ข้ามไปเนื้อหา

4 ต่อ 4 แฟมิลี่เกม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก 4 ต่อ 4 ปีจอ)
4 ต่อ 4 แฟมิลี่เกม
ประเภทเกมโชว์
สร้างโดยMark Goodson
สร้างจากแฟมิลีฟิวด์
โดย ฟรีแมนเทิล
ดำเนินรายการโดย
บรรยายโดย
  • นุวัต ไวฑูรเกียรติ์ (2544–2548)
  • ภคชนก์ โวอ่อนศรี (พ.ศ. 2548–2549)
  • เสกสรรค์ สิงอุไร (7 มี.ค. 2559–28 ก.ค. 2560)
  • ปัฐวี ลีตระกูล (31 ก.ค. 2560–28 ธ.ค. 2568)
ประเทศต้นกำเนิดประเทศไทย
ภาษาต้นฉบับภาษาไทย
จำนวน ฤดูกาล2
การผลิต
การจัดวางกล้องหลายกล้อง
ระยะเวลา60 นาที
บริษัทผู้ผลิต
การเผยแพร่ต้นฉบับ
ช่อง / สถานีช่อง 3
ออกอากาศ13 มกราคม 2544 (2544-01-13) 
31 ธันวาคม 2549 (2549-12-31)
ช่อง / สถานีช่องวัน 31
ออกอากาศ7 มีนาคม 2559 (2559-03-07) 
28 ธันวาคม 2568 (2568-12-28)

4 ต่อ 4 แฟมิลี่เกม (อังกฤษ: 4 vs 4 Family Game) เป็นรายการโทรทัศน์ประเภทเกมโชว์ตอบปัญหา (ควิซโชว์) ที่ซื้อลิขสิทธิ์รายการ "แฟมิลีฟิวด์" (Family Feud) จากฟรีแมนเทิลของสหรัฐ มาผลิตในรูปแบบของประเทศไทย มีการผลิตออกอากาศทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ผลิตโดย บริษัท เอ็กแซ็กท์ จำกัด และ บริษัท ซีเนริโอ จำกัด ดำเนินรายการโดย กนิษฐ์ สารสิน ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ระหว่างวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2544 – 31 ธันวาคม พ.ศ. 2549 และครั้งที่ 2 ผลิตโดย บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินรายการโดย กิตติ เชี่ยววงศ์กุล ออกอากาศทางช่องวัน 31 ระหว่างวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2559 – 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ประวัติ

[แก้]

4 ต่อ 4 เป็นรายการโทรทัศน์ประเภทเกมโชว์แนวทายปัญหา (ควิซโชว์) โดยมีผู้เข้าแข่งขันทีมละ 4 คน จำนวน 2 ทีม (หรือจำนวน 3 ทีม ในรายการ "4 ต่อ 4 เซเลบริตี") มาแข่งขันตอบคำถามจากผลสำรวจ 100 คน มีการซื้อลิขสิทธิ์รายการนี้จากบริษัทฟรีแมนเทิล เพื่อนำมาผลิตในรูปแบบของประเทศไทยทั้งหมด 2 ครั้ง ดังนี้

ครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2544 – 2549)

[แก้]

ในการผลิตครั้งที่ 1 บริษัท เอ็กแซ็กท์ จำกัด (ภายหลังบริษัท ซีเนริโอ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในสังกัดเดียวกัน ได้ร่วมผลิตด้วย) เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2544 จนถึงครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ทางช่อง 3 เอชดี ดำเนินรายการโดย กนิษฐ์ สารสิน

ในช่วงปี พ.ศ. 2545 ได้เพิ่ม 4 ต่อ 4 ซันเดย์ ซึ่งเป็นช่วงเฉพาะที่จัดในช่วงทุกวันอาทิตย์ และ 4 ต่อ 4 ฮอลิเดย์ ที่ออกอากาศในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์บางวันตามโอกาส โดยกฏกติกาในเกมเหมือนทุก 4 ต่อ 4 ทุกประการ

ครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2559 – 2568)

[แก้]

