ภาษาเปอร์เซีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาษาเปอร์เซีย
فارسی ฟาร์ซี
ภาษาแม่ใน ประเทศอิหร่าน (เปอร์เซีย) ประเทศอัฟกานิสถาน ประเทศทาจิกิสถาน และประเทศเพื่อนบ้าน
จำนวนผู้พูด 61 ล้านคน (ภาษาแม่)
110 ล้านคน (ทั้งหมด)  (ไม่พบวันที่)
ตระกูลภาษา
สถานภาพทางการ
ภาษาทางการ ประเทศอิหร่าน, ประเทศอัฟกานิสถาน, ประเทศทาจิกิสถาน
ผู้วางระเบียบ สมาคมภาษาและวรรณกรรมเปอร์เซีย (Academy of Persian Language and Literature)
สถาบันศาสตร์อัฟกานิสถาน (
รหัสภาษา
ISO 639-1 fa
ISO 639-2 per (B)
fas (T)
ISO 639-3 มีหลากหลาย:
prs — ภาษาเปอร์เซียตะวันออก
pes — ภาษาเปอร์เซียตะวันตก
tgk — ทาจิก
aiq — ไอมัก
bhh — บูคาริก
deh — เดห์วารี
drw — ดาร์วาซี
haz — ฮาซารากี
jpr — จีดิ
phv — ปาห์ลาวานี

ภาษาเปอร์เซีย (เปอร์เซีย: فارسی) หรือ ฟาร์ซี (อังกฤษ: Farsi ชื่อท้องถิ่นใน ประเทศอิหร่าน และประเทศอัฟกานิสถาน) , ทาจิก (Tajik, ภาษาย่อยในเอเชียกลาง) หรือ ดารี (Dari ชื่อท้องถิ่นในประเทศอัฟกานิสถาน) เป็นภาษาที่พูดใน ประเทศอิหร่าน ประเทศอัฟกานิสถาน ประเทศทาจิกิสถาน ประเทศบาห์เรน และประเทศอุซเบกิสถาน เป็นภาษาทางการใน 3 ประเทศแรกที่กล่าวไว้ คนที่พูดเป็นภาษาแม่มีอยู่ประมาณ 75 ล้านคน [1] เป็นสมาชิกของภาษากลุ่มอินโด-ยูโรเปียน เป็นชนิดประธาน กรรม กริยา

การจัดจำแนก[แก้]

ภาษาเปอร์เซียอยู่ในกลุ่มตะวันตกของภาษากลุ่มอิหร่านในตระกูลภาษาอินโด-ยุโรเปียน เรียงประโยคแบบประธาน-กรรม-กริยา ในกลุ่มตะวันตกนี้ นอกจากภาษาเปอร์เซียแล้วยังมีภาษาเคิร์ด ภาษามาซันดารานี ภาษาคิเลกิ ภาษาทาเลียสและภาษาบาโลชิ โดยภาษาเปอร์เซียอยู่ในกลุ่มย่อยตะวันตกเฉียงใต้[2]

การเรียกชื่อ[แก้]

ชื่อท้องถิ่น[แก้]

  • ภาษาดารี (มาจาก دربار‎ /dærbɒr/ "ศาล")[3] เป็นชื่อท้องถิ่นในอัฟกานิสถานและเอเชียใต้ แต่ชาวอัฟกันส่วนใหญ่ในอัฟกานิสถานจะเรียกภาษานี้ว่าภาษาฟาร์ซี
  • ภาษาฟาร์ซี/ปาร์ซี (فارسی / پارسی‎)[4] เป็นชื่อท้องถิ่นในอิหร่าน
  • ภาษาทาจิกี (тоҷикӣ)[5] เป็นชื่อท้องถิ่นของภาษานี้ในเอเชียกลาง โดยเฉพาะในทาจิกิสถาน
บริเวณที่มีการพูดภาษาเปอร์เซียสำเนียงหลักทั้งสามสำเนียง

ชื่อในภาษาอังกฤษ[แก้]

