เจ้าหญิงมาซาโกะ มกุฎราชกุมารีแห่งญี่ปุ่น

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
เจ้าหญิงมะซะโกะ
มกุฎราชกุมารีแห่งญี่ปุ่น
Crown Princess Masako of Japan.jpg

พระอิสริยยศ มกุฎราชกุมารีแห่งญี่ปุ่น
ฐานันดรศักดิ์ ชินโนฮิ
ราชวงศ์ ญี่ปุ่น (เสกสมรส)
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2506 (54 ปี)
โตเกียว, ประเทศญี่ปุ่น
พระราชบิดา ฮิซะชิ โอะวะดะ
พระราชมารดา ยุมิโกะ เอะงะชิระ
พระราชสวามี เจ้าชายนะรุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น
พระราชบุตร เจ้าหญิงไอโกะ เจ้าหญิงโทะชิ

เจ้าหญิงมะซะโกะ มกุฎราชกุมารีแห่งญี่ปุ่น (ญี่ปุ่น: 皇太子徳仁親王妃雅子 โคไตชินะรุฮิโตะ ชินโนฮิ มะซะโกะ, ประสูติ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2506) พระชายาในเจ้าชายนะรุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ โดยสมาชิกราชวงศ์ราชวงศ์ญี่ปุ่นหลังจากการอภิเษกสมรส

พระประวัติ[แก้]

เจ้าหญิงมะซะโกะ มกุฎราชกุมารีแห่งญี่ปุ่น มีพระนามเดิมว่า มะซะโกะ โอะวะดะ ประสูติเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2506 เป็นธิดาคนโตของนายฮิซะชิ โอะวะดะ กับนางยุมิโกะ (สกุลเดิม เอะงะชิระ) มีพระขนิษฐาฝาแฝดคือ เซะสึโกะ และเรโกะ[1]

มะซะโกะได้ย้ายไปอาศัยที่มอสโกตอนอายุ 2 ปี และสำเร็จการศึกษาชั้นอนุบาลที่มอสโก และได้เดินทางกลับมาศึกษาต่อในโรงเรียนหญิงล้วนในญี่ปุ่นชื่อว่า "เดะเย็ยโชะฟุ ฟุทะบะ" ในโตเกียว หลังจากนั้นได้ย้ายไปอาศัยที่สหรัฐอเมริกาเนื่องจากบิดาของมะซะโกะได้รับการคัดเลือกเป็น อาจาร์ยพิเศษในมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด และเป็นรองทูตญี่ปุ่นประจำสหรัฐอเมริกา โดยมะซะโกะสำเร็จการศึกษาจาก โรงเรียนเบลมอนต์ไฮสคูล ในเบลมอนต์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ใกล้กับบอสตัน

ต่อมามะซะโกะได้ศึกษาต่อในสายเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ยังไม่จบ แต่เธอก็รับปริญญาในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากวิทยาลัยBalliol ในมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ที่ฮาร์วาร์ดของเธอคือเจฟฟรี่ แชคส์ ต่อมามะซะโกะได้ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยโตเกียวซึ่งบิดาของเธอทำงานอยู่ที่นั่น เพื่อเตรียมสอบที่กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น[2]

ธงประจำมกุฎราชกุมารี

นอกจากภาษาญี่ปุ่นแล้ว มะซะโกะสามารถรับสั่งภาษาอื่นได้ เช่น ภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศส ทั้งยังสามารถรับสั่งภาษาเยอรมัน รัสเซีย และสเปน ในระดับมาตรฐานได้[3][4]

ชีวิตในราชสำนัก[แก้]

พระจริยวัตร[แก้]

ก่อนการอภิเษกสมรส ประชาชนและผู้คนส่วนใหญ่ต่างหวังว่า มะซะโกะ ผู้ซึ่งมีภาพลักษณ์ของคนสมัยใหม่ จะสามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์ของราชสำนักที่คร่ำครึได้ แต่สถานการณ์ภายหลังการอภิเษกสมรสกลับไม่เป็นดังที่ผู้คนหวัง เจ้าหญิงมะซะโกะแทบจะไม่เคยปรากฏพระองค์ในที่สาธารณะ นอกเสียจากพิธีการสำคัญๆเท่านั้น ผู้คนตั้งข้อสังเกตว่าหากทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแล้วจะทรงแย่งรัศมีไปจากเจ้าฟ้าชายนะรุฮิโตะ พระสวามี ดังเช่นกรณีเจ้าหญิงไดอานา

ด้วยเหตุที่แทบจะไม่ได้เสด็จออกต่อสาธาณะชน จึงมีคนเรียกขานพระองค์เสียใหม่เป็น “เจ้าหญิงผู้เงียบเชียบ” ทรงกลายเป็นคนไม่มีปากมีเสียง และแทบจะไม่เคยตรัสกับเหล่าพสกนิกรที่มาเข้าเฝ้าฯ นอกจากทรงแย้มพระสรวลให้เท่านั้น

