ชตาซี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
กระทรวงเพื่อความมั่นคงของรัฐ
Ministerium für Staatssicherheit (MfS)
Emblem Stasi.svg
ตราประทับของกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของสาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี
ภาพรวมหน่วยงาน
ก่อตั้ง8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1950 (1950-02-08)
ยุบเลิก13 มกราคม ค.ศ. 1990 (1990-01-13)[1]
Typeตำรวจลับ, หน่วยสืบราชการลับ
สำนักงานใหญ่เบอร์ลินตะวันออก, สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี
คำขวัญSchild und Schwert der Partei
(โล่และดาบของพรรค)
พนักงานพนักงานประจำการ 91,015 นาย, พนักงานนอกเครื่องแบบ (หรือ IMs) 174,000 นาย (ค.ศ. 1989)[2]
Agency ฝ่ายบริหาร

กระทรวงเพื่อความมั่นคงของรัฐ (เยอรมัน: Ministerium für Staatssicherheit, MfS) หรือ หน่วยงานความมั่นคงแห่งรัฐ (Staatssicherheitsdienst, SSD) มักเป็นที่รู้จักกันคือ ชตาซี(สัทอักษรสากล: [ˈʃtaːziː]),[n 1] เป็นหน่วยงานรักษาความมั่นคงของรัฐอย่างเป็นทางการของสาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี(เยอรมนีตะวันออก) มันได้ถูกอธิบายว่าเป็นหนึ่งในหน่วยสืบราชการลับและหน่วยงานตำรวจลับที่มีประสิทธิภาพและเข้าควบคุมปราบปรามได้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา[3][4][5][6][7][8] ชตาซีนั้นมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เบอร์ลินตะวันออก พร้อมกับโครงสร้างอันซับซ้อนในเบอร์ลิน-ลิชเทินแบร์ค และสิ่งปลูกสร้างขนาดเล็กหลายแห่งทั่วทั้งเมือง คำขวัญของหน่วยชตาซีคือ Schild und Schwert der Partei (โล่และดาบของพรรค) หมายถึงอำนาจการปกครองของพรรคเอกภาพสังคมนิยมเยอรมนี(Sozialistische Einheitspartei Deutschlands, SED) และยังเลียนแบบอย่างหน่วยเคจีบี หน่วยตำรวจลับของโซเวียตและเป็นคู่ร่วมมืออย่างใกล้ชิด ด้วยความเคารพอำนาจพรรคของตัวเอง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียต(CPSU) เอริช มีลเคอ เป็นหัวหน้าที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดของหน่วยชตาซีโดยมีอำนาจนานถึงสามสิบสองปีของการดำรงอยู่สี่สิบปีของสาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี

หนึ่งในภารกิจหลักคือ การสอดแนมประชาชน ส่วนใหญ่ผ่านทางเครือข่ายขนาดใหญ่ของประชาชนที่หันให้ข้อมูลและต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามคนใด โดยมาตรการบทลงโทษที่เปิดเผยและแอบแฝง รวมทั้งการทำลายจิตใจที่แอบซ่อนเร้นของผู้ที่ไม่เห็นด้วย (Zersetzung, หมายถึง การเน่าเปื่อย) มีการจับกุมประชาชนจำนวน 250,000 คนในฐานะนักโทษทางการเมืองในช่วงที่ดำรงอยู่[9] คณะกรรมหลักเพื่อการสำรวจ (Hauptverwaltung Aufklärung) ได้รับผิดชอบทั้งการจารกรรมและดำเนินปฏิบัติการลับในต่างประเทศ ภายใต้การนำของ มาร์คุส ว็อล์ฟ ที่มีมายาวนาน ผู้อำนวยการคนนี้ได้มีชื่อเสียงในฐานะเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในสงครามเย็น ชตาซียังคงติดต่อและผสานให้ความร่วมมือเป็นครั้งคราวกับผู้ก่อการร้ายทางด้านตะวันตก[10][11]

เจ้าหน้าที่ของหน่วยชตาซีหลายคนถูกดำเนินคดีในข้อหาก่ออาชญากรรมในช่วงหลังปี ค.ศ. 1990 ภายหลังจากการรวมประเทศเยอรมัน เอกสารในการเฝ้าระวังที่หน่วยชตาซีได้เก็บรักษาไว้ที่มีชาวเยอรมันตะวันออกหลายล้านคนได้ถูกเปิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบเอกสารส่วนบุคคลได้; ในขณะที่เอกสารเหล่านี้ได้อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานบันทึกชตาซี(Stasi Records Agency)

อ้างอิง[แก้]

  1. Vilasi, Antonella Colonna (9 March 2015). The History of the Stasi. AuthorHouse. ISBN 9781504937054 – โดยทาง Google Books.
  2. Eternal Return: Berlin Journal, 1989–2009 - jstor
  3. Chambers, Madeline,No remorse from Stasi as Berlin marks fall of Wall, Reuters, 4 Nov 2009.
  4. Angela Merkel 'turned down' job from Stasi, The Daily Telegraph, 14 November 2012.
  5. Connolly, Kate,'Puzzlers' reassemble shredded Stasi files, bit by bit, The Los Angeles Times, 1 November 2009.
  6. Calio, Jim, The Stasi Prison Ghosts, The Huffington Post, 18 November 2009.
  7. Rosenberg, Steve, Computers to solve Stasi puzzle, BBC, 25 May 2007.
  8. New Study Finds More Stasi Spooks, Der Spiegel, 11 March 2008.
  9. East Germany's inescapable Hohenschönhausen prison, Deutsche Welle, 9 October 2014.
  10. Blumenau, Bernhard (2018). "Unholy Alliance: The Connection between the East German Stasi and the Right-Wing Terrorist Odfried Hepp". Studies in Conflict & Terrorism: 1–22. doi:10.1080/1057610X.2018.1471969.
  11. Blumenau, Bernhard (2014). The United Nations and Terrorism: Germany, Multilateralism, and Antiterrorism Efforts in the 1970s. Basingstoke: Palgrave Macmillan. pp. 29–32. ISBN 978-1-137-39196-4.
  1. An abbreviation of Staatssicherheit.