เฮดจ์ฮอก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ระวังสับสนกับ เม่น
เฮดจ์ฮอก
Erinaceus europaeus LC0119.jpg
เฮดจ์ฮอกยุโรป (Erinaceus europaeus)
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Mammalia
อันดับ: Erinaceomorpha
วงศ์: Erinaceidae
วงศ์ย่อย: Erinaceinae
G. Fischer, 1814
สกุล

เฮดจ์ฮอก (อังกฤษ: hedgehog) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดเล็กที่อยู่ในวงศ์ย่อย Erinaceinae ในวงศ์ใหญ่ Erinaceidae มีลักษณะทั่วไปคล้ายกับเม่น ซึ่งเป็นสัตว์ในอันดับสัตว์ฟันแทะ (Rodentia) ซึ่งอยู่กันคนละอันดับกัน คือ ด้านหลังของลำตัวปกคลุมไปด้วยขนที่มีลักษณะแข็งคล้ายหนาม ซึ่งไว้สำหรับป้องกันตัว แต่เฮดจ์ฮอกมีขนาดที่เล็กกว่ามาก และมีหนามที่สั้นกว่ามาก โดยขนของเฮดจ์ฮอกมีลักษณะเล็กแข็งคล้ายเสี้ยนหรือหนามมากกว่า มีส่วนใบหน้าคล้ายหนู แต่มีจมูกที่เรียวยาวที่ขมุบขมิบสำหรับดมกลิ่นอยู่ตลอด

ขนของเฮดจ์ฮอกตลอดทั้งตัวมีประมาณ 7,000 เส้น ในเส้นขนมีลักษณะกลวงแต่แข็งแรงด้วยสารประกอบเคราติน จึงมีน้ำหนักเบา[1] และซับซ้อนเพื่อช่วยในการรับแรงกระแทกของสัตว์ใหญ่ที่เข้ามาจู่โจมหรือรับแรงกระแทกหากตัวเฮดจ์ฮอกต้องตกจากที่สูง[2] ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีความเชื่อว่า เฮดจ์ฮอกใช้เส้นขนนี้ในการเขย่าต้นแอปเปิลแล้วใช้ขนเสียบลูกแอปเปิล นำไปกินเป็นอาหารในรัง [1]

เฮดจ์ฮอก นับเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอันดับสัตว์กินแมลง (Insectivora) หรืออันดับเฮดจ์ฮอก (Erinaceomorpha) ซึ่งสัตว์ในอันดับนี้จะหากินตามพื้นดินในเวลากลางคืน และกินแมลงเป็นอาหารหลัก

เฮดจ์ฮอก จัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ถือกำเนิดมาแล้วบนโลกไม่ต่ำกว่า 15 ล้านปี โดยไม่เปลี่ยนแปลงรูปร่าง[1] จัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีความเก่าแก่มากที่สุดจำพวกหนึ่ง [3]

เฮดจ์ฮอก เมื่อพบกับศัตรูจะขดตัวเป็นวงกลม และตั้งขนที่แหลมชูชันขึ้นมา โดยที่ช่วงท้องจะนุ่มไม่มีอะไรป้องกัน เพราะเฮดจ์ฮอกก็จะตกเป็นอาหารของสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่กว่าเสมอ เช่น แบดเจอร์, วีเซล หรือมาร์เท็น เมื่อยามปกติเฮดจ์ฮอกจะลู่ลงแนบกับลำตัว ลูกเฮดจ์ฮอกเมื่อแรกคลอดจะมีหนังหนาหลายชั้นปกคลุมขนแหลม หลังจากไม่กี่ชั่วโมงเมื่อคลอดออกมาขนแหลมชุดแรกจะแทงทะลุออกมา แต่จะเป็นสีขาว หลังจากนั้นไม่นานขนชุดแรกจะร่วง และมีขนชุดใหม่ที่สีเข้มและแข็งกว่างอกขึ้นมาแทน เฮดจ์ฮอกสามารถผลัดขนและงอกขึ้นใหม่ได้หลายครั้งตลอดชีวิต เมื่อเฮดจ์ฮอกพบกับสิ่งที่แปลกประหลาดหรือวัตถุที่มีพิษ เฮดจ์ฮอกจะกัดขนตัวเองและเลียจนกระทั่งมีฟองเต็มปาก และนำเอาฟองน้ำลายนี้ไปปายกับขน พฤติกรรมอันนี้ยังไม่ทราบสาหเตุที่แน่ชัด เชื่อว่าเป็นการกระทำเพื่อปกปิดตัวเอง หรือทำให้สัตว์นักล่าไม่สนใจในตัวเฮดจ์ฮอก หรือแม้กระทั่งเชื่อว่าเป็นไปเพื่อติดต่อสื่อสารกันเองหรือดึงดูดเพศตรงข้าม[1]

พบกระจายพันธุ์ในทวีปยุโรป, แอฟริกา และบางส่วนในเอเชีย แบ่งออกได้เป็น 5 สกุล (ดูในตาราง)[4] 16 ชนิด บางชนิดนิยมเป็นสัตว์เลี้ยง เช่น เฮดจ์ฮอกสี่นิ้ว (Atelerix albiventris) ซึ่งชื่อเรียกติดปากในภาษาไทยจะนิยมเรียกว่า "เม่นแคระ" เนื่องจากมีลักษณะคล้ายกับเม่น ปัจจุบันได้มีการจำแนกสีของเฮดจ์ฮอกที่เพาะเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงได้มากถึง 92 สีด้วยกัน ซึ่งผู้เลี้ยงสามารถให้อาหารแมวกินได้ประจำ และให้แมลงอย่าง หนอนนก เป็นอาหารเสริมบ้าง[2]

ในยุคกลาง เฮดจ์ฮอกเคยถูกเชื่อว่าเป็นตัวการที่ขโมยนมวัวในเวลากลางคืน รัฐสภาอังกฤษในยุคพระนางเจ้าอลิซาเบธ จึงตั้งค่าหัวเฮดจ์ฮอกไว้หัวละ 3 เพนนี และทำให้เฮดจ์ออกถูกฆ่าไปเป็นจำนวนหลายพันด้วย[1] เฮดจ์ฮอกยังถูกอ้างอิงถึงในวัฒนธรรมร่วมสมัยหลายประการ อาทิ เป็นตัวการ์ตูนชื่อ โซนิค เดอะ เฮดจ์ฮอก เป็นต้น[5] [6]

