วมชั้นทำให้ยูกะตกล้มบันไดเสียชีวิต ยูกะคืนชีพขึ้นมาเป็นออร์เฟนอคประเภทออริจินอลแบบเดียวกับคิบะ และจัดการฆ่าคนที่กลั่นแกล้งเธอทั้งหมด ทั้งนักเรียนและครอบครัวทั้งหมด ก่อนจะหลบหนีมาอาศัยอยู่ที่ตึกเช่าของคิบะ ยูกะแอบชอบไคโด แต่ไม่กล้าบอก และคอยให้กำลังใจแบบห่าง ๆ แต่เมื่อรู้ว่าไคโดแอบชอบมาริ ยูกะจึงเสียใจ แต่กระนั้นเธอก็ยังให้กำลังใจไคโด เพื่อที่ไคโดจะจีบมาริได้สำเร็จ ภายหลังได้ทราบว่าเคทาโร่ก็แอบมีใจให้ยูกะมาโดยตลอด ซึ่งสุดท้ายแล้วยูกะก็ยอมตกลงคบหาเป็นแฟนกับเคทาโร่ในที่สุด ซึ่งเคทาโร่ก็คอยให้กำลังใจและให้ความรักกับยูกะอย่างสม่ำเสมอ
เครนออร์เฟน็อค (クレインオルフェノク)
ร่างแปลงออร์เฟน็อคของยูกะ มีลักษณะพิเศษของนกกระเรียน
ไคโด นาโอยะ (海堂 直也)
หนุ่มมาดเซอร์ผู้ใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักดนตรี อายุ 23 ปี เขาชื่นชอบการเล่นกีตาร์เป็นอย่างมาก ทว่าความฝันของไคโดต้องจบลง เพราะเขาได้สูญเสียมืออันเป็นสิ่งสำคัญในการเล่นกีตาร์ไป แต่เหตุที่เขากลายเป็นออร์เฟนอคนั้น มีที่มาจากการที่เขาถูก สควิดออร์เฟนอค โจมตี และได้รับเชื้อออร์เฟน็อคเข้าร่างกาย ไคโดมีนิสัยเจ้าชู้ และแอบชอบมาริด้วย ในขณะเดียวกันไคโดก็ชอบพอในตัวยูกะอยู่ด้วย ภายหลังจากจบการต่อสู้ครั้งสุดท้าย ไคโดยังคงทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ในสถานรับเลี้ยงเด็กแห่งหนึ่งเช่นเดียวกันกับ มิฮาระ ชูจิ แต่กระนั้นเขาก็ยังชอบที่จะท่องเที่ยวพเนจรไปเรื่อย ด้วยนิสัยที่รักอิสระของเขา
สเน็คออร์เฟน็อค (スネークオルフェノク)
ร่างแปลงออร์เฟน็อคของไคโด มีลักษณะพิเศษของงู
คิมุระ ซายะ (木村 沙耶)
หญิงสาววัย 18 ปี ผู้มีลิ้นแมวเหมือนกับทาคุมิ เธอเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนของมาริ ที่ถูกรับเลี้ยงโดยฮานะกาตะ เธอได้รับคำสั่งจากฮานะกาตะให้ดูแลเข็มขัด 1 เส้น และเธอยังเป็นผู้ใช้เดลต้าเกียร์คนแรกอีกด้วย ซึ่งซายะเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ไม่รับผลกระทบต่อสมอง ต่อมาเธอได้ไปทำงานที่ร้านซักรีดของเคทาโร่ และได้พบกับทาคุมิ ซายะจึงเห็นว่า คนอย่างทาคุมิคือผู้ที่ควรส่งต่อเดลต้าเกียร์ให้ โดยในช่วงหลังร่างกายของเธอเริ่มอ่อนแอ เป็นผลมาจากการใช้เดลต้าเกียร์ถึงขีดจำกัด จนกระทั่งเธอถูกซาวาดะสังหาร ก่อนที่จะแปลงร่างไปช่วยไฟซ์กับไคสะ
มิฮาระ ชูจิ (三原 修二)
อดีตนักเรียนโรงเรียนริวเซย์ เช่นเดียวกับ คุซากะ และ มาริ เป็นชายหนุ่มขี้กลัว พูดน้อย คุซากะพยายามโน้มน้าวให้มิฮาระใช้เดลต้าเกียร์ แปลงร่างเป็น มาสค์ไรเดอร์ เดลต้า แต่ตอนแรกเขาก็ปฏิเสธ แต่เมื่อถึงคราวจวนตัว มิฮาระถูกออร์เฟน็อคไล่ต้อนจนมุม หมดทางหนี ตอนนั้นเองมิฮาระก็ได้ตัดสินใจสวมเดลต้าเกียร์ แล้วแปลงร่างเข้าต่อสู้ กระทั่งเขาสามารถปราบออร์เฟน็อคได้สำเร็จ ตั้งแต่วันนั้นมา มิฮาระได้กลายเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเอง และ กล้าเผชิญหน้ากับปัญหาต่างได้ไปในที่สุด :ในอดีต มิฮาระเคยเสียชีวิตมาแล้ว 1 ครั้งเช่นเดียวกับ คุซากะ และมาริในงานฉลองโรงเรียนริวเซย์ และถูกสมาร์ทเบรนนำตัวไปทำการทดลองปลูกถ่ายเซลล์ออร์เฟน็อค จนกลับมามีชีวิตใหม่เช่นเดียวกับอีก 2 คนนั้น ภายหลังจากปราบราชาออร์เฟนอคในศึกครั้งสุดท้ายสำเร็จ มิฮาระได้รับงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ในสถานรับเลี้ยงแห่งหนึ่ง พร้อมกับไคโด
อาเบะ รินะ (阿部 里奈)
แฟนสาวของมิฮาระที่เคยเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน เป็นอดีตนักเรียนในโรงเรียนริวเซย์เช่นเดียวกับพวกมาริ เธอพยายามโน้มน้าวให้มิฮาระใช้เดลต้าเกียร์ เพื่อต่อสู้ในฐานะมาสค์ไรเดอร์ เดลต้า แต่มิฮาระกลับเอาแต่หวาดกลัว และกังวลว่าตนจะได้รับผลกระทบจากเดลต้าเกียร์ เหมือนกับผู้ใช้รายก่อน ๆ จนกระทั่งรินะตัดสินใจนำเดลต้าเกียร์ไปใช้ แต่ร่างกายของเธอรับพลังมหาศาลนั้นไม่ไหว กระทั่งรินะได้ประสบอุบัติเหตุถูกรถชน ตอนนั้นเองที่มิฮาระเกิดมีแรงฮึดขึ้นมา อยากจะสู้เพื่อรินะ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้มิฮาระตัดสินใจสวมเดลต้าเกียร์เพื่อต่อสู้ หลังจากที่รินะหายจากอาการบาดเจ็บ และทราบว่ามิฮาระสามารถเอาชนะความกลัวได้แล้ว เธอก็ร่วมยินดีกับเขาด้วย ภายหลังจบจากการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับราชันย์ออร์เฟนอค รินะก็ได้รับงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กเช่นเดียวกับ มิฮาระ และไคโด ในเวลาต่อมา

