อำเภองาว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อำเภองาว
แผนที่จังหวัดลำปาง เน้นอำเภองาว
คำขวัญ: หนึ่งในสยามคือถ้ำผาไท ศูนย์รวมจิตใจเจ้าพ่อประตูผา
เครื่องหนังงามตา ล้ำค่าไม้แกะสลัก
อนุรักษ์วัฒนธรรม งามล้ำอำเภองาว
พิกัดภูมิศาสตร์: 18°46′36″N 99°58′12″E / 18.77667°N 99.97000°E / 18.77667; 99.97000
อักษรไทยอำเภองาว
อักษรโรมันAmphoe Ngao
จังหวัดลำปาง
พื้นที่
 • ทั้งหมด1,814.8 ตร.กม. (700.7 ตร.ไมล์)
ประชากร (2562)
 • ทั้งหมด57,123
 • ความหนาแน่น30.15 คน/ตร.กม. (78.1 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไปรษณีย์52110
รหัสภูมิศาสตร์5205
ที่อยู่
ที่ว่าการ
ที่ว่าการอำเภองาว หมู่ที่ 2 บ้านหนองเหียง ถนนพหลโยธิน ตำบลนาแก อำเภองาว จังหวัดลำปาง 52110
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

งาว (คำเมือง: Lanna-Ngao.png) เป็นหนึ่งใน 13 อำเภอของจังหวัดลำปาง มีพื้นที่ประมาณ 1,815 ตารางกิโลเมตร เป็นอำเภอที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดลำปาง อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 650 กิโลเมตร เป็นอำเภอยุทธศาสตร์ชายแดนที่มีบริเวณชายแดนติดต่อกันถึงสามจังหวัดได้แก่ จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่และจังหวัดลำปาง

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภองาวตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด ที่ว่าการอำเภองาวปัจจุบันตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธิน บริเวณตำบลนาแก ห่างจากอำเภอเมืองลำปางประมาณ 83 กิโลเมตร อำเภอเมืองพะเยาประมาณ 50 กิโลเมตร และอำเภอเมืองแพร่ประมาณ 89 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้



ประวัติศาสตร์[แก้]

