ข้ามไปเนื้อหา

เจ้าหญิงโนบูโกะ พระชายาในเจ้าชายโทโมฮิโตะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เจ้าหญิงโนบูโกะ พระชายาฯ
ชินโนฮิ (พระชายาในเจ้าชายชั้นเอก)
เจ้าหญิงโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะ เมื่อ พ.ศ. 2560
ประสูติ9 เมษายน พ.ศ. 2498 (71 ปี)
อีซูกะ จังหวัดฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น
โนบูโกะ อาโซ
พระสวามีเจ้าชายโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะ (พ.ศ. 2523–2555)
พระบุตรเจ้าหญิงอากิโกะ
เจ้าหญิงโยโกะ
ราชวงศ์ญี่ปุ่น (เสกสมรส)
พระบิดาทากากิจิ อาโซ
พระมารดาคาซูโกะ อาโซ

เจ้าหญิงโนบูโกะ พระชายาในเจ้าชายโทโมฮิโตะ (ญี่ปุ่น: 寬仁親王妃信子殿下[1]; โรมาจิ: Tomohito Shinnōhi Nobuko Denka) หรือ เจ้าหญิงโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะ (อังกฤษ: Her Imperial Higness Princess Tomohito of Mikasa[2]) ทรงดำรงพระอิสริยยศ "ชินโนฮิ" หรือ พระชายาในเจ้าชายชั้นเอกแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น ทรงเป็นพระชายาในเจ้าชายโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะ (พระราชนัดดาในจักรพรรดิไทโชและพระราชภาดา (ลูกพี่ลูกน้อง) ในสมเด็จพระจักรพรรดิพระเจ้าหลวงอากิฮิโตะ) และทรงมีศักดิ์เป็นพระญาติชั้นพระปิตุจฉาในสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ จักรพรรดิพระองค์ปัจจุบัน

ทรงมีพระนามจริงว่าเจ้าหญิงโนบูโกะ ส่วนเจ้าหญิงโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะ เป็นการออกพระนามตามพระสวามี เนื่องด้วยพระสวามีทรงเป็นพระโอรสพระองค์โตในเจ้าชายมิกาซะ จึงทรงมีสถานะเป็นผู้สืบทอดมิยาโง "มิกาซะ" ต่อจากพระชนกและไม่ได้รับพระราชทานมิยาโงใหม่ สำนักพระราชวังจึงออกพระนามในภาษาอังกฤษของเจ้าหญิงโนบูโกะภายหลังการอภิเษกสมรสด้วยพระนามจริงของพระสวามี

วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2568 พระองค์ได้ก่อตั้งและดำรงตำแหน่งผู้นำมิยาเกะ (ราชวงศ์สาขา) ใหม่ว่า "三笠宮寛仁親王妃家" (ราชวงศ์สาขาพระชายาในเจ้าชายโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะ) ซึ่งเป็นครั้งแรกในราชวงศ์ญี่ปุ่นที่เจ้าหญิงพระชายาเป็นผู้ก่อตั้งราชวงศ์สาขาขึ้นมาใหม่เอง

สัญลักษณ์ประจำพระองค์ ดอกท้อ (花桃)[1] ที่ประทับหลัก อดีตบ้านพักของอธิบดีสำนักพระราชวัง เขตชิโยดะ กรุงโตเกียว[3]

พระประวัติ

[แก้]

โนบูโกะ อาโซ

[แก้]

โนบูโกะ อาโซ (ญี่ปุ่น: 麻生信子; โรมาจิ: Asō Nobuko) เกิดเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2498[1] เป็นบุตรของนายทากากิจิ อาโซ (麻生太賀吉) กับนางคาซูโกะ อาโซ (麻生和子)

นายทากากิจิ อาโซ (麻生太賀吉) บิดา เป็นประธานบริษัทอาโซ (株式会社麻生) ซึ่งทำธุรกิจการขุดเหมืองถ่านหินและโลหะ (ปัจจุบันทำการผลิตปูนซีเมนต์, เวชกรรม, และอสังหาริมทรัพย์)

นางคาซูโกะ อาโซ (麻生和子) (สกุลเดิม โยชิดะ) มารดา เป็นบุตรสาวของนายชิเงรุ โยชิดะ นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของญี่ปุ่น

โนบูโกะ อาโซ เป็นบุตรคนสุดท้องในพี่น้องจำนวน 6 คน ได้แก่

  1. ทาโร อาโซ (พี่ชาย) ประธานบริษัทอาโซ และนายกรัฐมนตรีคนที่ 59 ของญี่ปุ่น
  2. จิโร อาโซ (พี่ชาย)
  3. ยูกิโกะ อาโซ (พี่สาว)
  4. ยูทากะ อาโซ (麻生 泰) (พี่ชาย) ประธานบริษัทอาโซ
  5. อาซาโกะ อาโซ (พี่สาว)
  6. โนบูโกะ อาโซ

การศึกษา

[แก้]
  • ระดับชั้นอนุบาล โรงเรียนอนุบาลโชโท (松濤幼稚園) เขตชิบูยะ กรุงโตเกียว[4]
  • ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนสตรีพระหฤทัย (聖心女子学院) เขตมินาโตะ กรุงโตเกียว ซึ่งเป็นโรงเรียนสตรีเอกชนคาทอลิก[3]
  • พ.ศ. 2516 สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนการศึกษาพิเศษรอสลีนเฮาส์ (Rosslyn House) แลงคาเชอร์ สหราชอาณาจักร[1]
  • หลังสำเร็จการศึกษา เธอกลับประเทศญี่ปุ่น และทำงานเป็นคุณครูสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนอนุบาลโชโท (松濤幼稚園) ที่เธอเคยเข้าศึกษา[3]