บริษัทสมาร์ทเบรน[แก้]

มุราคามิ เคียวจิ (村上 峡児)
ประธานคนปัจจุบันของบริษัทสมาร์ทเบรนสาขาญี่ปุ่น อายุ 35 ปี เป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง และปรารถนาจะมีอำนาจเหนือมนุษยชาติทั้งโลก ในคณะผู้บริหารทั้งหมด มุราคามิคือผู้ที่สั่งการให้บุคลากรที่เป็นออร์เฟนอค ออกไปก่อเหตุร้ายและไล่สังหารมนุษย์ เพื่อแผ่ขยายอิทธิพลของออร์เฟน็อคให้อยู่เหนือมนุษยชาติทั้งมวล ยามว่างเขามักจะไปที่บาร์ของซาเอโกะ เพื่อนัดหมายประชุม หรือวางแผนการร่วมกับพรรคพวก พร้อมกับดื่มไวน์และฟังเพลงเป็นการผ่อนคลายไปในตัว หลังจากการคืนชีพของราชันย์ออร์เฟนอค มุราคามิก็เริ่มตระหนักได้ถึงความสั่นคลอนในอำนาจของตนเอง เขาจึงคิดกำจัดราชันย์ออร์เฟน็อค สุดท้ายแล้วมุราคามิก็ถูกราชันย์ออร์เฟน็อคสังหาร โดยถูกดูดกลืนพลังชีวิตจนร่างกายสลายไปในที่สุด
โรสออร์เฟน็อค (ローズオルフェノク)
ร่างแปลงออร์เฟน็อคของมุราคามิ เคียวจิ มีลักษณะพิเศษของต้นกุหลาบ
ฮานะกาตะ (花形)
อดีตประธานคนแรกของบริษัทสมาร์ทเบรน อายุ 50 ปี เป็นพ่อบุญธรรมผู้รับอุปการะของเหล่านักเรียนโรงเรียนริวเซย์ เพื่อค้นหาตัวราชันย์ออร์เฟน็อค ฮานะกาตะเป็นผู้ดำเนินการสร้างเข็มขัดไดรเวอร์ของสมาร์ทเบรน หลังจากที่รู้ถึงแผนการร้ายของคณะผู้บริหาร เขาได้แอบขโมยเข็มขัด 3 เส้นนั้นออกมาจากสมาร์ทเบรน พร้อมกับส่งให้เด็ก ๆ ที่เขาเคยรับเลี้ยง เพื่อป้องกันไม่ให้สมาร์ทเบรน นำชุดเกราะมาสค์ไรเดอร์ไปใช้ทำลายมนุษยชาติ ในหมู่เด็ก ๆ ที่เขาเคยดูแล มีเพียง 4 คนเท่านั้นที่รอดชีวิต เด็ก 4 คนที่ว่านั้นคือ มาริ คุซากะ รินะ และ มิฮาระ ส่วนเด็ก ๆ ที่เหลือนั้น เสียชีวิตจากการถูกออร์เฟน็อคจากสมาร์ทเบรนล่าสังหาร และเสียชีวิตจากการใช้ไคสะเกียร์ ต่อมาฮานะกาตะได้ไปชักชวน คิบะ ยูจิ ให้มาเป็นประธานสมาร์ทเบรนคนใหม่แทนที่ มุราคามิ เคียวจิ เพราะเชื่อว่าคิบะจะสามารถชักนำให้มนุษย์และออร์เฟน็อคอยู่ร่วมกันได้ ตามที่ตัวเขาคาดหวังไว้แต่แรก ทว่าคุซากะกลับคัดค้านในความคิดของผู้เป็นพ่อ ต่อมาฮานางาตะเสียชีวิต เพราะยีนออร์เฟน็อคในตัวของเขาเริ่มย้อนกลับมาทำร้ายตนเอง ฮานะกาตะจึงไปพบกับคุซากะ และเตือนไม่ให้คุซากะแปลงร่างเป็น มาสค์ไรเดอร์ ไคสะ อีก เนื่องด้วยไคสะเกียร์ มีผลข้างเคียงทำให้ยีนออร์เฟน็อคเสื่อมสภาพเร็ว หากว่าผู้ใช้ไม่ได้เป็นออร์เฟน็อคที่สมบูรณ์ ก่อนที่ฮานะกาตะจะสิ้นใจ เขานึกเสียใจที่ไม่ได้พบหน้ามาริ และ รินะ ลูกบุญธรรมอีก 2 คนของเขา
โกทออร์เฟน็อค (ゴートオルフェノク)
ร่างแปลงออร์เฟน็อคของฮานะกาตะ มีลักษณะพิเศษของแพะ
สมาร์ทเลดี้ (スマートレディ)
เลขาของประธานบริษัทสมาร์ทเบรน ไม่เปิดเผยชื่อจริง ลักษณะเป็นหญิงสาวในชุดเดรสสั้นสีฟ้า ท่าทางอารมณ์ดี เธอเป็นผู้ที่คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ในบริษัท และจัดการกับคนที่ทรยศต่อสมาร์ทเบรนด้วยเช่นกัน หลังจบการต่อสู้กับราชันย์ออร์เฟน็อค สมาร์ทเลดี้ก็ได้มาดำรงตำแหน่งรองประธานของสมาร์ทเบรนต่อไป

ลัคกี้โคลเวอร์[แก้]