ยุคโบราณ

เมืองงาวโบราณ มีประวัติศาสตร์การสร้างเมืองมายาวนาน ยุคแรกไม่ปรากฏนามจารึกทางประวัติศาสตร์ชัดเจน สันนิษฐานชื่อต่างๆ ตามตำนานเล่าต่อกันมา อาทิ เวียงบน เวียงศรีดอนไชย คำว่างาวสันนิษฐานมาจากลำน้ำงาวที่ไหลผ่านเมือง เมืองงาวยุคแรกมีประวัติศาสตร์การสร้างเมืองเชื่อมโยงกับเมืองหิรัญเงินยางหรืออาณาจักรโยนกเชียงแสนอำเภอเชียงแสนตามตำนานกล่าวว่าเมืองหิรัญเงินยางเชียงแสน สมัยพระเจ้าชัยศิริ ถูกข้าศึกรุกรานบ่อยครั้ง ทั้งทัพเงี้ยว แกว มอญ อพยพเทครัวราษฎรหนีภัยสงครามลงมาทางทิศใต้ทำให้อาณาจักรโยนกเชียงแสนอ่อนแอล่มสลายลง ราษฎรที่อพยพลงมากลุ่มใหญ่อาศัยท้องถิ่นต่าง ๆ สร้างบ้านเมืองใหม่ กลุ่มหนึ่งได้ สร้างเมืองภูกามยาวหรือเมืองพะเยา เป็นต้นตระกูลของพญาเจือง บรรพบุรุษ ขุนจอมธรรม เจ้าแคว้นพะเยา อีกกลุ่มหนึ่งอพยพลงมาทางใต้อาศัยลุ่มลำน้ำแม่งาว บริเวณดอยห้วยอุ้มปากบ่องผาแดงเป็นที่อยู่อาศัยคือท้องที่บริเวณอำเภองาวปัจจุบัน สร้างเมืองเล็ก ๆ ขึ้นมามีพ่อเมืองปกครองสืบต่อเรื่อยมา เจ้าเมืองงาวยุคหนึ่งมีเชื้อสายพระยางำเมือง แห่งแคว้นพะเยา นามว่าเจ้าแสนเมือง แสดงถึงความสัมพันธ์ทางเครือญาติระหว่างเมืองงาวและแคว้นพะเยา มีนัยว่าเมืองงาวยอมรับอำนาจอยู่ใต้การปกครองของแคว้นพะเยา ยึดระบบการปกครองรูปแบบการปกครองแบบเวียงต่างๆ จากแคว้นพะเยามีการสร้างเวียงต่าง ๆ เป็นเวียงบริวารกินอาณาบริเวณกว้าง ประกอบด้วย เวียงบน เวียงแหง เวียงปิน เวียงแป้น เวียงทิพย์ เวียงคุ้ม แต่ละเวียงมีขุนเวียงเป็นผู้ปกครอง จุดศูนย์กลางความเจริญที่เวียงบน บริเวณที่กล่าวมามีหลักฐานแสดงความรุ่งเรือง อาทิ วัดไชยมิ่งมงคล ซากร่องรอยเวียงแป้นโบราณที่บ้านแม่แป้น วัดพระธาตุตุงคำ หรือวัดศรีมุงเมืองในปัจจุบัน กาลเวลาต่อมาแคว้นพะเยาเสื่อมอำนาจล่มสลายลง เมืองงาวถูกผนวกเข้ากับเมืองนครลำปาง ปรากฏชื่อเมืองตามตำนานกล่าวว่าเมืองงาวเดิมมีความเจริญรุ่งเรืองมากจึงเรียกว่าเมืองนี้ว่าเมืองเงิน เจ้าผู้ครองนครเข้มแข็งชำนาญการสงคราม มีความเชี่ยวชาญการใช้ของ้าวเป็นอาวุธสำคัญการรบ เมื่อข้าศึกจากหัวเมืองลื้อ เมืองเขิน เมืองเงี้ยว เข้ามารุกรานไม่อาจรุกล้ำเข้าไปถึงเมืองลำปางได้ ข้าศึกล่วงล้ำเข้าเขตแดนเมืองเงินก็ถูกตีแตกพ่ายกลับไปทุกครั้ง เจ้าผู้ครองเมืองมีความสามารถอาสาปราบปรามข้าศึก พวกฮ่อ เงี้ยว ที่มารุกรานถึงหัวเมืองเงี้ยว หัวเมืองลื้อ หัวเมืองเขิน เมืองเชียงรุ้ง แคว้นสิบสองปันนา ได้รับชัยชนะมีชื่อเสียงร่ำลือ เจ้าเมืองนครลำปางได้ประทานง้าวด้ามเงินเป็นบำเหน็จคุณงามดีและความกล้าหาญ เป็นที่ยินดีแก่ชาวเมืองจึงเรียกเจ้าเมืองเงินว่าพระยาง้าวเงิน และเรียกชื่อเมืองว่า เมืองง้าวเงิน กาลเวลาผ่านมาได้เรียกเพี้ยนเป็น เมืองงาว อีกเหตุการณ์ตามจารึกทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ จารึกกล่าวถึงเมืองงาวเป็นสถานที่ประทับและสิ้นพระชนม์ของพ่อขุนงำเมือง เจ้าเมืองพะเยา สหายร่วมน้ำสาบานกับสองมหาราชคือ พญามังรายมหาราชแห่งนครเชียงใหม่และพ่อขุนรามคำแหงมหาราชแห่งกรุงสุโขทัย ตามตำนานกล่าวไว้ว่า "เมื่อพ่อขุนงำเมืองได้มอบราชกิจต่าง ๆ ในการปกครองบ้านเมืองให้พญาคำแดงราชบุตร แล้วเสด็จได้ไปประทับพักผ่อนและสวรรคตที่เมืองงาว ในปี พ.ศ. 1841

ยุคฟื้นฟูอาณาจักรล้านนา[แก้]

ตั้งแต่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีของอาณาสยามแห่งใหม่ พระยากาวิละแห่งราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ หลังจากที่อาณาจักรล้านนาตกอยู่ภายใต้อำนาจการปกครองอาณาจักรอังวะนานกว่า 200 ปี พระเจ้ากาวิละเริ่มฟื้นฟูอาณาจักรล้านนาเรียกว่ายุคเก็บผักใส่ส้าเก็บข้าใส่เมือง มีการปฏิรูปการปกครองหัวเมืองน้อยใหญ่ภายในใหม่ โดยรวบรวมเมืองเล็กเมืองน้อยได้ทั้งสิ้น 57 หัวเมืองแบ่งเป็นเมืองน้อยใหญ่ได้ 4 ระดับ ได้แก่เมืองประเทศราชมี 5 เมืองได้แก่ นครเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แพร่ และน่าน เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่มีอำนาจราชศักดิ์เทียบเท่าเมืองประเทศราช ต่อมาเมืองชั้นเอก สยามแต่งตั้งเจ้าเมือง เทียบเท่าตำแหน่งพระยาเจ้าผู้ครองนคร ศักดินา 2000 ไร่ ชาวเมืองเรียกเจ้าหลวงเหมือนเจ้าผู้ครองนคร เมืองงาว เป็นเมืองเก่าแก่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมีฐานะเป็นหัวเมืองชั้นเอก เจ้าผู้ครองเมืองงาวสืบเชื้อสายขึ้นตรงต่อเจ้าผู้ครองนครลำปาง พระเจ้ากาวิละแบ่งหัวเมืองเอกของอาณาจักรล้านนา ดังนี้