เนื้อหา

การพัฒนาสายพันธุ์มาเป็นสัตว์เลี้ยง[7][แก้]

เม่นแคระสายพันธุ์ white-bellied และ algerian มีปรากฏตัวในสหรัฐอเมริกาครั้งแรกเมื่อปี 1991 โดยนำเข้าจากประเทศไนจีเรียซึ่งมีการพูดว่าเป็นที่นิยมอย่างมากที่นั่น พวกมันได้ถูกนำเข้ามาทางเรือสู่นิวยอร์กเพื่อขายเป็นสัตว์เลี้ยง ต่อมาทางการสหรัฐได้ห้ามนำเข้าเมื่อปี 1994 ซเพราะในขณะนั้ได้เกิดโรคระบาดในประเทศไนจีเนีย ซึ่งในขณะนั้นได้มีการนำเข้ามาแล้วประมาณ 80,000 ตัว

           เม่นแคระสายพันธุ์นี้มีการนำเข้าในหลายๆประเทศรวมทั้งยุโรปได้อย่างไม่มีปัญหา ก่อนจะเป็นที่นิยมอย่างมากในเวลาต่อมา ในช่วงสี่ปีแรกที่นำเข้ามีคนให้ความสนใจในการเลี้ยงดูและการผสมพันธุ์โดยไม่ได้ตาดติดว่ามีการนำเข้ามา 2 สายพันธุ์

        ทั้ง 2 สายพันธุ์ได้ถูกผสมกันเองและผสมข้ามพันธุ์จนกลายเป็นสัตว์เลี้ยงในปัจจุบัน เป็นการยากที่จะบอกว่าทำไมจึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น และเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ซึ่งน่าจะพูดได้ว่าเกิดขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิด(ประมาณว่าตอนแรกๆไม่มีใครรู้ว่ามี 2สายพันธุ์) แต่เป็นไปได้ว่าสายพันธุ์แท้น่าจะยังมีอยู่ใน UK แต่ยังมีความจริงอีกข้อหนึ่งคือ ผู้เก็บรักษาพันธุ์ดั้งเดิมในอังกฤษก็นำเข้าเม่นจากสหรัฐอย่างน้อยหนึ่งครั้งเหมือนกัน ซึ่งทำให้เกรงว่าผู้เก็บรักษาพันธุ์จดจำลักษณะของทั้ง 2 สายพันธุ์จากเม่นของพวกเขาเองซึ่งอาจเป็นพันธุ์ผสมมาตั้งแต่แรก

        African pygmy hedgehogs ในปัจจุบันเกิดจากการผสมกันของทั้ง 2 สายพันธุ์เป็นเวลานานหลายปีจนเกิดเป็นสายพันธุ์ท้องถิ่นชนิดใหม่ที่เลี้ยงกันเม่นแคระพวกนี้ไม่ได้มีขนาดเล็กจนเรียกได้ว่าเป็นแคระอย่างแท้จริง แต่คาดว่าเกิดจากการที่มันมีขนาดเล็กกว่าเม่นของยุโรปและสายพันธุ์อื่นๆ เม่นแคระพวกนี้โดยปกติมีขนาดยางประมาณ 5-8 นิ้วหรือขนาดพอๆกับหนูตะเภาท้องถิ่น โดยเม่นเลี้ยงในปัจจุบันมีความแตกต่างกันไปทั้งขนาด สี และน้ำหนัก ลักษณะเหล่านี้ปรากฏให้เห็นได้จากสายพันธุกรรมโดยที่ความแตกต่างอย่างชัดเจนเกิดขึ้นจากการผสมช้ามพันธุ์นั่นเอง ในขณะที่สัตว์เลี้ยงอื่นๆมีคนทำการผสมและพัฒนาลักษณะที่เห็นได้กัน แต่เม่นแคระกลับมีสีที่แน่นอนสำหรับเป็นตัวอย่างน้อย การผสมพันธุ์เม่นแคระจึงเป็นเพียงงานอดิเรกคล้ายกับการผสมพันธุ์สัตว์อื่นเพื่อให้เป็นสัตว์เลี้ยงขาย

วิธีการ ดูแลเม่นแคระ[8][แก้]

ตรวจสอบว่าในบริเวณที่คุณอาศัยอยู่นั้น สามารถเลี้ยงดูเม่นแคระได้อย่างถูกกฎหมาย[แก้]

ถือกันว่าเม่นแคระเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ (an exotic pet) ซึ่งการที่จะเลี้ยงสักตัวหนึ่งอาจขึ้นอยู่กับกฎหมายในรัฐหรือประเทศของคุณ ในบางแห่งนั้น การเลี้ยงเม่นแคระอาจผิดกฎหมาย ในบางแห่งคุณอาจต้องขออนุญาตเป็นพิเศษ จงตรวจสอบกฎข้อบังคับของเขต จังหวัด และรัฐเพื่อเรียนรู้กฎหมายหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการครอบครองสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษในแถวบ้านของคุณให้มากขึ้น

หากคุณต้องการความช่วยเหลือในการค้นหากฎข้อบังคับพิเศษในรัฐที่คุณอยู่ หรือคุณจำเป็นต้องหาบ้านที่ปลอดภัยให้กับเม่นแคระซึ่งกฎหมายไม่อนุญาตให้คุณเลี้ยง ให้ติดต่อกับองค์กรสิทธิสัตว์ หรือองค์กรเฉพาะสำหรับเม่นแคระ

เลือกชื้อเม่นแคระของคุณจากผู้เพาะพันธุ์ผู้มีใบอนุญาต[แก้]