กลุ่มออร์เฟน็อค 4 คน ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการที่ มุราคามิ เคียวจิ ตั้งขึ้นมาเพื่อกำจัดผู้ที่ต่อต้านสมาร์ทเบรนโดยเฉพาะ สมาชิกทั้ง 4 ที่ถูกคัดเลือกมา ล้วนแล้วแต่เป็นออร์เฟน็อคที่ทรงพลัง
เจย์ (ジェイ)
ชายผิวดำที่เงียบขรึม ไม่พูดไม่จา มักไปไหนมาไหนกับสุนัขตัวโปรดของเขา
คร็อกโคไดล์ออร์เฟน็อค (クロコダイルオルフェノク)
ร่างแปลงออร์เฟน็อคของเจย์ มีลักษณะพิเศษของจระเข้
ทาคุมะ อิสึโร่ (琢磨 逸郎)
ชายสวมแว่นท่าทางภูมิฐาน มักเล่นงานศัตรูโดยใช้สมองมากกว่ากำลัง แต่ความจริงแล้วเขาเป็นคนขี้ขลาด
เซนทิพีดออร์เฟน็อค (センチピードオルフェノク)
ร่างแปลงออร์เฟน็อคของทาคุมะ มีลักษณะพิเศษของตะขาบ
คาเงยามะ ซาเอโกะ (影山 冴子)
หญิงสาวเจ้าของบาร์ที่มุราคามิชอบไปบ่อย ๆ เป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย แต่ก็ภักดีต่อสมาร์ทเบรน
ล็อบสเตอร์ออร์เฟน็อค (ロブスターオルフェノク)
ร่างแปลงออร์เฟน็อคของซาเอโกะ มีลักษณะพิเศษของกุ้งมังกร
คิตาซากิ (北崎)
เด็กหนุ่มอารมณ์ดี ลักษณะยิ้มแย้ม แต่ภายในจิตใจอำมหิตและเลือดเย็น เป็นผู้ใช้เดลต้าเกียร์ ที่สามารถดึงศักยภาพของเดลต้าออกมาใช้ได้สูงที่สุด โดยถึงขนาดที่ว่า สามารถเอาชนะ ไฟซ์ และ ไคสะ ที่โจมตีพร้อมกันได้ด้วยตัวคนเดียว
ดราก้อนออร์เฟน็อค (ドラゴンオルフェノク)
ร่างแปลงออร์เฟน็อคของคิตาซากิ มีลักษณะพิเศษของมังกร มีร่างต่อสู้ทั้งหมด 2 แบบ คือ ร่างหุ้มเกราะ ที่แข็งแกร่ง และ ร่างปลดเกราะ ที่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงได้
ซาวาดะ อากิ (澤田 亜希)
หนึ่งในนักเรียนโรงเรียนริวเซย์ เพื่อนร่วมชั้นของพวกมาริและคุซากะ หลังแยกจากเพื่อน ๆ เขาก็หายตัวไป และปรากฎตัวอีกครั้ง ในฐานะออร์เฟน็อคในสังกัดสมาร์ทเบรน
สไปเดอร์ออร์เฟน็อค (スパイダーオルフェノク)
ร่างแปลงออร์เฟน็อคของซาวาดะ มีลักษณะพิเศษของแมงมุม

ผู้เกี่ยวข้องกับโรงเรียนริวเซย์[แก้]

มาสึดะ (増田)
ทาคามิยะ โคตะ (高宮 航太)
นิชิดะ คิโยทากะ (西田 清高)
อินุไค โชจิ (犬飼 彰司)
ชินโด ทาคาฮิสะ (神道 貴久)
คามิโจ ฮารุโกะ (上条 晴子)
โทคุโมโตะ เคียวสุเกะ (徳本 恭輔)
อาราอิ เค็น (新井 賢)
คาวาจิ ยูกิ (河内 勇樹)
อิโต อาซามิ (伊藤 麻美)
โอตะ ชินโกะ (太田 信吾)
อาโอนุมะ (青沼)
สลอธออร์เฟน็อค (スロースオルフェノク)
คิโนชิตะ (木下)

ตัวละครอื่นๆ[แก้]

โซเอโนะ โซจิ (添野 錠二)
ซาวามุระ (沢村)
โมริชิตะ จิเอะ (森下 千恵)
โมริชิตะ โยชิมาสะ (森下 義正)
อาร์มาดิลโล่ออร์เฟน็อค (アルマジロオルフェノク)
โอซาดะ มิจิโกะ (長田 道子)
สึสึคิ เทรุโอะ (鈴木 照夫)
อาร์คออร์เฟน็อกซ์ (アークオルフェノク)
มินามิ มาซาฮิโกะ (南 雅彦)

มาสค์ไรเดอร์[แก้]

ข้อมูลภาพรวม[แก้]

มาสค์ไรเดอร์ที่ปรากฏในเรื่อง เป็นผู้สวมใส่ชุดเกราะไฮ-เทค ที่ถูกสร้างขึ้นและพัฒนาโดย บริษัทสมาร์ทเบรน เดิมทีชุดเกราะเหล่านี้สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้อง ราชันย์ออร์เฟนอค แต่เมื่ออดีตประธานฮานะกาตะขโมยพวกมันออกมา และส่งไปยังเหล่าอดีตนักเรียนโรงเรียนริวเซย์ ชุดเกราะพวกนี้จึงถูกนำมาใช้ต่อกรกับเหล่าออร์เฟน็อคแทน โดยปกติไรเดอร์เกียร์ จะมีลักษณะเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทั่วไป แต่สามารถเปลี่ยนเป็นรูปแบบอาวุธโจมตี เมื่อผู้ใช้ทำการติดตั้ง มิชชั่นเมมโมรี่ เข้าไปที่อุปกรณ์

มาสค์ไรเดอร์ไฟซ์[แก้]

