สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ระวังสับสนกับ สถานีโทรทัศน์ไอทีวี
สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี
สำนักบริหารกิจการสถานีโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟเฉพาะกิจ
Thailand Independent Television (TITV)
สัญลักษณ์ ของ สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี
เริ่มออกอากาศ 8 มีนาคม พ.ศ. 2550
ยุติออกอากาศ 15 มกราคม พ.ศ. 2551 (อายุ 10 เดือน 7 วัน 8 นาที)
เครือข่าย สถานีโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟ
เจ้าของ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
และ กรมประชาสัมพันธ์
บุคลากรหลัก นพพร พงษ์เวช รักษาการ
ผู้อำนวยการสถานีฯ
ปราโมช รัฐวินิจ
นายสถานีฯ (พ.ศ. 2551)
คำขวัญ ทีไอทีวี สื่อเสรีเพื่อสังคม
ประเทศ ไทย ไทย
พื้นที่แพร่ภาพ ไทย ประเทศไทย
สำนักงานใหญ่ เลขที่ 90-91 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่
เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
ชื่อเดิม สถานีโทรทัศน์ไอทีวี
แทนที่โดย สถานีโทรทัศน์ทีพีบีเอส
เว็บไซต์ www.titv.in.th (ปัจจุบันปิดแล้ว)
ช่องรายการที่แพร่ภาพ
ภาคพื้นดิน
ไทย ยูเอชเอฟ ช่อง 29
โทรทัศน์เคเบิล
ไทย ทรูวิชันส์ ช่อง 6

สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี (อังกฤษ: Thailand Independent Television ชื่อย่อ: TITV) เป็นสถานีโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟที่อยู่ในการกำกับดูแลโดย กรมประชาสัมพันธ์ ผู้ได้รับมอบอำนาจการออกอากาศจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ในสถานะหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ (Service Delivery Unit - SDU) ตั้งแต่เวลา 00.00 น. วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2550 โดยรับช่วงการออกอากาศ ต่อจาก สถานีโทรทัศน์ไอทีวี ของ บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัมปทานเดิม แต่ สปน.ได้บอกเลิกสัญญา เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2550 หลังจากไม่สามารถชำระค่าสัมปทาน และค่าปรับผิดสัญญาคงค้าง ได้ทันตามกำหนดในวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2550 โดยแพร่ภาพออกอากาศทางช่อง 29 ในช่องสัญญาณเดียวกันกับสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ได้เริ่มดำเนินการออกอากาศอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้สถานีโทรทัศน์คลื่นความถี่ระบบยูเอชเอฟ ดำเนินการออกอากาศต่อโดยไม่มีการตัดสัญญาณภาพออกอากาศ

ในเบื้องต้น สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี จะถ่ายทอดโดยใช้สถานีส่ง และอุปกรณ์ ของกรมประชาสัมพันธ์ ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งติดตั้งอยู่ที่อาคาร สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โดยยังคงใช้ผังรายการเดิมของสถานีโทรทัศน์ไอทีวี หลังจากนั้น จะมีการพิจารณาปรับผังรายการให้เหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง [1] [2] แต่ในทางปฏิบัติ สถานียังคงดำเนินงานอยู่ที่ อาคารชินวัตรทาวเวอร์ 3 และพนักงานในสถานีโทรทัศน์ทั้งหมด ล้วนเป็นพนักงานของบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ที่ถูกบอกเลิกสัญญาจ้างจากบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ทันทีที่บริษัทถูกบอกเลิกสัญญาสัมปทานการบริหารสถานีโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟจากสปน.

สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีได้ดำเนินการออกอากาศมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งยุติการออกอากาศ เมื่อเวลา 00.08 น. ของวันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551 ภายหลังจากที่สถานีโทรทัศน์ฯ ได้ถูกโอนไปเป็นของ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 เท่ากับว่า เป็นการสิ้นสุดลงของการเป็นสถานีโทรทัศน์เสรีในประเทศไทยที่ออกอากาศมาเป็นเวลาเกือบ 12 ปี ทั้งนี้นับรวมเวลาที่ไอทีวีออกอากาศอีกด้วย

ความเป็นมาของสถานี[แก้]

สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี เริ่มต้นขึ้นภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 กำหนดว่าหากบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ไม่สามารถจ่ายค่าสัมปทานที่ค้างอยู่ทั้งสิ้น 2,210 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี เป็นจำนวนเงินรวม 464.5 ล้านบาท และค่าปรับกรณีทำผิดสัญญาเรื่องผังรายการอีกกว่า 97,760 ล้านบาทได้ ภายในวันที่ 7 มีนาคม ทางสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) จะดำเนินการยกเลิกสัญญาสัมปทานการดำเนินงานสถานีโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟโดยทันที ซึ่งภายหลังจากที่บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) มีท่าทีว่าจะไม่สามารถชำระเงินค่าสัมปทานค้างจ่าย และค่าปรับ เป็นจำนวนเงินรวมเกือบ 1 แสนล้านบาทได้นั้น คณะรัฐมนตรีจึงตัดสินใจที่จะยึดคืนสัมปทานจากบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้จัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลและดำเนินการบริหาร สถานีโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟ เป็นการชั่วคราว จำนวน 9 คน ประกอบไปด้วย

โดยคณะกรรมการบริหารชุดนี้ จัดประชุมเป็นนัดแรก เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2550 และมีมติใช้ชื่อสถานีโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟนี้ว่า สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี (TITV-Thailand Independent Television) พร้อมทั้งหาข้อยุติเรื่องกฎหมาย และแผนดำเนินงานเข้าบริหารสถานีฯ ภายหลังการยกเลิกสัมปทาน ในวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2550 อีกด้วย[3] พร้อมกันนี้ คณะกรรมการบริหารสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ได้แต่งตั้งให้ นายจีระ หงส์ลดารมภ์ เป็นผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีคนแรก

ในวันอังคารที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2550 คณะรัฐมนตรีมีมติว่าหากไอทีวีไม่สามารถจ่ายค่าปรับ และค่าสัมปทานค้างจ่าย รวมประมาณ 1 แสนล้านบาท ภายใน 7 มีนาคม ได้ ให้ยุติการออกอากาศเป็นการชั่วคราว เพื่อส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่า รัฐสามารถดำเนินการออกอากาศต่อเนื่องได้หรือไม่ และให้ดำเนินการยึดเครื่องส่งโทรทัศน์ยูเอชเอฟ มาเก็บรักษาไว้ที่กรมประชาสัมพันธ์ในวันที่ 9 มีนาคม ด้วย ซึ่งจากมติคณะรัฐมนตรีนี้ ย่อมหมายความว่า สถานีโทรทัศน์ไอทีวีจะต้องยุติการออกอากาศ ทำให้ไม่มีสัญญาณออกอากาศผ่านทางช่องความถี่นี้ ส่งผลให้เกิด "จอดำ" ขึ้นทันที

หลังจากมีมติคณะรัฐมนตรี นายจาตุรงค์ สุขเอียด ผู้แทนพนักงานสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ได้เข้ายื่นคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินต่อศาลปกครอง เพื่อให้สถานีโทรทัศน์ไอทีวีสามารถออกอากาศต่อไปได้ โดยศาลปกครองรับเรื่องไว้พิจารณา และจะให้มารับทราบผลการวินิจฉัย ในเวลา 13.00 น. วันที่ 7 มีนาคม ท่ามกลางการจับตาจากพนักงานของสถานีโทรทัศน์ไอทีวี และประชาชนว่าสถานีโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟจะสามารถดำเนินการต่อไปได้หรือไม่ และจะเกิดกรณี "จอดำ" ขึ้นหรือไม่

ปรากฏว่าคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้มีมติเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ตีความข้อกฎหมายในกรณีดังกล่าวว่า กรมประชาสัมพันธ์ สามารถดำเนินการออกอากาศโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟต่อเนื่องไปได้ และในวันเดียวกัน ศาลปกครองมีคำวินิจฉัยให้คุ้มครองฉุกเฉินสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ให้สามารถออกอากาศต่อไปอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ท่ามกลางความดีใจของพนักงานสถานีโทรทัศน์ไอทีวีเป็นอย่างมาก และตลอดทั้งวัน สถานีโทรทัศน์ไอทีวีได้ทำการนำเสนอรายการพิเศษเพื่อที่จะอำลาผู้ชม และเตรียมเปลี่ยนผ่านสู่สถานีโทรทัศน์ช่องใหม่

