ฟุตบอลทีมชาติยิบรอลตาร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ยิบรอลตาร์ ยิบรอลตาร์
Shirt badge/Association crest
ฉายา GFA
Team 54[1]
สมาคม สมาคมฟุตบอลยิบรอลตาร์
(GFA)
สมาพันธ์ ยูฟ่า (ยุโรป)
หัวหน้าผู้ฝึกสอน เจฟฟ์ วู้ด อังกฤษ
ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน เดวิด วิลสัน สกอตแลนด์
กัปตัน รอย ชิโปลินา
ติดทีมชาติสูงสุด โจเซฟ ชิโปลินา (25)
ทำประตูสูงสุด ลี แคสเซียโร (2)
เจค กอสลิง (2)
สนามเหย้า วิกตอเรีย สเตเดียม (แข่งกระชับมิตร)
เอสตาดิอู อัลการ์เว
(ในฟารู,โปรตุเกส ใช้แข่งคัดเลือกยูโร 2016)
ยูโรปา พอยต์ สเตเดียม (ในอนาคค)
รหัสฟีฟ่า GIB
อันดับฟีฟ่า 206 Steady (กรกฎาคม 2017)[2]
อันดับอีแอลโอ 183[3]
อันดับอีแอลโอสูงสุด 174 (มีนาคม 2011)
อันดับอีแอลโอต่ำสุด 188 (กรกฎาคม 1995)
สีชุดเหย้า
สีชุดเยือน
สีชุดที่ 3
เกมระดับนานาชาติครั้งแรก
ธงชาติยิบรอลตาร์ ยิบรอลตาร์ 0–0 สโลวาเกีย ธงชาติสโลวาเกีย
(ฟารู, โปรตุเกส; 19 พฤศจิกายน 2013)
ชนะสูงสุด
ธงชาติยิบรอลตาร์ ยิบรอลตาร์ 1–0 มอลตา ธงชาติมอลตา
(ฟารู, โปรตุเกส; 4 มิถุนายน 2014)
แพ้สูงสุด
ธงชาติยิบรอลตาร์ ยิบรอลตาร์ 0–7 โปแลนด์ ธงชาติโปแลนด์
(ฟารู, โปรตุเกส; 7 กันยายน 2014)
สาธารณรัฐไอร์แลนด์ สาธารณรัฐไอร์แลนด์7–0 ยิบรอลตาร์ ธงชาติยิบรอลตาร์
(ดับลิน, สาธารณรัฐไอร์แลนด์; 11 ตุลาคม 2014)
ธงชาติยิบรอลตาร์ ยิบรอลตาร์ 0–7 เยอรมนี ธงชาติเยอรมนี
(ฟารู, โปรตุเกส; 13 มิถุนายน 2015)

ฟุตบอลทีมชาติยิบรอลตาร์ เป็นทีมฟุตบอลตัวแทนของดินแดนยิบรอลตาร์ ซึ่งเป็นอาณานิคมโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร ควบคุมและบริหารงานโดยสมาคมฟุตบอลยิบรอลตาร์

ทีมชาติยิบรอลตาร์ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของยูฟ่า หลังจากผ่านความเห็นชอบจากการโหวตของชาติสมาชิกยูฟ่าในเดือนพฤษภาคม ปี 2013 [4] และได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 รอบคัดเลือก โดยนับเป็นการเข้าร่วมแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ของยูฟ่าเป็นครั้งแรก ต่อมาได้ยิบรอลตาร์ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของฟีฟ่าในเดือนพฤษภาคม 2016 โดยเป็นสมาชิกลำดับที่ 211 ของฟีฟ่า

ด้วยประชากรเพียง 32,000 คน ทำให้ดินแดนยิบรอลตาร์ กลายเป็นชาติสมาชิกที่มีขนาดเล็กที่สุดของยูฟ่าเมื่อวัดจากจำนวนประชากร

