ประเทศคาซัคสถาน
| สาธารณรัฐคาซัคสถาน
Қазақстан Республикасы (คาซัค)
Республика Казахстан (รัสเซีย) |
||||||
|---|---|---|---|---|---|---|
|
||||||
| คำขวัญ: ไม่มี | ||||||
| เพลงชาติ: เมนิงคาซัคสตานึม |
||||||
| เมืองหลวง | อัสตานา 51°10′N 71°30′E / 51.167°N 71.5°E |
|||||
| เมืองใหญ่สุด | อัลมาตี | |||||
| ภาษาทางการ | ภาษาคาซัคและภาษารัสเซีย | |||||
| การปกครอง | สาธารณรัฐประชาธิปไตย | |||||
| - | ประธานาธิบดี | นูซุลตัน นาซาร์บายิฟ | ||||
| - | นายกรัฐมนตรี | แคริม แมซีมอฟ | ||||
| ได้รับเอกราช | จากสหภาพโซเวียต | |||||
| - | ประกาศ | 16 ธันวาคม พ.ศ. 2534 | ||||
| พื้นที่ | ||||||
| - | รวม | 2,717,300 ตร.กม. (9) 1,049,155 ตร.ไมล์ |
||||
| - | แหล่งน้ำ (%) | 1.7% | ||||
| ประชากร | ||||||
| - | 2548 (ประเมิน) | 15,185,844 (61) | ||||
| - | ความหนาแน่น | 5.6 คน/ตร.กม. (182) 14.5 คน/ตร.ไมล์ |
||||
| จีดีพี (อำนาจซื้อ) | 2005 (ประมาณ) | |||||
| - | รวม | 132.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (56) | ||||
| - | ต่อหัว | 8,700 ดอลลาร์สหรัฐ (92) | ||||
| ดพม. (2007) | 0.804 (สูง) (82) | |||||
| สกุลเงิน | เตงเก (KZT) |
|||||
| เขตเวลา | (UTC+5 to +6) | |||||
| - | (DST) | (UTC+5 to +6) | ||||
| โดเมนบนสุด | .kz | |||||
| รหัสโทรศัพท์ | 7 | |||||
คาซัคสถาน (คาซัค: Қазақстан, [qɑzɑqˈstɑn]; รัสเซีย: Казахстан, [kɐzəxˈstɐn]) มีชื่อทางการว่า สาธารณรัฐคาซัคสถาน (คาซัค: Қазақстан Республикасы; รัสเซีย: Республика Казахстан) เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่ครอบคลุมกว้างขวางในทวีปเอเชีย และเป็นสาธารณรัฐในอดีตสหภาพโซเวียต มีพรมแดนติดกับประเทศรัสเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศในเอเชียกลาง ได้แก่ คีร์กีซถาน อุซเบกิสถาน และเติร์กเมนิสถาน และมีชายฝั่งบนทะเลแคสเปียน คาซัคสถานเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต
คาซัคสถานเป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 9 ของโลก อย่างไรก็ดี มีพื้นที่กึ่งทะเลทราย (steppe) อยู่มาก จึงมีประชากรเป็นอันดับที่ 57 มีประมาณ 6 คน/ตร.กม.
เนื้อหา |
[แก้] ภูมิศาสตร์
ด้วยพื้นที่ 2.7 ล้านตารางกิโลเมตร (1.56 ล้านตารางไมล์) คาซัคสถานจึงเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 9 ของโลก โดยมีขนาดพอ ๆ กับภูมิภาคยุโรปตะวันตก
เมืองใหญ่ของประเทศได้แก่ อัสตานา (เป็นเมืองหลวงตั้งแต่มิถุนายน พ.ศ. 2541) อัลมาตี (อดีตเมืองหลวง เคยเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อัลมา-อะตา (Alma-Ata) และก่อน พ.ศ. 2460 (1917) ในชื่อเวียร์นืย) การากันดี ชิมเคนต์ เซเมย์ (เซมีปาลาตินสค์) และตูร์เคสถาน เคยเป็นที่รู้จักในชื่อ ยาซี
ลักษณะภูมิประเทศแผ่ขยายจากตะวันออกจดตะวันตก ตั้งแต่ทะเลสาบแคสเปียนจนถึงแอ่งทาริม (ซินเจียง) และเทือกเขาอัลไต และจากเหนือจดใต้ ตั้งแต่ที่ราบไซบีเรียตะวันตกจนถึงโอเอซิสและทะเลทรายของภูมิภาคเอเชียกลาง
ลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบภาคพื้นทวีป มีฤดูหนาวที่หนาวเย็นและฤดูร้อนแห้งแล้งและกึ่งแห้งแล้ง
ความยาวของพรมแดน: รัสเซีย 6,846 กิโลเมตร, อุซเบกิสถาน 2,203 กิโลเมตร, จีน 1,533 กิโลเมตร, คีร์กีซสถาน 1,051 กิโลเมตร และเติร์กเมนิสถาน 379 กิโลเมตร
- แม่น้ำและทะเลสาบสำคัญได้แก่
[แก้] ประวัติศาสตร์
[แก้] คาซัคสถานดินแดนส่วนหนึ่งของรัสเซีย
คาซัคสถานเคยเป็นดินแดนของรัสเซียมานาน ภายหลังวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1991 ก็ประกาศเอกราชจากรัสเซียและก่อตั้งประเทศคาซัคสถาน
