อำเภองาว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ตำบลบ้านแหง)
อำเภองาว
การถอดเสียงอักษรโรมัน
 • อักษรโรมันAmphoe Ngao
พระเจดีย์พุทธคยาจำลอง วัดจองคำ
พระเจดีย์พุทธคยาจำลอง วัดจองคำ
คำขวัญ: 
หนึ่งในสยามคือถ้ำผาไท ศูนย์รวมจิตใจเจ้าพ่อประตูผา
เครื่องหนังงามตา ล้ำค่าไม้แกะสลัก
อนุรักษ์วัฒนธรรม งามล้ำอำเภองาว
แผนที่จังหวัดลำปาง เน้นอำเภองาว
แผนที่จังหวัดลำปาง เน้นอำเภองาว
พิกัด: 18°46′36″N 99°58′12″E / 18.77667°N 99.97000°E / 18.77667; 99.97000
ประเทศ ไทย
จังหวัดลำปาง
พื้นที่
 • ทั้งหมด1,814.8 ตร.กม. (700.7 ตร.ไมล์)
ประชากร
 (2564)
 • ทั้งหมด52,895 คน
 • ความหนาแน่น29.15 คน/ตร.กม. (75.5 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไปรษณีย์ 52110
รหัสภูมิศาสตร์5205
ที่ตั้งที่ว่าการที่ว่าการอำเภองาว หมู่ที่ 2 บ้านหนองเหียง ถนนพหลโยธิน ตำบลนาแก อำเภองาว จังหวัดลำปาง 52110
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

งาว (คำเมือง: Lanna-Ngao.png) เป็นหนึ่งใน 13 อำเภอของจังหวัดลำปาง เดิมชื่อ อำเภอเมืองงาว มีพื้นที่ประมาณ 1,815 ตารางกิโลเมตร เป็นอำเภอที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดลำปาง อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 650 กิโลเมตร เป็นอำเภอยุทธศาสตร์ชายแดนที่มีบริเวณชายแดนติดต่อกันถึงสามจังหวัดได้แก่ จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ และจังหวัดลำปาง อนาคตอำเภองาวจะมีทางรถไฟทางคู่สายใหม่ผ่านมาจากสถานีชุมทางเด่นชัยสิ้นสุดชายแดนประเทศลาวที่อำเภอเชียงของ อำเภองาวจึงมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางการขนส่งตอนบนของจังหวัดลำปาง

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภองาวตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด ที่ว่าการอำเภองาวปัจจุบันตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธิน ตำบลนาแก ห่างจากอำเภอเมืองลำปาง 83 กิโลเมตร อำเภอเมืองพะเยา 50 กิโลเมตร และอำเภอเมืองแพร่ 89 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ประวัติศาสตร์[แก้]

ยุคโบราณ[แก้]

ตามตำนานม่อนทรายเมืองงาว ฉบับวัดศรีภูมิมา (ท่าส้มป่อย) ต.ทุ่งหัวฝาย อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง ได้กล่าวว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดสัตว์ถึงที่นี่ ประทับนั่งอยู่ที่ต้นมะม่วง ชาวบ้านเห็นพระองค์คิดว่าเป็นยักษ์ พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าคนนี้ง่าว (โง่) ไม่รู้จักพระพุทธองค์ ทรงทำนายว่า อนาคตเมืองแห่งนี้จะได้ชื่อเมืองงาว ก่อนที่จะประทานพระเกศาธาตุบรรจุในโคนต้นมะม่วง และสั่งว่าเมื่อพระองค์ปรินิพพานไปแล้วให้นำพระธาตุส่วนแก้มขวามาบรรจุไว้ ปัจจุบันคือวัดพระธาตุม่อนทรายนอน ต.หลวงใต้ อ.งาว จ.ลำปาง

ที่นั้นเขาก็สะท้านหย้านกลัว ก็พากันเอาเป็ดแลไก่มามากนักแล ก็ขึ้นไปเถิงพระเจ้าแล้ว พระก็เปล่งออกสัพพัณณะรังสีทั่วดอยทังมวล เขาหันก็ซ้ำกลัวมากนักแล ก็ขึ้นไปเถิงพระเจ้าแล้ว พระเจ้าตริถามว่าสูพากันมาสังชา เขาก็ไหว้ว่า ข้าแก่ปู่เจ้าเสื้อเมือง ตูข้าจักมาเลี้ยงปู่เจ้าด้วยเป็ดไก่เหล้ายาชแล ขอปู่เจ้าอินดูผู้ข้าทังหลาย ก็อย่ากินผู้ข้าทังหลายเทอะ พระเจ้าก็ว่า กูบ่ใช่ยักข์ กูนี้หากเปนพระเจ้าชแล เขาก็ยังว่าฉันเดียวนั้นอยู่ไจ้ๆ ก็มีแล พระเจ้าว่าสูนี้ก็มาง่าวแท้หนอ ปางเมื่อกูเปนทรายฅำวันนั้นพรานก็ไล่ยิงกู หาที่จั้งที่ยั้งบ่ได้ ตราบเท่าตัวมันตายไป ดูราอานนท์ พายหน้าเมืองอันนี้จักได้ชื่อว่า เมืองงาว ชแล

