ฟุตบอลทีมชาติยิบรอลตาร์
| ฉายา | Team 54[1] Los Llanis | ||
|---|---|---|---|
| สมาคม | สมาคมฟุตบอลยิบรอลตาร์ (GFA) | ||
| สมาพันธ์ | ยูฟ่า (ยุโรป) | ||
| หัวหน้าผู้ฝึกสอน | สกอตต์ ไวส์แมน | ||
| กัปตัน | เลียม วอล์กเกอร์ | ||
| ติดทีมชาติสูงสุด | เลียม วอล์กเกอร์ (88) | ||
| ทำประตูสูงสุด | เลียม วอล์กเกอร์ (8) | ||
| สนามเหย้า | สนามกีฬาวิกตอเรีย (กำลังก่อสร้างใหม่) Europa Sports Park (สนามกีฬาปัจจุบัน; ชั่วคราว) | ||
| รหัสฟีฟ่า | GIB | ||
|
| |||
| อันดับฟีฟ่า | |||
| อันดับปัจจุบัน | 202 | ||
| อันดับสูงสุด | 190 (ตุลาคม ค.ศ. 2018) | ||
| อันดับต่ำสุด | 206 (เมษายน ค.ศ. 2017 – มีนาคม ค.ศ. 2018) | ||
| เกมระดับนานาชาติครั้งแรก | |||
(ฟารู โปรตุเกส; 19 พฤศจิกายน 2013) | |||
| ชนะสูงสุด | |||
(ยูโรปาพอยต์ ยิบรอลตาร์; 3 มิถุนายน 2026) | |||
| แพ้สูงสุด | |||
(นิส ฝรั่งเศส; 18 พฤศจิกายน 2023) | |||
ฟุตบอลทีมชาติยิบรอลตาร์ เป็นทีมฟุตบอลตัวแทนของยิบรอลตาร์ ควบคุมและบริหารงานโดยสมาคมฟุตบอลยิบรอลตาร์ ทีมชาติยิบรอลตาร์ได้ขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกของยูฟ่า และได้รับการรับรองจากสภายูฟ่าในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2013 ทำให้สามารถเข้าแข่งขันในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป เริ่มต้นที่การแข่งขันใน ค.ศ. 2016 ที่เข้าแข่งในรอบคัดเลือก กลุ่ม ดี ต่อมาในวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 ยิบรอลตาร์ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของฟีฟ่าในการประชุมใหญ่ครั้งที่ 66 ของฟีฟ่า ซึ่งจัดขึ้นที่เม็กซิโกซิตี[3] ยิบรอลตาร์เป็นสมาชิกยูฟ่าที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับ 2 เมื่อวัดจากจำนวนประชากร (เป็นรองเพียงซานมารีโนที่มีประชากรน้อยที่สุด) และเป็นสมาชิกที่เล็กที่สุดเมื่อวัดจากพื้นที่[4][5]
แม้ว่ายิบรอลตาร์จะไม่ใช่หมู่เกาะ แต่ก็เคยส่งทีมฟุตบอลเข้าร่วมแข่งขันในกีฬาไอส์แลนด์ เกม ในปี 1993[6] และเข้าร่วมเป็นประจำนับแต่นั้นมา โดยชนะเลิศในกีฬาไอส์แลนด์ เกม 2007[7]
เข้าเป็นสมาชิกของยูฟ่า
[แก้]สมาคมฟุตบอลยิบรอลตาร์ (GFA) ได้ยื่นเรื่องขอเข้าเป็นสมาชิกยูฟ่า เป็นครั้งแรกในปี 1999 แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ เนื่องจากได้รับการคัดค้านจากประเทศสเปน โดยข้อคัดค้านของสเปนนั้นนอกจากจะอ้างกรรมสิทธิ์ในดินแดนยิบรอลตาร์ที่ยังเป็นข้อพิพาทกับสหราชอาณาจักรแล้ว ยังยกเหตุผลว่าการอนุมัติให้ยิบรอลตาร์เข้าเป็นสมาชิกของยูฟ่านั้น จะเป็นการส่งเสริมให้ดินแดนอื่นที่อยู่ในความปกครองของสเปนอย่างแคว้นกาตาลุญญาและแคว้นบาสก์ ใช้เป็นบรรทัดฐานในการขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกของยูฟ่าเช่นกัน และอาจส่งผลให้เกิดการแยกตัวออกมาจากสเปน
อย่างไรก็ตามการลงคะแนนเสียงมีขึ้นอีกครั้งในปี 2007 โดยสมาคมฟุตบอลสเปนได้มีการออกมากดดันว่าหากสมาคมฟุตบอลของยิบรอลตาร์ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของยูฟ่า สมาคมฟุตบอลสเปนจะขอถอนทีมออกจากการแข่งขันในทุกรายการของยูฟ่าเพื่อเป็นการประท้วง ท่ามกลางการกดดันจากทางสเปน มีชาติสมาชิกเพียง 3 ชาติเท่านั้นที่โหวตให้การสนับสนุนยิบรอลตาร์ คืออังกฤษ ,สก็อตแลนด์ และเวลส์ ซึ่งทั้งหมดต่างก็เป็นชาติที่อยู่ในสหราชอาณาจักร ที่ปกครองยิบรอลตาร์เอง
