เจ้าชายฟูมิฮิโตะ อากิชิโนะโนะมิยะ
| มกุฎราชกุมารอากิชิโนะ | |
|---|---|
| โคชิ (มกุฎราชกุมาร) | |
พระบรมฉายาลักษณ์ พ.ศ. 2568 | |
| ประสูติ | 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508 โรงพยาบาลสำนักพระราชวัง พระราชวังหลวงโตเกียว กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เจ้าชายอายะ |
| พระชายา | คิโกะ คาวาชิมะ (พ.ศ. 2533–ปัจจุบัน) |
| พระราชโอรส/ธิดา | มาโกะ โคมูโระ เจ้าหญิงคาโกะ เจ้าชายฮิซาฮิโตะ |
| ราชวงศ์ | ญี่ปุ่น |
| พระราชบิดา | สมเด็จพระจักรพรรดิพระเจ้าหลวงอากิฮิโตะ |
| พระราชมารดา | สมเด็จพระจักรพรรดินีพระพันปีหลวงมิจิโกะ |
| ศาสนา | ชินโต |
| ราชวงศ์ญี่ปุ่น |
|---|
|
|
มกุฎราชกุมารอากิชิโนะ[หมายเหตุ 1] (ญี่ปุ่น: 秋篠宮皇嗣殿下[1]; โรมาจิ: Akishino-no-miya Kōshi Denka; อังกฤษ: His Imperial Highness Crown Prince Akishino[2]) ทรงดำรงพระอิสริยยศ "โคชิ" (皇嗣) หรือ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์รองในสมเด็จพระจักรพรรดิพระเจ้าหลวงอากิฮิโตะกับสมเด็จพระจักรพรรดินีพระพันปีหลวงมิจิโกะ และเป็นพระโสทรานุชาในสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ จักรพรรดิพระองค์ปัจจุบัน
ทรงมีพระนามจริงว่า เจ้าชายฟูมิฮิโตะ (文仁親王) โดยหลังจากที่พระองค์อภิเษกสมรสในวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2533 พระองค์ได้ก่อตั้งมิยาเกะ (ราชวงศ์สาขา) ของพระองค์เองขึ้น และได้รับพระราชทานพระนามมิยาโงจากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะว่า "อากิชิโนะ" จึงมีการระบุพระนามของพระองค์ด้วยพระนามมิยาโงแทนพระนามจริง
สัญลักษณ์ประจำพระองค์ ต้นสึกะ (栂)[1] ที่ประทับหลัก ตำหนักอากิชิโนะ เขตพระราชฐานอากาซากะ เขตมินาโตะ กรุงโตเกียว[3]
พระประวัติ
[แก้]เจ้าชายอายะ
[แก้]พระประสูติการ
[แก้]วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2504 (ปีโชวะที่ 40) เวลา 00:22 นาที มกุฎราชกุมารีมิจิโกะทรงมีพระประสูติการพระราชโอรส ณ โรงพยาบาลสำนักพระราชวัง (宮内庁病院) พระราชวังหลวงโตเกียว กรุงโตเกียว[4]
วันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2508 มีการจัดพิธีเฉลิมพระนาม (命名の儀) ซึ่งเป็นธรรมเนียมราชสำนักที่จัดหลังจากการประสูติประมาณ 7 วัน ในพิธีนี้จะมีการตั้งพระนามและกำหนดสัญลักษณ์ประจำพระองค์ เนื่องจากทรงเป็นพระโอรสในมกุฎราชกุมาร พระองค์ทรงได้รับพระราชทานพระนามจากสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ (พระอัยกา) ว่า "ฟูมิฮิโตะ" (文仁) อีกทั้งทรงได้รับพระราชทานพระนามโกโชโงว่า "礼宮" (Aya-no-miya)[1] โดยสื่อญี่ปุ่นมีการระบุพระนามของพระองค์ในวัยพระเยาว์ว่า "礼宮" (โรมาจิ: Aya-no-Miya)[5] ส่วนสำนักพระราชวังรวมถึงสื่อต่างประเทศระบุพระนามในภาษาอังกฤษว่า "Prince Aya"[2][6][7] (เจ้าชายอายะ)
เจ้าชายอายะทรงเป็นพระโอรสพระองค์รองในมกุฎราชกุมารอากิฮิโตะกับมกุฎราชกุมารีมิจิโกะ ทรงมีพระเชษฐา 1 พระองค์ คือ เจ้าชายฮิโระ (นารูฮิโตะ) และพระขณิษฐา 1 พระองค์ คือ เจ้าหญิงโนริ (ซายาโกะ) ตามลำดับ พระองค์ทรงประทับร่วมกับพระบิดา-พระมารดา ณ พระตำหนักโทงู (東宮御所) ในเขตพระราชฐานอากาซากะ
ณ วันประสูติ พระองค์ทรงเป็นพระราชนัดดาในสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ พระองค์จึงดำรงฐานันดร "ชินโน" หรือเจ้าชายชั้นเอกแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น ตามกฎมณเฑียรบาลญี่ปุ่น มาตรา 6[8] และทรงมีสถานะเป็นรัชทายาทลำดับที่ 3 ต่อจากพระบิดาและพระเชษฐาตามลำดับ ตามกฎมณเฑียรบาลญี่ปุ่น มาตรา 2[8]
การศึกษา
[แก้]พ.ศ. 2513 - 2514 ทรงศึกษาระดับอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลกากูชูอิน (学習院幼稚園)[9][10]
วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2513 เมื่อพระชนมายุเข้า 5 ชันษา ทรงประกอบพิธีสวมฮากามะ (着袴の儀)[11] และ พิธีฟูกาโซกิ (深曽木の儀)[12] ตามธรรมเนียมราชสำนักสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้า
พ.ศ. 2515 - 2520 ทรงศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนประถมศึกษากากูชูอิน (学習院初等科)[13]
พ.ศ. 2521 - 2526 ทรงศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายที่โรงเรียนมัธยมชายกากูชูอิน (学習院中・高等科)[14][15][16]
พ.ศ. 2527 ทรงเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยากากูชูอิน (学習院大学)[17] อีกทั้งทรงเป็นผู้ก่อตั้งประธานชมรมวิจัยด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม (自然文化研究会) และทรงดำรงตำแหน่งประธานของชมรม[18][19]
วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528 ทรงมีพระชนมายุครบ 20 ชันษา พระองค์ทรงประกอบพิธีบรรลุนิติภาวะ (加冠の儀)[20] และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เกียรติคุณและราชมิตราภรณ์อันสูงส่งยิ่งดอกเบญจมาศ ชั้นมหาปรมาภรณ์จากสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ หลังจากประกอบพิธีแล้ว พระองค์จะทรงเริ่มมีส่วนร่วมในกิจกรรมของราชวงศ์อย่างเต็มพระองค์
ช่วง พ.ศ. 2530 ทรงเริ่มไว้พระมัสสุ (หนวด) แต่ค่อนข้างเป็นที่กังวลใจของทางสำนักพระราชวังในช่วงแรก เนื่องจากส่วนใหญ่จะมีแค่จักรพรรดิยุคสงครามเท่านั้นที่จะทรงไว้พระมัสสุ เช่น จักรพรรดิเมจิ, จักรพรรดิไทโช, จักรพรรดิโชวะ แต่พอถึงช่วงยุคหลังสงคราม บทบาทของจักรพรรดิและราชวงศ์ถูกเปลี่ยนจากผู้นำทางด้านทหาร ให้เป็นสัญลักษณ์ประเทศทางด้านวัฒนธรรมและวรรณกรรมแทน ส่งผลให้ในยุคหลังราชวงศ์ชายค่อนข้างระมัดระวังในการไว้พระมัสสุ[21][22]


พ.ศ. 2531 ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยากากูชูอิน (学習院大学) [1]
พ.ศ. 2531 - 2533 ทรงทำวิจัยทางด้านสัตววิทยาที่วิทยาลัยเซนต์จอห์น มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (St John's College, Oxford) เป็นเวลา 2 ปี[1] แต่พระองค์ทรงเดินทางไปกลับประเทศญี่ปุ่นบ่อยครั้งเนื่องจากการประชวรของสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ (พระอัยกา)[23]
พ.ศ. 2539 ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาขั้นสูง (โซเก็นได)[1] ทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่นพระองค์แรกที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก
เจ้าชายอากิชิโนะ
[แก้]เจ้าชายอายะทรงพบกับนางสาวคิโกะ คาวาชิมะครั้งแรกที่ร้านหนังสือในมหาวิทยาลัยซึ่งเธอทำงานพาร์ทไทม์อยู่ที่นั่น โดยพระองค์ได้เชิญเธอเข้าชมรมวิจัยด้านธรรมชาติและวัฒนธรรมที่พระองค์ทรงเป็นผู้ก่อตั้ง[18][24] ต่อมาทั้งสองพระองค์ทรงสร้างความสัมพันธ์และเริ่มสนิทกันผ่านกิจกรรมของชมรม[18][24] หลังจากที่เจ้าชายและเธอสนิทกันมากขึ้น พระองค์ก็ได้ชวนเธอไปที่พระตำหนักโทงู ที่ประทับของพระองค์ในเขตพระราชฐานอากาซากะตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่สนิทกัน อีกทั้งมีการเล่นเทนนิสประเภทคู่ร่วมกับพระบิดาพระมารดาของพระองค์และยังได้รับประทานของว่างด้วยกัน ซึ่งทำให้เธอปรับตัวเข้ากับราชวงศ์ได้อย่างราบรื่น[25]
วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2529 เจ้าชายอายะทรงขอนางสาวคิโกะ คาวะชิมะแต่งงานระหว่างรอสัญญาณไฟเดินข้ามถนนที่สี่แยกหน้าสถานีเมจิโระ ซึ่งขณะนั้นเจ้าชายทรงมีพระชนมายุ 20 ชันษา ส่วนเธอมีอายุ 19 ปี[18][24]
วันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2532 จักรพรรดิโชวะสวรรคต จึงทำให้สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระบิดา เสด็จขึ้นครองราชย์ ส่วนเจ้าชายอายะทรงขึ้นเป็นรัชทายาทลำดับที่ 2 ต่อจากพระเชษฐาของพระองค์ ตามกฎมณเฑียรบาลญี่ปุ่น มาตรา 2[8]
วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2532 เจ้าชายอายะและนางสาวคิโกะ คาวาชิมะได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าทรงทำการหมั้นกันอย่างไม่เป็นทางการเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่สามารถทำพิธีตามธรรมเนียมของราชวงศ์ได้ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงไว้อาลัยของจักรพรรดิโชวะ[23][26] การหมั้นหมายของทั้ง 2 พระองค์ ได้รับการตั้งคำถามมากมายจากสื่อ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงไว้อาลัยและทรงจะอภิเษกสมรสก่อนพระเชษฐา เจ้าชายฮิโระ (นารูฮิโตะ) (ว่าที่มกุฎราชกุมาร ณ ขณะนั้น)
วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2533 มีการจัดพิธีโนไซ (納采の儀) หรือพิธีหมั้นอย่างเป็นทางการตามธรรมเนียมราชวงศ์ ระหว่างเจ้าชายอายะกับนางสาวคิโกะ คาวาชิมะ[27] ซึ่งจัดขึ้นหลังการไว้อาลัยของจักรพรรดิโชวะ

วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2533 มีการจัดพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายอายะกับนางสาวคิโกะ คาวาชิมะ[23][28] ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีเสด็จไปร่วมในพิธีการครั้งนี้ด้วย ในวันเดียวกัน เจ้าชายอายะทรงก่อตั้งมิยาเกะหรือราชวงศ์สาขาของพระองค์เองขึ้น และทรงได้รับพระราชทานพระนามมิยาโงจากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะว่า "อากิชิโนะ"[29] ซึ่งมีที่มาจากชื่อเมืองในจังหวัดนาระ ภายหลังการอภิเษกสมรส สื่อญี่ปุ่นได้ระบุพระนามของพระองค์ว่า "秋篠宮" (Akishino-no-Miya) และทางสำนักพระราชวังระบุพระนามในภาษาอังกฤษว่า "Prince Akishino"[30] ซึ่งในไทยก็มีการระบุพระนามว่า "เจ้าชายอากิชิโนะ" เช่นกัน[31][32] ในส่วนของพระชายา สำนักพระราชวังได้ระบุพระนามพระองค์ในภาษาอังฤษว่า "Princess Akishino"[33] (เจ้าหญิงอากิชิโนะ)
เจ้าชายอากิชิโนะทรงแยกที่ประทับจากพระตำหนักโทงูที่เคยประทับกับพระบิดาพระมารดา มาประทับร่วมกับพระชายา ณ อดีตบ้านพักของแม่นมในเขตพระราชฐานอากาซากะ ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวอายุกว่า 60 ปี แต่มีการปรับปรุงใหม่เพื่อให้เป็นที่ประทับของทั้งสองพระองค์[34][35] พอเมื่อเจ้าหญิงชิจิบุสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2538 จึงได้มีการปรับปรุงตำหนักชิจิบุใหม่เพื่อใช้เป็นพื้นที่รับแขกของเจ้าชายอากิชิโนะ[36][37] ถัดมาในปี พ.ศ. 2541 มีการก่อสร้างอาคารสูง 3 ชั้นเชื่อมเข้ากับตำหนักชิจิบุเดิมเพื่อใช้เป็นที่ประทับส่วนพระองค์[38] หลังจากที่การต่อเติมแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2543 เจ้าชายอากิชิโนะพร้อมทั้งพระชายาและพระบุตรได้ย้ายเข้ามาประทับในอาคารต่อเติมใหม่ โดยส่วนของตำหนักชิจิบุเดิมยังคงเอาไว้ใช้รับแขกเป็นหลัก[38] และมีการเรียกที่ประทับโดยรวมทั้งหมดนี้ว่า "ตำหนักอากิชิโนะ" (秋篠宮邸)[39]
เจ้าชายและเจ้าหญิงอากิชิโนะทรงมีพระโอรส-พระธิดาด้วยกัน 3 พระองค์ ตามลำดับดังนี้
- เจ้าหญิงมาโกะ (23 ตุลาคม พ.ศ. 2534)
- เจ้าหญิงคาโกะ (29 ธันวาคม พ.ศ. 2537)
- เจ้าชายฮิซาฮิโตะ (6 กันยายน พ.ศ. 2549)
มกุฎราชกุมารอากิชิโนะ
[แก้]หลังจากการประสูติของพระองค์เมื่อ พ.ศ. 2508 ราชวงศ์ญี่ปุ่นมีการประสูติของสตรีติดต่อกัน 9 พระองค์ โดยไม่มีบุรุษประสูติเลย รวมถึงมกุฎราชกุมารนารูฮิโตะก็ทรงมีพระราชธิดา (เจ้าหญิงไอโกะ) เพียงพระองค์เดียว ด้วยสาเหตุนี้จึงมีการถกเถียงกันในหมู่ประชาชนเกี่ยวกับตัวกฎมณเฑียรบาลญี่ปุ่นว่าควรจะแก้ไขให้สตรีสามารถขึ้นครองราชย์ได้ด้วยหรือไม่ เนื่องจากราชวงศ์ญี่ปุ่นในอดีตเคยมีบันทึกถึงการครองราชย์ของจักรพรรดินีถึง 8 พระองค์ แต่ก็มีข้อโต้แย้งเช่นกันว่าเป็นแค่การครองราชย์เพียงชั่วคราวเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองเท่านั้น (เช่น รัชทายาทชายตัวจริงยังไม่บรรลุนิติภาวะ) อีกทั้งจักรพรรดินีไม่เคยอภิเษกระหว่างครองราชย์ จึงไม่ได้ให้กำเนิดรัชทายาทเพื่อสืบบัลลังก์ต่อ[40][41] จากข้อถกเถียงต่างๆ รวมทั้งสภาที่ปรึกษาได้ให้คำแนะนำแก่นายจุนอิจิโร โคอิซูมิ นายกรัฐมนตรี ณ ขณะนั้น จึงทำให้ทางนายกรัฐมนตรีก็มีความตั้งใจในการแก้ไขกฎมณเฑียรบาลนี้เช่นกัน และเริ่มมีการเตรียมร่างแก้ไขกฎหมายเพื่อนำเข้าสู่สภานิติบัญญัติ[41][42] แต่พอเจ้าหญิงอากิชิโนะทรงตั้งพระครรภ์และให้กำเนิดเจ้าชายฮิซาฮิโตะใน พ.ศ. 2549 ทำให้นายกรัฐมนตรีระงับการส่งเรื่องขอแก้ไขกฎมณเฑียรบาลในสภานิติบัญญัติ จึงยังทำให้เจ้าชายอากิชิโนะยังคงสถานะเป็นรัชทายาทลำดับที่ 2 ของราชวงศ์ญี่ปุ่น[41][42]
วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562 สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระบิดา ทรงประกาศสละราชสมบัติ และมกุฎราชกุมารนารูฮิโตะ พระเชษฐา เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ ในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 จึงส่งผลให้เจ้าชายอากิชิโนะทรงมีสถานะเป็น "โคชิ" หรือรัชทายาทตามมาตรา 2 ของกฎมณเฑียรบาลญี่ปุ่น[8] อย่างไรก็ตามพระองค์ไม่ได้ดำรงพระอิสริยยศโคไตชิ (皇太子) เหมือนอย่างพระบิดาและพระเชษฐา เนื่องจากกฎมณเฑียรบาลญี่ปุ่น มาตรา 8 ระบุว่า "โคชิ" (รัชทายาท) ที่เป็นพระราชโอรสในจักรพรรดิจะดำรงพระอิสริยยศโคไตชิ"[8] ซึ่งพระองค์ทรงเป็นพระราชอนุชาในจักรพรรดิพระองค์ใหม่
วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2562 กฎหมายพิเศษว่าด้วยการสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิมีผลบังคับใช้[43] ซึ่งมาตรา 5 ระบุว่า "สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงมีสถานะเป็น "โคชิ" (รัชทายาท) ตามลำดับการสืบสันตติวงศ์ในมาตรา 2 ของกฎมณเฑียรบาลญี่ปุ่น ให้ปฏิบัติตามแบบอย่างของอิสริยยศโคไตชิ" จากการประกาศใช้กฎหมายพิเศษนี้ จึงส่งผลให้เจ้าชายอากิชิโนะดำรงพระอิสริยยศเทียบเท่าโคไตชิทุกประการ ซึ่งภายหลังการประกาศใช้กฎหมายพิเศษ ทางสำนักพระราชวังได้ระบุพระนามของพระองค์ในภาษาญี่ปุ่นว่า "秋篠宮皇嗣"[1] (Akishino-no-Miya Kōshi) และในภาษาอังกฤษว่า "Crown Prince Akishino"[2] (มกุฎราชกุมารอากิชิโนะ)[หมายเหตุ 1] ส่วนพระชายา ทางสำนักพระราชวังระบุพระนามในภาษาญี่ปุ่นว่า "秋篠宮皇嗣妃"[1] (Akishino-no-Miya Kōshihi) และในภาษาอังกฤษว่า "Crown Princess Akishino"[2] (มกุฎราชกุมารีอากิชิโนะ)
วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562 มีการจัดพิธีบรมราชาภิเษก (即位礼正殿の儀) ของสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ มกุฎราชกุมารอากิชิโนะทรงฉลองพระองค์ชุด "โอนิ โนะ โฮ" (黄丹袍) ซึ่งเป็นชุดคลุมสีส้มอมแดงสำหรับมกุฎราชกุมารหรือรัชทายาท
วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 มีการจัดพิธี "ริกโกชิ โนะ เร" (立皇嗣の礼) ซึ่งเป็นพิธีที่สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะทรงสถาปนาอิสริยยศ "โคชิ" (皇嗣) หรือมกุฎราชกุมารแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่นให้กับพระองค์อย่างเป็นทางการ[44]
วันที่ 20 - 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 มกุฎราชกุมารและมกุฎราชกุมารีอากิชิโนะ เสด็จไปเคารพศาลเจ้าอิเซะ เพื่อรายงานการดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมารแก่เทพเจ้าอามาเตราซุ[45]
พระราชกรณียกิจ
[แก้]พิธีราชสำนัก
[แก้]- ทุกวันที่ 1 มกราคมของทุกปี ทรงตามเสด็จสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีออกมหาสมาคมในพิธี "ชินเน็น-อิปปัน-ซังงะ" (新年一般参賀) เนื่องในวันขึ้นปีใหม่[46]
- ทรงร่วมตามเสด็จสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีออกมหาสมาคมในพิธี"เท็นโน-ทันโจบิ-อิปปัน-ซังงะ" (天皇誕生日一般参賀) เนื่องวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระจักรพรรดิ[47]
- ในเดือนมกราคมของทุกปี ทรงร่วมพิธี "อูตาไก ฮาจิเมะ" (歌会始の儀) ซึ่งเป็นธรรมเนียมประจำปีในพระราชสำนัก โดยจะมีการร่วมกันขับร้องบทกวีในท่วงทำนองโบราณตามแบบแผนดั้งเดิมของญี่ปุ่น[48]
- ในเดือนมกราคมของทุกปี ทรงร่วมพิธี "โคโช ฮาจิเมะ" (講書始) โดยสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีพร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ จะเสด็จออกรับฟังการบรรยายจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์[49]
- ทุกช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ทรงร่วมงานเลี้ยงในสวน ณ สวนหลวงอากาซากะ ในเขตพระราชฐานอากาซากะ กรุงโตเกียว ซึ่งมีสมเด็จพระจักรพรรดิเป็นเจ้าภาพ เพื่อเลี้ยงต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการในประเทศญี่ปุ่น [50]
- ทรงร่วมเสวยพระกระยาหารค่ำ ณ ตำหนักอากิชิโนะ ในเขตพระราชฐานอากาซากะ เมื่อมีสมาชิกราชวงศ์ต่างประเทศหรือผู้นำจากต่างประเทศมาเยือนประเทศญี่ปุ่น[51]
ปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์สมเด็จพระจักรพรรดิ