เจ้าหญิงโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะ

[แก้]
สัญลักษณ์ประจำพระองค์ ดอกท้อ

นางสาวโนบูโกะ อาโซ พบกับเจ้าชายโทโมฮิโตะครั้งแรกที่สหราชอาณาจักร ซึ่งขณะนั้นเจ้าชายโทโมฮิโตะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ส่วนเธอเป็นนักเรียนที่โรงเรียนการศึกษาพิเศษรอสลีนเฮาส์ (Rosslyn House) แลงคาเชอร์ สหราชอาณาจักร

เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 เจ้าชายโทโมฮิโตะขอเธอแต่งงาน แต่เธอปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าเธอยังเด็กเกินไป (ณ ขณะนั้น เธอมีอายุเพียงแค่ 16 ปี)[5]

วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2523 สภาราชวงศ์อนุมัติการอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายโทโมฮิโตะกับนางสาวโนบูโกะ อาโซ[1] และมีการจัดงานแถลงข่าวการอภิเษกสมรสต่อสื่อมวลชน[5]

วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2523 มีการจัดพิธี "โนไซ" (納采の儀) หรือ พิธีหมั้น[1][6]

วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2523 มีการจัดพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายโทโมฮิโตะกับนางสาวโนบูโกะ อาโซ[1][5]

ภายหลังการอภิเษกสมรส เจ้าชายโทโมฮิโตะ พระสวามี ทรงได้ก่อตั้งมิยาเกะ (ราชวงศ์สาขา) ใหม่ อย่างไรก็ตามทรงไม่ได้รับพระราชทานมิยาโง เนื่องจากเจ้าชายโทโมฮิโตะ ทรงเป็นพระโอรสพระองค์โตในเจ้าชายมิกาซะจึงมีสถานะเป็นผู้สืบทอดมิยาโง "มิกาซะ" ต่อจากพระบิดา ดังนั้นราชวงศ์สาขาของพระองค์จึงมีการใช้ชื่อว่า "寛仁親王家"[7] (ราชวงศ์สาขาเจ้าชายโทโมฮิโตะ) อีกทั้งสำนักพระราชวังระบุพระนามของพระสวามีในภาษาอังกฤษเป็น "His Imperial Higness Prince Tomohito of Mikasa"[2] (เจ้าชายโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะ)

ส่วนนางสาวโนบูโกะ อาโซ ได้รับการสถาปนาอิสริยยศเป็นชินโนฮิ หรือพระชายาในเจ้าชายชั้นเอกแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น โดยมีพระนามว่า "เจ้าหญิงโนบูโกะ พระชายาในเจ้าชายโทโมฮิโตะ" 寬仁親王妃信子殿下" (ญี่ปุ่น: 寬仁親王妃信子殿下; โรมาจิ: Tomohito Shinnōhi Nobuko Denka) ซึ่งสำนักพระราชวังระบุพระนามในภาษาอังกฤษเป็น "Her Imperial Higness Princess Tomohito of Mikasa"[2] (เจ้าหญิงโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะ) โดยเป็นการออกพระนามตามพระสวามีของพระองค์ อีกทั้งในวันอภิเษกสมรส พระองค์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์รัตนมงกุฎ ชั้นประถมาภรณ์ (มงกุฎดอกพอโลเนีย)[5]

เจ้าชายและเจ้าหญิงโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะ ทรงมีพระธิดาด้วยกัน 2 พระองค์ คือ

  1. เจ้าหญิงอากิโกะ (20 ธันวาคม พ.ศ. 2524)
  2. เจ้าหญิงโยโกะ (25 ตุลาคม พ.ศ. 2526)

ที่ประทับหลักของเจ้าชายและเจ้าหญิงโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะ รวมถึงพระธิดา คือ "ตำหนักเจ้าชายโทโมฮิโตะ" (寬仁親王邸)[8] ในเขตพระราชฐานอากาซากะ[9]

ปัญหาด้านพระพลานามัยและความบาดหมางกับพระสวามี

[แก้]

พ.ศ. 2533 เจ้าชายโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะ พระสวามี ประชวรมะเร็งหลอดอาหาร ในช่วงแรกเจ้าหญิงทรงทุ่มเทดูแลพระสวามีอย่างเต็มที่ ซึ่งพระองค์ทรงต้องประกอบอาหารถึง 6 มื้อต่อวัน เนื่องจากพระสวามีเสวยอาหารต่อมื้อได้น้อยลง ซึ่งพระสวามีก็รู้สึกซาบซึ้งในการปรนนิบัติของพระองค์มาก [3][10][11][12]

พระสวามีต้องทรงเข้ารับการรักษาต่อเนื่องนานหลายปีและเข้าผ่าตัดถึง 16 ครั้ง[3] มีรายงานว่าเป็นเพราะความเหนื่อยล้าในการรักษาจึงทำให้พระสวามีทรงกลับมาเริ่มติดสุรา[12] เจ้าหญิงจึงทรงให้พระสวามีเข้ารับการรักษาอาการติดสุรา แต่ทรงทูลพระสวามีไปว่าเป็นการตรวจมะเร็ง พอพระสวามีทราบความจริงเข้าจึงทรงกริ้วมาก[13]

มีรายงานว่าพระสวามีใช้ความรุนแรงกับคนในครอบครัวเนื่องจากอาการติดสุราของพระองค์[12] แต่เจ้าหญิงอากิโกะ (พระธิดา) ออกมาปฏิเสธผ่านนิตยสารรายสัปดาห์ "ชูคัง ชินโช" (週刊新潮) ว่าพระบิดาไม่เคยทำร้ายพระมารดาเลยแม้แต่ครั้งเดียว [13]