ต่อมายูฟ่าได้ออกกฏว่าชาติใดที่จะขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกได้ต้องเป็นรัฐเอกราชที่ได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติเท่านั้น ทำให้สมาคมฟุตบอลยิบรอลตาร์ ยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา หรือ ศาลกีฬาโลก โดยศาลได้ตัดสินว่ากฏเรื่องรัฐเอกราชที่ยูฟ่าออกมานั้น ไม่สามารถใช้บังคับกับสมาคมฟุตบอลยิบรอลตาร์ได้ เพราะไม่ใช่กฏที่มีอยู่ในขณะที่ยิบรอลตาร์ขอเข้าร่วมเป็นสมาชิก แต่เป็นการออกกฏขึ้นใหม่ภายหลังจากที่ยิบรอลตาร์ได้ยื่นเรื่องขอเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ยูฟ่าจึงมิอาจใช้หลักรัฐเอกราชในการปฏิเสธความเป็นชาติสมาชิกของดินแดนยิบรอลตาร์ได้
ในเดือนพฤษภาคม ปี 2013 สมาคมฟุตบอลยิบรอลตาร์ได้เป็นสมาชิกของยูฟ่าอย่างเป็นทางการจากการโหวตของบรรดาสมาชิก ที่จัดขึ้นในลอนดอน โดยมีเพียงสเปนและเบลารุส ที่โหวตไม่สนับสนุน
เข้าเป็นสมาชิกของฟีฟ่า
[แก้]หลังจากชนะคดีที่ศาลกีฬาโลกจนได้เป็นสมาชิกของยูฟ่า ต่อมายิบรอลตาร์ได้ยื่นเรื่องขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกของฟีฟ่า โดยในเดือนกันยายน ปี 2014 คำขอเข้าเป็นสมาชิกของฟีฟ่าได้ถูกปฏิเสธ โดยเซพพ์ บลัทเทอร์ประธานของฟีฟ่า ยกเหตุผลในเรื่องที่ยิบรอลตาร์มีสถานะเป็นดินแดนอาณานิคมโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร
อย่างไรก็ตามเหตุผลดังกล่าวเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ในวงการฟุตบอลอย่างกว้างขวาง เนื่องจากก่อนหน้านี้ฟีฟ่าเคยรับชาติที่ยังไม่มีเอกราชสมบูรณ์ในตัวเอง เข้าเป็นสมาชิกของฟีฟ่าถึง 22 ชาติ (ในจำนวนนี้ มีถึง 5 ชาติที่เป็นสมาชิกของยูฟ่า คือหมู่เกาะแฟโร ที่มีสถานะเป็นเขตปกครองตนเองขึ้นตรงกับเดนมาร์ก และอังกฤษ,สก็อตแลนด์,เวลส์,ไอร์แลนด์เหนือที่เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร) โดยสมาคมฟุตบอลยิบรอลตาร์ได้ยื่นเรื่องฟ้องร้องฟีฟ่าต่อศาลกีฬาโลก ให้เพิกถอนมติเดิมและรับยิบรอลตาร์เข้าเป็นสมาชิก ซึ่งวิธีการเดียวกันนี้ทำให้ยิบรอลตาร์ได้เข้าเป็นสมาชิกของยูฟ่ามาแล้ว
เดือนพฤษภาคม ปี 2015 ศาลกีฬาโลก ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้รับคดีที่สมาคมฟุตบอลยิบรอลตาร์ฟ้องร้องฟีฟ่าไว้พิจารณาในชั้นศาล ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ปี 2016 ฟีฟ่าได้จัดประชุมเพื่อรับยิบรอลตาร์เป็นสมาชิก โดยการลงคะแนนเสียงของสมาชิกเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ปี 2016 ที่เม็กซิโก ได้ผ่านความเห็นชอบให้ยิบรอลตาร์เข้าเป็นสมาชิกของฟีฟ่า ด้วยคะแนนเสียง 172 ต่อ 12 ทำให้ยิลรอลตาร์ได้เป็นสมาชิกของฟีฟ่าลำดับที่ 211 ถัดจากทีมชาติคอซอวอ ที่ได้เข้ามาเป็นสมาชิกลำดับที่ 210 ของฟีฟ่าในปี ค.ศ. 2016 และทำให้ยิบรอลตาร์มีสิทธิ์เข้าแข่งขันในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก
ผลงานในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
[แก้]ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016
[แก้]วันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 2014 ยิบรอลตาร์ลงแข่งขันในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รอบคัดเลือก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยพบกับทีมชาติโปแลนด์
สนามเหย้า
[แก้]ในอดีตก่อนจะเป็นสมาชิกของยูฟ่า ทีมชาติยิบรอลตาร์ใช้ สนามกีฬาวิกตอเรีย เป็นสนามเหย้าสำหรับแข่งขันระดับชาติ โดยสนามกีฬาแห่งนี้มีความจุ 5,000 ที่นั่ง ตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินยิบรอลตาร์ บนถนนวินสตัน เชอร์ชิล อเวนิว
โดยสมาคมฟุตบอลยิบรอลตาร์ ได้มีโครงการก่อสร้างสนามกีฬายูโรปา พอยต์ ซึ่งมีความจุ 10,000 ที่นั่งเพื่อมาใช้แทนที่สนามเดิม[8][9][10] โดยการก่อสร้างสนามใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นในเดือนตุลาคม ค.ศ.2013[11] ระหว่างการก่อสร้างสนามใหม่นี้ทีมชาติยิบรอลตาร์ จะต้องใช้สนาม เอสตาดิอู อัลการ์เว ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองฟารู, ประเทศโปรตุเกส เป็นสนามเหย้าแทน เนื่องจากสนามกีฬาวิกตอเรียยังไม่ผ่านมาตรฐานของยูฟ่า ในการจัดการแข่งขันระดับชาติอย่างเป็นทางการ[12]
อย่างไรก็ตาม แม้ทีมชาติยิบรอลตาร์จะไม่สามารถใช้งานสนามกีฬาวิกตอเรียสำหรับแข่งขันในรายการของยูฟ่า อย่างฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 รอบคัดเลือกได้ แต่ยังสามารถใช้สนามนี้ได้ในการแข่งขันกระชับมิตร[13]
สถิติ
[แก้]ผู้เล่นที่ลงสนามให้ทีมชาติมากที่สุด
[แก้]ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2018
| # | ชื่อ | ช่วงเวลา | จำนวนนัดที่ลงสนาม | จำนวนประตู | สโมสร |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | เลียม วอล์กเกอร์ | 2013– | 33 | 2 | เซเด ซาน โรเก บีไน เยฮูดา เทลอาวีฟ ลินคอล์น เรด อิมพส์ ยูโรปา เอฟซี นอตส์ เคาน์ตี |
| 2 | โจเซฟ ชิโปลินา | 2013– | 31 | 2 | ลินคอล์น เรด อิมพส์ |
| 3 | รอย ชิโปลินา | 2013– | 30 | 1 | ลินคอล์น เรด อิมพส์ |
| 4 | ฌอน-คาร์ลอส การ์เซีย | 2014– | 26 | 0 | ลินคอล์น เรด อิมพส์ |
| 5 | ไรอัน แคสเซียโร | 2013– | 24 | 0 | ลินคอล์น เรด อิมพส์ |
| ไคล์ แคสเซียโร | 2013– | 24 | 1 | ลินคอล์น เรด อิมพส์ | |
| 7 | แอนโธนี บาร์ดอน | 2014– | 23 | 0 | ลินคอล์น เรด อิมพส์ เชฟฟีลด์ เอฟซี |
| ลี แคสเซียโร | 2014– | 23 | 2 | ลินคอล์น เรด อิมพส์ | |
| 9 | จอร์แดน เปเรซ | 2013–2016 | 17 | 0 | ลินคอล์น เรด อิมพส์ ไลออน ยิบรอลตาร์ เซ็นต์ โจเซฟ เอฟซี |
| 10 | เจย์ซี โอลิเวโร | 2016– | 16 | 0 | อบิงดอน ยูไนเต็ด |
| แจ็ก เซอร์เจนต์ | 2014– | 16 | 0 | แมนเชสเตอร์ 62 ลินคอล์น เรด อิมพส์ |
ผู้ยิงประตูสูงสุดในทีมชาติ
[แก้]ณ วันที่ สิงหาคม 2018
| # | ชื่อ | ช่วงเวลา | ประตู | จำนวนนัดที่ลงสนาม | ค่าเฉลี่ยการยิงประตู |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | เจค กอสลิง | 2014– | 2 | 12 | 0.167 |
| ลี แคสเซียโร | 2014– | 2 | 19 | 0.105 | |
| เลียม วอล์กเกอร์ | 2013– | 2 | 29 | 0.069 | |
| 4 | ไคล์ แคสเซียโร | 2013– | 1 | 23 | 0.043 |
| รอย ชิโปลินา | 2013– | 1 | 28 | 0.036 | |
| แอนโธนี เฮอร์นานเดซ | 2014– | 1 | 13 | 0.077 | |
ผู้เล่นที่มีชื่อเสียง
[แก้]- แดนนี ฮิกกินบอตแธม (อดีตผู้เล่นแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด,เซาท์แฮมป์ตัน,ซันเดอร์แลนด์)
- สก็อต ไวส์แมน (สคันธอร์ป ยูไนเต็ด)
- เจค กอสลิง (บริสตอล โรเวอร์ส)