— ตำนานม่อนทรายเมืองงาว

อย่างไรก็ตาม ตำนานนี้เป็นการแต่งในยุคหลังแล้ว ผู้แต่งอธิบายที่มาของชื่อเมืองงาวโดยเชื่อว่ามาจากง่าวซึ่งเป็นความเห็นของผู้แต่งเท่านั้น จึงอาจไม่ได้เป็นความจริงก็ได้ ศาสตราจารย์สรัสวดี อ๋องสกุล ได้สันนิษฐานว่า "งาว" เป็นภาษาโบราณของชาวกาว ที่เคยกระจายตัวในเขต ปัว-แพร่-น่าน-งาว ปัจจุบันยังไม่ได้ข้อสรุปว่างาวหมายถึงอะไร เนื่องจากคนในยุคหลังไม่ทราบความหมายของงาวเสียแล้ว และชื่อเมืองง้าวหรือเมืองเงินก็ไม่ปรากฏในหลักฐานเอกสารประวัติศาสตร์ฉบับใดๆ[1]

ตำนานเมืองพะเยากล่าวว่า พ.ศ. 1806 พญางำเมือง กษัตริย์เมืองพะเยายกทัพไปตีเมืองปัวแล้วกลับมาพะเยา ก่อนที่จะเสด็จไปครองเมืองงาวจนสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ. 1841

จารึกคำปู่สบถ ราว พ.ศ. 1935 ได้กล่าวถึงการทำสัตย์สบถสาบานระหว่างเจ้าเมืองพลัว (เมืองปัว) เมืองน่าน เมืองแพร่ และเมืองงาวที่เป็นเครือญาติกัน กับพญาฦๅไทย หากมีศึกสงครามก็จะร่วมมือช่วยเหลือกัน

อันหนึ่ง บ้านเมืองเราทังหลายแลเมืองแพร่ เมืองงาว เมืองน่าน เมืองพลัว ปู่พระญาดูดังเดียว อันตรายมีในราชสีมาเรา ปู่พระญาเป็นเจ้าเห็นว่ามีในราชสีมาท่านแล ผิสมเด็จปู่พระญาปลูกเราอัน...เราก็เห็นสมเด็จปู่พระญาเป็นเจ้าดังมหาธรรมราชาท่านเป็น...มาในเชลียงสุกโขทัย จงอย่ามีรังเกียจกู จงไปสู่ปู่พระญา...ท่านมีรังเกียจ

— จารึกคำปู่สบถ

[2]

สมัยพญาคำฟู พระองค์ร่วมมือกับพญากาวน่านสามารถตีเมืองพะเยาได้ สันนิษฐานว่าเมืองงาวก็คงจะถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของล้านนาในช่วงนี้

สมัยพระเจ้าติโลกราช ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่กล่าวว่า พ.ศ. 1986 พญาอินทะแก่นท้าว กษัตริย์เมืองน่าน ได้ออกอุบายมาขอทหารจากพระเจ้าติโลกราชไปป้องกันศึกเวียดนาม พระเจ้าติโลกราชให้ทหารประมาณ 4 หมื่น ให้หมื่นแพงพระยาว เจ้าเมืองพะเยา พร้อมกับหมื่นเชริงตางาม เจ้าเมืองเชริง (เทิง) หมื่นยี่ลก เจ้าเมืองลอ หมื่นอ้อย หมื่นแช่พราน เจ้าเมืองพาน หมื่นงาวกาว เจ้าเมืองงาว ไปรั้งอยู่เมืองน่าน แต่ภายหลังถูกกลอุบายสังหารจดหมด เหลือเพียงหมื่นเชริงตางาม ทำให้พระเจ้าติโลกราชยกทัพไปตีเมืองน่านและเมืองแพร่

ลูนนั้นได้ปลี ๑ เถิงปลีก่าใค้ พระญาแก่นท้าวกินเมืองน่าน บ่ได้มาเปนเมืองเจ้าเหนือหัวเทื่อ พระญาแก่นท้าวบ่ซื่อ จักปองเอาเจ้าเหนือหัวเสีย จิ่งอุบายหื้อมาไหว้สาเจ้าเหนือหัวว่า แกวจักมาตกเมืองน่าน ขอหื้อพลเสิก็มารั้งเมืองน่านแด่ เจ้าพระญาติโลกราชะบ่รู้ว่าเขาจักกะทำคด จิ่งแต่งพลเสิก็หื้อ ๔ หมื่น หื้อหมื่นแพงพระยาวทือพลไพกับขุนช้าง บ่เท่าแต่นั้น ขุนต่างเมืองหื้อหมื่นเชริงตางาม ๑ หมื่นยี่ลกกินลอ ๑ หมื่นอ้อย ๑ หมื่นแช่พราน ๑ หมื่นงาวกาว ๑ หื้อไพรั้งเมืองน่าน หื้อตั้งทับอยู่ฟากแม่น้ำเบื้องวันออก จัดเครื่องได้สองหมื่นสามพันเครื่อง

— ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่

[3]