ชุดเกราะมาสค์ไรเดอร์ชุดที่ 2 ที่สมาร์ทเบรนสร้างขึ้น ใช้งานได้เฉพาะผู้ที่เป็นออร์เฟน็อคนั้น ไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรงหากมนุษย์นำมาใช้ เพียงแต่ระบบแปลงร่างจะแจ้งเตือนว่า Error และจะไม่สามารถแปลงร่างได้
ไฟซ์เกียร์
SB-555B ไฟซ์ไดรเวอร์ (SB-555B ファイズドライバー)
เข็มขัดแปลงร่างของไฟซ์ สำหรับใช้งานร่วมกับไฟซ์โฟน ผู้ที่สวมใส่และใช้งานมันได้จะต้องเป็นออร์เฟนอคเท่านั้น หากผู้สวมใส่เป็นมนุษย์ เข็มขัดจะส่งสัญญาณเตือนว่า "ERROR" ก่อนที่มันจะดีดตัวผู้สวมออกมาโดยอัตโนมัติ
SB-555P ไฟซ์โฟน (SB-555P ファイズフォン)
อุปกรณ์แปลงร่างรูปทรงโทรศัพท์มือถือ แบบฝาพับ ในการแปลงร่างจะต้องกดรหัส 555 และกด Enter ไฟซ์โฟนจะแจ้งเตือน STANDING BY พร้อมกับติดตั้งในไฟซ์ไดรเวอร์ และมีเสียงประกาศ COMPLETED นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนเป็นรูปแบบปืนพกที่เรียกว่า โฟนบลาสเตอร์ ได้เช่นกัน
โฟนบลาสเตอร์ (フォンブラスター)
ไฟซ์โฟนในรูปแบบปืนพก เปลี่ยนโหมดโดยดันส่วนหน้าจอไปด้านซ้าย สามารถปรับรูปแบบการยิงเป็น ซิงเกิ้ลโหมด ด้วยการกด รหัส 103 หรือกดรหัส 106 เพื่อใช้ เบิร์สโหมด สำหรับยิงต่อเนื่องได้ หากกระสุนหมดผู้ใช้จะต้องกด 279 เพื่อชาร์จกระสุนใหม่
SB-555L ไฟซ์พอยเตอร์ (SB-555L ファイズポインター)
อุปกรณ์ของไฟซ์ในรูปแบบไฟฉาย เลเซอร์พอยน์เตอร์ สามารถใช้ได้ทั้ง 2 รูปแบบ คือ ติดตั้งกับไฟซ์โฟนเพื่อใช้เป็นตัวนำวิถี หรือ ติดตั้งเข้าที่สนับขาเพื่อใช้ท่าไม้ตาย คริมสันแสมช
SB-555C ไฟซ์ซ็อต (SB-555C ファイズショット)
อาวุธประจำตัวของไฟซ์ในรูปแบบกล้องดิจิตอล เมื่อติดตั้งมิชชั่นเมมโมรี่เข้ากับไฟซ์ซ็อต กล้องจะกลายเป็นสนับมือ ที่สามารถปล่อยคลื่นอัดกระแทกรุนแรงออกมาได้ มีอานุภาพสามารถทำลายกำแพงหนา 1 เมตรได้
SP-555H ไฟซ์เอดจ์ (SB-555H ファイズエッジ)
อาวุธดาบของไฟซ์ ปกติจะอยู่ในสภาพแฮนด์มอเตอร์ไซค์ด้านซ้ายของออโต้วาจิน เมื่อติดตั้งมิชชั่นเมมโมรี่เข้าที่ด้าม ใบดาบจะปรากฎออกมา และจะเปล่งแสงเมื่อใช้ท่าไม้ตาย สปาร์เคิลคัต
SB-555A ไฟซ์ซาวน์เดอร์ (SB-555A ファイズサウンダー)
อาวุธคลื่นเสียงของไฟซ์ แปรสภาพมาจากวิทยุสเตอริโอพกพา เมื่อติดตั้งมิชชั่นเมมโมรี่ จะสามารถยิงคลื่นเสียงออกมาโจมตีได้ ไม่ปรากฎการใช้งานในเรื่อง
ท่าไม้ตาย
ในการใช้ท่าไม้ตาย ไฟซ์จะทำการติดตั้งมิชชั่นเมมโมรี่เข้ากับอุปกรณ์ และกดปุ่ม ENTER ที่ไฟซ์โฟนเพื่อทำการ EXCEED CHARGE พลังงานโฟตอนจะถูกส่งไปยังอาวุธชิ้นนั้น ๆ เพื่อเพิ่มอานุภาพการโจมตีให้รุนแรงขึ้น
คริมสันสแมช (クリムゾンスマッシュ)
ท่าไรเดอร์คิกของไฟซ์ เมื่อพลังงานโฟตอนถูกส่งมายังไฟซ์พอยน์เตอร์ ไฟซ์จะกระโดดขึ้นไปในอากาศ ลำแสงจาก ไฟซ์พอย์นเตอร์ จะถูกยิงออกไปล็อกเป้าศัตรู ก่อนที่ไฟซ์จะพุ่งตัวด้วยลูกถีบทะลุร่างของศัตรูไปในพริบตา หลังใช้ท่านี้ จะปรากฎภาพเป็นสัญลักษณ์ของไฟซ์
แกรนอิมแพ็คต์ (グランインパクト)
ท่าไรเดอร์พันช์ของไฟซ์ ใช้ไฟซ์ช็อตในการโจมตี พลังงานโฟตอนทั้งหมดจะมารวมกันที่ไฟซ์ช็อต ก่อนจะชกไปยังเป้าหมาย แรงอัดกระแทกมหาศาลจะถูกรวมไว้เป็นจุดเดียว แล้วส่งไปยังร่างของศัตรูทันที
สปาร์เคิลคัต (スパークルカット)
ท่าไม้ตายจากไฟซ์เอดจ์ ขณะที่ใช้ ใบดาบของไฟซ์เอดจ์จะถูกฉาบด้วยพลังงานโฟตอน จนเปล่งแสงเป็นสีแดง ไฟซ์จะฟันคลื่นพลังงานใส่ศัตรูเพื่อหยุดการเคลื่อนไหว แล้วพุ่งไปฟาดฟันร่างของศัตรูจนแหลกเป็นผุยผง

แอ็กเซลฟอร์ม[แก้]