พ.ศ. 2546 อาการโรคมะเร็งของพระสวามีกลับมากำเริบหนักอีกครั้ง แต่กลับไม่มีข่าวการปรนนิบัติดูแลพระสวามีของพระองค์ปรากฏอีกเลย[12] โดยมีรายงานออกมาว่าพระองค์ก็ทรงประชวรเช่นกันด้วยภาวะสมองขาดเลือด[14][15]

เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2547 พระองค์ทรงประชวรด้วยโรคกระเพาะอาหารเป็นแผลและอาการวัยทอง พระองค์จึงต้องย้ายที่ประทับไปทำการพักฟื้น ณ บ้านพักของพระเชษฐภคิณีของพระองค์ ที่เมืองคารูอิซาวะ จังหวัดนากาโนะ และงดพระกรณียกิจต่างๆ โดยการประชวรครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการแยกที่ประทับระหว่างพระองค์กับพระสวามี ซึ่งสาเหตุของการแยกที่ประทับ นอกจากการประชวรแล้วนั้น ยังเป็นเพราะความบาดหมางของทั้งสองพระองค์อีกด้วย[3][16]

สำนักพระราชวังรายงานว่า "ทั้งสองพระองค์มีความขัดแย้งกันเกี่ยวกับการเปิดเผยเรื่องอาการประชวร นอกจากนี้เจ้าหญิงยังทรงมีความกังวลเกี่ยวกับสถานะของพระองค์ในฐานะพระบรมวงศานุวงศ์เมื่อพระองค์ประชวรเอง กล่าวกันว่าความรู้สึกเหล่านี้ทำให้เกิดความขัดแย้งในชีวิตคู่"[3]

วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2549 เจ้าหญิงทรงกลับมาประทับที่ตำหนักเจ้าชายโทโมฮิโตะ เขตพระราชฐานอากาซากะ ร่วมกับพระสวามีและพระธิดา[3][16]

เดือนตุลาคม พ.ศ. 2550 เจ้าชายโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะ พระสวามี ทรงให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์กไทม์ว่า "เนื่องจากอยู่ด้วยกันมา 26 ปีแล้ว จึงมีความขัดแย้งในครอบครัวมากมาย"[3]

เดือนธันวาคม พ.ศ. 2550 พระองค์ทรงประชวรอาการหอบหืดจากความเครียด (ストレス性ぜんそく) โดยพระองค์เสด็จเพื่อรับการรักษาที่โรงพยาบาลหลายต่อหลายครั้ง[3]

เดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 พระองค์ทรงเข้าประทับที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเคโอ (慶應義塾大学病院) เพื่อรักษาอาการหอบหืด [17][18]

วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เจ้าหญิงเสด็จออกจากโรงพยาบาล แต่ทรงย้ายไปประทับเพียงลำพังที่อดีตบ้านพักของอธิบดีสำนักพระราชวัง เขตชิโยดะ กรุงโตเกียว ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพระราชวังอิมพีเรียล แทนที่จะประทับที่ตำหนักเจ้าชายโทโมฮิโตะร่วมกับพระสวามีและพระธิดา โดยมีรายงานว่าถ้าพระองค์ทรงกลับไปประทับที่เดิม อาการหอบหืดของพระองค์อาจจะกำเริบอีกได้[3][18]

วันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555 เจ้าชายโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะ พระสวามี สิ้นพระชนม์ด้วยอาการอวัยวะภายในล้มเหลว หลังจากที่ประชวรโรคมะเร็งมานาน อย่างไรก็ตามไม่มีการรายงานว่าเจ้าหญิงทรงไปเยี่ยมอาการพระสวามีเลย พระองค์ได้ไปเยี่ยมครั้งสุดท้ายที่โรงพยาบาลในช่วงที่พระสวามีใกล้จะสิ้นพระชนม์ แต่พระองค์กลับถูกปฏิเสธการให้เข้าเยี่ยม และในขณะนั้นพระสวามีไม่รู้สึกพระองค์แล้ว[10]

ในพิธี "โอฟูเนะอิริ" (การเคลื่อนย้ายพระศพ) และ "ไฮเค็ตสึ" (การถวายความเคารพพระศพ) ของพระสวามี เจ้าหญิงในฐานะพระชายาทรงไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานและเข้าร่วมในพิธีพระศพ โดยเจ้าหญิงอากิโกะ (พระธิดา) ทรงเป็นประธานในพิธีพระศพแทน[3] ซึ่งมีรายงานจากสำนักพระราชวังว่าเป็นรับสั่งของพระสวามีก่อนสิ้นพระชนม์[10]

เหตุการณ์หลังการสิ้นพระชนม์ของพระสวามี

[แก้]

เมื่อเจ้าชายโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะสิ้นพระชนม์ โดยธรรมเนียมแล้วเจ้าหญิงโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะในฐานะพระชายา จะต้องเป็นผู้นำราชวงศ์สาขาเจ้าชายโทโมฮิโตะแทนพระสวามี ซึ่งพระองค์เองก็ทรงอ้างถึงธรรมเนียมตรงนี้ แต่ทางสำนักพระราชวังเห็นควรที่จะให้เจ้าหญิงอากิโกะ (พระธิดา) เป็นผู้นำราชวงศ์สาขามากกว่า การถกเถียงนี้ใช้ระยะเวลากว่า 1 ปีหลังการสิ้นพระชนม์[19]

