รายชื่อกลุ่มแยกในกองทัพไทย
รายชื่อกลุ่มแยกในกองทัพไทย เป็นกลุ่มที่มีความมุ่งหมายทางการเมืองร่วมกัน หรือรักษาฐานอํานาจในกองทัพเอาไว้ โดยการจับมือกันเป็นวิธีบรรลุเป้าหมาย ผลักดันวาระ และฐานะของพวกตน[ต้องการอ้างอิง]
จปร.5
[แก้]จปร.5 (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 5) เป็นกลุ่มนายทหารที่ซึ่งเข้าศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 5 มีบทบาทสำคัญในการเมืองสมัยรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการปราบกบฏทหารนอกราชการ (กบฏ 9 กันยา) เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2528 ต่อมานายทหารกลุ่มนี้เป็นแกนนำสำคัญในการรัฐประหารรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 ในนามคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ต่อมา พล.อ.สุจินดา คราประยูร ผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะรองประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทำให้ประชาชนไม่พอใจจนกลายเป็นพฤษภาทมิฬในเวลาต่อมา ปัจจุบันนายทหารกลุ่ม จปร.5 ได้ยุติบทบาททางการเมืองไปแล้วภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ [ต้องการอ้างอิง]
บุคคลสำคัญของกลุ่ม เช่น
- พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการทหารสูงสุด แกนนำคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) อดีตนายกรัฐมนตรี
- พล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี อดีตผู้บัญชาการทหารบก เลขาธิการคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.)
- พล.อ.วิโรจน์ แสงสนิท[1] อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด
- พล.อ.เลิศ พึ่งพักตร์[1][2]
นอกจากนี้ กลุ่ม จปร.5 ยังเป็นแกนนำในการรวบรวมนายทหารจากเหล่าทัพต่าง ๆ ภายใต้รหัส "0143"[3]
จปร.7
[แก้]จปร.7 หรือ กลุ่มยังเติร์ก (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 7) เป็นกลุ่มนายทหารหนุ่ม ซึ่งเข้าศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 7 มีบทบาทสำคัญในการเมือง โดยสนับสนุนให้ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ดำรงตำแหน่งนายกัฐมนตรีในปี พ.ศ. 2520 ต่อมาได้เปลี่ยนมาสนับสนุน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีใน ปี พ.ศ. 2523[4] กลุ่มนี้เป็นกำลังสำคัญในพยายามรัฐประหาร 2 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จทั้ง 2 ครั้ง คือ กบฏเมษาฮาวาย (พ.ศ. 2524) และกบฏ 9 กันยา (พ.ศ. 2528) ด้วยในช่วงเวลานั้นหลายคนมีตำแหน่งคุมกำลังพล และหลายคนได้ผ่านสงครามครั้งสำคัญๆ มามาก เช่น สงครามเกาหลี, สงครามเวียดนาม, สงครามกลางเมืองลาว ปัจจุบันนายทหารกลุ่ม จปร.7 ได้ยุติบทบาททางการเมืองไปแล้ว[ต้องการอ้างอิง]
บุคคลสำคัญของกลุ่ม เช่น
- พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร อดีตประธานวุฒิสภาและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์
- พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)
- พ.อ.ประจักษ์ สว่างจิตร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร พรรคชาติไทย เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร รวมถึง
- พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นต้น
- พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์[5]
เตรียมทหาร 10
[แก้]
เตรียมทหาร 10 หรือ ตท.10 (โรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 10) เป็นกลุ่มนายทหารและตํารวจรุ่นเดียวกับ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 23 ปลายปี พ.ศ. 2552 มีข่าวว่า พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (อ.ย.) ประกาศเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และแถลงว่าจะมีเพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 อีกจำนวนมากเข้าร่วมพรรคด้วย[6][7][8] ปัจจุบันนายทหารและนายตํารวจกลุ่มเตรียมทหาร 10 หรือ ตท.10 ได้ยุติบทบาททางการเมืองแล้ว[ต้องการอ้างอิง]
