ข้ามไปเนื้อหา

กอลเวย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กอลเวย์
Gaillimh (ไอริช)
นครกอลเวย์
จากบนลงล่าง: อาสนวิหารกอลเวย์, มหาวิทยาลัยกอลเวย์, จัตุรัสแอร์, ท่าเรือกอลเวย์ และเดอะลองวอล์ก
จากบนลงล่าง: อาสนวิหารกอลเวย์, มหาวิทยาลัยกอลเวย์, จัตุรัสแอร์, ท่าเรือกอลเวย์ และเดอะลองวอล์ก
ตราราชการของกอลเวย์
สมญา: 
นครแห่งเผ่า
คำขวัญ: 
Laudatio Ejus Manet In Secula Seculorum[1]
“คำสรรเสริญของพระองค์ดำรงอยู่ตราบนานเท่านาน”
กอลเวย์ตั้งอยู่ในไอร์แลนด์
กอลเวย์
กอลเวย์
ที่ตั้งของกอลเวย์ในประเทศไอร์แลนด์
กอลเวย์ตั้งอยู่ในยุโรป
กอลเวย์
กอลเวย์
กอลเวย์ (ยุโรป)
พิกัด: 53°16′19″N 9°2′56″W / 53.27194°N 9.04889°W / 53.27194; -9.04889
ประเทศ ไอร์แลนด์
จังหวัดของไอร์แลนด์คอนนอต
เทศมณฑลกอลเวย์
ได้รับกฎบัตรเมืองค.ศ. 1484
การปกครอง
  ประเภทสภานคร
  องค์กรสภานครกอลเวย์
  เขตเลือกตั้งดาลกอลเวย์เวสต์
  เขตเลือกตั้งรัฐสภายุโรปมิดแลนด์ส–นอร์ทเวสต์
พื้นที่
  ทั้งหมด
54.2 ตร.กม. (20.9 ตร.ไมล์)
ความสูง
25 เมตร (82 ฟุต)
ประชากร
 (ค.ศ. 2022)[2]
  ทั้งหมด
85,910 คน
  ความหนาแน่น1,600 คน/ตร.กม. (4,100 คน/ตร.ไมล์)
เดมะนิมชาวกอลเวย์
เขตเวลาUTC±0 (WET)
  ฤดูร้อน
(เวลาออมแสง)
UTC+1 (IST)
Eircode
H91
รหัสพื้นที่+353 (0)91
ทะเบียนพาหนะG
เว็บไซต์www.galwaycity.ie
แผนที่

กอลเวย์ (อังกฤษ: Galway; ไอริช: Gaillimh) เป็นนครในประเทศไอร์แลนด์ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะในจังหวัดคอนนอต ริมแม่น้ำคอร์ริบ ระหว่างทะเลสาบล็อกคอร์ริบกับอ่าวกอลเวย์ นครกอลเวย์เป็นศูนย์กลางเมืองสำคัญของเทศมณฑลกอลเวย์และภูมิภาคไอร์แลนด์ตะวันตก มีประชากร 85,910 คนจากสำมะโนประชากร ค.ศ. 2022[2] นครนี้มีฐานะเป็นศูนย์กลางการปกครอง การศึกษา การค้า วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของฝั่งตะวันตกของประเทศ

นครกอลเวย์มีชื่อเสียงจากภูมิประเทศริมทะเล บรรยากาศเมืองมหาวิทยาลัย ดนตรีพื้นเมืองไอริช เทศกาลศิลปะ และความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับภาษาไอริชและเกลทัคท์ของคอนเนมารา ชื่อเล่น “นครแห่งเผ่า” มาจากตระกูลพ่อค้า 14 ตระกูลที่มีบทบาทครอบงำการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของเมืองในยุคกลางและสมัยใหม่ตอนต้น[3] กอลเวย์ได้รับเลือกเป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของยุโรปประจำปี ค.ศ. 2020 ร่วมกับเมืองรีเยกาของโครเอเชีย[4][5]

ศัพท์และชื่อ

[แก้]