พ.ศ. 2002 ภายหลังจากสงครามกับอยุธยา พระเจ้าติโลกราชได้มอบเขตแดนเมืองงาว เมืองแพร่ให้เป็นรางวัลกับพระยายุทธิษเฐียร

แล้วเจ้าพระญาติโลกราชะค็เอาริพลถอยมาเมืองเชียงใหม่ เลี้ยงดูริพลทังหลายหื้อรางวัลแก่ขุนบ้านขุนเมืองชู่ฅน ส่วนเจ้าพระญาสองแฅว หื้อเมืองงาวกาว เมืองแพล่ทังแฅว่นทังฟ่อน ทังคราวน้ำคราวบกเปนของรางวัลแก่เจ้าพระญาสองแฅว เหตุพระญาสองแฅวอาสาไพชนช้าง ๓ ตัวหั้นแล

— ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่

[4]

ยุคฟื้นฟูอาณาจักรล้านนา[แก้]

นับแต่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีแห่งใหม่ของอาณาสยามพระยากาวิละแห่งราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ เป็นพระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่หลังจากที่อาณาจักรล้านนาตกอยู่ภายใต้อำนาจการปกครองอาณาจักรอังวะนานกว่า 200 ปี พระเจ้ากาวิละเริ่มฟื้นฟูอาณาจักรล้านนาใหม่ เรียกว่ายุคเก็บผักใส่ส้าเก็บข้าใส่เมือง มีการอพยพเทครัวประชากรและปฏิรูปการปกครองหัวเมืองน้อยใหญ่โดยรวบรวมเมืองเล็กเมืองน้อยในล้านนาได้ทั้งสิ้น 57 หัวเมืองแบ่งเป็นเมืองน้อยใหญ่ได้ 4 ระดับ ได้แก่เมืองประเทศราชมี 5 เมืองได้แก่ นครเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แพร่ และน่าน เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่มีอำนาจราชศักดิ์เทียบเท่าเมืองประเทศราชกรุงกัมพูชา ระดับต่อมาเมืองชั้นเอก สยามแต่งตั้งเจ้าเมืองเทียบเท่าตำแหน่งพระยาเจ้าผู้ครองนคร ศักดินา 2000 ไร่ ชาวเมืองเรียกเจ้าหลวงเหมือนเจ้าผู้ครองนคร เมืองงาว เป็นเมืองเก่าแก่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมีฐานะเป็นหัวเมืองชั้นเอก เจ้าผู้ครองเมืองงาวสืบเชื้อสายมาจากเจ้าผู้ครองนครลำปาง พระเจ้ากาวิละแบ่งหัวเมืองเอกของอาณาจักรล้านนา ดังนี้

  • เมืองเชียงราย ขึ้นกับนครเชียงใหม่
  • เมืองพะเยา ขึ้นกับนครลำปาง
  • เมืองเชียงแสน ขึ้นกับนครเชียงใหม่
  • เมืองเชียงของ ขึ้นกับนครน่าน
  • เมืองปาย ขึ้นกับนครเชียงใหม่
  • เมืองตาก ขึ้นกับนครเชียงใหม่
  • เมืองฝาง ขึ้นกับนครเชียงใหม่
  • เมืองงาว ขึ้นกับนครลำปาง

ยุครัตนโกสินทร์[แก้]

พุทธศักราช 2386 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าหลวงน้อยอินท์ เจ้าผู้ครองนครลำปาง องค์ที่ 8 และ พระเจ้ามโหตรประเทศ, พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ ๕ ขณะดำรงพระยศ เจ้าอุปราชนครเชียงใหม่ ได้ลงมายังกรุงเทพพระมหานครเพื่อทูลขอฟื้นฟูเมืองเชียงรายโดยให้เป็นเมืองขึ้นของนครเชียงใหม่ และฟื้นฟูเมืองงาว เมืองพะเยา เป็นเมืองขึ้นของนครลำปาง โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เจ้าหนานมหาวงศ์ โอรส พระเจ้าดวงทิพย์ เจ้าหลวงนครลำปาง เป็น "พระยาฤทธิ์ภิญโญยศ เจ้าเมืองงาวคนแรก จวบปี 2460 มีพระราชบัญญัติปรับปรุงเปลี่ยนแปลงยกเลิกระบอบเจ้าผู้ครองนครมาเป็น มณฑลเทศาภิบาล มณฑล จังหวัด เมืองงาวถูกจัดตั้งเป็นอำเภอชื่อว่า อำเภอเมืองงาว ขึ้นกับจังหวัดลำปาง สังกัด มณฑลมหาราษฎร์ เป็นหนึ่งในอำเภอแรกเริ่มของจังหวัด พุทธศักราช 2481 มีตราพระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงชื่ออำเภอใหม่เปลี่ยนชื่ออำเภอทั่วราชอาณาจักร จากอำเภอเมืองงาว เปลี่ยนเป็น อำเภองาว ปี 2485 จัดตั้งสุขาภิบาลแห่งแรกของอำเภอ ชื่อว่าสุขาภิบาลดอนไชย ปัจจุบันคือ เทศบาลตำบลหลวงเหนือ นับตั้งแต่เริ่มฟื้นฟูตั้งแต่ปี 2386 ถึงปัจจุบันเมืองงาวมีอายุครบ 178 ปี

เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์[แก้]

เยี่ยมราษฎรเมืองงาว.jpg

วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พุทธศักราช 2501 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยี่ยมราษฎรท้องถิ่นอำเภองาว จังหวัดลำปาง โดยราษฎรชาวอำเภองาวมีโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอย่างใกล้ชิด สร้างขวัญกำลังใจและนำความปลื้มปิติยินดีมาสู่เหล่าพสกนิกรชาวอำเภองาวอย่างล้นพ้น พร้อมกันนี้ได้พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อช่วยเหลือราษฎรชาวอำเภองาว อาทิ อ่างเก็บน้ำแม่เมือง อ่างเก็บน้ำห้วยส้ม อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ ตำบลบ้านแหง เป็นต้น

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภองาวแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 10 ตำบล 85 หมู่บ้าน ได้แก่

ที่ ชื่อตำบล ตัวเมือง อักษรโรมัน จำนวนหมู่บ้าน จำนวนครัวเรือน จำนวนประชากร[5]
1. หลวงเหนือ LN-Tambon-Luang Nuea.png Luang Nuea 6 2,077 4,850
2. หลวงใต้ LN-Tambon-Luang Tai.png Luang Tai 8 2,017 5,882
3. บ้านโป่ง LN-Ban Pong.png Ban Pong 12 2,145 6,918
4. บ้านร้อง LN-Tambon-Ban Rong.png Ban Rong 13 2,146 6,591
5. ปงเตา LN-Tambon-Pong Tao.png Pong Tao 13 2,485 7,654
6. นาแก LN-Tambon-Na Kae.png Na Kae 6 1,128 4,725
7. บ้านอ้อน LN-Tambon-Ban On.png Ban On 8 1,441 4,765
8. บ้านแหง LN-Tambon-Ban Haeng.png Ban Haeng 8 2,006 6,514
9. บ้านหวด LN-Tambon-Ban Huat.png Ban Huat 6 1,580 4,867
10. แม่ตีบ LN-Tambon-Mae Tip.png Mae Tip 5 1,280 4,346

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภองาวประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 10 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลหลวงเหนือ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหลวงเหนือทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลหลวงใต้ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหลวงใต้ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโป่ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านโป่งทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านร้อง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านร้องทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลปงเตา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลปงเตาทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลนาแก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาแกทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านอ้อน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านอ้อนทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแหง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านแหงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหวด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านหวดทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ตีบ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแม่ตีบทั้งตำบล

สถานศึกษา[แก้]

  • โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งแรกประจำอำเภอ
  • โรงเรียนประชาราชวิทยา โรงเรียนมัธยมศึกษา
  • โรงเรียนดอนไชยวิทยา โรงเรียนเอกชนแห่งแรกของอำเภอ
  • โรงเรียนอนุบาลงาวภาณุนิยม โรงเรียนอนุบาลประจำอำเภอ

สถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

บุคคลที่มีชื่อเสียง[แก้]

นักกีฬา

พระเถระผู้ใหญ่

  • พระปิฏกโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดลำปางรูปที่ 2 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดจองคำ พระอารามหลวง

เทศกาลและประเพณีประจำปี[แก้]

  • ประเพณีตานตุงซาววา ในเทศกาลป๋าเวณีปีใหม่เมือง
  • ป๋าเวณีปีใหม่เมืองง้าวเงิน
  • ป๋าวเณีล่องสะเปาจาวเวียงง้าวเงิน
  • ประเพณีดำหัวเจ้าพ่อประตูผา

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

พื้นที่สงวนชีวมณฑลป่าสักห้วยทาก[แก้]

พื้นที่สงวนชีวมณฑลป่าสักห้วยทาก ตั้งอยู่ถนนพหลโยธิน บ้านสวนสัก ตำบลบ้านหวด ระยะทางห่างจากตัวอำเภองาวประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลหนึ่งในห้าแห่งของประเทศไทย

สะพานโยง[แก้]

สะพานข้ามลำน้ำงาว เป็นสะพานโยงแห่งแรกของประเทศเริ่มสร้างในปี 2469 เสร็จสิ้นเปิดใช้งานปี 2471 มีอายุประมาณ 90 ปี เป็นสัญลักษณ์ของอำเภอ ตัวสะพานเชื่อมตำบลหลวงใต้และตำบลหลวงเหนือ เดิมใช้เป็นทางสัญจร โครงสร้างสะพานเป็นสะพานแขวนทำด้วยเหล็กไม่มีเสาตอม่อ ทางเดินเป็นหมอนไม้ทอดตัวผ่านแม่น้ำเป็นแหล่งพักหย่อนใจทิวทัศที่สวยงาม ไม่อนุญาตให้นำยานพาหนะสัญจรบนสะพาน สามารถเดินศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ชาวคนอำเภองาวกับวิถีชุมชนริมแม่น้ำงาว

หล่มภูเขียว[แก้]