[แก้] การเมือง
คาซัคสถานเป็นสาธารณรัฐประธานาธิบดี ประธานาธิบดีคนแรกและคนเดียวคือ Nursultan Nazarbayev ประธานยังเป็นผู้บัญชาการทหารบกของกองกำลังติดอาวุธและอาจยับยั้งกฎหมายที่ได้รับการผ่านโดยรัฐสภา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะรัฐมนตรีของรัฐมนตรีและทำหน้าที่เป็นหัวหน้าของคาซัคสถานของรัฐบาล Karim Massimov ได้ทำหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ 10 มกราคม 2007
[แก้] การแบ่งเขตการปกครอง
ประเทศคาซัคสถานแบ่งออกเป็น 14 จังหวัด (provinces - oblystar) และ 3 เทศบาลนคร (cities - qalalar) ทุกจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัด (Akim) ที่แต่งตั้งโดยประธานาธิบดี ส่วนอะคิมของเทศบาลได้รับการแต่งตั้งจากอะคิมของแคว้น (oblasts) รัฐบาลคาซัคสถานย้ายเมืองหลวงจากอัลมาตีไปอัสตานา เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2541
| หมายเลข | รหัสภูมิศาสตร์ | เขตการปกครอง | เมืองหลวง | เนื้อที่ (ตร.กม.) |
จำนวนประชากร |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | นครอัลมาตี (Almaty) | ||||
| 2 | KZ-ALM | จังหวัดอัลมาตี (Almaty) | ตัลดีคอร์กัน (Taldykorgan) | 224,000 | 860,000 |
| 3 | KZ-AKM | จังหวัดอัคโมลา (Aqmola) | คอคเชตาอู (Kokshetau) | 121,400 | 829,000 |
| 4 | KZ-AKT | จังหวัดอัคเตอเบ (Aqtöbe) | อัคเตอเบ (Aqtöbe) | 300,600 | 661,000 |
| 5 | กรุงอัสตานา (Astana) | ||||
| 6 | KZ-ATY | จังหวัดอะตีราอู (Atyrau) | อะตีราอู (Atyraū) | 118,600 | 380,000 |
| 7 | นครไบโคนูร์ (Baikonur) | ||||
| 8 | KZ-VOS | จังหวัดอีสต์คาซัคสถาน (East Kazakhstan) |
เอิสเคเมน (Öskemen) | 283,300 | 897,000 |
| 9 | KZ-MAN | จังหวัดมังกืย์สตาอู (Mangghystau) | อัคตาอู (Aqtau) | 165,600 | 316,847 |
| 10 | KZ-SEV | จังหวัดนอร์ทคาซัคสถาน (North Kazakhstan) |
เปโตรปัฟล์ (Petropavl) | 123,200 | 586,000 |
| 11 | KZ-PAV | จังหวัดปัฟโลดาร์ (Pavlodar) | ปัฟโลดาร์ (Pavlodar) | 124,800 | 851,000 |
| 12 | KZ-KAR | จังหวัดคารากันดี (Qaraghandy) |
คารากันดี (Qaraghandy) | 428,000 | 1,287,000 |
| 13 | KZ-KUS | จังหวัดคอสตาไน (Qostanay) | คอสตาไน (Qostanay) | 196,000 | 975,000 |
| 14 | KZ-KZY | จังหวัดคืยซิลออร์ดา (Qyzylorda) | คืยซิลออร์ดา (Qyzylorda) | 226,000 | 590,000 |
| 18 | KZ-YUZ | จังหวัดเซาท์คาซัคสถาน (South Kazakhstan) |
ชิมเคนต์ (Shymkent) | 118,600 | 1,644,000 |
| 16 | KZ-ZAP | จังหวัดเวสต์คาซัคสถาน (West Kazakhstan) |
โอรัล (Oral) | 151,300 | 599,000 |
| 17 | KZ-ZHA | จังหวัดจัมบิล (Zhambyl) | ตารัซ (Taraz) | 144,000 | 962,000 |
ในปี พ.ศ. 2538 รัฐบาลคาซัคสถานและรัสเซียได้ทำข้อตกลงให้รัสเซียเช่าพื้นที่ 6,000 ตร.กม. ล้อมรอบฐานปล่อยจรวดที่ไบกอนกีร์ (หรือไบโคนูร์) และเมืองไบโคนูร์ (เดิม เลนินสค์) เป็นเวลา 20 ปี
[แก้] กองทัพ
-
ดูบทความหลักที่ กองทัพคาซัคสถาน
[แก้] กองทัพบก
-
ดูบทความหลักที่ กองทัพบกคาซัคสถาน
ทหารคาซัคสถานส่วนใหญ่ถูกสืบทอดมาจากกองทัพสหภาพโซเวียต หน่วยงานเหล่านี้กลายเป็นแกนหลักของทหารใหม่คาซัคสถาน การขยายตัวที่ใหญ่ที่สุดของกองทัพคาซัคสถานได้มุ่งเน้นที่หน่วยรถหุ้มเกราะในปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปีค.ศ. 1990 หน่วยหุ้มเกราะได้ขยายจาก 500 คัน ถึง 1,613 คัน ในปีค.ศ. 2005
คาซัคสถานได้ส่งทหารวิศวกร 49 คน ไปยังอิรักเพื่อให้ความช่วยเหลือภารกิจของสหรัฐอเมริกาบุกรุกอิรัก
[แก้] กองทัพอากาศ
-
ดูบทความหลักที่ กองทัพอากาศคาซัคสถาน
