การสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ พ.ศ. 2553

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

การสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 13-19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งรัฐบาลได้ส่งกำลังทหารพร้อมอาวุธสงคราม และรถหุ้มเกราะ เข้าปิดล้อมพื้นที่การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) บริเวณแยกราชประสงค์ ระหว่างการชุมนุมทางการเมืองเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม ทั้งสิ้น 56 ศพ[1] ในบรรดาผู้เสียชีวิตมีชาวต่างประเทศรวมอยู่สองศพและเจ้าหน้าที่กู้ชีพอีกสองศพ[2] ได้รับบาดเจ็บ 480 คน[3] และจนถึงวันที่ 8 มิถุนายน กลุ่มผู้ชุมนุมยังสูญหายอีกกว่า 51 คน[4] หลังแกนนำผู้ชุมนุมเข้ามอบตัวกับตำรวจเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ได้เกิดเหตุเผาอาคารหลายแห่งทั่วประเทศ รวมทั้ง เซ็นทรัลเวิลด์[5] สื่อต่างประเทศบางแห่ง ขนานนามการสลายการชุมนุมดังกล่าวว่า "สมรภูมิกรุงเทพมหานคร"[6][7] สื่อไทยบางแห่ง ขนามนามเหตุการณ์ดังกล่าวว่า "พฤษภาอำมหิต"[8]

พื้นที่แยกราชประสงค์ถูกล้อมด้วยรถหุ้มเกราะและพลแม่นปืนเป็นเวลาหลายวัน ก่อนหน้าวันที่ 13 พฤษภาคม[9] ในเย็นวันที่ 13 พฤษภาคม พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนรักษาความปลอดภัยแก่กลุ่มผู้ชุมนุม ถูกยิงที่ศีรษะด้วยวัตถุซึ่งคล้ายกับกระสุนของพลแม่นปืนระหว่างให้สัมภาษณ์แก่สำนักข่าวต่างประเทศ รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มในอีก 17 จังหวัดทั่วประเทศ และได้ออกคำสั่งให้ทหารเข้าสลายการชุมนุม จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 41 ศพ (รวมช่างภาพชาวอิตาลี) และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 250 คน เมื่อถึงเวลา 20.30 น. ของวันที่ 18 พฤษภาคม[10] ทหารนายหนึ่งเสียชีวิตจากการถูกฝ่ายเดียวกันยิง[11] ทางฝ่ายกองทัพอ้างว่าพลเรือนทั้งหมดซึ่งถูกฆ่าเป็นฝีมือของผู้ก่อการร้ายหรือไม่ก็เป็นผู้ก่อการร้ายติดอาวุธ และเน้นว่าบางคนถูกฆ่าโดยผู้ก่อการร้ายที่แต่งกายในชุดทหาร[12] ทางกองทัพได้ประกาศ "เขตยิงกระสุนจริง" และเจ้าหน้าที่แพทย์ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่[2][13][14][15] วันที่ 16 พฤษภาคม ผู้นำ นปช. กล่าวว่าพวกตนพร้อมที่จะเจรจากับรัฐบาลทันที่ที่ทหารถูกถอนกลับไป แต่รัฐบาลต้องการให้กลุ่มผู้ชุมนุมสลายตัวไปโดยไม่มีเงื่อนไข[16] รัฐบาลปฏิเสธการเรียกร้องให้หยุดยิงของวุฒิสภา และการเจรจาที่วุฒิสภาเสนอตัวเป็นตัวกลาง วันที่ 17 พฤษภาคม องค์การนิรโทษกรรมสากลเรียกร้องให้ทางกองทัพยุติการใช้กระสุนจริง[17] รถหุ้มเกราะนำการสลายการชุมนุมครั้งสุดท้ายในตอนเช้าของวันที่ 19 พฤษภาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ศพ[18] มีรายงานว่าทหารได้ยิงเจ้าหน้าที่แพทย์ซึ่งเข้าไปช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกยิง[18] แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมมอบตัวกับตำรวจและประกาศสลายการชุมนุม ในวันเดียวกัน ได้เกิดเหตุการเผาอาคารหลายแห่งทั่วประเทศ รัฐบาลจึงประกาศห้ามออกนอกเคหะสถาน และทหารได้รับคำสั่งให้ยิงทุกคนที่ก่อความไม่สงบ[18]

เนื้อหา

[แก้] เบื้องหลัง

การชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2552 หลังได้มีการจัดตั้งรัฐบาลผสมนำโดยพรรคประชาธิปัตย์ และหลังจากการตัดสินคดียึดทรัพย์ของทักษิณ ชินวัตรให้ตกเป็นของแผ่นดิน เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จึงได้ประกาศจัดการชุมนุมในกรุงเทพมหานครนับตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม เป็นต้นไป การชุมนุมดังกล่าวมีเป้าหมายเรียกร้องให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา และจัดการเลือกตั้งใหม่ อภิสิทธิ์รับมือการชุมนุมโดยการเซ็นเซอร์สื่อ และสถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ที่เข้าข่างฝ่ายผู้ชุมนุมถูกสั่งปิด ในช่วงเดือนพฤษภาคม กลุ่มผู้ชุมนุมได้ย้ายสถานที่ชุมนุมหลักจากสะพานผ่านฟ้าลีลาศไปยังแยกราชประสงค์

