ภาษามลายูปัตตานี
| ภาษามลายูปัตตานี ยาวี |
||
|---|---|---|
| พูดใน: | ไทย มาเลเซีย | |
| ภูมิภาค: | ปัตตานี | |
| จำนวนผู้พูด: | 3,100,000 (ค.ศ. 1998) | |
| ตระกูลภาษา: | ออสโตรนีเซียน มาลาโย-โพลีนีเซียน มาลายิก มาลายัน มาเลย์ท้องถิ่น ภาษามลายูปัตตานี |
|
| ระบบการเขียน: | อักษรยาวี | |
| รหัสภาษา | ||
| ISO 639-1: | ms | |
| ISO 639-2: | may (B) | msa (T) |
| ISO 639-3: | mfa | |
| หมายเหตุ: บทความนี้มีสัญลักษณ์สัทอักษรสากลปรากฏอยู่ คุณอาจต้องการไทป์เฟซที่รองรับยูนิโคดเพื่อการแสดงผลที่สมบูรณ์ | ||
ภาษามลายูปัตตานี (มาเลย์: Bahasa Melayu Patani; อักษรยาวี: بهاس ملاي ڤطاني) หรือนิยมเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า ภาษายาวี (อักษรยาวี: بهاس جاوي) เป็นภาษากลุ่มออสโตรนีเซียน ที่พูดโดยชาวไทยเชื้อสายมลายูในจังหวัดปัตตานี, นราธิวาส, ยะลา และในบางอำเภอของสงขลา (ไม่รวมสตูล)
ในประเทศไทยมีประชากรที่พูดภาษานี้มากกว่า 1 ล้านคน ภาษานี้ใกล้เคียงมากกับภาษาถิ่นในรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ซึ่งพูดภาษาถิ่นที่แตกต่างจากส่วนที่เหลือของประเทศมาเลเซีย
เนื้อหา |
คำศัพท์ [แก้]
นอกจากคำศัพท์พื้นฐานของภาษามลายูแล้ว ภาษามลายูปัตตานีมีคำยืมจากภาษาอื่นหลายภาษา ได้แก่ [1]
- ภาษาสันสกฤต เข้ามาพร้อมกับศาสนาพุทธ เช่น ภาษา เป็น บาฮาซา หฤทยะ เป็น ฮาตี
- ภาษาอาหรับ เข้ามาพร้อมกับศาสนาอิสลาม เช่น ตะมัร (อินทผาลัม) เป็น ตามา, อาลัม (โลก) เป็น อาแล
- ภาษาเขมร เช่น กำปง (หมู่บ้าน) เป็น กาปง
- ภาษาจีน เช่น กุยช่าย เป็น กูจา
- ภาษาชวา เช่น มาลัม (กลางคืน) เป็น มาแล
- ภาษาเปอร์เซีย เช่น มะตับ (แสงจันทร์) เป็น มะตับ, ฆันดุม (แป้ง) เป็น ฆานง
- ภาษาฮินดี เช่น โรตี
- ภาษาทมิฬ เช่น มานิกัม (เพชร) เป็น มานิแก
- ภาษาอังกฤษ เช่น ฟรี เป็น ปือรี, มอเตอร์ไซค์ เป็น มูตูซีกา
ความแตกต่างระหว่างภาษามลายูปัตตานีกับภาษามาเลย์ [แก้]
ความแตกต่างระหว่างภาษามลายูปัตตานีกับภาษามลายูกลางหรือภาษามาเลย์มีดังนี้[2]
การใช้คำ [แก้]
บางคำทั้งสองภาษาใช้คำต่างกัน เช่น ฉัน ภาษามาเลย์ใช้ ซายา ภาษามลายูปัตตานีใช้ อามอหรือซายอ มันเทศ ภาษามาเลย์ใช้ อูบี กิลิเดะ ภาษามลายูปัตตานีใช้ อูปีกือแตลอ นอกจากนี้ ยังมีการใช้คำภาษาไทยปนเข้ามาในบางส่วน
การออกเสียง [แก้]
- ออกเสียงสระต่างกันได้แก่
- เสียงอะ + พยัญชนะนาสิกในภาษามาเลย์เป็นแอในภาษามลายูปัตตานี เช่น อายัม (ไก่) เป็น อาแย มากัน (กิน) เป็น มาแก