กองกำลังอากาศคาซัคสถานเป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่ของเครื่องบินยุคโซเวียต รวมทั้ง 41 MiG-29s, 44 MiG-31S, 37 Su-24s และ 60 Su-27s เรือกำลังเล็ก ๆ ที่ถูกเก็บรักษาไว้ยังอยู่ในทะเลสาบแคสเปียน
[แก้] กองทัพเรือ
-
ดูบทความหลักที่ กองทัพเรือคาซัคสถาน
[แก้] กองกำลังกึ่งทหาร
[แก้] ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
[แก้] กับประเทศไทย
ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศดำเนินไปอย่างราบรื่นมาโดยตลอด ตั้งแต่มีการสถาปนาความสัมพันธ์เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2535 ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ไทย – คาซัคสถานนับได้ว่ามีพัฒนาการที่ก้าวหน้าและแน่นแฟ้น ยิ่งขึ้น โดยได้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างกัน รวมทั้งได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และความร่วมมือด้านต่าง ๆ ระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง อาทิ ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและบริการ และวิชาการ เป็นต้น
ไทยได้แต่งตั้งนาย Mirgali Kunayev เป็น กสม. ณ นครอัลมาตี และมีอำนาจตรวจลงตรา ซึ่งนักท่องเที่ยวคาซัคสถานสามารถขอรับการตรวจลงตราเพื่อพำนักในไทยได้เกิน 15 วัน
ผู้นำไทยกับคาซัคสถานมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมีส่วนช่วยให้ความร่วมมือระหว่างสองประเทศดำเนินไปอย่างราบรื่น คาซัคสถานได้ให้การสนับสนุนไทยในการสมัครเป็นสมาชิกการประชุมว่าด้วยการปฎิสัมพันธ์และการแสวงหามาตรการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในเอเชีย (Conference on Interaction and Confidence Building Measures in Asia - CICA) ซึ่งเป็นกรอบการประชุมเพื่อส่งเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียที่คาซัคสถานได้ริเริ่มขึ้น โดยไทยได้เข้าเป็นสมาชิกของ CICA เมื่อเดือนตุลาคม 2547
ฝ่ายคาซัคสถานประสงค์ที่จะสมัครเป็นสมาชิกการประชุมว่าด้วยความมั่นคงระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN Regional Forum - ARF) และขอรับการสนับสนุนจากประเทศไทย
ไทยได้สนับสนุนคาซัคสถานในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue - ACD) ซึ่งไทยริเริ่ม โดยในระหว่างการประชุมรัฐมนตรี ACD เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2546 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ประชุมฯ ได้ให้การสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์ในการรับคาซัคสถานเข้าเป็นสมาชิก ACD
[แก้] เศรษฐกิจ
[แก้] โครงสร้างทางเศรษฐกิจ
คาซัคสถานเป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองในกลุ่มประเทศอดีตสหภาพโซเวียต มีทรัพยากรที่สำคัญเป็นจำนวนมาก เช่น น้ำมันดิบ แร่ธาตุ ตลอดจนยังมีขีดความสามารถทางการเกษตรอันเนื่องมาจากพื้นที่สำหรับเพาะปลูกและทำปศุสัตว์ที่กว้างขวาง
ก่อนปี พ.ศ. 2533 ระบบเศรษฐกิจคาซัคสถานเป็นส่วนหนึ่งของระบบการแบ่งการผลิตของสหภาพโซเวียต โดยถูกกำหนดให้มีความชำนาญด้านเกษตรกรรม ตามโครงการดินแดนบริสุทธิ์ฮรุชชอฟ (Khrushchev Virgin Lands) ส่วนอุตสาหกรรมหลักขึ้นอยู่กับการขุดเจาะน้ำมันและการทำเหมืองแร่ การผสมโลหะ และการสกัดแร่ธาตุ ตลอดจนการผลิตเครื่องจักรขนาดใหญ่ เช่น เครื่องมือก่อสร้าง รถแทรกเตอร์ และเครื่องมือเครื่องใช้ในการเกษตร
ภายหลังการสลายตัวของสหภาพโซเวียต ความต้องการสินค้าเครื่องจักรกลหนักซึ่งเป็นสินค้าหลักของคาซัคสถานได้ลดลง ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจตกต่ำอย่างมากระหว่างปี พ.ศ. 2534-2537 อัตราเงินเฟ้อสูงและมูลค่า Real GDP ลดลงมากกว่าร้อยละ 5 ระหว่างปี พ.ศ. 2538-2540 รัฐบาลคาซัคสถานได้ปฏิรูประบบเศรษฐกิจและแปรรูปรัฐวิสาหกิจอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทรัพย์สินส่วนใหญ่ตกสู่ภาคเอกชน อัตราการเจริญเติบโตของประเทศเริ่มฟื้นตัวขึ้น
