ประเทศเลบานอน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สาธารณรัฐเลบานอน
جمهورية لبنان (อาหรับ)
ธงชาติ ตราแผ่นดิน
เพลงชาติKulluna lil-watan lil 'ula lil-'alam
เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด)
เบรุต
33°54′N 35°32′E / 33.900°N 35.533°E / 33.900; 35.533
ภาษาราชการ ภาษาอาหรับ
การปกครอง สาธารณรัฐแบบรัฐเดียว
 -  ประธานาธิบดี มีชาล ซุลัยมาน
 -  นายกรัฐมนตรี นะญีบ มีกอตี
ได้รับเอกราช
 -  ประกาศ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2484 
 -  เป็นที่ยอมรับ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2484 
พื้นที่
 -  รวม 10,452 ตร.กม. (166)
4,036 ตร.ไมล์ 
 -  แหล่งน้ำ (%) 1.8
ประชากร
 -  2557 (ประเมิน) 4,467,000 (119)
 -  ความหนาแน่น 473 คน/ตร.กม. (27)
1,500 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2557 (ประมาณ)
 -  รวม 80.077 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ [1] (88)
 -  ต่อหัว 17,754 ดอลลาร์สหรัฐ [1] (69)
HDI (2556) 0.765 [2] (สูง) (65)
สกุลเงิน ปอนด์เลบานอน (LBP)
เขตเวลา EET (UTC+2)
 -  (DST) EEST (UTC+3)
ระบบจราจร ขวามือ [3]
โดเมนบนสุด .lb
รหัสโทรศัพท์ 961

เลบานอน (อังกฤษ: Lebanon; อาหรับ: لُبْنَان‎) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ สาธารณรัฐเลบานอน (อังกฤษ: Republic of Lebanon, Lebanese Republic; อาหรับ: جمهورية لبنان‎) เป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และถือเป็นหนึ่งใน 15 ดินแดนที่ประกอบเป็น "แหล่งกำเนิดแห่งมนุษยชาติ" (Cradle of Humanity) เลบานอนมีพรมแดนติดกับประเทศซีเรียและประเทศอิสราเอล พรมแดนที่ติดกับประเทศอิสราเอลได้รับการรับรองจากองค์การสหประชาชาติแล้ว แต่พื้นที่บางส่วน เรียกว่า "ชีบาฟาร์ม" (Shebaa farms) ตั้งอยู่ในที่ราบสูงโกลันยังคงครอบครองโดยอิสราเอล ซึ่งอ้างว่าเป็นพื้นที่ของซีเรีย กองทัพต่อต้านอ้างว่า "ชีบาฟาร์ม" เป็นพื้นที่ของเลบานอน และในบางโอกาสก็โจมตีที่มั่นของอิสราเอลภายในพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนี้ ซีเรียบำรุงรักษากองทัพที่มีทหารประมาณ 14,000 นายในเลบานอน ชาวเลบานอนที่สนับสนุนเลบานอนอ้างว่าเป็นการอยู่อย่างถูกต้องเนืองจากรัฐบาลเลบานอนได้ขอไว้ ตอนเริ่มสงครามกลางเมืองเมื่อ พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) ผู้ที่ไม่เห็นด้วยอ้างว่า การอยู่ของซีเรียเป็นประหนึ่งการยึดครองโดยอำนาจต่างชาติ

ประวัติศาสตร์[แก้]

PhoenicianTrade.png

เลบานอนอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส และได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 1943 หลังจากนั้น เลบานอนได้พัฒนาประเทศจนสามารถรักษาความเป็นศูนย์กลางด้านการค้า การเงินศิลปะและวัฒนธรรมของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้นับตั้งแต่อดีตไว้ได้ อย่างไรก็ดี ในช่วงปี ค.ศ. 1975 – 1991 เลบานอนตกอยู่ภายใต้ภาวะสงครามกลางเมือง มีความขัดแย้งระหว่างกลุ่มอาหรับและกลุ่มคริสเตียนในเลบานอน ในที่สุด ทุกฝ่ายสามารถหาข้อยุติและร่วมกันพัฒนาฟื้นฟูประเทศหลังจากภาวะสงครามกลางเมืองอีกครั้ง

ซีเรียเป็นประเทศที่มีอิทธิพลต่อเลบานอนมากที่สุด โดยเฉพาะด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ โดยซีเรียได้ส่งกองกำลังรักษาความสงบอยู่ในเลบานอนประมาณ 30,000 คน และจากความสัมพันธ์ที่แนบแน่นดังกล่าว ทำให้กรณีพิพาทเรื่องดินแดนระหว่างซีเรีย เลบานอนกับอิสราเอลไม่มีความคืบหน้า

การเมือง[แก้]

บริหาร[แก้]

ดูบทความหลักที่: รัฐบาลเลบานอน

ฝ่ายบริหารประกอบด้วยคณะรัฐมนตรี 16 นาย มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร

นิติบัญญัติ[แก้]

ดูบทความหลักที่: รัฐสภาแห่งชาติเลบานอน

รัฐสภาแห่งชาติ (National Assembly) มีสมาชิก 128 คน มีวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี (ประธานรัฐสภาแห่งชาติควรเป็นมุสลิมนิกาย Shi’a)

ตุลาการ[แก้]

ดูบทความหลักที่: กฎหมายเลบานอน

ฝ่ายตุลาการมี 4 ศาล ได้แก่ ศาลที่พิจารณาคดีเกี่ยวกับพลเรือนและการพาณิชย์ 3 ศาล และศาลที่พิจารณาคดีเกี่ยวกับคดีอาญาอีก 1 ศาล

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

Lebanon.geohive.gif

เลบานอนแบ่งเป็น 6 เขตผู้ว่า หรือ มุฮาฟาซอต (mohafazat, เอกพจน์ มุฮาฟาเซาะห์ - mohafazah) ซึ่งแบ่งเป็นเขตย่อยลงไปอีก 25 เขต หรือ อักฎิยะห์ (Aqdya, เอกพจน์ - กอฎออ์ [qadaa]) , และแบ่งเป็นเทศบาลต่าง ๆ ที่รวมหลายเมืองหรือหมู่บ้าน (เมืองหลวงของเขตผู้ว่าจะเป็นตัวเอน)

เขตผู้ว่าเบรุต (Beirut Governorate) :

เขตผู้ว่าภูเขาเลบานอน (Governorate of Mount Lebanon) :

เขตผู้ว่าเลบานอนเหนือ (Governorate of North Lebanon) :

เขตผู้ว่าเบกา (Governorate of Beqaa) :

เขตผู้ว่าเลบานอนใต้ (Governorate of South Lebanon) :

เขตผู้ว่านาบาตีเยะห์ (Governorate of Nabatyeh) :

กองทัพ[แก้]

ดูบทความหลักที่: กองทัพเลบานอน

ประชากร[แก้]

ศาสนา[แก้]

ศาสนาอิสลามร้อยละ 54 ศาสนาคริสต์ร้อยละ 40.5[4]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "Lebanon". International Monetary Fund. สืบค้นเมื่อ 19 April 2012. 
  2. "2014 Human Development Report Summary". United Nations Development Programme. 2014. pp. 21–25. สืบค้นเมื่อ 27 July 2014. 
  3. "Driving in Lebanon". adcidl.com. สืบค้นเมื่อ 17 January 2013. 
  4. CIA Worldfactbook 2001

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]