ชื่อภาษาไอริชของเมืองคือ "กาลยิฟ" Gaillimh[6] ชื่อนี้สัมพันธ์กับแม่น้ำคอร์ริบและพื้นที่ป้อมปราการเก่าใกล้ปากแม่น้ำในยุคแรกของการตั้งถิ่นฐาน ชื่อภาษาอังกฤษ "กอลเวย์" Galway พัฒนาขึ้นจากรูปภาษาไอริชและใช้เรียกทั้งนคร เทศมณฑล และพื้นที่ทางตะวันตกของจังหวัดคอนนอตโดยรวม

เมื่อต้องแยกระหว่างนครกับเทศมณฑล อาจใช้คำว่า “นครกอลเวย์” สำหรับเขตเมืองและหน่วยงานสภานคร และใช้ “เทศมณฑลกอลเวย์” สำหรับพื้นที่เทศมณฑลโดยรอบ

ภูมิศาสตร์

[แก้]
แม่น้ำคอร์ริบไหลผ่านใจกลางกอลเวย์ก่อนออกสู่อ่าวกอลเวย์

กอลเวย์ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำคอร์ริบ ซึ่งไหลจากทะเลสาบล็อกคอร์ริบลงสู่อ่าวกอลเวย์ ระยะทางสั้นแต่กระแสน้ำแรงของแม่น้ำทำให้พื้นที่นี้มีความสำคัญทั้งด้านยุทธศาสตร์ การประมง การเดินเรือ และพลังงานน้ำในประวัติศาสตร์ เมืองเก่าตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ ขณะที่พื้นที่เมืองสมัยใหม่ขยายออกไปทั้งสองฝั่งและต่อเนื่องสู่ย่านริมทะเล เช่น ซอลท์ฮิลล์

นครนี้ตั้งอยู่ที่จุดตัดระหว่างภูมิภาคชายฝั่งแอตแลนติกกับพื้นที่ภายในของคอนนอต ทางตะวันตกของเมืองเป็นประตูสู่คอนเนมารา ส่วนทางใต้หันสู่อ่าวกอลเวย์และหมู่เกาะแอรัน ตำแหน่งดังกล่าวทำให้กอลเวย์เป็นทั้งเมืองท่า เมืองตลาด และศูนย์กลางการเดินทางสู่ไอร์แลนด์ตะวันตก

ประวัติศาสตร์

[แก้]
ซุ้มประตูสเปน ส่วนหนึ่งของกำแพงเมืองเก่าริมแม่น้ำคอร์ริบ

พื้นที่กอลเวย์มีพัฒนาการจากป้อมและเมืองท่าบริเวณปากแม่น้ำคอร์ริบ ในยุคกลาง เมืองเติบโตขึ้นภายใต้อิทธิพลของชาวแองโกล-นอร์มันและพ่อค้าเมืองท่า การได้รับกฎบัตร ค.ศ. 1484 จากพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 เปิดทางให้ชาวเมืองเลือกนายกเทศมนตรีและองค์กรปกครองท้องถิ่นของตนเอง[3] เหตุการณ์นี้เป็นจุดสำคัญที่ทำให้กอลเวย์มีสถานะเมืองที่มีระบบปกครองและชนชั้นพ่อค้าเข้มแข็ง

ช่วงปลายยุคกลางถึงสมัยใหม่ตอนต้น กอลเวย์รุ่งเรืองจากการค้าทางทะเล โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับสเปน โปรตุเกส ฝรั่งเศส และท่าเรืออื่นในยุโรปตะวันตก เมืองถูกควบคุมโดยตระกูลพ่อค้า 14 ตระกูล ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อ “เผ่าแห่งกอลเวย์” ได้แก่ Athy, Blake, Bodkin, Browne, Darcy, Deane, Font, Ffrench, Joyce, Kirwan, Lynch, Martyn, Morris และ Skerrett ตระกูลเหล่านี้ทิ้งร่องรอยไว้ทั้งในชื่อถนน อาคารตราประจำตระกูล และภาพจำทางประวัติศาสตร์ของเมือง

