สงครามจีน-เวียดนาม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สงครามจีน-เวียดนาม
(สงครามอินโดจีนครั้งที่ 3)
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามอินโดจีน และ สงครามเย็น
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ – 16 มีนาคม 2522
สถานที่ ชายแดนจีน-เวียตนาม
ผลลัพธ์ ทั้งสองฝ่ายอ้างชัยชนะ[1]
ดินแดน
เปลื่ยน
เวียดนามเสียดินแดนให้จีนเล็กน้อยในเขตจังหวัดกาวบั่งและจังหวัดหลั่งเซิน
คู่ขัดแย้ง
 จีน  เวียดนาม
ได้รับการสนับสนุนโดย:
 สหภาพโซเวียต
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
ประเทศจีน เติ้ง เสี่ยวผิง
ประเทศจีน หยาง เต๋อจี้
ประเทศจีน สิ่ว ชื่อโหยว
เวียดนาม โตน ดึ๊ก ทั้ง
เวียดนาม เล สวน
เวียดนาม หวอ เงวียน ซ้าป
เวียดนาม Văn Tiến Dũng
เวียดนาม Dam Quang Trung
เวียดนาม Vu Lap
กำลัง
ประมาณการโดยเวียดนาม: 600,000 นาย
รถถัง 400-550 คัน
ประมาณการโดยจีน: 200,000 นาย
รถถัง 400-550 คัน
ทหารประจำการ 70,000-100,000 นาย
ทหารท้องถิ่นและทหารอาสาสมัคร 150,000 นาย
กำลังพลสูญเสีย
ประมาณการโดยรัฐบาลจีน: เสียชีวิต 6,954-8,531 นาย บาดเจ็บ 14,800-21,000 นาย [2][3]

ประมาณการโดยรัฐบาลเวียดนาม: กำลังพลสูญเสีย 62,000 นาย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 26,000 นาย[4][5]

ประมาณการโดยจีน: ทหารเสียชีวิต 30,000–57,000 นายและทหารอาสาสมัครเสียชีวิต 70,000 นาย[3]
[6]
สงครามจีน-เวียดนาม
ชื่อจีน
จีนตัวเต็ม 對越自衛反擊戰
จีนตัวย่อ 对越自卫反击战
ชื่อเวียดนาม
เวียดนาม Chiến tranh biên giới Việt-Trung

สงครามจีน–เวียดนาม (เวียดนาม: Chiến tranh biên giới Việt-Trung; จีนตัวย่อ: 中越战争; จีนตัวเต็ม: 中越戰爭; พินอิน: zhōng-yuè zhànzhēng) หรือรู้จักกันในชื่อ สงครามอินโดจีนครั้งที่สาม เป็นสงครามชายแดนสั้น ๆ สู้รบกันระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามในต้นปี 2522 ประเทศจีนเปิดฉากการรุกเพื่อตอบโต้การบุกครองและยึดครองกัมพูชาของเวียดนามในต้นปี 2521 (ซึ่งยุติการปกครองของเขมรแดงที่จีนหนุนหลัง) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เฮนรี คิสซินเจอร์ เขียนว่า ผู้นำจีน เติ้ง เสี่ยวผิง มองเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเป็นความพยายามของโซเวียตที่จะ "เหยียดหนวดชั่วร้ายของมันมาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และ ... ดำเนินการขยายอาณาเขตที่นั่น" ซึ่งสะท้อนความแตกแยกระหว่างจีน–โซเวียตที่มีมานาน คิสซินเจอร์ยังสังเกตว่า "แม้ว่าการดำเนินการจะมีจุดอ่อน แต่การทัพของจีนสะท้อนการวิเคราะห์ทางยุทธศาสตร์ระยะยาวที่จริงจัง"

กำลังจีนเข้าสู่เวียดนามตอนเหนือและยึดหลายนครใกล้ชายแดน วันที่ 6 มีนาคม 2522 ประเทศจีนประกาศว่าประตูสู่กรุงฮานอยได้เปิดออกและว่าภารกิจลงโทษลุล่วงแล้ว ก่อนถอนทหารออกจากประเทศเวียดนาม ทั้งประเทศจีนและเวียดนามต่างอ้างชัยในสงครามอินโดจีนนี้ โดยกำลังเวียดนามประจำอยู่ในกัมพูชาจนถึงปี 2532 อาจกล่าวได้ว่าประเทศจีนไม่บรรลุเป้าหมายในการห้ามมิให้เวียดนามเลิกเข้าไปข้องเกี่ยวในประเทศกัมพูชา ให้หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต จึงได้มีการสะสางชายแดนจีน-เวียดนาม