ในปี พ.ศ. 2539 คาซัคสถานได้เข้าร่วมเป็นภาคีความร่วมมือก่อสร้างท่อส่งน้ำมันในทะเลแคสเปียน ซึ่งส่งผลให้สามารถส่งออกน้ำมันได้มากขึ้น
ในปี พ.ศ. 2541 สภาวะการตกต่ำของราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ส่งผลให้เศรษฐกิจของคาซัคสถานตกต่ำลงชั่วขณะ แต่หลังจากปี พ.ศ. 2542 ราคาน้ำมันได้ถีบตัวสูงขึ้น ประกอบกับการลดค่าเงินที่ถูกจังหวะและการเกษตรที่ได้ผลดี ทำให้ภาวะเศรษฐกิจคาซัคสถานเจริญเติบโต
[แก้] ภาคเกษตรกรรม
เกษตรกรรมเป็นภาคอุตสาหกรรมที่มีการจ้างงานมากที่สุด คิดเป็นหนึ่งในสามของการส่งออก หรือ ร้อยละ 20-25 ของแรงงานภาคอุตสาหกรรม ผลผลิตหลักได้แก่ เมล็ดพันธุ์พืช
แต่การเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ไม่แน่นอนและการปฏิรูประบบเศรษฐกิจอย่างลุ่ม ๆ ดอน ๆ ทำให้การเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์พืชที่เคยสูงสุดในปี พ.ศ. 2535 กลับตกต่ำที่สุดในปี พ.ศ. 2538 และการผลิตภาคการเกษตรซึ่งเคยมีส่วนแบ่งรายได้ประชาชาติร้อยละ 23 ในปี พ.ศ. 2532 กลับลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 8.6 ในปี พ.ศ. 2543 ส่วนภาคการบริการที่ถูกละเลยภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ กลับมีการขยายตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนับแต่ได้รับเอกราช
ส่วนด้านการค้า ที่อยู่อาศัย และการคมนาคม ก็มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน สำหรับการลงทุนนั้นมีมูลค่าร้อยละ 19 ของ GDP โดยหนึ่งในสี่ของการลงทุนนั้น มาจากบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันและโลหะ
[แก้] การครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน
การโอนธุรกิจที่ดินให้เป็นของภาคเอกชนดำเนินไปอย่างช้า ๆ และรัฐบาลอนุญาตให้ชาวคาซัคเท่านั้นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเกษตรกรรมได้ ในกรณีที่ชาวต่างชาติและประชาชนทั่วไปต้องการครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินอื่น ๆ จะต้องมีบ้านหรือทรัพย์สินอยู่บนที่ดินผืนนั้น ส่วนที่ดินนอกเหนือจากนั้นถูกครอบครองโดยภาครัฐ
[แก้] การปฏิรูปเศรษฐกิจ
ประธานาธิบดีนาซาร์บาเยฟได้นำความล้มเหลวและข้อผิดพลาดของการปฏิรูปเศรษฐกิจในยุโรปตะวันออกมาเป็นพื้นฐานในการกำหนดนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะข้อผิดพลาดเกี่ยวกับการเร่งสร้างระบบเศรษฐกิจแบบตะวันตก ด้วยการปฏิเสธบทบาทของรัฐในระบบเศรษฐกิจและนำกลไกตลาดมาใช้ทันทีโดยมิได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถรองรับการพัฒนาของระบบอย่างสอดคล้องกันเสียก่อน ด้วยเหตุนี้ คาซัคสถานจึงให้ความสำคัญกับการดำเนินบทบาทของรัฐในการควบคุม การผลิต การหมุนเวียนเงินทุน และการดำเนินความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศต่อไป พร้อมทั้งผสมผสานกลไกของรัฐและกลไกตลาดเข้าด้วยกัน
