ภาษากาปัมปางัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กาปัมปางัน
ภาษาแม่ใน ฟิลิปปินส์
ภูมิภาค ลูซอนกลาง
จำนวนผู้พูด 2.4 ล้านคน  (ไม่พบวันที่)
ตระกูลภาษา
รหัสภาษา
ISO 639-2 pam
ISO 639-3 pam

ภาษากาปัมปางัน เป็นภาษาหนึ่งที่ใช้พูดในประเทศฟิลิปปินส์

สัทวิทยา[แก้]

พยัญชนะ[แก้]

Bilabial consonant Alveolar Palatal consonant Velar consonant Glottal consonant
พยัญชนะเสียงกัก เสียงไม่ก้อง p t k - [ʔ]
เสียงก้อง b d g
Affricate consonant เสียงไม่ก้อง (ts, tiy) [tʃ]
เสียงก้อง (diy) [dʒ]
พยัญชนะเสียงเสียดแทรก s (siy) [ʃ]
พยัญชนะเสียงนาสิก m n ng [ŋ]
Lateral consonant l
Flap consonant r
พยัญชนะกึ่งสระ w (y) [j]


ไวยากรณ์[แก้]

คำนาม[แก้]

คำนามมี 3 การก คือ สัมบูรณ์ เกี่ยวพัน และกรรมตรง เป็นภาษาที่นิยมใช้ในรูปถูกกระทำ เครื่องหมายสำหรับการกสัมบูรณ์จะแสดงการกระทำของอกรรมกริยาและกรรมของสกรรมกริยา เครื่องหมายแสดงการกเกี่ยวพัน แสดงกรรมของอกรรมกริยา และการกระทำของสกรรมกริยา และใช้แสดงความเป็นเจ้าของ เครื่องหมายแสดงกรรมเหมือนกับบุพบทในภาษาอังกฤษแสดงตำแหน่งและทิศทาง เครื่องหมายของคำนามแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ ใช้กับบุคคลและใช้ทั่วไป ดังในตาราง

  การกสัมบูรณ์ (Absolutive) การกเกี่ยวพัน (Ergative) การกกรรมตรง (Oblique)
เอกพจน์ทั่วไป ing -ng,
ning
king
พหูพจน์ทั่วไป ding
ring
ring karing
เอกพจน์บุคคล i -ng kang
พหูพจน์บุคคล di
ri
ri kari

ตัวอย่างประโยค

  • Dinatang ya ing lalaki = ผู้ชายมาถึง
  • Ikit neng Juan i Maria = จอห์นเห็นมาเรีย
  • Munta la ri Elena at Roberto king bale nang Miguel = เอเลนาและโรเบอร์โตจะไปบ้านของมิเกล
  • Nukarin la ring libro = หนังสือเหล่านั้นอยู่ที่ไหน

สรรพนาม[แก้]

  การกสัมบูรณ์
(อิสระ)
การกสัมบูรณ์
(ภายใน)
การกเกี่ยวพัน การกกรรมตรง
เอกพจน์บุรุษที่ 1 yaku, aku ku ku kanaku, kaku
เอกพจน์บุรุษที่ 2 ika ka mu keka
เอกพจน์บุรุษที่ 3 iya, ya ya na keya, kaya
ทวิพจน์บุรุษที่ 1 ikata kata, ta ta kekata
พหูพจน์บุรุษที่ 1 รวมผู้ฟัง ikatamu, itamu katamu, tamu tamu, ta kekatamu, kekata
พหูพจน์บุรุษที่ 1 ไม่รวมผู้ฟัง ikami, ike kami, ke mi kekami, keke
พหูพจน์บุรุษที่ 2 ikayo, iko kayu, ko yu kekayu, keko
พหูพจน์บุรุษที่ 3 ila la da karela

ตัวอย่างประโยค

  • Sinulat ku. = ฉันเขียนแล้ว (อดีต)
  • Silatanan na ku = (เขา)เขียนถึงฉัน
  • Dinatang ya = เขามาถึงแล้ว
  • Ninu ing minaus keka? = ใครเรียกคุณ

คำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของตามหลังคำที่ถูกขยาย คำสรรพนามที่เป็นกรรมอาจใช้แทนคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของได้ แต่จะนำหน้าคำที่ถูกขยาย เช่น

  • Ing bale ku = Ing kakung bale = บ้านของฉัน

คำสรรพนามทวิพจน์ ikata ใช้แทนสรรพนามบุรุษที่ 1 และ 2 คำสรรพนามรวมผู้ฟัง ikatamu ใช้แทนบุรุษที่ 1 และ 2 อาจรวมบุรุษที่ 3 ด้วย คำสรรพนามไม่รวมผู้ฟัง ikami ใช้แทนสรรพนามบุรุษที่ 1 และ 3 แต่ไม่รวมบุรุษที่ 2 ตัวอย่างเช่น

