สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ช่อง 9)
สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี
Modernine Television
ตราสัญลักษณ์โมเดิร์นไนน์ทีวีแบบเป็นทางการ
เริ่มออกอากาศ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2498 (59 ปี)
เครือข่าย สถานีโทรทัศน์/สถานีวิทยุ
ช่องโทรทัศน์ระบบดิจิทัล
ประเภทบริการธุรกิจระดับชาติ
เจ้าของ
ระบบภาพ 576i (16:9 เอสดีทีวี / แพล)
1080i (เอชดีทีวี)
บุคลากรหลัก นายศิวะพร ชมสุวรรณ
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่
คำขวัญ
  • สังคมสร้างสรรค์ด้วยปัญญา
    (2556 - ปัจจุบัน)
  • สังคมอุดมปัญญา
    (2550 - 2555 และ 2557 - ปัจจุบัน)
  • ก้าวไกลรับใช้ประชาชน
    (ยุคช่อง 9 อ.ส.ม.ท. - 2549)
  • เป็นสุขทุกเวลา หมุนมา อสมท
    (2557 - ปัจจุบัน)
  • เครือข่ายทันสมัย ก้าวใหม่อุดมปัญญา
    (2557 - ปัจจุบัน)
ประเทศ ไทย ไทย
พื้นที่แพร่ภาพ ไทย ประเทศไทย
สำนักงานใหญ่ 63/1 ถนนพระรามที่ 9 แขวงห้วยขวาง
เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
ชื่อเดิม
  • สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4
    (2498 - 2517)
  • สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9
    (2517 - 2520)
  • สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9
    อ.ส.ม.ท. (2520 - 2545)
สถานีพี่น้อง สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
เอ็มคอตแฟมิลี่
เครือข่ายโทรทัศน์ดาวเทียมเอ็มคอท
สถานีวิทยุ อสมท โมเดิร์น เรดิโอ
เว็บไซต์ www.mcot.net/moderninetv
ช่องรายการที่แพร่ภาพ
ภาคพื้นดิน
แอนะล็อก ช่อง 9 (วีเอชเอฟ)
ดิจิทัล ช่อง 30 (ยูเอชเอฟ)
โทรทัศน์ดาวเทียม
ทรูวิชันส์ ช่อง 40
จีเอ็มเอ็มแซต ช่อง 40
ไอพีเอ็ม ช่อง 4 , ช่อง 40
อื่นๆ ช่อง 40
โทรทัศน์เคเบิล
ทรูวิชันส์ ช่อง 40
ออนไลน์
MCOT.net ชมรายการสด
STAT ชมรายการสด


สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี (อังกฤษ: Modernine TV) เป็นสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดิน (Terrestrial Television) แห่งแรกของประเทศไทย ของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เริ่มแพร่ภาพเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2498 ในระบบวีเอชเอฟ เดิมออกอากาศเป็นภาพขาวดำ ทางช่องสัญญาณที่ 4 ต่อมาในปี พ.ศ. 2517 จึงย้ายมาออกอากาศด้วยภาพสี ทางช่องสัญญาณที่ 9 จนถึงปัจจุบัน สังกัด สำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ปัจจุบันคือ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล) และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ปัจจุบันคือ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล) เป็นผู้กำกับดูแลมีสุธรรม แสงประทุม เป็นประธานกรรมการบริษัท และ นายศิวะพร ชมสุวรรณ เป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่

ประวัติ[แก้]

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4[แก้]

บทความนี้เกี่ยวกับทีทีวีในอดีต สำหรับทีทีวีในปัจจุบัน ดูที่ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไททีวี
กล้องช่อง 4 บางขุนพรหม
เสาส่งช่อง 4 บางขุนพรหม