สภาพเศรษฐกิจของคาซัคสถานกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาไปสู่ระบบการตลาดแบบเสรี ในปี พ.ศ. 2539 คาซัคสถานเริ่มฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและมีเสถียรภาพทางการเงินมากขึ้น สังเกตได้จากอัตราเงินเฟ้อของราคาผู้บริโภคลดลงเหลือเพียงร้อยละ 39.1 ในปี พ.ศ. 2539 เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2538 ที่มีอัตราร้อยละ 175 และปี พ.ศ. 2537 ที่มีอัตราถึงร้อยละ 1,900 ส่วนอัตราการว่างงานนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทางเศรษฐกิจก็ยังมีความเปราะบางอยู่ โดยเฉพาะในส่วนของอุตสาหกรรมผลิตเหล็กและเหมืองแร่ยังตกต่ำอยู่ เพราะขาดแคลนเงินทุนและปัจจัยในการผลิต ทำให้มีส่วนเกินของแรงงานและประสิทธิภาพ ส่วนทางภาคเกษตรกรรมนั้น ผลผลิตก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าที่คาดหมายกันไว้ การลงทุนขุดเจาะน้ำมันที่บ่อน้ำมัน Tengiz ของคาซัคสถาน ซึ่งรัฐบาลคาซัคสถานลงทุนร่วมกับบริษัท Chevron ของสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายของรัสเซียที่จะจำกัดการส่งออกน้ำมันของคาซัคสถานผ่านท่อส่งน้ำมันของตน โดยล่าสุด บ่อน้ำมัน Tengiz สามารถส่งออกน้ำมันได้เพียง 880,000 บาร์เรลต่อเดือนเท่านั้น ในขณะที่เป้าหมายการผลิตในปี พ.ศ. 2540 คือ 30,000 บาร์เรลต่อวัน
อย่างไรก็ตาม คาซัคสถาน รัสเซีย ตุรกี อาเซอร์ไบจาน และสหรัฐอเมริกา ก็ได้ร่วมกันหารือเพื่อแก้ไขปัญหาการส่งออกน้ำมันผ่านท่อของประเทศต่าง ๆ ของคาซัคสถานแล้ว เนื่องจากคาซัคสถานมีโครงการสร้างท่อขนส่งน้ำมันและแก๊สผ่านรัสเซีย ไปยังชายฝั่งทะเลดำ โดยได้เริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2541 และจะสิ้นสุดโครงการภายในสิ้นปี พ.ศ. 2543 แต่เส้นทางที่ท่อส่งน้ำมันและก๊าซผ่านนั้น เป็นประเทศคู่แข่งทางด้านนี้กับคาซัคสถานทั้งสิ้น เช่น อาเซอร์ไบจาน อิหร่าน และรัสเซีย และต้นทุนของการสร้างท่อก็มีราคาแพง ซึ่งในระยะยาวแล้ว คาซัคสถานจะต้องให้ความคุ้มครองแก่เส้นทางของท่อส่งออกน้ำมันและแก๊สทั้งด้านการค้าและการเมือง
เท่าที่ผ่านมา ประเทศที่ดูจะประสบความสำเร็จมากที่สุดในการดำเนินธุรกิจน้ำมันกับคาซัคสถาน ได้แก่ ตุรกี ซึ่งบรรลุข้อตกลงกับคาซัคสถานที่จะร่วมกันพัฒนาบ่อน้ำมันและแก๊สธรรมชาติในคาซัคสถานถึง 7 แห่ง โดยตุรกีจะได้รับส่วนแบ่งเป็นน้ำมันจำนวน 2.1 พันล้านบาร์เรลและแก๊สธรรมชาติจำนวน 208.9 พันล้านลูกบาศก์เมตร คาซัคสถานมีน้ำมันสำรองถึง 2.5% ของปริมาณน้ำมันโลก และคาดว่าภายในปี 2560 จะติดอันดับ 1 ใน 10 ผู้ส่งออกน้ำมัน [1]
สำหรับการดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ คาซัคสถานจะต้องแก้ปัญหาการทุจริตและปัญหาความไม่โปร่งใสของการลงทุน ซึ่งพบอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะการครอบครองด้านเศรษฐกิจโดยกลุ่มผู้จัดการน้ำมันที่มีอำนาจทางการเมือง จะทำให้รัฐบาลมีรายได้จากการเก็บภาษีน้อยลง
[แก้] สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน
ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจของรัสเซีย คาซัคสถานได้รับการกล่าวถึงจากนานาชาติค่อนข้างดี ในแง่ของความพยายามและผลของการพัฒนาประเทศ แต่โดยที่รัสเซียเป็นประเทศคู่ค้าหลักของคาซัคสถาน จึงทำให้คาซัคสถานได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ด้วย โดยเมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2542 รัฐบาลและธนาคารชาติคาซัคสถานได้ประกาศจะยุติการแทรกแซงเพื่อพยุงอัตราการแลกเปลี่ยนของเงินเต็งเก (Tenge) และปล่อยค่าเงินลอยตัว เพื่อให้สินค้าของคาซัคสถานสามารถแข่งขันกับสินค้าจากประเทศอื่นที่ได้ลดค่าเงินในตลาดโลกได้ ทั้งนี้ ค่าเงินเต็งเกอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง จากอัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญสหรัฐฯ ต่อ 88 เต็งเก ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2542 จนเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2546 อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 146.37 เต็งเก