และแล้ว ในเวลา 00.00 น. ของคืนวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2550 สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี จึงได้ฤกษ์ออกอากาศอย่างเป็นทางการ โดยใช้ที่ทำการเดิมของสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ซึ่งได้แก่ อาคารชินวัตร 3 และใช้พนักงานชุดเดิม จำนวน 853 คน ซึ่งเป็นอดีตพนักงานสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ในการดำเนินงาน ทั้งนี้ ได้มีการใช้ตราสัญลักษณ์ของสถานีโทรทัศน์ช่องใหม่นี้เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ TITV โดยให้ตัวอักษร T ตัวแรกเป็นสีขาวอยู่ภายในวงกลมสีแดง ในขณะที่ตัวหนังสือ ITV ใช้สีเทา อย่างไรก็ดี โดยรวมแล้ว ลักษณะฉากรายการต่างๆ ของฝ่ายข่าว รวมไปจนถึงผังรายการทั้งหมดยังคงมีลักษณะเช่นเดียวกับของสถานีโทรทัศน์ไอทีวีเดิม

การดำเนินงาน และผลตอบรับ[แก้]

การดำเนินงานของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีตลอดระยะเวลาที่ออกอากาศนั้น มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาจากกลุ่มบุคคลบางส่วน ถึงความเหมาะสมในการดำเนินงาน โดยเฉพาะกลุ่มหนังสือพิมพ์ผู้จัดการที่มีนายสนธิ ลิ้มทองกุลเป็นผู้นำ ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ทั้งๆที่ไม่มีกฎหมายรองรับ รวมถึงการรับพนักงานทั้งหมดของสถานีโทรทัศน์ไอทีวีเดิมเข้าทำงานต่อ ทั้งๆที่พนักงานทั้งหมดนี้คือพนักงานจากบริษัทเอกชน แต่กลับได้รับเข้าทำงานต่อ ในลักษณะคล้ายคลึงกับการเป็นพนักงานลูกจ้างของรัฐ

และในช่วงหลังของการดำเนินงานสถานี เริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ที่มีบางฝ่ายมองว่าการนำเสนอข่าวของสถานี เป็นไปในทางให้การสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะในช่วงใกล้การเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ที่มีบางฝ่ายมองว่าสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีนำเสนอข่าวไปในแนวทางสนับสนุนพรรคการเมืองบางพรรคอย่างชัดแจ้ง นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ นายจอม เพชรประดับ ผู้ดำเนินรายการตัวจริง ชัดเจน เดินทางไปยังเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เพื่อเข้าสัมภาษณ์พิเศษกับพ.ต.ท.ทักษิณ ในช่วงที่กำลังจะใกล้ถึงการเลือกตั้ง ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม จนทำให้เทปการสัมภาษณ์นั้นถูกนายนพพร พงษ์เวช รักษาการผู้อำนวยการสถานีค้องสั่งระงับการออกอากาศไปอย่างไม่มีกำหนด และได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้ แต่สุดท้ายแล้ว ทางสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ก็ยอมนำเทปการสัมภาษณ์พ.ต.ท.ทักษิณ ในรายการตัวจริง ชัดเจน ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี

อย่างไรก็ดี การทำงานภายในสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีในช่วงแรก ไม่ราบรื่นอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ เพราะเนื่องจากในช่วงที่คณะรัฐมนตรีกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะหาวิธีการรองรับการทำงานของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีอย่างไร พนักงานทั้งหมดในสถานีนั้นต่างทำงานโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆทั้งสิ้น ส่งผลให้เริ่มมีพนักงานสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีบางส่วนลาออกจากสถานีไม่ว่าจะเป็น กิตติ สิงหาปัด ที่ย้ายไปอยู่ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี, สายสวรรค์ ขยันยิ่ง ที่ย้ายไปอยู่ทางช่อง 7 สี, ชัยรัตน์ ถมยา และ ประวีณมัย บ่ายคล้อย ที่ย้ายไปอยู่ทางช่องTNN 24 เป็นต้น ทำให้เป็นที่จับตาว่าสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีจะสามารถดำรงอยู่ได้หรือไม่ แต่สุดท้ายแล้ว ทางคณะรัฐมนตรีก็ตัดสินใจที่จะรองรับการทำงานของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ด้วยการจัดตั้งหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ (Service Delivery Unit : SDU) เพื่อรองรับการทำงานของสถานีเป็นการชั่วคราว ทำให้สถานการณ์ของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีเริ่มดีขึ้น

ทว่าในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2550 ทางกรมประชาสัมพันธ์โดยนายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ได้ลงนามในคำสั่งโยกย้ายผู้บริหารฝ่ายข่าวจำนวน 11 คน [4] ซึ่งรวมถึงนายอัชฌา สุวรรณปากแพรก ผู้อำนวยการฝ่ายข่าว โดยแต่งตั้งให้ นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อดีตบรรณาธิการฝ่ายข่าวของสำนักข่าว INN มาดำรงตำแหน่งแทน ส่งผลให้พนักงานฝ่ายข่าวสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีบางส่วน ไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับคำสั่งแต่งตั้งนายสนธิญาณมาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายข่าวของสถานี ซึ่งศาลปกครองได้ให้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว [5]