ในปี พ.ศ. 2559 ช่องวัน 31 ได้นำรายการนี้กลับมาทำใหม่เป็นครั้งที่ 2 โดยเปลี่ยนผู้ผลิตเป็น บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ที่รับโอนการผลิตรายการโทรทัศน์มาจากเอ็กแซ็กท์และซีเนริโอ ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2559 และเพิ่มรายการ 4 ต่อ 4 เซเลบริตี โดยออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2559 แต่ต่อมาได้ย้ายวัน–เวลาออกอากาศใหม่เป็นทุกวันอาทิตย์ เวลา 12:00 น. เริ่มวันที่ 3 กรกฎาคม – 25 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ดำเนินรายการโดย กิตติ เชี่ยววงศ์กุล[1]

ในช่วงปี พ.ศ. 2560 ได้เพิ่ม 4 ต่อ 4 ฟรายเดย์ ซึ่งเป็นช่วงเฉพาะที่จัดในช่วงทุกวันศุกร์ โดยกฎกติกาในเกมเหมือน 4 ต่อ 4 ทุกประการ

ใน พ.ศ. 2563 รายการ 4 ต่อ 4 แฟมิลี่เกม เปลี่ยนเวลาออกอากาศจากวันอาทิตย์ เวลา 15:30 – 16:30 น. เป็นวันเสาร์ เวลา 15:00 – 16:00 น. ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2563 – 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 และ รายการ 4 ต่อ 4 เซเลบริตี เปลี่ยนเวลาออกอากาศจากวันเสาร์ เวลา 11:15 – 12:15 น. เป็นวันอาทิตย์ เวลา 15:00 – 16:00 น. ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา

เนื่องจากในวันเสาร์ตั้งแต่เวลา 15:00 น. มีการถ่ายทอดสดวอลเลย์บอลหญิงไทยแลนด์ลีก 2024-25 และหลังจากนั้นในช่วงเวลาดังกล่าวได้นำรายการ เก่งจริงชิงค่าเทอม มาออกอากาศต่อ รายการ 4 ต่อ 4 แฟมิลี่เกม จึงย้ายวันและเวลาออกอากาศไปออกอากาศสลับกับ 4 ต่อ 4 เซเลบริตี ในวันอาทิตย์ เวลา 15:00 – 16:00 น. ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 จนกระทั่งออกอากาศตอนสุดท้ายเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568[2]

รูปแบบรายการ

[แก้]

4 ต่อ 4 แฟมิลี่เกม

[แก้]

รูปแบบหลักของรายการคือจะมีผู้เข้าแข่งขันจำนวน 2 ทีม มีจำนวนสมาชิกในทีม ทีมละ 4 คน มาแข่งขันตอบคำถามในรูปแบบผลสำรวจ โดยมีข้อมูลจากการสำรวจบุคคลทั่วไปจำนวน 100 คน

ทั้งนี้ ทีมที่ทำคะแนนได้ถึง 300 คะแนนก่อน ทีมนั้นจะเป็นแชมป์ในรายการและผ่านเข้ารอบไปเล่นในรอบโบนัสเพื่อสะสมเงินรางวัล

รอบตอบคำถาม

[แก้]

ในแต่ละรอบจะส่งสมาชิกในทีม ทีมละ 1 คนเรียงจากหัวแถวไปท้ายแถวเพื่อมาตอบคำถามเพื่อเลือกทีมที่จะได้เล่นก่อน โดยจะมีคำตอบของคำถามตั้งแต่ 3 – 8 คำตอบ (ขึ้นอยู่กับผลสำรวจของแต่ละคำถาม) เมื่อพิธีกรอ่านคำถาม สมาชิกที่ถูกส่งมาของแต่ละทีมจะต้องแย่งกันกดปุ่ม คนที่กดปุ่มจนหลอดไฟติดได้ก่อนจะมีสิทธิ์ตอบคำถามก่อนและต้องตอบภายใน 3 วินาที ฝ่ายที่ตอบคำตอบที่มีอันดับสูงกว่า หรือตอบคำตอบอันดับที่ 1 ได้ จะมีสิทธิ์เลือกว่าจะเล่นเองหรือโยนให้อีกทีมเล่น (ในกรณีที่สมาชิกที่กดปุ่มของทั้งสองทีมตอบคำตอบที่ไม่มีในผลสำรวจ ผู้เล่นลำดับต่อไปในทีมจะได้สิทธิ์ตอบคำถาม เพื่อดูว่าฝ่ายไหนจะมีสิทธิ์เลือกเล่นหรือโยน)

