โรมันคาทอลิก
|
บทความที่เกี่ยวข้องกับ
|
|---|
| พระเจ้า |
| พระตรีเอกภาพ: พระบิดา • พระเยซู (การตรีงกางเขน • คืนพระชนม์) • พระจิต |
| ความเชื่อ |
| เทววิทยา • การตกในบาป • ความรอด • การพิพากษาครั้งสุดท้าย • หลักข้อเชื่อของอัครทูต |
| คัมภีร์ |
| ไบเบิล: เดิม • ใหม่ • พระวรสาร |
| นิกาย |
| ตะวันตก คาทอลิก • โปรเตสแตนต์ (แองกลิคัน • ลูเทอแรน • เพรสไบทีเรียน • เมทอดิสต์ • แบปทิสต์ • แอดเวนติสต์) ตะวันออก อีสเติร์นออร์โธด็อกซ์ • โอเรียนทัลออร์โธด็อกซ์ อตรีเอกภาพนิยม พยานพระยะโฮวา • มอรมอน |
| ประวัติ |
| ประวัติศาสนาคริสต์ • นักบุญเปาโล • ยุคแรก • สภาสังคายนาสากล • มหาศาสนเภท • สงครามครูเสด • การปฏิรูปศาสนา |
| อื่น ๆ |
| สถานที่สำคัญทางศาสนา • วันสำคัญ • บุคคล • นักบุญ • ศิลปะ • อภิธานศัพท์ศาสนาคริสต์ |
|
|
พระศาสนจักรคาทอลิก (อังกฤษ: Catholic Church) หรือที่คริสตจักรอื่น ๆ เรียกว่าคริสตจักรโรมันคาทอลิก (Roman Catholic Church) เป็นคริสตจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งมีศาสนิกชนกว่าพันล้านคน[1] มีพระสันตะปาปาเป็นประมุข มีพันธกิจหลักคือ การประกาศข่าวดีเรื่องพระเยซูคริสต์[2] โปรดศีลศักดิ์สิทธิ์[3] และปฏิบัติกิจเมตตา[4] ศาสนจักรคาทอลิกเป็นสถาบันที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์อารยธรรมตะวันตก[5] คริสตจักรนี้สอนว่าศาสนจักรคาทอลิกเป็นคริสตจักรแท้เพียงแห่งเดียวที่ก่อตั้งโดยพระเยซู โดยมีมุขนายกเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งมาจากอัครทูตของพระคริสต์ และมีพระสันตะปาปาที่สืบตำแหน่งมาจากนักบุญเปโตร[6] ชาวคาทอลิกถือว่าศาสนจักรคาทอลิกเป็นคริสตจักรแท้ ดั้งเดิม สอนหลักความศรัทธาและศีลธรรมไม่มีผิดพลาด ศาสนจักรยังเน้นความสำคัญของพิธีบูชาขอบพระคุณ[7] สอนว่าขนมปังและเหล้าองุ่นในพิธีศีลมหาสนิทเมื่อเสกแล้วเปลี่ยนสารเป็นพระมังสะและพระโลหิตจริง ๆ ของพระเยซู ทั้งยังให้ความสำคัญกับพระแม่มารีย์มารดาของพระเยซูเป็นพิเศษ คือเชื่อว่าพระแม่ทรงปฏิสนธินิรมลและได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ภายหลังมรณกรรม[8]
ในประเทศไทยเรียกคริสตศาสนิกชนนิกายโรมันคาทอลิกว่า "(ชาว)คริสตัง"
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
นิกายโรมันคาทอลิกมีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ นักบุญเปโตร ได้รับการสถาปนาจากพระเยซูให้เป็นผู้ดูแลพระศาสนจักร อาจกล่าวได้ว่า ท่านเป็นสันตะปาปาคนแรกที่ทุกคนต้องยอมรับนับถือและมีศรัทธาเชื่อฟังในฐานะ " ผู้ดูแลฝูงแกะ" ของพระเจ้า ความคิดแบบนี้ได้สืบทอดกันต่อมาจนปัจจุบัน พระสันตะปาปาจึงมิได้อยู่ในฐานะนักบวชเท่านั้น แต่เป็นประมุขสูงสุดของศาสนจักรที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามคำสั่ง นิกายโรมันคาทอลิกจึงเป็นนิกายที่มุ่งมั่นให้สัตบุรุษมีศรัทธา และปฏิบัติตามพระศาสนจักร เพราะศาสนจักรเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรแห่งสวรรค์ และเป็นองค์การที่สามารถนำประชาชนไปสู่การบรรลุเป้าหมายตามภาระกิจ ที่พระเจ้าได้มอบไว้