  • เมืองเชียงราย ขึ้นกับนครเชียงใหม่
  • เมืองพะเยา ขึ้นกับนครลำปาง
  • เมืองเชียงแสน ขึ้นกับนครเชียงใหม่
  • เมืองเชียงของ ขึ้นกับนครน่าน
  • เมืองปาย ขึ้นกับนครเชียงใหม่
  • เมืองตาก ขึ้นกับนครเชียงใหม่
  • เมืองฝาง ขึ้นกับนครเชียงใหม่
  • เมืองงาว ขึ้นกับนครลำปาง


ยุครัตนโกสินทร์

พุทธศักราช 2386 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าหลวงน้อยอินท์ เจ้าผู้ครองนครลำปาง องค์ที่ 8 และ พระเจ้ามโหตรประเทศ, พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ ๕ ขณะดำรงพระยศ เจ้าอุปราชนครเชียงใหม่ ได้ลงมายังกรุงเทพพระมหานครเพื่อทูลขอตั้งเมืองเชียงรายโดยให้เป็นเมืองขึ้นของนครเชียงใหม่ และตั้งเมืองงาว เมืองพะเยา เป็นเมืองขึ้นของนครลำปาง โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เจ้าหนานมหาวงศ์ โอรส พระเจ้าดวงทิพย์ เจ้าหลวงนครลำปาง เป็น "พระยาฤทธิ์ภิญโญยศ เจ้าเมืองงาวคนแรก จวบปี 2458 มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงยกเลิกระบอบเจ้าผู้ครองนครมาเป็น มณฑลเทศาภิบาล จังหวัด แขวง รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมืองงาวจัดตั้งเป็นแขวงหนึ่งเรียก แขวงเมืองงาว ต่อมาเปลี่ยนมาเป็นอำเภอเมืองงาว ขึ้นกับจังหวัดลำปาง มณฑลมหาราษฎร์ เป็นหนึ่งในอำเภอแรก พุทธศักราช 2481 มีตราพระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงชื่ออำเภอใหม่เปลี่ยนชื่ออำเภอทั่วราชอาณาจักร จากอำเภอเมืองงาว เปลี่ยนเป็น อำเภองาว จวบจนถึงปัจจุบัน


เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์[แก้]

เยี่ยมราษฎรเมืองงาว.jpg

วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พุทธศักราช 2501 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยี่ยมราษฎรท้องถิ่นอำเภองาว จังหวัดลำปาง โดยราษฎรชาวอำเภองาวมีโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอย่างใกล้ชิด สร้างขวัญกำลังใจและนำความปลื้มปิติยินดีมาสู่เหล่าพสกนิกรชาวอำเภองาวอย่างล้นพ้น พร้อมกันนี้ได้พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อช่วยเหลือราษฎรชาวอำเภองาว อาทิ อ่างเก็บน้ำแม่เมือง อ่างเก็บน้ำห้วยส้ม อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ ตำบลบ้านแหง เป็นต้น

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภองาวแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 10 ตำบล 85 หมู่บ้าน ได้แก่

ที่ ชื่อตำบล ตัวเมือง อักษรโรมัน จำนวนหมู่บ้าน จำนวนครัวเรือน จำนวนประชากร[1]
1. หลวงเหนือ LN-Tambon-Luang Nuea.png Luang Nuea 6 2,077 4,850
2. หลวงใต้ LN-Tambon-Luang Tai.png Luang Tai 8 2,017 5,882
3. บ้านโป่ง LN-Ban Pong.png Ban Pong 12 2,145 6,918
4. บ้านร้อง LN-Tambon-Ban Rong.png Ban Rong 13 2,146 6,591
5. ปงเตา LN-Tambon-Pong Tao.png Pong Tao 13 2,485 7,654
6. นาแก LN-Tambon-Na Kae.png Na Kae 6 1,128 4,725
7. บ้านอ้อน LN-Tambon-Ban On.png Ban On 8 1,441 4,765
8. บ้านแหง LN-Tambon-Ban Haeng.png Ban Haeng 8 2,006 6,514
9. บ้านหวด LN-Tambon-Ban Huat.png Ban Huat 6 1,580 4,867
10. แม่ตีบ LN-Tambon-Mae Tip.png Mae Tip 5 1,280 4,346