แต่ในช่วงหนึ่ง เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2550 นั้น ได้มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติครั้งหนึ่ง ซึ่งทางภาครัฐ ได้เสนอให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำการลงมติการแปรสภาพเป็นสถานีโทรทัศน์สาธารณะ ระหว่าง สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และ สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ซึ่งเป็น 2 กิจการสถานีโทรทัศน์ที่ กรมประชาสัมพันธ์ เป็นผู้กำกับดูแล ซึ่งผลปรากฏว่า สมาชิก สนช. ได้ลงมติให้สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี มีคะแนนมากกว่า สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ด้วยคะแนน 106 ต่อ 44 เสียง .[6] จึงเป็นที่แน่ชัดว่า ทีไอทีวี ได้มาถึงการก้าวระดับสู่สถานีโทรทัศน์สาธารณะในปี พ.ศ. 2551 โดยสังกัด องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ส่วน สทท.กรมประชาสัมพันธ์ (สทท.11) ในฐานะเป็นฝ่ายตรงข้าม ก็ได้ก้าวมาเป็น เอ็นบีที หรือ National Broadcasting Services of Thailand แทน

รายชื่อผู้อำนวยการสถานี[แก้]

สีประจำสถานี[แก้]

สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีใช้ ███ สีแดง สลับ ███ สีขาวบ้าง ███ สีดำบ้าง เป็นสีประจำสถานีตั้งแต่เริ่มออกอากาศจนกระทั่งยุติออกอากาศ

กราฟิกรายการ[แก้]

กราฟิกทั้งหมดจะใช้เส้นพุ่ง

เพลงประกอบรายการข่าว[แก้]

  • ตลอดเวลาของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ได้ใช้ U-Phonix ของ Stephen Arnold เป็นเพลงประกอบรายการข่าวเกือบทุกช่วงข่าวของสถานี

การยุติการออกอากาศ[แก้]

การออกอากาศข่าวด่วนของทีไอทีวี ในเวลาประมาณ 23.45 น. วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2551

เมื่อวันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551 หลังจาก พระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2551แล้ว[7] สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จึงได้มีหนังสือถึงกรมประชาสัมพันธ์ ให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว กรมประชาสัมพันธ์จึงได้ออกหนังสือคำสั่งที่ 25/2551 ให้สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ยุติการออกอากาศ ตั้งแต่เวลา 00.08 น. ของวันดังกล่าว[8] เพื่อให้องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ดำเนินการออกอากาศอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เวลา 00.00 น. ของวันรุ่งขึ้น (15 มกราคม) [9] ภายใต้ชื่อ สถานีโทรทัศน์ทีพีบีเอส ส่งผลต้องทำให้หยุดการส่งสัญญาณออกอากาศในระบบยูเอชเอฟ ทางช่อง 29 จากอาคารชินวัตรทาวเวอร์ 3 และเสาส่งจากอาคารใบหยก 2 เป็นการชั่วคราว ด้วยเวลา 16 วัน โดยเปิดสถานีด้วยการออกอากาศนโยบายของสถานีวิทยุโทรทัศน์สาธารณะ จากนั้นเป็นสารคดีเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ทั้งหมดส่งสัญญาณจากอาคารที่ทำการ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่[10]

ระหว่างนั้น ในคืนวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2551 นางสาวตวงพร อัศววิไล บรรณาธิการข่าวประจำวัน ผู้แทนฝ่ายข่าวสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน ให้ดำเนินคดีกับ นายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ในความผิดฐานใช้อำนาจในการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากการออกคำสั่งกรมประชาสัมพันธ์ดังกล่าว ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับผู้ผลิตรายการและพนักงาน อีกทั้งการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ เป็นกิจการสาธารณะ จำเป็นต้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองกลางแล้ว จึงถือว่าเป็นการกระทำเกินอำนาจหน้าที่ของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์[11]