เม่นแคระซึ่งซื้อจากผู้เพาะพันธุ์ที่มีความรับผิดชอบน่าจะรู้จักการผูกสัมพันธ์ได้ดีกว่า และเป็นเพราะผู้เพาะพันธุ์คุ้นเคยกับพ่อแม่ของมัน จึงมีโอกาสดีกว่าที่คุณจะได้สัตว์เลี้ยงซึ่งมีสุขภาพดีกว่า นั่นหมายความว่า มีความสำคัญที่จะหาผู้เพาะพันธุ์ "ที่ดี" หากไม่ทำเช่นนั้น คุณอาจจบลงด้วยเม่นแคระที่ชอบอารมณ์เสียหรือป่วยจงดูให้แน่ใจว่าผู้เพาะพันธุ์มีเม่นแคระในสต็อกซึ่งมีคุณภาพ มีประวัติที่มาและแหล่งสายพันธุ์ ซึ่งไม่ได้เป็นโรควับเบิล (WHS) อันเกิดจากยีนด้อย (เลือดชิด) หรือมีโรคมะเร็งในสายเลือดจงตรวจดูว่าผู้เพาะพันธุ์มีใบอนุญาตจาก USDA หากเป็นในสหรัฐฯ กำหนดให้ผู้เพาะพันธุ์เม่นแคระต้องมีใบอนุญาตจาก USDA กระบวนการซื้อขายเกี่ยวข้องกับงานเอกสารซึ่งผู้เพาะพันธุ์ต้องแจ้งหมายเลขใบอนุญาตให้คุณทราบด้วย สำหรับในประเทศไทย

ไม่มีข้อกำหนดในเรื่องนี้จงระมัดระวังผู้ เพาะพันธุ์ที่โพสต์ขายเม่นแคระในเครือข่ายชุมชนออนไลน์ เครกส์ลิสต์ หรือโฆษณาออนไลน์อื่นๆสอบถามผู้เพาะพันธุ์ว่ามีข้อเสนอรับประกันสุขภาพใดๆ หรือไม่ นโยบายอาจแตกต่างกันไป แต่คุณน่าจะรู้สึกสบายใจมากขึ้นกับสิ่งที่เลือก หากผู้เพาะพันธุ์เสนอทางเลือกว่า สามารถนำเม่นแคระมาคืนหรือเปลี่ยนตัวได้ หากเกิดปัญหาสุขภาพที่ไม่คาดฝันตั้งแต่เนิ่นๆ สิ่งนี้ยังจะช่วยให้ผู้เพาะพันธุ์ได้เตรียมพร้อมกับปัญหาสุขภาพ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในบางสายพันธุ์ด้วย ดังนั้น การวิตกเรื่องนี้เป็นสัญญาณแสดงว่าเป็นผู้เพาะพันธุ์เจ้าที่มีความรับผิดชอบ

ตรวจดูว่าเม่นแคระมีสุขภาพดี[แก้]

มีสัญญาณบ่งชี้หลายประการที่คุณสามารถมองหาในเม่นแคระที่มีสุขภาพดีสักตัวหนึ่ง ก่อนที่คุณจะตัดสินใจ

  • ตาใส: เม่นแคระสมควรจะดูตื่นตัว ดวงตาไม่สมควรจะมีขี้ตากรัง ตาลึกโหล หรือบวม
  • ขนและหนามเม่นสะอาด: การที่เม่นแคระเนื้อตัวเปรอะเปื้อนด้วยน้ำลายของตัวมันเองเป็นเรื่องปกติ (ดูภาพล่าง) แต่การมีชิ้นส่วนมูลของมันรอบๆ ทวารหนัก อาจบ่งชี้ว่าเป็นโรคอุจจาระร่วง หรือมีปัญหาสุขภาพสำคัญๆ ซุกซ่อนอยู่
  • ผิวหนังสุขภาพดี: ผิวหนังที่ตกสะเก็ดรอบๆ ขนเม่น อาจบ่งชี้ถึงผิวแห้ง หรือมีเห็บ หากเป็นอย่างหลัง คุณจะจำเป็นต้องบำบัดรักษา ให้มองหาตัวไรเช่นเดียวกัน (จุดสีน้ำตาลเล็กขนาดเท่าหัวเข็มหมุดที่กระโดดได้เร็ว) อาการเหล่านี้จำเป็นต้องรักษา
  • ไม่มีสะเก็ดแผลหรืออาการบาดเจ็บ: หากมีสะเก็ดแผลหรืออาการบาดแผล ผู้เพาะพันธุ์สมควรจะอธิบายได้ว่าเกิดอะไรขึ้น และสมควรจะเห็นได้ชัดว่าบาดแผลของเม่นแคระตัวนั้นกำลังสมานอย่างดี แม้ว่าเม่นแคระบางตัวสามารถรอดตายจากอาการบาดเจ็บในวัยทารก (เช่น ตาบอด เสียขาข้างหนึ่ง ฯลฯ) สามารถใช้ชีวิตที่สุขภาพดีและมีความสุข แต่คุณจำเป็นต้องพิจารณาเรื่องการดูแลที่สัตว์ตัวนั้นต้องการ และพิจารณาว่าจริงๆ แล้ว คุณสามารถจัดการให้ได้หรือไม่
  • ตื่นตัว: เม่นแคระสมควรตื่นตัว และระมัดระวังสภาพแวดล้อมรอบตัว ไม่ใช่เฉื่อยชา และไม่รู้ร้อนรู้หนาว
  • มูลของเม่นแคระ: ตรวจดูว่าไม่มีมูลสีเขียว หรือเป็นโรคอุจจาระร่วง หากมี อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเม่นแคระมีปัญหาสุขภาพบางประการ
  • มีน้ำหนักปานกลาง: เม่นแคระที่เป็นโรคอ้วน จะมี "ถุง" ไขมันรอบๆ รักแร้ และไม่อาจจะม้วนตัวกลมเป็นลูกบอลได้ ส่วนเม่นแคระที่ผอมบางเกินไปก็มีท้องเว้ากับสีข้างที่กลวงโบ๋ ซึ่งทั้งสองแบบเป็นสัญญาณว่าเม่นแคระมีปัญหาสุขภาพ
  • เท้าที่มีสุขภาพดี: เล็บเท้าสมควรตัดสั้นมากพอที่จะไม่งอโค้งเข้าไปอยู่ใต้เท้า หากเล็บเท้ายาวเกินไป จงขอให้ผู้เพาะพันธุ์สาธิตวิธีตัดเล็บให้คุณดู