  • Ala tang nasi = เรา (คุณและฉัน) กินข้าว
  • Ala tamung nasi = เรา (คุณและฉันและคนอื่นๆ) กินข้าว
  • Ala keng nasi = เรา (คนอื่นๆและฉัน ไม่รวมคุณ) กินข้าว

ภาษากาปัมปางันต้องแสดงคำสรรพนาม แม้ว่าจะมีคำนามปรากฏอยู่ก็ตาม เช่น

  • Dinatang ya i Ernine = เออร์นินมาถึง
  • Mamasa la ri Maria at Juan = มาเรียและฮวนกำลังอ่านหนังสือ

สรรพนาม ya และ la มีรูปพิเศษเมื่อใช้เป็นคำสันธานกับคำ ati (มี) และ ala (ไม่มี) เช่น

  • Ati yu king Pampanga = เขาอยู่ในปัมปางา
  • Ala lu ring doktor keni = หมอไม่ได้อยู่ที่นี่นาน

การรวมคำสรรพนาม[แก้]

การเรียงลำดับและรูปแบบของคำสรรพนามในภาษากาปัมปางันแสดงในตารางข้างล่าง สรรพนามเหล่านี้มีลำดับแน่นอนในการตามหลังคำกริยาหรืออนุภาค เช่นคำปฏิเสธ คำสรรพนามภายในจะตามหลังคำสรรพนามอีกตัวเป็นลำดับแรก เช่น

  • Ikit da ka = ฉันเห็นคุณ
  • Silatanan na ku = เขาเขียนถึงฉัน

การเรียงลำดับคำสรรพนามสลับกันถือว่าผิดไวยากรณ์ มีการรวมตัวของคำสรรพนามด้วย เช่น

  • Ikit ke (แทน Ikit ku ya) = ฉันเห็นหล่อน
  • Dinan kung pera (Dinan ku lang pera) = ฉันจะให้เงินแก่พวกเขา

คำสรรพนามที่รวมกันนี้ใช้ในคำถามด้วย เช่น

  • Akakit mya? = คุณเห็นเขาไหม

ตารางต่อไปนี้แสดงคำสรรพนามที่รวมกันได้ ช่องว่างแสดงว่าคำสรรพนามคู่นั้นรวมกันไม่ได้ ตามแนวตั้งเป็นสรรพนามรูปสัมบูรณ์ ส่วนแนวนอนเป็นสรรพนามรูปเกี่ยวพัน

  yaku
1 s
ika
2 s
ya
3 s
ikata
1 dual
ikatamu
1 p inc.
ikami
1 p exc.
ikayo
2 p
ila
3 p
ku
1 s
(ing sarili ku) da ka ke
kya
- - - da ko
da kayu
ko
ku la
mu
2 s
mu ku (ing sarili mu) me
mya
- - mu ke
mu kami
- mo
mu la
na
3 s
na ku na ka ne
nya
(ing sarili na)
na kata na katamu na ke
na kami
na ko
na kayu
no
nu la
ta
1 dual
- - te
tya
(ing sarili ta) - - - to
ta la
tamu
1 p inc.
- - ta ya - (ing sarili tamu) - - ta la
mi
1 p exc.
- da ka mi ya - - (ing sarili mi) da ko
da kayu
mi la
yu
2 p
yu ku - ye
ya
- - yu ke
yu kami
(ing sarili yu) yo
yu la
da
3 p
da ku da ka de
dya
da kata da katamu da ke
da kami
da ko
da kayu
do
da la
(ing sarili da)

คำสรรพนามชี้เฉพาะ[แก้]

คำสรรพนามชนิดนี้ในภาษากาปัมปางันต่างจากภาษาในฟิลิปปินส์อื่นๆ คือมีการแยกรูปเอกพจน์กับพหูพจน์