[แก้] ลำดับเหตุการณ์

ทหารกำลังมองไปยังสวนลุมพินี ซึ่งเป็นพื้นที่ของกลุ่มคนเสื้อแดง

[แก้] 13 พฤษภาคม

พลตรีขัตติยะ สวัสดิผล (เสธ.แดง) ถูกกระสุนปืนความเร็วสูงยิงเข้าที่กะโหลกศีรษะระหว่างให้สัมภาษณ์แก่เดอะนิวยอร์กไทมส์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยพลตรีขัตติยะเป็นผู้ที่มีแนวคิดหัวรุนแรงในกลุ่ม นปช. และกล่าวว่าแกนนำไม่มียึดมั่นในหลักการเพียงพอ[19][20] เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลหัวเฉียว หลังจาก พล.ต.ขัตติยะ ถูกยิง ก็มีเสียงปืนยิงต่อสู้ และเสียงระเบิดเกิดขึ้น ภายในพื้นที่ปิดล้อมของกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย นอกจากนี้ ยังมีการตัดไฟฟ้า บริเวณสวนลุมพินี และแยกศาลาแดง[21]

บริเวณแยกสวนลุมพินี ผู้ชุมนุมได้นำกรวยออกเพื่อเส้นทางสัญจร พร้อมทั้งขวางและผลักดันเจ้าหน้าที่ทหารไม่ให้ออกมาจากสวนลุมพินี หลังจากนั้นไม่นาน มีเสียงปืนดังติดต่อกันหลายนัด ขณะที่เจ้าหน้าที่ยิงกระสุนยางใส่ผู้ชุมนุม มีผู้บาดเจ็บ 20 ราย[22] หลังจากที่เจ้าหน้าที่เข้าปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุม บริเวณแยกศาลาแดง ประตู 2 สวนลุมพินี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการรื้อแผงจราจร ขว้างปาก้อนอิฐและสิ่งของ จำนวนหลายสิบราย ในจำนวนนี้ชาติชาย ชาเหลา ผู้ชุมนุม เสียชีวิต[23]

[แก้] 14 พฤษภาคม

เจ้าหน้าที่ตำรวจเคลื่อนเข้าไปปิดล้อมและพยายามตัดขาดกลุ่มผู้ชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อประกาศว่าอภิสิทธิ์ได้เริ่มสงครามกลางเมือง เนื่องจากเกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเกิดความแตกแยกในกองกำลังความมั่นคง สถานทูตอเมริกันและอังกฤษปิดด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย[24] ราว 13.30 น. มีการปะทะกันระหว่างทหารกับกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณหน้าสนามมวยลุมพินี ทั้งสองฝ่ายมีการยิงปืน ประทัดยักษ์และพลุตะไลตอบโต้กัน[25] มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จากการปะทะกันบริเวณหน้าสวนลุมไนท์บาซาร์[26] เมื่อเวลา 15.20 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้ย้ายไปปักหลักบริเวณแยกประตูน้ำ ถนนราชปรารภทั้งสองฝั่ง และบริเวณสถานีรถไฟฟ้าราชปรารภ[27]

ซากรถบรรทุกที่ถูกเผาทำลายกีดขวางถนนพระราม 4

เจ้าหน้าที่ทหารซึ่งประจำการบริเวณแยกบ่อนไก่ ถนนพระรามที่ 4 ได้รุกคืบเข้าควบคุมพื้นที่อีกครั้งด้วยการกลับมาวางแนวลวดหนาม หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามานำออกไปก่อนหน้านี้ ฝ่ายทหารใช้ทั้งกระสุนและแก๊สน้ำตาเข้าช่วยยึดคืนพื้นที่[28] ต่อมา เวลา 18.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเสียชีวิต 1 ราย จากการปะทะกับกองกำลังทหารบริเวณแยกบ่อนไก่ กระสุนเข้าที่ท้ายทอย[29] สถานทูตแคนาดาถูกปิดไปเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น.[30]

ในเวลาใกล้เคียงกัน เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นหน้าเวทีคนเสื้อแดง โดยเกิดเสียงคล้ายปืนดังขึ้น และมีระเบิดควันขว้างลงมาหลังเวที ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 15 คน[31] เวลา 18.40 น. เจ้าหน้าที่ทหารเคลื่อนรถหุ้มเกราะเข้าไปยังแยกศาลาแดง พร้อมกันนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าต่อต้านด้วยการขว้างขวด ระเบิดขวด และระเบิดควันเข้าใส่ เจ้าหน้าที่ทหารเตือนว่าจะนับหนึ่งถึงสามแล้วจะยิงทันที เสร็จแล้วเสียงปืนจากกองกำลังทหารที่ซุ่มอยู่บนรางรถไฟฟ้าก็ดังขึ้นทันที[32]

เวลา 21.00 น. บริเวณถนนสาทร ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ทหารตั้งแนวป้องกันปิดถนน ไม่ให้ประชาชนผ่านเข้าไปยังถนนพระรามที่ 4 ตามประกาศของ ศอฉ. โดยเจ้าหน้าที่ทหารยิงกระสุนใส่ประชาชนที่ขับรถไปตามเส้นทางถนนสาทร ช่วงบริเวณแยกไฟแดงซอยสาทร 6 หน้าโรงแรมเอฟเวอร์กรีน จนได้รับบาดเจ็บไป 1 ราย โดยถูกยิงเข้าบริเวณตาตุ่มข้อเท้าด้านขวาเจ้าหน้าที่ศูนย์เอราวัณ ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลตากสิน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ทหารยังใช้ปืนยิงขู่ประชาชน ที่ขับรถเข้ามาตามถนนสาทร มุ่งหน้าถนนพระรามที่ 4 อีกด้วย[33]

เพชรพงษ์ กำจรกิจการ ผู้อำนวยการศูนย์เอราวัณ เปิดเผยว่าตัวเลขเมื่อเวลา 22.00 น. มีผู้เสียชีวิต 7 ศพ และได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 101 คน ส่วนมากถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่ศีรษะ ปาก และช่วงท้อง[34] ต่อมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีผู้บาดเจ็บ 125 คน และเสียชีวิต 10 ศพ[35] ส่วนตามข้อมูลของเดอะเทเลกราฟนั้น ได้รายงานว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเสียชีวิตอย่างน้อย 16 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 157 คน[36]