ปราสาทลินช์บนช็อปสตรีต หนึ่งในมรดกทางสถาปัตยกรรมของตระกูลพ่อค้ากอลเวย์

หลังคริสต์ศตวรรษที่ 17 ความสำคัญทางการค้าของกอลเวย์ลดลงจากสงคราม การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของไอร์แลนด์ภายใต้อำนาจอังกฤษ อย่างไรก็ตาม เมืองยังคงเป็นศูนย์กลางทางศาสนา การศึกษา การค้าท้องถิ่น และการเดินทางสู่ไอร์แลนด์ตะวันตก ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 การก่อตั้งสถาบันอุดมศึกษาและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานช่วยสร้างฐานใหม่ให้เมือง

ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 และ 21 กอลเวย์เติบโตเป็นเมืองมหาวิทยาลัย เมืองบริการ เมืองวัฒนธรรม และเมืองท่องเที่ยว ความสำเร็จด้านเทศกาล ศิลปะ ดนตรี และความคิดสร้างสรรค์ทำให้กอลเวย์มีชื่อเสียงเกินขนาดประชากร และกลายเป็นหนึ่งในเมืองที่มีภาพลักษณ์โดดเด่นที่สุดของไอร์แลนด์

เศรษฐกิจ

[แก้]
ช็อปสตรีต ย่านการค้าและถนนคนเดินสายสำคัญของกอลเวย์

เศรษฐกิจของกอลเวย์มีรากจากการค้าและท่าเรือ ก่อนขยายสู่บริการ การศึกษา เทคโนโลยี สุขภาพ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และการท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน ใจกลางเมืองมีถนนคนเดิน ร้านค้า ร้านอาหาร ผับ โรงละคร และพื้นที่สาธารณะที่ดึงดูดทั้งชาวเมือง นักศึกษา และนักท่องเที่ยว

ท่าเรือกอลเวย์เคยเป็นหัวใจของการค้าทางทะเลในยุคกลางและสมัยใหม่ตอนต้น ปัจจุบันพื้นที่ท่าเรือยังคงมีบทบาทด้านพาณิชย์และเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์เมืองริมอ่าว ขณะเดียวกันเศรษฐกิจเมืองร่วมสมัยพึ่งพาภาคบริการ ความรู้ และการท่องเที่ยวมากขึ้น

ภาควัฒนธรรมและเทศกาลมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของกอลเวย์เป็นพิเศษ เทศกาลต่าง ๆ เช่น Galway International Arts Festival, Galway Film Fleadh และ Galway Races ทำให้เมืองมีฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีชีวิตชีวา และช่วยสร้างภาพลักษณ์ของกอลเวย์ในฐานะเมืองแห่งศิลปะ ดนตรี และการรวมตัวทางสังคม

การศึกษา

[แก้]
อาคารควอดแรงเกิลของมหาวิทยาลัยกอลเวย์

กอลเวย์เป็นเมืองมหาวิทยาลัยสำคัญของไอร์แลนด์ สถาบันอุดมศึกษาที่สำคัญที่สุดคือมหาวิทยาลัยกอลเวย์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำคอร์ริบทางตะวันตกของใจกลางเมือง มหาวิทยาลัยก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1845 และพัฒนาจาก Queen’s College Galway มาเป็น University College Galway, National University of Ireland Galway และ University of Galway ในปัจจุบัน[7]

อีกสถาบันสำคัญคือ Atlantic Technological University ซึ่งมีวิทยาเขตในกอลเวย์และภูมิภาคตะวันตกของไอร์แลนด์ ทำให้เมืองมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการศึกษา การวิจัย นวัตกรรม และการฝึกวิชาชีพของคอนนอต การมีนักศึกษาจำนวนมากส่งผลต่อบรรยากาศเมือง เศรษฐกิจกลางคืน ตลาดเช่าที่อยู่อาศัย และกิจกรรมวัฒนธรรมอย่างชัดเจน

คมนาคม

[แก้]
สถานีรถไฟและสถานีรถโดยสารกลางกอลเวย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางระหว่างเมือง