  การกสัมบูรณ์ การกเกี่ยวพัน การกกรรมตรง สถานที่ ภายใน
เอกพจน์ พหูพจน์ เอกพจน์ พหูพจน์ เอกพจน์ พหูพจน์ เอกพจน์ พหูพจน์
ใกล้กับผู้พูดที่สุด
(นี่ ที่นี่)
ini deni
reni
nini dareni kanini kareni oyni oreni keni
ใกล้ผู้พูดหรือสถานที่
(นี่ ที่นี่)
iti deti
reti
niti dareti kaniti kareti oyti oreti keti
สถานที่ที่อยู่ใกล้
(ที่นั่น นั่น)
iyan den
ren
niyan daren kanyan karen oyan oren ken
อยู่ไกล
(โน่น)
ita deta
reta
nita dareta kanita kareta oyta oreta keta

imi และ iti หมายถึง"นี่" เหมือนกันแต่ใช้ต่างกัน iti ใช้แทนสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น iting musika (ดนตรีนี้) ini ใช้กับสิ่งที่เป็นรูปธรรมเท่านั้น เช่น ining libru (หนังสือเล่มนี้)

ในรูปชี้บ่งสถานที่ keni ใช้เมื่อผู้พูดไม่อยู่ใกล้สิ่งที่พูดถึง keti ใช้เมื่อผู้พูดอยู่ใกล้สิ่งที่พูดถึง ทั้งสองคำหมายถึง "ที่นี่" เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น

  • Ninu ing lalaking ita = ใครคือผู้ชายคนนั้น
  • Me keni = มาที่นี่
  • Ati ku keti = ฉันอยู่ที่นี่
  • Oreni adwang regalo para keka = นี่คือของขวัญ 2 ชิ้น สำหรับคุณ

คำกริยา[แก้]

คำกริยาในภาษากาปัมปางันมีโครงสร้างที่ซับซ้อน มีการลงวิภัติปัจจัยผันตามสิ่งเน้น จุดประสงค์ รูปแบบ และอื่นๆ ผู้พูดภาษาอื่นๆในฟิลิปปินส์จะมองว่าคำกริยาของภาษากาปัมปางันยากกว่าภาษาอื่น เพราะมีรูปแบบที่คาดเดาได้ยาก ตัวอย่างเช่นคำว่า sulat (เขียน) ซึ่งเป็นรากศัพท์ที่พบทั้งภาษาตากาล็อกและภาษากาปัมปางัน มีการผันต่างกันดังนี้

  • susulat ภาษากาปัมปางันแปลว่า "กำลังเขียน" ภาษาตากาล็อกแปลว่า "จะเขียน"
  • sumulat ภาษากาปัมปางันแปลว่า "จะเขียน" ภาษาตากาล็อกแปลว่า "เขียนแล้ว" และใช้เป็นรูปนามกริยาทั้ง 2 ภาษา
  • sinulat แปลว่า "เขียนแล้ว" ทั้ง 2 ภาษา แต่ภาษากาปัมปางันเน้นผู้กระทำ ภาษาตากาล็อกเป็นรูปเน้นกรรม

มีคำกริยาในรูปเน้นผู้ถูกกระทำที่ไม่ใช้อาคม -um- แต่ใช้การเชื่อมต่อ เช่น gawa(ทำ) bulus (จม) sindi (สูบบุหรี่)คำกริยาเหล่านี้เกิดจากการเปลี่ยนเสียงสระในรูปเน้นผู้กระทำจะเกิดกับคำกริยาที่มีสระ u ที่พยางค์แรก เช่น lucas (เอาออกไป) lukas (จะเอาออกไป) lulukas (กำลังเอาออกไป) และ likas (เอาออกไปแล้ว)

  นามกริยา &
Contemplative
ความต่อเนื่อง สมบูรณ์
เน้นผู้กระทำ1a -um- CV- -in-
เน้นผู้กระทำ1b - CV- -in-
-i-
เน้นผู้กระทำ1c m- mVm- min-
me-
เน้นผู้กระทำ2 mag- mág- mig-, meg-
เน้นผู้กระทำ3 ma- má- ne-
เน้นผู้กระทำ4 maN- máN- meN-
เน้นกรรม1 -an CV- ... -an -in-
-i-
-e-
เน้นกรรม2
เน้นการใช้ประโยชน์
i- iCV- i- -in-
i- -i-
i- -e-
เน้นกรรม3
เน้นสถานที่
-an CV- ... -an -in- ... -an
-i- ... -an
-e- ... -an
เน้นเครื่องมือ ipaN- páN- piN-, peN
เน้นเหตุผล ka- ká- ke-

ตัวอย่างประโยคทั่วไป

  • Kumusta naka? = คุณเป็นอย่างไรบ้าง
  • Masalese kupu = ฉันสบายดี
  • Nanung lagyu mu? = คุณชื่ออะไร

จำนวน[แก้]

1 = metung 2 = adwa 3 = atlu 4 = apat 5 = lima 6 = anam 7 = pitu 8 = walu 9 = siyam 10 = apulu

วิกิพีเดีย
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ในภาษากาปัมปางัน