โทรทัศน์
โทรทัศน์ เป็นระบบโทรคมนาคมสำหรับการกระจายและรับภาพเคลื่อนไหวและเสียงระยะไกล คำนี้ยังหมายถึงรายการโทรทัศน์และการแพร่ภาพอีกด้วย คำว่าโทรทัศน์ในภาษาไทย มีที่มาจากคำในภาษาอังกฤษ คือ television ซึ่งเป็นคำผสมจากคำกรีก tele- ("ระยะไกล" — โทร-) และ -vision ที่มาจากภาษาละติน visio ("การมองเห็น" — ทัศน์) มักเรียกย่อเป็น TV (ทีวี) โทรทัศนขาว-ดำเครื่องแรกของโลก ที่ถูกสร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2468 เป็นผลงานการประดิษฐ์ของจอห์น ลอกกี้ เบรียด ชาวสกอตแลนด์[1]
เนื้อหา |
[แก้] ในประเทศไทย
ประเทศไทยเริ่มมีการแพร่ภาพโทรทัศน์เมื่อ 3 มีนาคม พ.ศ. 2491 โดย บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด แพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวี ช่อง 4 ผ่านระบบโทรทัศน์ขาวดำจากวังบางขุนพรหม (ปัจจุบันเป็นโมเดิร์นไนน์ ทีวี) ต่อมามีการพัฒนาเป็นระบบโทรทัศน์สี ซึ่งสถานีโทรทัศน์สีแห่งแรกของไทย คือ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เริ่มแพร่ภาพครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510 สำหรับ สถานีโทรทัศน์แห่งชาติ คือ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ / เอ็นบีที) เริ่มแพร่ภาพครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 สำหรับ สถานีโทรทัศน์สาธารณะ คือ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เริ่มแพร่ภาพครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551 และในอนาคตตั้งเป้าว่าจะมีแผนการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์แบบฟรีทีวีเพิ่มขึ้นอีก 3 ช่องดังต่อไปนี้
- สถานีโทรทัศน์ไทยสยามทีวี เริ่มแพร่ภาพครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2555 (ภายไต้การกำกับดูแลของกรมประชาสัมพันธ์)
- สถานีโทรทัศน์เจเคเอส เริ่มแพร่ภาพครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2556 (สถานีโทรทัศน์เสรี)
- สถานีโทรทัศน์อีทีวี เริ่มแพร่ภาพครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2557 (สถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา)
[แก้] การส่งโทรทัศน์ในระบบ VHF และ UHF ในประเทศไทย
- สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 - VHF Band-1 ช่อง 3 (ปัจจุบันออกอากาศในระบบ UHF Band-4 ช่อง 32และระบบ Band-5 ช่อง 60)
- สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก - VHF Band-1 ช่อง 5 (ในอนาคต เพิ่มช่องทาง คือการออกอากาศระบบ UHF Band-5 ช่อง 55 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556)
- สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 - VHF Band-3 ช่อง 7
- สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี - VHF Band-3 ช่อง 9 (ในอนาคต เพิ่มช่องทาง คือการออกอากาศระบบ UHF Band-5 ช่อง 58 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555)
- สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย - VHF Band-3 ช่อง 11 (ปัจจุบันยังมีสถานีโทรทัศน์เครือข่ายส่วนภูมิภาคออกอากาศเองได้ด้วย)
- สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส - UHF Band-4 ช่อง 29 (รับช่วงในการส่งสัญญาณต่อจากไอทีวีและทีไอทีวี)
[แก้] คลื่นความถี่ที่ถูกส่งในประเทศไทย
- VHF มีจำนวน 11 ช่อง คือ ช่อง 2-12 (โดยแบ่งกัน 2 ลักษณะ คือความถี่ต่ำ คือ ช่อง 2-4 และ ความถี่สูง คือ ช่อง 5-12)
- UHF มีจำนวน 40 ช่อง คือ ช่อง 21-60
[แก้] ตัวเลขที่ถูกบังคับให้ส่งคลื่น
- VHF มีจำนวน 12 ช่อง คือ ช่อง 1-12 บางกรณีอาจถึง 13 ช่อง คือจนถึงช่อง 13 นั้นเอง (บางครั้งก็ใช้ตัวอักษรโรมัน เรียกการส่งคลื่นในบางประเทศ)
- UHF มีจำนวน 72 ช่อง คือ ช่อง 13-84 บางกรณีอาจเริ่มตั้งแต่ช่อง 14 เพราะฉะนั้นมาตรฐานอาจจะเหลือเป็น 71 ช่อง
ทั้งนี้ทั้งนั้น บางประเทศอาจส่งโทรทัศน์มากกว่ามาตรฐานก็ว่าได้ ยกตัวอย่างเช่น มีบางประเทศอาจจะส่งโทรทัศน์ในระบบวีเอชเอฟตั้งแต่ช่อง 1 ถึงช่อง 18 และระบบยูเอชเอฟตั้งแต่ช่อง 19 ถึงช่อง 72 เป็นต้น และระบบทั้ง 2 เป็นช่องส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่กำหนดได้แน่นอนที่สุด แม้จะออกอากาศ โดยใช้เสาอากาศภาคพื้นดิน
[แก้] คลื่นความถี่ส่ง
แบ่งเป็น 3 ประเภทดังนี้
[แก้] ประเภทเครื่องส่งกับเสาอากาศภาคพื้นดิน
[แก้] ประเภทเครื่องส่งกับดาวเทียม
[แก้] ประเภทอื่น
- เคเบิลทีวี ใช้กับสายไฟเบอร์ออฟติกและดาวเทียม
[แก้] ประเภทของโทรทัศน์
ขนาดภาพของโทรทัศน์ส่วนใหญ่ที่ส่งมาตามบ้านมักจะมีขนาดเล็กมากกว่าจอโทรทัศน์ทั่วไป ขนาดของโทรทัศน์ที่แสดงในตารางเป็นขนาดอย่างน้อยที่สุดที่ภาพจะไม่ถูกบีบอัดให้เล็กลง โดยทั่วไปมักใช้ SDTV ที่ภาพมีขนาดพอดีกับ 8 นิ้วแต่ภาพก็จะมาถูกขยายให้ใหญ่เท่ากับขนาดของโทรทัศน์ที่อยู่ตามบ้านซึ่งอาจอยู่ที่ 14-28 นิ้ว ส่วนโทรทัศน์ตั้งแต่แบบ HDTV ขึ้นไปจะเป็นการส่งสัญญาณภาพที่มีขนาดใหญ่มากกว่าเพื่อความชัดของภาพ และโดยทั่วไปมักใช้โทรทัศน์ขนาด 32 นิ้วขึ้นไปในการรับชมแบบความละเอียดสูง ถ้าโทรทัศน์ตามบ้านมีขนาดเล็กกว่าขนาดของภาพที่ส่งมา ภาพก็จะถูกบีบอัดให้เล็กลงตามขนาดของโทรทัศน์ ดังนั้นโทรทัศน์ที่เหมาะสมกับระดับ HDTV ขึ้นไปควรมีขนาดอย่างน้อยที่สุดดังในตาราง
| ชื่อ | ขนาด | อัตราส่วน | อักษรย่อ | ขนาดของโทรทัศน์ |
|---|---|---|---|---|
| Low Definition Television | 320 × 240 | 4 : 3 | LDTV (240p) | 6 นิ้ว |
| Standard Definition Television | 640 × 480 | 4 : 3 | SDTV (480p) | 12 นิ้ว |
| High Definition Television | 1920 × 1080 | 16 : 9 | HDTV (1080p) | 32 นิ้ว |
| Extreme High Definition Television | 2560 × 1440 | 16 : 9 | EHDTV (1440p) | 42 นิ้ว |
| Quad Full High Definition Television | 3840 × 2160 | 16 : 9 | QHDTV (2160p) | 64 นิ้ว |
| Ultra High Definition Television | 7680 × 4320 | 16 : 9 | UHDTV (4320p) | 128 นิ้ว |
- ปัจจุบันมีการแพร่ภาพอยู่ 2 ประเภท คือ ความละเอียดมาตราฐาน (SDTV) กับ ความละเอียดสูง (HDTV)
- เนื่องจากโทรทัศน์ในยุโรปส่วนใหญ่เป็น 16:9 เกือบทั้งหมดฉะนั้นจึงออกอากาศภาพแบบ 16:9 มาตั้งแต่ พ.ศ. 2540 แต่ยังคงเป็นโทรทัศน์ความละเอียดมาตราฐานจนถึง พ.ศ. 2550