อย่างไรก็ดี คาซัคสถานได้พัฒนาระบบการเงินการธนาคารเป็นอย่างมาก รวมทั้งมีการปฏิรูประบบเศรษฐกิจและการเงิน จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2543 คาซัคสถานเป็นประเทศแรกของอดีตสหภาพโซเวียตที่สามารถจ่ายชำระหนี้คืนแก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ล่วงหน้าก่อนกำหนดถึง 7 ปี และในปี พ.ศ. 2545 ได้มีความร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในด้านการวางแผนระบบเศรษฐกิจ ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนกฎระเบียบเกี่ยวกับภาษีและระบบการคลังมีส่วนช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก
น้ำมันและแก๊สธรรมชาติยังคงเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ทำรายได้ให้แก่ประเทศ ทั้งนี้ มีการพิสูจน์แล้วว่าคาซัคสถานเป็นแหล่งสำรองน้ำมันของโลกร้อยละ 2.5 และจะสามารถผลิตน้ำมันได้วันละ 3 ล้านบาร์เรลภายในปี พ.ศ. 2558 ซึ่งจะทำให้คาซัคสถานอยู่ในกลุ่ม 1 ใน 10 ของประเทศผู้ส่งออกน้ำมันของโลก
[แก้] การคมนาคม
ทางหลวงใหม่ระหว่างอัลมาตีและชายแดนกับประเทศจีนจะลดเวลาในการขนส่งจาก 6-3 ชั่วโมง
[แก้] ประชากร
เริ่มจากชนเผ่าเร่ร่อนเชื้อสายผสมมองโกล-เตอร์กิช เรียกตนเองว่า "คาซัค" ชาวคาซัคส่วนใหญ่พูดภาษารัสเซีย [1]คาซัคสถานมีจำนวนประชากร 16,741,519 คน (พ.ศ. 2545)
[แก้] เชื้อชาติ
- ชาวคาซัค 53.4%
- ชาวรัสเซีย 30%
- ชาวยูเครน 3.7%
- ชาวเยอรมัน 2.4%
- ชาวอุซเบก 2.5%
- ชาวตาตาร์ 1.7%
- ชาวอุยกูร์ 1.4%
- ชาวเกาหลี 0.7%
- อื่นๆ 4.2%
[แก้] ศาสนา
จากการสำรวจในปี ค.ศ. 2009 พบว่าชาวคาซัคสถานร้อยละ 70.2 นับถือศาสนาอิสลาม รองลงมาคือศาสนาคริสต์ ร้อยละ 26.6 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 0.1, ศาสนาอื่นๆ (โดยเฉพาะศาสนายูดาห์) ร้อยละ 0.2, มีร้อยละ 2.8 ระบุว่าตนมิได้นับถือศาสนา และร้อยละ 0.5 ไม่ได้ระบุว่านับถือศาสนาอะไร[2]
ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่มีจำนวนศาสนิกมากที่สุดในประเทศ ตามมาด้วยศาสนาคริสต์นิกายรัสเซียออร์ทอดอกซ์ หลังจากการแยกตัวออกจากสหภาพโซเวียต คาซัคสถานมีการแสดงออกถึงการนับถือศาสนา เสรีภาพในการนับถือศาสนา และการปฏิบัติศาสนกิจที่แพร่หลายขึ้น ศาสนสถานกว่าร้อยแห่งเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว สมาคมทางศาสนาเพิ่มขึ้นจาก 670 แห่งในปี ค.ศ. 1990 เป็น 4,170 แห่งในปัจจุบัน[3]
ชาวมุสลิมส่วนใหญ่นับถือนิกายซุนนีย์มัซฮับฮานาฟี ศาสนิกชนส่วนใหญ่คือกลุ่มเชื้อสายคาซัคกว่าร้อยละ 60 และในกลุ่มชาวอุซเบก, อุยกูร์ และตาตาร์[4] มีชาวซุนนีย์น้อยกว่าร้อยละ 1 ศึกษามัซฮับซาฟิอี (โดยเฉพาะกลุ่มเชื้อสายเชเชน) มีมัสยิดทั้งหมด 2,300 แห่ง[3] ซึ่งทุกแห่งได้เข้าร่วมกับสมาคมจิตวิญญาณมุสลิมคาซัคสถาน (Spiritual Association of Muslims of Kazakhstan) โดยขึ้นตรงต่อศาลมัฟติ (Mufti)[5] และมีวันอีดิลอัฎฮาเป็นวันหยุดราชการ[3]
หนึ่งในสี่ของประชากรนับถือศาสนาคริสต์นิกายรัสเซียออร์ทอดอกซ์ ในกลุ่มประชาชนที่มีเชื้อสายรัสเซีย, ยูเครน และเบลารุสเซีย[6] นอกจากนี้ยังมีนิกายโรมันคาทอลิกและโปรเตสแตนต์[4] มีโบสถ์คริสต์นิกายออร์ทอดอกซ์ 258 แห่ง, โบสถ์นิกายโรมันคาทอลิก 93 แห่ง และโบสถ์ของนิกายโปรเตสแตนต์กว่า 500 แห่ง ทั้งนี้วันคริสต์มาสของนิกายออร์ทอดอกซ์ได้เป็นวันหยุดราชการของประเทศเช่นกัน[3] นอกจากนี้ยังมีศาสนาอื่น ๆ เช่น ยูดาห์, บาไฮ, ฮินดู, พุทธ เป็นอาทิ[4]
ตามข้อมูลการสำรวจสำมะโนประชากรในปี ค.ศ. 2009 มีคริสตศาสนิกชนน้อยมากที่มิใช่กลุ่มชาวสลาฟและเยอรมัน ตามตาราง[7]
| ชาติพันธุ์ | อิสลาม | คริสต์ | ยูดาห์ | พุทธ | อื่น ๆ | อศาสนา | ไม่ระบุ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| คาซัค | 98.34% | 0.39% | 0.02% | 0.01% | 0.02% | 0.98% | 0.26% |