- เสียงอะ + หในภาษามาเลย์เป็นเอาะในภาษามลายูปัตตานี รูมะหฺ (บ้าน) เป็น รูเมาะหฺ
- เสียงอะในภาษามาเลย์เป็นเอาะในภาษามลายูปัตตานี บาวะ (พา) เป็น บอเวาะ มินตะ (ขอ) เป็น ม๊เตาะ
- เสียงอาท้ายคำในภาษามาเลย์เป็นออในภาษามลายูปัตตานี นามา (ชื่อ) เป็น นามอ ซีลา (เชิญ) เป็น ซีลอ
- เสียงอีท้ายคำที่ประสมกับพยัญชนะนาสิกในภาษามาเลย์เป็นเสียงอิงในภาษามลายูปัตตานี สินี (ที่นั่ง) เป็น สินิง
- เสียงไอท้ายคำในภาษามาเลย์เป็นอาหรือแอในภาษามลายูปัตตานี เช่น ซูไง (คลอง) เป็น ซูงา หรือซูแง กือได (ตลาด) เป็น กือดา หรือ กือแด การเพี้ยนเสียงเป็นแอ พบในบางท้องถิ่นเท่านั้น
- เสียงเอาท้ายคำในภาษามาเลย์เป็นอาในภาษามลายูปัตตานี เช่น ปีเซา (มีด) เป็นปีซา
- เสียงอัวในภาษามาเลย์เป็นออในภาษามลายูปัตตานี เช่น ปัวซอ (บวช) เป็น ปอซอ
- เสียงเอียในภาษามาเลย์เป็นเสียงอี + ยในภาษามลายูปัตตานี เช่น เสียม (สยาม) เป็น สีแย
- เสียงเอียพยางค์หน้าในภาษามาเลย์เป็นแอในภาษามลายูปัตตานี เช่น เบียซา (เคย) เป็น แบซอ
- ออกเสียงตัวสะกดต่างกัน
- ตัวสะกดที่เป็นเสียงเสียดแทรก (ส, ฟ) ในภาษามาเลย์เป็นเสียงที่เกิดจากคอหอย (ห) ในภาษามลายูปัตตานี เช่น มาลัส (เกียจคร้าน) เป็น มาละหฺ
- ตัวสะกด น, ม ในภาษามาเลย์เป็น ง สะกด ในภาษามลายูปัตตานี เช่น ฮากิม (ตุลาการ) เป็น ฮาเก็ง
- ออกเสียงพยัญชนะต้นต่างกันเช่น
- ร ในภาษามาเลย์เป็น ฆฮ ในภาษามลายูปัตตานี เช่น โอรัง (คน) เป็น ออแฆฮ
นอกจากนั้นภาษามลายูปัตตานียังนิยมลดเสียงและคำที่พูดเช่น เออมะ เสาดาราในภาษามาเลย์เป็น เมาะสดารอ ในภาษามลายูปัตตานี
โครงสร้างประโยค [แก้]
ภาษามลายูปัตตานีนิยมเรียงประโยคแบบภาษาไทยคือใช้รูปประธานกระทำ ส่วนภาษามาเลย์ใช้ประโยคแบบประธานถูกกระทำ เช่น ภาษามาเลย์ใช้ ตูวัน ดีเปอรานะกัน ตีมานา (ท่านถูกเกิดที่ไหน) ภาษามลายูปัตตานีใช้ ตูแว บือราเนาะ ดีมานอ (ท่านเกิดที่ไหน)
ความต่างของไวยากรณ์ [แก้]
- ภาษามลายูปัตตานีคัดคำอุปสรรคที่ไม่จำเป็นออก เช่น บรยาลัน ในภาษามาเลย์เป็น ยยาแล
- ภาษามลายูปัตตานีใช้คำง่ายกว่า เช่น มาแก ใช้ได้ทั้ง กินข้าว ดื่มน้ำ สูบบุหรี่ แต่ภาษามาเลย์แยกเป็น มากัน (กิน) มีนุม (ดื่ม) หิสัป (สูบ)
- ภาษามาเลย์มีการแยกระดับของคำมากกว่า เช่น ผู้ชายใช้ ลากี-ลากี สัตว์ตัวผู้ใช้ ยันตัน ส่วนภาษามลายูปัตตานีใช้ ยาแต กับทั้งคนและสัตว์ ส่วน ลลากี มีใช้น้อย
- ภาษามลายูปัตตานีมีการเรียงคำแบบภาษาไทยมากกว่า เช่น ทำนา ใช้ บูวะบือแน
อ้างอิง [แก้]
- ประพนธ์ เรืองณรงค์. บุหงาปัตตานี: คติชนไทยมุสลิมชายแดนภาคใต้. กทม. มติชน. 2540
|
||||||||
|
|||||||||||