ร่างต่อสู้ลำดับที่ 2 ของไฟซ์ เน้นใช้ความเร็วสูงในการโจมตี หลังเปิดการใช้งาน ไฟซ์แอ็กเซล แล้ว เกราะส่วนอกจะสไลด์เปิดออก เพื่อระบายความร้อน โฟตอนบลัดจะเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเงิน ตาหน้ากากจะเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีแดง ด้วยร่างนี้ ไฟซ์จะสามารถเคลื่อนไหวด้วยความเร็วเหนือเสียงได้เป็นเวลา 10 วินาที
ไฟซ์เกียร์
SB-555W ไฟซ์แอ็กเซล (SB-555W ファイズアクセル)
อุปกรณ์ในรูปแบบนาฬิกาข้อมือ ซึ่งไคสะเป็นผู้ส่งให้ เป็นกุญแจในการเปลี่ยนร่างไฟซ์เป็น แอ็คเซลฟอร์ม ขั้นตอนในการใช้งานแอ็คเซลฟอร์ม คือ ผู้ใช้ต้องถอดมิชชั่นเมมโมรี่ของไฟซ์ ที่อยู่กับไฟซ์โฟน แล้วนำไปใส่กับอุปกรณ์อื่นๆ ของไฟซ์ เช่น ไฟซ์ซ๊อต, ไฟซ์พอยท์เตอร์ และ ไฟซ์เอดจ์ ก่อนจะนำมิชชั่นเมมโมรี่ของไฟซ์แอ็คเซลมาติดตั้งกับไฟซ์โฟน กระทั่งไดรเวอร์ประกาศว่า COMPLETED ชุดเกราะไฟซ์จะเข้าสู่แอ็คเซลฟอร์มทันที ข้อจำกัดในการใช้คือ แอ็คเซลฟอร์มจะมีเวลาในการใช้งานเพียง 10 วินาที สามารถทำความเร็วในการวิ่งได้ สูงถึง 100 เมตร/0.0053 วินาที หลังจากหมดเวลาการใช้งานแล้ว ไฟซ์แอ็กเซลวอทช์จะประกาศว่า TIME OUT , DEFORMATION. ก่อนชุดเกราะจะกลับสู่สภาพเดิม

บลาสเตอร์ฟอร์ม[แก้]

ร่างแปลงขั้นสุดยอดของไฟซ์ มีชุดเกราะสีแดง สลับเงิน และมีลวดลายสีดำ แบ๊คแพ็คด้านหลังสามารถกางออกเป็นปืนได้ และยังสามารถใช้เป็นเจ็ทแพ็คสำหรับบินได้ด้วยเช่นกัน
ไฟซ์เกียร์
SB-555T ไฟซ์บลาสเตอร์ (SB-555T ファイズブラスター)
สุดยอดอาวุธของบริษัทสมาร์ทเบรน ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อไฟซ์โดยเฉพาะ เมื่อนำไฟซ์โฟนมาติดตั้งกับ ไฟซ์บลาสเตอร์ และใส่รหัส 555 พร้อมกด Enter ไฟซ์บลาสเตอร์จะประกาศว่า STANDING BY หลังจากติดตั้งไฟซ์โฟนและมีเสียงประกาศ AWAKENING ข้อมูลจะถูกส่งไปยังดาวเทียม และยิงสัญญาณกลับมายังชุดเกราะ ไฟซ์จะเปลี่ยนเข้าสู่ร่างบลาสเตอร์ฟอร์มทันที พลังและความสามารถของไฟซ์จะพุ่งขึ้นถึงขีดสุด
ไฟซ์บลาสเตอร์สามารถปรับเปลี่ยนได้ 2 รูปแบบ คือ บลาสเตอร์โหมด หรือรูปแบบปืนไรเฟิล และ เบลดโหมด หรือรูปแบบดาบ

ผู้แปลงร่างไฟซ์[แก้]

ส่วนใหญ่ผู้ใช้ไฟซ์ จะเป็นออร์เฟน็อค หรือมนุษย์ผู้ที่มีเซลล์ของออร์เฟน็อคเท่านั้น ที่สามารถใช้งานได้ แต่เมื่อมนุษย์ใช้งานไฟซ์ไดรเวอร์ จะไม่เกิดผลข้างเคียงร้ายแรง เพียงแต่ระบบแปลงร่างจะแจ้งเตือนว่า ERROR และไม่สามารถแปลงร่างได้

อินุอิ ทาคุมิ (乾 巧) / วูลฟ์ออร์เฟน็อค (ウルフオルフェノク)
ผู้ใช้หลักของไฟซ์ โดย ทาคุมิ คือผู้ที่สามารถดึงศักยภาพของไฟซ์ ออกมาใช้ได้มากที่สุด แม้ว่าฝีมือการต่อสู้ของเขาจะไม่ได้เยี่ยมยุทธ์เท่าคู่ต่อสู้บางคนที่พบเจอ แต่ไหวพริบและการพลิกแพลง ก็ช่วยให้ทาคุมิเอาชนะการต่อสู้มาได้หลายต่อหลายครั้ง
อาคาอิ (赤井) / แค็คตัสออร์เฟน็อค (カクタスオルフェノク)
ใช้ในตอนที่ 4
ไคโด นาโอยะ (海堂 直也) / สเนคออร์เฟน็อค (スネークオルフェノク)
ใช้ในตอนที่ 9 และ 10
ทาคุมะ อิสึโร่ (琢磨 逸郎) / เซนทิพีดออร์เฟน็อค (センチピードオルフェノク)
ใช้ในตอนที่ 21, 24 และ 25
คุซากะ มาซาโตะ (草加 雅人)
ใช้ในตอนที่ 30 มีจุดประสงค์คือป้ายความผิดให้ทาคุมิ ทำให้คนอื่น ๆ เข้าใจผิดและเสียความเชื่อถือ
คิบะ ยูจิ (木場 勇治) / ฮอร์สออร์เฟน็อค (ホースオルフェノク)
ใช้ในตอนที่ 36 - 39

ออโต้วาจิน[แก้]

SB-555V ออโต้วาจิน (オートバジン)
มอเตอร์ไซค์ประจำตัวของไฟซ์ ซึ่งตอนแรกมาริเป็นผู้ใช้ แต่ภายหลังจากที่มาริเลือกให้ทาคุมิเป็นไฟซ์ เธอก็ยกมันให้ทาคุมินำไปใช้ด้วย ความสามารถพิเศษของออโต้วาจินคือ สามารถแปลงสภาพเป็น แบทเทิลโหมด ได้เมื่อระบบสมองกลรับรู้ว่าไฟซ์ตกอยู่ในอันตราย หลังแปลงเป็น แบทเทิลโหมด ออโต้วาจินจะมีอาวุธหลักคือ ปืนกล และจรวดมิซไซล์ขนาดเล็ก สมองกลของออโต้วาจินสามารถรับรู้ถึงจิตใจของผู้ใช้ไฟซ์ได้ หากมันสัมผัสได้ว่าผู้ใช้มีจิตใจชั่วร้าย ออโต้วาจินจะสามารถยกเลิกการแปลงร่างของไฟซ์ได้ทุกเมื่อ

มาสค์ไรเดอร์ไคสะ[แก้]