โดยหลังจากการประชุมของผู้บริหารฝ่ายข่าวสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี มีมติให้ยื่นขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจากศาลปกครอง และยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ในช่วงเช้าวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551 ด้วย จากนั้น นายอลงกรณ์ เหมือนดาว บรรณาธิการบริหารฝ่ายข่าว เป็นผู้แทนผู้บริหาร กล่าวกับพนักงานว่า ในวันที่ 15 มกราคม ขอให้พนักงานทุกคนเข้าทำงานตามปกติ แต่ให้งดการใช้กล้องวิดีโอและอุปกรณ์ต่างๆ และรอการตัดสินของคณะกรรมการชั่วคราว ที่คณะรัฐมนตรีจะแต่งตั้งในวันรุ่งขึ้น ขณะที่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ มีคำสั่งห้ามพนักงานทีไอทีวีเข้ามาภายในสำนักงานสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี อาคารชินวัตร 3 มิฉะนั้น จะแจ้งข้อหาบุกรุก[12]

เวลาประมาณ 01.00 น. คืนวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551 มีประชาชนประมาณ 50 คน เดินทางมาให้กำลังใจกับสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ที่ลานจอดรถหน้าอาคารชินวัตร 3 โดยมี นายอัชฌา สุวรรณปากแพรก ผู้อำนวยการฝ่ายข่าว ให้การต้อนรับ พร้อมชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ราว 30 นาย เข้ารักษาการณ์ในบริเวณอาคาร[13]

ผู้แทนพนักงานสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี เดินทางไปยังศาลปกครอง เพื่อยื่นคำร้อง ขอไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อให้เพิกถอนคำสั่งกรมประชาสัมพันธ์ ที่ 25/2551 ดังกล่าว โดยศาลได้นัดไต่สวนฉุกเฉิน ในวันที่ 16 มกราคม เวลา 13.30 น.[14] ซึ่งการไต่สวนเสร็จสิ้นลง เมื่อเวลา 17.00 น. ทั้งนี้ ศาลได้นัดรับคำพิพากษาทางโทรสาร ในช่วงบ่ายวันที่ 17 มกราคม แต่เมื่อถึงเวลา ทางศาลขอเลื่อนการส่งคำพิพากษาไปเป็นเวลา 16.00 น.[15] ที่สุดผลปรากฏว่า ศาลพิจารณาให้ยกคำร้องคุ้มครองฉุกเฉิน[16][17]

ต่อมา เมื่อวันที่ 18 มกราคม ผู้บริหารทีไอทีวีได้นัดประชุมอีกครั้ง โดยมีมติให้ส่งตัวแทนเข้าพบ คณะกรรมการนโยบายชั่วคราว ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พร้อมยื่นหนังสือสอบถาม ถึงการรับพนักงานทีไอทีวีกลับเข้าทำงาน รวมทั้งใบสมัครของพนักงานให้พิจารณาด้วย[18] ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ทางองค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ได้ประกาศรับพนักงานของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีแต่เพียงบางส่วนเข้าทำงาน โดยให้เข้าทำงานในลักษณะของพนักงานชั่วคราวเป็นเวลา 3 เดือน และในระหว่างที่ทำงานนี้ หากประสงค์เข้าทำงานถาวรกับทางองค์การ ก็จะต้องยื่นใบสมัครเข้าทำงานเช่นเดียวกันกับผู้สมัครเป็นพนักงานขององค์การทั่วไปเช่นกัน

ดังนั้น ในที่สุดแล้ว การเปลี่ยนแปลงจากสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ไปสู่การเป็นสถานีโทรทัศน์สาธารณะ คือ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส นับเป็นการปิดตำนานสถานีโทรทัศน์เสรีในประเทศไทย ซึ่งมีมานานเกือบ 12 ปี ภายใต้คลื่นความถี่ระบบยูเอชเอฟ (UHF) ที่เป็นความถี่เดียวกัน และเครื่องส่งระบบยูเอชเอฟ ช่อง 26 และช่อง 29 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเคยออกอากาศในนามของ สถานีโทรทัศน์ไอทีวี มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539

การเปลี่ยนแปลงสู่สถานีโทรทัศน์ทีพีบีเอส[แก้]

ดูบทความหลักที่: สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551 เวลา 00:08 น. โดยรับช่วงการออกอากาศต่อจากสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ซึ่งในวันนั้น เป็นวันสถาปนาขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย อย่างเป็นทางการ โดยองค์การฯ ได้รับโอนกิจการสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ของกรมประชาสัมพันธ์ มาดำเนินการต่อด้วย และเป็นผลทำให้ทีไอทีวีหยุดการส่งโทรทัศน์สีระบบยูเอชเอฟ ช่อง 29 เป็นเวลาชั่วคราว โดยทดลองการออกอากาศจาก อาคารสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เป็นเวลา 16 วัน และกลับมาออกอากาศโดยใช้คลื่นความถี่ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเดิม ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เริ่มออกอากาศอย่างเป็นทางการในเวลา 05:00 น.

