สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์
(มานิต ถาวโร)
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ถาวโร มานิต ป.ธ. ๙).jpg
เกิด 29 ธันวาคม 2460
อายุ 100
อุปสมบท 8 พฤษภาคม 2480
พรรษา 81
วัด วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร
ท้องที่ กรุงเทพมหานคร
สังกัด ธรรมยุติกนิกาย
วุฒิการศึกษา ป.ธ. 9
ตำแหน่ง
ทางคณะสงฆ์
เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์, กรรมการมหาเถรสมาคม

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร) เป็นสมเด็จพระราชาคณะ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร และกรรมการมหาเถรสมาคม เคยดำรงตำแหน่งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช[1] มีวัตรปฏิบัติเรียบง่าย งดงาม น่าเลื่อมใส ดุจเดียวกับพระกัมมัฏฐาน ที่ครั้งหนึ่งเคยเดินธุดงค์ไปบนเส้นทางเดียวกับพระกัมมัฏฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เน้นการปฏิบัติภาวนาพร้อมกับการปฏิบัติเคร่งครัดตามพระธรรมวินัย ก่อนจะหันเหชีวิตมุ่งหน้าสู่การเรียนพระปริยัติธรรมตามแนวทาง “คันถธุระ” จนประสบผลส่าเร็จสูงสุด ได้เปรียญธรรม 9 ประโยค และได้น้อมนำหลักธรรมค่าสอนของพระพุทธองค์มาสู่การปฏิบัติ อบรมสั่งสอนพุทธบริษัท บริหารการคณะสงฆ์ นำความเจริญรุ่งเรืองให้กับพระพุทธศาสนาโดยรวม[2]

ชาติภูมิ[แก้]

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร) เกิด ณ วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2460 ที่บ้านบ่อชะเนง ตำบลหนองแก้ว อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันเป็นอำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ) โยมบิดาชื่อช่วย โยมมารดาชื่อกา นามสกุล ก่อบุญ เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้อง 11 คน[3]

นอกจากเจ้าประคุณสมเด็จฯ แล้วยังมีผลผลิตทางธรรมจากบ้านบ่อชะเนงและเป็นญาติกับเจ้าประคุณสมเด็จฯ อีก 2 รูป คือ หลวงปู่ขาว อนาลโย และพระราชปรีชาญาณมุนี (หลอม มหาวิริโย ป.ธ.7) เจ้าอาวาสวัดบ่อชะเนงและเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ (รูปปัจจุบัน)[4]

บรรพชาและอุปสมบท[แก้]

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ได้บรรพชาเมื่อ พ.ศ. 2472 ที่วัดบ้านบ่อชะเนง ตำบลหนองแก้ว อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันเป็นจังหวัดอำนาจเจริญ) โดยมีญาคูโม้เป็นพระอุปัชฌาย์ และ ต่อมาได้ออกธุดงค์ติดตามครูบาอาจารย์สายหลวงปู่มั่น ผ่าน จังหวัด ร้อยเอ็ด สารคาม ขอนแก่น ได้บรรพชาญัติเป็นสามเณรธรรมยุต โดยมี หลวงปู่สิงห์ ขนฺตญาคโม ณ.วัดป่าวิเวกธรรม จ.ขอนแก่น เป็นพระอุปัชฌาย์

ต่อมาในปี พ.ศ. 2480 ขณะอายุ 20 ปี ได้อุปสมบท ณ พระอุโบสถวัดสัมพันธวงศ์ วันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2480 โดยมีพระมหารัชมังคลาจารย์ (เทศ นิทฺเทสโก) ขณะดำรงสมณศักดิ์เป็นที่พระรัชชมงคลมุนี เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูสุวรรณรังษี (สุวรรณ ชุตินฺธโร) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูปลัดเส็ง ทินฺนวโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ (ภายหลังรับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ พระเนกขัมมมุนี)

การศึกษาพระปริยัติธรรม[แก้]

ช่วงแรก[แก้]

  • พ.ศ. 2475 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ได้เริ่มศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดอรัญญิกาวาส (วัดโพนแก้ว) อ่าเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม หลังจากที่บรรพชาเป็นสามเณรมาแล้ว 3 ปี สอบได้ ดังนี้
  • พ.ศ. 2476 นักธรรมชั้นตรี
  • พ.ศ. 2478 นักธรรมชั้นโท

ช่วงที่สอง[แก้]

สมณศักดิ์[แก้]

  • 5 ธันวาคม 2499 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระอริยเมธี[5]
  • 5 ธันวาคม 2507 เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชกวี นรสีหพจนปิลันธน์ คันถธุรบัณฑิต ยติคณิสสร บวรสังฆาราม รามวาสี[6]
  • 5 ธันวาคม 2514 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพปัญญามุนี ตรีปิฎกบัณฑิต ศาสนกิจธุราทร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[7]
  • 5 ธันวาคม 2519 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมบัณฑิต วิจิตรปฏิภาณสุโกศล วิมลคัมภีรญาณ นิเทศกาจารย์วิภูสิต ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[8]
  • 5 ธันวาคม 2532 เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่ พระอุดมญาณโมลี สีลาจารวราภรณ์ สาทรหิตานุหิตวิมล โสภณธรรโมวาทานุสาสนี ตรีปิฎกบัณฑิต ธรรมยุติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[9]
  • 5 ธันวาคม 2544 เป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ จาตุรงคประธานวิสุต พุทธพจนมธุรธรรมวาที ตรีปิฎกปริยัติโกศล วิมลศีลาจารวัตร พุทธบริษัทปสาทกร ธรรมยุตติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัณยวาสี[10] นับเป็นรูปที่ 7 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ตำแหน่งปัจจุบัน[แก้]

  • เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
  • ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 11 (ธรรมยุต)
  • กรรมการมหาเถรสมาคม
  • กรรมการสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
  • คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

อ้างอิง[แก้]

  1. ฉลองอายุวัฒนมงคล 90 ปี สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ถาวรมหาเถระ)
  2. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร ป.ธ.๙)
  3. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร ป.ธ.๙),
  4. 3 พี่น้องแห่งบ้านบ่อชะเนงผู้เจริญในธรรม,
  5. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, ตอนที่ 6 ง ฉบับพิเศษ, เล่ม 74, วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2500, หน้า 10
  6. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, ตอนที่ 118 ง ฉบับพิเศษ, เล่ม 81, วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2507, หน้า 3
  7. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, ตอนที่ 151 ง ฉบับพิเศษ, เล่ม 88, วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2514, หน้า 3
  8. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, ตอนที่ 3 ง ฉบับพิเศษ, เล่ม 94, วันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2520, หน้า 1-2
  9. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์, ตอนที่ 138 ก ฉบับพิเศษ, เล่ม 107, วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2533, หน้า 20-23
  10. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์, ตอนที่ 24 ข, เล่ม 118, วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2544, หน้า 4-7