พาเม่นแคระกลับบ้านอย่างเหมาะสม[แก้]

ก่อนจะซื้อ จงทำให้แน่ใจว่าคุณมีทุกสิ่งที่จำเป็นจัดเตรียมไว้ และพร้อมที่จะเริ่มเลี้ยง จงให้เวลาเม่นแคระอย่างน้อยหนึ่งเดือนเพื่อทำความคุ้นเคยกับคุณ กับกลิ่นใหม่ๆ และกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ มันเพิ่งจะประสบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต!จับเม่นแคระทุกวันในระหว่างที่ปล่อยให้คุ้นเคยกับคุณ อาจทำได้ง่ายๆ โดยวางมันลงบนตักของคุณ และพูดคุยด้วย เพื่อให้มันวางใจในตัวคุณ ส่งเสริมความเชื่อใจด้วยการใช้มือป้อนอาหารให้ และวางเสื้อยึดตัวที่คุณใส่มาทั้งวันไว้ในที่อยู่ของเม่นแคระ เพื่อให้มันคุ้นเคยกับกลิ่นของคุณ

เตรียมตัวให้พร้อมที่มันจะเลอะเทอะไปด้วยน้ำลาย หรือถ่มน้ำลายใส่ตัวเอง[แก้]

หนึ่งในอุปนิสัยที่ไม่ปกติที่สุดของเม่นแคระคือ การมีน้ำลายมากกว่าปกติ เวลาเจอกับอาหารใหม่ กลิ่นใหม่ หรือเกลือ มันจะบิดตัวเองเป็นรูปตัวเอส หันหัวไปทางก้นแล้วถ่มน้ำลายใส่ขนเม่นของมัน ในขณะที่ยังไม่มีใครแน่ใจได้ว่า ทำไมมันถึงได้ทำแบบนั้น มีสมมุติฐานว่าการทำเช่นนั้นอาจช่วยทำให้ขนเม่นเป็นอาวุธที่ดีขึ้น โดยเคลือบด้วยด้วยสารที่สร้างความระคายเคือง ด้วยเหตุผลนี้ คุณอาจจะสังเกตได้ถึง การระคายเคืองเล็กๆ ในตอนแรกที่จับต้องเม่นแคระ

ลักษณะบ้านของเม่นแคระ[แก้]

[9][แก้]

จัดหาที่พักดี[แก้]

เม่นแคระต้องการกรงขนาดใหญ่เพื่อจะอยู่ได้อย่างสดวกสบาย: พวกมันชอบสำรวจสถานที่อยู่ และอาณาบริเวณตามธรรมชาติของพวกมันคือเส้นผ่าศูนย์กลาง 650- 1000 ฟุต (198 - 305 ม) ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่คุณต้องพิจารณาด้วย เช่นเดียวกับการซื้อกรงสักกรงหนึ่งสำหรับเพื่อนใหม่ตัวนี้

  • เม่นแคระต้องการพื้นที่ซึ่งใหญ่มากพอ กรงสมควรมีขนาดอย่างต่ำ 18 x 24 นิ้ว (45.7 x 61 ซม) แต่หากคุณสามารถหาพื้นที่ได้กว้างกว่านั้น ยิ่งมากก็ยิ่งดี กรงขนาด 24 x 30 นิ้ว (61 x 76 ซม) น่าใช้มากกว่า และถ้าเป็นขนาด 30 x 30 นิ้ว (76 x 76 ซม) ก็เหลือเฟือดีมาก
  • ด้านต่างๆ ของกรงสมควรสูงประมาณ 16 นิ้ว (40.6 ซม) ในขณะที่บางคนแนะนำให้ใช้ฝาผนังที่อ่อนนุ่ม  คนอื่นๆ กลับเตือนว่าการระบายอากาศในสถานที่ซึ่งด้านข้างมีความอ่อนนุ่มนั้นทำได้ยากกว่า  จงตระหนักว่าด้านข้างของกรงที่เป็นลวดอาจสร้างปัญหาได้ หากเม่นแคระของคุณชอบปีนป่าย! เม่นแคระเป็นเจ้าแห่งศิลปะในการหลบหนี จงทำให้แน่ใจว่ากรงปลอดภัยเพราะมีฝาปิด หรือหากกรงไม่มีฝาปิดด้านบน ก็ต้องมีด้านข้างที่เม่นแคระไม่อาจจะปีนหนีได้
  • บ้านของเม่นแคระสมควรมีพื้นแข็ง เพราะขาขนาดจิ๋วของพวกมันอาจลื่นตกพื้นซึ่งเป็นลวดได้ ทำให้บาดเจ็บ
  • บ้านของเม่นแคระสมควร ไม่ สูงเกินหนึ่งชั้น เพราะเม่นแคระสายตาสั้น และขาของพวกมันหักได้ง่ายเสียเหลือเกิน กรงลวดที่พวกมันสามารถปีนได้ก็อาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน หากว่าคุณมีเม่นแคระยอดนักปีนป่าย! เวลาคิดเรื่องซื้อหรือสร้างกรงขึ้นมา จงพิจารณารวมถึงพื้นที่สำหรับวางชามอาหาร ของเล่น กับถาดทรายอนามัยด้วย
  • ทำให้แน่ใจว่ากรงมีการระบายอากาศที่ดี สมควรมีการหมุนเวียนของอากาศตลอดเวลา เวลาเดียวที่คุณสมควรขัดขวางกระแสลมคือ เมื่ออุณหภูมิของห้องลดลงอย่างรวดเร็ว (ตัวอย่างเช่นในระหว่างที่ไม่มีกระแสไฟฟ้า) และคุณจำเป็นต้องใช้ผ้าห่มผืนหนึ่งห่อหุ้มกรงเอาไว้

เลือกวัสดุปูรองพื้นกรงที่ดี[แก้]