อย่างไรก็ตามการกำหนดผู้นำราชวงศ์สาขาคนถัดไปไม่ได้มีข้อบัญญัติชัดเจนในกฎหมายว่าต้องเป็นใคร แต่จะต้องผ่านการรับรองจากคณะกรรมการเศรษฐกิจราชวงศ์[10] ซึ่งมติของคณะกรรมการคือ การยุบให้ราชวงศ์สาขาเจ้าชายโทโมฮิโตะไปรวมกับราชวงศ์สาขามิกาซะดังเดิม ซึ่งมีเจ้าชายมิกาซะเป็นผู้นำราชวงศ์สาขา แล้วทำการจัดสรรงบประมาณตามสัดส่วนของฐานันดรศักดิ์ของแต่ละพระองค์ตามกฎหมายเศรษฐกิจราชวงศ์ (皇室経済法)[20][21] อีกทั้งตำหนักเจ้าชายโทโมฮิโตะได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "ตำหนักมิกาซะตะวันออก" (三笠宮東邸)[8]

วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556 พระองค์ทรงออกไปเยือนพื้นที่ประสบภัยเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ที่จังหวัดฟูกูชิมะ ซึ่งเป็นการกลับมาทำพระกรณียกิจในรอบเกือบ 8 ปี ของพระองค์[22] พร้อมกับทรงส่งจดหมายถึงสื่อมวลชนประจำสำนักพระราชวัง ว่าจะทรงกลับมาทุ่มเทปฏิบัติพระกรณียกิจอีกครั้ง [19]

การกลับมาทำพระกรณียกิจอย่างกระทันหันของพระองค์ ทำให้เจ้าหญิงอากิโกะ (พระธิดา) รู้สึกไม่พอพระทัย โดยในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2558 เจ้าหญิงอากิโกะ ทรงเปิดเผยผ่านนิตยสาร "เก็กกัน บุงเกะ ชุนจู" (月刊文藝春秋) ว่าครอบครัวของพระองค์มีปัญหามานานหลายปีแล้ว สาเหตุเกิดจากความบาดหมางอันยาวนานระหว่างพระบิดาและพระมารดา ถึงแม้พระบิดาจะสิ้นพระชนม์ไปแล้วแต่ปัญหาก็ยังไม่คลี่คลาย พระองค์ก็ไม่ได้พูดคุยกับพระมารดามานานกว่าสิบปีแล้ว ซึ่งพระองค์ก็พยายามเสนอให้มีการพูดคุยกันอยู่หลายครั้ง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธผ่านตัวแทนทุกครั้ง หากพระมารดากลับมาทำพระกรณียกิจแล้ว ก็ควรอธิบายเหตุผลกับประชาชนที่ทรงหายไป อีกทั้งทรงอยากให้พระมารดาทูลขออภัยต่อเจ้าชายและเจ้าหญิงมิกาซะอีกด้วย[10][17]

มีรายงานว่าพระองค์ทรงเข้าไปที่ตำหนักมิกาซะตะวันออก ในตอนที่พระธิดาไม่อยู่ที่วัง ทรงเข้าไปพร้อมกับทนาย และมีช่างกุญแจเป็นผู้เปิดประตูเข้าไปให้ ทรงให้เหตุผลว่าทรงได้รับเงินค่าใช้จ่ายเพียง 100,000 เยนต่อเดือนซึ่งไม่พอต่อชีวิตประจำวันของพระองค์ จึงต้องเข้ามาเอาสัมภาระของพระองค์ออกมาจากในวังที่เคยประทับ[10]

วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เจ้าชายมิกาซะ (พระบิดาของพระสวามี) สิ้นพระชนม์ ซึ่งในพิธีพระศพ เจ้าหญิงมิกาซะ (พระมารดาของพระสวามี) ทรงเป็นประธานในงานพิธีพระศพ แต่เนื่องจากทรงพระชนมายุมากแล้ว จึงทรงมอบหมายให้เจ้าหญิงอากิโกะ (ในฐานะพระนัดดา) ปฏิบัติหน้าที่ประธานพิธีพระศพแทน ส่วนเจ้าหญิงโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะในฐานะพระสุณิสา (ลูกสะใภ้) ของเจ้าชายมิกาซะ ไม่ได้ทรงเข้าร่วมในพิธีพระศพ อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าพระองค์ได้ทรงเข้าเยี่ยมเจ้าชายมิกาซะที่โรงพยาบาลนานาชาติเซนต์ลุค (聖路加国際病院) ประมาณ 1 เดือนก่อนที่เจ้าชายมิกาซะจะสิ้นพระชนม์ ซึ่งพระองค์ถูกปฏิเสธให้เข้าเยี่ยม[10]

หลังเจ้าชายมิกาซะ สิ้นพระชนม์ มติของคณะกรรมการเศรษฐกิจราชวงศ์กำหนดให้เจ้าหญิงมิกาซะ เป็นผู้นำราชวงศ์สาขามิกาซะแทนพระสวามี[21]

วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 เจ้าหญิงมิกาซะ (พระชนนีของพระสวามี) สิ้นพระชนม์ มีรายงานข่าวว่าเจ้าหญิงโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะเสด็จโดยรถยนต์เข้าไปในเขตพระราชฐานอากาซากะ เพื่อถวายความอาลัย แต่กลับถูกปฏิเสธ[10] ในพิธีพระศพของเจ้าหญิงมิกาซะ พระองค์ก็ไม่ได้ทรงเป็นประธานและเข้าร่วมพิธีในฐานะพระสุณิสา (ลูกสะใภ้) ของเจ้าหญิงมิกาซะเช่นกัน โดยเจ้าหญิงอากิโกะ ทรงเป็นประธานในพิธีพระศพแทนในฐานะพระนัดดา[10][11]

วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2568 หลังจากการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงมิกาซะ เป็นเวลากว่า 10 เดือน คณะกรรมการเศรษฐกิจราชวงศ์ได้ลงมติให้พระองค์ก่อตั้งและดำรงตำแหน่งผู้นำราชวงศ์สาขาใหม่ว่า "三笠宮寛仁親王妃家" (ราชวงศ์สาขาพระชายาในเจ้าชายโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะ) ซึ่งพระองค์จะได้รับค่าใช้จ่ายส่วนพระองค์เพิ่มขึ้นเป็น 30.5 ล้านเยนต่อปี (ประมาณ 6 ล้านกว่าบาท) อีกทั้งเป็นครั้งแรกที่เจ้าหญิงพระชายาได้ก่อตั้งมิยาเกะ (ราชวงศ์สาขา) ขึ้นมาใหม่ ส่วนเจ้าหญิงอากิโกะและเจ้าหญิงโยโกะ พระธิดา จะยังคงอยู่ในราชวงศ์สาขามิกาซะดังเดิม โดยมีเจ้าหญิงอากิโกะเป็นผู้นำราชวงศ์สาขามิกาซะ[23]

ปัญหาด้านพระพลานามัยอื่นๆ

[แก้]

นอกจากที่พระองค์ทรงประชวรภาวะสมองขาดเลือด (2546) [14][15], โรคกระเพาะอาหารเป็นแผลและอาการวัยทอง (2547) [3][16], และอาการหอบหืดจากอาการเครียด (ストレス性ぜんそく) (2550)[3] แล้วนั้น พระองค์ยังประชวรอาการอื่นๆอีก ได้แก่

วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562 พระองค์ทรงล้มในที่ประทับ (อดีตบ้านพักของอธิบดีสำนักพระราชวัง) และเสด็จเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเคโอ (慶應義塾大学病院) ในวันรุ่งขึ้น โดยแพทย์วินิจฉัยว่ากระดูกสันหลังส่วนเอวหัก พระองค์ต้องทำการพักรักษา 3 เดือน[24]

วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 มีรายงานว่าระหว่างที่พระองค์ทรงเข้ารับการตรวจพระวรกายเนื่องจากกระดูกสันหลังส่วนเอวหัก แพทย์ยังตรวจพบว่าพระองค์ทรงเป็นมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้น โดยทรงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเคโอ (慶應義塾大学病院) ในวันที่ 16 พฤศจิกายน และจะทรงเข้าทำการผ่าตัดในวันที่ 19 พฤศจิกายน[25][26] ระหว่างการผ่าตัด ทีมแพทย์ค้นพบว่าพระองค์เป็นมะเร็งเต้านมระยะ 0 เพียงเท่านั้น ไม่มีการแพร่กระจาย และโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำนั้นมีน้อยมาก[27][28][29] หลังจากนั้นพระองค์เข้ารับการฉายรังสีเพื่อทำการรักษาทั้งหมด 25 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม ถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566[28][30]

วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2567 มีรายงานว่าพระองค์ได้รับการวินิจฉัยว่าพระเนตรเป็นต้อหินชนิดปฐมภูมิและต้อกระจก ทรงเข้ารับการผ่าตัดในวันที่ 4 มีนาคม ซึ่งการผ่าตัดเลนส์พระเนตรทั้งสองข้างสำเร็จไปได้ด้วยดี[31]

ที่ประทับ

[แก้]

หลังการอภิเษกสมรสพระองค์ประทับอยู่ที่ตำหนักเจ้าชายโทโมฮิโตะ เขตพระราชฐานอากาซากะ กับพระสวามีและพระธิดาของพระองค์

แต่พอเมื่อเกิดความบาดหมางกับพระสวามีและประกอบกับการประชวรอาการหอบหืด ทำให้พระองค์ไม่สามารถกลับไปประทับที่ตำหนักเจ้าชายโทโมฮิโตะได้เนื่องจากอาการของพระองค์อาจจะกำเริบอีก พระองค์จึงทรงไปประทับที่อดีตบ้านพักของอธิบดีสำนักพระราชวัง เขตชิโยดะ กรุงโตเกียว แทน ซึ่งอยู่ใกล้กับพระราชวังอิมพีเรียล[32]

อย่างไรก็ตามอดีตบ้านพักของอธิบดีสำนักพระราชวังมีความทรุดโทรมลงตามกาลเวลา เนื่องจากสร้างมานาน 26 ปีแล้ว จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงโดยใช้เงินจำนวนกว่า 1,298 ล้านเยน และใช้เวลาในการปรับปรุงทั้งหมด 2 ปี แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2569 ทำให้ระหว่างนี้พระองค์ต้องย้ายไปประทับที่พระตำหนักทากานาวะ (高輪皇族邸) เขตมินาโตะ กรุงโตเกียว เป็นการชั่วคราว[10][32]

พระกรณียกิจ

[แก้]

งานราชสำนัก

[แก้]
  • ทรงตามเสด็จสมเด็จพระจักรพรรดิ และสมเด็จพระจักรพรรดินีออกมหาสมาคม เนื่องในวันขึ้นปีใหม่[33]
  • ทรงเข้าร่วมพิธี "อุตาไก ฮาจิเมะ" (歌会始) ซึ่งเป็นธรรมเนียมประจำปีในพระราชสำนัก โดยจะมีการร่วมกันขับร้องบทกวีในท่วงทำนองโบราณตามแบบแผนดั้งเดิมของญี่ปุ่น[34]
  • ทรงเข้าร่วมพิธี "โคโช ฮาจิเมะ" (講書始) เป็นพิธีที่จัดขึ้นทุกปีในเดือนมกราคม โดยสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินี พร้อมสมาชิกราชวงศ์ จะเสด็จออกรับฟังการบรรยายจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์[35]
  • ทรงเข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชาฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งจัดโดยสมเด็จพระจักรพรรดิ เพื่อเลี้ยงต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการในประเทศญี่ปุ่นที่เขตพระราชฐานอากาซากะ กรุงโตเกียว[36]