บุคคลสำคัญของกลุ่ม ได้แก่
- พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ
- พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตผู้บัญชาการทหารบก (ต่อมาเป็นนายทหารในกลุ่มบูรพาพยัคฆ์)
- พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
- พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
- พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด
- พล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
- พล.อ.ฉัตรชัย ถาวรบุตร อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย
- พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต อดีตหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
- พล.อ.ศานิต พรหมมาศ อดีตผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์
- พล.อ.จิรสิทธิ เกษะโกมล อดีตแม่ทัพน้อยที่ 1
- พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
- พล.ร.อ.วัลลภ เกิดผล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ประเทศไทย) พ.ศ. 2557
- พล.ท.มะ โพธิ์งาม อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี
- พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2
- พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง อดีตเสนาธิการทหารบก
- พล.อ.พรชัย กรานเลิศ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก
- พล.อ.อ.หม่อมหลวงสุทธิรัตน์ เกษมสันต์ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ
- พล.อ.เรืองศักดิ์ ทองดี[9] อดีตผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน
- พล.อ.อำนวย ถิระชุณหะ อดีตผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
- พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง อดีตรักษาการเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
- พล.อ.อนันตร์ บุญรำไพ อดีตรองหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา
- พล.อ.ไตรศักดิ์ อินทรรัสมี อดีตผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22
- พล.อ.วรวัฒน์ อินทรทัต อดีตเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม
- พล.ต.สุริโย อินทร์บำรุง อดีตผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33
- พล.อ.ท.วันชัย ธนสุกาญจน์ อดีตหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ[10]
- พล.อ.อภิชัย ทรงศิลป์ อดีตประธานคณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม
- พล.อ.วรวิทย์ ชินะนาวิน อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
- พล.ร.อ.ชัยวัฒน์ พุกกะรัตน์ อดีตรองเสนาธิการทหาร
- พล.อ.กิตติทัศน์ บำเหน็จพันธุ์ เจ้ากรมการทหารสื่อสาร
- พล.ร.อ.นิพนธ์ จักษุดุลย์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารเรือ
- พล.อ.ภุชงค์ รัตนวรรณ อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ
- พล.อ.ดุลกฤต รักษ์เผ่า อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา
- พล.อ.อรรณพ สมบัติทวี อดีตรองเจ้ากรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย
- พล.อ.วีระยุทธ จิตต์ศิริ อดีตหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บัญชาการทหารสูงสุด
- พล.อ.วุทธิ์ วิมุกตะลพ อดีตเจ้ากรมการขนส่งทหารบก
- พล.ร.อ.รพล คำคล้าย อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม
- พล.อ.สิงห์ทอง พลอยแดง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
- รศ. พันเอก ดร.วรศิษย์ อุชัย อดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยนครพนม[11]
- เรืออากาศโท นรหัช พลอยใหญ่ อดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายรักษามาตรฐานและบริหารทั่วไป บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
- พลเรือเอก สีวิชัย สิริสาลี อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
- พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (อ.ย.)