ในภาษาอังกฤษเรียกชื่อภาษานี้ว่าภาษาเปอร์เซียซึ่งเป็นการออกเสียงแบบอังกฤษของคำที่มาจากภาษาละติน Persianus < ละติน Persia < กรีก Πέρσις Pérsis ซึ่งมีต้นกำเนิกจากคำในภาษาเปอร์เซียโบราณ Parsa คำว่าเปอร์เซียมีใช้ในภาษาอังกฤษครั้งแรกเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 21[6] ผู้พูดภาษาเปอร์เซียเป็นภาษาแม่จะเรียกตนเองว่าปาร์ซี หรือ ฟาร์ซี โดยที่ฟาร์ซีนั้นเป็นรูปที่ถูกทำให้เป็นภาษาอาหรับของคำว่าปาร์ซี เพราะภาษาอาหรับไม่มีเสียง /ป/[7][8] เมื่อมีผู้พูดภาษาเปอร์เซียอพยพไปตะวันตกจึงมีการใช้คำว่าภาษาฟาร์ซีใช้เรียกภาษาของตนและเริ่มใช้ในภาษาอังกฤษเมื่อพุทธศตวรรษที่ 25 สมาคมวิชาการทางด้านภาษาและวรรณกรรมเปอร์เซียได้ประกาศว่าคำว่าภาษาเปอร์เซียนั้นเหมาะสมกว่าฟาร์ซี[9] และนักวิชาการทางด้านภาษาเปอร์เซียบางคนได้ปฏิเสธการใช้คำว่าภาษาฟาร์ซี[10][11]

ชื่อในระดับนานาชาติ[แก้]

การกำหนดรหัสภาษาในระบบ ISO 639-1 ใช้ "fa" ส่วนในระบบ ISO 639-3 ใช้ "fas" สำหรับภาษาเปอร์เซีย ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่อิหร่านถึงอัฟกานิสถาน ใช้คำว่าภาษาฟาร์ซีตะวันออกสำหรับภาษาเฉพาะในอัฟกานิสถานและภาษาฟาร์ซีตะวันตกสำหรับภาษาเฉพาะในอิหร่าน ใน Ethnologue จะใช้ภาษาฟาร์ซีตะวันออกหรือ "Dari" กับภาษาฟาร์ซีตะวันตกหรือ "Irani"

สัทวิทยา[แก้]

หน่วยเสียงสระของภาษาเปอร์เซียสมัยใหม่สำเนียงเตหะราน

ภาษาเปอร์เซียมีพยัญชนะ 23 เสียง สระ 6 เสียง ในอดีต ภาษาเปอร์เซียมีเสียงสระ 8 เสียงคือมีเสียงยาว 5 เสียง (/iː/, /uː/, /ɒː/, /oː/ และ /eː/) และเสียงสั้น 3 เสียง (/æ/, /i/ และ /u/)จนเมื่อราวก่อนพุทธศตวรรษที่ 21 มีการรวมกันของเสียงสระบางเสียง จึงเหลือเพียง 6 เสียงในปัจจุบัน

พยัญชนะ[แก้]

Labial Alveolar Postalveolar Palatal Velar Uvular Glottal
Nasal m n (ŋ)
Plosive p b t d k ɡ (q ɢ)
Affricate tʃ dʒ
Fricative f v s z ʃ ʒ x ɣ h
Tap ɾ
Trill (r)
Approximant l j

ไวยากรณ์[แก้]

ดูบทความหลักที่: ไวยากรณ์ภาษาเปอร์เซีย

โครงสร้าง[แก้]

ภาษาเปอร์เซียมีการเติมปัจจัยท้ายคำมาก คำอุปสรรคมีใช้น้อย คำกริยาจะแสดงกาลและจุดประสงค์ ผันตามบุคคล บุรุษ และจำนวน คำนามไม่มีการกำหนดเพศ คำสรรพนามจัดให้เป็นเพศกลาง

การเรียงประโยค[แก้]

