แผลเก่า (ภาพยนตร์ พ.ศ. 2520)
| แผลเก่า | |
|---|---|
| กำกับ | เชิด ทรงศรี |
| ผู้ช่วยผู้กำกับ | ยุทธนา มุกดาสนิท |
| บทภาพยนตร์ | รพีพร (สุวัฒน์ วรดิลก) ธม ธาตรี (เชิด ทรงศรี) |
| สร้างจาก | แผลเก่า โดย ไม้ เมืองเดิม |
| อำนวยการสร้าง | ธมจันท์ ธันยฉัตร |
| นักแสดงนำ |
|
| กำกับภาพ |
|
| ดนตรีประกอบ | เสรี หวังในธรรม |
| บริษัทผู้สร้าง | เชิดไชยภาพยนตร์ |
| ผู้จัดจำหน่าย | สหมงคลฟิล์ม |
| วันฉาย |
|
| ความยาว | 130 นาที |
| ประเทศ | |
| ภาษา | ไทย |
| ทำเงิน | 13 ล้านบาท |
แผลเก่า เป็นภาพยนตร์ไทยแนวรักชีวิต ที่ออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 2520 เป็นภาพยนตร์ฟิล์ม 70 มม.สีอีสต์แมน เสียงพากย์ในฟิล์ม กำกับโดยเชิด ทรงศรี สร้างจากนวนิยายชื่อเดียวกันของ ไม้ เมืองเดิม หรือก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา นำแสดงโดยสรพงศ์ ชาตรี และนันทนา เงากระจ่าง รับบทชาวนา 2 คนในชนบทของประเทศไทย ในเรื่องราวความสัมพันธ์แสนโรแมนติกที่น่าเศร้า โปสเตอร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ออกแบบโดยช่วง มูลพินิจ และใช้คำโฆษณาหนังว่า "เราจักสำแดงความเป็นไทยต่อโลก" ในช่วงแรกเนื่องจากเป็นภาพยนตร์แนวย้อนยุค ในขณะที่ผู้สร้างส่วนใหญ่นิยมสร้างภาพยนตร์ร่วมสมัย จึงไม่มีตัวแทนจำหน่ายหรือสายหนังรายใดสนใจเลย แต่เมื่อออกฉายปรากฏว่าเป็นที่นิยม
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็น 1 ในภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในบ็อกซ์ออฟฟิศในช่วงเวลาที่ออกฉาย โดยทำรายได้ 13 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสถิติในขณะนั้น[1][2] และภาพยนตร์ได้รับรางวัลพระสุรัสวดี สาขาบทประพันธ์ยอดเยี่ยมและรางวัลเครื่องแต่งกายและแต่งหน้ายอดเยี่ยม รวมทั้งโล่เกียรติยศภาพยนตร์ที่เชิดชูเอกลักษณ์ไทยยอดเยี่ยมจากพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการแปลงเป็นดิจิทัลและบูรณะโดยหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) และออกฉายอีกครั้งในเดือนตุลาคม 2561[1]
เนื้อเรื่อง
[แก้]ในปี พ.ศ. 2479 เรื่องราวเกิดขึ้นที่ทุ่งบางกะปิ ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นพื้นที่นาข้าวและหมู่บ้านเกษตรกรรมขนาดเล็ก ขวัญ (สรพงศ์ ชาตรี) และ เรียม (นันทนา เงากระจ่าง) เป็นบุตรของ ผู้ใหญ่เขียน (ส.อาสนจินดา) และ กำนันเรือง ซึ่งเป็นคู่อริกัน ทั้งสองครอบครัวประกอบอาชีพทำนา โดยขวัญและเรียมช่วยกันปลูกข้าวและเลี้ยงควายในท้องนา
แม้เรียมจะไม่ชอบการเกี้ยวพาราสีของขวัญ แต่ขวัญซึ่งเป็นชายหนุ่มอารมณ์ดี ชื่นชอบการร้องเพลงและการเป่าขลุ่ยไม้ไผ่ ยังคงแสดงความรักต่อเธออย่างไม่ย่อท้อ ในที่สุด ขวัญได้สาบานต่อหน้าศาลเจ้าพ่อไทรริมฝั่งแม่น้ำ ว่าจะรักและซื่อสัตย์ต่อเรียมตลอดไป