[แก้]วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ทรงปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระจักรพรรดิครั้งแรก เนื่องจากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระราชบิดา ทรงเข้ารับการรักษาพระวรกาย ส่วนมกุฎราชกุมารนารูฮิโตะ พระเชษฐา เสด็จเยือนจังหวัดนากาโนะ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าชายอากิชิโนะเสด็จออกแทนพระองค์ในการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจำฤดูใบไม้ร่วงแก่บุคคลผู้มีผลงานโดดเด่นในด้านต่าง ๆ และมีพระดำรัสแทนพระองค์สมเด็จพระจักรพรรดิแก่ผู้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์[52]
ภายหลังจากพระองค์ดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมาร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ[53] ดังนี้
- วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2565 สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะเสด็จเยือนสหราชอาณาจักรเพื่อเข้าร่วมงานพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2
- วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2566 สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะเสด็จเยือนอินโดนีเซีย
- วันที่ 25 - 28 มิถุนายน พ.ศ. 2567 สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะเสด็จเยือนสหราชอาณาจักร
- วันที่ 6 - 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะเสด็จเยือนมองโกเลีย
การกุศล
[แก้]เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2563 มกุฎราชกุมาร-มกุฎราชกุมารีอากิชิโนะพร้อมพระโอรส-ธิดาและเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ทรงบริจาคชุดกาวน์และหน้ากากแฮนด์เมดจากถุงพลาสติกให้กับโรงพยาบาลไซเซไก เนื่องจากการขาดแคลนของอุปกรณ์ทางการแพทย์ในช่วงที่สถานการ์ณโควิด 19 ระบาดหนัก[54]
การส่งเสริมเยาวชน
[แก้]- ทรงร่วมสนทนากับนักเรียนในโครงการ "มาเมะ-กิชะ" (豆記者) หรือนักข่าวตัวจิ๋ว ซึ่งเป็นโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนระหว่างญี่ปุ่นแผ่นดินใหญ่กับเกาะโอกินาวะ โดยพระราชกรณียกิจนี้ถูกริเริ่มในสมัยของมกุฎราชกุมารอากิฮิโตะ พระราชบิดา และถูกส่งต่อให้กับผู้ที่ดำรงตำแหน่งมกุฎราชกุมารในสมัยถัดมาเรื่อย ๆ โดยปัจจุบันได้ส่งต่อมายังพระองค์ ซึ่งเหล่านักเรียนจะได้เข้าเฝ้าพระองค์พร้อมกับพระชายา พระโอรส-ธิดา ที่ตำหนักอากาซากะตะวันออก และทรงมีพระปฏิสันถารกับเหล่านักเรียนในเรื่องธรรมชาติ, อาหาร เป็นต้น[55]
- ทรงพระราชทานวโรกาสให้สมาพันธ์ลูกเสือญี่ปุ่น (ボーイスカウト日本連盟) เข้าเฝ้า ณ ตำหนักอากาซากะตะวันออก โดยประธานสมาพันธ์ลูกเสือญี่ปุ่น และตัวแทนลูกเสือจาก 47 จังหวัดทั่วประเทศ ที่ได้รับเครื่องหมายขั้นสูงสุด (ขั้นฟูจิ) จะทำการปฏิญาณตนต่อหน้าพระพักตร์ จากนั้นพระองค์จะพระราชทานพระราชดำรัสแก่เหล่าลูกเสือ พิธีการเข้าเฝ้านี้ถูกริเริ่มในสมัยมกุฎราชกุมารนารูฮิโตะ พระเชษฐา ซึ่งในปัจจุบันพระราชกรณียกิจนี้ได้ส่งต่อมาให้พระองค์[56]
- ทรงมอบรางวัลในงานประกวดเขียนเรียงความจากหนังสือระดับเยาวชนแห่งชาติ (青少年読書感想文全国コンクール)[57]
ด้านธรรมชาติ
[แก้]- ทรงร่วมงาน "ผู้พิทักษ์พื้นที่สีเขียวแห่งชาติ" (全国「みどりの愛護」のつどい) ซึ่งเป็นงานส่งเสริมและปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมถึงเชิดชูเกียรติและขอบคุณผู้ที่ทำคุณประโยชน์ในด้านธรรมชาติ[58]
- ทรงร่วมงานการประชุมของสมาคมสวนพฤกษศาสตร์แห่งประเทศญี่ปุ่น (公益社団法人日本植物園協会) ที่พระองค์ทรงเป็นประธานกิตติมศักดิ์ ซึ่งสมาคมนี้จะส่งเสริมความสำคัญเพื่อพัฒนาสวนพฤกษศาสตร์ทั่วประเทศ[59]
- ทรงมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่องค์กรจัดการป่าไม้ในโครงการส่งเสริมการจัดการป่าไม้แห่งชาติ ของสมาคมวนศาสตร์แห่งญี่ปุ่น ซึ่งโครงการนี้จะมีการคัดเลือกองค์กรจัดการป่าไม้ที่มีผลงานยอดเยี่ยมในการประยุกต์ป่าไม้ให้เข้ากับแต่ละท้องถิ่น และมีส่วนในการส่งเสริมและพัฒนากิจการป่าไม้ในพื้นที่นั้นๆ[60]
การรำลึกถึงความสูญเสียจากสงคราม
[แก้]- เสด็จไปทรงเคารพสุสานทหารผ่านศึกชิโดริงาฟูจิ เขตชิโยดะ กรุงโตเกียว ซึ่งเป็นสุสานของเหล่าทหารที่เสียชีวิตในต่างแดนในสงครามโลกครั้งที่ 2[61]
- ทรงร่วมพิธีรำลึกเพื่อไว้อาลัยผู้เสียชีวิตจากภัยสงครามและแผ่นดินไหวในพื้นที่คันโต ณ ศาลาอนุสรณ์สถานโตเกียว ซึ่งเป็นพิธีการไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากการทิ้งระเบิดครั้งใหญ่ในโตเกียว ในปี พ.ศ. 2488 และเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ในภูมิภาคคันโต ในปี พ.ศ. 2466[62]
ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
[แก้]- ทรงมอบรางวัลส่งเสริมการศึกษาของสมาคมส่งเสริมวิทยาศาสตร์แห่งญี่ปุ่น (日本学術振興会育志賞) เพื่อเชิดชูนักศึกษาระดับปริญญาเอกที่มีผลงานยอดเยี่ยมและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาการวิจัยทางวิชาการของญี่ปุ่นในอนาคต[63]
- ทรงเปิดงาน Osaka World Expo 2025 ซึ่งพระองค์ทรงเป็นประธานกิตติมศักดิ์ของการจัดงานครั้งนี้[64]
- ทรงมอบรางวัลของสมาคมส่งเสริมวิทยาศาสตร์แห่งญี่ปุ่น (日本学術振興会賞) และรางวัลส่งเสริมงานวิชาการของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งญี่ปุ่น (日本学士院学術奨励賞) เพื่อเชิดชูนักวิจัยอายุต่ำกว่า 45 ปีที่มีผลงานยอดเยี่ยมตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อกระตุ้นแรงบันดาลใจในการทำงานวิจัย[65]
สภาราชวงศ์ญี่ปุ่น
[แก้]วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2558 - ปัจจุบัน ทรงดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาราชวงศ์ญี่ปุ่น (皇室会議) ซึ่งสภาจะประกอบด้วยตัวแทนราชวงศ์, นายกรัฐมนตรี, ตัวแทนสำนักพระราชวัง, ตัวแทนสภานิติบัญญัติ และอื่นๆ ซึ่งสภาจะใช้เป็นที่พูดคุยและอนุมัติพิธีการต่างๆ เช่น การแต่งงานของราชวงศ์ หรือการสละราชสมบัติ
ยังทรงดำรงตำแหน่งอยู่
[แก้]- ประธานสถาบันปักษีวิทยา ยามาชินะ (公益財団法人山階鳥類研究所) (2529)
- ประธานสมาคมสวนสัตว์และสัตว์น้ำแห่งประเทศญี่ปุ่น (公益社団法人日本動物園水族館協会) (2531)
- ประธานมูลนิธิ Social Welfare Organization Saiseikai Imperial Gift Foundation (済生会) (2556)
- ประธานสมาคมเกษตรแห่งประเทศญี่ปุ่น (公益社団法人大日本農会) (2557)
- ประธานสมาคมป่าไม้แห่งประเทศญี่ปุ่น (公益社団法人大日本山林会) (2557)
- ประธานสมาคมสวนพฤกษศาสตร์แห่งประเทศญี่ปุ่น (公益社団法人日本植物園協会) (2559)
- ประธานกองทุนสนับสนุนตัวอย่างทางวิชาการทางด้านปศุสัตว์ (家畜資源学術標本基金)
- ประธานองค์กรพิทักษ์วัดเซ็นเนียว (泉涌寺)
- ประธานกิตติมศักดิ์กองทุนสัตว์ป่าโลกประจำประเทศญี่ปุ่น (世界自然保護基金) (2540)
- ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมผู้รักน้ำเต้าญี่ปุ่น (2547)[66]
- อุปนายกกิตติมศักดิ์องค์กรสยามสมาคม (2548)[67]
- ประธานกิตติมศักดิ์องค์กร Japan-Netherland Society (日蘭協会) (2552)
- ประธานกิตติมศักดิ์สมาคม Japan river
- ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิดร.เซลมัน แวกส์มัน
- สมาชิกกิตติมศักดิ์พิพิธภัณฑ์ออสเตรเลีย (Australian Musuem)
เคยทรงดำรงตำแหน่ง
[แก้]- ประธานกิตติมศักดิ์การแข่งขันเทเบิลเทนนิสชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 41 (2534), ครั้งที่ 46 (2544)
- ประธานกิตติมศักดิ์เทศกาลป่าและดอกไม้ (2535 - 2558, 2560, 2561)
- ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมเทนนิสญี่ปุ่น (公益財団法人日本テニス協会) (2535)
- ประธานกิตตมศักดิ์การแข่งขัน Alpine skiing ชิงแชมป์โลก ปี 1993 (2536)
- ประธานกิตติมศักดิ์โครงการรำลึก 100 ปีการอพยพของชาวญี่ปุ่นสู่เม็กซิโก (2540)
- ประธานกิตติมศักดิ์โครงการรำลึก 100 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างญี่ปุ่นและอาร์เจนตินา (2541)
- ประธานกิตติมศักดิ์นิทรรศการพืชสวนนานาชาติชิซุโอกะ (2546)
- ประธานกิตติมศักดิ์โครงการวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างคนกับไก่ (2547)
- ประธานกิตติมศักดิ์การประชุมสุดยอดสิ่งแวดล้อมสำหรับเด็ก (2548)
- ประธานกิตติมศักดิ์การประชุม FISTA 2006 (2548)
- ประธานกิตติมศักดิ์งานมหกรรมหนังสือนานาชาติโตเกียว (東京国際ブックフェア) (2549, 2550, 2552 - 2556, 2548, 2549)