แม้ว่าไม่สามารถขัดขวางเวียดนามจากกัมพูชาได้ แต่จีนสามารถแสดงให้เห็นว่าคู่แข่งคอมมิวนิสต์สมัยสงครามเย็น คือสหภาพโซเวียตนั้น ไม่สามารถคุ้มครองพันธมิตรเวียดนามได้ หลังความสัมพันธ์ที่เสื่อมลงระหว่างสหภาพโซเวียตและจีน มีการประจำทหารจีน 1.5 ล้านนายตามชายแดนจีน-โซเวียตเพื่อเตรียมสงครามเต็มขั้นกับโซเวียต

ภูมิหลัง[แก้]

เช่นเดียวกับสงครามอินโดจีนครั้งแรก ซึ่งเกิดขึ้นจากสถานการณ์ซับซ้อนหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และสงครามเวียดนามต่างปะทุจากผลพวงที่ไม่ได้ข้อยุติของความสัมพันธ์ทางการเมือง สงครามอินโดจีนครั้งที่สามเกิดขึ้นจากปัญหาคาราคาซังจากสงครามครั้งก่อน ๆ[7]

ผู้ชนะฝ่ายสัมพันธมิตรหลักในสงครามโลกครั้งที่สอง ได้แก่ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต ต่างตกลงว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของฝรั่งเศส เมื่อฝรั่งเศสไม่มีวิธียึดอินโดจีนคืนทันที มหาอำนาจตกลงว่าบริเตนจะเข้าควบคุมและทหารจะยึดครองภาคใต้ ขณะที่กำลังจีนคณะชาติจะเคลื่อนเข้ามาจากทิศเหนือ กำลังจีนคณะชาติเข้าสู่ประเทศเพื่อปลดอาวุธทหารญี่ปุ่นเหนือเส้นขนานที่ 16 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2488 เส้นขนานดังกล่าวแบ่งอินโดจีนออกเป็นเขตควบคุมจีนและบริเตน บริเตนขึ้นบกในภาคใต้ปลดอาวุธกำลังฝรั่งเศสที่ถูกกักตัวขนาดย่อม ตลอดจนบางส่วนของกำลังญี่ปุ่นที่ยอมจำนนเพื่อช่วยในการยึดเวียดนามภาคใต้คืน เนื่องจากไม่มีกำลังบริเตนเพียงพอในทันที

สงครามอินโดจีนครั้งแรก[แก้]

ความแตกแยกระหว่างจีน–โซเวียต[แก้]

สงครามเวียดนาม[แก้]

ดูบทความหลักที่: สงครามเวียดนาม

กัมพูชา[แก้]

ดูบทความหลักที่: สงครามกัมพูชา–เวียดนาม

แม้ว่าคอมมิวนิสต์เวียดนามและเขมรแดงจะเคยร่วมมือกันมาก่อน แต่ความสัมพันธ์นั้นเสื่อมลงเมื่อพล พต ผู้นำเขมรแดง เถลิงอำนาจและสถาปนากัมพูชาประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2518 หลังการปะทะหลายครั้งตามชายแดนระหว่างประเทศเวียดนามและกัมพูชา และด้วยการส่งเสริมจากผู้แปรพักตร์เขมรแดงที่หนีการกวาดล้างของเขตตะวันออก ประเทศเวียดนามจึงบุกครองกัมพูชาเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2521 เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2522 กำลังเวียดนามเข้าสู่กรุงพนมเปญและผู้นำเขมรแดงหนีไปกัมพูชาตะวันตก

กำลังทหาร[แก้]

หนังสืออ่านเพิ่มเติม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://digitalcommons.law.umaryland.edu/cgi/viewcontent.cgi?article=1057&context=mscas
  2. Zhang Xiaoming, (actually are thought to have been 200,000 with 400 – 550 tanks)"China's 1979 War with Vietnam: A Reassessment", China Quarterly, Issue no. 184 (December 2005), pp. 851–874. Zhang writes that: "Existing scholarship tends towards an estimate of as many as 10,000 PLA killed in action and another 37,000 wounded. Recently available Chinese sources categorize the PLA’s losses as 8,531 dead and some 21,000 injured, giving a total of 24,000 casualties from an invasion force of 200,000."
  3. 3.0 3.1 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ mil.chinaiiss.org
  4. Russell D. Howard, THE CHINESE PEOPLE'S LIBERATION ARMY: "SHORT ARMS AND SLOW LEGS", INSS Occasional Paper 28: Regional Security Series, USAF Institute for National Security Studies, USAF Academy, September 1999
  5. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ tonnesson
  6. Vietnam ที่ Google Books
  7. Burns, R.D. and Leitenberg, M. (1984). The Wars in Vietnam, Cambodia and Laos, 1945–1982: A Bibliographic Guide. Santa Barbara: ABC-Clio Information Services, p. xxvi.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

แหล่งที่มาเพิ่มเติม[แก้]