โครงสร้างประโยคโดยทั่วไปเป็น ประธาน- (วลีบุพบท) -กรรม-กริยา ถ้ากรรมมีการชี้เฉพาะ กรรมจะตามด้วยคำ ra และมาก่อนวลีบุพบท

ประวัติ[แก้]

ภาษาเปอร์เซียเป็นภาษากลุ่มอิหร่าน อยู่ในกลุ่มภาษาอินโด-อารยัน ในตระกูลภาษาอินดด-ยุโรเปียน ภาษานี้แบ่งออกเป็นสามยุคอย่างชัดเจนคือยุคโบราณ ยุคกลางและยุคใหม่ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์อิหร่านสามช่วง ยุคโบราณเริ่มตั้งแต่ก่อนราชวงศ์อะแคมินิดจนถึงหลังราชวงศ์อะแคมินิด (ประมาณพ.ศ. 143-243) ยุคกลางเริ่มจากยุคหลังจากสิ้นสุดยุคโบราณจนถึงยุคราชวงศ์ซัสซานิด และยุคหลังจากนั้น ยุคใหม่ เริ่มหลังจากสิ้นสุดราชวงศ์ซัสซานิดจนถึงปัจจุบัน เอกสารภาษาเปอร์เซียที่เก่าที่สุดอยู่ในยุคจักรวรรดิเปอร์เซียเมื่อ 57 ปีก่อนพุทธศักราช

ภาษาเปอร์เซียโบราณ[แก้]

ดูบทความหลักที่: ภาษาเปอร์เซียโบราณ

ภาษาเปอร์เซียโบราณพัฒนามาจากภาษาอิหร่านดั้งเดิมที่เกิดขึ้นในที่ราบอิหร่านทางตะวันตกเฉียงใต้ ตัวอย่างที่เก่าที่สุดของภาษานี้คือจารึกเบฮิสตันในสมัยพระเจ้าดาริอุสที่ 1 ในสมัยราชวงศ์อะแคมินิด แม้ว่าจะมีตัวอย่างที่อายุมากกว่านี้ เช่นจารึกของพระเจ้าไซรัสมหาราช แต่ภาษาใหม่กว่า ภาษาเปอร์เซียโบราณเขียนด้วยอักษรรูปลิ่มสำหรับภาษาเปอร์เซีย ซึ่งมีลักษณะเฉพาะสำหรับภาษา คาดว่าประดิษฐ์ขึ้นใช้ในสมัยพระเจ้าดาริอุสที่ 1 ในยุคราชวงศ์อะแคมินิดเริ่มมีการนำอักษรอราเมอิกมาใช้ พบทางตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งเป็นบ้านเกิดของราชวงศ์อะแคมินิด

ภาษาเปอร์เซียยุคกลาง[แก้]

ดูบทความหลักที่: ภาษาเปอร์เซียกลาง

ในทางตรงกันข้ามกับภาษาเปอร์เซียโบราณ ภาษาเปอร์เซียยุคกลางมีความแตกต่างทั้งทางด้านรุปแบบการเขียนและการพูด รูปแบบทวิพจน์ในภาษาเปอร์เซียโบราณได้หายไป ภาษาเปอร์เซียยุคกลางใช้ปรบทในการบอกหน้าที่ของคำ ภาษาเปอร์เซียยุคกลางเริ่มต้นขึ้นเมื่อราชวงศ์อะแคสินิดเริ่มตกต่ำ โดยการเปลี่ยนแปลงของภาษาน่าจะเริ่มราวพุทธศตวรรษที่ 9 และใช้จนถึงพุทธศตวรรษที่ 12 ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 ภาษาเปอร์เซียกลางจึงเริ่มเปลี่ยนมาสู่ภาษาเปอร์เซียใหม่ เอกสารที่เหลือยู่ส่วนใหญ่เป็นเอกสารทางศาสนาโซโรอัสเตอร์ ชื่อของภาษาในยุคนี้คือ Parsik ซึ่งกลายเป็นคำว่า "เปอร์เซีย" ในภาษาเปอร์เซียใหม่ เมื่อเขียนด้วยอักษรอาหรับ เมื่อภาษานี้เปลี่ยนมาเป็นภาษาเปอร์เซียใหม่ ภาษายุคกลางนี้จึงเรียกว่าภาษาปะห์ลาวี จุดเปลี่ยนระหว่างภาษายุคกลาง (ปะห์ลาวี เช่นภาษาพาร์เทียน) มาเป็นภาษาเปอร์เซีย (farsi)จึงเป็นจุดที่ได้รับอิทธิพลจากภาษาอาหรับและการเขียนด้วยอักษรอาหรับ