- ประธานกิตติมศักดิ์การแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ สาขาชีววิทยา ครั้งที่ 20 (2550)
- ประธานกิตติมศักดิ์งานมิตรภาพญี่ปุ่น-อินโดนีเซีย (2551)
- ประธานกิตติมศักดิ์งานการแลกเปลี่ยนระหว่างญี่ปุ่น-ลุ่มแม่น้ำดานูบ (2552)
- ประธานกิตติมศักดิ์งานนิทรรศการวัฒนธรรมโมเสก (Mosaiculture) ฮามามัตสึ (2552)
- ประธานกิตติมศักดิ์งานประชุมบอนไซโลก ครั้งที่ 8 เมืองไซตามะ (2560)
- ประธานกิตติมศักดิ์การแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลกปี 2019 (2562)
- ประธานกิตติมศักดิ์งาน World Expo 2025 (2566)
- นักวิจัยพิเศษประจำ The University Museum มหาวิทยาลัยโตเกียว (東京大学総合研究博物館)
- ศาสตราจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยโตเกียว
งานวิจัย
[แก้]- 28 มิถุนายน พ.ศ. 2532 "Morphological Comparison of the Mekong Giant Catfish, Pangasianodon gigas, with Other Pangasiid Species" เป็นการเปรียบเทียบลักษณะทางสัณฐานวิทยาของปลาบึก (Pangasianodon gigas) กับปลาชนิดอื่นๆ ในวงศ์ปลาสวาย (Pangasiidae) เพื่อจำแนกปลาบึกออกจากปลาในวงศ์เดียวกัน[68]
- 20 ธันวาคม พ.ศ. 2537 "One subspecies of the red junglefowl (Gallus gallus gallus) suffices as the matriarchic ancestor of all domestic breeds" เป็นงานวิจัยทางพันธุกรรมที่ใช้ดีเอ็นเอไมโทคอนเดรีย โดยสรุปได้ว่าไก่บ้านทุกสายพันธุ์ทั่วโลกมีบรรพบุรุษฝ่ายแม่ที่สืบเชื้อสายมาจากไก่ป่าแดงสายพันธุ์ย่อย (Gallus gallus gallus) เพียงสายพันธุ์เดียวเท่านั้น[69]
- 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 "The genetic link between the Chinese bamboo partridge (Bambusicola thoracica) and the chicken and junglefowls of the genus Gallus" เป็นการศึกษาที่ใช้หลักฐานทางพันธุกรรมเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการอย่างใกล้ชิดระหว่างไก่ฟ้าพญาลอกับไก่และไก่ป่า ซึ่งชี้ให้เห็นว่าทั้งสองกลุ่มอาจมีบรรพบุรุษร่วมกันในอดีต[70]
- 25 มิถุนายน พ.ศ. 2539 "Monophyletic origin and unique dispersal patterns of domestic fowls" ซึ่งเป็นการศึกษาวิวัฒนาการของไก่ป่า (junglefowls) และไก่บ้าน (domestic fowls) โดยใช้วิธีการทางพันธุกรรมระดับโมเลกุล (molecular phylogeny) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสายพันธุ์[71]
- 23 ธันวาคม พ.ศ. 2543 "Evolutionary aspects of gobioid fishes based upon a phylogenetic analysis of mitochondrial cytochrome B genes" เป็นการศึกษาในแง่มุมทางวิวัฒนาการของปลาในกลุ่มปลาบู่ (Gobioidei) โดยอาศัยการวิเคราะห์ทางสายวิวัฒนาการจากยีนไซโตโครม B ในไมโทคอนเดรีย[72]
- 25 ธันวาคม พ.ศ. 2551 "Phylogenetic Study of Okinawa and Amami Native Pig Based on Mitochondrial DNA Sequence" เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการของหมูพื้นเมืองโอกินาวะและอามามิ โดยอาศัยการวิเคราะห์ลำดับดีเอ็นเอในไมโทคอนเดรีย[73]
- 31 ธันวาคม พ.ศ. 2551 "Evolution of Pacific Ocean and the Sea of Japan populations of the gobiid species, Pterogobius elapoides and Pterogobius zonoleucus, based on molecular and morphological analyses" เป็นการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจว่าประชากรปลาบู่สองชนิดที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลญี่ปุ่นมีวิวัฒนาการที่แตกต่างกันอย่างไร โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกจากทั้งการเปรียบเทียบดีเอ็นเอและรูปร่างลักษณะภายนอก[74]
พระราชนิพนธ์และที่เกี่ยวข้อง
[แก้]- พ.ศ. 2537 "สารานุกรมภาพสัตว์ปีกในยุโรป" (欧州家禽図鑑) เป็นผลงานนิพนธ์ร่วม พร้อมทั้งถ่ายภาพและเขียนคำอธิบายประกอบ ISBN 4582518133
- พ.ศ. 2543 "ไก่กับมนุษย์ - มุมมองจากชาติพันธุ์ชีววิทยา" (鶏と人-民族生物学の視点から) ทรงนิพนธ์และเรียบเรียง ISBN 4096260622
- พ.ศ. 2551 "สารานุกรมนก" (鳥学大全) ทรงเรียบเรียง ISBN 4130603507
- พ.ศ. 2551 "ปัญญาชีววิทยาว่าด้วยนก" (ฺBiosophia of birds) ทรงเป็นบรรณาธิการ ISBN 4130831526
- พ.ศ. 2552 "สารานุกรมปศุสัตว์และสัตว์ปีกของญี่ปุ่น – คู่มือภาคสนามฉบับดีที่สุด" (日本の家畜・家禽 フィールドベスト図鑑) ทรงนิพนธ์และกำกับดูแลเนื้อหา ISBN 405403506X
- พ.ศ. 2552 "ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ เล่ม 2: วัฒนธรรมของการทำปศุสัตว์" (ヒトと動物の関係学2 家畜の文化) ทรงนิพนธ์และร่วมเรียบเรียง ISBN 4000271083
- พ.ศ. 2559 "วารสารนิทรรศการปลาดุก" (ナマズの博覧誌) เป็นผลงานนิพนธ์ร่วมและทรงเป็นบรรณาธิการ ISBN 4000271083
| ประเทศ | วันที่ | พระราชกรณียกิจ | เสด็จพร้อมด้วย |
|---|---|---|---|
| 11 - 24 กรกฎาคม 2523 | เสด็จเยือนเป็นการส่วนพระองค์ | ||
| 25 กุมภาพันธ์ - 11 มีนาคม 2528 | เสด็จเยือนเป็นการส่วนพระองค์ | ||
| 7 สิงหาคม 2531 - 21 มิถุนายน 2533 | ทำวิจัยในต่างประเทศ | ||
| 14 - 24 สิงหาคม 2528 | เสด็จเยือนเป็นการส่วนพระองค์ | ||
| 13 - 23 สิงหาคม 2529 | เสด็จเยือนเป็นการส่วนพระองค์ | ||
| 16 - 25 สิงหาคม 2530 | เสด็จเยือนเป็นการส่วนพระองค์ | ||
| 16 กรกฎาคม - 18 สิงหาคม 2532 | ทำวิจัยเกี่ยวกับปลา | ||
| 13 - 28 กันยายน 2535 | ทำวิจัยเกี่ยวกับปลา | ||
| 5 - 24 พฤศจิกายน 2535 | ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 16 - 22 กันยายน 2538 | รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 9 - 11 มีนาคม 2539 | พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 17 - 23 เมษายน 2539 | ทำวิจัยเกี่ยวกับปลา | ||
| 27 มิถุนายน - 8 กรกฎาคม 2542 | ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 2 - 5 สิงหาคม 2544 | รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 7 - 21 สิงหาคม 2546 | ถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 72 พรรษาและรับพระราชทาน ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี |
เจ้าหญิงอากิชิโนะ เจ้าหญิงมาโกะ เจ้าหญิงคาโกะ | |
| 17 - 24 สิงหาคม 2548 | ทรงทำวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ปีก | ||
| 14 - 23 มีนาคม 2550 | ร่วมงานประชุมการวิจัยสัตว์ปีกและรับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง |
||
| 23 - 28 มีนาคม 2553 | ทำวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ปีก | เจ้าหญิงมาโกะ | |
| 27 - 29 พฤศจิกายน 2555 | รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และร่วมการประชุมวิชาการปศุสัตว์นานาชาติ ครั้งที่ 15 |
||
| 26 - 27 ตุลาคม 2560 | พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 12 - 15 ธันวาคม 2561 | รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม | ||
| 13 - 23 สิงหาคม 2528 | เสด็จเยือนเป็นการส่วนพระองค์ | ||
| 14 - 27 มิถุนายน 2531 | พิธีรำลึกวันครบรอบ 80 ปีการอพยพของชาวญี่ปุ่น | ||
| 27 ตุลาคม - 10 พฤศจิกายน 2558 | ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 120 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 7 สิงหาคม 2531 - 21 มิถุนายน 2533 | ทำวิจัยในต่างประเทศ | ||
| 7 สิงหาคม 2531 - 21 มิถุนายน 2533 | ทำวิจัยในต่างประเทศ | ||
| 14 - 16 มกราคม 2548 | พิธีพระศพแกรนด์ดัชเชสโฌเซฟีน-ชาร์ล็อต | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 7 สิงหาคม 2531 -
21 มิถุนายน 2533 |
ทำวิจัยในต่างประเทศ | ||
| 17 - 20 พฤษภาคม 2544 | พิธีอภิเษกสมรสของเจ้าชายคอนสตันติน | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 14 - 17 ตุลาคม 2545 | พิธีพระศพเจ้าชายเคลาส์ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 29 - 31 มีนาคม 2547 | พระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถยูเลียนา | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 21 - 28 สิงหาคม 2552 | งานครบรอบ 400 ปีการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับเนเธอร์แลนด์ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 22 - 24 พฤศจิกายน 2532 | พิธีพระศพเจ้าชายฟรันทซ์ โยเซ็ฟที่ 2 | ||
| 10 - 25 เมษายน 2533 | ทรงสำรวจสัตว์และธรรมชาติ | ||