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภองาวประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 10 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลหลวงเหนือ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหลวงเหนือทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลหลวงใต้ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหลวงใต้ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโป่ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านโป่งทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านร้อง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านร้องทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลปงเตา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลปงเตาทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลนาแก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาแกทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านอ้อน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านอ้อนทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแหง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านแหงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหวด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านหวดทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ตีบ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแม่ตีบทั้งตำบล

สถานศึกษา[แก้]

  • โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งแรกประจำอำเภอ
  • โรงเรียนประชาราชวิทยา โรงเรียนมัธยมศึกษา
  • โรงเรียนดอนไชยวิทยา โรงเรียนเอกชนแห่งแรกของอำเภอ
  • โรงเรียนอนุบาลงาวภาณุนิยม โรงเรียนอนุบาลประจำอำเภอ

สถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

บุคคลที่มีชื่อเสียง[แก้]

นักกีฬา

พระเถระผู้ใหญ่

  • พระปิฏกโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดลำปางรูปที่ 2 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดจองคำ พระอารามหลวง

รายนามเจ้าคณะอำเภองาว[แก้]

ลำดับ นาม เข้ารับตำแหน่ง พ้นจากตำแหน่ง
1 พระครูวิฑิตธรรมคุณ - 2522
2 พระครูวชิรสมานคุณ 2522 2548
3 พระครูโสภณบุญญารักษ์ 2548 ปัจจุบัน

เทศกาลและประเพณีประจำปี[แก้]

  • ประเพณีตานตุงซาววา ในเทศกาลป๋าเวณีปีใหม่เมือง
  • ป๋าเวณีปีใหม่เมืองง้าวเงิน
  • ป๋าวเณีล่องสะเปาจาวเวียงง้าวเงิน
  • ประเพณีดำหัวเจ้าพ่อประตูผา

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

สะพานโยง[แก้]

สะพานข้ามลำน้ำงาว เป็นสะพานโยงแห่งแรกของประเทศเริ่มสร้างในปี 2469 เสร็จสิ้นเปิดใช้งานปี 2471 มีอายุประมาณ 90 ปี เป็นสัญลักษณ์ของอำเภอ ตัวสะพานเชื่อมตำบลหลวงใต้และตำบลหลวงเหนือ เดิมใช้เป็นทางสัญจร โครงสร้างสะพานเป็นสะพานแขวนทำด้วยเหล็กไม่มีเสาตอม่อ ทางเดินเป็นหมอนไม้ทอดตัวผ่านแม่น้ำเป็นแหล่งพักหย่อนใจทิวทัศที่สวยงาม ไม่อนุญาตให้นำยานพาหนะสัญจรบนสะพาน สามารถเดินศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ชาวคนอำเภองาวกับวิถีชุมชนริมแม่น้ำงาว

หล่มภูเขียว[แก้]

หล่มภูเขียว เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านอ้อน อำเภองาว จังหวัดลำปาง มีลักษณะเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เนื้อที่ราว 1-2 ไร่ มีความลึกมากจนมองเห็นเป็นสีเขียวมรกตสวยงาม เป็นที่มาของคำว่าหล่ม ที่แปลว่าแอ่งน้ำ ความลึกแอ่งไม่สามารถระบุได้ สันนิษฐานว่าแอ่งนี้เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกในยุคหิน หรืออาจเกิดจากการยุบตัวของหินปูนซึ่งเคยเป็นเพดานถ้ำมาก่อน แล้วจมลงใต้น้ำ เรียกว่าหลุมยุบ (Sink Hole) ต่อมาจึงกลายเป็นแหล่งรับน้ำ และมีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ระยะทางจากอำเภอประมาณ 12 กิโลเมตร

วัดพระธาตุม่อนทรายนอน[แก้]

วัดม่อนทรายนอน สร้างเมื่อปีพุทธศักราช 2386 ชาวอำเภองาวเรียกว่าวัดดอย ตามตำนานปรากฏเชื่อมโยงกับพระโพธิสัตว์พระพุทธเจ้าแปลงกายเป็นเนื้อทรายเพื่อโปรดสรรพสัตว์ ถูกนายพรานตามล่าจนถึงสถานที่ตั้งวัดปัจจุบัน ทรายตัวดังกล่าวได้แวะดื่มน้ำบริเวณตีนเขา กลายเป็นบ่อน้ำทิพย์ศักดิ์สิทธิให้ประชาชนกินดื่มทางขึ้นสู่วัดม่อนทรายนอน (วัดดอย) สามารถขึ้นได้สองทางได้แก่ทางถนนและทางบันไดนาคเริ่มจากบริเวณข้างบ่อน้ำทิพย์ตีนเขามีความสูงประมาณ 300 ขั้น