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 (อังกฤษ: Thai Television Channel 4 ชื่อย่อ: ไทย ที.วี.) เป็นสถานีโทรทัศน์แห่งแรกของประเทศไทย และแห่งแรกของทวีปเอเชีย ภาคพื้นแผ่นดินใหญ่ (Asia Continental) ดำเนินงานภายใต้การบริหารของ บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด (อังกฤษ: Thai Television Co.,Ltd. ชื่อย่อ: ท.ท.ท.) จดทะเบียนจัดตั้ง เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2495 มีชื่อเรียกขานตามอนุสัญญาสากลว่าด้วยวิทยุโทรทัศน์ว่า HS1-TV มีที่ทำการตั้งอยู่ที่วังบางขุนพรหม ที่ทำการของธนาคารแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน อันเป็นที่มาของชื่อสถานีฯ ที่รู้จักกันทั่วไปคือ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 มีที่มาเริ่มแรก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 เมื่อนายสรรพสิริ วิรยศิริ ซึ่งขณะนั้นเป็นข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ เขียนบทความลงในหนังสือเล่มหนึ่ง เผยแพร่เทคโนโลยีการสื่อสารชนิดใหม่ในขณะนั้น โดยให้ชื่อบทความว่า "วิทยุภาพ" ต่อมา ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์กลุ่มหนึ่ง ซึ่งได้รับมอบหมายจากกรมฯ ให้ไปศึกษางานด้านโทรทัศน์ ที่สหราชอาณาจักร เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2492-2493 หลังจากกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว ก็แสดงความคิดเห็นต่อรัฐบาล ถึงการจัดตั้งกิจการโทรทัศน์ว่า "ถึงเวลาที่ประเทศไทยควรมี เทเลวิชัน" จอมพล แปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น จึงสั่งการให้กรมประชาสัมพันธ์ นำเสนอ "โครงการจัดตั้งวิทยุโทรภาพ" ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ. 2493 โดยมีมติให้จัดตั้ง สถานีวิทยุโทรภาพ และตั้งงบประมาณขึ้น ในปีถัดมา (พ.ศ. 2494) แต่ไม่ประสบความสำเร็จในระยะแรกเริ่ม จึงต้องยกเลิกโครงการดังกล่าวไปโดยปริยาย เนื่องจากเสียงส่วนมาก ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่า สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน ไปโดยเปล่าประโยชน์

อนึ่ง นายประสิทธิ์ ทวีสิน ประธานกรรมการ บริษัท วิเชียรวิทยุและโทรภาพ จำกัด นำเครื่องส่งโทรภาพ 1 เครื่อง และเครื่องรับ 4 เครื่อง น้ำหนักรวมกว่า 2 ตัน ทำการทดลองออกอากาศ ให้คณะรัฐมนตรีชมเป็นครั้งแรก ที่ทำเนียบรัฐบาล และเมื่อ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 ก็เปิดฉายให้ประชาชนรับชม ที่ศาลาเฉลิมกรุง เขตพระนคร กรุงเทพฯ

ต่อมา ในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน ปีเดียวกันนี้ (พ.ศ. 2495) มีรัฐมนตรี และข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ส่วนหนึ่ง จำนวน 7 คน ซึ่งประกอบด้วย หลวงสารานุประพันธ์, หม่อมหลวงขาบ กุญชร, นายประสงค์ หงสนันทน์, พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์, นายเล็ก สงวนชาติสรไกร, นายมุนี มหาสันทนะ เวชยันต์รังสฤษฎ์ และ นายเลื่อน พงษ์โสภณ เล็งเห็นถึงคุณค่าของการพัฒนาประเทศ ด้วยการใช้สื่อโทรภาพ เพื่อเผยแพร่กระจาย ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ และเสริมสร้างคุณภาพ ของประชาชนในประเทศ จึงระดมทุนจากกรมประชาสัมพันธ์ ให้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จำนวน 11 ล้านบาท และหน่วยงานภาครัฐอีก 8 แห่ง ถือหุ้นมูลค่า 9 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 20 ล้านบาท ร่วมกันนำมาเป็นทุนจัดตั้ง "บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด" ขึ้นเพื่อดำเนินการส่งโทรทัศน์ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด มีคณะผู้ปฏิบัติงานในยุคแรก ได้แก่ นายจำนง รังสิกุล เป็นหัวหน้าฝ่ายผลิตรายการ, นายอัมพร พจนพิสุทธิ์ เป็นหัวหน้าฝ่ายกำกับภาพ, นายสมชาย มาลาเจริญ เป็นหัวหน้าฝ่ายช่างกล้อง, นายธนะ นาคพันธุ์ เป็นหัวหน้าฝ่ายควบคุมการออกอากาศ, นายเกรียงไกร (สนั่น) ชีวะปรีชา เป็นหัวหน้าฝ่ายเครื่องส่ง, นายธำรง วรสูตร และ นายฟู ชมชื่น ร่วมกันเป็นหัวหน้าฝ่ายเครื่องส่งและเสาอากาศ, นายจ้าน ตัณฑโกศัย เป็นหัวหน้าฝ่ายกำกับเสียง, นายสรรพสิริ วิรยศิริ เป็นทั้งหัวหน้าฝ่ายช่างภาพและแสง และหัวหน้าฝ่ายข่าว และ นายรักษ์ศักดิ์ วัฒนพานิช เป็นหัวหน้าฝ่ายบริการเครื่องรับโทรทัศน์

บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด ดำเนินการจัดตั้ง สถานีวิทยุกระจายเสียง ท.ท.ท. ขึ้นก่อนจะมีสถานีโทรทัศน์ เพื่อระดมทุนมาบริหารงาน และฝึกบุคลากร รวมทั้งเตรียมงานด้านอื่นไปพร้อมกันด้วย โดยส่งกระจายเสียงจากอาคารที่ทำการสถานีฯ บริเวณแยกคอกวัว และเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2497 ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารที่ทำการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 โดยมี พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด (อธิบดีกรมตำรวจ ในขณะนั้น) เป็นประธานในพิธี ขณะเดียวกัน ก็เริ่มทดลองออกอากาศ จากห้องส่งของสถานีวิทยุกระจายเสียง ท.ท.ท. เมื่อสร้างอาคารที่ทำการ พร้อมติดตั้งเครื่องส่ง เสร็จสิ้นแล้ว จึงมีพิธีเปิด สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 เมื่อวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2498 ซึ่งตรงกับวันชาติในสมัยนั้น โดยมี จอมพล แปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธานในพิธี โดยมี นายจำนง รังสิกุล เป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่และผู้อำนวยการสถานีฯ คนแรก โดยใช้เครื่องส่งขนาด 10 กิโลวัตต์ แพร่ภาพขาวดำ ระบบ 525 เส้นต่อภาพ 30 ภาพต่อวินาที ในช่วงแรก มีการแพร่ภาพทุกวันอังคาร, วันพฤหัสบดี, วันเสาร์ และวันอาทิตย์ ระหว่างเวลา 18.30-23.00 น. ต่อมา จึงเพิ่มวันและเวลาออกอากาศ มากขึ้นตามลำดับ

เพลงเปิดการออกอากาศ ของทั้งสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 และสถานีวิทยุกระจายเสียง ท.ท.ท. ของบริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด คือเพลง "ต้นบรเทศ" (ซึ่งปัจจุบันเป็นเพลง ต้นวรเชษฐ์[1]) ในวันออกอากาศวันแรก มี นางสาวอารีย์ นักดนตรี ผู้ประกาศ รำบรเทศออกอากาศสด และนางสาวเย็นจิตต์ สัมมาพันธ์ เป็นผู้ประกาศแจ้งรายการ โดยผู้ประกาศในยุคแรก จะเป็นสุภาพสตรี ได้แก่ นางสาวเย็นจิตต์ สัมมาพันธ์ (ปัจจุบันคือ นางเย็นจิตต์ รพีพัฒน์ ณ อยุธยา), นางสาวอารีย์ นักดนตรี (ปัจจุบันคือ นางอารีย์ จันทร์เกษม), นางสาวดาเรศร์ ศาตะจันทร์, นางสาวนวลละออ ทองเนื้อดี (ปัจจุบันคือ นางนวลละออ เศวตโสภณ), นางสาวชะนะ สาตราภัย และนางสาวประไพพัฒน์ นิรัตพันธ์ ส่วนผู้ประกาศข่าว จะเป็นสุภาพบุรุษ ได้แก่ นายสรรพสิริ วิรยศิริ, นายอาคม มกรานนท์, นายสมชาย มาลาเจริญ และนายบรรจบ จันทิมางกูร

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยสมัยนั้น ใช้สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 ในการถ่ายทอดการปราศรัยของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี, เผยแพร่ผลงานของรัฐบาล, ถ่ายทอดการประชุมรัฐสภา ตลอดจนถ่ายทอดสดงานเฉลิมฉลอง 25 พุทธศตวรรษ ในปี พ.ศ. 2500 แต่เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น จึงส่งผลให้กองทัพบก โดยจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น สั่งการให้จัดตั้งสถานีโทรทัศน์ขึ้นอีกแห่งหนึ่งคือ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 (ขาว-ดำ (หรือปัจจุบันคือ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5)) ในระหว่างปี พ.ศ. 2500-2501

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 และ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 อ.ส.ม.ท.[แก้]

บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด ได้ดำเนินการแพร่ภาพออกอากาศด้วยระบบวีเอชเอฟ ในช่องสัญญาณที่ 9 ตั้งแต่เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2513 เพื่อออกอากาศคู่ขนานไปกับโทรทัศน์ภาพขาวดำ ซึ่งก็คือช่อง 4 ร่วมกันเป็นเวลายาวนานถึง 4 ปี [2] จนกระทั่งราวประมาณต้นเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2517 บจก.ไทยโทรทัศน์ ยุติการออกอากาศ ในระบบขาวดำ 525 เส้น ทางช่อง 4 โดยย้ายห้องส่งโทรทัศน์ ไปยังอาคารสำนักงานใหญ่ย่านถนนพระสุเมรุ แขวงบางลำพู เพราะเนื่องจากในปีพ.ศ. 2502 ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ขอซื้ออาคารที่ทำการของไทยทีวีช่อง 4 และสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดของวังบางขุนพรหม โดยแลกกับ บ้านมนังคศิลา ในราคา 39 ล้านบาท