เม่นแคระชอบเศษไม้จากการไสกบ แต่จงทำให้แน่ใจว่าคุณใช้เศษไม้แอสเพน ไม่ใช่เศษไม้ซีดาร์ เพราะชนิดหลังมีสารฟินอลที่ก่อมะเร็ง (น้ำมันอะโรมาติก) เมื่อสูดดมเข้าไปสามารถก่อมะเร็งได้ อีกทางเลือกหนึ่งคือ คุณสามารถปูรองกรงด้วยผ้าที่มีความเหนียว (เช่น ผ้าทอลายสอง ผ้าสักหลาด ผ้าขนแกะ) โดยตัดตามขนาดของพื้นกรง

แคร์เฟรชเป็นสินค้าชนิดหนึ่งที่คล้ายกับกระดาษแข็งสีเทาบดเป็นชิ้นเล็กๆ บางคนแนะนำให้ใช้เป็นวัสดุปูรองพื้นกรง แต่จงระวังเพราะเศษชิ้นส่วนเล็กๆ อาจเข้าไปติดในอวัยวะสืบพันธุ์ของเม่นแคระเพศผู้ได้ หรือติดในระหว่างซอกขนเม่น รวมทั้งระวังด้วยว่าสูตรใหม่สูตรหนึ่งของวัสดุปูรองพื้นกรงยี่ห้อแคร์เฟรช อาจเป็นอันตรายต่อเม่นแคระของคุณได้

ตกแต่งกรงเม่นแคระ[แก้]

คุณจำเป็นต้องเพิ่มเติมของสี่ห้าอย่างในกรงเม่นแคระ เพื่อตอบสนองความต้องการของมัน

  • จุดหลบซ่อน: เพราะเม่นแคระมีพื้นฐานเป็นสัตว์ผู้เป็นเหยื่อซึ่งออกหากินในป่าตอนกลางคืน เม่นแคระจึงต้องการเขตปลอดภัยสำหรับ “ขอเวลานอก” จากสายตาสอดรู้สอดเห็น แสงสว่าง และความเคลื่อนไหวโดยทั่วไป บ้านหลังเล็กรูปร่างแบบกระท่อมน้ำแข็งของชาวเอสกิโม หรือถุงนอนจะใช้ได้ดี
  • วงล้อวิ่งออกกำลังสำหรับเม่นแคระ เม่นแคระจำเป็นต้องออกกำลังกายมากๆ และวงล้อก็สมบูรณ์แบบสำหรับการวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน ของสัตว์กลางคืนอย่างพวกมัน วงล้อสมควรมีพื้นแข็ง หากเป็นตาข่ายหรือลูกกรงมีแนวโน้มจะทำให้เม่นแคระติด อาจทำให้นิ้วเท้าขาดหรือถึงกับแข้งขาหัก
  • คุณจะต้องทำให้วัสดุปูพื้นกรงพ้นน้ำอยู่ตลอดเวลา เพราะสารเคมีต่างๆ จากวัสดุเหล่านี้อาจลงไปปะปนในน้ำดื่มของเม่นแคระ และอาจจะฆ่ามันได้อย่างน่าเศร้าใจ
  • จัดวางถาดทรายอนามัยโดยมีขอบถาดกว้างไม่เกินครึ่งนิ้ว เพื่อให้เม่นแคระเข้าไปใช้ได้ง่าย และช่วยป้องกันไม่ให้ขาหัก จงทำให้แน่ใจว่าคุณใช้ทรายแมว เฉพาะชนิดที่ไม่จับตัวเป็นก้อนเท่านั้น หากคุณตัดสินใจใช้ถาดทรายอนามัย หรือจะใช้กระดาษชำระอเนกประสงค์ก็ได้ ถาดทรายอนามัยต้องมีขนาดใหญ่พอสำหรับตัวเม่นแคระ และคุณสมควรทำความสะอาดทุกวัน คุณสามารถใช้ถาดรองอบคุ้กกี้หรือกล่องพลาสติกขนาดเล็กที่มีขายทั่วไป เจ้าของเม่นแคระส่วนใหญ่จะวางถาดใบเล็กนี้ไว้ใต้วงล้อวิ่งออกกำลัง เพราะที่นั่นคือจุดที่เม่นแคระทำกิจกรรมส่วนใหญ่ของพวกมัน

ทำให้แน่ใจเรื่องอุณหภูมิที่เหมาะสม[แก้]

เม่นแคระต้องการอุณหภูมิที่อุ่นกว่าเล็กน้อย จากอุณหภูมิห้องของผู้คนส่วนใหญ่ คือประมาณ 72ºฟ (22.2ºซ) ถึง 80ºฟ (26.6ºซ) หากอุณหภูมิหนาวเย็นกว่านี้ เม่นแคระน่าจะพยายามจำศีล ซึ่งอาจทำให้มัน ตาย ได้ (เพราะอาจทำให้เป็นนิวมอเนีย) ส่วนหากอุณหภูมิสูงกว่านี้มาก มันก็จะเครียดเพราะร้อน จงปรับอุณหภูมิห้องหากเห็นเม่นแคระนอนกางแขนกางขาอยู่ในกรง ราวกับว่ามันร้อน หากมันเซื่องซึม หรืออุณหภูมิร่างกายเย็นกว่าปกติ จงทำให้มันอุ่นในทันที โดยใส่ไว้ใต้เสื้อเชิ้ตของคุณ และใช้ความร้อนจากตัวคุณให้ความอบอุ่นกับมันหากเม่นแคระยังตัวเย็นหลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง จงรีบพาไปหาสัตว์แพทย์โดยด่วน

อาหารเม่นแคระ[8][แก้]

จงให้อาหารหลากหลายแก่เม่นแคระ[แก้]

เม่นแคระมีพื้นฐานเป็นสัตว์กินแมลง แต่พวกมันก็ลิ้มลองอาหารอื่นๆ เช่น ผลไม้ ผัก ไข่ และเนื้อด้วย พวกมันมีแนวโน้มที่จะอ้วนท้วน จึงต้องดูแลเรื่องอาหารเพื่อป้องกันไม่ให้มีน้ำหนักมากเกินไป เม่นแคระที่มีน้ำหนักเกินจะไม่อาจม้วนตัวได้ และอาจมี “ถุง” ไขมันห้อยลงมา ซึ่งจะยิ่งขัดขวางความสามารถในการเดินของมัน

เลือกอาหารที่มีคุณภาพ[แก้]