ภาษาเปอร์เซียใหม่[แก้]

ประวัติศาสตร์ของภาษาเปอร์เซียใหม่เกิดขึ้นเมื่อ 1,000 - 1,200 ปี พัฒนาการของภาษานี้แบ่งเป็นยุคต้น ยุคคลาสสิกและยุคใหม่ ผู้พูดภาษาเปอร์เซียเป็นภาษาแม่ในปัจจุบันสามารถเข้าใจเอกสารโบราณของภาษาเปอร์เซียได้แม้จะมีความแตกต่างทางด้านไวยากรณ์บ้าง

ภาษาเปอร์เซียคลาสสิก[แก้]

ปัญจตันตระหรือกาลิละห์ วา ดิมนา วรรณคดีเปอร์เซียที่มีอิทธิพลมากเรื่องหนึ่ง

การแพร่เข้ามาของศาสนาอิสลามกลายเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ของภาษาเปอร์เซียและวรรณกรรม ภาษานี้เป็นภาษากลางของโลกอิสลามฝั่งตะวันออกและอินเดีย เป็นภาษากลางและภาษาทางวัฒนธรรมของราชวงศ์ที่นับถือศาสนาอิสลามหลายราชวงศ์ เช่นซามานิดส์ บูยิดส์ ตาฮิริดส์ จักรวรรดิโมกุล ติมูริดส์ คาชนาวิดส์ เซลจุก ความเรชมิดส์ ซาฟาวิด อัฟชาริดส์ จักรวรรดิออตโตมานและอื่นๆ

ภาษาเปอร์เซียเป็นภาษาเดียวในตะวันออกที่มาร์โคโปโลรู้จัก อิทธิพลของภาษาเปอร์เซียต่อภาษาอื่นๆในโลกอิสลามปรากฏชัดมาก หลังจากที่ชาวอาหรับรุกรานเปอร์เซีย ภาษาเปอร์เซียได้ปรับปรุงคำศัพท์จากภาษาอาหรับมาใช้เป็นจำนวนมาก ในขณะที่บางคำมาจากตระกูลภาษาอัลไตอิกระหว่างที่ถูกปกครองภายใต้จักรวรรดิมองโกล

ภาษาเปอร์เซียกับการปกครองในอินเดีย[แก้]

บทกวีภาษาเปอร์เซียที่อินเดียราวพุทธศตวรรษที่ 23
บทกวีภาษาเปอร์เซีย Takht-e Shah Jahan, ที่อินเดีย

ในช่วง 500 ปีก่อนที่อังกฤษจะเข้าปกครองอินเดียเป็นอาณานิคม ภาษาเปอร์เซียเป็นภาษาที่สองที่สำคัญในอินเดียทั้งทางด้านการเรียนการสอนและทางวัฒนธรรม ในยุดจักรวรรดิโมกุล ภาษาเปอร์เซียเป็นภาษาราชการ เมื่ออังกฤษเข้ามาปกครองอินเดีย ภาษาอังกฤษจึงเข้ามาเป็นภาษากลางแทนที่ภาษาเปอร์เซีย

ภาษาเปอร์เซียในปัจจุบัน[แก้]

ตังแต่พุทธศตวรรษที่ 24 เป็นต้นมา ภาษาอังกฤษ ภาษารัสเซียและภาษาฝรั่งเศสได้เข้ามาเป็นศัพท์เทคนิคในภาษาเปอร์เซีย สมาคมวิชาการภาษาเปอร์เซียแห่งชาติในอิหร่านเป็นองค์กรที่รับผิดชอบในการสร้างคำใหม่จากรากศัพท์ภาษาเปอร์เซียให้เทียบเท่าคำยืมจากภาษาอื่น