อดีตผู้ประกาศข่าวที่ลาออกไปแล้วหรืออยู่จนวันสุดท้ายของทีไอทีวี[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. อธิบดีกรมประชาฯยันช่อง11 พร้อมให้ไอทีวีออกอากาศ ข่าวจากกรุงเทพธุรกิจ
  2. ไอทีวีจอไม่มืดศาลสั่งคุ้มครอง ยกเค้าบ้านผู้ประกาศข่าวสาว ข่าวจากคมชัดลึก
  3. http://www.komchadluek.net/2007/03/02/a001_95295.php?news_id=95295
  4. ฟ้าผ่า 'ทีไอทีวี' เด้งผอ. ตั้ง 'สนธิญาน' นั่งแทน ไทยรัฐออนไลน์ 21 ธันวาคม 2550 19:27
  5. ศาลปค.สั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับคำสั่งตั้งสนธิญาณ ] ไทยรัฐออนไลน์ 7 มกราคม 2551 19:15
  6. สนช.ผ่านร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงฯ ส่งผลให้ TITV เป็นทีวีสาธารณะ จากเว็บไซต์อาร์วายทีไนน์
  7. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๑, เล่ม ๑๒๕, ตอน ๘ก, ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑, หน้า ๑
  8. คำสั่งกรมประชาสัมพันธ์ ที่ 25/2551 เรื่อง ให้สถานีวิทยุโทรทัศน์ ระบบ ยู เอช เอฟ ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 เดลินิวส์ออนไลน์ 14 มกราคม 2551 21:01 น.
  9. ปิดฉากทีไอทีวีคืนนี้ เชื่อมสัญญาณช่อง 11 ไทยรัฐออนไลน์ 14 มกราคม 2551 21:41 น.
  10. อปส.ยืนยัน หลังเวลา 24.00 น.เป็นต้นไป ทีไอทีวีจะต้องออกอากาศรายการสารคดี ที่ผลิตจาก กปส. สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 14 มกราคม 2551
  11. อดีต พนง.ทีไอทีวี แจ้งความดำเนินคดี ‘ปราโมช’ ไทยรัฐออนไลน์ 15 มกราคม 2551 12:38 น.
  12. รอดูท่าที 5 กรรมการชั่วคราว คนทีไอทีวีน้ำตาพราก ไทยรัฐออนไลน์ 15 มกราคม 2551 00:32 น.
  13. คนแห่ให้กำลังใจทีไอทีวี ปักหลักอยู่หน้าตึกชินฯ3 ไทยรัฐออนไลน์ 15 มกราคม 2551 05:24 น.
  14. ศาลปกครองนัดไต่สวนฉุกเฉิน ทีไอทีวี พรุ่งนี้ ไทยรัฐออนไลน์ 15 มกราคม 2551 20:27 น.
  15. ศาลเลื่อนชี้ชะตา “ทีไอทีวี” 4 โมงเย็นลุ้นกันอีกรอบ ไทยรัฐออนไลน์ 17 มกราคม 2551 14:01 น.
  16. ศาลมีคำสั่งไม่คุ้มครอง พนง.ทีไอทีวีสุดวังเวง ไทยรัฐออนไลน์ 17 มกราคม 2551 19:51 น.
  17. คำสั่งศาลปกครองกลาง เรื่อง คำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง คดีหมายเลขดำที่ 70/2551 จากเว็บไซต์ศาลปกครอง
  18. พนง.ทีไอทีวีตื๊อ 5 อรหันต์ ส่งตัวแทนถกขอกลับเข้าทำงาน ไทยรัฐออนไลน์ 18 มกราคม 2551 08:16 น.

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ถัดไป
Itv Oldest.png Itv ndLogo.png Itv Logo.png Itv RedLogo.png
สถานีโทรทัศน์ไอทีวี
(1 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 - 7 มีนาคม พ.ศ. 2550)
2leftarrow.png TITV Logo.png
สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี
(8 มีนาคม พ.ศ. 2550 - 15 มกราคม พ.ศ. 2551)
2rightarrow.png TPBS FirstLogo.png ThaiPBS FirstLogo.png TPBS Logo OnairVersion.png TvThai 2009Logo.png ThaiPBS 2011Logo.png
สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส
(15 มกราคม พ.ศ. 2551 - ปัจจุบัน)