| 10 - 25 เมษายน 2533 | ทรงสำรวจสัตว์และธรรมชาติ | ||
| 13 - 25 สิงหาคม 2550 | ทรงสำรวจธรรมชาติและวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ปีก | เจ้าหญิงมาโกะ | |
| 24 - 27 เมษายน 2534 | งาน Houston International Festival | ||
| 4 - 9 มิถุนายน 2561 | งานครบรอบ 150 ปีการอพยพของชาวญี่ปุ่นที่ฮาวาย | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 5 - 24 พฤศจิกายน 2535 | งานครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 6 - 8 เมษายน 2536 | พิธีพระศพ Infante Juan, Count of Barcelona | ||
| 4 - 14 สิงหาคม 2536 | ทำการวิจัยเกี่ยวกับนก | ||
| 4 - 14 สิงหาคม 2537 | ทำการวิจัยเกี่ยวกับนก | ||
| 18 - 25 มกราคม 2551 | ทรงร่วมพิธีเปิดงานครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 9 - 16 ตุลาคม 2538 | ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 26 กุมภาพันธ์ - 7 มีนาคม 2540 | ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 16 - 25 สิงหาคม 2562 | เสด็จเยี่ยมสมเด็จพระราชาธิบดีชิกเม เคซาร์ นัมกเยล วังชุก | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 26 กุมภาพันธ์ - 7 มีนาคม 2540 | ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 9 - 22 พฤษภาคม 2540 | งานครบรอบ 100 ปีของการอพยพของชาวญี่ปุ่น | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 30 กันยายน - 10 ตุลาคม 2557 | งานครบรอบ 400 ปีที่คณะทูตญี่ปุ่นเยือนเม็กซิโก | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 9 - 22 พฤษภาคม 2540 | ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 16 - 20 กุมภาพันธ์ 2541 | พิธีเปิดงานเทศกาลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
และงานครบรอบ 100 ปีการประกาศเอกราชของฟิลิปปินส์ |
เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 3 - 14 สิงหาคม 2541 | ทำวิจัยเกี่ยวกับนก | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 25 กันยายน - 8 ตุลาคม 2541 | งานครบรอบ 95 ปีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 25 มกราคม - 5 กุมภาพันธ์ 2557 | งานครบรอบ 111 ปีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 27 มิถุนายน - 8 กรกฎาคม 2542 | ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 16 - 23 สิงหาคม 2555 | ทำวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ปีก | ||
| 27 มิถุนายน - 8 กรกฎาคม 2542 | ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 5 - 16 สิงหาคม 2544 | ทรงวิจัยเกี่ยวกับนก | ||
| 23 - 28 มีนาคม 2553 | พิธีเปิดพิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่ของมหาวิทยาลัยโตเกียว | เจ้าหญิงมาโกะ | |
| 26 - 29 กันยายน 2542 | พิธีเปิดงานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 21 - 28 มิถุนายน 2544 | ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 3 - 5 กุมภาพันธ์ 2556 | พระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ | ||
| 19 - 28 มิถุนายน 2545 | ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 27 กันยายน - 7 ตุลาคม 2546 | ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 30 ตุลาคม - 7 พฤศจิกายน 2549 | งานครบรอบ 70 ปีการอพยพของชาวญี่ปุ่น | ||
| 10 - 23 พฤษภาคม 2552 | งานส่งเสริมวัฒนธรรมญี่ปุ่น-ประเทศในลุ่มแม่น้ำดานูบ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 10 - 23 พฤษภาคม 2552 | งานส่งเสริมวัฒนธรรมญี่ปุ่น-ประเทศในลุ่มแม่น้ำดานูบ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 18 - 23 สิงหาคม 2560 | ทำวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ปีก | เจ้าหญิงมาโกะ | |
| 24 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2554 | งานครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 11 - 17 มิถุนายน 2555 | งานครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 19 - 30 มิถุนายน 2556 | งานครบรอบ 20 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 19 - 30 มิถุนายน 2556 | งานครบรอบ 140 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 27 มิถุนายน - 8 กรกฎาคม 2557 | งานครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 27 มิถุนายน - 8 กรกฎาคม 2557 | ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 30 กันยายน - 10 ตุลาคม 2557 | ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 10 - 17 พฤษภาคม 2559 | งานครบรอบ 150 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| 25 กันยายน - 4 ตุลาคม 2560 | งานครบรอบ 120 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต | เจ้าหญิงอากิชิโนะ | |
| ภายหลังการสถาปนาขึ้นเป็นมกุฎราชกุมาร | |||
| 27 มิถุนายน - 6 กรกฎาคม 2562 | งานครบรอบ 100 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต[80] | มกุฎราชกุมารีอากิชิโนะ | |
| 4 - 7 พฤษภาคม 2566 | พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระเจ้าชาลส์ที่ 3[81] | มกุฎราชกุมารีอากิชิโนะ | |
| 20 - 25 กันยายน 2566 | งานครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต[82] | มกุฎราชกุมารีอากิชิโนะ | |
| 3 - 8 ธันวาคม 2567 | งานครบรอบ 100 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต[83] | มกุฎราชกุมารีอากิชิโนะ | |
| 26 - 28 กุมภาพันธ์ 2568 | รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์มหาวิทยาลัยนเรศวร[84] | ||
- เสด็จเยือนสถาบันสัตววิทยาที่เนเธอร์แลนด์ เมื่อ พ.ศ. 2532
- เสด็จเยือนอิตาลี เมื่อ พ.ศ. 2559
- เจ้าชายและเจ้าหญิงอากิชิโนะ เสด็จเยือนฟินแลนด์ เมื่อ พ.ศ. 2562
พระเกียรติยศ
[แก้]| ธรรมเนียมพระยศของ มกุฎราชกุมารอากิชิโนะ | |
|---|---|
ธงประจำพระอิสริยยศ | |
ตราประจำราชวงศ์สาขา | |
| สัญลักษณ์ | ต้นสึกะ (栂) |
| คำยกย่อง | เด็งกะ (殿下) |
| ราชวงศ์สาขา | อากิชิโนะ |
| ลำดับโปเจียม | 5 |
ลำดับพระราชอิสริยยศ
[แก้]- 30 พฤศจิกายน 2508 – 29 มิถุนายน 2533: เจ้าชายอายะ (礼宮; Prince Aya)
- 29 มิถุนายน 2533 – 30 เมษายน 2562: เจ้าชายอากิชิโนะ (秋篠宮; Prince Akishino)
- 1 พฤษภาคม 2562 - ปัจจุบัน: มกุฎราชกุมารอากิชิโนะ (秋篠宮皇嗣; Crown Prince Akishino)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
[แก้]ญี่ปุ่น
[แก้]
เครื่องราชอิสริยาภรณ์เกียรติคุณและราชมิตราภรณ์อันสูงส่งยิ่งดอกเบญจมาศ ชั้นสายสะพาย (2528)
เหรียญลูกเสือ ชั้นคิจิ (ชั้นสูงสุด)[56]
ต่างประเทศ
[แก้]
เบลเยียม :
เครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎเบลเยียม ชั้นประถมาภรณ์
อิตาลี :
เครื่องอิสริยาภรณ์คุณธรรมแห่งสาธารณรัฐอิตาลี ชั้นประถมาภรณ์[85]
สเปน :
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อิซเบลลาชาวคาทอลิก ชั้นประถมาภรณ์[86]
เนเธอร์แลนด์ :
เครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎเนเธอร์แลนด์ ชั้นประถมาภรณ์[87]
เปรู :
เครื่องอิสริยาภรณ์พระอาทิตย์แห่งเปรู ชั้นประถมาภรณ์[88]
ปารากวัย :
เครื่องอิสริยาภรณ์แห่งชาติ ชั้นประถมาภรณ์พิเศษ (2563)[89]
สวีเดน :
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ดาวขั้วโลก ชั้นประถมาภรณ์
ปริญญากิตติมศักดิ์
[แก้]จากการที่ทรงสนพระทัยและศึกษาด้านปลาน้ำจืด, ปศุสัตว์ และโดยเฉพาะไก่ ด้วยพระวิริยะอุตสาหะตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ อันเป็นที่ประจักษ์แก่นักวิชาการเป็นอย่างดี ทรงได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยต่างๆของไทย ดังนี้
- พ.ศ. 2538 - ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์[53]
- พ.ศ. 2538 - ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยบูรพา[90]
- พ.ศ. 2542 - ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการประมง มหาวิทยาลัยขอนแก่น[91]
- พ.ศ. 2544 - ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[92][93]
- พ.ศ. 2544 - ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาชีววิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ[92][94]