ความผันแปรและสำเนียง[แก้]

ภาษาเปอร์เซียยุคใหม่มีสำเนียงที่สำคัญสามสำเนียงคือ

  • ภาษาเปอร์เซียอิหร่านยุคใหม่ (ฟาร์ซีตะวันตก) เป็นสำเนียงของภาษาเปอร์เซียที่ใช้พูดในอิหร่าน ภาษาเปอร์เซียเรียก Farsi ภาษาอังกฤษเรียก Persian
  • ภาษาดารี (ฟาร์ซีตะวันออก) เป็นชื่อท้องถิ่นของภาษาเปอร์เซียที่ใช้พูดในอัฟกานิสถาน
  • ภาษาทาจิก เป็นสำเนียงของภาษาเปอรืเซีย ใช้พูดในทาจิกิสถาน อุซเบกิสถาน และรัสเซีย เขียนด้วยอักษรซีริลลิก

นอกจากนั้นยังมีภาษาต่อไปนี้ที่ใกล้เคียงกับภาษาเปอร์เซีย

คำศัพท์[แก้]

การสร้างคำดั้งเดิมในภาษา[แก้]

การสร้างคำในภาษาเปอร์เซียจะประกอบด้วยการเติมอุปสรรคปัจจัยเข้าที่รากศัพท์ และมีการสร้างคำแบบรูปคำติดต่อด้วย รวมทั้งการสร้างคำแบบประสมที่รวมคำสองคำเข้าด้วยกัน

อิทธิพล[แก้]

ภาษาเปอร์เซียยุคกลางเป็นภาษาที่ได้รับอิทธิพลจากภาษาอาหรับน้อย และได้รับอิทธิพลด้านคำศัพท์จากภาษาโบราณในเมโสโปเตเมีย แต่ในภาษาเปอร์เซียสมัยใหม่ได้รับอิทธิพลจากรากศัพท์ภาษาอาหรับมาก โดยรากศัพท์เหล่านี้จะถูกทำให้เป็นเปอร์เซีย คำศัพท์ภาษาอาหรับที่พบในภาษาที่ใช้พูดในประเทศอินเดียและกลุ่มภาษาเตอร์กิกนั้นจะยืมต่อไปจากภาษาเปอร์เซียอีกต่อหนึ่ง การรวมหน่วยทางภาษาจากภาษามองโกเลียและกลุ่มภาษาเตอร์กิกเข้าในภาษาเปอร์เซีย[12] เกิดจากการที่ชาวเติร์กเคยมีอำนาจปกครองอิหร่าน คำศัพท์กลุ่มนี้มักเป็นคำศัพท์ทางการเมือง

มีคำยืมจากภาษาฝรั่งเศสและภาษารัสเซียในช่วงพุทธศตวรรษที่ 24 – 25 ในปัจจุบันมีคำยืมจากภาษาอังกฤษในภาษาเปอร์เซียมากยิ่งขึ้น และสมาคมวิชาการเปอร์เซียพยายามบัญญัติศัพท์ภาษาเปอร์เซียขึ้นใช้แทน อย่างไรก็ตาม มีคำยืมจากภาษาฝรั่งเศสมากกว่าภาษาอังกฤษ เพราะผู้พูดภาษาเปอร์เซียจะออกเสียงภาษาฝรั่งเศสได้ง่ายกว่า