หล่มภูเขียว เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านอ้อน อำเภองาว จังหวัดลำปาง มีลักษณะเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เนื้อที่ราว 1-2 ไร่ มีความลึกมากจนมองเห็นเป็นสีเขียวมรกตสวยงาม เป็นที่มาของคำว่าหล่ม ที่แปลว่าแอ่งน้ำ ความลึกแอ่งไม่สามารถระบุได้ สันนิษฐานว่าแอ่งนี้เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกในยุคหิน หรืออาจเกิดจากการยุบตัวของหินปูนซึ่งเคยเป็นเพดานถ้ำมาก่อน แล้วจมลงใต้น้ำ เรียกว่าหลุมยุบ (Sink Hole) ต่อมาจึงกลายเป็นแหล่งรับน้ำ และมีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ระยะทางจากอำเภอประมาณ 12 กิโลเมตร

วัดพระธาตุม่อนทรายนอน[แก้]

วัดม่อนทรายนอน สร้างเมื่อปีพุทธศักราช 2386 ชาวอำเภองาวเรียกว่าวัดดอย ตามตำนานปรากฏเชื่อมโยงกับพระโพธิสัตว์พระพุทธเจ้าแปลงกายเป็นเนื้อทรายเพื่อโปรดสรรพสัตว์ ถูกนายพรานตามล่าจนถึงสถานที่ตั้งวัดปัจจุบัน ทรายตัวดังกล่าวได้แวะดื่มน้ำบริเวณตีนเขา กลายเป็นบ่อน้ำทิพย์ศักดิ์สิทธิให้ประชาชนกินดื่มทางขึ้นสู่วัดม่อนทรายนอน (วัดดอย) สามารถขึ้นได้สองทางได้แก่ทางถนนและทางบันไดนาคเริ่มจากบริเวณข้างบ่อน้ำทิพย์ตีนเขามีความสูงประมาณ 300 ขั้น

วัดจองคำ พระอารามหลวง[แก้]

วัดจองคำ.png

ตั้งอยู่ตำบลบ้านหวด บนถนนพหลโยธิน สายลำปาง-งาว ห่างจากตัวอำเภองาว 10 กิโลเมตร วัดจองคำเป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง โดยสถาปัตยกรรมแบบไทยใหญ่ สันนิษฐานว่าก่อสร้างโดยชาวพม่าที่ทำสัมปทานป่าไม้เขตอำเภองาว ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัด วิหารชัยภูมิเป็นศิลปะแบบไทยใหญ่ หลังเดิมถูกย้ายไปไว้ ณ เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ หลังปัจจุบันสร้างขึ้นมาใหม่ ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2549 วโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มีการยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง วัดจองคำได้รับคัดเลือกเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ถือเป็นพระอารามหลวงลำดับที่สามในจังหวัดลำปาง เป็นโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีประจำจังหวัด แต่ละปีผู้ศึกษาปริยัติธรรมสามารถสอบเปรียญธรรมบาลีได้ถึง ป.ธ.9 รับพระราชทานอุปสมบทเป็นนาคหลวงหลายรูป เจ้าอาวาสและเจ้าสำนักปัจจุบันดำรงสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นรองเจ้าคณะ พระพรหมมงคลวัชโรดม

ศูนย์วิจัยกีฏวิทยาป่าไม้ที่ 1[แก้]

ศูนย์วิจัยกีฏวิทยาป่าไม้ที่ 1 ตั้งอยู่ริมถนนสายพหลโยธินจากจังหวัดลำปางไปพะเยา- เชียงราย ระยะทางจากตัวจังหวัดลำปาง 72 กิโลเมตร สองฝั่งถนนมีทิวทัศน์ป่าไม้ ภูเขา ผ่าน สถานีฝึกนิสิตคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถานีบำรุงพันธุ์ไม้สัก สวนรุกขชาติห้วยทาก และศูนย์วิจัยแมลงและจุลชีววิทยาป่าไม้ที่ 1 และห่างจากตัวอำเภองาวประมาณ 12 กิโลเมตร

ศาลเจ้าพ่อประตูผา[แก้]

พ.ศ. 2272 สวาธุหลวง (เจ้าอาวาส) วัดนายาง ตั้งตัวเป็นตนบุญเลี้ยงผีพราย มีคนเข้าหานับถือมาก ธุหลวงวัดสามขากับธุหลวงวัดบ้านฟ่อนสึกออกมาเป็นเสนา เวลานั้นเมืองลำปางไม่มีเจ้าเมืองปกครอง มีแต่พ่อเมืองทั้ง 4 ดูแลบ้านเมือง เจ้าเมืองลำพูนได้ข่าวตนบุญวัดนายาง จึงส่งกองทัพลำพูน นำโดยท้าวมหายสมาปราบ สู้รบกันที่ป่าทันคุมเมือง ฝ่ายตนบุญวัดนายางแตกพ่ายไป แกนนำทั้ง 3 ถูกยิงเสียชีวิต ท้าวมหายสมาตั้งทัพที่วัดพระธาตุลำปางหลวง ท้าวมหายสออกอุบายส่งหาญฟ้าแมบ หาญฟ้างำ หาญฟ้าฟื้นไปทำทีเจรจากับแสนหนังสือ แสนเทพ นายเรือน ชะเรหน้อย ท้าวลิ้นก่าน แต่เกิดการสู้รบกันขึ้น ชาวลำปางแตกหนีไปอยู่เมืองต้า เมืองลอง เมืองเมาะ เมืองขาง