ในขณะที่ยังเป็นปริศนาเรื่องปริมาณความต้องการอาหารของเม่นแคระ ก็ถือกันว่าอาหารเม็ดคุณภาพสูงสำหรับแมว เป็นทางเลือกที่ดีอย่างหนึ่งสำหรับอาหารหลัก และสมควรเสริมด้วยอาหารหลากหลาย ดังที่ได้ระบุไว้ข้างล่าง อาหารแมวที่คุณเลือกใช้สมควรมีไขมันต่ำกว่า 15% และมีโปรตีนระหว่าง 32-35% จงมองหาอาหารเกษตรอินทรีย์ (organic) หรืออาหารที่คำนึงถึงสุขภาพโดยรวม (holistic) จงหลีกเลี่ยงอาหารเม็ดที่มี

รายการส่วนผสมเป็นพวกเศษเนื้อ ข้าวโพด และสิ่งที่คล้ายๆ กัน จงให้อาหารเม็ดสำหรับแมว 1-2 ช้อนโต๊ะทุกวันหลีกเลี่ยงอาหารเม่นแคระคุณภาพต่ำ เพราะมีแนวโน้มจะใช้ส่วนผสมคุณภาพเลวจำนวนมาก ส่วนอาหารเฉพาะสำหรับเม่นแคระที่มีคุณภาพสูงกว่าซึ่งอาจยอมรับได้ เช่น ยี่ห้อ ลาวิยง โอลด์ มิล และ เอจท์-อิน-วัน ( L'Avian, Old Mill, and 8-in-1)

เทอาหารเม็ดทิ้งไว้ให้หากคุณไม่อยู่ช่วงมื้อกลางวัน[แก้]

เจ้าของหลายคนทิ้งอาหารไว้ให้เม่นแคระกินตามสบาย จงให้อาหารเพียงแค่มากพอที่จะมีเหลือในปริมาณเพียงเล็กน้อย

จงให้อาหารหลากหลายชนิดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาขาดแคลนสารอาหาร[แก้]

เสริมอาหารเม็ดที่เป็นอาหารหลักด้วยอาหารอื่นจำนวนเล็กน้อย คือเพียงแค่หนึ่งช้อนโต๊ะทุกวันหรือวันเว้นวัน โดยมีตัวอย่างพอเป็นแนวคิดดังนี้ไก่ ไก่งวง หรือ ปลาแซลมอนไร้หนัง ปรุงสุกโดยไม่ปรุงรส แล้วนำมาบด

  1. ผลไม้และผักหั่นชิ้นเล็กๆ เช่น แตงโม ลูกแพร์หรือมันเทศบดปรุงสุก หรือซอสแอปเปิล
  2. ไข่คนหรือไข่ต้มแข็งหั่นฝอย
  3. หนอนนก จิ้งหรีด และหนอนแว๊กซ์ (หนอนผีเสื้อกลางคืน): เป็นอาหารพิเศษสำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับเม่นแคระ ในฐานะที่มันเป็นสัตว์กินแมลง นอกเหนือจากคุณค่าทางโภชนาการที่จำเป็นต่อชีวิต สมองของพวกมันยังจำเป็นต้องได้รับแรงกระตุ้น ซึ่งจะเกิดขึ้นจากการจับกินเหยื่อที่ยังมีชีวิตอยู่
  4. จงให้อาหารประเภทแมลงสี่ห้าตัวสัปดาห์ละหนึ่งถึงสี่ครั้ง แต่ อย่า ให้แมลงที่คุณจับมาเองแก่เม่นแคระ (ตัวอย่างเช่น แมลงที่คุณจับมาจากสนามหญ้าของบ้าน) เพราะพวกมันอาจมียาฆ่าแมลงที่เป็นพิษในระบบต่างๆ ของร่างกาย หรือมีพยาธิซึ่งจะทำให้เม่นแคระของคุณติดเชื้อได้

จงรู้ว่าสมควรหลีกเลี่ยงอาหารชนิดใดบ้าง[แก้]

ในขณะที่เม่นแคระเจริญอาหารได้หลากหลาย มีบางสิ่งที่คุณไม่สมควรจะให้เม่นแคระกิน: ถั่วต่างๆ/เมล็ดพืช ผลไม้แห้ง เนื้อดิบ ผักเนื้อแข็งที่ไม่ได้ปรุงสุก อาหารที่แข็ง/เหนียว/ยืดเป็นสายเหมือนเส้นด้าย อะโวคาโด องุ่นหรือลูกเกด นมหรือผลิตภัณฑ์นม แอลกอฮอล์ ขนมปัง ผักคื่นช่าย หัวหอมและผงหัวหอม แคร์รอตดิบ มะเขือเทศ อาหารขยะ (มันฝรั่งแผ่นบางทอด ลูกกวาด และอะไรก็ตามที่ทำจากน้ำตาล และเกลือ ฯลฯ) สิ่งใดก็ตามที่มีคุณสมบัติเป็นกรดอย่างสูง หรือน้ำผึ้ง

ปรับปริมาณอาหารหากเม่นแคระของคุณน้ำหนักขึ้น[แก้]

ปรับลดปริมาณอาหารที่ให้กับเม่นแคระลง หากสังเกตเห็นว่ามันค่อนข้างจะอวบท้วม และเพิ่มการออกกำลังกาย

ให้อาหารในช่วงเริ่มพลบค่ำ เม่นแคระมีธรรมชาติที่จะเริ่มตื่นนอนช่วงพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า มันจึงจะตื่นตัวประมาณช่วงพลบค่ำ หากเป็นไปได้ จงให้อาหารมันวันละมื้อในช่วงเวลาประมาณนี้

ใช้ชามใส่อาหารที่เหมาะสม. ชามสมควรกว้างพอที่เม่นแคระจะเข้าถึง และหนักพอที่เม่นแคระจะไม่สามารถคว่ำชามได้ (และเริ่มใช้ชามเป็นของเล่น)

จัดหาขวดน้ำดื่มสำหรับสัตว์ที่มีหลอดดูด หรือชามใส่น้ำ สมควรจัดหาน้ำใหม่ไว้ให้ตลอดเวลา[แก้]