กอลเวย์เป็นจุดปลายทางสำคัญของการคมนาคมจากฝั่งตะวันออกสู่ฝั่งตะวันตกของไอร์แลนด์ ถนน M6 เชื่อมกอลเวย์กับดับลินผ่านแอทโลน ส่วนถนน N59 เชื่อมเมืองกับคอนเนมาราและพื้นที่ตะวันตกของเทศมณฑลกอลเวย์ เส้นทาง N84 เชื่อมกับเฮดฟอร์ดและคาสเซิลบาร์ ขณะที่ถนนชายฝั่งรอบอ่าวกอลเวย์เชื่อมเมืองกับหมู่บ้านและแหล่งท่องเที่ยวทางใต้ของเทศมณฑล

สถานีรถไฟหลักของเมืองคือสถานีเซนต์กอลเวย์ ให้บริการรถไฟระหว่างเมืองโดย Iarnród Éireann ไปยังดับลิน ฮิวสตัน และเส้นทางเชื่อมต่ออื่น ๆ ผ่านแอทโลน[8] เมืองยังมีบริการรถโดยสารระหว่างเมืองและรถโดยสารท้องถิ่น เชื่อมโยงพื้นที่ชานเมือง มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และเส้นทางสู่คอนเนมารา

ปัญหาการจราจรและการพึ่งพารถยนต์เป็นประเด็นสำคัญของการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ แผนพัฒนานครกอลเวย์จึงให้ความสำคัญกับการเดินทางอย่างยั่งยืน การเดินเท้า การปั่นจักรยาน ระบบขนส่งสาธารณะ และการจัดการการเติบโตของเมือง[9]

วัฒนธรรม

[แก้]
จัตุรัสแอร์ พื้นที่สาธารณะสำคัญใจกลางกอลเวย์

กอลเวย์เป็นหนึ่งในเมืองวัฒนธรรมสำคัญของไอร์แลนด์ มีชื่อเสียงด้านดนตรีพื้นเมือง ศิลปะร่วมสมัย โรงละคร วรรณกรรม เทศกาล และวัฒนธรรมผับ ใจกลางเมืองมีนักดนตรีเปิดหมวก การแสดงริมถนน และกิจกรรมกลางแจ้งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะบริเวณช็อปสตรีต คีย์สตรีต ละตินควอเตอร์ และจัตุรัสแอร์

เมืองนี้เป็นที่ตั้งของเทศกาลสำคัญหลายงาน เช่น Galway International Arts Festival, Galway Film Fleadh, Cúirt International Festival of Literature และ Galway Races เทศกาลเหล่านี้ทำให้กอลเวย์เป็นเมืองที่เชื่อมศิลปะพื้นบ้าน ไอริชร่วมสมัย และเครือข่ายวัฒนธรรมนานาชาติได้อย่างเด่นชัด

การแสดงในเทศกาล Galway International Arts Festival

การได้รับตำแหน่งเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของยุโรป ค.ศ. 2020 สะท้อนบทบาทของกอลเวย์ในฐานะเมืองวัฒนธรรมระดับยุโรป แม้โครงการในปีดังกล่าวได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 แต่รัฐบาลไอร์แลนด์ยังจัดทำรายงานประเมินและกรอบมรดกสืบเนื่องจากโครงการ Galway 2020[5]

สถานที่สำคัญ

[แก้]
อาสนวิหารกอลเวย์ริมแม่น้ำคอร์ริบ

สถานที่สำคัญของกอลเวย์กระจุกตัวอยู่บริเวณเมืองเก่า ริมแม่น้ำคอร์ริบ และชายฝั่งอ่าวกอลเวย์ ซุ้มประตูสเปนเป็นส่วนที่เหลือของกำแพงเมืองเก่าและเป็นสัญลักษณ์ของกอลเวย์ยุคเมืองท่า ส่วนปราสาทลินช์บนช็อปสตรีตเป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมเมืองของตระกูลพ่อค้าผู้มั่งคั่งในยุคกลาง

อาสนวิหารกอลเวย์ (Cathedral of Our Lady Assumed into Heaven and St Nicholas) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำคอร์ริบบนพื้นที่เรือนจำเก่า เปิดใช้ใน ค.ศ. 1965 และกลายเป็นหนึ่งในอาคารศาสนาขนาดใหญ่ที่สุดและสังเกตเห็นได้ชัดที่สุดของเมือง[10]