วัดจองคำ พระอารามหลวง[แก้]

วัดจองคำ.png

ตั้งอยู่ตำบลบ้านหวด บนถนนพหลโยธิน สายลำปาง-งาว ห่างจากตัวอำเภองาว 10 กิโลเมตร วัดจองคำเป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง โดยสถาปัตยกรรมแบบไทยใหญ่ สันนิษฐานว่าก่อสร้างโดยชาวพม่าที่ทำสัมปทานป่าไม้เขตอำเภองาว ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัด วิหารชัยภูมิเป็นศิลปะแบบไทยใหญ่ หลังเดิมถูกย้ายไปไว้ ณ เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ หลังปัจจุบันสร้างขึ้นมาใหม่ ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2549 วโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มีการยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง วัดจองคำได้รับคัดเลือกเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ถือเป็นพระอารามหลวงลำดับที่สามในจังหวัดลำปาง เป็นโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีประจำจังหวัด แต่ละปีผู้ศึกษาปริยัติธรรมสามารถสอบเปรียญธรรมบาลีได้ถึง ป.ธ.9 รับพระราชทานอุปสมบทเป็นนาคหลวงหลายรูป เจ้าอาวาสและเจ้าสำนักปัจจุบันดำรงสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นเทพราชทินนาม พระเทพปริยัติมงคล

ศูนย์วิจัยกีฏวิทยาป่าไม้ที่ 1[แก้]

ศูนย์วิจัยกีฏวิทยาป่าไม้ที่ 1 ตั้งอยู่ริมถนนสายพหลโยธินจากจังหวัดลำปางไปพะเยา- เชียงราย ระยะทางจากตัวจังหวัดลำปาง 72 กิโลเมตร สองฝั่งถนนมีทิวทัศน์ป่าไม้ ภูเขา ผ่าน สถานีฝึกนิสิตคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถานีบำรุงพันธุ์ไม้สัก สวนรุกขชาติห้วยทาก และศูนย์วิจัยแมลงและจุลชีววิทยาป่าไม้ที่ 1 และห่างจากตัวอำเภองาวประมาณ 12 กิโลเมตร

ศาลเจ้าพ่อประตูผา[แก้]

ตำนานเจ้าพ่อประตูผา กล่าวว่าท่านเป็นขุนพลทหารเอกของเจ้าหลวงลิ้นก่าน เจ้าผู้ครองนครลำปาง ยุคอาณาจักรหริภุญชัย มีตำแหน่งเป็น พญามือเหล็ก ท่านได้สร้างวีรกรรมสละชีวิตช่วยเจ้าหลวงลิ้นก่านจากการรุกรานของกองทัพพม่า ตำนานกล่าวว่า กองทัพพม่าได้ยกกองทัพมาทางทิศเหนือเพื่อกรีฑาทัพเข้าตีเมืองนครลำปาง ณ บริเวณช่องประตูผา เมืองนครลำปางขณะนั้นมีฐานะเป็นนครรัฐอิสระมีเจ้าผู้ครองนคร (เจ้าหลวง) ปกครองภายใต้อาณาจักรหริภัญชัย กองทัพเจ้าหลวงลิ้นก่านได้ยกทัพออกต้านทัพพม่าที่บริเวณช่องประตูผา เมื่อกองทัพทั้งสองปะทะกัน ต่างฝ่ายต่างเสียรี้พลเป็นเป็นจำนวนมาก กองทัพเมืองนครลำปางเพี้ยงพล้ำเสียทีทัพพม่า ถูกทหารพม่าล้อมไว้บริเวณปากถ้ำประตูผา พญามือเหล็กได้พาทหารเข้าสู้รบเพื่อปกป้องเจ้าหลวงจนสุดความสามารถ เพื่อประวิงเวลารอทัพหนุนจากเมืองหริภัญชัยลำพูนมาช่วย จนถูกทหารพม่าฆ่าตายจนหมดสิ้น เหลือแต่พญามือเหล็กเพียงคนเดียว พญามือเหล็กยังคงยืนถืออาวุธขวางปากถ้ำต่อสู้กับทหารพม่าเป็นกำลังสามารถ ตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น เข่นฆ่าทหารพม่าตายลงเป็นจำนวนมาก จนทหารพม่าหวาดเกรงไม่สามารถผ่านเข้าไปในถ้ำที่ซ่อนของเจ้าหลวงลิ้นก่านได้แม้แต่คนเดียว ในที่สุดพญามือเหล็กได้เหนื่อยเจียนจะขาดใจตาย ก่อนจะตายยังมีจิตสำนึกได้ว่าหากตนเองล้มลงเมื่อใดแล้ว ทหารพม่าที่เหลือจะต้องเข้าไปทำร้ายเจ้าหลวงของตนเป็นแน่แท้ จึงไม่ยอมล้มลงเด็ดขาด และต่อสู้กับทหารพม่าต่อไปจนตัวเองขาดใจตายในท่ายืนถืออาวุธ ส่วนทหารพม่าที่เหลืออยู่ก็เข็ดขยาดไม่มีใครกล้าเข้ามาต่อสู้ด้วย ได้แต่ล้อมเอาไว้จนกระทั่งกองทัพหนุนของเมืองลำพูนยกตามมาช่วยทัน พม่าจึงถอยทัพหนีกลับไปเนื่องจากกำลังที่เหลืออยู่ไม่สามารถจะสู้ต่อได้ เมื่อพม่าเลิกทัพกลับไปแล้วเจ้าหลวงลิ้นก่านได้พบว่า พญามือเหล็กได้เสียชีวิตลงแล้ว โดยที่ยังยืนถืออาวุธยืนจังก้าพิงผนังหน้าปากถ้ำ ทำให้เมืองนครลำปางรอดพ้นจากการรุกรานของพม่าได้ เจ้าหลวงลิ้นก่านได้สรรเสริญยกย่องวีรกรรมของพญามือเหล็ก โดยยกย่องให้เป็นเจ้าพ่อประตูผานับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นี่คือวีรกรรมอันกล้าหาญของเจ้าพ่อประตูผา พญามือเหล็กทหารเอกของเจ้าหลวงลิ้นก่านแห่งเมืองนครลำปาง กระทรวงกลาโหมได้อัญเชิญนามมาตั้งเป็นค่ายรบพิเศษประตูผา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจของทหารตราบจนปัจจุบัน

อนุสาวรีย์พญางำเมือง[แก้]

พ่อขุนงำเมือง หรือพญางำเมือง อดีตกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองภูกามยาว (พะเยา) เป็นพระสหายร่วมน้ำสาบาน กับ พญามังรายอดีต กษัตริย์เมืองเชียงราย และพระร่วงเจ้าหรือพ่อขุนรามคำแหงมหาราช แห่งกรุงสุโขทัย ซึ่งทั้งสามกษัตริย์ได้ทรงกระทำสัตย์ต่อกัน ณ บริเวณน้ำแม่อิง อนุสาวรีย์แห่งนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2560 ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำงาว ใกล้วัดท่านาคบ้านทุ่งศาลา ตำบลนาแก อำเภองาว จังหวัดลำปาง บริเวณนี้เชื่อว่าเป็นสถานที่สวรรคต

อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท[แก้]

มีเนื้อที่ประมาณ 758,750 ไร่ มีอาณาบริเวณครอบคลุม อำเภอเมืองลำปาง อำเภอแม่เมาะ และอำเภองาว ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่บริเวณถนนพหลโยธิน ตำบลบ้านหวด ระยะทางจากตัวเมืองลำปางประมาณ 66 กิโลเมตร แยกเข้าทางเข้าบริเวณปากถ้ำผาไทประมาณหนึ่งกิโลเมตร รถยนต์สามารถเข้าถึงบริเวณตีนถ้ำภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย สวยงามมาก สลับซับซ้อนและมีถ้ำเล็กถ้ำน้อยมากมายที่มีความสวยงามแตกต่างกันไป เหตุการณ์สำคัญเมื่อ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เคยเสด็จประพาสถ้ำผาไท ในครั้งนั้นได้จารึกพระปรมาภิไธยย่อ ปปร. ไว้ภายในถ้ำเพื่อระลึกในการเสด็จประพาส อุทยานแห่งชาติฯ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่น ระยะทางเริ่มจากตัวอำเภอดังนี้

  • หล่มภูเขียว 12 กิโลเมตร
  • น้ำตกแม่แก้ 18 กิโลเมตร
  • น้ำตกเก๊าฟุ 19 กิโลเมตร

การคมนาคม[แก้]

อำเภองาวห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 650 กิโลเมตร อำเภองาวเป็นอำเภอยุทธศาสตร์ชายแดนมีระยะทางเดินทางไปตัวจังหวัดใกล้เคียงดังนี้