งานพิธีการ

[แก้]

พระองค์ทรงเข้าร่วมงานพิธีในองค์กรที่พระองค์ทรงเป็นประธานกิตติมศักดิ์ เช่น

  • ทรงร่วมงาน TOKYO FLOWER CARPET เป็นประจำ ตั้งแต่ พ.ศ. 2565 - 2568[37][38][39][40]
  • ทรงร่วมชมงานการแข่ง All Japan Judo Championships เป็นประจำ เช่น พ.ศ. 2564[41], 2567[42], 2568[43]
  • ทรงร่วมงานเทศกาลดนตรีเด็กยูริคาโกะ เป็นประจำ เช่น พ.ศ. 2566[44], 2567[42], 2568[45]
  • ทรงร่วมงานการประชุมกุหลาบโลกครั้งที่ 20 เมืองฟูกูยามะ จังหวัดฮิโรชิมะ (2568)[46]

ทรงดำรงตำแหน่งในองค์กร[1]

[แก้]
  • ประธานสมาคมโตเกียวจิเกไก (東京慈恵会)
  • ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมดอกกุหลาบแห่งประเทศญี่ปุ่น
  • ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมวิชาการเพลงเด็กแห่งประเทศญี่ปุ่น (日本童謡学会)
  • ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมการบำรุงรักษาอาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (全国ビルメンテナンス協会)
  • ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมเครือข่ายด้านสุขภาพสตรีและวัยทอง (女性の健康とメノポーズを考える会)
  • รองประธานกิตติมศักดิ์ของสภากาชาดญี่ปุ่น (日本赤十字社)
  • ทูตของสหพันธ์ยูโดนานาชาติ
  • ประธานกิตติมศักดิ์การประชุมกุหลาบโลก [47]
  • ประธานกิตติมศักดิ์งาน TOKYO FLOWER CARPET [37]

พระนิพนธ์

[แก้]
  • พ.ศ. 2535 "อาหารทำเองที่บ้านตลอด 4 ฤดู: 80 เมนูกับข้าว" (四季の家庭料理―お惣菜80種) ISBN 4334780075
  • พ.ศ. 2556 "อาหารทำเองที่บ้านที่ยังคงนึกถึงอยู่เสมอ" (思い出の先にはいつも家庭料理) ISBN 4838726201

เยือนต่างประเทศ[48][49][50][51]

[แก้]
Flag of Austria
well cometo thai.land
Flag of the United States (1912-1959)
  • วันที่ 20 - 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2537 ตามเสด็จเจ้าชายคัตสึระ ทรงเยือนเพื่อเข้าร่วมงานการกุศลเพื่อสนับสนุนการศึกษาของเด็กพิการทางการมองเห็นและทางการได้ยิน
  • วันที่ 1 - 4 มิถุนายน พ.ศ. 2542 ตามเสด็จเจ้าชายโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะ ทรงเยือนเพื่อเข้าร่วมงานการกุศลเพื่อสนับสนุนสถาบันวิจัยทางการแพทย์
Flag of the United Kingdom (3-5)
  • วันที่ 27 มีนาคม - 16 เมษายน พ.ศ. 2524 ตามเสด็จเจ้าชายโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะ เยือนเป็นการส่วนพระองค์
  • วันที่ 13 - 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 ทรงเข้าร่วมงานการประชุมกุหลาบโลกครั้งที่ 9
Flag of Italy
  • วันที่ 18 - 26 กันยายน พ.ศ. 2561 ทรงเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญ สมาคมอิตาลี-ญี่ปุ่น

พระเกียรติยศ

[แก้]
ธรรมเนียมพระยศของ
เจ้าหญิงโนบูโกะ พระชายาฯ
ธงประจำพระอิสริยยศ
สัญลักษณ์ดอกท้อ (花桃)
คำยกย่องเด็งกะ (殿下)
ราชวงศ์สาขาพระชายาใน
เจ้าชายโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะ
ลำดับโปเจียม12

ลำดับพระอิสริยยศ

[แก้]
  • 9 เมษายน พ.ศ. 2498 – 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2523 : โนบูโกะ อาโซ (ญี่ปุ่น: 麻生信子; โรมาจิ: Asō Nobuko)
  • 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2523 – ปัจจุบัน : เจ้าหญิงโนบูโกะ พระชายาในเจ้าชายโทโมฮิโตะ (寬仁親王妃信子殿下) หรือ เจ้าหญิงโทโมฮิโตะแห่งมิกาซะ (Princess Tomohito of Mikasa)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

ญี่ปุ่น

[แก้]

ต่างประเทศ

[แก้]

เกร็ด

[แก้]
  • พระองค์ทรงพระปรีชาในการทำอาหารอย่างมาก ซึ่งพระองค์ทรงมีพระนิพนธ์เกี่ยวกับการทำอาหารถึง 2 เล่ม[52][11]
  • เมื่อครั้งที่พระองค์ทรงอภิเษกสมรสใหม่ๆ ทรงประสบความล้มเหลวในการทำอาหารซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยงานปีใหม่แรกหลังจากการอภิเษกสมรส พระองค์ต้องทรงทำเมนู "คิจิซาเกะ" (ไก่ฟ้าสาเก) ตามธรรมเนียมราชสำนัก ซึ่งพระองค์ถอนขนไก่ฟ้าไปร้องไห้ไป จนปีถัดมาพระสวามีให้คนมาช่วยถอนขนไก่ฟ้าให้[52]
  • พระสวามีทรงเรียกพระองค์แบบลำลองว่า "นนชิ" (ノンチ)[52]
  • เจ้าหญิงโยโกะ พระธิดา กล่าวในงานแถลงข่าวการบรรลุนิติภาวะของพระองค์ว่า ทรงภูมิใจในผีมือการทำอาหารของพระชนนีเป็นอย่างยิ่ง[53]

