เจ้าคุณพระประยุรวงศ์ (เจ้าคุณจอมมารดาแพ ในรัชกาลที่ 5)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าคุณพระประยุรวงศ์
เจ้าคุพระประยูรวงศ์(แพ).jpeg
เกิดแพ บุนนาค
5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2397
เสียชีวิต22 มีนาคม พ.ศ. 2486 (88 ปี)
บ้านบรรทมสินธุ์ จังหวัดพระนคร
คู่สมรสพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
บุตรพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนสุพรรณภาควดี
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุวพักตร์วิไลยพรรณ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบัณฑรวรรณวโรภาส
บิดามารดาเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค)
อิ่ม สุรวงษ์ไวยวัฒน์

เจ้าคุณพระประยุรวงศ์ นามเดิม เจ้าคุณจอมมารดาแพ ในรัชกาลที่ 5 (5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2397 – 22 มีนาคม พ.ศ. 2486) เป็นพระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และทำหน้าที่เป็นผู้เบิกพระโอษฐ์พระราชโอรสและพระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 ต่อมา ได้รับการแต่งตั้งเป็น "เจ้าคุณจอมมารดาแพ" และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาเกียรติยศขึ้นเป็นเจ้าคุณชั้นพิเศษให้ออกนามว่า "เจ้าคุณพระประยุรวงศ์" และได้รับเกียรติให้ใช้คำว่า "ถึงแก่พิราลัย" เทียบเจ้าประเทศราชและสมเด็จเจ้าพระยา[1] กรมพระยาดำรงราชานุภาพเคยกล่าวยกย่องท่านว่า "ท่านสมบูรณ์ด้วยเกียรติยศ และเป็นที่เคารพนับถือของคนทั้งหลายมิรู้เสื่อมทรามจนตลอดอายุ"[2]

ประวัติ[แก้]

เจ้าคุณพระประยุรวงศ์ (เจ้าคุณจอมมารดาแพ) เกิดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2397 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นธิดาของเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) กับท่านผู้หญิงอิ่ม สุรวงษ์ไวยวัฒน์ (โดยเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์นั้นมีภรรยาเอกสองคนในเวลาเดียวกัน คือท่านผู้หญิงอ่วม พี่สาว และท่านผู้หญิงอิ่ม น้องสาว ทั้งสองเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน) พี่น้องร่วมมารดาของเจ้าคุณพระประยุรวงศ์ มีดังนี้

เป็นเจ้าคุณจอมมารดาพระสนมเอกผู้ใหญ่ หัวหน้าพระสนมทั้งปวงในรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 6 ได้รับการสถาปนาเกียรติยศขึ้นเป็นเจ้าคุณชั้นพิเศษ โปรดเกล้าฯให้ออกนามว่า "เจ้าคุณพระประยุรวงศ์"[3]

เจ้าคุณพระประยุรวงศ์เกิดในราชินิกุลสาย “บุนนาค” ซึ่งเจ้าคุณนวล พระขนิษฐาในสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี กับเจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค ต้นสกุลบุนนาค) เป็นบุตรเจ้าพระยามหาเสนา (เสน) ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นต้นตระกูล สืบสายลงมาทางสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ) สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง) เจ้าคุณพระประยูรวงศ์เป็นพระสนมเอกเพียงผู้เดียวที่ได้รับพระราชทานเครื่องยศพระสนมเอกตามแบบรัชกาลที่ 4 และมีพระราชประสงค์จะทรงยกย่องเจ้าคุณพระประยุรวงศ์ให้ยิ่งกว่าคนอื่น จึงโปรดให้เปลี่ยนเครื่องในพานทองเครื่องยศ เป็นลงยาราชาวดี (เดิมเครื่องยศพระสนมเอกเป็นพานทองมีเครื่องในทั้งหมดล้วนเป็นทองคำเกลี้ยง ต้องเป็นพระมเหสีเท่านั้นจึงจะเปลี่ยนเป็นทองคำลงยาราชาวดี แสดงว่าทรงยกย่องเจ้าคุณพระประยุรวงศ์เหนือกว่าพระสนมอื่นใด) และพระเจ้าอยู่หัวองค์ต่อ ๆ มาก็มิได้มีพระราชดำรัสให้เรียกคืนตามประเพณีเก่า ด้วยทรงเคารพนับถือเจ้าคุณพระประยุรวงศ์ ท่านจึงได้ครอบครองเครื่องยศทุกอย่างที่ได้รับพระราชทานจนตลอดอายุ ในการตรัสเรียกเจ้าคุณพระประยุรวงศ์นั้น รัชกาลที่ 5 จะมิโปรดเรียกว่า นาง ตามอย่าง รัชกาลที่ 4 พระราชบิดาแต่จะตรัสเรียกเมื่ออยู่ตามลำพังว่า แม่แพ แต่ถ้าอยู่ต่อหน้าผู้อื่นจะตรัสเรียกว่า คุณแพ

เจ้าคุณพระประยุรวงศ์ ในวัยชรา

เจ้าคุณพระประยุรวงศ์ มีพระเจ้าลูกเธอสามพระองค์ คือ

ท่านได้กราบถวายบังคมลาออกมาพำนัก ณ บ้านซึ่งได้รับพระราชทาน ณ ตำบลสามเสน จังหวัดพระนคร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2447 บ้านนั้นได้รับขนานนามว่า "สวนสุพรรณ" และท่านได้พำนักอยู่จนถึงแก่พิราลัย