แม้ว่ายิบรอลตาร์จะไม่ใช่หมู่เกาะ แต่ก็เคยส่งทีมฟุตบอลเข้าร่วมแข่งขันในกีฬาไอส์แลนด์ เกม ในปี 1993 และชนะเลิศในกีฬาไอส์แลนด์ เกม 2007 ที่เกาะโรดส์

เข้าเป็นสมาชิก ยูฟ่า[แก้]

สมาคมฟุตบอลยิบรอลตาร์ (GFA) ได้ยื่นเรื่องขอเข้าเป็นสมาชิกยูฟ่า เป็นครั้งแรกในปี 1999 แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ เนื่องจากได้รับการคัดค้านจากประเทศสเปน โดยข้อคัดค้านของสเปนนั้นนอกจากจะอ้างกรรมสิทธิ์ในดินแดนยิบรอลตาร์ที่ยังเป็นข้อพิพาทกับสหราชอาณาจักรแล้ว ยังยกเหตุผลว่าการอนุมัติให้ยิบรอลตาร์เข้าเป็นสมาชิกของยูฟ่านั้น จะเป็นการส่งเสริมให้ดินแดนอื่นที่อยู่ในความปกครองของสเปนอย่างแคว้นกาตาลุญญาและแคว้นบาสก์ ใช้เป็นบรรทัดฐานในการขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกของยูฟ่าเช่นกัน และอาจส่งผลให้เกิดการแยกตัวออกมาจากสเปน

อย่างไรก็ตามการลงคะแนนเสียงมีขึ้นอีกครั้งในปี 2007 โดยสมาคมฟุตบอลสเปนได้มีการออกมากดดันว่าหากสมาคมฟุตบอลของยิบรอลตาร์ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของยูฟ่า สมาคมฟุตบอลสเปนจะขอถอนทีมออกจากการแข่งขันในทุกรายการของยูฟ่าเพื่อเป็นการประท้วง ท่ามกลางการกดดันจากทางสเปน มีชาติสมาชิกเพียง 3 ชาติเท่านั้นที่โหวตให้การสนับสนุนยิบรอลตาร์ คืออังกฤษ ,สก็อตแลนด์ และเวลส์ ซึ่งทั้งหมดต่างก็เป็นชาติที่อยู่ในสหราชอาณาจักร ที่ปกครองยิบรอลตาร์เอง

ต่อมายูฟ่าได้ออกกฏว่าชาติใดที่จะขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกได้ต้องเป็นรัฐเอกราชที่ได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติเท่านั้น ทำให้สมาคมฟุตบอลยิบรอลตาร์ ยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา หรือ ศาลกีฬาโลก โดยศาลได้ตัดสินว่ากฏเรื่องรัฐเอกราชที่ยูฟ่าออกมานั้น ไม่สามารถใช้บังคับกับสมาคมฟุตบอลยิบรอลตาร์ได้ เพราะไม่ใช่กฏที่มีอยู่ในขณะที่ยิบรอลตาร์ขอเข้าร่วมเป็นสมาชิก แต่เป็นการออกกฏขึ้นใหม่ภายหลังจากที่ยิบรอลตาร์ได้ยื่นเรื่องขอเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ยูฟ่าจึงมิอาจใช้หลักรัฐเอกราชในการปฏิเสธความเป็นชาติสมาชิกของดินแดนยิบรอลตาร์ได้

ในเดือนพฤษภาคม ปี 2013 สมาคมฟุตบอลยิบรอลตาร์ได้เป็นสมาชิกของยูฟ่าอย่างเป็นทางการจากการโหวตของบรรดาสมาชิก ที่จัดขึ้นในลอนดอน โดยมีเพียงสเปนและเบลารุส ที่โหวตไม่สนับสนุน

สมาชิก ฟีฟ่า[แก้]

หลังจากชนะคดีที่ศาลกีฬาโลกจนได้เป็นสมาชิกของยูฟ่า ต่อมายิบรอลตาร์ได้ยื่นเรื่องขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกของฟีฟ่า โดยในเดือนกันยายน ปี 2014 คำขอเข้าเป็นสมาชิกของฟีฟ่าได้ถูกปฏิเสธ โดยเซพพ์ บลัทเทอร์ประธานของฟีฟ่า ยกเหตุผลในเรื่องที่ยิบรอลตาร์มีสถานะเป็นดินแดนอาณานิคมโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร

อย่างไรก็ตามเหตุผลดังกล่าวเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ในวงการฟุตบอลอย่างกว้างขวาง เนื่องจากก่อนหน้านี้ฟีฟ่าเคยรับชาติที่ยังไม่มีเอกราชสมบูรณ์ในตัวเอง เข้าเป็นสมาชิกของฟีฟ่าถึง 22 ชาติ (ในจำนวนนี้ มีถึง 5 ชาติที่เป็นสมาชิกของยูฟ่า คือหมู่เกาะแฟโร ที่มีสถานะเป็นเขตปกครองตนเองขึ้นตรงกับเดนมาร์ก และอังกฤษ,สก็อตแลนด์,เวลส์,ไอร์แลนด์เหนือที่เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร) โดยสมาคมฟุตบอลยิบรอลตาร์ได้ยื่นเรื่องฟ้องร้องฟีฟ่าต่อศาลกีฬาโลก ให้เพิกถอนมติเดิมและรับยิบรอลตาร์เข้าเป็นสมาชิก ซึ่งวิธีการเดียวกันนี้ทำให้ยิบรอลตาร์ได้เข้าเป็นสมาชิกของยูฟ่ามาแล้ว

เดือนพฤษภาคม ปี 2015 ศาลกีฬาโลก ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้รับคดีที่สมาคมฟุตบอลยิบรอลตาร์ฟ้องร้องฟีฟ่าไว้พิจารณาในชั้นศาล ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ปี 2016 ฟีฟ่าได้จัดประชุมเพื่อรับยิบรอลตาร์เป็นสมาชิก โดยการลงคะแนนเสียงของสมาชิกเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ปี 2016 ที่เม็กซิโก ได้ผ่านความเห็นชอบให้ยิบรอลตาร์เข้าเป็นสมาชิกของฟีฟ่า ด้วยคะแนนเสียง 172 ต่อ 12 ทำให้ยิลรอลตาร์ได้เป็นสมาชิกของฟีฟ่าลำดับที่ 211 และมีสิทธิ์ลงแข่งขันในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

สนามเหย้า[แก้]

ในอดีตก่อนจะเป็นสมาชิกของยูฟ่า ทีมชาติยิบรอลตาร์ใช้ สนามกีฬาวิกตอเรีย เป็นสนามเหย้าสำหรับแข่งขันระดับชาติ โดยสนามกีฬาแห่งนี้มีความจุ 5,000 ที่นั่ง ตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินยิบรอลตาร์ บนถนนวินสตัน เชอร์ชิล อเวนิว

โดยสมาคมฟุตบอลยิบรอลตาร์ ได้มีโครงการก่อสร้างสนามกีฬายูโรปา พอยต์ ซึ่งมีความจุ 10,000 ที่นั่งเพื่อมาใช้แทนที่สนามเดิม[5][6][7] โดยการก่อสร้างสนามใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นในเดือนตุลาคม ค.ศ.2013[8] ระหว่างการก่อสร้างสนามใหม่นี้ทีมชาติยิบรอลตาร์ จะต้องใช้สนาม เอสตาดิอู อัลการ์เว ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองฟารู, ประเทศโปรตุเกส เป็นสนามเหย้าแทน เนื่องจากสนามกีฬาวิกตอเรียยังไม่ผ่านมาตรฐานของยูฟ่า ในการจัดการแข่งขันระดับชาติอย่างเป็นทางการ[9]

อย่างไรก็ตาม แม้ทีมชาติยิบรอลตาร์จะไม่สามารถใช้งานสนามกีฬาวิกตอเรียสำหรับแข่งขันในรายการของยูฟ่า อย่างฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 รอบคัดเลือกได้ แต่ยังสามารถใช้สนามนี้ได้ในการแข่งขันกระชับมิตร[10]