ท้าวมหายสละพูนถอยฅืนมาอยู่วัดหลวงลำพาง แล้วแต่งใช้เรียกร้องไพร่บ้านไทเมืองออกมาแล้วเก็บเบี้ยเก็บเงินหลังค่าหลังค่าตอ ผู้ใดขัดขวางหล้างควรข้าค็ข้า ควรตีค็ตี มีอันใดริบล้อนเอาเสีย ดั่งร้องวังฝ่ายเหนืออันเปนผู้แต่งบ้านปองเมือง มีแสนหนังสือ แสนเทพ นายเรือน ชะเรหน้อยขัดขวาง บ่สู้อ่อนน้อม ท้าวมหายสละพูนจิ่งแต่งหานฟ้างำ หานฟ้าแมบ หานฟ้าฟื้น ขึ้นไพพร้อมกับแสนหนังสือแลท้าวขุนยังสนามเหมือนจักทือคำเมือง หานฟ้าแมบ ฟ้างำ ฟ้าฟื้น สัญญาพรับตาร่อกันลวดฟันแทงกันยังสนามที่นั้น เปนอันขร้ำเขรือกโกลาหลแตกกระจัดกระจายเข้าห้วยท้างหว่างดอย ขุนแต่งเมืองคือชะเรหน้อย แลท้าวลิ้นก่าน นายน้อยธัมม์ แลชาวบ้านชาวเมือง ละบ้านชองหอเรือนเสีย หนีไพลี้อยู่เมืองต้า เมืองลอง เมืองเมาะ เมืองขางชู่แห่ง ค็มีแล

— ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่

[6]

ตำนานมุขปาฐะของท้องถิ่นเล่าว่า หนานข้อมือเหล็กเป็นศิษย์ของวัดนายาง ภายหลังเป็นองครักษ์ให้ท้าวลิ้นก่าน เมื่อท้าวลิ้นก่านและชะเรหน้อยหลบหนีไปยังประตูผา กองทัพเมืองลำพูนติดตามมา หนานข้อมือเหล็กจึงสู้รบกับกองทัพลำพูนตายไปจำนวนมาก สามารถปกป้องท้าวลิ้นก่านกับชะเรหน้อยไว้ได้ กองทัพลำพูนถอยทัพกลับเมืองลำปาง ส่วนหนานข้อมือเหล็กสู้รบกับทหารลำพูนจำนวนมากจนตัวเองจนมุมยืนหยัดพิงหน้าผาตาย ต่อมาท้าวลิ้นก่านและชะเรหน้อยสร้างศาลเพียงตาให้แก่หนานข้อมือเหล็ก ซึ่งรู้จักกันในเวลาต่อมาว่า “เจ้าพ่อประตูผา”

กระทรวงกลาโหมได้อัญเชิญนามมาตั้งเป็นค่ายรบพิเศษประตูผา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจของทหารตราบจนปัจจุบัน

อนุสาวรีย์พญางำเมือง[แก้]

พญางำเมือง อดีตกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองภูกามยาว (พะเยา) เป็นพระสหายร่วมน้ำสาบานกับพญามังราย กษัตริย์เมืองเชียงใหม่ และพญาร่วงเจ้าหรือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช กษัตริย์สุโขทัย ซึ่งทั้งสามกษัตริย์ได้ทรงกระทำสัตย์ต่อกัน ณ บริเวณน้ำแม่อิง อนุสาวรีย์แห่งนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2560 ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำงาว ใกล้วัดท่านาคบ้านทุ่งศาลา ตำบลนาแก อำเภองาว จังหวัดลำปาง บริเวณต้นงุ้นนี้เชื่อว่าเป็นสถานที่สวรรคต

อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท[แก้]

มีเนื้อที่ประมาณ 758,750 ไร่ มีอาณาบริเวณครอบคลุม อำเภอเมืองลำปาง อำเภอแม่เมาะ และอำเภองาว ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่บริเวณถนนพหลโยธิน ตำบลบ้านหวด ระยะทางจากตัวเมืองลำปางประมาณ 66 กิโลเมตร แยกเข้าทางเข้าบริเวณปากถ้ำผาไทประมาณหนึ่งกิโลเมตร รถยนต์สามารถเข้าถึงบริเวณตีนถ้ำภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย สวยงามมาก สลับซับซ้อนและมีถ้ำเล็กถ้ำน้อยมากมายที่มีความสวยงามแตกต่างกันไป เหตุการณ์สำคัญเมื่อ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เคยเสด็จประพาสถ้ำผาไท ในครั้งนั้นได้จารึกพระปรมาภิไธยย่อ ปปร. ไว้ภายในถ้ำเพื่อระลึกในการเสด็จประพาส อุทยานแห่งชาติฯ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่น ระยะทางเริ่มจากตัวอำเภอดังนี้

  • หล่มภูเขียว 12 กิโลเมตร
  • น้ำตกแม่แก้ 18 กิโลเมตร
  • น้ำตกเก๊าฟุ 19 กิโลเมตร