เดิมทีศาสนาคริสต์ยังไม่แบ่งแยกเป็นนิกาย ต่อเมื่อเกิดการแยกตัวของนิกายใหม่ ผู้ปฏิบัติในแนวทางเดิม (ที่ผ่านการเติบโตและดัดแปลงจากสมัยนักบุญเปโตร) จึงได้รับการแยกแยะว่าเป็นนิกายดั้งเดิม แตกต่างจากนิกายใหม่ เหตุการณ์แบ่งแยกครั้งแรกเกิดในรัชสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนติน (Constantine the Great) เมื่อพระองค์ได้ตั้งราชธานีใหม่ในภาคตะวันออก แถบประเทศตุรกีในปัจจุบัน พระราชทานนามว่า "คอนสแตนติโนเปิล" (Constantinople) หรือโรมันตะวันออกซึ่งเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรไบแซนไทน์ (Byzantine) อาณาจักรนี้มีความอิสระแยกออกจากโรมันตะวันตกซึ่งมีกรุงโรม (Rome) เป็นศูนย์กลาง แต่เมื่อนานวันอาณาจักรโรมันตะวันออกมีความเข้มแข็งและเป็นอิสระในทุกด้าน จึงตีตนออกห่าง แยกการปกครองเป็นเอกเทศ รวมถึงการปกครองทางศาสนามีความเป็นอิสระจากกรุงโรม ไม่ยอมรับในพระราชอำนาจของพระสันตะปาปา จึงทำให้เกิดการแตกแยกออกเป็นนิกาย กล่าวคืออาณาจักรโรมันตะวันตกได้รับอิทธิพลจากสำนักวาติกัน ซึ่งการศาสนามีบทบาทกลมกลืนกับสังคมและการเมืองนับถือนิกายโรมันคาทอลิก ส่วนอาณาจักรโรมันตะวันออกได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมของเอเชียนับถือนิกายอีสเติร์นออร์โธด็อกซ์
[แก้] ความแตกต่างของนิกายโรมันคาทอลิกกับนิกายโปรเตสแตนต์
- 1. การนับถือพระแม่มารีและนักบุญ
นิกายโรมันคาทอลิกนับถือทั้งพระเยซูและพระแม่มารี โดยเชื่อว่าพระแม่มารีพระมารดาของพระเยซู เป็นหญิงพรหมจรรย์ และให้เกียรติพระนางมารีเป็นพิเศษ เรียกว่า "แม่พระ" หมายถึงพระมารดาของพระเจ้า
นอกจากนี้ยังมีการยกย่องนักบุญ (Saint [เซนต์]) คือวีรบุรุษและวีรสตรีทางศาสนา หรือบุคคลที่ดำเนินชีวิตตามแบบอย่างพระเยซูอย่างดีมากจนเชื่อว่าได้ไปสวรรค์และเป็นผู้คุ้มครองผู้คน อาจเปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายว่า พระเยซูเสมือนกษัตริย์ แม่พระเสมือนพระราชชนนี และเหล่านักบุญเสมือนขุนนางองครักษ์
ต่างจาก นิกายโปรเตสแตนต์ซึ่งนับถือแต่พระเยซู ส่วนพระแม่มารีและนักบุญนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญเลย
- 2. คัมภีร์
คัมภีร์ไบเบิล ภาคพันธสัญญาเดิมของนิกายโรมันคาทอลิก มี 46 เล่ม ขณะที่ของนิกายโปรเตสแตนต์ มี 39 เล่ม โดยคัมภีร์ 7 เล่มที่ฝ่ายโปรเตสแตนต์ไม่ยอมรับเข้าในสารบบนั้นเรียกว่าคัมภีร์อธิกธรรม (Deutero-Canonical Scripture)[9]
- 3. พิธีกรรม
นิกายโรมันคาทอลิก มีพิธีศีลศักดิ์สิทธิ์ ที่ต้องปฏิบัติ 7 พิธี ได้แก่ 1. ศีลล้างบาป 2. ศีลกำลัง 3. ศีลมหาสนิท 4. ศีลบรรพชา 5. ศีลสมรส 6. ศีลอภัยบาป 7. ศีลเจิมผู้ป่วย
ต่างจากนิกายโปรเตสแตนต์ที่เหลือเพียง 2 พิธีที่ให้ความสำคัญ คือ ศีลล้างบาป (ศีลจุ่ม หรือบัพติสมา) และศีลมหาสนิท
- 4 ประมุขสูงสุด
คริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก มีพระสันตะปาปา (Pope) เป็นพระประมุขสูงสุด มีศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่สันตะสำนัก (Vatican) ในนครรัฐวาติกันภายในกรุงโรม พระสันตปาปาสืบทอดมาตั้งแต่สมัยอัครทูต โดยถือว่านักบุญปีเตอร์ (นักบุญเปโตร) เป็นพระสันตะปาปาองค์แรกและสืบทอดเรื่อยมาถึงปัจจุบัน โดยสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 องค์ปัจจุบัน เป็นองค์ที่ 265
- 5 วันสำคัญ
นิกายโรมันคาทอลิก โดยสำนักวาติกัน มีการกำหนดวันฉลองมากกว่านิกายอื่น (มักเกี่ยวกับพระแม่มารีและนักบุญ) ซึ่งถูกบรรจุไว้ในปฏิทินโรมันคาทอลิก
- รายละเอียด วันสำคัญทางคริสต์ศาสนา นิกายโรมันคาทอลิก ดูที่บทความหลัก วันสำคัญทางคริสต์ศาสนา
- 6 คำเรียก (เฉพาะในไทย)
ในภาษาอังกฤษเรียกคริสต์ศาสนาทุกนิกายเหมือนกันว่า "คริสเตียน" ซึ่งแปลตรงตัวว่า "คริสตศาสนิกชน" แต่ในประเทศไทย มักเรียกคริสตศาสนิกชนนิกายโรมันคาทอลิกว่า "คริสตัง" และเรียกนิกายโปรเตสแตนต์ว่า "คริสเตียน" เนื่องจากนิกายโรมันคาทอลิก เข้ามาเผยแพร่ตั้งแต่ก่อนสมัยพระนารายณ์มหาราช โดยบาทหลวงชาวโปรตุเกส ซึ่งในภาษาโปรตุเกสคำว่าคริสศาสนิกชนออกเสียงว่า "คริสตัง" ชาวไทยจึงติดปากเรียกผู้นับถือนิกายโรมันคาทอลิกว่า "คริสตัง"