- โทรทัศน์ความละเอียดสูงทั่วโลกเริ่มแพร่หลายตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2550 และใช้ขนาดภาพ 16:9 เท่านั้น
[แก้] การจัดเวลาออกอากาศ
ประเทศต่างๆ ที่มีเขตเวลาของประเทศเพียงเขตเดียวจะแจ้งเวลาออกอากาศเพียง 1 เวลาตามปกติเท่านั้น เช่น ในประเทศไทย ส่วนประเทศที่มีขนาดใหญ่มากและมีเขตเวลาหลายเขตจะแจ้งเวลาในการออกอากาศของรายการโทรทัศน์ต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกา มีช่วงแบ่งเขตเวลาหลักๆ ในประเทศทั้งหมด 4 เขตและจะนับทางซ้ายสุดของประเทศเป็นเขตที่ 1 ตามมาด้วยจนถึงด้านขวาสุดเป็นเขตที่ 4 โดยในโทรทัศน์จะทำการแจ้งเวลาที่ 2 เขตตรงกลาง คือ เขตที่ 2 และ 3 ของประเทศเท่านั้น ส่วนที่เหลือผู้ชมจะต้องบวกลบเวลากันเอาเอง ซึ่งรายการได้ฉายพร้อมกันทั้งประเทศจะแจ้งเวลา ตัวอย่างเช่น
- 8/7 Central หมายถึง 21:00 (9 pm) นาฬิกาตรงเขตที่ 4 ของประเทศ
- 8/7 Central หมายถึง 20:00 (8 pm) นาฬิกาตรงเขตที่ 3 ของประเทศ
- 8/7 Central หมายถึง 19:00 (7 pm) นาฬิกาตรงเขตที่ 2 ของประเทศ
- 8/7 Central หมายถึง 18:00 (6 pm) นาฬิกาตรงเขตที่ 1 ของประเทศ
เพราะฉะนั้นถ้าแจ้งเวลามาเป็น 8/7 Central ทางด้านซ้ายสุดของประเทศจะได้รับชมในเวลา 18:00 (6 pm) นาฬิกา (ตัวอย่างเขตเวลาการออกอากาศของสหรัฐอเมริกาที่ยกตัวอย่างนี้นับแค่ 48 รัฐในแผ่นดินใหญ่โดยไม่รวมรัฐฮาวายและอะลาสกาที่เวลาจะห่างออกไปอีก 1-2 ชั่วโมง) แต่โดยส่วนมากแล้วถ้าฉายพร้อมกันทั้งประเทศจะทำให้บางเขตไม่เหมาะสมและตรงกับในช่วงเวลาตอนเย็นหรือเวลาทำงาน ฉะนั้นอีกครึ่งประเทศทางด้านซ้าย 2 ส่วนโดยส่วนมากจะได้รับชมช้ากว่าครึ่งประเทศทางด้านขวา 1-2 ชั่วโมงเพื่อให้ตรงกับเวลาที่ผู้คนเลิกงานแล้ว โดยจะถูกจัดการตารางโดย Affiliate หรือสถานีย่อยเพื่อความเหมาะสม
[แก้] สถานีโทรทัศน์ในสหรัฐอเมริกา
- Network คือ แม่ข่ายสถานีหลักซึ่งทำหน้าที่สร้างรายการและบริหารในด้านภาพรวมและจัดได้ว่าเป็นสถานีโทรทัศน์ 6 ช่องหลักของประเทศประกอบไปด้วย CBS, FOX, ABC, NBC, The CW , MyNetworkTV และอีก 1 ช่องสาธารณะ คือ PBS
- Affiliate คือ สถานีย่อยที่ยึดกับแม่ข่ายสถานีหลัก
- Syndication คือ สถานีท้องถิ่นที่จะจัดตารางรายการและฉายกันเองตามความเหมาะสม โดยไม่ยึดติดกับสถานีหลักใดๆ ทั้งสิ้น
ระบบฟรีทีวีของอเมริกามีความเป็นอิสระสูงมาก สถานีแต่ละแห่งในแต่ละเมืองจะบริหาร ดำเนินงานกันเองเป็นเจ้าของเองโดยไม่ขึ้นกับใคร จัดผังรายการเองหรือสร้างรายการเองเพื่อให้เหมาะกับท้องถิ่นนั้นๆ แต่เมื่อสถานีท้องถิ่นนั้นๆ เป็น Affiliate กับ Network ก็จะสามารถเอารายการของ Network มาฉายได้ ตัวอย่างเช่น สถานี KTVU เป็นช่อง 2 ที่แคลิฟอร์เนีย, สถานี KNYW เป็นช่อง 5 ที่นิวยอร์ค, สถานี KDFW เป็นช่อง 4 ที่ดัลลัส ซึ่งที่ยกตัวอย่างมากนั้น ทั้งหมดเป็นอิสระต่อกัน เจ้าของเป็นคนละคนแต่ทั้งหมดถือว่าเป็น Affiliate ของ FOX และฉายรายการของ FOX แต่ไม่ได้หมายความว่า FOX เป็นเจ้าของสถานีท้องถิ่นนั้นๆ เมื่อถึงเวลา Primetime ก็จะออกอากาศตามเวลาท้องถิ่น เช่น Glee ซึ่งฉาย 8/7c ก็ต้องเปิด KTVU เป็นช่อง 2 ที่แคลิฟอร์เนีย 17:00, KNYW ช่อง 5 ที่นิวยอร์ค 20:00, KDFW ช่อง 4 ที่เท็กซัค 19:00 ตามเวลาท้องถิ่น (ซึ่ง 2 โซนนี้ฉายพร้อมกัน) ส่วนทางฝั่งตะวันตกจะได้ดูช้ากว่า 2-3 ชั่วโมง ตามเวลาท้องถิ่น ดังนั้น Primetime จึงจัดตามเวลาท้องถิ่น ยกเว้นพวกรายการถ่ายทอดสดจะยึดเวลา Primetime ตามฝั่งตะวันออกเสมอ
[แก้] ดูเพิ่ม
[แก้] อ้างอิง
- ^ "World Analogue Television Standards and Waveforms - section - Timeline". Histrorical television data 2011. http://www.pembers.freeserve.co.uk/World-TV-Standards/index.html#Timeline. เรียกข้อมูลเมื่อ 29 January 2011.
[แก้] หนังสืออ่านเพิ่ม
- Albert Abramson, The History of Television, 1942 to 2000, Jefferson, NC, and London, McFarland, 2003, ISBN 0786412208.
- Pierre Bourdieu, On Television, The New Press, 2001.
- Tim Brooks and Earle March, The Complete Guide to Prime Time Network and Cable TV Shows, 8th ed., Ballantine, 2002.
- Jacques Derrida and Bernard Stiegler, Echographies of Television, Polity Press, 2002.
- David E. Fisher and Marshall J. Fisher, Tube: the Invention of Television, Counterpoint, Washington, DC, 1996, ISBN 1887178171.
- Steven Johnson, Everything Bad is Good for You: How Today's Popular Culture Is Actually Making Us Smarter, New York, Riverhead (Penguin), 2005, 2006, ISBN 1594481946.
- Jerry Mander, Four Arguments for the Elimination of Television, Perennial, 1978.
- Jerry Mander, In the Absence of the Sacred, Sierra Club Books, 1992, ISBN 0871565099.
- Neil Postman, Amusing Ourselves to Death: Public Discourse in the Age of Show Business, New York, Penguin US, 1985, ISBN 0670804541.
- Evan I. Schwartz, The Last Lone Inventor: A Tale of Genius, Deceit, and the Birth of Television, New York, Harper Paperbacks, 2003, ISBN 0060935596.
- Beretta E. Smith-Shomade, Shaded Lives: African-American Women and Television, Rutgers University Press, 2002.
- Alan Taylor, We, the Media: Pedagogic Intrusions into US Mainstream Film and Television News Broadcasting Rhetoric, Peter Lang, 2005, ISBN 3631518528.
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- A History of Television at the Canada Science and Technology Museum
- The Encyclopedia of Television at the Museum of Broadcast Communications
- The Evolution of TV, A Brief History of TV Technology in Japan NHK
- Television's History – The First 75 Years
- Worldwide Television Standards
- Global TV Market Data
- Television in Color, April 1944 one of the earliest magazine articles detailing the new technology of color television
- Littleton, Cynthia. "Happy 70th Birthday, TV Commercial broadcasts bow on July 1, 1941; Variety calls it 'corney'", Variety, July 1, 2011. WebCitation archive.