- พ.ศ. 2546 - ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี[95]
- พ.ศ. 2550 - ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาศาสตร์การประมง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง[96]
- พ.ศ. 2554 - ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่[97]
- พ.ศ. 2554 - ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์[98]
- พ.ศ. 2555 - ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์[99]
- พ.ศ. 2561 - ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม[100]
- พ.ศ. 2568 - ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร[101]
ราชวงศ์สาขาอากิชิโนะ
[แก้]ราชวงศ์สาขาอากิชิโนะก่อตั้งขึ้นภายหลังการอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายอายะและนางสาวคิโกะ คาวาชิมะ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2533 โดยสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงพระราชทานพระนามมิยาโง "อากิชิโนะ" (秋篠宮) ให้กับเจ้าชายอายะ ผู้ทรงก่อตั้งและผู้นำราชวงศ์สาขาอากิชิโนะ
ตราประจำราชวงศ์สาขาอากิชิโนะ ประกอบด้วยดอกเบญจมาศกลีบเดี่ยว 14 กลีบอยู่ตรงกลาง ซึ่งเป็นตราประจำพระบรมวงศานุวงศ์ของราชวงศ์ญี่ปุ่น ล้อมรอบด้วยต้นสึกะ (栂) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำพระองค์ของมกุฎราชกุมารอากิชิโนะ ผู้ก่อตั้งราชวงศ์สาขา
ณ ปัจจุบัน สมาชิกราชวงศ์สาขาอากิชิโนะ ประกอบด้วย
| รุ่น | พระนาม | ความสัมพันธ์ | วันเข้าร่วม | วันสิ้นสุด | ตรา |
|---|---|---|---|---|---|
| ผู้ก่อตั้ง | มกุฎราชกุมารอากิชิโนะ | ผู้ก่อตั้งและผู้นำราชวงศ์สาขา | 29 มิถุนายน 2533 (วันอภิเษกสมรส) | - | |
| มกุฎราชกุมารีอากิชิโนะ | พระชายา | 29 มิถุนายน 2533 (วันอภิเษกสมรส) | - | ||
| รุ่นที่ 1 | มาโกะ โคมูโระ | ธิดาคนแรก | 23 ตุลาคม 2534 (วันเกิด) | 26 ตุลาคม 2564 (ลาออกจากฐานันดรเพื่อเสกสมรส) | |
| เจ้าหญิงคาโกะ | พระธิดาพระองค์ที่สอง | 29 ธันวาคม 2537 (วันประสูติ) | - | ||
| เจ้าชายฮิซาฮิโตะ | พระโอรสพระองค์แรก | 6 กันยายน 2549 (วันประสูติ) | - |
เกร็ด
[แก้]- งานอดิเรกของพระองค์คือการเล่นเทนนิส ซึ่งตอนที่พระองค์อยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ทรงเข้าร่วมการแข่งขันเทนนิสระดับกรุงโตเกียว โดยผ่านเข้าถึงรอบ 8 คนสุดท้าย ซึงพระองค์ทรงใช้กลยุทธ์ในการตีลูกเทนนิสแบบมีลูกเล่น เพื่อทำให้คู่ต่อสู้สับสนมากกว่าเล่นด้วยพละกำลังตรง ๆ[102] ทรงติด 10 อันดับแรกของการแข่งขันเทนนิสประเภทคู่ในระดับภูมิภาคคันโต[103]
- ทรงเป็นแฟนตัวยงของวงเดอะบีเทิลส์[103]
- ทรงเป็นที่รู้จักในฐานะนักวิจัยด้านนก, ไก่, สัตว์ครึ่งน้ำครึ่งบก, และโดยเฉพาะปลาดุก จนพระองค์ถูกขนานพระนามว่าเจ้าชายปลาดุก (ナマズの殿下) [104]
- ทรงมอบแหวนหมั้นที่ทำเป็นรูปทรงปลาดุกให้กับนางสาวคิโกะ คาวาชิมะ เนื่องจากปลาดุกเป็นสิ่งที่เจ้าชายทรงวิจัยในช่วงนั้น[105] [106]
- มีการสร้างอนิเมชันเรื่อง "平成のシンデレラ 紀子さま物語" (เจ้าหญิงคิโกะ ซินเดอเรลล่ายุคเฮเซ) ผลิตโดยสตูดิโอโคเมท ฉายทาง Fuji TV ในวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2533 เพื่อเฉลิมฉลองการแต่งงานระหว่างเจ้าชายและเจ้าหญิงอากิชิโนะ โดยมีนักร้อง ฮิเดมิ อิชิคาวะ (石川 秀美) พากย์เสียงเจ้าหญิง และผู้ประกาศข่าว ชินสุเกะ คาไซ (笠井 信輔) พากย์เสียงเจ้าชาย[107]
- วันที่ 18 - 19 ตุลาคม พ.ศ. 2544 ทรงเปิดเผยในงานสัมมนาครบรอบ 5 ปีของพิพิธภัณฑ์ทะเลสาบบิวะ ว่าพระองค์เคยเสวยปลาบึกซึ่งเป็นปลาแถบลุ่มแม่น้ำโขง ตอนที่ทรงมาเยือนประเทศไทยเพื่อทำการวิจัย[108]
- ราชวงศ์สาขาอากิชิโนะ มีแนวคิดเรื่องการประหยัดและรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเจ้าหญิงอากิชิโนะทรงเล่าว่าเคยเห็นเจ้าชายทรงใช้ดินสอที่มีความยาวเหลือแค่ 2 - 3 เซนติเมตร[109]
- พระดำรัสของเจ้าหญิงมาโกะ พระธิดา กล่าวว่า "พระบิดาทรงโปรดการเสวยหนูตะเภา"[110]
- พระดำรัสของเจ้าหญิงคาโกะ พระธิดา กล่าวว่า "พระบิดาทรงเป็นคนที่มีความรู้หลากหลายและทรงเป็นที่พึ่งในหลายๆด้าน เช่น ช่วยจับแมลงที่เข้ามาในบ้าน"[111]
- พระดำรัสของเจ้าชายฮิซาฮิโตะ พระโอรส กล่าวว่า "พระบิดาเป็นคนละเอียดและพิถีพิถัน, บางครั้งก็เล่นมุกตลกระหว่างที่พูดคุยกันในครอบครัว, ทรงโกรธง่าย แต่ช่วงหลังทรงใจเย็นขึ้นกว่าเดิม, พระบิดาทรงไม่ชำนาญเรื่องทิศทางและแผนที่เท่าพระองค์"[112]
ราชตระกูล
[แก้]| พงศาวลีของเจ้าชายฟูมิฮิโตะ อากิชิโนะโนะมิยะ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
หมายเหตุ
[แก้]- 1 2 สำนักพระราชวังระบุพระนามในภาษาญี่ปุ่นว่า "秋篠宮皇嗣殿下" (Akishino-no-Miya Koshi Denka) และในภาษาอังกฤษว่า "Crown Prince Akishino" ซึ่งไม่ได้มีการออกพระนามจริงว่า "ฟูมิฮิโตะ" ส่วนพระอิสริยยศคือ "皇嗣" (Koshi) ทางสำนักพระราชวังใช้คำในภาษาอังกฤษว่า "Crown Prince" ซึ่งพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานบัญญัติคำว่า "Crown Prince" เป็น "มกุฎราชกุมาร" และนิยามความหมายไว้ว่า "ตำแหน่งรัชทายาทที่จะสืบราชสันตติวงศ์ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงสถาปนา" อีกทั้งทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียวรวมถึงสื่อของไทย (ฺBBC Thai, Manager Online, มติชน, ข่าวสด, ไทยรัฐ, PPTV) ต่างก็ได้มีการระบุพระอิสริยยศของพระองค์ว่ามกุฎราชกุมารเช่นเดียวกัน
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 "秋篠宮家". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-05-23.
- 1 2 3 4 "Their Imperial Highnesses Crown Prince and Crown Princess Akishino and their family". The Imperial Household Agency (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-11-01.
- ↑ "仙洞御所・宮邸". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-17.
- ↑ Company, The Asahi Shimbun. "朝日新聞デジタル写真特集「秋篠宮さま 立皇嗣の礼」の「1965年、美智子さま(上皇后さま)に抱かれて宮内庁病院を退院する礼宮さま(秋篠宮さま)。左は皇太子さま(上皇さま)(1/28)」". 朝日新聞デジタル (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-05-25.
{{cite web}}:|last=มีชื่อทั่วไป (วิธีใช้) - ↑ Company, The Asahi Shimbun. "朝日新聞デジタル写真特集「秋篠宮さま 立皇嗣の礼」の「1969年、浩宮さま(天皇陛下)に手を貸してもらい、自転車に乗る練習をする礼宮さま(秋篠宮さま)(2/28)」". 朝日新聞デジタル (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-05-25.
{{cite web}}:|last=มีชื่อทั่วไป (วิธีใช้) - ↑ "TOKYO, JAPAN: PRINCE CHARLES CALLS ON JAPANESE CROWN PRINCE". British Pathé (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2025-05-26.
- ↑ "Photo taken in April 1972 shows Prince Hiro , now Japanese Crown..." Getty Images (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2019-03-26. สืบค้นเมื่อ 2025-07-15.
- 1 2 3 4 5 "e-Gov 法令検索". laws.e-gov.go.jp. สืบค้นเมื่อ 2025-06-17.
- ↑ "ダンス披露する礼宮さま 学習院初等科の運動会 (コード 1971101700004)の写真・画像:報道写真・ニュース映像の提供購入サービス:KYODO NEWS IMAGELINK(イメージリンク)". 報道写真・ニュース映像の提供購入サービス:KYODO NEWS IMAGELINK(イメージリンク). สืบค้นเมื่อ 2025-05-26.
- ↑ "【ボンボニエールの物語vol.47】秋篠宮ご夫妻の物語". 紡ぐプロジェクト (ภาษาญี่ปุ่น). 2021-06-18. สืบค้นเมื่อ 2025-05-26.
- ↑ Company, The Asahi Shimbun. "朝日新聞デジタル写真特集「秋篠宮さま 立皇嗣の礼」の「1970年、数え年5歳を迎え、初めて袴を着ける「着袴(ちゃっこ)の儀」を終えた礼宮さま(秋篠宮さま)(3/28)」". 朝日新聞デジタル (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-05-25.
{{cite web}}:|last=มีชื่อทั่วไป (วิธีใช้) - ↑ อ้างอิงจากคลิปพิธีการ https://www.youtube.com/watch?v=QEyIQbTJ4ns (นาทีที่ 0:47)
- ↑ NHK. "浩宮さまと礼宮さまの入学式|ニュース|NHKアーカイブス". 浩宮さまと礼宮さまの入学式|ニュース|NHKアーカイブス (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-05-26.
- ↑ "入学式の礼宮さま 礼宮さま、中等科へ入学 (コード 1978040800003)の写真・画像:報道写真・ニュース映像の提供購入サービス:KYODO NEWS IMAGELINK(イメージリンク)". 報道写真・ニュース映像の提供購入サービス:KYODO NEWS IMAGELINK(イメージリンク). สืบค้นเมื่อ 2025-05-26.
- ↑ "入学式に出席された礼宮さま 礼宮さま、高校生に (コード 1981040700012)の写真・画像:報道写真・ニュース映像の提供購入サービス:KYODO NEWS IMAGELINK(イメージリンク)". 報道写真・ニュース映像の提供購入サービス:KYODO NEWS IMAGELINK(イメージリンク). สืบค้นเมื่อ 2025-05-26.
