ภาษามลายูปัตตานี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาษามลายูปัตตานี
ยาวี
พูดใน: ไทย มาเลเซีย 
ภูมิภาค: ปัตตานี
จำนวนผู้พูด: 3,100,000 (ค.ศ. 1998)
ตระกูลภาษา: ออสโตรนีเซียน
 มาลาโย-โพลีนีเซียน
  มาลายิก
   มาลายัน
    มาเลย์ท้องถิ่น
     ภาษามลายูปัตตานี 
ระบบการเขียน: อักษรยาวี
รหัสภาษา
ISO 639-1: ms
ISO 639-2: may (B)  msa (T)
ISO 639-3: mfa
สารานุกรมภาษา ส่วนหนึ่งของสารานุกรมภาษา

ภาษามลายูปัตตานี (มาเลย์: Bahasa Melayu Patani; อักษรยาวี: بهاس ملاي ڤطاني) หรือนิยมเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า ภาษายาวี (อักษรยาวี: بهاس جاوي) เป็นภาษากลุ่มออสโตรนีเซียน ที่พูดโดยชาวไทยเชื้อสายมลายูในจังหวัดปัตตานี, นราธิวาส, ยะลา และในบางอำเภอของสงขลา (ไม่รวมสตูล)

ในประเทศไทยมีประชากรที่พูดภาษานี้มากกว่า 1 ล้านคน ภาษานี้ใกล้เคียงมากกับภาษาถิ่นในรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ซึ่งพูดภาษาถิ่นที่แตกต่างจากส่วนที่เหลือของประเทศมาเลเซีย

เนื้อหา

คำศัพท์ [แก้]

นอกจากคำศัพท์พื้นฐานของภาษามลายูแล้ว ภาษามลายูปัตตานีมีคำยืมจากภาษาอื่นหลายภาษา ได้แก่ [1]

ความแตกต่างระหว่างภาษามลายูปัตตานีกับภาษามาเลย์ [แก้]

ความแตกต่างระหว่างภาษามลายูปัตตานีกับภาษามลายูกลางหรือภาษามาเลย์มีดังนี้[2]

การใช้คำ [แก้]

บางคำทั้งสองภาษาใช้คำต่างกัน เช่น ฉัน ภาษามาเลย์ใช้ ซายา ภาษามลายูปัตตานีใช้ อามอหรือซายอ มันเทศ ภาษามาเลย์ใช้ อูบี กิลิเดะ ภาษามลายูปัตตานีใช้ อูปีกือแตลอ นอกจากนี้ ยังมีการใช้คำภาษาไทยปนเข้ามาในบางส่วน

การออกเสียง [แก้]

