สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ
จักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น
1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 – ปัจจุบัน

ประสูติโรงพยาบาลโทราโนะมง โทราโนะมง กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
พระราชบิดาฮิซาชิ โอวาดะ
พระราชมารดายุมิโกะ เองาชิระ
พระราชสวามีสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ (9 มิถุนายน พ.ศ. 2536)
ศาสนาชินโต

สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ (ญี่ปุ่น: 皇后雅子 โรมาจิโคโก มาซาโกะ) ทรงเป็นจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น พระมเหสีในสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ

พระราชประวัติ[แก้]

สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะมีพระนามเดิมว่า มาซาโกะ โอวาดะ พระราชสมภพเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2506 เป็นธิดาคนโตของนายฮิซะชิ โอะวะดะ กับนางยุมิโกะ (สกุลเดิม เอะงะชิระ) มีพระขนิษฐาฝาแฝดคือ เซะสึโกะ และเรโกะ[1]

เจ้าหญิงมาซาโกะได้เสด็จพระราชดำเนินย้ายไปประทับที่มอสโกตอนพระชนมายุ 2 พรรษา และสำเร็จการศึกษาชั้นอนุบาลที่มอสโก และได้เสด็จพระราชดำเนินกลับมาศึกษาต่อในโรงเรียนหญิงล้วนในญี่ปุ่นชื่อว่า "เดะเย็ยโชะฟุ ฟุทะบะ" ในโตเกียว หลังจากนั้นได้เสด็จพระราชดำเนินย้ายไปประทับที่สหรัฐอเมริกาเนื่องจากบิดาของเจ้าหญิงมาซาโกะได้รับการคัดเลือกเป็น อาจาร์ยพิเศษในมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด และเป็นรองทูตญี่ปุ่นประจำสหรัฐอเมริกา โดยมะซะโกะสำเร็จการศึกษาจาก โรงเรียนเบลมอนต์ไฮสคูล ในเบลมอนต์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ใกล้กับบอสตัน

ต่อมาเจ้าหญิงมาซาโกะ ได้ศึกษาต่อในสายเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ยังไม่จบ แต่ก็รับปริญญาในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากวิทยาลัย Balliol ในมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ที่ฮาร์วาร์ดของเธอคือเจฟฟรี่ แชคส์ ต่อมาเจ้าหญิงมาซาโกะได้ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยโตเกียวซึ่งบิดาของเธอทำงานอยู่ที่นั่น เพื่อเตรียมสอบที่กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น[2]

นอกจากภาษาญี่ปุ่นแล้ว เจ้าหญิงมาซาโกะสามารถรับสั่งภาษาอื่นได้ เช่น ภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศส ทั้งยังสามารถรับสั่งภาษาเยอรมัน รัสเซีย และสเปน ในระดับมาตรฐานได้[3][4]

ชีวิตในราชสำนัก[แก้]

พระจริยวัตร[แก้]

ก่อนการอภิเษกสมรส ประชาชนและผู้คนส่วนใหญ่ต่างหวังว่า มาซาโกะ ผู้ซึ่งมีภาพลักษณ์ของคนสมัยใหม่ จะสามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์ของราชสำนักที่คร่ำครึได้ แต่สถานการณ์ภายหลังการอภิเษกสมรสกลับไม่เป็นดังที่ผู้คนหวัง เจ้าหญิงมาซาโกะแทบจะไม่เคยปรากฏพระองค์ในที่สาธารณะ นอกเสียจากพิธีการสำคัญ ๆ เท่านั้น ผู้คนตั้งข้อสังเกตว่าหากทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแล้วจะทรงแย่งรัศมี ไปจากเจ้าฟ้าชายนะรุฮิโตะ พระสวามี ดังเช่นกรณีเจ้าหญิงไดอานา

ด้วยเหตุที่แทบจะไม่ได้เสด็จออกต่อสาธาณะชน จึงมีคนเรียกขานพระองค์เสียใหม่เป็น “เจ้าหญิงผู้เงียบเชียบ” ทรงกลายเป็นคนไม่มีปากมีเสียง และแทบจะไม่เคยตรัสกับเหล่าพสกนิกรที่มาเข้าเฝ้าฯ นอกจากทรงแย้มพระสรวลให้เท่านั้น

ความคาดหวังต่อการให้ประสูติพระรัชทายาท[แก้]

แม้ว่าจะทรงเข้าราชสำนักมาแล้วหลายปี แต่ก็ยังไม่ทรงมีวี่แววว่าจะทรงพระครรภ์ ทางสำนักพระราชวังและเหล่าประชาชนต่างหวังให้พระองค์ทรงพระครรภ์โดยเร็ว เนื่องด้วยพระชนมายุก็มากขึ้นทุกขณะ แม้ว่ามกุฎราชกุมารจะทรงช่วยตรัสเพื่อลดความสนใจของผู้คนลง แต่สื่อก็ยังคงรายงานเรื่องการทรงพระครรภ์ของเจ้าหญิง ทรงถูกจับจ้องทุกพระอิริยาบถอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้เองกลายเป็นความกดดันให้แก่พระองค์เป็นอย่างมาก จนทรงแท้งในการทรงพระครรภ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2542 การแท้งครั้งนี้ได้นำความเสียพระทัยอย่างสาหัสมาสู่เจ้าหญิงมาซาโกะและสร้างความผิดหวังแก่เหล่าผู้คนอย่างมาก จนสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะต้องทรงมีพระราชดำรัสผ่านสื่อว่า "ไม่มีใครหรอกที่จะเข้าใจความรู้สึกของมาซาโกะว่าจะต้องใช้ความพยายามสักเพียงไหนกับการตั้งครรภ์ครั้งแรก ข้าพเจ้าได้แต่หวังว่าเธอคงรู้ว่าเธออยากระบายสิ่งที่อัดอั้นตันใจให้ใครสักคนฟัง ข้าพเจ้าก็พร้อมที่จะเป็นคนคนนั้น ข้าพเจ้าจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ"