และในปีเดียวกัน ก็เปลี่ยนช่องสัญญาณ และระบบการออกอากาศ จากภาพขาวดำ ในระบบวีเอชเอฟ ทางช่อง 4 เป็นภาพสี ในระบบวีเอชเอฟ 625 เส้น ทางช่อง 9 อย่างสมบูรณ์ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 (อังกฤษ: Thai Color Television Channel 9) และเริ่มออกอากาศอย่างเป็นทางการ ในเมื่อราวปี พ.ศ. 2517

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520 คณะรัฐมนตรี ที่นำโดยธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรี มีมติให้ยุบเลิกกิจการ บจก.ไทยโทรทัศน์ ส่งผลให้การดำเนินงานของ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 สิ้นสุดลงด้วย ต่อมาวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2520 มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2520 โดยให้จัดตั้งหน่วยงานชื่อ องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อังกฤษ: The Mass Communication Organisation of Thailand ชื่อย่อ: อ.ส.ม.ท.; M.C.O.T.) ให้เป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อดำเนินกิจการสื่อสารมวลชนของรัฐ ให้มีความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ ถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นที่น่าเชื่อถือ ต่อสาธารณชน โดยรัฐบาลไทย มอบทุนประเดิมไว้ เป็นจำนวน 10 ล้านบาท และให้รับโอนกิจการสื่อสารมวลชน ของ บจก.ไทยโทรทัศน์ ซึ่งประกอบด้วย สถานีวิทยุกระจายเสียง ท.ท.ท. และ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 มาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2520 ซึ่งเป็นวันสถาปนา อ.ส.ม.ท. ทำให้สถานีโทรทัศน์เปลี่ยนชื่อมาเป็น สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 อ.ส.ม.ท. โดยอัตโนมัติ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด อาคารที่ทำการ อ.ส.ม.ท. บนเนื้อที่ 14 ไร่ ที่มีห้องส่งโทรทัศน์ ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยขณะนั้น เมื่อเวลา 09:25 นาฬิกา ของวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2524[3] ต่อมาระหว่างปี พ.ศ. 2528-2532 ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และพิธีกรรายการความรู้คือประทีปในขณะนั้น ตอบรับคำเชิญของ ผู้อำนวยการ อ.ส.ม.ท.ในขณะนั้น ให้เข้ามาช่วยปรับปรุงการนำเสนอ ข่าว 9 อ.ส.ม.ท. ร่วมกับ บริษัท แปซิฟิก คอร์ปอเรชั่น จำกัด ส่งผลให้ผู้ประกาศข่าวคู่ ที่โด่งดังที่สุดในยุคนั้นก็คือ ดร.สมเกียรติ และนางสาวกรรณิกา ธรรมเกษร (ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ โดย ดร.สมเกียรติ อ่านคู่กับ อรุณโรจน์ เลี่ยมทอง ในวันเสาร์และอาทิตย์)

วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2530 อ.ส.ม.ท.ร่วมลงนามในสัญญากับ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 อ.ส.ม.ท. เพื่อขยายเครือข่ายกิจการโทรทัศน์ ไปสู่ส่วนภูมิภาค และหน่วยงานภาครัฐฯ จัดสรรคลื่นความถี่ส่ง ด้วยระบบวีเอชเอฟ พร้อมอุปกรณ์การออกอากาศ เพื่อจัดตั้งสถานีเครื่องส่งโทรทัศน์ในการกำกับของ อ.ส.ม.ท.แต่ละแห่ง (ระยะหลังจึงขยายไปสู่ระบบยูเอชเอฟ) ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2531-เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2534 เป็นระยะเวลา 3 ปี จึงทำให้ สถานีโทรทัศน์ในการกำกับของ อ.ส.ม.ท. ทั้งสองแห่ง สามารถออกอากาศไปได้ทั่วประเทศ

ราวปี พ.ศ. 2535 นาย แสงชัย สุนทรวัฒน์ เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการ อ.ส.ม.ท. ในช่วงที่ อ.ส.ม.ท.ถูกเรียกว่า “แดนสนธยา” เนื่องจากมีกลุ่มอิทธิพลมืด ฝังตัวอยู่ในองค์กร แต่นายแสงชัย ก็สามารถขจัดอิทธิพลมืด เหล่านั้นได้สำเร็จ รวมถึงสามารถพัฒนา อ.ส.ม.ท.ขึ้นมาเป็นอย่างดี แต่แล้ว นายแสงชัยก็ถูกลอบสังหารด้วยอาวุธปืน เสียชีวิตระหว่างนั่งรถยนต์ เดินทางกลับบ้านพัก ที่เมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ จากผลการสอบสวนของตำรวจ ระบุว่า นางอุบล บุญญชโลธร อดีตผู้ได้รับสัมปทานจัดรายการ ทางสถานีวิทยุ อ.ส.ม.ท.ส่วนภูมิภาค จ้างวานให้ นายทวี พุทธจันทร์ บุตรเขย ส่งมือปืนไปลอบสังหารนายแสงชัย ต่อมา นางอุบลถูกลอบสังหาร เสียชีวิตบนรถยนต์ ก่อนกลับถึงบ้านพัก เช่นเดียวกับนายแสงชัย

สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี[แก้]

ด้วยตามดำริของ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ผู้อำนวยการ อ.ส.ม.ท.ในขณะนั้น ที่ต้องการปรับปรุงการบริหารงานของ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ให้มีความทันสมัย รวดเร็ว และฉับไว ในด้านการนำเสนอ รายงานข่าวสาร สาระความรู้ และความบันเทิง เพื่อให้ทันต่อเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคโลกาภิวัตน์ และเพื่อขจัดความเป็น "แดนสนธยา" ภายในองค์กรอีกด้วย

ในวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 จึงมีพิธีเปิดตัว สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี โดยการเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้น ประกอบด้วย การเปลี่ยนแปลงตราสัญลักษณ์ของสถานีฯ และปรับปรุงรูปแบบการนำเสนอ เป็นสถานีข่าว 24 ชั่วโมง เพิ่มข่าวต้นชั่วโมง และแถบตัววิ่งข่าว (News Bar) เพิ่มช่วงแมกกาซีนออนทีวี ในข่าวภาคค่ำ นำเสนอข่าวสาร และสาระความรู้ ในประเด็น และการนำเสนอแบบสบายๆ โดยใช้วิธีการนำเสนอแบบนิตยสาร รวมถึงประกาศเพิ่มความสัมพันธ์ และเพิ่มบทบาทกับ เครือข่ายข่าวชั้นนำทั่วโลก เช่น สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น (สหรัฐอเมริกา) สถานีโทรทัศน์บีบีซี (สหราชอาณาจักร) สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเค (ญี่ปุ่น) สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี (จีน) เป็นต้น โดยเริ่มออกอากาศในรูปแบบใหม่ดังกล่าว ตั้งแต่เวลา 18.30 น.เป็นต้นไป แต่ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนชื่อสถานีฯ ไปแล้ว แต่คนไทยส่วนมาก ก็ยังนิยมเรียกชื่อสถานีฯ ว่า ช่อง 9 ตามเดิม

สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี ดำเนินการผลิตรายการโทรทัศน์ การออกอากาศโทรทัศน์ ตลอดจนการควบคุมการออกอากาศ โดยแพร่ภาพออกอากาศ จากกรุงเทพมหานคร ไปยังสถานีเครือข่าย ในส่วนภูมิภาค 32 สถานี สามารถให้บริการ ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 79.5 ของประเทศ มีประชากรในขอบเขตการออกอากาศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 96.5 ของประเทศ โดยมีรายการประเภทข่าวสาร สาระความรู้ ความบันเทิง กีฬา และรายการเพื่อสาธารณประโยชน์ รวมทั้งถ่ายทอดสดต่างๆ ซึ่งได้จัดรายการประเภทข่าวสาร และสาระความรู้ ในด้านต่างๆ มานำเสนอในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ ที่มีผู้ชมมากที่สุด เพื่อให้ผู้ชม ได้รับข่าวสาร และความรู้ ที่เป็นประโยชน์ อย่างเท่าเทียมกัน และมุ่งหวังว่า จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของประชาชน

มีเหตุการณ์สำคัญที่สถานีฯ เกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 คือเมื่อเวลา 22.15 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่จากสหรัฐอเมริกา ถ่ายทอดสดทางโมเดิร์นไนน์ทีวี แต่อ่านแถลงการณ์ได้เพียงสามฉบับ ก็มีกำลังพลทหารพร้อมด้วยอาวุธกลุ่มหนึ่ง บุกยึดเข้าไปยังสถานีฯ พร้อมออกคำสั่งให้หยุดการแพร่ภาพทันที จึงทำให้เจ้าหน้าที่สถานีฯ ต้องปฏิบัติตามในที่สุด