| รัสเซีย | 1.43% | 91.64% | 0.04% | 0.02% | 0.03% | 6.09% | 0.75% |
| อุซเบก | 99.05% | 0.39% | 0.01% | 0.01% | 0.02% | 0.37% | 0.16% |
| ยูเครน | 0.94% | 90.74% | 0.03% | 0.01% | 0.02% | 7.31% | 0.94% |
| อุยกูร์ | 98.35% | 0.51% | 0.02% | 0.01% | 0.03% | 0.61% | 0.47% |
| ตาตาร์ | 79.57% | 10.24% | 0.02% | 0.03% | 0.06% | 8.11% | 1.97% |
| เยอรมัน | 1.58% | 81.59% | 0.05% | 0.04% | 0.11% | 13.96% | 2.68% |
| เกาหลี | 5.24% | 49.35% | 0.21% | 11.40% | 0.14% | 28.51% | 5.16% |
| ตุรกี | 99.13% | 0.30% | 0.01% | 0.01% | 0.02% | 0.33% | 0.21% |
| อาเซอรี | 94.81% | 2.51% | 0.02% | 0.02% | 0.03% | 1.86% | 0.76% |
| เบลารุสเซีย | 0.79% | 90.16% | 0.04% | 0.01% | 0.03% | 7.82% | 1.15% |
| ดันกัน | 98.93% | 0.37% | 0.01% | 0.03% | 0.04% | 0.34% | 0.28% |
| เคิร์ด | 98.28% | 0.53% | 0.03% | 0.02% | 0.02% | 0.74% | 0.38% |
| ทาจิก | 97.78% | 0.91% | 0.01% | 0.02% | 0.08% | 0.85% | 0.35% |
| โปแลนด์ | 0.69% | 90.07% | 0.04% | 0.01% | 0.13% | 7.30% | 1.76% |
| เชเชน | 93.69% | 2.99% | 0.02% | 0.01% | 0.05% | 2.08% | 1.16% |
| คีร์กีซ | 96.67% | 0.89% | 0.03% | 0.03% | 0.02% | 1.51% | 0.86% |
| อื่น ๆ | 34.69% | 52.32% | 0.82% | 0.91% | 0.13% | 8.44% | 2.69% |
| รวม | 70.20% | 26.32% | 0.03% | 0.09% | 0.02% | 2.82% | 0.51% |
[แก้] การศึกษา
การศึกษาเป็นสากลและบังคับไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาและอัตราการรู้หนังสือของผู้ใหญ่เป็น 99.5% การศึกษาประกอบด้วยการศึกษาหลัสามขั้นตอนคือ: ระดับประถมศึกษา (1-4 รูปแบบ), การศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วไป (5-9 ฟอร์ม) และการศึกษาระดับอาวุโส (แบบฟอร์ม 10-11 หรือ 12) แบ่งเป็นหมวดวิชาศึกษาทั่วไปอย่างต่อเนื่องและการศึกษามืออาชีพ ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยโรงเรียนและสถาบันการดนตรีโรงเรียนที่สูงขึ้นและสูงขึ้นอยู่ที่วิทยาลัย
[แก้] วัฒนธรรม
[แก้] ภาษา
-
ดูบทความหลักที่ ภาษาคาซัค
[แก้] ดนตรี
รัฐสมัยใหม่ของคาซัคสถานเป็นที่ตั้งของรัฐออร์เคสตราคาซัค Kurmangazy ของดนตรีพื้นบ้าน วงดนตรีพื้นบ้านที่ใช้ในการตั้งชื่อตาม Kurmangazy Sagyrbayuly นักแต่งเพลงที่มีชื่อเสียงและเป็นผู้เล่น dombra จากศตวรรษที่ 19
[แก้] การท่องเที่ยว
แม้ว่าภูเขาและทะเลสาบเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีการเติบโตช้ามากเพราะมันได้รับการลงทุนน้อย[8] ในช่วงทศวรรษ 2000 มีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยปีละ 450,000 คน ส่วนใหญ่มาจากรัสเซีย ทะเลสาบ Issyk-Kul และภูเขาเทียนฉานเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ค่อนข้างนิยม
[แก้] กีฬา
-
ดูบทความหลักที่ ฟุตบอลทีมชาติคาซัคสถาน, สาธารณรัฐคาซัคสถานในโอลิมปิก และ สาธารณรัฐคาซัคสถานในเอเชียนเกมส์
คาซัคสถานเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉาะอย่างยิ่งการชกมวย
[แก้] วันหยุด
| วันที่ | ชื่อวัน | ภาษาท้องถิ่น | อักษรซีริลลิก | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| 1 มกราคม | วันปีใหม่ | Novy god | Жаңа жыл / Новый Год | |
| 7 มกราคม | วันคริสต์มาส | Rozhdestvo Khristovo | Рождество Христово | วันคริสต์มาสตามนิกายออเทอร์ดอกซ์ ประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ ตั้งแต่ พ.ศ. 2550 |
| วันสุดท้ายของพิธีฮัจญ์ | อีดิ้ลอัฎฮา | Qurban Ayt | Құрбан айт | ประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ ตั้งแต่ พ.ศ. 2550 |