ชุดเกราะชุดที่ 3 ที่สร้างโดยสมาร์ทเบรน มีพลังต่อสู้สูงกว่าไฟซ์ แต่ความเร็วการเคลื่อนไหวจะด้อยกว่าไฟซ์ และ เดลต้า ซึ่งจะชดเชยด้วยอาวุธที่มีอานุภาพสูง และมีความหลากหลายกว่า ผู้ใช้จะต้องเป็นออร์เฟน็อคเท่านั้น แต่ถ้าหากผู้ใช้เป็นมนุษย์ ก็จะใช้งานได้เช่นกัน ทว่าหลังคืนร่าง ผู้ใช้จะเสียชีวิตและสลายเป็นทรายไปทันที ผู้ที่ใช้ชุดไคสะได้มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือ คุซากะ มาซาโตะ เนื่องจากเขาได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ออร์เฟน็อค ในช่วงแรกจึงสามารถแปลงร่างได้อย่างไม่มีปัญหา

ไคสะเกียร์
SB-913B ไคสะไดรเวอร์ (SB-913B カイザドライバー)
เข็มขัดการแปลงร่างของไคสะ ใช้ร่วมกับ ไคสะโฟน ซึ่งเป็นขุมพลังของไคสะ ผู้ใช้ต้องเป็นออร์เฟนอคอย่างสมบูรณ์เท่านั้น หากผู้ใช้เป็นมนุษย์ หลังคืนร่างจะเสียชีวิตและสลายเป็นเถ้าถ่านไปในที่สุด เนื่องด้วยคุซากะได้รับการปลูกถ่ายยีนออร์เฟน็อคที่สมบูรณ์แบบ ในช่วงแรกเขาจึงแปลงร่างได้โดยไม่มีปัญหา ทว่าในช่วงท้ายเรื่อง เซลล์ออร์เฟน็อคในตัวคุซากะ เกิดการเสื่อมสภาพ เป็นผลมาจากการใช้ไคสะเกียร์บ่อยครั้งเกินไป
SB-913P ไคสะโฟน (SB-913B カイザドライバー)
อุปกรณ์แปลงร่างในรูปแบบโทรศัพท์มือถือ แบบสไลด์หมุน ในการแปลงร่างนั้นจะต้องกด 913 Enter และติดตั้งกับไดรเวอร์ จึงจะสามารถแปลงร่างเป็นไดสะได้ และเช่นเดียวกับไฟซ์โฟน ไคสะโฟนสามารถเปลี่ยนโหมดเป็นปืนพก โฟนบลาสเตอร์ ซึ่งใช้ยิงคู่กับเบลย์กันได้ด้วย
SB-913C ไคสะซ็อต (SB-913C カイザショット)
อุปกรณ์ในรูปแบบกล้องดิจิตอล ลักษณะโดยรวมคล้ายคลึงกับ ไฟซ์ช็อต แตกต่างเพียงสีที่เข้มกว่า
SB-913X เบลย์กัน (SB-913X カイザブレイガン)
อาวุธประจำตัวของไคสะ สามารถใช้ได้ทั้งรูปแบบปืน และ ดาบ เป็นอาวุธชนิดเดียวที่ไม่ได้มีรูปลักษณ์เป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อติดตั้งมิชชั่นเมมโมรี่เข้ากับเบลย์กัน ใบดาบสีเหลืองจะปรากฎออกมา สามารถใช้ท่าไม้ตาย ไคสะแสลช ได้
SB-913B ไคสะพอยท์เตอร์ (SB-913B カイザポインター)
อุปกรณ์ของไคสะซึ่งมีรูปแบบกล้องส่องทางไกล ใช้โดยติดตั้ง มิชชั่นเมมโมรี่ และประกอบเข้ากับสนับขา ไคสะจะสามารถใช้ท่าไม้ตาย โกลด์แสมช ได้

ผู้แปลงร่างไคสะ[แก้]

ผู้ที่ใช้ไคสะเกียร์ต้องเป็นออร์เฟน็อค หรือมนุษย์ที่ได้รับเซลล์ออร์เฟน็อคเท่านั้น หากผู้ใช้เป็นมนุษย์ธรรมดาก็จะสามารถใช้งานได้เช่นกัน ทว่าหลังคืนร่าง ผู้ใช้จะเสียชีวิตและสลายเป็นทรายไปทันที ทำให้เหล่าอดีตนักเรียนโรงเรียนริวเซย์ เรียกเข็มขัดเส้นนี้ว่าเป็น เข็มขัดต้องสาป (呪われたベルト)

คุซากะ มาซาโตะ (草加 雅人)
ใช้ในตอนที่ 13 - 48 เป็นผู้ใช้ที่สามารถดึงศักยภาพของไคสะ ออกมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากได้รับการปลูกถ่ายยีนออร์เฟน็อคที่สมบูรณ์แบบ จนกระทั่งในช่วงท้ายเรื่อง เซลล์ออร์เฟน็อคในตัวคุซากะเกิดการเสื่อมสภาพ ฮานะกาตะจึงห้ามไม่ให้เขาแปลงร่างเป็นไคสะอีก แต่ก็ไร้ผล
ทาคามิยะ โคตะ (高宮 航太)
ใช้ในตอนที่ 10 และ 12
นิชิดะ คิโยทากะ (西田 清高)
ใช้ในตอนที่ 11 และ 12
ชินโด ทาคาฮิสะ (神道 貴久)
ใช้ในตอนที่ 12
คาเงยามะ ซาเอโกะ (影山 冴子) / ล็อบสเตอร์ออร์เฟน็อค (ロブスターオルフェノク)
ใช้ในตอนที่ 24 และ 25
คิบะ ยูจิ (木場 勇治) / ฮอร์สออร์เฟน็อค (ホースオルフェノク)
ใช้ในตอนที่ 48 - 50
คิคุจิ เคทาโร่ (菊池 啓太郎)
ใช้ในภาพยนตร์ เดอะมูฟวี่ พาราไดซ์ลอสต์ และเป็นมนุษย์คนเดียวที่รอดตายจากการแปลงร่างเป็นไคสะ

ไซด์บาชเชอร์[แก้]

SB-913V ไซด์บาชเชอร์ (サイドバッシャー)
มอเตอร์ไซค์ประจำตัวของไคสะ เป็นรถมอเตอร์ไซค์ประเภท ไซด์คาร์ สามารถแปลงสภาพเป็น แบทเทิลโหมด ได้เช่นกัน แต่จะระบบของรถไม่ได้เป็น AI อัตโนมัติแบบ ออโต้วาจิน จึงจำเป็นต้องมีไคสะเป็นผู้ขับ เน้นการโจมตีด้วยอาวุธหนัก เช่น จรวดมิซไซล์ และปืนใหญ่