การคมนาคม[แก้]

อำเภองาว ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 640 กิโลเมตร อำเภองาวเป็นอำเภอยุทธศาสตร์ชายแดนมีระยะทางเดินทางไปตัวจังหวัดใกล้เคียงดังนี้

  • จังหวัดลำปาง 83 กิโลเมตร
  • จังหวัดพะเยา 50 กิโลเมตร
  • จังหวัดแพร่ 89 กิโลเมตร
  • จังหวัดเชียงราย 140 กิโลเมตร
  • จังหวัดน่าน 163 กิโลเมตร
  • จังหวัดเชียงใหม่ 180 กิโลเมตร

การคมนาคมขนส่งมุ่งสู่อำเภองาวมีหลายเส้นทางค่อนข้างสะดวก เนื่องจากอยู่ติดถนนหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน

การคมนาคมทางบก[แก้]

1. ถนนพหลโยธิน สายเหนือ (กรุงเทพฯ-นครสวรรค์-ตาก-ลำปาง-พะเยา-เชียงราย) ถนนหลักเริ่มจากกรุงเทพมหานคร ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร ตากเข้าเขตจังหวัดลำปางผ่าน อ.เถิน อ.สบปราบ อ.เกาะคา เข้าสู่ตัวเมืองลำปาง 600 กิโลเมตร ขับรถขึ้นเหนือเส้นทางถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ลำปาง-งาวอีกประมาณ 83 กิโลเมตรก็จะถึงตัวอำเภองาว ถนนพหลโยธินเป็นถนน 4 ช่องทางการจราจร สามารถสัมผัสธรรมชาติสวยงามตลอดสองข้างทาง

2. ถนนวังซ้าย หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 103 เส้นทางร้องกวาง-งาว ที่แยกบ้านเป๊าะบรรจบกับทางหลวงหมายแผ่นดินเลข 1 ถนนพหลโยธิน(กรุงเทพ-นครสวรรค์) ทางหลวงหมายเลข 117 (นครสวรรค์-พิษณุโลก)ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 11 (พิษณุโลก-เด่นชัย) จากนั้นผ่านทางทางหลวงหมายเลข 101 (กำแพงเพชร-น่าน) ที่จังหวัดแพร่ ใช้เส้นทางถนนวังซ้ายสายแพร่-สอง-งาว ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 103 บรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1 (กรุงเทพฯ-นครสวรรค์-ตาก-เชียงราย) ที่ อ.งาว จ.ลำปาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง

รถโดยสารประจำทาง[แก้]