  • จังหวัดลำปาง 80 กิโลเมตร
  • จังหวัดพะเยา 50 กิโลเมตร
  • จังหวัดแพร่ 90 กิโลเมตร
  • จังหวัดเชียงราย 140 กิโลเมตร
  • จังหวัดน่าน 160 กิโลเมตร
  • จังหวัดเชียงใหม่ 180 กิโลเมตร

การคมนาคมขนส่งมุ่งสู่อำเภองาวมีหลายเส้นทางค่อนข้างสะดวก เนื่องจากอำเภองาวอยู่ติดถนนหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน


ทางบก ได้แก่ ... 1. ถนนพหลโยธิน สายเหนือ (กรุงเทพฯ-นครสวรรค์-ตาก-ลำปาง-พะเยา-เชียงราย) ถนนหลักเริ่มจากกรุงเทพมหานคร ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร ตากเข้าเขตจังหวัดลำปางผ่าน อ.เถิน อ.สบปราบ อ.เกาะคา เข้าสู่ตัวเมืองลำปาง 600 กิโลเมตร ขับรถขึ้นเหนือเส้นทางถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ลำปาง-งาวอีกประมาณ 83 กิโลเมตรก็จะถึงตัวอำเภองาว ถนนพหลโยธินเป็นถนน 4 ช่องทางการจราจร สามารถสัมผัสธรรมชาติสวยงามตลอดสองข้างทาง

2. ถนนวังซ้าย หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 103 เส้นทางร้องกวาง-งาว ที่แยกบ้านเป๊าะบรรจบกับทางหลวงหมายแผ่นดินเลข 1 ถนนพหลโยธิน(กรุงเทพ-นครสวรรค์) ทางหลวงหมายเลข 117 (นครสวรรค์-พิษณุโลก)ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 11 (พิษณุโลก-เด่นชัย) จากนั้นผ่านทางทางหลวงหมายเลข 101 (กำแพงเพชร-น่าน) ที่จังหวัดแพร่ ใช้เส้นทางถนนวังซ้ายสายแพร่-สอง-งาว ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 103 บรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1 (กรุงเทพฯ-นครสวรรค์-ตาก-เชียงราย) ที่ อ.งาว จ.ลำปาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง

ทางรถไฟ ทางรถไฟสายเหนือ ลงที่สถานีรถไฟนครลำปาง แล้วต่อรถประจำทางสู่อำเภองาวอีก 80 กิโลเมตร อนาคตอันใกล้อำเภองาวกำลังจะมีรถไฟผ่าน เป็นเส้นทางรถไฟรางคู่สายใหม่ตัดจากสถานีชุมทางเด่นชัยสิ้นสุดที่อำเภอเชียงของ ทางรถไฟขณะผ่านอำเภองาวระยะทางยาวทั้งสิ้น 52 กิโลเมตร ได้แก่ทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ผ่านอำเภองาว 1 สถานี 2 ป้ายหยุดรถได้แก่

  • สถานีงาว เป็นสถานีขนาดเล็กประจำอำเภอ
  • ป้ายหยุดรถแม่ตีบ
  • ป้ายหยุดรถปงเตา

ทางอากาศ

รถโดยสารประจำทาง[แก้]

