ศาสนาซิกข์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ซิกข์)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
กันด้า สัญลักษณ์ประจำศาสนาซิกข์

ศาสนาซิกข์ (ปัญจาบ: ਸਿੱਖੀ) หรือ ศาสนาสิกข์ เป็นศาสนาสำคัญหนึ่งของโลก โดยคำว่าซิกข์มาจากภาษาสันสกฤต Sikh แปลว่าแนวทางหรือแบบแผน[1][2] ศาสนาซิกข์เป็นศาสนาอินเดียที่มีต้นกำเนิดในแคว้นปัญจาบ ทางตอนเหนือของอนุทวีปอินเดียในราวคริสต์ศตวรรษที่ 15 โดยคุรุศาสดาพระองค์แรก คุรุนานัก และถูกนิยามว่าเป็นทั้งศาสนาเอกเทวนิยม และ พหุเทวนิยม[3][4][5][6][7]

ชื่อและการออกเสียง[แก้]

การเขียน และการออกเสียงชื่อศาสนาซิกข์นั้น หากเขียนว่า "สิกข์" ในภาษาไทยจะอ่านออกเสียงว่า “สิกส์" ซึ่งไม่ตรงกับเสียงในภาษาปัญจาบ และจะทำให้ความหมายเปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นเพื่อให้อ่านออกเสียง และความหมายถูกต้อง จึงต้องเขียนว่า "ซิกข์" และอ่านออกเสียงว่า "ซิก", หรืองานวิ่งการกุศล ไทย-ซิกข์ มาราธอนซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ก็ใช้การเขียนว่า "ซิกข์" ขณะที่ในสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนมีการสะกดว่า "สิกข์" [8]

ในพจนานุกรมภาษาไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดว่าคำนี้สามารถสะกดได้ถึงสี่แบบ ได้แก่ "ซิกข์, สิกข์, ซิก, สิข" [9]

ศาสดาของศาสนาซิกข์[แก้]

ดูบทความหลักที่: คุรุศาสดา
ภาพวาดแสดงคุรุศาสดาทั้ง 10 องค์

ศาสดา หรือ คุรุ แห่งศาสนาซิกข์มี 10 ท่าน ต่อจากนั้นศาสดาองค์ที่ 10 ได้ประกาศให้ถือพระคัมภีร์เป็นศาสดาตลอดกาลแทน และไม่มีการแต่งตั้งศาสดาต่อไปอีก ยกเว้นนิกายนามธารีถือว่ายังมีศาสดาต่อไปได้อีกจนบัดนี้มีรวม 20 องค์แล้ว แต่บทความนี้จะยึดคุรุศาสดาทั้ง 10 ท่าน ได้แก่

  1. คุรุนานัก (Guru Nanak) บางเอกสารใช้คำว่า คุรุนานักเทพ
  2. คุรุอังคัต (Guru Angat) บางเอกสารใช้คำสะกดว่า คุรุอังกัต, คุรุอังคัท, คุรุอังคัตเทพ, คุรุอังขัต และ คุรุอังฆัต
  3. คุรุอมรทาส (Guru Amar Das)
  4. คุรุรามดาส (Guru Ram Das)
  5. คุรุอรชุน (Guru Arjan) บางเอกสารใช้คำว่า คุรุอาร์จัน
  6. คุรุหริโควินท์ (Guru Har Gobind)
  7. คุรุหริไร (Guru Har Rai) บางเอกสารใช้คำว่า คุรุหาร์ไร
  8. คุรุหริกริษัน (Guru Har Krishan)
  9. คุรุเตฆพหทูร์ (Guru Tegh Bahadur)
  10. คุรุโควินทสิงห์ (Guru Gobind Singh)

หลังสิ้นสุดสมัยของคุรุโควินทสิงห์แล้ว ท่านคุรุได้แต่งตั้งให้ มหาคัมภีร์ คุรุกรันตสาหิบ (Guru Granth Sahib) เป็นคุรุศาสดาอมตะตลอดไป กล่าวคือจะไม่มีการตั้งคุรุศาสดาเป็นบุคคลอีก แต่จะให้ยึดถือพระคัมภีร์เป็นคุรุศาสดาตลอดกาล

คัมภีร์ในศาสนา[แก้]

ดูบทความหลักที่: คุรุกรันตสาหิบ

พระศาสดาองค์ที่ห้า คุรุอรชุน ได้ทรงรวบรวมพระคัมภีร์ของพระศาสดาองค์ก่อน ๆ ทั้งสี่พระองค์ รวมทั้งของพระองค์เอง และนักบุญนักบวชต่าง ๆ ไม่ว่าจะศาสนาใด ที่มีแนวคิดปรัชญาและความสัตย์รู้แจ้งเห็นจริง ในปี พ.ศ. ๒๑๔๗ ซึ่งมีพระนามว่า "อทิ กรันตสาหิบ" เป็นพระคัมภีร์พระองค์เดียวในสากลโลกที่ได้มีการเรียบเรียงโดยพระศาสดา (ผู้ก่อตั้งศาสนา) ในช่วงสมัยพระชนมายุของพระองค์เอง แบ่งออกเป็น 2 เล่ม ดังนี้