นายจักรพันธุ์ ยมจินดา รองประธานกรรมการ ในฐานะ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท แถลงปรับปรุงรายการข่าวโทรทัศน์ของสำนักข่าวไทย ว่าจะใช้เทคโนโลยีวิดีโอวอลล์ ขนาดความยาว 20 เมตร ความกว้าง 3 เมตร กับการรายงานข่าวในช่วงเวลาต่างๆ และจะใช้เฮลิคอปเตอร์ในการรายงานข่าวเป็นครั้งแรก ใช้ชื่อช่วงว่า "เบิร์ด อายส์ นิวส์" (Bird Eye's News) รวมทั้งจะจัดให้มีการสำรวจความเห็นของผู้ชม โดยใช้ชื่อว่า เอ็มคอท โพลล์ (MCOT Poll) นอกจากนี้ ยังจะปรับปรุงตราสัญลักษณ์ ของสำนักข่าวไทยขึ้นใหม่ ให้มีความทันสมัย และทันโลกมากขึ้น โดยจะเริ่มดำเนินการในโอกาสที่ เปลี่ยนเป็นสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ ครบ 10 ปี ในงานครบรอบวันสถาปนา อสมท วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2555[4]

อัตลักษณ์[แก้]

พ.ศ. 2498-2517[แก้]

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 มีอัตลักษณ์เป็นภาพ "วิชชุประภาเทวี" หมายถึงเทวดาผู้หญิง ที่เป็นเทพเจ้าแห่งสายฟ้า หรือนางพญาแห่งสายฟ้า ประดับด้วยลายเมฆ และสายฟ้า อยู่ภายในรูปวงกลม ที่ออกแบบโดย กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ (ในขณะนั้น)

พ.ศ. 2517-2526[แก้]

หลังจากที่สถานีฯ ได้เปลี่ยนไปออกอากาศ ในระบบวีเอชเอฟทางช่อง 9 แล้ว จึงเปลี่ยนอัตลักษณ์เป็นรูปกรอบจอโทรทัศน์ ภายในเป็นรูปคลื่นกระจายสัญญาณ โดยทางซ้ายมีสีที่กระจายอยู่ 3 สี คือแดง เขียว น้ำเงิน และตัวเลข 9 สีดำ อยู่ภายในวงกลมสีเหลือง ซึ่งอยู่ทางขวาสุด โดยตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2520 จึงเพิ่มอักษรชื่อย่อ "อ.ส.ม.ท." ไว้ที่ส่วนล่างของอัตลักษณ์

พ.ศ. 2527-2545[แก้]

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 อ.ส.ม.ท. มีอัตลักษณ์เป็นรูปกรอบจอโทรทัศน์ ภายในแบ่งเป็นแถบเส้นโค้งสามแถบ มีสามแม่สีแสง คือ แดง เขียว น้ำเงิน และตัวเลข 9 สีดำ ประทับอยู่ใจกลางอัตลักษณ์ ทั้งหมดเดินเส้นด้วยสีขาว และมีเส้นขอบสีดำอยู่ภายนอกสุด ส่วนล่างมีอักษรชื่อย่อ "อ.ส.ม.ท." กำกับไว้

โดยตัวอักษรย่อ อ.ส.ม.ท.นั้น ในช่วงปี 2527 - 2542 จะเป็นตัวย่อ อ.ส.ม.ท.สีชมพู ต่อมาในปี 2542 - 2543 ได้เปลี่ยนสีของตัวย่อ อ.ส.ม.ท.เป็นสีขาวและมีขนาดเล็กลง ความยาวเท่ากับตราสัญลักษณ์ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นตัวอักษร อ.ส.ม.ท.สีขาวในช่วงกลางปี 2543 และมีการเพิ่มโดเมนของสถานี (www.mcot.or.th) เหนือตราสัญลักษณ์ (ในกรณีที่อยู่มุมบนขวา) และใต้อักษรย่อ อ.ส.ม.ท. (ในกรณีที่อยู่มุมล่างขวา) โดยจัดเรียงอัตลักษณ์ ตัวอักษรย่อ อ.ส.ม.ท. และโดเมนเช่นเดียวกับการแสดงอัตลักษณ์ของสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และลบเส้นขอบสีดำออก ส่วนการวางตำแหน่งของอัตลักษณ์ ในช่วงปี 2527 - ธันวาคม 2540 จะอยู่ที่มุมล่างขวาของจอโทรทัศน์ ต่อมาในเดือนมกราคม ปี 2541 - 2545 ได้ย้ายไปอยู่ที่มุมบนขวาของจอโทรทัศน์ และคำว่า "สด" (ใช้สีตามตัวย่อ อ.ส.ม.ท.) ที่กำกับอยู่เหนือตราสัญลักษณ์ จะใช้ในรายการสดและรายการข่าว เริ่มใช้ในเดือนมกราคม ปี 2541 ส่วนคำว่า "LIVE" สีแดง ที่กำกับอยู่เหนือตราสัญลักษณ์ เริ่มใช้ในช่วงกลางปี 2543 จะใช้เฉพาะการถ่ายทอดสดจากต่างประเทศ เช่น ฟุตบอลโลก พรีเมียร์ลีก เป็นต้น (ยกเว้นโอลิมปิก เอเชียนเกมส์ และซีเกมส์ ที่ใช้คำว่า "สด")