[แก้] 15 พฤษภาคม

แนวป้องกันยางรถยนต์ของผู้ชุมนุม ที่เกิดขึ้นตามจุดปะทะต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร

เมื่อเวลา 00.30 น. เกิดเหตุรถตู้โตโยต้าคอมมิวเตอร์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฮค 8561 กรุงเทพมหานคร ขับมาบนถนนราชปรารภ มุ่งหน้าไปทางดินแดงด้วยความเร็วสูง เมื่อวิ่งมาถึงบริเวณสถานีแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน ทหารประจำด่านตรวจส่งสัญญาณให้หยุดรถ แต่รถตู้คันดังกล่าวไม่ยอมหยุด เจ้าหน้าที่ใช้ปืนยิงยางรถ แต่รถยังคงไม่หยุดวิ่ง ทหารจึงตัดสินใจระดมยิงด้วยกระสุนจนรถพรุนไปทั้งคัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสามราย รวมทั้งคนขับและเด็กชายวัย 10 ปี เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลพญาไท 1[37] ต่อมา เวลาประมาณ 9.00 น. ได้เกิดเหตุจ่าทหารอากาศนายหนึ่งเสียชีวิตจากการถูกฝ่ายเดียวกันยิง (friendly fire)[38]

เจ้าหน้าที่ทหารประกาศจัดตั้ง "เขตยิงกระสุนจริง" ในหลายพื้นที่ใกล้กับกลุ่มผู้ชุมนุม และกลุ่มผู้ชุมนุมที่เข้าไปในเขตเหล่านี้จะถูกยิงทันทีที่พบ มีรายงานว่ากลุ่มผู้ชุมนุมขาดแคลนน้ำและอาหารจากการปิดกั้นของเจ้าหน้าที่ทหาร และอาจชุมนุมต่อไปได้อีกเพียงไม่กี่วัน หลังกลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้าปล้นร้านค้าใกล้เคียง[39]

เวลา 24.00 น. ศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร รายงานรายชื่อผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ทหารกระชับพื้นที่การชุมนุม ของกลุ่มคนเสื้อแดง ตั้งแต่วันที่ 14-15 พฤษภาคม ว่ามีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 24 ศพ และบาดเจ็บ 187 คน[40]

[แก้] 16 พฤษภาคม

ผู้สื่อข่าวในบริเวณใกล้เคียงกับที่มีการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ทหารนั้นจำต้องยุติการออกอากาศสดด้วยเกรงว่าจะถูกพลแม่นปืนฝ่ายทหารในพื้นที่ยิง รัฐบาลกระตุ้นให้ผู้ชุมนุมเด็กและผู้สูงอายุออกจากพื้นที่ชุมนุมเมื่อช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น ทำให้เกิดความกลัวว่าจะมีการสลายการชุมนุมตามมา แกนนำ นปช. เริ่มบอกกลุ่มผู้ชุมนุมว่าสื่อต่างประเทศ เช่น ซีเอ็นเอ็น บีบีซี รอยเตอร์ และอื่น ๆ ไม่สามารถเชื่อถือได้ เนื่องจากสำนักข่าวเหล่านี้มีอคติ ทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรงจากผู้สนับสนุนชาวต่างประเทศ[41] วันเดียวกัน พลตรีขัตติยะ สวัสดิผล ซึ่งถูกยิงเข้าที่ศีรษะเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม เสียชีวิต[42]

เวลา 23.00 น. ศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร รายงานจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จากเหตุการณ์กระชับพื้นที่การชุมนุม ระหว่างวันที่ 14-16 พฤษภาคม สรุปล่าสุดเวลา 22.00 น. ว่ามีผู้เสียชีวิต 31 ศพ บาดเจ็บ 230 คน รวม 261 คน รับไว้รักษาตัวในโรงพยาบาล 83 ราย ในจำนวนนี้ต้องรักษาตัวในห้องไอซียู 12 ราย[43]

[แก้] 17 พฤษภาคม

เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. มีผู้ขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ คือ จ่าอากาศเอก พงศ์ชลิต มาจากซอยคอนแวนต์เข้าไปยังถนนสีลม ระหว่างนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด และเกิดการยิงต่อสู้กันขึ้นระหว่างผู้ที่อยู่ในรถกับทหารซึ่งคุมพื้นที่อยู่ริมถนน จนรถกระบะเสียหลักพุ่งชนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จอดอยู่บริเวณข้างทาง ช่วงหน้าธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ จากนั้น ได้นำผู้บาดเจ็บสองรายส่งโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน จ่าอากาศเอก พงศ์ชลิต ทิพยานนทการ ถูกยิงที่ศีรษะและเสียชีวิตในเวลาต่อมา และเรืออากาศตรีอภิชาติ ช้งย้ง อายุ 26 ปี ได้รับบาดเจ็บ คาดว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะความเข้าใจผิด[44]

เมื่อเวลา 08.30 น. ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน กรุงเทพมหานคร หรือ ศูนย์เอราวัณ เปิดเผยจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะกัน ระหว่างวันที่ 14-17 พฤษภาคม ว่า ขณะนี้มีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว จำนวน 252 ราย เสียชีวิต 35 ศพ และล่าสุด พลตรีขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ก็เสียชีวิต เพิ่มอีก 1 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นชาวต่างชาติ มีจำนวน 6 ราย ประกอบด้วย ชาวแคนาดา ชาวโปแลนด์ ชาวพม่า ชาวไลบีเรีย ชาวอิตาลี และนิวซีแลนด์ ประเทศละ 1 ราย[45]