นอกจากนี้ ภาษาเปอร์เซียยังมีอิทธิพลต่อคำศัพท์ในภาษาอื่นโดยเฉพาะกลุ่มภาษาอินโด-อิหร่าน ตัวอย่างของภาษาเหล่านี้ได้แก่ ภาษาอูรดู ภาษาฮินดี และกลุ่มภาษาเตอร์กิก เช่น ภาษาตุรกีออตโตมาน ภาษาชะกะไต ภาษาตาตาร์ ภาษาตุรกี[13] ภาษาเติร์กเมน ภาษาอาเซอรี[14] ภาษาอุซเบก ตระกูลภาษาแอฟโฟร-เอเชียติก เช่นภาษาอราเมอิกใหม่อัสซีเรีย ภาษาอาหรับ[15] ตระกูลภาษาดราวิเดียน เช่น ภาษาเตลูกู และภาษาบราฮุย ภาษาในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ เช่น ภาษาอาร์มีเนีย ภาษาจอร์เจีย ภาษาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่น [[ภาษามาเลย์ และภาษาในทวีปแอฟริกา เช่น ภาษาสวาฮิลี นอกจากนั้น ภาษาเปอร์เซียยังส่งอิทธิพลต่อภาษาในยุโรปตะวันออกผ่านทางภาษาตุรกี เช่น ภาษาเซอร์เบีย ภาษาโครเอเชีย ภาษาบอสเนีย โดยเฉพาะที่ใช้พูดในบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา

การเขียน[แก้]

ตัวอย่างการเขียนภาษาเปอร์เซียแบบนัสตาลิก [ 1 ]
ลายมือเขียนของอักษรเปอร์เซีย

ภาษาเปอร์เซียสมัยใหม่ในอิหร่านและอัฟกานิสถานเขียนด้วยอักษรอาหรับดัดแปลง ภาษาทาจิกที่ถือเป็นสำเนียงหนึ่งของภาษาเปอร์เซียซึ่งได้รับอิทธิพลจากภาษารัสเซียและกลุ่มภาษาเตอร์กิกในเอเชียกลาง เขียนด้วยอักษรซีริลลิก

อักษรเปอร์เซีย[แก้]

ภาษาเปอร์เซียและภาษาดารีเปอร์เซียสมันใหม่ เขียนด้วยอักษรอาหรับดัดแปลงซึ่งมีการออกเสียงที่ต่างไปและเพิ่มอักษรเข้ามา ในขณะที่ภาษาทาจิกเขียนด้วยอักษรซีริลลิก หลังจากที่ชาวเปอร์เซียหันไปนับถือศาสนาอิสลามใช้เวลาถึง 150 ปีที่ชาวเปอร์เซียได้ประยุกต์นำอักษรอาหรับเข้าไปแทนที่อักษรที่เคยใช้อยู่เดิมคืออักษรปะห์ลาวีสำหรับภาษาเปอร์เซียยุคกลางและอักษรอเวสตะที่ใช้สำหรับงานเขียนทางศาสนา อักษรนี้เคยใช้เขียนภาษาอเวสตะมาก่อน ในอักษรเปอร์เซียสมัยใหม่สระที่ใช้แทนสระเสียงสั้น (a, e, o) จะไม่แสดง แสดงเฉพาะสระเสียงยาว (i, u, â) ซึ่งจะทำทำให้เกิดความสับสนได้ เช่นเมื่อสะกดว่า "krm" อาจหมายถึง kerm "หนอน", karam "ใจกว้าง", kerem "ครีม" หรือ krom "สี" ผู้อ่านต้องตัดสินใจเอาเองจากบริบท ระบบเครื่องหมายการออกเสียงภาษาอาหรับที่เรียกฮารากัตมีใช้ในภาษาเปอร์เซียด้วย แม้จะออกเสียงต่างจากภาษาอาหรับ เช่น ฎ็อมมะห์ ในภาษาอาหรับใช้แทนเสียง [ʊ] ส่วนภาษาเปอร์เซียใช้แทน [o] แต่การแสดงเครื่องหมายนี้จะไม่ใช้ในการเขียนภาษาเปอร์เซียตามปกติ จะใช้สำหรับการสอนและพจนานุกรมบางเล่ม ตัวอักษรบางตัวจะใช้เฉพาะคำยืมจากภาษาอาหรับ แต่จะออกเสียงแบบภาษาเปอร์เซีย เช่น มีอักษร 4 ตัวแทนเสียง 'z' อักษรแทนเสียง 's' 3 ตัวและแทนเสียง 't' อีก 2 ตัว