  • ออกเสียงสระต่างกันได้แก่
    • เสียงอะ + พยัญชนะนาสิกในภาษามาเลย์เป็นแอในภาษามลายูปัตตานี เช่น อายัม (ไก่) เป็น อาแย มากัน (กิน) เป็น มาแก
    • เสียงอะ + หในภาษามาเลย์เป็นเอาะในภาษามลายูปัตตานี รูมะหฺ (บ้าน) เป็น รูเมาะหฺ
    • เสียงอะในภาษามาเลย์เป็นเอาะในภาษามลายูปัตตานี บาวะ (พา) เป็น บอเวาะ มินตะ (ขอ) เป็น ม๊เตาะ
    • เสียงอาท้ายคำในภาษามาเลย์เป็นออในภาษามลายูปัตตานี นามา (ชื่อ) เป็น นามอ ซีลา (เชิญ) เป็น ซีลอ
  • เสียงอีท้ายคำที่ประสมกับพยัญชนะนาสิกในภาษามาเลย์เป็นเสียงอิงในภาษามลายูปัตตานี สินี (ที่นั่ง) เป็น สินิง
    • เสียงไอท้ายคำในภาษามาเลย์เป็นอาหรือแอในภาษามลายูปัตตานี เช่น ซูไง (คลอง) เป็น ซูงา หรือซูแง กือได (ตลาด) เป็น กือดา หรือ กือแด การเพี้ยนเสียงเป็นแอ พบในบางท้องถิ่นเท่านั้น
    • เสียงเอาท้ายคำในภาษามาเลย์เป็นอาในภาษามลายูปัตตานี เช่น ปีเซา (มีด) เป็นปีซา
    • เสียงอัวในภาษามาเลย์เป็นออในภาษามลายูปัตตานี เช่น ปัวซอ (บวช) เป็น ปอซอ
    • เสียงเอียในภาษามาเลย์เป็นเสียงอี + ยในภาษามลายูปัตตานี เช่น เสียม (สยาม) เป็น สีแย
    • เสียงเอียพยางค์หน้าในภาษามาเลย์เป็นแอในภาษามลายูปัตตานี เช่น เบียซา (เคย) เป็น แบซอ
  • ออกเสียงตัวสะกดต่างกัน
    • ตัวสะกดที่เป็นเสียงเสียดแทรก (ส, ฟ) ในภาษามาเลย์เป็นเสียงที่เกิดจากคอหอย (ห) ในภาษามลายูปัตตานี เช่น มาลัส (เกียจคร้าน) เป็น มาละหฺ
    • ตัวสะกด น, ม ในภาษามาเลย์เป็น ง สะกด ในภาษามลายูปัตตานี เช่น ฮากิม (ตุลาการ) เป็น ฮาเก็ง
  • ออกเสียงพยัญชนะต้นต่างกันเช่น
    • ร ในภาษามาเลย์เป็น ฆฮ ในภาษามลายูปัตตานี เช่น โอรัง (คน) เป็น ออแฆฮ

นอกจากนั้นภาษามลายูปัตตานียังนิยมลดเสียงและคำที่พูดเช่น เออมะ เสาดาราในภาษามาเลย์เป็น เมาะสดารอ ในภาษามลายูปัตตานี

โครงสร้างประโยค [แก้]

ภาษามลายูปัตตานีนิยมเรียงประโยคแบบภาษาไทยคือใช้รูปประธานกระทำ ส่วนภาษามาเลย์ใช้ประโยคแบบประธานถูกกระทำ เช่น ภาษามาเลย์ใช้ ตูวัน ดีเปอรานะกัน ตีมานา (ท่านถูกเกิดที่ไหน) ภาษามลายูปัตตานีใช้ ตูแว บือราเนาะ ดีมานอ (ท่านเกิดที่ไหน)

ความต่างของไวยากรณ์ [แก้]

  • ภาษามลายูปัตตานีคัดคำอุปสรรคที่ไม่จำเป็นออก เช่น บรยาลัน ในภาษามาเลย์เป็น ยยาแล
  • ภาษามลายูปัตตานีใช้คำง่ายกว่า เช่น มาแก ใช้ได้ทั้ง กินข้าว ดื่มน้ำ สูบบุหรี่ แต่ภาษามาเลย์แยกเป็น มากัน (กิน) มีนุม (ดื่ม) หิสัป (สูบ)
  • ภาษามาเลย์มีการแยกระดับของคำมากกว่า เช่น ผู้ชายใช้ ลากี-ลากี สัตว์ตัวผู้ใช้ ยันตัน ส่วนภาษามลายูปัตตานีใช้ ยาแต กับทั้งคนและสัตว์ ส่วน ลลากี มีใช้น้อย
  • ภาษามลายูปัตตานีมีการเรียงคำแบบภาษาไทยมากกว่า เช่น ทำนา ใช้ บูวะบือแน

อ้างอิง [แก้]

  1. ประพนธ์, 2540
  2. ประพนธ์, 2540
  • ประพนธ์ เรืองณรงค์. บุหงาปัตตานี: คติชนไทยมุสลิมชายแดนภาคใต้. กทม. มติชน. 2540