ทีมที่ได้เล่นจะต้องตอบคำตอบที่มีอยู่ในผลสำรวจบนหน้าจอให้หมดเพื่อคว้าคะแนนทั้งหมดโดยห้ามปรึกษากันในระหว่างการเล่น ถ้าตอบสิ่งที่ไม่มีในผลสำรวจหรือตอบไม่ทันภายในเวลา 3 วินาที จะถือว่าตอบพลาด 1 ครั้ง หากตอบพลาดครั้งที่ 2 ทีมฝ่ายตรงข้ามจะสามารถปรึกษากันได้ และถ้าหากตอบพลาดครั้งที่ 3 ทีมฝ่ายตรงข้ามจะมีสิทธิ์ขโมยคะแนนในรอบนั้น โดยสมาชิกในทีมทุกคนจะได้เสนอคำตอบของตัวเองคนละ 1 คำตอบ แต่ผู้ที่มีสิทธิ์ตอบคือหัวหน้าทีม ซึ่งมีสิทธิ์จะเชื่อคำตอบของเพื่อนในทีมหรือคิดคำตอบเองก็ได้ (ปัจจุบันพิธีกรจะให้หัวหน้าทีมตอบทันที โดยไม่ให้ลูกทีมเสนอคำตอบ) ถ้าคำตอบที่ตอบมานั้นมีอยู่ในผลสำรวจจะสามารถขโมยคะแนนที่อีกทีมทำไว้มาได้ทันที แต่ถ้าคำตอบนั้นไม่มีอยู่ในผลสำรวจ คะแนนจะกลับเป็นของทีมที่ตอบไปตอนแรก

ลักษณะในการให้คะแนนของแต่ละรอบคือในรอบที่ 1 และรอบที่ 2 จะมีคะแนนปกติ (คำตอบของผลสำรวจ 1 คน = 1 คะแนน) รอบที่ 3 จะเป็นรอบคูณสอง และรอบที่ 4 เป็นรอบคูณสาม (ในรอบคูณสาม หากฝ่ายที่ได้เล่นตอบพลาดแม้เพียงครั้งเดียว ทีมฝ่ายตรงข้ามจะมีสิทธิ์ขโมยคะแนนทันที) เมื่อทีมใดมีคะแนนรวมถึง 200 คะแนนก่อน ทีมนั้นจะเป็นแชมป์ในรายการ และได้เข้าไปสะสมเงินรางวัลในรอบโบนัส

ต่อมาเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560 ได้มีการปรับเปลี่ยนกติกาเพิ่มอีกเล็กน้อยคือ ใน 3 รอบแรกจะมีคะแนนปกติ (คำตอบของผลสำรวจ 1 คน = 1 คะแนน) รอบที่ 4 จะเป็นรอบคูณสอง และรอบที่ 5 เป็นรอบคูณสาม (ในรอบคูณสาม หากฝ่ายที่ได้เล่นตอบพลาดแม้เพียงครั้งเดียว ทีมฝ่ายตรงข้ามจะมีสิทธิ์ขโมยคะแนนทันที) เมื่อทีมใดมีคะแนนรวมถึง 300 คะแนนก่อน ทีมนั้นจะเป็นแชมป์ในรายการ และได้เข้าไปสะสมเงินรางวัลในรอบโบนัส (ซึ่งกติกาและเป้าหมาย 300 คะแนนนี้ก็จะคล้ายคลึงกับ รายการ แฟมิลีฟิวด์ หรือ 4 ต่อ 4 เวอร์ชั่น สหรัฐ อีกด้วย)

และเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 ได้มีการย้ายเวลาพร้อมกับเพิ่มช่วงใหม่ของรายการในชื่อช่วงนี้ว่า “เงินขวัญถุง” ซึ่งจะเริ่มก่อนเข้าสู่การแข่งขันในรอบที่ 4 (รอบคะแนน X2) โดยทั้ง 2 ทีมจะต้องส่งตัวแทนออกมาทีมละ 1 คน ออกมาแข่งกันกดปุ่มสัญญาณไฟเพื่อหาคำตอบอันดับที่ 1 ของคำถามข้อนั้น ๆ (ตัวแทนที่ส่งมาในแต่ละข้อจะต้องไม่ซ้ำกัน และไม่จำเป็นต้องส่งในตำแหน่งยืนเดียวกัน) ทีมใดที่ทำได้ 2 ข้อก่อน ทีมนั้นจะได้รับเงินขวัญถุงมูลค่า 5,000 บาทไปทันที

รอบโบนัส

[แก้]

ทีมที่เป็นแชมป์จะเลือกสมาชิกในทีม 2 คน โดยสมาชิกคนหนึ่งจะต้องอยู่ในห้องเก็บเสียง แล้วให้สมาชิกอีกคนได้ตอบคำถาม 5 ข้อ โดยมีเวลาในการตอบคำถาม 15 วินาที ผู้แข่งขันสามารถ "ข้าม" คำถามได้ โดยคำถามข้อที่ข้ามไปแล้วจะวนกลับมาถามใหม่เมื่อถามคำถามหมดทุกข้อไปแล้วแต่เวลายังไม่หมด เมื่อสมาชิกคนแรกเล่นเกมเสร็จแล้ว และสมาชิกคนที่ 2 จะต้องมาตอบคำถามเดียวกับสมาชิกคนแรก โดยจะมีเวลาในการตอบคำถาม 20 วินาที แต่ไม่สามารถตอบคำตอบที่ซ้ำกับคนแรกได้ (หากตอบซ้ำจะมีเสียงออด พร้อมทั้งสมาชิกคนนั้นจะต้องตอบคำถามนั้นใหม่) ทั้งนี้พิธีกรจะเฉลยข้อคำตอบ 2 อันดับแรก

อนึ่ง การออกอากาศในระยะหลังได้เพิ่มเวลาในการตอบคำถามรอบแรกเป็น 20 วินาที และในรอบที่ 2 เป็น 25 วินาที

โดยการคิดเงินรางวัลนั้น ถ้าสมาชิกทั้งสองคนทำคะแนนได้รวมกัน 200 คะแนนขึ้นไป จะได้เงินรางวัลโบนัสจำนวน 100,000 บาท คูณกับจำนวนสมัยที่ทำโบนัสแตกที่มากที่สุด แต่ถ้าทำคะแนนไม่ถึง 200 คะแนน ก็จะไม่ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท (เช่น เป็นแชมป์สมัยแรก ทำโบนัสแตก รับเงินรางวัลจำนวน 100,000 บาท แล้วไปทำโบนัสแตกอีกครั้งในสมัยที่ 5 เงินรางวัลสะสมของทีมจะกลายเป็น 300,000 บาท เป็นต้น) และจะสามารถสะสมเงินรางวัลได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะถูกโค่นแชมป์

ต่อมา ทางรายการได้ปรับกติกาเพียงเล็กน้อย โดยทีมแชมป์จะสามารถเป็นแชมป์ได้สูงสุด 5 สมัย ถ้าหากทำคะแนนครบ 200 คะแนน จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 100,000 บาท สำหรับโบนัสรอบนั้น ๆ แต่ถ้าหากทำคะแนนได้ไม่ครบ 200 คะแนน จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 10,000 บาท