วงศ์เทวัญ
[แก้]
วงศ์เทวัญ ใช้เรียกทหารบกที่รับราชการในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (กรม ทม.ที่ 1 มหด.รอ.) และกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ซึ่งมีฐานอำนาจที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีหน้าที่หลักในการถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์ ดูแลความสงบเรียบร้อยทั้งพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งต่อมาจะได้เป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยระดับคุมกำลังพลที่มีผลต่อความมั่นคงของชาติ[12] เนื่องจากหน่วยที่มีความใกล้ชิดกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองทัพบก ซึ่งบุตรหลานของนายทหารระดับสูงได้รับการอุปถัมภ์ให้เติบโตในเส้นทางการรับราชการ[13] และมักอยู่ในเมืองหลวงเป็นหลัก จึงถูกเรียกว่าเป็นสายเทพ และเป็นที่มาของคำว่า "วงศ์เทวัญ" ซึ่งชื่อนี้มาจากนิทานเรื่อง "อิเหนา" ซึ่ง "วงศ์เทวัญ" หรือ "วงศ์อสัญแดหวา" เป็นชื่อวงศ์ของเทพทั้ง 4 ที่มาจุติบนโลกมนุษย์ และลูกหลานก็ถือเป็น "วงศ์เทวัญ" นั่นเอง[14] โดยผู้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในช่วงปี พ.ศ. 2497-2518 และ พ.ศ. 2525-2546 มักจะเป็นนายทหารที่เคยรับราชการในหน่วยนี้[15]
บุคคลสําคัญที่สื่อมวลชนมักกล่าวถึงตั้งแต่ในอดีต ได้แก่
- พล.อ.สมทัต อัตตะนันทน์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก
- พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี อดีตรองผู้บัญชาการทหารบก
- พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี
- พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี
- พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก
- พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ อดีตผู้บัญชาการทหารบก
บูรพาพยัคฆ์และทหารเสือราชินี
[แก้]
บูรพาพยัคฆ์ ใช้เรียกทหารบกที่รับราชการในกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 รอ.) และกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) เดิมเป็นฉายานามของหน่วยกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ที่สัญลักษณ์ของหน่วยมีคำว่า "บูรพาพยัคฆ์" อยู่ใต้รูปเสือกับดาบ เพราะในสมัยก่อนผู้บังคับการกรมทหาราบที่ 2 รักษาพระองค์ จะเป็นผู้บัญชาการกองกำลังบูรพารับผิดชอบพื้นที่ชายแดนฝั่งตะวันออกทั้งหมด ซึ่งขณะนั้นมีสถานการณ์การรบกับกัมพูชาที่รุนแรงมาก เหล่านักรบบูรพาพยัคฆ์ได้ต่อสู้อย่างห้าวหาญ ดุเดือด เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ยุทธการที่ทำให้เหล่านักรบบูรพาพยัคฆ์จดจำไม่ลืม คือ ยุทธการบ้านโนนหมากมุ่น เมื่อปี พ.ศ. 2523 และต่อมาก็ได้ขยายรวมไปถึงใช้เรียกกลุ่มทหารกองทัพบกที่รับราชการในกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
ทหารเสือราชินี ใช้เรียกทหารบกที่รับราชการในกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) เป็นกลุ่มย่อยหนึ่งในกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) บุคคลสำคัญของกลุ่มที่มีสื่อมวลชนมักกล่าวถึงตั้งแต่ในอดีต ได้แก่ พันโทณรงค์เดช นันทโพธิ์เดช และเริ่มเข้ามามีบทบาทในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกภายหลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผู้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ในปี พ.ศ. 2546[16]
เมื่อเกิดการรัฐประหารใน พ.ศ. 2549 ที่โค่นล้มรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตรแล้ว ขั้วอำนาจในกองทัพถูกเปลี่ยนผ่านจากกลุ่มเตรียมทหาร 10 มาสู่กลุ่มบูรพาพยัคฆ์[16] คือ กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) (ทหารเสือราชินี) และกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) ที่มีฐานอํานาจอยู่ที่ภาคตะวันออกมากกว่า เพราะเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในรัฐประหารและมีบทบาททางการเมือง ต่อมามีการวางสายผู้บัญชาการทหารบกให้กลุ่มบูรพาพยัคฆ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.คณิต สาพิทักษ์ ในตำแหน่งแม่ทัพภาค 1 ซึ่งอาจจะยังมีเสนาธิการจากกลุ่มบูรพาพยัคฆ์อีก ทำให้ในปี พ.ศ. 2553 มีเสียงร่ำลือกันว่า ยังความไม่พอใจมาสู่ทหารกลุ่มวงศ์เทวัญที่เดิมเคยกุมอำนาจมาก่อน จนกลายเป็นความขัดแย้งกันลึก ๆ ในกองทัพบก[17] ทหารกลุ่มนี้เป็นกำลังสำคัญในรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 และพ.ศ. 2557 รวมทั้งยังถือเป็นขั้วอำนาจสำคัญทางฝ่ายทหารที่มีอิทธิพลต่อรัฐบาลในระหว่างการรัฐประหารทั้งสองครั้งดังกล่าว
ระหว่างปี พ.ศ. 2550 - 2559 ผู้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก เป็นนายทหารที่เคยรับราชการในหน่วยนี้[15]