พงศาวลี

[แก้]

ความสัมพันธ์กับบุคคลทางประวัติศาสตร์

[แก้]

ฝั่งพระบิดา

[แก้]

ฝั่งพระมารดา

[แก้]
  • ตา: ชิเกรุ โยชิดะ นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศญี่ปุ่น
  • ทวด (บิดาของตา): สึนะ ทาเกอูจิ (竹内綱) นักการเมืองและนักธุรกิจ
  • ทวดบุญธรรม (บิดาบุญธรรมของชิเกรุ โยชิดะ): เคนโซ โยชิดะ (吉田健三) นักธุรกิจและนักบุกเบิก
  • ทวด (บิดาของยาย): โนบูอากิ มากิโนะ (牧野伸顕) นักการทูตและนักการเมือง
  • เทียด (ตาของยาย): มิชิสึเนะ มิชิมะ (三島通庸) บิดาแห่งการก่อสร้างและปรับปรุงถนนของญี่ปุ่น
  • เทียด (ปู่ของยาย): โทชิมิจิ โอกูโบะ นักการเมืองและซามูไรชาวญี่ปุ่น เป็น 1 ใน 3 ผู้มีบทบาทสำคัญแห่งการฟื้นฟูยุคเมจิ

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 4 5 6 7 8 "三笠宮家". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-20.
  2. 1 2 3 อ้างอิงพระนามภาษาอังกฤษจากเว็บไซต์สำนักพระราชวัง https://www.kunaicho.go.jp/e-about/history/history05.html
  3. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 "宮内庁関係者「寛仁さまと妻・信子さまに夫婦間の衝突も」". NEWSポストセブン (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-21.
  4. 1 2 แปลจากวิกิพีเดียญี่ปุ่น https://ja.wikipedia.org/wiki/寬仁親王妃信子
  5. 1 2 3 4 คลิปงานแถลงข่าว และพิธีอภิเษกสมรสhttps://www.youtube.com/watch?v=4gRdb-lq-lg
  6. "目録受け取る信子さん 厳かに納采の儀 (コード 1980052100008)の写真・画像:報道写真・ニュース映像の提供購入サービス:KYODO NEWS IMAGELINK(イメージリンク)". 報道写真・ニュース映像の提供購入サービス:KYODO NEWS IMAGELINK(イメージリンク). สืบค้นเมื่อ 2025-06-21.
  7. "百合子さま逝去 三笠宮家、当主は誰に 寛仁さま死去後、男性皇族不在". 毎日新聞 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-10-26.
  8. 1 2 https://dot.asahi.com/articles/-/110572?page=1
  9. "仙洞御所・宮邸". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-20.
  10. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 "信子さま「皇族費は月10万円しか受け取っていない」と訴えていたことも 彬子さまとの母娘の溝と三笠宮家「新当主」の行方 | AERA DIGITAL(アエラデジタル)". AERA DIGITAL(アエラデジタル) (ภาษาญี่ปุ่น). 2024-11-23. สืบค้นเมื่อ 2025-06-21.
  11. 1 2 3 "《混迷の三笠宮家》信子さま ヒゲの殿下との別居12年前に明かされていた「1日6食のがん闘病サポート」". 女性自身 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-21.
  12. 1 2 3 4 "「菊のタブー」を解く 三笠宮家 母と娘「愛と憎しみ」の10年 @gendai_biz". 現代ビジネス (ภาษาญี่ปุ่น). 2015-06-15. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  13. 1 2 "三笠宮彬子様と母親信子さまの確執はなぜ?母娘断絶20年の別居生活!". すなおじゃーなる (ภาษาญี่ปุ่น). 2025-04-01. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  14. 1 2 和郎, 八幡 (2024-11-15). "薨去された三笠宮妃百合子妃殿下の生涯を振り返る". アゴラ 言論プラットフォーム (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-21.
  15. 1 2 堀江宏樹. "寛仁殿下、信子妃の写真提出を完全拒絶――家庭生活では娘2人が「パパッ子」に". サイゾーオンライン/視点をリニューアルするニュースサイト. สืบค้นเมื่อ 2025-06-21.
  16. 1 2 3 "信子さま2年ぶりに宮邸に 寛仁さまも退院へ". www.47news.jp. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-06-09. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  17. 1 2 Corporation, L. Y. "三笠宮さまのご心労になっていた長男・寬仁さまの「DV」と信子妃と彬子さまの「対立」週刊女性PRIME11/2(水)12:30配信 - 三..." Yahoo!知恵袋 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-21.
  18. 1 2 "信子さまが退院 宮邸に戻らず療養 - 47NEWS(よんななニュース)". www.47news.jp. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-10-20. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  19. 1 2 "寛仁親王家母娘確執 彬子さまは「公務励んだのは自分たち…」". NEWSポストセブン (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  20. "Prince's 2012 passing reduces Imperial household families by one | The Japan Times". The Japan Times (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-04-26. สืบค้นเมื่อ 2025-06-21.
  21. 1 2 和郎, 八幡 (2022-06-08). "寬仁親王殿下十年式年祭と信子妃の不在". アゴラ 言論プラットフォーム (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-21.
  22. "三笠宮家の信子さま7年ぶり公務 被災地見舞いで福島に - 47NEWS(よんななニュース)". www.47news.jp. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-10-03. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  23. 編集局, 時事通信 (2025-09-30). "彬子さま、三笠宮家当主に 信子さまは独立―皇室経済会議:時事ドットコム". 時事ドットコム (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-09-30.
  24. 日本テレビ. "信子さま、転倒し背骨を骨折 全治3か月|日テレNEWS NNN". 日テレNEWS NNN (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  25. "Princess Nobuko to undergo breast cancer surgery after early-stage diagnosis". The Japan Times. 15 November 2022. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-11-17. สืบค้นเมื่อ 15 November 2022.