  • สาย 90 กรุงเทพ-เชียงราย (ก) (กรุงเทพ-นครสวรรค์-ตาก-ลำปาง-พะเยา-เชียงราย) บริษัท สมบัติทัวร์ เชิดชัยทัวร์ อินทราทัวร์ นครชัยแอร์ บางกอกบัสไลน์ทัวร์ บุษราคัมทัวร์
  • สาย 922 กรุงเทพ-พะเยา (กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-พะเยา) บริษัท บขส. สมบัติทัวร์ เชิดชัยทัวร์
  • สาย 909 กรุงเทพ-เชียงราย (ข) (กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัท บขส. สมบัติทัวร์ เชิดชัยทัวร์ ไทยพัฒนกิจขนส่ง บางกอกบัสไลน์ทัวร์
  • สาย 962 กรุงเทพ-เชียงของ (กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-พะเยา-เชียงคำ-เชียงของ) บริษัท บขส. สมบัติทัวร์บางกอกบัสไลน์ทัวร์ บุษราคัมทัวร์ เชิดชัยทัวร์
  • สาย 957 กรุงเทพ-แม่สาย (กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัท บขส. สมบัติทัวร์ เชิดชัยทัวร์ บางกอกบัสไลน์ทัวร์ นครชัยแอร์
  • สาย 660 ระยอง-เชียงราย-แม่สาย (ระยอง-พัทยา-ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา-สระบุรี-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัท นครชัยแอร์
  • สาย 660 ระยอง-เชียงราย-แม่สาย (รถด่วนพิเศษ VIP) (ระยอง-พัทยา-ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา-สระบุรี-นครสวรรค์-ตาก-ลำปาง-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัท นครชัยแอร์
  • สาย 661 เชียงราย-นครพนม (นครพนม-สกลนคร-อุดรธานี-เลย-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ สมบัติทัวร์ จักรพงษ์ทัวร์
  • สาย 651 นครราชสีมา-แม่สาย (นครราชสีมา-สระบุรี-โคกสำโรง-ตากฟ้า-เขาทราย-วังทอง-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ นครชัยทัวร์
  • สาย 633 ขอนแก่น-เชียงราย (ขอนแก่น-ชุมแพ-หล่มสัก-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-งาว-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ อีสานทัวร์ สมบัติทัวร์
  • สาย เชียงราย-อุบลราชธานี (อุบลราชธานี-ศีรษะเกษ-สุรินทร์-บุรีรัมย์-พล-ชัยภูมิ-พิษณุโลก-แพร่-เชียงราย) บริษัท นครชัยแอร์
  • สาย เชียงราย-มุกดาหาร (มุดดาหาร-กาฬสินธุ์-ขอนแก่น-ชุมแพ-หล่มสัก-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัท เพชรประเสริฐทัวร์ (เร็วๆ นี้)
  • สาย 622 พิษณุโลก-เชียงราย-แม่สาย (พิษณุโลก-สุโขทัย-สวรรคโลก-ศรีสัชนาลัย-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ สุโขทัยวินทัวร์
  • สาย 622 พิษณุโลก-เชียงราย-แม่สาย (พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ สุโขทัยวินทัวร์
  • สาย 624 พิษณุโลก-เชียงของ (พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงคำ-เทิง-เชียงของ) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ สุโขทัยวินทัวร์
  • สาย 663 นครสวรรค์-เชียงราย (นครสวรรค์-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ นครสวรรค์ยานยนต์ (นิวถาวรฟาร์มทัวร์) รถปรับอากาศโฉมใหม่
  • สาย 780 ภูเก็ต-เชียงราย (ภูเก็ต-สุราษฎร์ธานี-ชุมพร-ประจวบฯ-หัวหิน-เพชรบุรี-อยุธยา-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ ไทยพัฒนกิจขนส่ง
  • สาย 877 หาดใหญ่-เชียงราย-แม่สาย (แม่สาย-เชียงราย-พะเยา-แพร่-อุตรดิตถ์-พิษณุโลก-ทุ่งสง-พัทลุง-หาดใหญ่-ด่านนอก) บริษัท ปิยะชัยพัฒนาทัวร์
  • สาย 148 เชียงใหม่-เชียงราย (เชียงใหม่-ลำพูน-ดอยติ-ลำปาง-งาว-พะเยา-พาน-เชียงราย) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด
  • สาย 149 เชียงใหม่-แม่สาย (เชียงใหม่-ลำพูน-ดอยติ-ลำปาง-งาว-พะเยา-พาน-เชียงราย-แม่จัน-แม่สาย) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด
  • สาย 166-1 เชียงใหม่-สามเหลี่ยมทองคำ (ข) (เชียงใหม่-ลำพูน-ดอยติ-ลำปาง-งาว-พะเยา-พาน-เชียงราย-แม่จัน-เชียงแสน-สามเหลี่ยมทองคำ) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด
  • สาย 144 เชียงราย-เด่นชัย (เชียงราย-พาน-พะเยา-แพร่-เด่นชัย) บริษัท แพร่ยานยนต์ขนส่ง (หนานคำทัวร์) จำกัด
  • สาย 673 แม่สาย-แม่สอด (แม่สาย-เชียงราย-พะเยา-งาว-ลำปาง-เถิน-ตาก-แม่สอด) บริษัทผู้เดินรถได้แก่ ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด
  • รถตู้ปรับอากาศลำปาง-งาว บริษัท สหกรณ์เดินรถนครลำปาง จำกัด

การคมนาคมทางรถไฟ[แก้]

ทางรถไฟสายเหนือ ลงที่สถานีรถไฟนครลำปาง แล้วต่อรถประจำทางสู่อำเภองาวอีก 80 กิโลเมตร อนาคตอันใกล้อำเภองาวกำลังจะมีทางรถไฟผ่าน เป็นเส้นทางรถไฟรางคู่สายใหม่ตัดจากสถานีชุมทางเด่นชัยสิ้นสุดที่อำเภอเชียงของ เส้นทางรถไฟผ่านอำเภองาวระยะทางยาวทั้งสิ้น 52 กิโลเมตร ได้แก่ทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ มีสถานีรถไฟระดับ 2 เป็นสถานีขนาดกลาง 1 สถานี 2 ป้ายหยุดรถได้แก่

  • สถานีงาว เป็นสถานีขนาดเล็กประจำอำเภอ
  • ป้ายหยุดรถแม่ตีบ
  • ป้ายหยุดรถปงเตา

การคมนาคมทางอากาศ[แก้]

รัฐวิสาหกิจและธนาคาร[แก้]

  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภองาว
  • บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สาขางาว
  • ธนาคารออมสิน สาขางาว
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขางาว
  • สถานีเดินรถนครลำปาง จังหวัดลำปาง สาขางาว (บริษัท ขนส่ง จำกัด)
  • สถานีรถไฟงาว(อนาคต) การรถไฟแห่งประเทศไทย

อ้างอิง[แก้]

  1. สรัสวดี อ๋องสกุล. พินิจตำนานลำปาง. พิมพ์ครั้งที่ 2. ลำปาง:ครองช่างการพิมพ์, 2558.
  2. https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/225
  3. ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับเชียงใหม่ 700 ปี. เชียงใหม่:ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ สถาบันราชภัฎเชียงใหม่, 2538
  4. ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับเชียงใหม่ 700 ปี. เชียงใหม่:ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ สถาบันราชภัฎเชียงใหม่, 2538
  5. จำนวนประชากรและบ้าน จำแนกเป็นรายอำเภอ และรายตำบล จังหวัดลำปาง ณ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2553, สำนักบริหารทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
  6. ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับเชียงใหม่ 700 ปี. เชียงใหม่:ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ สถาบันราชภัฎเชียงใหม่, 2538