มาสค์ไรเดอร์เดลต้า[แก้]

ชุดเกราะมาสค์ไรเดอร์ชุดแรกที่สมาร์ทเบรนสร้างขึ้น เพื่อสร้างต่อยอดให้เป็นสุดยอดทหารองค์รักษ์ ซึ่งระบบแปลงร่างของเดลต้า สามารถรองรับได้ทั้งออร์เฟน็อคและมนุษย์ รหัสคือ 333 ด้วยความที่เป็นชุดเกราะรุ่นแรก เดลต้าจึงมีฟังก์ชันการใช้งานและอาวุธที่น้อยกว่า ไฟซ์ และ ไคสะ แต่กลับมีพลังและความเร็วเหนือกว่าทั้ง 2 ชุดดังกล่าว ผลข้างเคียงของเดลต้าเกียร์คือ ผู้ใช้จะถูกปลุกสัญชาตญาณดิบ และมีพลังกายมากกว่ามนุษย์ปกติ ทำให้ผู้ใช้บางรายเกิดอาการคลุ้มคลั่ง แม้จะยกเลิกการแปลงร่างแล้วก็ตาม

เดลต้าเกียร์
SB-333B เดลต้าไดรเวอร์ (SB-333B デルタドライバー)
เข็มขัดแปลงร่างของเดลต้า ลักษณะแตกต่างจากไดรเวอร์ของไฟซ์ และ ไคสะ ที่จุดรวมพลังงานอยู่บริเวณหัวเข็มขัด แต่เดลต้ามีจุดศูนย์รวมพลังงานเชื่อมต่อจาก เดลต้ามูฟเวอร์ ที่ข้างเอว ส่วนมิชชั่นเมมโมรี่ยังคงอยู่บริเวณหัวเข็มขัด
SB-333P เดลต้าโฟน (SB-333P デルタフォン)
อุปกรณ์แปลงร่างของเดลต้า มีลักษณะเป็นวิทยุสื่อสาร ซึ่งการใช้งานจะต่างจากมาสค์ไรเดอร์คนอื่น ระบบของเดลต้าจะสั่งการด้วยคำสั่งเสียง ผู้ใช้จะต้องกดที่ไกของอุปกรณ์ จากนั้นจึงพูดรหัสคำสั่งเสียงผ่านไมโครโฟน เช่นการพูดรหัสคำว่า "แปลงร่าง(Henshin)" เพื่อเริ่มการแปลงร่าง ไดรเวอร์จะประกาศว่า STANDING BY หลังเสร็จสิ้นคำสั่งเสียง ผู้ใช้จะต้องประกอบเดลต้าโฟน เข้าที่เดลต้ามูฟเวอร์ที่เอวด้านขวา จนมีเสียงประกาศว่า COMPLETE เป็นการเริ่มระบบแปลงร่าง
SB-333V เดลต้ามูฟเวอร์ (SB-333DV デルタムーバー)
อุปกรณ์ในรูปแบบกล้องวิดีโอขนาดเล็ก สามารถเชื่อมต่อกับเดลต้าโฟน แปลงสภาพเป็นปืนพกได้ โดยติดตั้งเข้ากับเดลต้าโฟน เมื่อป้อนคำสั่งเสียง "FIRE" จะเข้าสู่ เบิร์สโหมด รูปแบบยิงต่อเนื่อง หากติดตั้งมิชชั่นเมมโมรี่เข้าไป จะเปลี่ยนสภาพเป็น พอยน์เตอร์โหมด
ท่าไม้ตาย
ลูซิเฟอร์แฮมเมอร์ (ルシファーズハンマー)
ท่าไม้ตายหลักของเดลต้า ผู้ใช้จะต้องนำมิชชั่นเมมโมรี่มาติดตั้งกับ เดลต้ามูฟเวอร์ เพื่อให้เปลี่ยนเป็น พอยน์เตอร์โหมด พร้อมป้อนรหัสเสียง "CHECK" เมื่อระบบแจ้งเตือนว่า "EXCEED CHARGE" ไดรเวอร์จะทำการชาร์จพลังงานโฟตอน แล้วยิงใส่ศัตรูเพื่อตรึงไว้กับที่ ก่อนจะใช้ท่าลูกถีบในการโจมตี

ผู้แปลงร่างเดลต้า[แก้]

สำหรับผู้ใช้งานเดลต้านั้น มีทั้งมนุษย์และออร์เฟน็อค นอกจากนี้ระบบของเดลต้ายังส่งผลข้างเคียงต่อมนุษย์ที่แปลงร่างด้วย ผู้ใช้จะยังคงมีพลังงานหลงเหลือในร่างกาย แม้ว่าจะยกเลิกการแปลงร่างไปแล้วก็ตาม โดยอาการนี้เกิดจากผู้ใช้ที่ได้รับเซลล์ที่มีชื่อว่า เดมอนส์ สเตรท ซึ่งจะทำให้บุคคลนั้นมีพลังความสามารถพิเศษ เช่น สามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าจากร่างกายได้ แต่ทว่าผลร้ายที่ตามมาคือ ผู้ใช้จะปลุกกระตุ้นสัญชาตญาณดิบ ทำให้กลายเป็นคนก้าวร้าวและดุร้ายมากขึ้น เว้นแต่ผู้ใช้คนนั้นจะมีร่างกายที่เข้ากันได้กับเดลต้าเกียร์ จะไม่พบอาการผิดปกติ ส่วนใหญ่ผู้ใช้เดลต้าเกียร์จะเป็นคนในโรงเรียนริวเซย์เป็นหลัก แต่ผู้ที่ใช้เดลต้าเกียร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดคือ คิตาซากิ