ในที่สุด ปี พ.ศ. 2544 เจ้าหญิงมาซาโกะทรงมีพระประสูติกาล เจ้าหญิงไอโกะ ซึ่งสามารถบรรเทาความกังวลของสาธารณชนลงได้ส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามกฏมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันตติวงศ์ บัญญัติห้ามสตรีขึ้นครองราชย์ เรื่องนี้นำไปสู่การถกเถียงกันขนานใหญ่ว่าสมควรจะต้องมีการแก้กฎมณเฑียรบาลเสียใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าหญิงไอโกะได้ขึ้นครองราชย์สืบต่อจากพระราชบิดา แต่สำนักพระราชวังและรัฐสภาของก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ในเรื่องนี้

ความคาดหวังให้ทรงมีพระราชโอรสกลายเป็นความกดดันใหม่แก่ทั้งมกุฎราชกุมารและเจ้าหญิงมาซาโกะ เจ้าหญิงทรงเครียดจัดและมีภาวะซึมเศร้าจนส่งผลไปถึงพระพลานามัย ที่ทำให้ต้องทรงประทับ รักษาพระองค์อยู่แต่ในวังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 โดยไม่ได้เสด็จออกสู่สาธารณชนอีกเลย นอกจากเฉพาะในงานพิธีการสำคัญ อาทิ วันเฉลิมพระชนพรรษาของสมเด็จพระจักรพรรดิ เป็นต้น

พระราชอิสริยยศ[แก้]

ธรรมเนียมพระยศของ
สมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น
Japan Kou(tai)gou Flag.svg
ธงประจำพระอิสริยยศ
การทูลเฮกะ (陛下)
การแทนตนโบะกุ (บุรุษ) / วะตะชิ (สตรี)
ลำดับโปเจียม2

เจ้าหญิงมาซาโกะดำรงพระราชอิสริยยศตั้งแต่ทรงอภิเษกสมรส เป็น เจ้าหญิงมกุฎราชกุมารีแห่งญี่ปุ่น พระวรชายา และพระราชสวามีเสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์จะกลายเป็น สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ

  • 9 ธันวาคม พ.ศ. 2506 – 9 มิถุนายน พ.ศ. 2536 : มะซะโกะ โอะวะดะ
  • 9 มิถุนายน พ.ศ. 2536 – 30 เมษายน พ.ศ. 2562 : เจ้าหญิงมาซาโกะ มกุฎราชกุมารีแห่งญี่ปุ่น (ญี่ปุ่น: 皇太子徳仁親王妃雅子 โรมาจิโคไตชินะรุฮิโตะ ชินโนฮิ มาซาโกะ, แปลตามตรง คือ เจ้าหญิงมาซาโกะ พระราชชายาในมกุฎราชกุมารนารูฮิโตะ)
  • 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 – ปัจจุบัน : สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ

พงศาวลี[แก้]

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
คะเนะโยชิ โอะวะดะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ทะเคะโอะ โอะวะดะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ทะเคะโนะ โคงะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ฮิซะชิ โอะวะดะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
มะตะชิโระ ทะมุระ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ชิซุกะ ทะมุระ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เจ้าหญิงมะซะโกะ
(มะซะโกะ โอะวะดะ)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ยะซุตะโร เอะงะชิระ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ยุทะกะ เอะงะชิระ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
โยะเนะโกะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ยุมิโกะ เอะงะชิระ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ทานิน ยะมะยะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ซึซึโกะ ยะมะยะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ซะดะโกะ นิวะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

อ้างอิง[แก้]

  1. "The Princess Bride". People Magazine. June 21, 1993.
  2. "Weight of Imperial world on Princess Masako" The Japan Times. May 19, 2009. Retrieved November 4, 2009.
  3. Hills, Ben (2006). Princess Masako: Prisoner of the Chrysanthemum Throne. VNU Business Media, Inc. p. 336. ISBN 1585425680.
  4. Ruoff, Kenneth (2003). The People's Emperor: Democracy and the Japanese Monarchy, 1945-1995. VNU Business Media, Inc. p. 331. ISBN 0674008405.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ ถัดไป
สมเด็จพระจักรพรรดินีมิจิโกะ 2leftarrow.png จักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น
(1 พฤษภาคม 2562 – ปัจจุบัน)
2rightarrow.png ​ยังอยู่ในพระอิสริยยศ