ฟุตบอลทีมชาติออสเตรีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ออสเตรีย
Shirt badge/Association crest
ฉายา Das Team
Burschen
Unsere Burschen
วิหคเพลิง (ฉายาในประเทศไทย[1])
สมาคม สมาคมฟุตบอลออสเตรีย (ÖFB)
สมาพันธ์ ยูฟ่า (ยุโรป)
หัวหน้าผู้ฝึกสอน มาร์เซล โคลเลอร์
กัปตัน คริสเตียน ฟุกส์
ติดทีมชาติสูงสุด แอนเดรียส แฮร์โซก (103)
ทำประตูสูงสุด แอนตอน โพลสเตอร์ (44)
สนามเหย้า เอิร์นส์ท-แฮปเปิล-สตาดิโอน
รหัสฟีฟ่า AUT
อันดับฟีฟ่า 10 Increase 1 (2 มิถุนายน 2016)
อันดับฟีฟ่าสูงสุด 10 (มีนาคม, มิถุนายน 2016)
อันดับฟีฟ่าต่ำสุด 105 (กรกฎาคม 2008)
อันดับอีแอลโอ 21 Steady (12 มีนาคม 2015)
อันดับอีแอลโอสูงสุด 1 (พฤษภาคม 1934)
อันดับอีแอลโอต่ำสุด 75 (2 กันยายน 2011)
สีชุดเหย้า
สีชุดเยือน
เกมระดับนานาชาติครั้งแรก
ธงชาติออสเตรีย ออสเตรีย 5–0 ฮังการี ธงชาติฮังการี
(เวียนนา, ออสเตรีย; 12 ตุลาคม 1902)
ชนะสูงสุด
ธงชาติออสเตรีย ออสเตรีย 9–0 มอลตา ธงชาติมอลตา
(ซัลบวร์ก, ออสเตรีย; 30 เมษายน 1977)
แพ้สูงสุด
ธงชาติออสเตรีย ออสเตรีย 1–11 อังกฤษ ธงชาติอังกฤษ
(เวียนนา, ออสเตรีย; 8 มิถุนายน 1908)
ฟุตบอลโลก
เข้าร่วม 7 (ครั้งแรกใน 1934)
ผลงานดีที่สุด ที่สาม, 1954
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
เข้าร่วม 2 (ครั้งแรกใน 2008)
ผลงานดีที่สุด รอบแรก, 2008

ฟุตบอลทีมชาติออสเตรีย (เยอรมัน: Österreichische Fußballnationalmannschaft) เป็นทีมฟุตบอลตัวแทนในระดับทีมชาติของออสเตรีย ประเทศในภูมิภาคยุโรปกลาง ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมฟุตบอลออสเตรีย

ประวัติ[แก้]

สมาคมฟุตบอลออสเตรียก่อตั้งในวันที่ 18 มีนาคม ค.ศ. 1904 ในจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ส่วนประวัติในระดับสากลของออสเตรีย เริ่มต้นขึ้นในทศวรรษที่ 30 เมื่อได้รับการขนานนามให้เป็น "ทีมมหัศจรรย์" จากรูปแบบการเล่นที่สวยงามและมีประสิทธิภาพ และมีสถิติไม่แพ้ใครติดต่อกันถึง 14 นัด ในช่วง ค.ศ. 1931–32 และเข้าร่วมฟุตบอลโลก 1934 โดยถูกจัดให้เป็นทีมหนึ่งที่มีโอกาสคว้าแชมป์ไปครอง แต่ในรอบรองชนะเลิศออสเตรียแพ้ต่ออิตาลี ซึ่งต่อมาอิตาลีก็ได้แชมป์ไปในท้ายที่สุด

ออสเตรียประสบความสำเร็จสูงสุดในฟุตบอลโลก 1954 เมื่อเป็นทีมที่ได้ถึงอันดับ 3 จนถึงปัจจุบันออสเตรียผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้ว 7 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายคือฟุตบอลโลก 1998 โดยมี โทนี โพลสเตอร์ และแอนเดรียส แฮร์โซก โดยทั้งคู่เป็นผู้เล่นคนสำคัญจากบุนเดสลีกา จากนั้นออสเตรียก็ถึงจุดที่ต้องเปลี่ยนถ่ายตัวผู้เล่นในยุคต่อมา ซึ่งต้องใช้เวลานานในการจะมีผู้เล่นที่มีความสามารถขึ้นมาสู่ระดับทีมชาติ

ในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ออสเตรียก็ไม่มีวี่แววว่าจะผ่านเข้าไปได้เล่นอีกเลย เมื่อเป็นยุคของการเปลี่ยนถ่ายตัวผู้เล่น โดยในปี ค.ศ. 2008 ก็ได้ใช้สิทธิในการเป็นเจ้าภาพร่วมกับสวิตเซอร์แลนด์ ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายได้ แต่ก็ต้องตกรอบแรกไปอย่างที่เก็บคะแนนได้เพียงแต้มเดียวเท่านั้นเอง

ในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ออสเตรียก็ได้ผ่านเข้าไปร่วมแข่งขันด้วย โดยมีผลงานที่ยอดเยี่ยมคือการเอาชนะสวีเดนไปได้ถึง 1–4 ถึงสวีเดนในรอบคัดเลือกเมื่อปี ค.ศ. 2015 ออสเตรียอยู่ในกลุ่มเอฟ เช่นเดียวกับ โปรตุเกส, ฮังการี และไอซ์แลนด์ โดยลงแข่งขันนัดแรกพบกับฮังการี ในวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 2016 ที่สนามนูโวสตาดเดบอร์โด ในเมืองบอร์โด[1]

การแข่งขัน[แก้]

ดูบทความหลักที่: Austria–Hungary football rivalry

เป็นการแข่งขันระหว่างออสเตรียและฮังการี

ผู้เล่นคนสำคัญ[แก้]

อดีตผู้เล่นคนสำคัญ[แก้]

ชุดแข่งขันแบ่งตามปี[แก้]

1978
1982
1990
1992
1998
2008
2012
2014
2016

ออสเตรียได้ใช้ชุดแข่งของพูมามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1978

อ้างอิงและเชิงอรรถ[แก้]

  1. 1.0 1.1 หน้า 20 กีฬา, ออสเตรีย หวังไกลถึงรอบ 8 ทีม.... "ตะลุยยูโร" โดย ทีมข่าวกีฬา. เดลินิวส์ฉบับที่ 24,344: วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 7 ปีวอก
  2. หลังจากปี 1988 การแข่งขันได้รับการจำกัดให้มีทีมไม่เกิน 3 ทีม และผู้เล่นห้ามเกินอายุ 23 และจะไม่ถูกบันทึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติหรือได้รับรางวัลใด ๆ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]