อักษรเพิ่ม[แก้]

อักษรเปอร์เซียมีเพิ่มจากอักษรอาหรับ 4 ตัวคือ

Sound Isolated form Name
[p] پ pe
[tʃ] (ch) چ če
[ʒ] (zh) ژ že
[ɡ] گ gāf

การเปลี่ยนแปลง[แก้]

อักษรเปอร์เซียมีการเปลี่ยนแปลงตัวอักษรจากภาษาอาหรับ เช่นอลิฟที่มีฮัมซะหฺอยู่ข้างล่าง ( إ ) เปลี่ยนเป็น ( ا ) คำที่เขียนด้วยฮัมซะหฺจะเขียนต่างไป เช่น مسؤول เป็น مسئول และ ة เปลี่ยนเป็น ه หรือ ت อักษรที่เปลี่ยนรูปร่างไป แสดงในตารางข้างล่าง การเขียนตามรูปแบบเดิมในภาษาอาหรับไม่ถือว่าผิดแต่ไม่นิยม

Sound original Arabic letter modified Persian letter name
[k] ك ک kāf
vowel [i] consonant [j] ي ى ye
รูปแบบของคีย์บอร์ดมาตรฐานISIRI 9147 สำหรับภาษาเปอร์เซีย

อักษรละติน[แก้]

องค์กรนานาชาติสำหรับการจัดมาตรฐานได้เสนอการปริวรรตภาษาเปอร์เซียเป็นอักษรละตินแต่ไม่เป็นที่นิยม อีกรูปแบบหนึ่งมาจากอักษรละตินมาตรฐานสำหรับกลุ่มภาษาเตอร์กิกที่นำไปใช้ในทาจิกิสถานเมื่อราว พ.ศ. 2463 ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้อักษรซีริลลิกในอีกทศวรรษต่อมา นอกจากนั้นยังมีระบบของ Universal Persian Alphabet ใช้ในหนังสือตำราหรือคู่มือการท่องเที่ยว และ International Persian Alphabet ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นโดย A. Moslehi นักภาษาศาสตร์เปรียบเทียบ

อักษรทาจิก[แก้]

อักษรซีริลลิกถูกนำมาใช้เขียนภาษาทาจิกในสมัยสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตทาจิก โดยนำมาใช้แทนอักษรละตินที่เริ่มใช้หลังการปฏวัติบอลเชวิกในราว พ.ศ. 2473 หลัง พ.ศ. 2482 การเขียนด้วยอักษรเปอร์เซียในประเทศถูกสั่งห้าม

ตัวอย่าง[แก้]

อักษรเปอร์เซีย UniPers IPA อักษรทาจิก(Tajiki) แปลเป็นภาษาอังกฤษ
همهٔ افراد بشر آزاد به دنیا می‌آیند و حیثیت و حقوقشان با هم برابر است، همهٔ‌شان اندیشه و وجدان دارند و باید در برابر یکدیگر با روح برادری رفتار کنند. Hameye afrâde bašar âzâd be donyâ miâyando heysiyato hoquqešan bâ ham barâbar ast, hame andiševo vejdân dârando bâyad dar barâbare yekdigar bâ ruhe barâdari raftâr konand. [hæmeje æfrɒd bæʃær ɒzɒd be donjɒ miɒjænd o hejsijæt o hoɢuɢ ʃɒn bɒ hæm bærɒbær æst hæme ʃɒn ændiʃe o vedʒdɒn dɒrænd o bɒjæd dær bærɒbære jekdiɡær bɒ ruhe bærɒdæri ræftɒr konænd] Тамоми одамон озод ба дунё меоянд ва аз лиҳози манзилату ҳуқуқ бо ҳам баробаранд. Ҳама соҳиби ақлу виҷдонанд, бояд нисбат ба якдигар бародарвор муносабат намоянд. All human beings are born free and equal in dignity and rights. They are endowed with reason and conscience and should act towards one another in a spirit of brotherhood.