สถิติ[แก้]

ผู้เล่นที่ลงสนามให้ทีมชาติมากที่สุด[แก้]

ณ วันที่ 13 พฤศจิกายน 2016

# ชื่อ ช่วงเวลา จำนวนนัดที่ลงสนาม จำนวนประตู สโมสร
1 โจเซฟ ชิโปลินา 2013– 23 0 ลินคอล์น เรด อิมพส์
2 เลียม วอล์กเกอร์ 2013– 22 1 เซเด ซาน โรเก
บีไน เยฮูดา เทลอาวีฟ
ลินคอล์น เรด อิมพส์
ยูโรปา เอฟซี
3 ไคล์ แคสเซียโร 2013– 21 1 ลินคอล์น เรด อิมพส์
รอย ชิโปลินา 2013– 21 1 ลินคอล์น เรด อิมพส์
ไรอัน แคสเซียโร 2013– 21 0 ลินคอล์น เรด อิมพส์
6 ฌอง-คาร์ลอส การ์เซีย 2014– 18 0 ลินคอล์น เรด อิมพส์
7 จอร์แดน เปเรซ 2013– 17 0 ลินคอล์น เรด อิมพส์
ไลออน ยิบรอลตาร์
เซ็นต์ โจเซฟ เอฟซี
8 ลี แคสเซียโร 2014– 14 2 ลินคอล์น เรด อิมพส์
9 แอนโธนี บาร์ดอน 2014– 13 0 ลินคอล์น เรด อิมพส์
เชฟฟีลด์ เอฟซี
อดัม เพรียสต์ลีย์ 2013– 13 0 ฟาร์สลีย์ เซลติก
ชอว์ เลน
อัลเฟรตัน ทาวน์
เจค กอสลิง (ซ้าย) และ ลี แคสเซียโร (ขวา) เจ้าของสถิติร่วมในฐานะผู้ยิงประตูสูงสุดในทีมชาติยิบรอลตาร์

ผู้ยิงประตูสูงสุดในทีมชาติ[แก้]

ณ วันที่ 13 พฤศจิกายน 2016

# ชื่อ ช่วงเวลา ประตู จำนวนนัดที่ลงสนาม ค่าเฉลี่ยการยิงประตู
1 เจค กอสลิง 2014– 2 11 0.182
ลี แคสเซียโร 2014– 2 14 0.143
3 ไคล์ แคสเซียโร 2013– 1 21 0.048
รอย ชิโปลินา 2013– 1 21 0.048
เลียม วอล์กเกอร์ 2013– 1 22 0.045

ผู้เล่นที่มีชื่อเสียง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Team 54". Gibraltar Football Association. สืบค้นเมื่อ 22 August 2014. 
  2. "FIFA Rankings". FIFA. สืบค้นเมื่อ 14 May 2016. 
  3. "ELO Rankings". eloratings.net. สืบค้นเมื่อ 20 November 2013. 
  4. http://m.bbc.com/sport/football/22657481
  5. "Our new national stadium". team54.gi. สืบค้นเมื่อ 24 May 2013. 
  6. "‘NO POLITICS, JUST FOOTBALL’ – BEISO". Gibraltar Chronicle. 3 October 2012. สืบค้นเมื่อ 24 May 2013. 
  7. Doyle, Paul (23 May 2013). "Gibraltar set to be new kids on the Rock as Uefa votes on its future". London: Guardian.co.uk. สืบค้นเมื่อ 24 May 2013. 
  8. Franco, Liam. "GIB’S MAN IN UEFA FLAGS UP STADIUM PROJECT ON TWITTER". Gibraltar Chronicle. สืบค้นเมื่อ 26 September 2013. 
  9. "Algarve – temporary home for Gibraltar's international football matches". GBC News. สืบค้นเมื่อ 26 September 2013. 
  10. Bailey, Graeme. "Slovakia to be Gibraltar's first opponents". Sky Sports. สืบค้นเมื่อ 5 November 2013.