ต่อมา การออกอากาศภายในปี พ.ศ. 2559 ทีมแชมป์จะสามารถเป็นแชมป์ได้สูงสุด 5 สมัย ถ้าหากทำคะแนนครบ 200 คะแนน จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 50,000 บาทสำหรับโบนัสรอบนั้น ๆ แต่ถ้าหากทำคะแนนได้ไม่ครบ 200 คะแนน จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 10,000 บาท สำหรับโบนัสรอบนี้ไป และเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2560 ได้มีการเพิ่มความพิเศษคือ หากสามารถทำคะแนนครบ 200 คะแนนในการเป็นแชมป์สมัยที่ 5 ได้ จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 100,000 บาทในสมัยนั้นทันที ซึ่งทำให้เงินรางวัลรวมเมื่อทำโบนัสแตกทั้ง 5 สมัยมีมูลค่าสูงสุดถึง 300,000 บาท (เงินรางวัลสูงสุดที่แชมป์มีสิทธิ์จะคว้าได้คือ 325,000 บาท โดยแบ่งออกเป็น เงินโบนัส 300,000 บาท + เงินขวัญถุง (25,000 บาท) (ปัจจุบันยุติไปแล้ว)

ทำเนียบแชมป์ 5 สมัย
ลำดับชื่อทีมเงินรางวัลสะสม
1เพื่อนนัก...รักซะเลย90,000 บาท26 มีนาคม, 2 – 9, 23 – 30 เมษายน พ.ศ. 2565
2อรัญญเวศ90,000 บาท11 – 25 มิถุนายน, 2 – 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2565
3กิตติพิรุฬห์90,000 บาท21 – 28 มกราคม, 4 – 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566
4คู่ซี้คู่กัด90,000 บาท18 – 25 มีนาคม, 1 – 8, 22 เมษายน พ.ศ. 2566
5CAT ALWAYS180,000 บาท29 เมษายน 2567, 13 – 27 พฤษภาคม, 3 มิถุนายน พ.ศ. 2566
64 มอ รอเล่า50,000 บาท8, 15 กรกฎาคม, 5, 19 – 26 สิงหาคม พ.ศ. 2566
7คู่กรรม90,000 บาท4 – 25 พฤศจิกายน, 2 ธันวาคม พ.ศ. 2566
8101 KG50,000 บาท16 พฤศจิกายน, 1, 15 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 5, 19 มกราคม พ.ศ. 2568
9อดทนจนกว่าจะแลนด์140,000 บาท17, 31 สิงหาคม, 5, 19 ตุลาคม, 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

4 ต่อ 4 เซเลบริตี

[แก้]

4 ต่อ 4 เซเลบริตี เป็นรายการย่อยของ 4 ต่อ 4 ที่ปรับรูปแบบรายการเป็นการแข่งขันของทีมดาราทั้ง 2 ทีม โดยทีมที่ทำคะแนนได้ถึง 200 คะแนนก่อนจะเป็นผู้ชนะในรายการ และได้เข้ารอบไปเล่นในรอบสู้โบนัสเพื่อชิงเงินรางวัล 50,000 บาท

รอบโบนัส

[แก้]

ทีมที่เป็นผู้ชนะในการแข่งขัน 4 ต่อ 4 เซเลบริตี จะเลือกสมาชิกในทีม 2 คน โดยในรอบนี้จะใช้กติกาในรอบโบนัสของรายการ "4 ต่อ 4" ทุกประการ โดยหากทีมที่เป็นผู้ชนะทำคะแนนครบ 200 คะแนน จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 50,000 บาท แต่ถ้าหากทำคะแนนได้ไม่ครบ 200 คะแนน จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 10,000 บาท สำหรับ 4 ต่อ 4 เซเลบริตี จะไม่มีการครอบครองแชมป์

อ้างอิง

[แก้]
  1. "4ต่อ4 แฟมิลี่เกม คัมแบ็กลงจอ ช่องวัน31 เกลือ กิตติ เปิดซิงพิธีกรเกมส์โชว์ครั้งแรก!!". ทรูไอดี. 10 มีนาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 4 มกราคม 2025.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  2. "ใจหายมาก เกลือ กิตติ พิธีกรเผยเทปสุดท้ายรายการดังหลังอยู่กันมา 9 ปี". ข่าวสด. 11 ธันวาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 15 ธันวาคม 2025.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]