เฮลิคอปเตอร์ทหารได้โปรยใบปลิวเหนือค่ายที่ชุมนุมหลักของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยกระตุ้นให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ กลุ่มคนเสื้อแดงตอบโต้โดยการยิงพลุตะไลใส่เฮลิคอปเตอร์ ค่ายผู้ชุมนุมถูกล้อมอย่างสมบูรณ์ และรัฐบาลประกาศเส้นตายให้สลายการชุมนุมก่อนเวลา 15.00 น. การปะทะกันยังคงดำเนินต่อไป โดยทหารยิงใส่การเคลื่อนไหวใด ๆ บริเวณแนวป้องกันของกลุ่มผู้ชุมนุมของกระสุนจริง เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ใช้ยุทธวิธีถึงตายเช่นเดียวกัน กลุ่มคนเสื้อแดงยิงประทัดใส่ทหาร และมีการประยุกต์ใช้ด้ามไม้กวาดเพื่อยิงประทัดไฟอย่างรวดเร็ว

[แก้] 18 พฤษภาคม

การปะทะกันอย่างประปรายดำเนินต่อไปในวันที่ 18 พฤษภาคม แต่การปะทะกันเหล่านี้มีความรุนแรงน้อยกว่าการเผชิญหน้าครั้งก่อน ๆ มาก[46] จำนวนผู้มีเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 39 ศพ ขณะที่การปะทะกันยังดำเนินต่อ เป็นที่เชื่อกันอย่างกว้างขวางว่าเจ้าหน้าที่ทหารจะสลายการชุมนุม เนื่องจากกำลังพลและรถหุ้มเกราะมารวมตัวอยู่โดยรอบบริเวณที่ชุมนุม และกระตุ้นให้ประชาชนและกลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งประกาศว่ากำลังจะดำเนินปฏิบัติการทางทหารในอีกไม่ช้า[47] หลังจากนั้นไม่นาน ทหารพร้อมด้วยรถหุ้มเกราะบุกเข้าไปผ่านสิ่งกีดขวางหลักของกลุ่มผู้ชุมนุม คนเสื้อแดงถูกยิงสองรายในช่วงแรกของปฏิบัติการ ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงอื่น ๆ จุดน้ำมันก๊าดใส่สิ่งกีดขวางเพื่อขัดขวางการรุกคืบของเจ้าหน้าที่และปิดบังทัศนียภาพ[48]

ศูนย์บริหารการแพทย์ฉุกเฉิน กรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) แจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ทหารกดดันกลุ่ม นปช. วันที่ 14-18 พฤษภาคม สิ้นสุดเวลา 18.00 น. เพิ่มเป็น 43 ราย บาดเจ็บรวม 365 ราย นักข่าวต่างชาติรายล่าสุดที่เสียชีวิต ชื่อโปเลนกี ฟาดิโอ ชาวอิตาลี[ต้องการอ้างอิง]

[แก้] 19 พฤษภาคม : สลายการชุมนุม

เจ้าหน้าที่ทหารกำลังยืนประทับอาวุธปืนเอ็ม-16 โดยหันปากกระบอกพร้อมเล็ง จากรางรถไฟฟ้าบีทีเอส ลงไปยังบริเวณหน้าวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ขณะเป็นที่พักพิงชั่วคราวของผู้ชุมนุม ในช่วงเย็นวันที่ 19 พฤษภาคม

ในวันที่ 19 พฤษภาคม กองทัพได้เริ่มการโจมตีเต็มรูปแบบ โดยใช้รถหุ้มเกราะและฝ่าสิ่งกีดขวางของกลุ่มคนเสื้อแดง ทหารได้รับบาดเจ็บจากระเบิดสาหัสสองนาย ซึ่งอาจเป็นเอ็ม 79 ผู้นำการประท้วงยอมมอบตัวต่อตำรวจ ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่โห่ไล่ผู้นำการชุมนุมหลังมีการยุติการชุมนุมและไม่ยอมมอบตัวต่อทางการเหมือนกับแกนนำ การปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับกองทัพยังคงดำเนินต่อไปในหลายส่วนของกรุงเทพมหานคร ได้เกิดเหตุการณ์เผาตลาดหลักทรัพย์ ธนาคาร ศูนย์การค้าอย่างน้อยสองแห่ง (รวมทั้งเซ็นทรัลเวิลด์) สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 และสิ่งกีดขวางถูกตั้งขึ้นเพื่อกีดขวางเจ้าหน้าที่ทหาร[49][50]

เอพีรายงานว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 39 ศพ บาดเจ็บกว่า 300 ราย ในช่วงการปะทะที่ดำเนินมา 7 วัน ทางรัฐบาลปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดของกลุ่มเสื้อแดงที่ขอเจรจา โดยยืนกรานว่า ผู้ชุมนุมต้องสลายตัวก่อน[51]

เมื่อเวลา 11.10 น. หลังเจ้าหน้าที่สามารถยึดพื้นที่โดยรอบสวนลุมพินีไว้ได้ จากการเข้าตรวจที่เกิดเหตุโดยรอบ ได้พบศพผู้เสียชีวิต 2 ศพ เป็นชาย อยู่ที่ด้านหลังแนวบังเกอร์ ถนนราชดำริ ในสภาพที่ถูกยิงเข้าบริเวณศีรษะ คาดว่าเป็นการ์ด นปช. หลังแนวรั้วกั้นที่เจ้าหน้าที่ทหารได้ทะลวงเข้ามาสำเร็จแล้ว อยู่ตรงกันข้ามกับตึก สก. โรงพยาบาลจุฬาฯ[52]