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "Team 54". Gibraltar Football Association. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 18 ธันวาคม 2014. สืบค้นเมื่อ 22 สิงหาคม 2014.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "The FIFA/Coca-Cola Men's World Ranking". 20 กรกฎาคม 2026. สืบค้นเมื่อ 20 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "Gibraltar Voted Into FIFA". FIFA.com. FIFA. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 3 มิถุนายน 2016. สืบค้นเมื่อ 14 พฤษภาคม 2016.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Montague, James (22 พฤษภาคม 2013). "Gibraltar Moves Closer to Soccer Independence". The New York Times. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 ตุลาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 24 พฤษภาคม 2013.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Gibraltar given full Uefa membership at London Congress". BBC Sport. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 มกราคม 2016. สืบค้นเมื่อ 24 พฤษภาคม 2013.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Stokkermans, Karel. "Gibraltar – List of International Matches". RSSSF. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 สิงหาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 29 มิถุนายน 2007.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Brown, Colin. "NatWest Island Games XII – Rhodes 2007". International Island Games Association. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 ตุลาคม 2013. สืบค้นเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2014.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Our new national stadium". team54.gi. สืบค้นเมื่อ 24 พฤษภาคม 2013.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) CS1 maint: deprecated archival service (ลิงก์) - ↑ "'NO POLITICS, JUST FOOTBALL' – BEISO". Gibraltar Chronicle. 3 ตุลาคม 2012. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2013-09-28. สืบค้นเมื่อ 24 พฤษภาคม 2013.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Doyle, Paul (23 พฤษภาคม 2013). "Gibraltar set to be new kids on the Rock as Uefa votes on its future". London: Guardian.co.uk. สืบค้นเมื่อ 24 พฤษภาคม 2013.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Franco, Liam. "GIB'S MAN IN UEFA FLAGS UP STADIUM PROJECT ON TWITTER". Gibraltar Chronicle. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2013-09-28. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2013.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Algarve – temporary home for Gibraltar's international football matches". GBC News. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2014-03-06. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2013.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Bailey, Graeme. "Slovakia to be Gibraltar's first opponents". Sky Sports. สืบค้นเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2013.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)