พ.ศ. 2545-ปัจจุบัน[แก้]

สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ มีอัตลักษณ์เป็นรูปวงกลม มีเส้นสีเทาเงินหรือสีเทาตัดกัน คล้ายเส้นรอบโลกอยู่ทางซ้าย ทางขวามีตัวเลข 9 สีม่วงซ่อนอยู่ ส่วนบนมีเส้นโค้ง สีเทาเงินหรือสีเทา ลักษณะโดยรวมคล้ายดวงตา ส่วนล่างมีอักษรชื่อย่อ “MCOT” หรือ “อสมท” สีส้ม เดินเส้นขอบสีเทา กำกับอยู่ด้วย ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ที่ใช้เป็นหน่วยงานแรก ก่อนที่รัฐบาลจะแปรรูปองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย เป็นบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ในปีถัดมา

ในปี พ.ศ. 2545 - 2555 การแสดงอัตลักษณ์จะเป็นตราสัญลักษณ์สามมิติ โดยมีคำว่า "อสมท" สีส้ม (ตราสัญลักษณ์ภาษาไทย) ใช้ในปี 2546 - ธันวาคม 2555 และคำว่า "MCOT" สีส้ม (ตราสัญลักษณ์ภาษาอังกฤษ) ใช้ในช่วงปี พ.ศ. 2545 และช่วงเดือนมกราคม 2556 ถึงปัจจุบัน นับตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2550 - 2551 ได้มีการเพิ่มโดเมนของสถานี (www.mcot.net) ตัวอักษรสีขาว อยู่ใต้ตราสัญลักษณ์ (สำหรับชื่อโดเมนดังกล่าว ไม่ระบุในรายการการ์ตูน หรือบางรายการจากต่างประเทศ ระหว่างปี พ.ศ. 2552 - 2555)

นับตั้งแต่ พ.ศ. 2556 การแสดงอัตลักษณ์ ที่มุมล่างทางขวาของจอโทรทัศน์ จะเปลี่ยนสีของเส้นที่ตัดกันทางซ้าย และเส้นโค้งในส่วนบนของอัตลักษณ์ (ซึ่งเดิมเป็นสีเทา) ไปตามสีประจำวันในสัปดาห์ (รูปแบบเดียวกับแชนแนลวีไทยแลนด์) และเปลี่ยนคำกำกับด้านล่างอัตลักษณ์จากอสมท เป็น MCOT โดยเฉพาะในวันธรรมสวนะ จะแสดงที่มุมบนทางขวาของจอโทรทัศน์ เนื่องจากทำการเพิ่มภาพพระพุทธรูปสีทอง อยู่เหนืออัตลักษณ์ และภาพดอกบัวสีขาว ซ้อนหลังอัตลักษณ์ และแสดงสัญลักษณ์ในวันสำคัญ เช่น วันปีใหม่ / วันตรุษจีน / สงกรานต์ / วันแรงงาน / วันพืชมงคล เป็่นต้น แต่ใช้ไปในระยะเวลาสั้นๆ คงเหลือเพียงแต่การแสดงอัตลักษณ์ในวันธรรมสวนะ

อนึ่ง หากเป็นช่วงเวลาที่ออกอากาศ รายการถ่ายทอดสด จะเปลี่ยนไปแสดงอัตลักษณ์รูปแบบดั้งเดิม ซึ่งลายเส้นส่วนบนเป็นสีเทาเงิน โดยใช้อักษรย่อ MCOT และมีอักษร LIVE สีส้มกำกับอยู่ บนสุดของอัตลักษณ์ และหากเป็นช่วงเวลา หลังจากมีพระราชวงศ์สิ้นพระชนม์ จะเปลี่ยนไปแสดงอัตลักษณ์ ด้วยสีขาว-ดำและเทาทั้งหมด ต่อมา ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2557 สถานีฯ เปลี่ยนกลับไปแสดงอัตลักษณ์ในรูปแบบเดิม ซึ่งลายเส้นส่วนบนเป็นสีเทาเงิน และเป็นรูปแบบสามมิติ (เช่นเดียวกับการแสดงอัตลักษณ์เมื่อปี 2545 - 2555) โดยใช้อักษรย่อ MCOT ตามเดิม และยกเลิกการแสดงอัตลักษณ์ในวันธรรมสวนะ (แต่สำหรับการใช้ในรายการข่าวของสำนักข่าวไทย(ยกเว้นคุยโขมงข่าวเช้า(ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น พระราม 9 ข่าวเช้า) คุยโขมงบ่าย 3 โมง ไนน์เอ็นเตอร์เทน และคลุกวงข่าว ที่จะนำอักษร LIVE สีขาวขอบดำมาวางบนสุดของอัตลักษณ์)จะแสดงอัตลักษณ์ ที่จะเปลี่ยนสีของเส้นที่ตัดกันทางซ้าย และเส้นโค้งในส่วนบนของอัตลักษณ์ ไปตามสีประจำวันในสัปดาห์ วางอยู่เหนือแถบวิ่งข่าว แต่ในเวลาต่อมาได้ใช้รูปแบบอัตลักษณ์แบบเดียวกับที่แสดงในรายการปกติ (ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ในรูปแบบลายเส้นส่วนบนเป็นสีเทาเงิน และเป็นรูปแบบสามมิติ) มาแสดงแทน) ตั้งแต่ เดือนมิถุนายน 2557 นี้ เป็นต้นไป สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ ทีวี ทุกรายการถ่ายทำด้วยระบบดิจิตอลภาพความชัดสูง หรือ DIGITAL HIGH DEFINATION (DIGITAL HD) จะแสดงโลโก้ช่องโมเดิร์นไนน์ พร้อมกับ ชื่อช่องเป็น MCOT HD กำกับด้วย โดยเริ่มรายการ บอกข่าวเล่าเรื่อง เป็นรายการแรก