ความคาดหวังต่อการให้ประสูติรัชทายาท[แก้]

แม้ว่าจะทรงเข้าราชสำนักมาแล้วหลายปี แต่ก็ยังไม่ทรงมีวี่แววว่าจะทรงครรภ์ ทางสำนักพระราชวังและเหล่าประชาชนต่างหวังให้พระองค์ทรงครรภ์โดยเร็ว เนื่องด้วยพระชันษาก็มากขึ้นทุกขณะ แม้ว่ามกุฎราชกุมารจะทรงช่วยตรัสเพื่อลดความสนใจของผู้คนลง แต่สื่อก็ยังคงรายงานเรื่องการทรงครรภ์ของเจ้าหญิง ทรงถูกจับจ้องทุกพระอิริยาบถอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้เองกลายเป็นความกดดันให้แก่พระองค์เป็นอย่างมาก จนทรงแท้งในการทรงครรภ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2542 การแท้งครั้งนี้ได้นำความเสียพระทัยอย่างสาหัสมาสู่เจ้าหญิงมะซะโกะ และสร้างความผิดหวังแก่เหล่าผู้คนอย่างมาก จนสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะต้องทรงมีพระราชดำรัสผ่านสื่อว่า "ไม่มีใครหรอกที่จะเข้าใจความรู้สึกของมะซะโกะว่าจะต้องใช้ความพยายามสักเพียงไหนกับการตั้งครรภ์ครั้งแรก ฉันได้แต่หวังว่าเธอคงรู้ว่าเธออยากระบายสิ่งที่อัดอั้นตันใจให้ใครสักคนฟัง ฉันก็พร้อมที่จะเป็นคนคนนั้น ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ"

ในที่สุด ปี พ.ศ. 2544 เจ้าหญิงมะซะโกะทรงมีพระประสูติกาล เจ้าหญิงไอโกะ ซึ่งสามารถบรรเทาความกังวลของสาธารณชนลงได้ส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามกฏมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันตติวงศ์ บัญญัติห้ามสตรีขึ้นครองราชย์ เรื่องนี้นำไปสู่การถกเถียงกันขนานใหญ่ว่าสมควรจะต้องมีการแก้กฎมณเทียรบาลเสียใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าหญิงไอโกะได้ขึ้นครองราชย์สืบต่อจากพระราชบิดา แต่สำนักพระราชวังและรัฐสภาของก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ในเรื่องนี้

ความคาดหวังให้ทรงมีพระราชโอรสกลายเป็นความกดดันใหม่แก่ทั้งมกุฎราชกุมารและเจ้าหญิงมะซะโกะ เจ้าหญิงทรงเครียดจัดและมีภาวะซึมเศร้าจนส่งผลไปถึงพระพลานามัย ที่ทำให้ต้องทรงประทับ รักษาพระองค์อยู่แต่ในวังตั้งแต่ปี พ.ศ 2545 โดยไม่ได้เสด็จออกสู่สาธารณชนอีกเลย นอกจากเฉพาะในงานพิธีการสำคัญ อาทิ วันเฉลิมพระชนพรรษาของสมเด็จพระจักรพรรดิ เป็นต้น

พระราชอิสริยยศ[แก้]

ธรรมเนียมพระยศของ
มกุฏราชกุมารีแห่งญี่ปุ่น
Japan Koutaisi(son)hi Flag.svg
ธงประจำพระอิสริยยศ
การทูล โคไตชิฮิ (皇太子妃)
หรือ ชินโนฮิ (親王妃)
การแทนตน โบะกุ (บุรุษ) / วะตะชิ (สตรี)
การขานรับ เด็งกะ (殿下)

เจ้าหญิงมะซะโกะดำรงพระราชอิสริยยศตั้งแต่ทรงอภิเษกสมรส เป็น "เจ้าหญิง มกุฎราชกุมารีแห่งญี่ปุ่น"

พงศาวลี[แก้]

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
คะเนะโยชิ โอะวะดะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ทะเคะโอะ โอะวะดะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ทะเคะโนะ โคงะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ฮิซะชิ โอะวะดะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
มะตะชิโระ ทะมุระ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ชิซุกะ ทะมุระ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เจ้าหญิงมะซะโกะ
(มะซะโกะ โอะวะดะ)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ยะซุตะโร เอะงะชิระ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ยุทะกะ เอะงะชิระ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
โยะเนะโกะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ยุมิโกะ เอะงะชิระ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ทานิน ยะมะยะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ซึซึโกะ ยะมะยะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ซะดะโกะ นิวะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]