  1. อทิ กรันตะ แปลว่า คัมภีร์แรก คุรุอรชุน เป็นผู้รวมขึ้นใน ค.ศ. 1604 หรือ พ.ศ. 2147 มีบทนิพนธ์ของคุรุ หรือศาสดาตั้งแต่องค์ที่ 1 ถึงองค์ที่ 5 และมีบทประพันธ์ของนักบุญผู้มีชื่อแห่งศาสนาฮินดู และศาสนาอิสลามผนวกอยู่ด้วย
  2. ทสม กรันตะ แปลว่า คัมภีร์ของศาสดาองค์ที่ 10 เป็นชุมนุมบทนิพนธ์ของศาสดาองค์ที่ 10 คือ คุรุโควินทสิงห์ รวบรวมขึ้นในสมัยหลังจากอติ กรันตะ ประมาณ 100 ปี

โดยทั้ง 2 คัมภีร์บันทึกคำสอนของคุรุสำคัญสรุปลงในหลักการใหญ่ 4 ประการ คือ

  1. เรื่องความสามัคคี
  2. เรื่องความเสมอภาค
  3. เรื่องความศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า
  4. ความจงรักภักดีต่อคุรุทั้ง 10 องค์

นิกายต่าง ๆ ในศาสนาซิกข์[แก้]

ในศาสนาซิกข์แบ่งออกเป็นหลายนิกาย แต่มีนิกายที่สำคัญ ๆ ๒ นิกาย คือ นิกายนานักปันถิ แปลว่า ผู้ปฏิบัติตามธรรมของท่านคุรุนานัก (ศาสดาองค์แรก) ผู้นับถือนิกายนี้จะไม่เข้าปาหุล หรือ ล้างบาป และไม่รับ “ก” ทั้ง ๕ ประการ

นิกายนิลิมเล แปลว่า นักพรตผู้ปราศจากมลทิน บางแห่งเรียกนิกายนี้ว่า “นิกายขาลสา” หรือ “นิกายสิงห์” ผู้นับ ถือนิกายนี้จะดำเนินตามคำสอนของท่านคุรุโควินทร์สิงห์ (ศาสดาองค์ที่ ๑๐) โดยเฉพาะในเรื่องปาหุล หรือล้างชำระล้าง บาป ให้ตนเป็นผู้บริสุทธิ์ (ขาลสา) และเมื่อรับ “ก” ทั้ง ๕ แล้วก็ใช้นามสิงห์ต่อท้ายได้

นิกายอุทาสี หมายความว่า ผู้วางเฉยต่อโลก

นิกายอกาลี คือ ผู้บูชาพระผู้เป็นเจ้านิรันดร

นิกายสุธเร คือ นักพรตผู้บริสุทธิ์

นิกายทิวเนสาธุ หมายถึง นักบุญผู้เมา (ในพระเจ้า)

นิกายริมเลสาธุ หมายถึง นักบุญผู้ไม่มีมลทิน

นิกายนามธารี แปลว่า ผู้ทรงไว้ หรือผู้เทิดทูลพระนามของพระเจ้า หรือผู้มั่นอยู่ในนามของพระเจ้า ผู้นับถือนิกายนี้จะแต่งตัวขาวล้วน ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มของมึนเมา ไม่กินเนื้อสัตว์ กระนั้นก็ตามนิกายอื่น ๆ ที่มิได้กล่าวถึงในที่นี้กว่า ๒๐ นิกายล้วนมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย[10]

ศาสนสถาน[แก้]

ดูบทความหลักที่: คุรุทวารา

ศาสนสถานของศาสนาซืกข์เรียกว่า คุรุทวารา หรือคนไทยบางคนเรียกว่า โบสถ์ซิกข์, วัดซิกข์ โดยมีศูนย์รวมอยู่ที่วิหารทองคำ "หริมันทิรสาหิบ" หรือ สุวรรณวิหาร ตั้งอยู่ในเมืองศักดิ์สิทธิ์อมฤตสาร์ ในแคว้นปัญจาบ ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งโดยคุรุรามดาส คุรุศาสดาองค์ที่สาม

ในประเทศไทย[แก้]

ดูบทความหลักที่: ศาสนาซิกข์ในประเทศไทย

อ้างอิง[แก้]

  1. Singh, Khushwant (2006). The Illustrated History of the Sikhs. India: Oxford University Press. p. 15. ISBN 978-0-19-567747-8.
  2. Nabha, Kahan. Sahib Singh (1930). Gur Shabad Ratnakar Mahan Kosh (in Punjabi). p. 720. Archived from the original on 18 March 2005. สืบค้นเมื่อ 29 May 2006. (ปัญจาบ)
  3. Nesbitt, Eleanor M. (2005). Sikhism: a very short introduction. Oxford University Press. pp. 21–23. ISBN 978-0-19-280601-7.
  4. Nirbhai Singh (1990). Philosophy of Sikhism: Reality and Its Manifestations. Atlantic Publishers. pp. 1–3.
  5. Opinderjit Kaur Takhar (2016). Sikh Identity: An Exploration of Groups Among Sikhs. Taylor & Francis. p. 147. ISBN 978-1-351-90010-2.
  6. http://www.bbc.com/religion/religions/sikhism/
  7. W.Owen Cole; Piara Singh Sambhi (1993). Sikhism and Christianity: A Comparative Study (Themes in Comparative Religion). Wallingford, United Kingdom: Palgrave Macmillan. p. 117. ISBN 0333541073.
  8. ศาสนาสิกข์ สะกด ส.เสือ สารานุกรมสำหรับเยาวชน เครือข่ายกาญจนาภิเษก
  9. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ (สืบค้นออนไลน์) และราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, พิมพ์ครั้งที่ 3, ราชบัณฑิตยสถาน, 2552, หน้า 365
  10. http://www.dra.go.th/ewtadmin/ewt/dra_buddha/main.php?filename=singh_2

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]