เวลา 18.00 น. ศูนย์เอราวัณรายงานยอดผู้บาดเจ็บ เฉพาะวันที่ 19 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. พบว่ามีผู้บาดเจ็บ 58 ราย เสียชีวิต 6 ศพ มีชาวต่างชาติได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นชาวแคนาดา 1 ราย ไม่ทราบสัญชาติ 1 ราย[53]

[แก้] ประกาศยุติการชุมนุม

เวลา 13.20 น. มติแกนนำ นปช. ตัดสินใจประกาศยุติการชุมนุม พร้อมทั้งยอมเข้ามอบตัว กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

โดยในเวลาดังกล่าว แกนนำ นปช. คนสำคัญคือ จตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, วิภูแถลง พัฒนภูมิไทย เป็นต้น ต่างขึ้นบนเวทีแยกราชประสงค์ จากนั้นจตุพร เริ่มกล่าวเป็นคนแรกว่า "ชีวิตของพวกผมเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่นี่เป็นชีวิตของคนอื่น พวกผมรอด แต่พี่น้องต้องตาย ถ้าเขาขยับมาถึงเวที ผมรู้ว่า พี่น้องพร้อมพลีชีพ ไม่รู้กี่ชีวิต เราร่วมทุกข์ร่วมสุขมายาวนานที่สุด และก็รู้กันว่า อีกไม่รู้กี่ชีวิตที่ต้องตาย ถ้าศอฉ.บุกมาถึงที่นี่ พี่น้องก็ยอมพลีชีพกันทุกคน ผมยอมไม่ได้ ฉะนั้น วันนี้ไม่ใช่ยอมจำนน แต่ไม่ต้องการให้พี่น้องเราต้องเสียชีวิตอีกแล้ว ทนความตายของพี่น้องไม่ได้อีกต่อไป พวกผมเพื่อนๆ จะเดินทางไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมรู้ว่าพี่น้องขมขื่น ทุกคนที่ขึ้นมาที่นี่ เราไม่รู้จะพูดกับพี่น้องกันอย่างไร เพราะหัวใจพี่น้องเลยความตายกันมาทุกคน วันนี้ เราหยุดความตาย แต่ยังไม่หยุดการต่อสู้ เพราะตอนนี้ยังตายอยู่เรื่อยๆ เรามาช่วยหยุดความตาย หัวใจการต่อสู้ไม่เคยหมด เราไม่ได้ทรยศ กว่าจะมาถึงเวที ไม่รู้อีกกี่ร้อยชีวิต เรามาหยุดความตายกันเถิด" ณัฐวุฒิ กล่าวว่า "เราขอยุติเวทีการชุมนุมแต่เพียงเท่านี้ แต่การต่อสู้ยังไม่ยุติ การต่อสู้ยังต้องเดินหน้าไปตามกระบวนการประชาธิปไตยต่อไป เราไม่อาจต้านทานความอำมหิตนี้ได้อีก ขอให้พี่น้องเดินออกไปทางสนามศุภชลาศัย การ์ดจะดูแลให้พี่น้องเดินทางกลับด้วยความสงบ และปลอดภัย"[54]

สำหรับแกนนำที่เข้ามอบตัวกับตำรวจทันที ตามลำดับประกอบด้วย ขวัญชัย ไพรพนา ตามด้วยจตุพร ซึ่งก้มลงกราบที่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใน สตช. และคนสุดท้าย คือ ณัฐวุฒิ โดยก่อนเข้ามอบตัว ณัฐวุฒิ กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียง หน้า สตช.อีกครั้งว่า "ขอให้พี่น้องเสื้อแดงเดินทางกลับบ้าน ส่วนจุดยืนยังเหมือนเดิม ไม่ต้องห่วงว่าแกนนำทุกคนจะสูญสิ้นอิสรภาพ เนื่องจากความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นความผิดเพียงเล็กน้อย ขอให้วางใจ ถ้าเสร็จภารกิจนี้ และได้รับความไว้วางใจจากมวลชนเหมือนเดิม จะกลับมาเป็นแกนนำเหมือนเดิม แต่ถ้ามวลชนไม่ไว้ใจอีกแล้ว ก็จะกลับมาเป็นคนเสื้อแดง ที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยเหมือนเดิม[55]

ต่อมาเวลา 23.00 น. มีรายงานเพิ่มเติม โดยได้รับการยืนยันจากพระภิกษุภายในวัดปทุมวนาราม ว่ามีผู้เสียชีวิตในวัด ขณะที่นายแพทย์ปิยะลาภ วสุวัต แพทย์กองอุบัติเหตุโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า ได้รับการติดต่อมาแล้วว่า มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ บาดเจ็บ 7 คน แต่ต้องรอถึงวันรุ่งขึ้น ทีมแพทย์จึงจะเข้าไปได้[56]

[แก้] ปฏิกิริยาของแกนนำ หลังยุติการชุมนุม

ปรากฏหลังจากนั้นว่า แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม ได้รับการรับรองที่ดีกว่าผู้ต้องหาโดยทั่วไปเป็นอย่างมาก[57]และไม่มีการใส่กุญแจมือ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นทันที ถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ[58] โดยเฉพาะการจัดให้แกนนำได้แถลงข่าวและตำรวจจับมือกับแกนนำ[59] ภายหลังมีการย้ายสถานที่ควบคุมตัว โดยให้เป็นไปตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พุทธศักราช 2548 อนึ่ง ปรากฏว่า อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง, พายัพ ปั้นเกตุ และสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แกนนำส่วนหนึ่ง หลบหนีการควบคุมตัวไปจากที่ชุมนุมแยกราชประสงค์