- ↑ Company, The Asahi Shimbun. "朝日新聞デジタル写真特集「秋篠宮さま 立皇嗣の礼」の「1984年、学習院高等科卒業式で談笑する礼宮さま(秋篠宮さま)(6/28)」". 朝日新聞デジタル (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-05-25.
{{cite web}}:|last=มีชื่อทั่วไป (วิธีใช้) - ↑ "学友と話す礼宮さま 礼宮さま、大学生活スタート (コード 2020031200929)の写真・画像:報道写真・ニュース映像の提供購入サービス:KYODO NEWS IMAGELINK(イメージリンク)". 報道写真・ニュース映像の提供購入サービス:KYODO NEWS IMAGELINK(イメージリンク). สืบค้นเมื่อ 2025-05-26.
- 1 2 3 4 "【ボンボニエールの物語vol.47】秋篠宮ご夫妻の物語". 紡ぐプロジェクト (ภาษาญี่ปุ่น). 2021-06-18. สืบค้นเมื่อ 2025-05-26.
- ↑ 1 ในภาพของกิจกรรมชมรมวิจัยด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม โดยมีเจ้าอายะและนางสาวคิโกะ คาวะชิมะเป็นสมาชิกชมรม https://www.asahi.com/gallery/photo/imperial/akishiomiya/20201030/07.html
- ↑ "【写真まとめ】皇族の方々、それぞれの20歳 当時の写真で振り返る:朝日新聞". 朝日新聞 (ภาษาญี่ปุ่น). 2021-12-01. สืบค้นเมื่อ 2025-05-22.
- ↑ "皇室の風111". 【公式】三万人のための総合情報誌『選択』- 選択出版 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-05-26.
- ↑ "秋篠宮さま「口ひげ」に宮内庁が震えた日 宮内庁長官まで反対した"驚きのエピソード" – 皇室ニュース". web.archive.org. 2020-12-04. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2020-12-04. สืบค้นเมื่อ 2025-05-21.
- 1 2 3 "文仁親王同妃両殿下ご結婚満25年に際し - 宮内庁". www.kunaicho.go.jp. สืบค้นเมื่อ 2025-05-21.
- 1 2 3 little8candy (2017-09-02). "★★★エンタメX★★★". little8candy’s diary (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-05-25.
{{cite web}}: CS1 maint: numeric names: authors list (ลิงก์) - ↑ "紀子さまの若い頃がかわいいと話題に!生い立ち・父親・学歴・秋篠宮さまとのなれそめについてもご紹介します|ポイントデビューデジタル(POINT DE VUE DIGITAL) │ 世界の王室・セレブの歴史、文化、ファッションメディア". ポイントデビューデジタル(POINT DE VUE DIGITAL) │ 世界の王室・セレブの歴史、文化、ファッションメディア (ภาษาญี่ปุ่น). 2023-01-06. สืบค้นเมื่อ 2025-05-24.
- ↑ Company, The Asahi Shimbun. "朝日新聞デジタル写真特集「秋篠宮さま 立皇嗣の礼」の「1989年、婚約が決まり、記者会見にのぞむ礼宮さま(秋篠宮さま)と川嶋紀子さん(8/28)」". 朝日新聞デジタル (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-05-25.
{{cite web}}:|last=มีชื่อทั่วไป (วิธีใช้) - ↑ "【紀子さま秘話】納采の儀の晴れ着に込められた美智子さまの思い | 普通の家庭から皇室に嫁がれて…… 立皇嗣の礼で振り返る「紀子さま物語」 | mi-mollet(ミモレ) | 明日の私へ、小さな一歩!". mi-mollet(ミモレ) (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-05-21.
- ↑ Company, The Asahi Shimbun. "朝日新聞デジタル写真特集「秋篠宮さま 立皇嗣の礼」の「1990年、礼宮さま(秋篠宮さま)と川嶋紀子さんの結婚の儀が行われた。式後、皇居宮殿竹の間で秋篠宮さまの髪を直す紀子さん=宮内庁提供(10/28)」". 朝日新聞デジタル (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-05-25.
{{cite web}}:|last=มีชื่อทั่วไป (วิธีใช้) - ↑ "Their Imperial Highnesses Crown Prince and Crown Princess Akishino and their family". The Imperial Household Agency (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-11-02.
- ↑ "Their Imperial Highnesses Prince and Princess Akishino - The Imperial Household Agency". web.archive.org. 2009-08-17. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับเมื่อ 2009-08-17. สืบค้นเมื่อ 2025-05-24.
{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์) - ↑ https://digital_collect.lib.buu.ac.th/buuarchive/b00178983.pdf
- ↑ "เจ้าชายอากิชิโนะ ว่าที่มกุฎราชกุมารญี่ปุ่นวิจารณ์ แผนใช้เงินรัฐจัดพิธีบรมราชาภิเษกปีหน้า". BBC News ไทย. สืบค้นเมื่อ 2025-11-02.
- ↑ Kunaicho: personal histories เก็บถาวร 2019-04-17 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- ↑ https://diamond.jp/articles/-/329527?page=3
- ↑ หนังสือพิมพ์ Yomiuri Shimbun วันที่ 17 มิถุนายน 1990
- ↑ "Other Imperial Residences - The Imperial Household Agency". www.kunaicho.go.jp. สืบค้นเมื่อ 2025-10-04.
- ↑ https://dot.asahi.com/articles/-/196501?page=3
- 1 2 หนังสือพิมพ์ Asahi ฉบับเดือนมีนาคม พ.ศ. 2540, หน้า 38
- ↑ "サンデー毎日:秋篠宮邸に伊国「大理石」 女性誌報道は全くの虚偽 社会学的皇室ウォッチング!/95 成城大教授・森暢平". 週刊エコノミスト Online (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-10-12.
- ↑ "Life in the cloudy Imperial fishbowl | The Japan Times Online". web.archive.org. 2007-10-17. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับเมื่อ 2007-10-17. สืบค้นเมื่อ 2025-05-21.
{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์) - 1 2 3 "The Future of Japan's Dwindling Imperial Family". nippon.com (ภาษาอังกฤษ). 2014-07-25. สืบค้นเมื่อ 2025-05-21.
- 1 2 "asahi.com: 紀子さま、男児ご出産 皇室41年ぶり、皇位継承3位 母子とも健やか - この記事を手がかりに". www.asahi.com. สืบค้นเมื่อ 2025-05-21.
- ↑ "e-Gov 法令検索". laws.e-gov.go.jp. สืบค้นเมื่อ 2025-07-15.
- ↑ "立皇嗣の礼 | December 2020 | Highlighting Japan". www.gov-online.go.jp. สืบค้นเมื่อ 2025-05-21.
- ↑ "秋篠宮ご夫妻が伊勢神宮参拝 「立皇嗣の礼」に伴う行事で お二人での地方訪問は2年3カ月ぶり(Yahoo!ニュース オリジナル THE PAGE)". Yahoo!ニュース (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-05-22.
- ↑ "「平成」残り4カ月、新年一般参賀に最多の15万人:皇室関係の今後の主な予定". nippon.com (ภาษาญี่ปุ่น). 2019-01-07. สืบค้นเมื่อ 2025-06-13.
- ↑ "一般参賀(宮殿)". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-17.
- ↑ "令和6年歌会始の儀 - 宮内庁". www.kunaicho.go.jp. สืบค้นเมื่อ 2025-06-13.
- ↑ "講書始". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-27.
- ↑ "天皇、皇后両陛下主催の春の園遊会…ちばてつやさんや宇津木妙子さんら招き赤坂御苑で始まる". 読売新聞オンライン (ภาษาญี่ปุ่น). 2025-04-22. สืบค้นเมื่อ 2025-06-13.
- ↑ "トンガ皇太子トゥポウトア・ウルカララ同妃両殿下とのご懇談(秋篠宮邸/東京都港区)". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-13.
- ↑ "秋篠宮さま初の天皇名代務める 叙勲受章者らと面会 - 47NEWS(よんななニュース)". web.archive.org. 2013-06-20. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับเมื่อ 2013-06-20. สืบค้นเมื่อ 2025-05-21.
{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์) - 1 2 "秋篠宮家のご活動". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-05-25.
- ↑ "総裁・秋篠宮皇嗣殿下ご一家から手づくりガウン | 済生会". 社会福祉法人 恩賜財団 済生会 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-05-22.
- ↑ "秋篠宮ご一家が沖縄「豆記者」と懇談 悠仁さまは修学旅行の「星の砂」の思い出 ハイタッチで交流(FNNプライムオンライン(フジテレビ系))". Yahoo!ニュース (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-08-03.
- 1 2 "令和6年度富士スカウト章受章代表スカウトご接見(赤坂東邸/東京都港区)". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-08-03.
- ↑ "「第70回青少年読書感想文全国コンクール」表彰式およびパーティーご臨席(経団連会館/東京都千代田区)". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-08-03.
- ↑ "「第36回全国「みどりの愛護」のつどい」式典ご臨席(森のホール21/千葉県松戸市)". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-08-03.
- ↑ "「公益社団法人日本植物園協会第60回大会」開会式・表彰式ご臨席(アクトシティ浜松コングレスセンター/静岡県浜松市)". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-08-03.
- ↑ "公益社団法人大日本山林会「第63回農林水産祭参加全国林業経営推奨行事賞状伝達贈呈式」および記念祝賀パーティーご臨席(イイノホール/東京都港区)". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-08-03.
- ↑ "「千鳥ヶ淵戦没者墓苑拝礼式」ご臨席(千鳥ヶ淵戦没者墓苑/東京都千代田区)". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-08-03.
- ↑ "都内戦災並びに関東大震災遭難者春季慰霊大法要ご臨席(東京都慰霊堂/東京都墨田区)". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-08-03.
- ↑ "「第15回日本学術振興会育志賞」授賞式および記念茶会ご臨席(日本学士院会館/東京都台東区)". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-08-03.
- ↑ "2025年日本国際博覧会開会式ご臨席(2025年日本国際博覧会会場/大阪府大阪市)". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-08-03.
- ↑ "「第21回日本学術振興会賞並びに日本学士院学術奨励賞」授賞式および記念茶会ご臨席(日本学士院会館/東京都台東区)". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-08-03.
- ↑ 株式会社ワークルーム (2023-01-06). "1月6日|「全日本愛瓢会」入会申し込みをしました! by 丸黄うりほ". 花形文化通信 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-05-21.
- ↑ "Royal Patronage & Royal Visits | The Siam Society Under Royal Patronage". สืบค้นเมื่อ 2025-05-21.
- ↑ Ayanomiya Fumihito (1989). "Morphological Comparison of the Mekong Giant Catfish, Pangasianodon gigas, with Other Pangasiid Species". Japanese Journal of Ichthyology. 36 (1): 113–119. doi:10.11369/jji1950.36.113.
- ↑ Fumihito, A.; Miyake, T.; Sumi, S.; Takada, M.; Ohno, S.; Kondo, N. (1994-12-20). "One subspecies of the red junglefowl (Gallus gallus gallus) suffices as the matriarchic ancestor of all domestic breeds". Proceedings of the National Academy of Sciences of the United States of America. 91 (26): 12505–12509. doi:10.1073/pnas.91.26.12505. ISSN 0027-8424. PMC 45467. PMID 7809067.
- ↑ Fumihito, A.; Miyake, T.; Takada, M.; Ohno, S.; Kondo, N. (1995-11-21). "The genetic link between the Chinese bamboo partridge (Bambusicola thoracica) and the chicken and junglefowls of the genus Gallus". Proceedings of the National Academy of Sciences of the United States of America. 92 (24): 11053–11056. doi:10.1073/pnas.92.24.11053. ISSN 0027-8424. PMC 40569. PMID 7479935.
- ↑ Fumihito, A.; Miyake, T.; Takada, M.; Shingu, R.; Endo, T.; Gojobori, T.; Kondo, N.; Ohno, S. (1996-06-25). "Monophyletic origin and unique dispersal patterns of domestic fowls". Proceedings of the National Academy of Sciences of the United States of America. 93 (13): 6792–6795. doi:10.1073/pnas.93.13.6792. ISSN 0027-8424. PMC 39106. PMID 8692897.
- ↑ Akihito, null; Iwata, A.; Kobayashi, T.; Ikeo, K.; Imanishi, T.; Ono, H.; Umehara, Y.; Hamamatsu, C.; Sugiyama, K.; Ikeda, Y.; Sakamoto, K.; Fumihito, A.; Ohno, S.; Gojobori, T. (2000-12-23). "Evolutionary aspects of gobioid fishes based upon a phylogenetic analysis of mitochondrial cytochrome B genes". Gene. 259 (1–2): 5–15. doi:10.1016/s0378-1119(00)00488-1. ISSN 0378-1119. PMID 11163956.
- ↑ Takada, Masaru; Oka, Takao; Takahashi, Ryohei; Nomura, Koh; Hanada, Hirofumi; Amano, Takashi; Akishinonomiya, Fumihito (2008). "Phylogenetic Study of Okinawa and Amami Native Pig Based on Mitochondrial DNA Sequence". Nihon Yoton Gakkaishi. 45 (4): 187–192. doi:10.5938/youton.45.187.
- ↑ Akihito, null; Fumihito, Akishinonomiya; Ikeda, Yuji; Aizawa, Masahiro; Makino, Takashi; Umehara, Yumi; Kai, Yoshiaki; Nishimoto, Yuriko; Hasegawa, Masami; Nakabo, Tetsuji; Gojobori, Takashi (2008-12-31). "Evolution of Pacific Ocean and the Sea of Japan populations of the gobiid species, Pterogobius elapoides and Pterogobius zonoleucus, based on molecular and morphological analyses". Gene. 427 (1–2): 7–18. doi:10.1016/j.gene.2008.09.026. ISSN 0378-1119. PMID 18848978.
- ↑ "天皇・皇族の外国ご訪問一覧表(平成元年~平成10年) - 宮内庁". www.kunaicho.go.jp. สืบค้นเมื่อ 2025-05-22.
- ↑ "天皇・皇族の外国ご訪問一覧表(平成11年~平成20年) - 宮内庁". www.kunaicho.go.jp. สืบค้นเมื่อ 2025-08-02.
- ↑ "天皇・皇族の外国ご訪問一覧表(平成11年~平成20年) - 宮内庁". www.kunaicho.go.jp. สืบค้นเมื่อ 2025-08-02.
- ↑ "天皇・皇族の外国ご訪問一覧表(平成21年以降) - 宮内庁". www.kunaicho.go.jp. สืบค้นเมื่อ 2025-08-02.
- ↑ "天皇・皇族の外国ご訪問一覧表(令和元年以降)". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-08-02.
- ↑ "ポーランド及びフィンランドご訪問(令和元年)". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-13.
- ↑ "英国ご訪問(令和5年)". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-13.
- ↑ "ベトナムご訪問(令和5年)". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-13.
- ↑ "トルコご訪問(令和6年)". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-13.
- ↑ "タイご旅行(令和7年)". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-06-13.
- ↑ Segretariato generale della Presidenza della Repubblica - Servizio sistemi informatici. "Le onorificenze della Repubblica Italiana". www.quirinale.it (ภาษาอิตาลี). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-12-05. สืบค้นเมื่อ 2025-05-22.
- ↑ https://www.boe.es/boe/dias/2008/11/10/pdfs/A44705-44705.pdf
- ↑ Zaken, Ministerie van Algemene (2014-10-25). "Decoraties Staatsbezoeken Japan en Republiek Korea - Nieuwsbericht - Het Koninklijk Huis". www.koninklijkhuis.nl (ภาษาดัตช์). สืบค้นเมื่อ 2025-05-22.
- ↑ https://www.pe.emb-japan.go.jp/jp/politicaperuana201401.html
- ↑ "眞子さま、パラグアイから勲章 外国から初めて: 日本経済新聞". web.archive.org. 2021-10-05. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับเมื่อ 2021-10-05. สืบค้นเมื่อ 2025-05-22.
{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์) - ↑ "Category: เหตุการณ์สำคัญ". Burapha University Archives (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-05-21.
- ↑ Facebook page "สมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น"
- 1 2 "สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย". www.th.emb-japan.go.jp (ภาษาอังกฤษ). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-12-01. สืบค้นเมื่อ 2025-05-21.
- ↑ Facebook page "หอประวัติจุฬา"
- ↑ https://www.youtube.com/watch?v=cqoOtqb7o3M
- ↑ "พิธีถวายปริญญาวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมาศักดิ์ แด่ เจ้าชายอากิชิโน แห่งประเทศญี่ปุ่น – UBU Archives by OAR" (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-05-21.
- ↑ รายงานประจำปี 2549 ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
- ↑ "มช.ทูลเกล้าฯ ถวายดุษฏีบัณฑิต แด่เจ้าอากิชิโนะ แห่งญี่ปุ่น". www.studyatoz.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-05-21.
- ↑ "มก.ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสัตวศาสตร์ แด่ เจ้าชายอากิชิโน". pr.ku.ac.th. สืบค้นเมื่อ 2025-05-21.
- ↑ "มธ.ทูลเกล้าถวายปริญญาเจ้าชายอากิชิโน". posttoday. 2012-11-27. สืบค้นเมื่อ 2025-05-21.
- ↑ เจ้าชายอากิชิโน’ ทรงรับการถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ม.มหาสารคาม
- ↑ "คณบดีคณะนิติศาสตร์ ร่วมเฝ้าทูลละอองพระบาท เจ้าชายฟุมิฮิโตะ อากิซิโนะโนะมิยะ มกุฎราชกุมารแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่นทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยนเรศวร เจ้าชายฟุมิฮิโตะ อากิชิโนะโนะมิยะ มกุฎราชกุมารแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น โดยมีศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา นายกสภามหาวิทยาลัยนเรศวร รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดี คณะผู้บริหาร คณาจารย์ และนิสิตเฝ้ารับเสด็จฯ – คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร". 2025-02-27. สืบค้นเมื่อ 2025-05-21.
- ↑ "皇室ご一家の"スポーツの秋"秘話(週刊女性PRIME)". LINE NEWS (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-05-25.
- 1 2 Köhler, 17 01 2019 um 01:03 von >>Weltmenschen Angela (2019-01-17). "Österreich-Japan-Jahr: Prinzenpaar auf Donau-Tour". Die Presse (ภาษาเยอรมัน). สืบค้นเมื่อ 2025-05-26.
{{cite web}}: CS1 maint: numeric names: authors list (ลิงก์) - ↑ "「学者の視線」秋篠宮さま 生き物へ尽きぬ好奇心…令和の皇室<4>". 読売新聞オンライン (ภาษาญี่ปุ่น). 2022-11-01. สืบค้นเมื่อ 2025-05-23.
- ↑ little8candy (2017-09-02). "★★★エンタメX★★★". little8candy’s diary (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-05-25.
{{cite web}}: CS1 maint: numeric names: authors list (ลิงก์) - ↑ "ナマズの婚約指輪". 皇室の写真 (ภาษาญี่ปุ่น). 2015-10-15. สืบค้นเมื่อ 2025-05-25.
- ↑ อนิเมชัน https://www.nicovideo.jp/watch/sm244154
- ↑ "UMINDO Volume 21 (2)". www.biwahaku.jp. สืบค้นเมื่อ 2025-05-23.
- ↑ "悠仁さまのお弁当は紀子さまの手作り「大根の葉もおかずに」 秋篠宮家流のSDGs | AERA DIGITAL(アエラデジタル)". AERA DIGITAL(アエラデジタル) (ภาษาญี่ปุ่น). 2024-03-16. สืบค้นเมื่อ 2025-05-25.
- ↑ "両陛下、植物特別展へ=博物館勤務の眞子さまが案内:時事ドットコム". web.archive.org. 2017-12-02. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับเมื่อ 2017-12-02. สืบค้นเมื่อ 2025-05-26.
{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์) - ↑ "佳子内親王殿下ご成年をお迎えになるに当たっての記者会見 - 宮内庁". www.kunaicho.go.jp. สืบค้นเมื่อ 2025-07-15.
- ↑ "悠仁親王殿下ご成年をお迎えになっての記者会見". 宮内庁 (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2025-07-15.
แหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการ
[แก้]- เว็บไซต์สำนักพระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Household Agency) ภาษาอังกฤษ https://www.kunaicho.go.jp/eindex.html
- เว็บไซต์สำนักพระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Household Agency) ภาษาญี่ปุ่น https://www.kunaicho.go.jp/
- ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง หลักเกณฑ์การทับศัพท์ภาษาเยอรมัน สเปน ญี่ปุ่น และมลายู ลงวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2561
- บุคคลที่เกิดในปี พ.ศ. 2508
- บุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่
- เจ้าชายญี่ปุ่น
- โคชิ (มกุฎราชกุมาร)
- บุคคลจากโตเกียว
- นักมีนวิทยาชาวญี่ปุ่น
- นักปักษีวิทยาชาวญี่ปุ่น
- ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
- ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยบูรพา
- ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
- ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยนเรศวร
- ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
- ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
- มิยะแห่งญี่ปุ่น
- พระราชโอรสในจักรพรรดิญี่ปุ่น