หากใช้ชามใส่น้ำ ทำให้แน่ใจว่าหนักและตื้นพอที่จะไม่ถูกเม่นแคระทำคว่ำ ล้างให้สะอาดหมดจดทุกวัน แล้วเต็มน้ำที่สดใหม่หากใช้ขวดน้ำดื่มสำหรับสัตว์ จงทำให้แน่ใจว่าเม่นแคระของคุณรู้วิธีดื่มน้ำจากหลอด! มันสมควรเรียนรู้วิธีดูดน้ำจากแม่ของมัน แต่อาจจำเป็นต้องแสดงให้ดู โปรดสังเกตด้วยว่าน้ำในขวดน้ำก็จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกวันเช่นกัน เพื่อป้องกันการก่อตัวของแบคทีเรีย

ดูแลให้เม่นแคระมีความสุขและสุขภาพดี[8][แก้]

คอยดูแลให้เม่นแคระมีพื้นที่เงียบและสงบ[แก้]

อย่าตั้งบ้านของเม่นแคระไว้ใต้เครื่องเล่นสเตอริโอหรือโทรทัศน์ของคุณ เพราะมันเป็นสัตว์ที่เป็นเหยื่อของนักล่า จึงต้องพึ่งพาสัมผัสด้านการได้ยินเป็นส่วนใหญ่ เม่นแคระจึงพบว่าเสียงและความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่มีมากเกินไปนั้น ทำให้มันไร้สุขเป็นอย่างยิ่ง จงทำให้แน่ใจว่าในแถวที่อยู่ของมัน มีแสง เสียง และความเคลื่อนไหวต่ำ และจงเคลื่อนย้ายกรง หากว่าระดับเสียงเพิ่มมากขึ้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ อย่างไรก็ตามเม่นแคระสามารถจะคุ้นเคยกับเสียงได้หากว่าคุณค่อยๆ แนะนำทีละน้อย

จงให้เม่นแคระมีโอกาสออกกำลังมากๆ[แก้]

เม่นแคระมีแนวโน้มที่จะมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การออกกำลังจึงเป็นสิ่งจำเป็น หมายความว่ามีของเล่นให้เยอะๆ รวมทั้งวงล้อวิ่งออกกำลังสำหรับเม่นแคระ ของเล่นสมควรเป็นสิ่งที่มันแทะได้ ดันได้ ใช้จมูกซุกไซ้ได้ และถึงกับทำให้หงายท้องได้ ตราบใดที่มันไม่สามารถกัดเคี้ยวจนขาดออก หรือกลืนเข้าไป จงทำให้แน่ใจว่าเล็บหรือเท้าของมันไม่ติดอยู่ในเชือกหลวมๆ หรือรูเล็กๆ

สิ่งที่สามารถใช้เป็นของเล่นได้รวมทั้ง: ลูกบอลยาง ของเล่นเก่าๆ ของเด็ก ตุ๊กตารูปต่างๆที่ทำจากยาง วงแหวนสำหรับทารกกัดเล่น แกนทิชชู่เปล่าๆ ที่ตัดครึ่งตามด้านยาว ลูกบอลสำหรับแมว หรือของเล่นสำหรับนกที่มีกระดิ่งอยู่ข้างใน ฯลฯ

ปล่อยให้เม่นแคระเล่นในสนามเล่นที่ใหญ่มากขึ้นเป็นครั้งคราว คุณอาจซื้ออ่างอาบน้ำพลาสติกขนาดใหญ่ หรือปล่อยให้มันสำรวจอ่างอาบน้ำของคุณ (แน่นอนว่าไม่ได้เปิดน้ำใส่ไว้)

เฝ้าดูพฤติกรรมของเม่นแคระและการกินอาหาร/น้ำของพวกมัน[แก้]

เม่นแคระขึ้นชื่อเรื่องซุกซ่อนโรคต่างๆ ไว้ จึงจำเป็นมากที่จะคอยระแวดระวังเม่นแคระของคุณ คอยติดตามดูการเปลี่ยนแปลงต่างๆ และโทรศัพท์หาสัตว์แพทย์เพื่อดูว่ามีบางสิ่งที่จำเป็นต้องนำเม่นแคระไปตรวจหรือไม่

หากเม่นแคระของคุณไม่กินอาหารหนึ่งถึงสองวัน บางครั้งเป็นเพราะมีสิ่งผิดปกติ และต้องการการดูแลโดยสัตว์แพทย์ เม่นแคระที่อยู่ได้สี่ห้าวันโดยไม่กินอาหารมีความเสี่ยงจะพัฒนาไปเป็นโรคไขมันพอกตับ ( fatty liver disease) ซึ่งมีอาการที่เป็นภัยถึงแก่ชีวิต

มองหาผิวหนังแห้งและเป็นเกล็ดรอบๆ ขนเม่น:อาจเป็นสัญญานของเห็บ ซึ่งอาจจะทำให้ร่างกายของเม่นแคระอ่อนแอลงได้ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ควบคุม

เสียงหายใจดังหวีด หรือดังแสบแก้วหู รวมทั้งมีของเหลวที่ขับออกมาบนใบหน้าหรือที่ข้อเท้า เป็นสัญญาณของการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เป็นอาการที่รุนแรงและพบได้ทั่วไปในเม่นแคระ

หากเม่นแคระถ่ายเหลวมากกว่าหนึ่งวัน หรือมีอาการท้องร่วง ประกอบกับเซื่องซึม หรือเบื่ออาหาร อาจเป็นสัญญาณ-การติดเชื้อจากปรสิต หรืออาการป่วยไข้อื่น ๆ

การจำศีล แม้จะกำลังเกิดขึ้นกับเม่นแคระที่อยู่ในป่า แต่ไม่ปลอดภัยสำหรับเม่นแคระผู้อาศัยอยู่ในที่กักขัง ดังที่ได้ระบุไว้ก่อนหน้านี้ หากรู้สึกว่าเม่นแคระของคุณมีหน้าท้องที่เย็น ให้พยายามทำให้เกิดความอบอุ่น โดยใส่มันในเสื้อเชิ้ตแนบชิดกับผิวของคุณ หากมันไม่ตัวอุ่นขึ้นภายในหนึ่งชั่วโมง ให้รีบพาไปพบสัตว์แพทย์ในทันที