ส่วนนาฬิกาของสถานีที่อยู่มุมบนซ้ายของจอโทรทัศน์ ในช่วงปี 2545 - 2553 ใช้แบบอักษร Arial ตัวหนาสีขาว มีเงาสีดำ ต่อมาในปี 2554 - กันยายน 2555 ใช้แบบอักษร Arial ตัวหนาสีขาวเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และมีขอบหนาสีดำ ต่อมาในเดือนมกราคม 2556 ได้เปลี่ยนแบบอักษรเป็น DB PatPong X ตัวอักษรสีขาว มีเงาสีดำ (ส่วนใหญ่มักจะมีเงาสีดำบางๆ ในบางวันจะมีเงาหนา หรือบางวันไม่มีเงาเลย) ต่อมาในเดือนมิถุนายน 2557 ตัวอักษรเปลี่ยนเป็นตัวขยาย (DB PatPong X Extened) เนื่องจากจะต้องใช้ในช่อง MCOT HD ด้วย โดยนาฬิกาจะเริ่มแสดงเวลา 05.00 น. ถึงเวลา 08.00 น. ในช่วงวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ส่วนวันเสาร์ - อาทิตย์ จะแสดงเวลา 05.00 น. ถึง 09.00 น.

การแสดงตราสัญลักษณ์ของพระราชวงศ์แบบสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ ในภาพนี้คือตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 จากรายการข่าวของสำนักข่าวไทย
การแสดงตราสัญลักษณ์ของพระราชวงศ์แบบสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ ในภาพนี้คือตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 จากรายการข่าวของสำนักข่าวไทย

ส่วนตราสัญลักษณ์พระราชวงศ์ ที่อยู่ทางมุมบนซ้าย ของจอโทรทัศน์ จะมีลักษณะที่โดดเด่นกว่าช่องอื่น คือมีเงาสีดำ (ในบางวันจะมีเงาสีดำบางๆ) และใช้ในรูปแบบเดียวกับนาฬิกา (รวมถึงตราสัญลักษณ์ของ คสช.) เนื่องจากเวลาปรากฏไม่พร้อมกับอัตลักษณ์

MCOT HD[แก้]

ไม่มีข้อมูล - 2556[แก้]

ตราสัญลักษณ์นี้มีคำว่า MCOT ตัวอักษรทั้งหมดเป็นสีดำ ซึ่งตัวอักษร O แทนด้วยบางส่วนของตราสัญลักษณ์โมเดิร์นไนน์ ภายใต้ตราสัญลักษณ์ที่แทนตัวอักษร O มีคำว่า HD ตัวเอียงสีขาวในช่องสี่เหลี่ยมสีดำ

2557 - ปัจจุบัน[แก้]

เช่นเดียวกับตราสัญลักษณ์โมเดิร์นไนน์ แต่เป็นภาพสามมิติ และมีคำว่า MCOT HD สีขาวเงิน กำกับอยู่ด้วย เริ่มใช้เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2557

รายการโทรทัศน์[แก้]

ผู้ประกาศข่าวและพิธีกร[แก้]

ในปัจจุบัน[แก้]

ในอดีต[แก้]

พิธีกรสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ ถัดไป
Channel9 Logo.png
สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 อ.ส.ม.ท.
(9 เมษายน พ.ศ. 2520 - 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545)
2leftarrow.png MCOTPCL Logo.png
สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์

(6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 - ปัจจุบัน)
2rightarrow.png ยังออกอากาศอยู่