มิฮาระ ชูจิ (三原 修二)
ใช้ในตอนที่ 34 - 50
คิมุระ ซายะ (木村 沙耶)
ใช้ในตอนที่ 26 - 28
โทคุโมโตะ เคียวสุเกะ (徳本 恭輔)
หนึ่งในผู้ใช้เดลต้าเกียร์
อาราอิ เค็น (新井 賢)
หนึ่งในผู้ใช้เดลต้าเกียร์
คาวาจิ ยูกิ (河内 勇樹)
หนึ่งในผู้ใช้เดลต้าเกียร์
คิตาซากิ (北崎) / ดราก้อนออร์เฟน็อค (ドラゴンオルフェノク)
ใช้ในตอนที่ 28 - 33
คุซากะ มาซาโตะ (草加 雅人)
ใช้ในตอนที่ 33 และ 34
อินุอิ ทาคุมิ (乾 巧) / วูลฟ์ออร์เฟน็อค (ウルフオルフェノク)
ใช้ในตอนที่ 38
อาเบะ รินะ (阿部 里奈)
ใช้ในตอนที่ 39
มุราคามิ เคียวจิ (村上 峡児) / โรสออร์เฟน็อกซ์ (ローズオルフェノク)
ใช้ในตอนที่ 46 และ 47

เจ็ทสไลเกอร์[แก้]

SB-XV0 เจ็ทสไลเกอร์
ยานรบเอนกประสงค์ที่บริษัทสมาร์ทเบรนสร้างขึ้น ผู้ใช้ไรเดอร์เกียร์ทุกคนจะสามารถเรียกใช้ได้ โดยใส่รหัส 3821 เมื่อไดรเวอร์ประกาศว่า JETSLIGER COME CLOSER. เจ็ทสไลเกอร์จะบินมาหาผู้ใช้โดยอัตโนมัติ มีอาวุธหนักติดตั้งทั่วทั้งลำ นอกจากนี้ยังสามารถบังคับให้เคลื่อนที่ไปด้านข้างได้ด้วย

ไรออททรูเปอร์[แก้]

ชุดเกราะรุ่นผลิตจำนวนมากของสมาร์ทเบรน สร้างขึ้นโดยใช้ข้อมูลพื้นฐานจากไฟซ์ เพื่อใช้สำหรับกองกำลังออร์เฟน็อค พลังต่อสู้ของชุดเกราะจะมีไม่สูงนัก ความสามารถทั้งหมดจึงขึ้นอยู่กับออร์เฟน็อคที่เป็นผู้สวมใส่ ปกติจะออกปฏิบัติการเป็นจำนวนมาก

สมาร์ทบัคเคิล (スマートバックル)
เข็มขัดแปลงร่างของไรออททรูเปอร์ ไม่มีระบบมิชชั่นเมมโมรี่เหมือนพวกไฟซ์ การใช้งานมีเพียงแค่โยกส่วนหัวเข็มขัดลง เข็มขัดจะมีเสียงประกาศว่า COMPLETED เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการสวมชุด
SB-RTH แอ็กเซลเลย์กัน (SB-RTHアクセルレイガン)
อาวุธประจำตัวสมาชิกไรออทเทรูเปอร์ ลักษณะเป็นมีด คอมแบทไนฟ์ ที่สามารถแปลงสภาพเป็นปืนสั้นได้ ปกติจะอยู่ในสภาพแฮนด์มอเตอร์ไซค์ของ ไจโรแอทแท็คเกอร์ นอกจากนี้ ยังสามารถพกไว้ที่ซองบริเวณขาซ้ายของไรออททรูเปอร์ได้เช่นกัน
SB-RTV ไจโรแอทแท็คเกอร์ (SB-RTVジャイロアタッカー)
มอเตอร์ไซค์ประจำตัวสมาชิกไรออททรูเปอร์ สร้างโดยใช้ข้อมูลพื้นฐานมาจาก ออโต้วาจิน เพียงแต่ตัดระบบ แบทเทิลโหมด ออกไป ใช้เครื่องยนต์รุ่น Brains Generation Light 320

ออร์เฟน็อค[แก้]

สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่เกิดจากมนุษย์ หรือ สัตว์อื่น ๆ ที่ตายแล้วฟื้นกลับมาโดยธรรมชาติ จะได้รับความสามารถพิเศษมาด้วย ผู้ที่เป็นออร์เฟน็อคจะสามารถเปลี่ยนร่างเป็นสิ่งมีชีวิตร่างสีขาว/เทา ที่มีลักษณะพิเศษของสัตว์ต่าง ๆ บนโลกอยู่ ซึ่งบางรายสามารถใช้พลังของออร์เฟน็อคได้โดยมีสติครบถ้วน แต่ในบางรายก็ไม่สามารถควบคุมสัญชาติญาณดุร้ายได้ พลังงานของออร์เฟน็อคจากได้มาจากการกินหัวใจของสิ่งมีชีวิต หากออร์เฟน็อคถูกสังหาร ศพจะสลายกลายเป็นเถ้าถ่านไป นอกจากนี้ ออร์เฟน็อคบางตนยังสามารถแปลงร่างได้มากกว่า 1 ขั้น โดยกลายสภาพจากลักษณะร่างกายแบบมนุษย์ กลายเป็นร่างกายแบบครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์ หรือเปลี่ยนเป็นร่างเพิ่มพลังก็มีเช่นกัน

การกลายพันธุ์เป็นออร์เฟน็อค สามารถเกิดได้ 2 วิธี คือ ตายแล้วคืนชีพกลับมา หรือที่เรียกว่า วิธีธรรมชาติ อีกหนึ่งทางคือ การรับเชื้อจากออร์เฟน็อคโดยตรง

เพลงประกอบ[แก้]

  • OP - "JustiΦ's" โดย ISSA
  • เพลงประกอบการต่อสู้ - "Dead or alive" โดย ชินอิจิ อิชิฮาระ
  • เพลงประกอบการต่อสู้ 2 - "The people with no name" โดย RIDER CHIPS feat M.c.A.T
  • เพลงประกอบการต่อสู้ 3 - "EGO ~eyes glazing over~" โดย ICHIDAI
  • เพลงจบในตอนสุดท้าย - "JustiΦ's" โดย ISSA
  • เพลงจากภาคหนังโรง - "JustiΦ's -Accel Mix-" โดย ISSA

รายชื่อตอน[แก้]

การออกอากาศ[แก้]

มาสค์ไรเดอร์ไฟซ์ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์เวลา 8:00 น. - 8:30 น. ทางสถานีโทรทัศน์ทีวีอาซาฮิในประเทศญี่ปุ่น ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 2003 จนถึงวันที่ 18 มกราคม ค.ศ. 2004

ในประเทศไทยเคยออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวี เมื่อช่วงปี พ.ศ. 2548 และลิขสิทธิ์ในการผลิตสื่อรูปแบบวีซีดีและดีวีดีเป็นของ บริษัท ดรีม เอกซ์เพรส เดกซ์

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]