  26. "Princess Nobuko Diagnosed with Early-Stage Breast Cancer". nippon.com (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-12-05. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  27. "Princess Nobuko Doing Well after Breast Cancer Surgery". nippon.com (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-11-22. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  28. 1 2 産経新聞 (2023-01-16). "信子さま、乳がん術後の放射線治療でご通院へ". 産経新聞:産経ニュース (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  29. "Princess Nobuko Leaves Hospital after Cancer Surgery". nippon.com (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-12-07. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  30. 産経新聞 (2023-02-28). "信子さま、乳がん術後の放射線治療終えられる". 産経新聞:産経ニュース (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  31. 日本テレビ. "信子さまの両目の手術、無事終了 宮内庁発表|日テレNEWS NNN". 日テレNEWS NNN (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2024-03-05.
  32. 1 2 "三笠宮家の信子さまの住まいの改修に総額13億円 2025年度から2年かけて工事へ | TBS NEWS DIG (1ページ)". TBS NEWS DIG (ภาษาญี่ปุ่น). 2024-08-30. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  33. "【写真まとめ】3年ぶりに新年一般参賀 過去には宮内庁玄関上からも:朝日新聞". 朝日新聞 (ภาษาญี่ปุ่น). 2023-01-02. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  34. "17年ぶり歌会始に出席された雅子皇后、なのに隣の信子さまが目立ってしまったワケ". デイリー新潮 (ภาษาญี่ปุ่น). 2020-01-30. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  35. "講書始". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  36. "信子さま「皇族費は月10万円しか受け取っていない」と訴えていたことも 彬子さまとの母娘の溝と三笠宮家「新当主」の行方". AERA DIGITAL(アエラデジタル) (ภาษาญี่ปุ่น). 2024-11-23. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  37. 1 2 "丸の内・行幸通り初!50,000本の花で描かれる"東京花歌舞伎"!「TOKYO FLOWER CARPET 2022」開催!2022年3月19日(土)~3月21日(月・祝..." (ภาษาญี่ปุ่น). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-02-21. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  38. "丸の内・行幸通りが70,000本の花で描かれる"東京花歌舞伎"!「TOKYO FLOWER CARPET 2023」開催!2023年5月20日(土)~5月22日(月)" (ภาษาญี่ปุ่น). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-04-15. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  39. "日本橋ガレリアに50,000本のカーネーションで描かれる花の絨毯!「TOKYO FLOWER CARPET 2024」". プレスリリース・ニュースリリース配信シェアNo.1|PR TIMES (ภาษาญี่ปุ่น). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-05-15. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  40. "TOKYO FLOWER CARPET 2025|知事の部屋/活動の紹介(令和7年(2025年)4月)|知事の部屋". 都庁総合 (ภาษาญี่ปุ่น). 2025-04-23. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  41. "信子さま、全日本柔道体重別大会に 皇室29日~4日:朝日新聞". 朝日新聞 (ภาษาญี่ปุ่น). 2021-03-29. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  42. 1 2 "常陸宮家・三笠宮家・高円宮家のご日程:令和6年(4月~6月)". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  43. "常陸宮家・三笠宮家・高円宮家のご日程:令和7年(4月~)". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  44. CMSpro (2023-04-30). "創立90周年の音楽祭 | 音羽ゆりかご会". 音羽ゆりかご会 | 音羽ゆりかご会. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  45. 音羽ゆりかご会 (2025-04-13). "第81回ゆりかご音楽祭 | 音羽ゆりかご会". 音羽ゆりかご会 | 音羽ゆりかご会. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  46. "【 画像4/5枚 】信子さまが世界バラ会議福山大会に参加 「プリンセス・ノブコ」植樹:朝日新聞デジタル". www.asahi.com. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  47. "寬仁親王妃信子殿下の大会名誉総裁御就任について | ニュース | 第20回世界バラ会議福山大会2025". wrc2025fukuyama.jp. สืบค้นเมื่อ 2025-06-22.
  48. "天皇・皇族の外国ご訪問一覧表(戦後)(昭和28年~昭和63年) - 宮内庁". www.kunaicho.go.jp. สืบค้นเมื่อ 2025-06-19.
  49. "天皇・皇族の外国ご訪問一覧表(平成元年~平成10年) - 宮内庁". www.kunaicho.go.jp. สืบค้นเมื่อ 2025-06-19.
  50. "天皇・皇族の外国ご訪問一覧表(平成11年~平成20年) - 宮内庁". www.kunaicho.go.jp. สืบค้นเมื่อ 2025-06-19.
  51. "天皇・皇族の外国ご訪問一覧表(平成21年以降) - 宮内庁". www.kunaicho.go.jp. สืบค้นเมื่อ 2025-06-19.
  52. 1 2 3 "信子さま63歳に 新婚時代は半泣きでキジの羽をむしっていた". 女性自身 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-21.
  53. "瑶子女王殿下の記者会見の内容(要旨) - 宮内庁". www.kunaicho.go.jp. สืบค้นเมื่อ 2025-06-21.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]
  • เว็บไซต์สำนักพระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Household Agency) ภาษาอังกฤษ https://www.kunaicho.go.jp/eindex.html
  • เว็บไซต์สำนักพระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Household Agency) ภาษาญี่ปุ่น https://www.kunaicho.go.jp/
  • ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง หลักเกณฑ์การทับศัพท์ภาษาเยอรมัน สเปน ญี่ปุ่น และมลายู ลงวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2561