| 8 มีนาคม | วันสตรีสากล | Международный Женский День | วันหยุดสากลให้แก่ความเท่าเทียมทางเพศแก่สตรี | |
| 21 - 23 มีนาคม | วันปีใหม่ของชาวเตอร์กิซ | Nauryz Meyramy | Наурыз мейрамы | วันดังกล่าวถือว่า เป็นวันเข้าสู่ฤดูร้อน |
| 1 พฤษภาคม | วันแรงงานสากล | Первое Мая (May Day) | Қазақстан халқының бірлігі мерекесі | День Солидарности Трудящихся ("International Day of Worker's Solidarity") มีการฉลองอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 2 พฤษภาคม. หรืออาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "วันแรงงานและเฉลิมฉลองเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ." |
| 9 พฤษภาคม | ชัยชนะเหนือเยอรมนี (Victory Day) | Den Pobedy | Жеңіс күні / День Победы | วันสิ้นสุดของมหาสงครามของผู้รักชาติ ซึ่งกองทัพแดง,เอาชนะนาซีเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 2, พ.ศ. 2488 |
| 6 กรกฎาคม | วันสถาปนานครหลวง | Астана күні | วันสถาปนาประธานาธิบดีคนแรก | |
| 30 สิงหาคม | วันรัฐธรรมนูญแห่งคาซัคสถาน | Қазақстан Республикасының Конституциясы күні | เป็นวันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งคาซัคสถาน ในปี พ.ศ. 2535 (เนื่องจากรัฐธรรมนูญเดิมที่ใช้มาก่อนหน้านี้เป็นของรัฐบาลสหภาพโซเวียต) | |
| 16 - 17 ธันวาคม | วันประกาศเอกราช | Тәуелсіздік күні / День независимости | เป็นวันออกจากสหภาพโซเวียตเป็นประเทศใหม่ |
[แก้] อ้างอิง
- ^ 1.0 1.1 ท่องไปกับใจตน - คาซัคสถาน สวรรค์แห่งเอเชียกลาง
- ^ "The results of the national population census in 2009". Agency of Statistics of the Republic of Kazakhstan. 12 November 2010. http://www.eng.stat.kz/news/Pages/n1_12_11_10.aspx. เรียกข้อมูลเมื่อ 21 January 2010.
- ^ 3.0 3.1 3.2 3.3 Religious Situation Review in Kazakhstan Congress of World Religions. Retrieved on 2009-09-07.
- ^ 4.0 4.1 4.2 Kazakhstan – International Religious Freedom Report 2008 U.S. Department of State. Retrieved on 2009-09-07.
- ^ Islam in Kazakhstan Retrieved on 2009-09-07.
- ^ "Kazakhstan". United States Commission on International Religious Freedom. United States Department of State. 2009-10-26. http://www.state.gov/g/drl/rls/irf/2009/127366.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2010-06-03.
- ^ "Нац состав.rar". http://www.stat.kz/p_perepis/Documents/%D0%9D%D0%B0%D1%86%20%D1%81%D0%BE%D1%81%D1%82%D0%B0%D0%B2.rar. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-07-24.
- ^ Kyrgyzstan country profile. Library of Congress Federal Research Division (January 2007). This article incorporates text from this source, which is in the public domain.
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
| คุณสามารถหาข้อมูลภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ ประเทศคาซัคสถาน ได้โดยค้นหาจากโครงการพี่น้องของวิกิพีเดีย: | |
|---|---|
| หาความหมาย จากวิกิพจนานุกรม | |
| หนังสือ จากวิกิตำรา | |
| คำคม จากวิกิคำคม | |
| ข้อมูลต้นฉบับ จากวิกิซอร์ซ | |
| ภาพและสื่อ จากคอมมอนส์ | |
| เนื้อหาข่าว จากวิกิข่าว | |
| แหล่งเรียนรู้ จากวิกิวิทยาลัย | |
- รัฐบาล
- การศึกษา
- ด้านการท่องเที่ยว
- ประเทศคาซัคสถาน ข้อมูลการท่องเที่ยวจากวิกิท่องเที่ยว
|
|||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||