[แก้] การชุมนุมภายหลังการสลายการชุมนุม

การชุมนุมย่อยบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม กลุ่มคนเสื้อแดงทยอยตั้งเวทีปราศรัยย่อยหลายแห่ง เพื่อรวบรวมกลุ่มคนเสื้อแดง ทั้งผู้อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดแต่ไม่สามารถเข้าร่วมการชุมนุมที่เวทีใหญ่แยกราชประสงค์ได้ เนื่องจากมีกำลังทหารปิดล้อมทุกทิศทาง และเพื่อป้องกันมิให้ออกไปตั้งแนวปะทะกับฝ่ายทหาร โดยจุดแรก ที่บริเวณย่านคลองเตย บริเวณใต้ทางด่วนพระราม ชุมชนบ่อนไก่, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หน้าศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน, สามเหลี่ยมดินแดง, มูลนิธิบ้านเลขที่ 111 นางเลิ้ง, ที่ทำการพรรคเพื่อไทย[60] และมหาวิทยาลัยรามคำแหง[61]

จากนั้น สมยศ พฤกษาเกษมสุข สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ สุรชัย แซ่ด่าน ประกาศว่าจะชุมนุมที่จังหวัดราชบุรี ในวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2553[62] และจะเข้าสู่กรุงเทพฯ ในวันที่ 24 มิถุนายน ปีเดียวกัน[63]

[แก้] ผลที่ตามมา

อาคารส่วนของห้างฯ ZEN ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่พังถล่มลงมา

หลังแกนนำ นปช. บนเวทียุติการชุมนุม มีกลุ่มบุคคลบุกเข้าทำลายทรัพย์สิน และลอบวางเพลิงอาคารหลายแห่งในกรุงเทพมหานคร ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ยังถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงอาวุธปืนสกัดไม่ให้เข้าดับเพลิงได้

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อเวลา 14.25 น. มีกลุ่มบุคคลบุกเข้าทุบกระจกที่ชั้น 1 ของอาคารห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ฝั่งศูนย์การค้าเซน แล้วลอบเข้าไปวางเพลิงภายใน จนทำให้มีกลุ่มควัน และเปลวไฟพวยพุ่งออกมา ต่อมา มีการลอบวางเพลิงโรงภาพยนตร์สยามอีกแห่งหนึ่งเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าสกัดเพลิงได้ เพลิงได้ลุกไหม้เป็นเวลาหลายชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีการบุกเข้าทำลาย อาคารมาลีนนท์ ย่านถนนพระรามที่ 4 ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้ป้ายชื่ออาคาร และชั้นล่างของตัวอาคาร ได้รับความเสียหาย

หลังจากนั้น เกิดเหตุลอบวางเพลิงอีกหลายแห่ง เช่น ธนาคารออมสิน บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง และถนนวิภาวดีรังสิต, ร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น ใกล้สำนักงาน ป.ป.ส. และสาขาหัวมุมวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ส่งผลให้เพลิงลุกลามไปยังร้านหนังสือดอกหญ้า ซึ่งเป็นชั้นบนของอาคาร รวมทั้งศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน นอกจากนี้ ยังมีผู้ขว้างถังดับเพลิงเข้าใส่ ห้างสรรพสินค้าแพลตตินั่ม ประตูน้ำแต่ไม่มีเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นในบริเวณนี้ โดยเหตุเพลิงไหม้ทุกแห่ง รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าควบคุมเพลิงได้ เป็นเวลาหลายชั่วโมงเช่นกัน[64]

ควันไฟจากเหตุเพลิงไหม้เซ็นทรัลเวิลด์

รายการสถานที่ซึ่งเสียหายจากเหตุการณ์วางเพลิงมีดังนี้[65] [66]

  • โรงหนังสยามสแควร์
  • โรงแรมเซ็นทารา ราชประสงค์
  • อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • อาคารมหาทุนพลาซ่า
  • อาคารมาลีนนท์ อาคารเอ 1 อาคารเอ 2
  • ธ.กรุงเทพ สาขาพระราม 4
  • การไฟฟ้านครหลวง คลองเตย
  • ธนาคารกรุงไทย สาขาอโศก
  • ธนาคารกรุงเทพ สาขาอโศก
  • ธนาคารออมสิน สาขา ดินแดน
  • บ่อนไก่
  • ธนาคารกรุงเทพ สาขา ดินแดง
  • อาคารข้างสำนักงาน ป.ป.ส.
  • ธนาคารกรุงเทพ สาขาอนุสาวรีย์ชัยฯ
  • ห้างเซ็น และ เซ็นทรัลเวิลด์
  • ธนาคารกรุงเทพ สาขา สุขุมวิท ซอย 83
  • ธนาคารกสิกรไทย สาขา งามดูพลี
  • ธนาคารกรุงเทพ สาขาสาธุประดิษฐ์
  • ธนาคารกรุงเทพ
  • ธนาคารกรุงเทพ สาขาสะพานเหลือง
  • อดีตธนาคารนครหลวงไทย สาขา ดินแดง
  • อดีตธนาคารนครหลวงไทย สาขาตลาดปีนัง
  • ธนาคารกรุงเทพ สาขา คลองเตย
  • ห้างเซ็นเตอร์วัน อนุสาวรีย์ชัยฯ
  • ร้านก๋วยเตี๋ยวพระนคร อนุสาวรีย์ชัยฯ
  • ร้านทอง พหลโยธิน ซอย 1
  • เซเว่น อีเลฟเว่น หน้า ป.ป.ส.
  • ธนาคารกรุงเทพ สาขา หัวลำโพง
  • โลตัสเอ็กซ์เพรส พระราม 4
  • ป้อมตำรวจพระราม 3
  • ธนาคารกรุงไทย สาขา ตรงข้ามโรงเรียนมาแตร์เดอี สุขุมวิท
  • ธนาคารกสิกรไทย สาขาอนุสาวรีย์ชัยฯ
  • ศูนย์การค้าวัตสัน สาขาอนุสาวรีชัยฯ
  • ร้านดอกหญ้า อนุสาวรีย์
  • เซเว่น อีเลฟเว่น อนุสาวรีย์ ที่ ซอยรางน้ำ
  • ห้างบิ๊กซี ราชดำริ
  • โรงแรมแกรนด์ไดมอน พันทิพย์