อุ้มเม่นแคระเล่นบ่อยๆ[แก้]

เม่นแคระจะคุ้นเคยกับการถูกจับต้อง หากคุณอุ้มมันเล่นบ่อยๆ จงมั่นใจในตัวเองเสมอเมื่อจับต้องเม่นแคระ: พวกมันไม่ได้เปราะบางอย่างเช่นที่ดูเหมือนจะเป็น กฎทั่วไปก็คืออย่างน้อย 30 นาทีต่อวันจงเข้าหาเม่นแคระของคุณอย่างเงียบๆ และช้าๆ อุ้มมันขึ้นโดยช้อนตัวจากด้านล่าง ก่อนจะใช้สองมือช้อนประคองขึ้นมาใช้เวลาเล่นด้วยกับพวกมัน.นอกจากจะจับมันมาอุ้มเล่น จงอย่ากลัวที่จะเล่นด้วย เม่นแคระของคุณจะยอมรับคุณให้เล่นด้วย หากคุณร่วมเล่นด้วยเป็นประจำ

ทำความสะอาดบ้านของเม่นแคระเป็นประจำ[แก้]

ใช้น้ำร้อนลวกทำความสะอาดจานกับขวดน้ำ/ชามใส่น้ำทุกวัน ทำความสะอาดวงล้อออกกำลังกายกับจุดหลบซ่อนทุกวัน และเปลี่ยนวัสดุรองพื้นกรงสัปดาห์ละครั้ง หรือบ่อยเท่าที่จำเป็น

อาบน้ำให้กับเม่นแคระโดยยึดหลักเท่าที่จำเป็น[แก้]

เม่นแคระบางตัวสะอาดกว่าตัวอื่น ดังนั้นคุณจึงอาจจำเป็นต้องอาบน้ำมันบ่อยครั้งมากขึ้น หรือน้อยลงไม่เท่ากันใส่น้ำอุ่น(ไม่ใช่น้ำร้อน) ลงในอ่างน้ำที่ระดับหน้าท้องของเม่นแคระ ไม่สมควรให้น้ำเข้าไปในจมูกหรือหูของมันได้เติมแชมพูอาบน้ำทำจากโอตมีลชนิดอ่อนโยน (เช่น ยี่ห้ออวิโน) หรือครีมอาบน้ำสำหรับลูกสุนัขลงในน้ำ แล้วใช้แปรงสีฟันขัดตามขนหนามกับเท้าของเม่นแคระ

ล้างออกด้วยน้ำอุ่นและซับตัวด้วยผ้าเช็ดตัวที่แห้งและสะอาด จนกระทั่งเพื่อนรักตัวน้อยของของคุณตัวแห้ง หากเม่นแคระทนได้ ให้ใช้ที่เป่าผมเปิดไฟอ่อนๆ เป่าจนแห้ง แต่ถ้าเม่นแคระไม่ชอบ ก็ใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดตามเดิม อย่าปล่อยให้เม่นแคระกลับเข้ากรงในสภาพตัวเปียก

จงทำให้แน่ใจว่าได้ตรวจดูเล็บเท้าของเม่นแคระเป็นประจำ[แก้]

  • หากเล็บยาวเกินไป และม้วนงอ เล็บอาจหักหลุดได้ตอนกำลังวิ่งบนวงล้อ
  • ตัดเล็บของเม่นแคระด้วยกรรไกรตัดเล็บอันเล็กๆ โดยขลิบออกเฉพาะปลายสุดของเล็บ
  • หากตัดพลาดจนเลือดออก ให้ใช้ไม้พันสำลียี่ห้อ คิว-ทิป จิ้มแป้งข้าวโพดจำนวนเล็กน้อยมาแตะเบาๆ ตรงจุดนั้น อย่าใช้แป้งโรยแผลที่มีขายอยู่ซึ่งมีแนวโน้มที่จะทำให้ปวดแสบ

จงเตรียมตัวสำหรับการผลัดขนเม่น[แก้]

การผลัดขนของเม่นแคระซึ่งเทียบได้กับการที่ฟันน้ำนมของคนเราหลุด หรืองูลอกคราบ จะเริ่มเกิดตอนที่เม่นแคระอายุหกถึงแปดสัปดาห์ และสามารถเกิดได้ตลอดเวลาในขวบปีแรก โดยลูกเม่นแคระกำลังผลัดขนเป็นขนแบบเม่นที่โตแล้ว สิ่งนี้เป็นกระบวนการตามปกติ ไม่ใช่สิ่งใดที่ต้องวิตก นอกเสียจากจะมีสัญญาณบ่งชี้ว่ามันป่วย หรือไม่สบายตัว หรือขนเม่นไม่ยอมงอกทดแทน เม่นแคระของคุณอาจโมโหง่ายในระหว่างกระบวนการนี้ และยอมให้จับตัวน้อยลง คุณอาจลองใช้ครีมอาบน้ำโอตมีลเพื่อช่วยบรรเทาความไม่สบายตัว จะเป็นเพียงช่วงหนึ่งเท่านั้น

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 "ท่องโลกกว้าง : เจาะความลับของธรรมชาติ ตอน สัตว์ใส่เสื้อเกราะ และ ชีวิตในความมืด". ไทยพีบีเอส. 6 January 2015. สืบค้นเมื่อ 7 January 2015. 
  2. 2.0 2.1 Pets 101- Hedgehogs, ทางอนิมอลพลาเน็ต. ทางทรูวิชั่นส์: พฤหัสบดีที่ 10 มกราคม 2556
  3. Reiter C, Gould GC, "Thirteen Ways of Looking at a Hedgehog." Natural History, Jul–Aug 1998
  4. จาก itis.gov (อังกฤษ)
  5. The Year of The Hedgehog, สารคดีทางโทรทัศน์: ทรูวิชันส์ช่อง Explore 1
  6. sonic the hedgehog (อังกฤษ)
  7. [1]
  8. 8.0 8.1 8.2 วิธีการ ดูแลเม่นแคระ
  9. วิธีการ ดูแลเม่นแคระ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]