ขณะที่ นิกายโปรเตสแตนต์ เข้ามาเผยแพร่ภายหลัง คือในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยคณะมิชชันนารี สมัยเดียวกับหมอบรัดเลย์ ชาวสหรัฐอเมริกา ซึ่งเรียกตัวเองว่า "คริสเตียน" ตามภาษาอังกฤษ
คำเรียกนี้เช่นเดียวกับพระนาม "เยซู" ซึ่งมาจากภาษาโปรตุเกส รวมถึงคำเรียกต่างๆ ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ และศาสนพิธีคาทอลิก (เช่น "มิสซา") แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ยังคงใช้ทับศัพท์ตามภาษาโปรตุเกสเรื่อยมา เพราะคนไทยคุ้นปากเสียแล้ว
ในภาษาอังกฤษเรียกคริสต์ศาสนาทุกนิกายเหมือนกันว่า "คริสเตียน" ซึ่งแปลตรงตัวว่า "คริสตศาสนิกชน" แต่ในประเทศไทย มักเรียกคริสตศาสนิกชนนิกายโรมันคาทอลิกว่า "คริสตัง" และเรียกนิกายโปรเตสแตนต์ว่า "คริสเตียน" เนื่องจากนิกายโรมันคาทอลิก เข้ามาเผยแพร่ตั้งแต่ก่อนสมัยพระนารายณ์มหาราช โดยบาทหลวงชาวโปรตุเกส ซึ่งในภาษาโปรตุเกสคำว่าคริสศาสนิกชนออกเสียงว่า "คริสตัง" ชาวไทยจึงติดปากเรียกผู้นับถือนิกายโรมันคาทอลิกว่า "คริสตัง" ขณะที่ นิกายโปรเตสแตนต์ เข้ามาเผยแพร่ภายหลัง คือในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยคณะมิชชันนารี สมัยเดียวกับหมอบรัดเลย์ ชาวสหรัฐอเมริกา ซึ่งเรียกตัวเองว่า "คริสเตียน" ตามภาษาอังกฤษ คำเรียกนี้เช่นเดียวกับพระนาม "เยซู" ซึ่งมาจากภาษาโปรตุเกส รวมถึงคำเรียกต่างๆ ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ และศาสนพิธีคาทอลิก (เช่น "มิสซา") แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ยังคงใช้ทับศัพท์ตามภาษาโปรตุเกสเรื่อยมา เพราะคนไทยคุ้นปากเสียแล้ว [แก้]การเผยแผ่นิกายโรมันคาทอลิกในประเทศไทย
[แก้] อ้างอิง
- ^ "Factfile: Roman Catholics around the world", BBC, 1 April 2005. สืบค้นวันที่ 2011-08-19
- ^ "Compendium of the CCC, 11". Vatican.va. http://www.vatican.va/archive/compendium_ccc/documents/archive_2005_compendium-ccc_en.html#God%20Comes%20to%20Meet%20Man. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-06-30.
- ^ "Compendium of the CCC, 226". Vatican.va. http://www.vatican.va/archive/compendium_ccc/documents/archive_2005_compendium-ccc_en.html#The%20Sacramental%20Economy. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-06-30.
- ^ "Compendium of the CCC, 388". Vatican.va. http://www.vatican.va/archive/compendium_ccc/documents/archive_2005_compendium-ccc_en.html#Mans%20Vocation:%20Life%20in%20the%20Spirit. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-06-30.
- ^ O'Collins, p. v (preface). Woods, T., How the Catholic Church Build Western Civilization.
- ^ "The Apostolic Tradition". Catechism of the Catholic Church. Vatican. http://www.vatican.va/archive/ENG0015/__PK.HTM. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-07-22.
- ^ Catechism of the Catholic Church, "The Eucharist - Source and Summit of Ecclesial Life"
- ^ Apostolic Constitution of Pope Pius XII: "Munificentissimus Deus: Defining the Dogma of the Assumption". November 1, 1950. Retrieved 2011-06-15.
- ^ ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, พิมพ์ครั้งที่ 3, ราชบัณฑิตยสถาน, 2552, หน้า 49
[แก้] ดูเพิ่ม