บุคคลสำคัญของกลุ่มที่มีสื่อมวลชนมักกล่าวถึงตั้งแต่ในอดีต เช่น
- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการทหารบก
- พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก
- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี อดีตผู้บัญชาการทหารบก
- พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีตผู้บัญชาการทหารบก
- พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์[18] อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม
- พล.อ.ธีรชัย นาควานิช อดีตองคมนตรี อดีตผู้บัญชาการทหารบก
รบพิเศษ
[แก้]
รบพิเศษ หรือ ทหารหมวกแดง ใช้เรียกทหารบกที่รับราชการในกองพลรบพิเศษที่ 1 (พล.รพศ. 1) และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) ซึ่งมีฐานอํานาจทั่วประเทศ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) ถือเป็นหน่วยที่เป็นเขี้ยวเล็บของกองทัพบก มีหน้าที่หลักในการเกี่ยวกับการสงครามพิเศษทั้งปวง ตั้งแต่การวางแผน อำนวยการ กำกับการทั้งด้านการฝึก ศึกษา และการปฏิบัติงาน เป็นหน่วยหวังผลทางยุทธศาสตร์มีบทบาทในการออมกำลัง และชดเชยอำนาจกำลังรบที่เสียเปรียบ ตลอดจนเข้าแก้ไขวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ของบ้านเมือง ซึ่งต่อมาผู้บังคับบัญชาในหน่วยจะได้เป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยระดับคุมกำลังพลที่มีผลต่อความมั่นคงของชาติ
บุคคลสําคัญที่สื่อมวลชนมักกล่าวถึงตั้งแต่ในอดีต ได้แก่
- พล.อ.เทียนชัย สิริสัมพันธ์
- พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์
- พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
- พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
- พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท
ทหารคอแดง
[แก้]ทหารคอแดง ใช้เรียกทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารที่อยู่ในสังกัดหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยส่วนพระองค์ (ถป.รอ.) ซึ่งรวมถึงกองบัญชาการทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ (บก.ทม.รอ.) และข้าราชการทหารสังกัดกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศที่มีตำแหน่งหน้าที่ในหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (ฉก.ทม.รอ. 904) ควบคู่กับตำแหน่งในกองทัพต้นสังกัด โดยผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรของโรงเรียนทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ทหารคอแดงเริ่มมีบทบาทในกองทัพหลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557
บุคคลสําคัญที่สื่อมวลชนมักกล่าวถึง ได้แก่
- พล.อ.จักรภพ ภูริเดช
- พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์
- พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้
- พล.อ.ธรรมนูญ วิถี
- พล.อ.อ.อํานาจ จีระมณีมัย
ตท.6
[แก้]ตท.6 เป็นรุ่นของนายทหารซึ่งจบจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 6 และเป็นผู้ก่อรัฐประหารใน พ.ศ. 2549 ได้แก่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน (ผู้บัญชาการทหารบก), พล.ร.อ.สถิรพันธ์ เกยานนท์ (ผู้บัญชาการทหารเรือ) และ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข (ผู้บัญชาการทหาอากาศ)[19] นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ก็เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นนี้[20]
ตท.22
[แก้]ตท.22 หมายถึงผู้นำเหล่าทัพซึ่งจบจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 22 ซึ่งได้ดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. 2565-2566 ได้แก่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ (ผู้บัญชาการทหารบก), พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ (ผู้บัญชาการทหารเรือ), พล.อ.อ.ธนศักดิ์ เมตะนันท์ (ผู้บัญชาการทหาอากาศ) และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ (ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ)[21][22] อย่างไรก็ตามไม่ปรากฏว่านายทหารกลุ่มนี้มีบทบาททางการเมือง
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 คณะทหารหนุ่ม (48) | จปร.7 โดดเด่น กับปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในปวศ.กองทัพบก - มติชนสุดสัปดาห์
- ↑ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ บิ๊กสุ วัดโสมนัส อานันท์-เพื่อนจปร. 5 ร่วมไว้อาลัย
- ↑ "คณะทหารหนุ่ม (56) | การรวมตัวภายใต้รหัส 0143 ตำนานการรวมรุ่นนายทหาร ทบ. - มติชนสุดสัปดาห์". มติชนสุดสัปดาห์. 2023-09-21. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2025-08-03. สืบค้นเมื่อ 2025-10-21.