  • สาย 90 กรุงเทพ-เชียงราย (ก) (กรุงเทพ-นครสวรรค์-ตาก-ลำปาง-พะเยา-เชียงราย) บริษัท สมบัติทัวร์ สยามเฟิร์สทัวร์ เชิดชัยทัวร์ อินทราทัวร์ นครชัยแอร์ บางกอกบัสไลน์ทัวร์ บุษราคัมทัวร์
  • สาย 922 กรุงเทพ-พะเยา (กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-พะเยา) บริษัท บขส. สมบัติทัวร์ เชิดชัยทัวร์
  • สาย 909 กรุงเทพ-เชียงราย (ข) (กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัท บขส. สมบัติทัวร์ สยามเฟิร์สทัวร์ เชิดชัยทัวร์ ไทยพัฒนกิจขนส่ง บางกอกบัสไลน์ทัวร์
  • สาย 962 กรุงเทพ-เชียงของ (กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-พะเยา-เชียงคำ-เชียงของ) บริษัท บขส. สมบัติทัวร์บางกอกบัสไลน์ทัวร์ สยามเฟิร์สทัวร์ บุษราคัมทัวร์ เชิดชัยทัวร์
  • สาย 957 กรุงเทพ-แม่สาย (กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัท บขส. สมบัติทัวร์ สยามเฟิร์สทัวร์ เชิดชัยทัวร์ บางกอกบัสไลน์ทัวร์ นครชัยแอร์
  • สาย 660 ระยอง-เชียงราย-แม่สาย (ระยอง-พัทยา-ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา-สระบุรี-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัท นครชัยแอร์
  • สาย 660 ระยอง-เชียงราย-แม่สาย (รถด่วนพิเศษ VIP) (ระยอง-พัทยา-ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา-สระบุรี-นครสวรรค์-ตาก-ลำปาง-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัท นครชัยแอร์
  • สาย 661 เชียงราย-นครพนม (นครพนม-สกลนคร-อุดรธานี-เลย-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ สมบัติทัวร์ จักรพงษ์ทัวร์
  • สาย 651 นครราชสีมา-แม่สาย (นครราชสีมา-สระบุรี-โคกสำโรง-ตากฟ้า-เขาทราย-วังทอง-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ นครชัยทัวร์
  • สาย 633 ขอนแก่น-เชียงราย (ขอนแก่น-ชุมแพ-หล่มสัก-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-งาว-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ อีสานทัวร์ สมบัติทัวร์
  • สาย เชียงราย-อุบลราชธานี (อุบลราชธานี-ศีรษะเกษ-สุรินทร์-บุรีรัมย์-พล-ชัยภูมิ-พิษณุโลก-แพร่-เชียงราย) บริษัท นครชัยแอร์
  • สาย เชียงราย-มุกดาหาร (มุดดาหาร-กาฬสินธุ์-ขอนแก่น-ชุมแพ-หล่มสัก-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัท เพชรประเสริฐทัวร์ (เร็วๆ นี้)
  • สาย 622 พิษณุโลก-เชียงราย-แม่สาย (พิษณุโลก-สุโขทัย-สวรรคโลก-ศรีสัชนาลัย-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ สุโขทัยวินทัวร์
  • สาย 622 พิษณุโลก-เชียงราย-แม่สาย (พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ สุโขทัยวินทัวร์
  • สาย 624 พิษณุโลก-เชียงของ (พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงคำ-เทิง-เชียงของ) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ สุโขทัยวินทัวร์
  • สาย 663 นครสวรรค์-เชียงราย (นครสวรรค์-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ นครสวรรค์ยานยนต์ (นิวถาวรฟาร์มทัวร์) รถปรับอากาศโฉมใหม่
  • สาย 780 ภูเก็ต-เชียงราย (ภูเก็ต-สุราษฎร์ธานี-ชุมพร-ประจวบฯ-หัวหิน-เพชรบุรี-อยุธยา-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ ไทยพัฒนกิจขนส่ง
  • สาย 877 หาดใหญ่-เชียงราย-แม่สาย (แม่สาย-เชียงราย-พะเยา-แพร่-อุตรดิตถ์-พิษณุโลก-ทุ่งสง-พัทลุง-หาดใหญ่-ด่านนอก) บริษัท ปิยะชัยพัฒนาทัวร์
  • สาย 148 เชียงใหม่-เชียงราย (เชียงใหม่-ลำพูน-ดอยติ-ลำปาง-งาว-พะเยา-พาน-เชียงราย) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด
  • สาย 149 เชียงใหม่-แม่สาย (เชียงใหม่-ลำพูน-ดอยติ-ลำปาง-งาว-พะเยา-พาน-เชียงราย-แม่จัน-แม่สาย) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด
  • สาย 166-1 เชียงใหม่-สามเหลี่ยมทองคำ (ข) (เชียงใหม่-ลำพูน-ดอยติ-ลำปาง-งาว-พะเยา-พาน-เชียงราย-แม่จัน-เชียงแสน-สามเหลี่ยมทองคำ) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด
  • สาย 144 เชียงราย-เด่นชัย (เชียงราย-พาน-พะเยา-แพร่-เด่นชัย) บริษัท แพร่ยานยนต์ขนส่ง (หนานคำทัวร์) จำกัด
  • สาย 673 แม่สาย-แม่สอด (แม่สาย-เชียงราย-พะเยา-งาว-ลำปาง-เถิน-ตาก-แม่สอด) บริษัทผู้เดินรถได้แก่ ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด
  • รถตู้ปรับอากาศลำปาง-งาว บริษัท สหกรณ์เดินรถนครลำปาง จำกัด

รัฐวิสาหกิจและธนาคาร[แก้]

  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภองาว
  • บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สาขางาว
  • สถานีเดินรถนครลำปาง จังหวัดลำปาง สาขางาว (บริษัท ขนส่ง จำกัด)

ธนาคาร มีจำนวน 3 แห่ง ได้แก่

อ้างอิง[แก้]

  1. จำนวนประชากรและบ้าน จำแนกเป็นรายอำเภอ และรายตำบล จังหวัดลำปาง ณ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2553, สำนักบริหารทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย