ประเทศโตโก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สาธารณรัฐโตโก
République togolaise (ฝรั่งเศส)
ธงชาติ
คำขวัญ"Travail, Liberté, Patrie"
(ฝรั่งเศส: "งาน เสรีภาพ บ้านเกิด")[1]
เพลงชาติSalut à toi, pays de nos aïeux
(ฝรั่งเศส: "สดุดีแด่ท่าน ดินแดนแห่งบรรพบุรุษของเรา"
เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด)
โลเม
6°7′N 1°13′E / 6.117°N 1.217°E / 6.117; 1.217
ภาษาราชการ ภาษาฝรั่งเศส
ภาษาพื้นเมือง กลุ่มภาษากเบ เช่น ภาษาเอเว, มีนา และอาจา; ภาษากาบีเย; และอื่น ๆ
เดมะนิม Togolese
การปกครอง สาธารณรัฐ
 -  ประธานาธิบดี โฟร์ ญาซิงเบ
 -  นายกรัฐมนตรี กเวซี อาออแม-ซูนู
เอกราช
 -  จาก ฝรั่งเศส 27 เมษายน พ.ศ. 2503 
พื้นที่
 -  รวม 56,785 ตร.กม. (อันดับที่ 125)
21,925 ตร.ไมล์ 
 -  แหล่งน้ำ (%) 4.2
ประชากร
 -  2552 (ประเมิน) 6,619,000 คน[2] (อันดับที่ 1011)
 -  ความหนาแน่น 116.6 คน/ตร.กม. 
301.9 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2552 (ประมาณ)
 -  รวม 5.612 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[3] 
 -  ต่อหัว 826 ดอลลาร์สหรัฐ[3] 
จีดีพี (ราคาตลาด) 2552 (ประมาณ)
 -  รวม 2.865 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[3] 
 -  ต่อหัว 422 ดอลลาร์สหรัฐ[3] 
HDI (2553) 0.428 (ต่ำ) (อันดับที่ 139)
สกุลเงิน ฟรังก์ซีเอฟเอ (XOF)
เขตเวลา GMT (UTC+0)
ระบบจราจร ขวามือ
โดเมนบนสุด .tg
รหัสโทรศัพท์ +228
1ค่าประมาณสำหรับประเทศนี้ ได้คำนึงถึงผลของการตายจำนวนจากเอดส์ ซึ่งเป็นผลให้ความอายุยืนลดลง อัตราการตายเพิ่มขึ้น จำนวนประชากรและอัตราการเพิ่มน้อยลง และมีการกระจายของประชากรตามเพศและอายุต่างจากที่คาดการณ์ อันดับจากค่าประมาณในปี พ.ศ. 2548 CIA World Factbook - Togo

โตโก (ฝรั่งเศส: Togo) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐโตโก (ฝรั่งเศส: République togolaise) เป็นประเทศหนึ่งในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก (เขตที่ราบสูงกินี) มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศกานาทางทิศตะวันตก ทิศตะวันออกติดกับประเทศเบนินทิศเหนือติดกับประเทศบูร์กินาฟาโซ ทิศใต้จรดอ่าวกินี กรุงโลเมที่เป็นเมืองหลวงก็ติดกับอ่าวกินี

ประวัติศาสตร์[แก้]

โตโกเป็นดินแดนภายใต้การปกครองแบบอาณานิคมของเยอรมันตั้งแต่ พ.ศ. 2427 ต่อมาในปี 2457 ถูกปกครองโดยกลุ่มประเทศพันธมิตร และในปี พ.ศ. 2462 ถูกแบ่งสรรเป็นเขตในการปกครองของอังกฤษ (British Togoland) และของฝรั่งเศส (French Togo) หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ดินแดนโตโกทั้งสองส่วนตกเป็นดินแดนภายใต้การอารักขาของสหประชาชาติ ดินแดนในส่วนการปกครองของอังกฤษหรือ British Togoland ได้รวมกับ Gold Coast และกลายเป็นประเทศกานา ส่วนดินแดนในส่วนการปกครองของฝรั่งเศสหรือ French Togo ได้รับสิทธิในการปกครองตนเองบางส่วนในปี พ.ศ. 2499 และเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2503 ก็เป็นประเทศเอกราชและมีนาย Sylvanus Olympio ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนแรก

การเมือง[แก้]

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

โตโกแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 5 เขต โดยแบ่งย่อยออกเป็น 30 จังหวัด ได้แก่

ภูมิศาสตร์[แก้]

เศรษฐกิจ[แก้]

เศรษฐกิจของโตโกต้องพึ่งพาเกษตรกรรมเชิงพาณิชย์ และเป็นเกษตรกรรมที่มีผลิตผลเพียงพอเฉพาะบริโภคภายในประเทศ โดยแรงงานประมาณร้อยละ 65 อยู่ในภาคเกษตรกรรม โกโก้ กาแฟ และฝ้ายยังนำรายได้จากการส่งออกเข้าประเทศถึงร้อยละ 30 และโตโกเป็นประเทศที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในเรื่องอาหาร หากการเก็บเกี่ยวเป็นไปตามฤดูกาล ในภาคอุตสาหกรรม การทำเหมืองฟอสเฟตยังเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุด แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากราคาฟอสเฟตโลกตกต่ำและมีการแข่งขันจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ โตโกยังเป็นศูนย์กลางทางด้านพาณิชย์และการค้าในภูมิภาคด้วย รัฐบาลโตโกได้พยายามดำเนินมาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจ และจูงใจให้มีการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น รวมทั้งการจัดเก็บรายได้ของรัฐให้สอดคล้องกับรายจ่ายโดยได้รับความช่วยเหลือจากธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ความไม่สงบทางการเมือง รวมทั้งการนัดหยุดงานของภาครัฐและเอกชนในช่วงปี 2535 - 2536 ได้ส่งผลกระทบต่อโครงการปฏิรูปเศรษฐกิจของรัฐบาล รวมทั้งกิจกรรมเศรษฐกิจที่สำคัญด้านอื่น ๆ การลดค่าเงินถึงร้อยละ 50 เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2537 เป็นcรงกระตุ้นสำคัญในการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ประกอบกับการต่อสู้ทางการเมืองต่าง ๆ ได้เริ่มสงบลง ความคืบหน้าในการปฏิรูปเศรษฐกิจยังขึ้นอยู่กับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ยังดำเนินการอยู่ รวมทั้งความโปร่งใสของรัฐบาล โดยเฉพาะการจัดสรรเงินในเรื่องสวัสดิการสังคม การลดขนาดของกองทัพซึ่งรัฐบาลยังต้องพึ่งพาเพื่อความอยู่รอดของตนเอง อย่างไรก็ตาม การที่ขาดแคลนความช่วยเหลือประกอบกับราคาโกโก้ที่ตกต่ำลง ทำให้การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2541 ลดลงร้อยละ 1 แต่ก็กลับมาเช่นเดิมในปี 2542 หากบรรยากาศทางด้านการเมืองไม่เลวร้ายลง เป็นที่คาดว่าการเจริญเติบโตในปี 2543 - 2544 ควรจะสูงถึงร้อยละ 5

ประชากร[แก้]

วัฒนธรรม[แก้]

ศาสนา[แก้]

ประชากรยูกันดานับถือศาสนาคริสต์ 29% นับถือศาสนาอิสลาม 20%[4]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Constitution of Togo". 2002. สืบค้นเมื่อ 2011-11-20. 
  2. Department of Economic and Social Affairs Population Division (2009). World Population Prospects, Table A.1 (PDF). 2008 revision. United Nations. สืบค้นเมื่อ 2009-03-12. 
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 "Togo". International Monetary Fund. สืบค้นเมื่อ 2010-04-21. 
  4. https://www.cia.gov/library/publications/the-world-factbook/geos/to.html#People