[แก้] ผู้เสียชีวิต

ในเหตุการณ์นี้มีประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย 53 ศพ ในจำนวนนี้ เป็นชายไทยไม่ทราบชื่อ 4 ศพ เป็นหญิงไทยไม่ทราบชื่อ 1 ศพ ระบุชื่อได้ จำนวน 47 ศพ ทหารเสียชีวิต 9 นาย ตำรวจ 2 นาย[67] และชาวต่างประเทศเสียชีวิต 2 ราย[68][69] ทหารเสียชีวิต ได้แก่ จ่าอากาศเอกพงศ์ชลิต ทิพยานนทการ ถูกกระสุนปืน และสิบเอกอนุสิทธิ์ จันทร์แสนคอ : ถูกระเบิดเอ็ม 79 [70] นอกจากนี้ยังมีชาวต่างประเทศสองศพ คือ โปเลนกี ฟาดิโอ ซึ่งเป็นช่างภาพข่าวชาวอิตาลี และออง ลวิน ชาวพม่า ทั้งสองถูกกระสุนปืน

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ รายชื่อผู้เสียชีวิตทั้งหมด. ศูนย์เอราวัณ
  2. ^ 2.0 2.1 Nation, Rescue teams bemoan soldiers' lack of trust, 27 May 2010
  3. ^ http://krupyon.web.officelive.com/may2010.aspx
  4. ^ MThai, มูลนิธิกระจกเงาเผยจลาจลคนหาย74พบ23, 30
  5. ^ "Bangkok protest leaders surrender as curfew begins", The Irish Times, May 19, 2010. สืบค้นวันที่ 2010-05-20
  6. ^ MacKinnon, Mark. "D-Day in Battle of Bangkok", The Globe and Mail, May 19, 2010. สืบค้นวันที่ 2010-05-20
  7. ^ Condie, Bill. "Expat life in the Battle of Bangkok", The Times, May 19, 2010. สืบค้นวันที่ 2010-05-20
  8. ^ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์, พฤษภาอำมหิตกับองค์การนิรโทษกรรมสากล, 2 มิถุนายน 2010
  9. ^ CSM, Thai PM preps snipers, police to seal off Red-Shirt protest site, 13 May 2010
  10. ^ ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร, รายงานเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช.
  11. ^ TNN, ยิงอากาศโยธินควบวีโก้เข้าสีลมโดนสอยดับ1เจ็บ1, 17 May 2010
  12. ^ Bangkok Post
  13. ^ The Nation, Medics banned from entering 'red zones', 16 May 2010
  14. ^ Brisbane Times, 16 dead, more likely as Thai authorities ramp up protest crack down, 15 May 2010
  15. ^ "Thai violence claims more lives", BBC News, 15 May 2010
  16. ^ "Thailand toughens stand against spiraling protests", Reuters, 16 May 2010
  17. ^ Amnesty International, Thailand: Military Must Halt Reckless use of Lethal Force, 17 May 2010
  18. ^ 18.0 18.1 18.2 SMH, Red-Shirts on rampage in Bangkok, 19 May 2010
  19. ^ "Explainer: Thai General Shot; Army Moves to Face Protesters", New York Times, 13 May 2010. สืบค้นวันที่ 23 May 2010
  20. ^ "Explainer: Thailand's political crisis", CNN, 26 February 2010. สืบค้นวันที่ 18 May 2010
  21. ^ ด่วน!! ผู้สื่อข่าว ตปท.เผยนาที"เสธ.แดง" ถูกยิง สงสัยโดน"สไนเปอร์"ส่อง หามส่งรพ.หัวเฉียวแล้ว
  22. ^ ทหารยิงกระสุนยางไล่ม็อบระดมคนปิดทางเข้าออกสวนลุมพินี เสื้อแดงบาดเจ็บถูกหามส่งโรงพยาบาลกว่า20ราย
  23. ^ ตายแล้ว1ราย ปะทะศาลาแดง ย้ายเสธ.ไปวชิระ
  24. ^ Sian Powell and Joanna Sugden. "Violent stand-off in heart of Thai capital", 14 May 2010. สืบค้นวันที่ 16 May 2010
  25. ^ เผชิญหน้า!! ทหารยิงปืนสกัดไม่ให้ นปช.รุกคืบ หวังยึดพื้นที่คืนหน้าสนามมวยลุมพินี นปช.ยิงพลุตะไลใส่
  26. ^ ปะทะเดือด!! นปช.ถูกยิง2ราย จากเหตุยิงปะทะกันที่หน้าไนท์ บาร์ซ่าร์ ช่างภาพมติชนถูกยิงที่บริเวณขา นำตัวส่งรพ.
  27. ^ ปะทะกันอีกรอบ!! ทหาร-เสื้อแดง ยิงเข้าใส่กันที่แยกราชปรารภ รัฐหวังยึดพื้นที่คืน นปช.ถอยร่นไปถึงประตูน้ำ
  28. ^ ทหารรุกคืบวางลวดหนามแยกบ่อนไก่อีกรอบ นปช.เผายางรถยนต์กลิ้งใส่สกัดกั้น ตายแล้ว1เจ็บ12
  29. ^ แยกบ่อนไก่เดือดไม่หยุด ส่องท้ายทอยเสื้อแดงดับทันที ทหารปักหลักประเมินสถานการณ์
  30. ^ "As it happened: Unrest in Bangkok", BBC News, 14 May 2010. สืบค้นวันที่ 14 May 2010
  31. ^ บึ้มสนั่นเวทีราชประสงค์ม็อบเสื้อแดงกระเจิง แกนนำกำลังปราศรัยโดดหนีตาย บาดเจ็บ15คน