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.ethnologue.com/show_family.asp?subid=1000
  2. Windfuhr, Gernot (1987). Berard Comrie, ed. The World's Major Languages. Oxford: Oxford University Press. pp. 523–546. ISBN 978-0-19-506511-4. 
  3. Or (เปอร์เซีย: فارسی دری \ فارسئ دری fārsi-ye dari
  4. Or (เปอร์เซีย: زبان فارسی zabān-e fārsi
  5. Or (เปอร์เซีย: забони тоҷикӣ / เปอร์เซีย: فارسی تاجیکی zabon-i tojiki
  6. Oxford English Dictionary online, s.v. "Persian", draft revision June 2007.
  7. Cannon, Garland Hampton and Kaye, Alan S. (1994) The Arabic contributions to the English language: an historical dictionary Harrassowitz Verlag, Wiesbaden, Germany, page 106, ISBN 3-447-03491-2
  8. Odisho, Edward Y. (2005) Techniques of teaching comparative pronunciation in Arabic and English Gorgias Press, Piscataway, New Jersey, page 23 ISBN 1-59333-272-6
  9. "Pronouncement of the Academy of Persian Language and Literature". Heritage.chn.ir. 2005-11-19. สืบค้นเมื่อ 2010-07-13. 
  10. "Persian or Farsi?". Iranian.com. 1997-11-16. สืบค้นเมื่อ 2010-09-23. 
  11. "Fársi: "recently appeared language!"". PersianDirect.com. 2005-02-15. สืบค้นเมื่อ 2010-09-23. 
  12. e.g. The role of Azeri-Turkish in Iranian Persian, on which see John Perry, "The Historical Role of Turkish in Relation to Persian of Iran", Iran & the Caucasus, Vol. 5 (2001), pp. 193–200.
  13. Andreas Tietze, Persian loanwords in Anatolian Turkish, Oriens, 20 (1967) pp- 125–168. Archive.org
  14. L. Johanson, "Azerbaijan: Iranian Elements in Azeri Turkish" in Encyclopedia Iranica Iranica.com
  15. Pasad. "Bashgah.net". Bashgah.net. สืบค้นเมื่อ 2010-07-13. 

ดูเพิ่ม[แก้]

ภาษาอังกฤษ

  1. Thackston, W. M. (1993-05-01). An Introduction to Persian (3rd Rev ed.). Ibex Publishers. ISBN 0936347295. 
  2. Mace, John (1993-03). Modern Persian (Teach Yourself). Teach Yourself. ISBN 0844238155. 
  3. Mace, John (2002-10-18). Persian Grammar: For Reference and Revision (illustrated ed.). RoutledgeCurzon. ISBN 0700716955. 
  4. Schmitt, Rüdiger (1989). Compendium linguarum Iranicarum. L. Reichert. ISBN 3882264136. 
  5. Windfuhr, Gernot L. (2009-01-15). "Persian". In Bernard Comrie (ed.). The World's Major Languages (2 ed.). Routledge. ISBN 0415353394. 
  6. Skjærvø, Prods Oktor (2006). "Iran, vi. Iranian languages and scripts". Encyclopaedia Iranica 13. 
  7. Asatrian, Garnik (Expected November 2010). Etymological Dictionary of Persian. Leiden Indo-European Etymological Dictionary Series, 12. Brill Academic Publishers. ISBN 978-90-04-15496-4. 

ภาษาอื่นๆ

  1. Lazard, Gilbert (January 2006). Grammaire du persan contemporain. Institut Français de Recherche en Iran. ISBN 978-2909961378. 
  2. Dahlén, Ashk (October 2010). Modern persisk grammatik. Ferdosi International Publication. ISBN 9789197724180. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

Wikivoyage-Logo-v3-icon.svg ภาษาเปอร์เซีย ข้อมูลการท่องเที่ยวจาก วิกิท่องเที่ยว

วิกิพีเดีย
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ในภาษาเปอร์เซีย