ในบั้นปลายชีวิต ท่านได้ไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ เช่น ตราด จันทบุรี เชียงใหม่ เชียงราย และไปไกลถึงบันดุง ชวา และ ปีนัง ในประเทศอินโดนีเซีย และที่ต้องไปประจำภายหลังรับรดน้ำสงกรานต์แล้ว คือที่อ่าวเกาะหลัก ประจวบคีรีขันธ์ เพราะท่านได้ไปปลูกบ้านตากอากาศไว้ที่นั่น

เจ้าคุณพระประยุรวงศ์ ถึงแก่พิราลัย เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ปี พ.ศ. 2486 เวลา 20 นาฬิกา ณ บ้านบรรทมสินธุ์ สิริอายุ 89 ปี มีพิธีหลวงอาบน้ำศพและเชิญศพเข้าโกศในวันที่ 24 มีนาคม ปีเดียวกัน ได้รับพระราชทานโกศพระกอบทองกุดั่นน้อย และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ พระเมรุในสุสานหลวง วัดเทพศิรินทราวาส[2]

เจ้าคุณพระประยุรวงศ์

กรณียกิจ[แก้]

กรณียกิจที่สำคัญของท่านเจ้าคุณพระประยุรวงศ์ นอกจากในรัชกาลที่ 5 จะได้เป็นผู้นำในด้านการเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวภายในราชสำนักแล้ว ยังได้รับหน้าที่เป็นผู้เบิกพระโอษฐ์พระราชโอรส และ พระราชธิดา ในรัชกาลที่ 5 (หมายความว่า ท่านเจ้าคุณพระประยุรวงศ์ได้เป็นผู้ที่ถวายน้ำนมจากหน้าอกของท่านเองแก่บรรดาพระราชโอรส-ธิดา เพื่อเป็นปฐมมงคล แต่เมื่อปลายรัชกาลเมื่อท่านมีอายุสูงขึ้นนั้นจนตลอดในรัชกาลที่ 6 น่าจะเป็นการถวายน้ำนมจากพระนมที่มีการคัดเลือกอย่างพิถีพิถันมากกว่าจะเป็นน้ำนมที่มาจากท่านเอง) หน้าที่นี้ท่านยังได้รับปฏิบัติสืบมาถึงรัชกาลที่ 6 คือได้เป็นผู้รับเบิกพระโอษฐ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เป็นครั้งที่สุด

ในปี พ.ศ. 2484 เจ้าคุณพระประยุรวงศ์เมื่อวัยแก่ชราใกล้จะถึง 90 ปี นายกรัฐมนตรีประกาศชักชวนสตรีไทยให้เปลี่ยนเครื่องแต่งตัว เช่นเปลี่ยนตัดผมสั้นเป็นไว้ยาว เปลี่ยนนุ่งผ้าโจงกระเบนเป็นนุ่งถุง และให้ใส่เกือกใส่หมวกเป็นต้น รัฐบาลไทยได้ชวนเจ้าคุณพระประยุรวงศ์ให้เป็นผู้นำสตรีที่มีบรรดาศักดิ์ให้เปลี่ยนแปลง ท่านก็ยินดีรับช่วยและเอาตัวของท่านเองออกหน้าเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวตามอย่างที่ต้องการ ก็มีผลให้ผู้อื่นปฏิบัติตามท่านอย่างคึกคัก ท่านจึงได้รับความเคารพนับถือจากรัฐบาลในสมัยนั้นและได้รับเชิญไปเข้าสมาคมและไปเป็นประธานในการให้รางวัลต่างๆต่อมาเนือง ๆ นอกจากนี้ยังได้บำเพ็ญกุศลอื่นๆ อีกในคราวฉลองอายุครบรอบ เช่น สร้างสุขศาลาเจ้าคุณพระประยุรวงศ์ , บูรณะศาสนสถานต่างๆ ในวัดของบุรพชน ทั้งในและนอกจังหวัดพระนคร เป็นต้น

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ และสายไหม จบกลศึก (บรรณาธิการ) (2555). ราชาศัพท์ (PDF). กรุงเทพฯ: สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. p. 350.
  2. 2.0 2.1 วิจิตรวาทการ, น.พ.วิบูล (สิงหาคม 2544). พระปิยมหาราช รัฐกิจและชีวิตส่วนพระองค์ (2 ed.). 217 ซอยสุขุมวิท 20 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร: บริษัท สร้างสรรค์บุ๊คส์ จำกัด. ISBN 974-7481-07-3. |access-date= requires |url= (help)
  3. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศเลื่อนเจ้าคุณจอมมารดาแพขึ้นเป็นเจ้าคุณพระประยุรวงศ์, เล่ม 38, ตอน ง, 2 ตุลาคม พ.ศ. 2464, หน้า 1834
  4. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๐, ตอน ๓๕, ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๓๖, หน้า ๓๗๔
  5. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลปัจจุบัน, เล่ม ๒๕, ตอน ๓๖, ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๑, หน้า ๑๐๔๑
  6. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลปัจจุบันฝ่ายใน, เล่ม ๒๕, ตอน ๓๙, ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๑, หน้า ๑๑๕๓
  7. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ฝ่ายใน, เล่ม ๓๗, ตอน ๐, ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๓, หน้า ๓๗๓๑
  8. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ฝ่ายใน, เล่ม ๔๓, ตอน ๐ ง, ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๙, หน้า ๓๑๑๔
  • เจ้าคุณพระประยุรวงศ์
  • กรมศิลปากร. สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์. สตรีสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, พ.ศ. 2547. 360 หน้า. หน้า หน้าที่. ISBN 974-9527-87-9