  32. ^ ยิงบึ้ม6ลูกซ้อนจุดตรวจทหารแยกศาลาแดง จนท.เคลื่อนรถหุ้มเกราะนปช.ต้านเดือดปืน-ระเบิดก้อง
  33. ^ ทหารยิงวัยรุ่น18 ปีขณะขี่จยย.มาตามถนนสาทร
  34. ^ ปฏิบัติการจนท.กระชับพื้นที่ชุมุนมปชช.ตาย 7 บาดเจ็บ 101 คนถูกยิง"หัว-ปาก-ท้อง"สอยช่างภาพร่วงหลายราย
  35. ^ Ten dead, 125 injured in Bangkok violence
  36. ^ Ian MacKinnon and Damien McElroy. "Ten killed in Thailand as police join Red Shirt protest", 14 May 2010. สืบค้นวันที่ 14 May 2010
  37. ^ ยิงรถตู้แดงแหกด่านเจ็บ 3
  38. ^ Parry (18 May 2010). "Thai stand-off as Red Shirt peace talks rejected but Army stays away". The Times (London). http://www.timesonline.co.uk/tol/news/world/asia/article7129696.ece. เรียกข้อมูลเมื่อ 20 May 2010. 
  39. ^ Doherty, Ben. "Redshirts warn of civil war as Thai troops told to shoot on sight", The Guardian, 15 May 2010. สืบค้นวันที่ 16 May 2010
  40. ^ ยอดตายพุ่ง 24 บาดเจ็บ 187 เป็นต่างชาติ 5
  41. ^ Parry, Richard Lloyd. "Violence reduces central Bangkok to a 21st-century Sarajevo", 17 May 2010. สืบค้นวันที่ 20 May 2010
  42. ^ "Seh Daeng pronounced dead at 9:20 am". The Nation. http://www.nationmultimedia.com/home/2010/05/17/politics/Seh-Daeng-pronounced-dead-at-920-am-30129546.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 20 May 2010. 
  43. ^ ยอดเหตุปะทะล่าสุด ตาย 31 เจ็บ 261
  44. ^ ถล่มเอ็ม79 สนั่นทั้งคืน รร.ดุสิตฯ-ตึกอื้อจื่อเหลียง-พระราชานุสาวรีย์ร.6 ทหารปะทะกันเองคาดเข้าใจผิด
  45. ^ ยอดผู้เสียชีวิตเหตุปะทะ14-17พ.ค. 36 ราย เจ็บ 252 ราย
  46. ^ "Thailand government rejects Bangkok protest talks offer", BBC News, 18 May 2010. สืบค้นวันที่ 2010-05-19
  47. ^ Adrees Latif and Damir Sagolj. "Bangkok burns as protest leaders surrender", Reuters, 19 May 2010. สืบค้นวันที่ 2010-05-19
  48. ^ "Troops break into Red Shirt camp - ABC News (Australian Broadcasting Corporation)". Abc.net.au. http://www.abc.net.au/news/stories/2010/05/19/2903344.htm?section=world. เรียกข้อมูลเมื่อ 2010-05-19. 
  49. ^ "RTÉ News: Thai forces to fire on looters and arsonists". Rte.ie. http://www.rte.ie/news/2010/0519/thailand.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2010-05-19. 
  50. ^ McElroy, Damien. "Thailand protests: Red shirts surrender as army storms Bangkok camp", Telegraph, 19 May 2010. สืบค้นวันที่ 2010-05-19
  51. ^ สื่อต่างประเทศตีข่าวทหารรุกคืบพื้นที่ผู้ชุมนุม
  52. ^ สื่อนอกระบุนักข่าวต่างชาติถูกยิง 3 รายคาดตาย1 ม็อบถูกยิง 2 ราย พบ 2 ศพถูกยิงหัวนอนนิ่งบนถ.ราชดำริ
  53. ^ จลาจลจุดไฟเผากรุงเทพฯ ตายเพิ่มอีก 6
  54. ^ แถลงยุติชุมนุม!
  55. ^ แดงประกาศ ยุติชุมนุม ระเบิดใกล้เวที
  56. ^ จลาจลจุดไฟเผากรุงเทพฯ ผงะอีก 9 ศพในวัดปทุมวนาราม
  57. ^ http://wordpress.tligg.net/archives/3722
  58. ^ http://talk.mthai.com/topic/112190
  59. ^ แกนนำนปช.แถลงข่าว
  60. ^ เสื้อแดงตั้งเวทีย่อยรอบนอก อนุสาวรีย์-บ่อนไก่
  61. ^ "สนนท."ตั้งเวทีย่อยหน้ารามฯหวิดปะทะนศ.
  62. ^ http://www.tnews.co.th/html/read.php?hot_id=12123
  63. ^ http://www.ch7.com/news/news_thailand_detail.aspx?c=2&p=376&d=85027
  64. ^ กลุ่มคนป่วนกรุง เผาห้างดัง CTW
  65. ^ http://news.mthai.com/general-news/77003.html
  66. ^ http://www.ryt9.com/s/tpd/903863
  67. ^ http://www.ems.bangkok.go.th/report/totaldead7-6-53.pdf
  68. ^ บีบพื้นที่ม็อบ5วัน ตาย36ศพ บาดเจ็บ280ราย
  69. ^ กระชับพื้นที่ชุมนุม ปชช.เสียชีวิต 17ต่างชาติ 3 รายเจ็บ 157 จนท.กู้ภัยถูกยิงตาย-สอยช่างภาพร่วงหลายราย
  70. ^ ดีเอสไอปิดผลสอบสลายม็อบ


เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น