- ↑ คณะทหารหนุ่ม (41) | "ขาลง" ของเกรียงศักดิ์ กับส.ว.ที่ "ตั้งมากับมือ" - มติชนสุดสัปดาห์
- ↑ คณะทหารหนุ่ม (63) | ยังเติร์ก-บิ๊กจิ๋ว ความเป็นนายลูกน้อง ตัดไม่ขาด - มติชนสุดสัปดาห์
- ↑ 52 ตท.10ตบเท้าเข้าเพื่อไทย
- ↑ อดีตนายทหาร 3เหล่าทัพ-ตร.ตท.รุ่น10เพื่อน"ทักษิณ"ตบเท้าเข้า"เพื่อไทย"
- ↑ พลอากาศเอก สุเมธ โพธิ์มณีจากไทยรัฐ
- ↑ พระราชทานยศทหาร พ.ศ. 2553
- ↑ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอน 34 ง หน้า 32 วันที่ 28 เมษายน 2548
- ↑ รองอธิการบดีให้การต้อนรับ
- ↑ "วงศ์เทวัญ-บูรพาพยัคฆ์" ร้าวลึก!
- ↑ การกลับมาของ ‘วงศ์เทวัญ’ ในการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในรอบ 15 ปี – THE STANDARD
- ↑ “วงศ์เทวัญ – บูรพาพยัคฆ์” แม่น้ำสองสาย ยามที่ไหลรวมเพื่อเอกภาพ
- 1 2 การกลับมาของ ‘วงศ์เทวัญ’ ในการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในรอบ 15 ปี – THE STANDARD
- 1 2 ย้อนเส้นทางบูรพาพยัคฆ์ เติบโตยุคทักษิณ ชินวัตร ก่อนหยั่งรากครองตำแหน่ง ผบ.ทบ. กว่าทศวรรษ – THE STANDARD THE STANDARD : สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ.
- ↑ "วงศ์เทวัญ-บูรพาพยัคฆ์" ร้าวลึก!
- ↑ Marwaan Macan-Markar, “On top at last, in civilian clothes” in The Edge Review, edition of August 22-28. อ้างใน Bangkok Pundit. In post-coup Thailand, what is happening with Prem? เก็บถาวร 2015-07-01 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. Asian Correspondent. (Sep 09, 2014). สืบค้น 11-9-2014.
- ↑ บทวิเคราะห์ : ตท.22 สร้างประวัติศาสตร์คุม 4 เหล่าทัพ | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส
- ↑ บิ๊กป้อม แจ่มใส เพื่อน ตท.6 รดน้ำขอพร ร้อง 'เฮ้ย!!' เจอสื่อถามรีเทิร์นเข้า ครม.เศรษฐา
- ↑ ตรวจแนวรบ "ตท.22" กระชับแผงอำนาจ คุมท็อปบู๊ต ยึด 3 เหล่าทัพ
- ↑ จารึกประวัติศาสตร์! ‘ตท.รุ่น 22’ ผงาดคุม 4 เหล่าทัพ