เดอะลองวอล์กและกลุ่มอาคารสีสันสดบริเวณปากแม่น้ำคอร์ริบ

เดอะลองวอล์กและเขตคลัดดาห์เป็นภาพจำริมอ่าวของกอลเวย์ บ้านสีสันสดริมปากแม่น้ำและทิวทัศน์สู่อ่าวกอลเวย์ทำให้พื้นที่นี้เป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมือง ส่วนซอลท์ฮิลล์เป็นย่านชายทะเลที่มีทางเดินริมอ่าว ชายหาด และทิวทัศน์สู่เดอะเบอร์เรนและหมู่เกาะแอรันในวันที่อากาศเปิด

อ่าวกอลเวย์มองจากย่านซอลท์ฮิลล์

พิพิธภัณฑ์นครกอลเวย์ตั้งอยู่ใกล้ซุ้มประตูสเปน ทำหน้าที่รวบรวมและจัดแสดงประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปะ และชีวิตสังคมของเมือง[11]

กีฬา

[แก้]

กอลเวย์มีวัฒนธรรมกีฬาหลากหลาย ทั้งกีฬาเกลิก ฟุตบอล รักบี้ พายเรือ แล่นเรือ และกิจกรรมทางน้ำ กีฬาเกลิกมีบทบาทสำคัญในอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยทีมกอลเวย์แข่งขันทั้งฟุตบอลเกลิกและเฮอร์ลิงในระดับจังหวัดและระดับชาติ

รักบี้มีฐานสำคัญจากทีม Connacht Rugby ซึ่งใช้สนามเดอะสปอร์ตส์กราวนด์ในกอลเวย์เป็นสนามเหย้า เมืองยังมีวัฒนธรรมการแข่งม้าที่เด่นชัด โดย Galway Races เป็นหนึ่งในงานกีฬาและสังคมประจำปีที่มีชื่อเสียงที่สุดของไอร์แลนด์ และมีผลต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเมืองอย่างมาก

เมืองพี่น้อง

[แก้]

กอลเวย์มีความสัมพันธ์เมืองพี่น้องและความร่วมมือทางวัฒนธรรมกับหลายเมืองในยุโรปและอเมริกาเหนือ ความสัมพันธ์เหล่านี้สะท้อนบทบาทของกอลเวย์ในฐานะเมืองท่า เมืองมหาวิทยาลัย และเมืองวัฒนธรรมที่มีเครือข่ายนานาชาติ โดยเฉพาะผ่านกิจกรรมศิลปะ การศึกษา และชุมชนชาวไอริชพลัดถิ่น

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "William R. Wilde's Loch Coirib – Its Shores and Islands". Galway.net. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 15 มีนาคม 2021. สืบค้นเมื่อ 12 สิงหาคม 2010.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. 1 2 "Census 2022 Summary Results show Galway's population grew to 277,737". Central Statistics Office. 30 พฤษภาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 3 มิถุนายน 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. 1 2 "Medieval Galway". Galway City Museum. สืบค้นเมื่อ 3 มิถุนายน 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. "2020 European Capitals of Culture: Rijeka and Galway". European Commission. 2 มกราคม 2020. สืบค้นเมื่อ 3 มิถุนายน 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. 1 2 "European Capital of Culture". Government of Ireland. สืบค้นเมื่อ 3 มิถุนายน 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. "Gaillimh / Galway". Logainm.ie. สืบค้นเมื่อ 3 มิถุนายน 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. "Our History & Heritage". University of Galway. สืบค้นเมื่อ 3 มิถุนายน 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  8. "Galway Ceannt Station". Iarnród Éireann. สืบค้นเมื่อ 3 มิถุนายน 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. "Galway City Development Plan 2023-2029". Galway City Council. สืบค้นเมื่อ 3 มิถุนายน 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  10. "Opening of Galway Cathedral". Galway City Museum. สืบค้นเมื่อ 3 มิถุนายน 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  11. "Galway City Museum". Galway City Museum. สืบค้นเมื่อ 3 มิถุนายน 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]