กำนันเรือง (สุวิน สว่างรัตน์) บิดาของเรียมไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์ระหว่างขวัญและเรียม โดยต้องการให้เรียมแต่งงานกับ จ้อย (เศรษฐา ศิระฉายา) บุตรชายของเศรษฐีในท้องถิ่น ต่อมา กำนันเรือง พร้อมด้วย เริญ (กิตติ ดัสกร) พี่ชายของเรียม รวมถึงจ้อยและพรรคพวก ได้ออกติดตามหาขวัญและเรียม จนเกิดการเผชิญหน้าและการต่อสู้ด้วยดาบขึ้นช่วงสั้น ๆ
ในการต่อสู้ครั้งนั้น ขวัญถูกเริญฟันจนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณด้านข้างศีรษะ ซึ่งบาดแผลดังกล่าวได้กลายเป็นรอยแผลเป็นที่เห็นได้ชัดในเวลาต่อมา โดยขวัญถือว่าแผลเป็นนั้นเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่เขามีต่อเรียม
ที่บ้าน เรียมถูกล่ามโซ่ไว้ในห้องเก็บของตามคำสั่งของกำนันเรือง ต่อมา กำนันเรืองตัดสินใจส่งเรียมไปยังกรุงเทพมหานคร ซึ่งเธอถูกขายไปเป็นคนใช้ให้กับ คุณนายทองคำ (สุพรรณ บูรณะพิมพ์) เจ้าหนี้ผู้ถือโฉนดที่ดินของครอบครัวกำนันเรือง
เมื่อคุณนายทองคำได้พบเรียม ก็เกิดความประทับใจจากความคล้ายคลึงกับ โฉมยง บุตรสาวที่เสียชีวิตไปแล้ว ส่งผลให้แทนที่เรียมจะต้องทำงานเป็นคนรับใช้ เธอกลับได้รับการอุปการะเป็นบุตรสาวบุญธรรม คุณนายทองคำมอบเสื้อผ้าแบบตะวันตกให้แก่เรียม และแนะนำให้เธอเข้าสู่สังคมชั้นสูงในกรุงเทพฯ รวมถึงได้รู้จักกับ สมชาย (ชลิต เฟื่องอารมย์) บุตรชายของเศรษฐีผู้มั่งคั่ง
ขวัญเริ่มสิ้นหวังในชีวิต ผู้ใหญ่เขียนผู้เป็นพ่อจึงชักชวนให้ขวัญอุปสมบทเพื่อชะล้างเคราะห์ร้าย ระหว่างนั้น ขวัญดื่มน้ำและพบว่ามีเลือดปะปนอยู่ในหม้อน้ำ ทำให้เขาทรุดตัวลง พร้อมกล่าวขอโทษพ่อที่ตนประพฤติตัวเนรคุณ และให้คำมั่นว่าจะอุปสมบทในวันรุ่งขึ้น หากตน "ยังมีชีวิตอยู่"
หลังจากทราบข่าวว่า เริ่ม (ศรินทิพย์ ศิริวรรณ) มารดาของตนใกล้จะตาย เรียม จึงเดินทางกลับบ้านโดยเรือของสมชาย เมื่อมาถึง เรียมพบว่าเริ่มตายแล้ว และได้จัดพิธีฌาปนกิจศพขึ้น ต่อมาขวัญเดินทางมาร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เรียมจะตกลงนัดพบกับขวัญในวันรุ่งขึ้น เวลาประมาณเที่ยงที่ศาลเจ้าพ่อไทร
วันรุ่งขึ้น ขวัญจุดไฟเผาเรือของสมชายเพื่อป้องกันไม่ให้เรียมจากไปโดยไม่ได้พบเขา ขวัญถูกสมชาย กำนันเรือง และเริญตามล่า สมชายพบขวัญและใช้ปืนพกยิงเข้าที่หน้าอก ขวัญที่บาดเจ็บสาหัสว่ายน้ำไปยังศาลเจ้าพ่อไทรก่อนที่จะฝากให้เจ้าพ่อไทรช่วยดูแลคุ้มครองพ่อและแทงตัวเองตาย เรียมจึงกระโดดลงน้ำและว่ายตามไปคว้ามีดจากมือขวัญแทงตัวเองตายพร้อมกับรักแท้ของเธอที่หน้าศาลเจ้าพ่อไทร
นักแสดง
[แก้]- สรพงศ์ ชาตรี รับบท ขวัญ
- นันทนา เงากระจ่าง รับบท เรียม
- ส. อาสนจินดา รับบท ผู้ใหญ่เขียน (พ่อขวัญ)
- สุพรรณ บูรณพิมพ์ รับบท คุณนายทองคำ
- ศรินทิพย์ ศิริวรรณ รับบท แม่เริ่ม (แม่เรียม)
- เศรษฐา ศิระฉายา รับบท จ้อย
- กิตติ ดัสกร รับบท เริญ
- สุวิน สว่างรัตน์ รับบท กำนันเรือง (พ่อเรียม)
- ชลิต เฟื่องอารมย์ รับบท สมชาย
เพลงประกอบ
[แก้]- รายชื่อเพลง
| ลำดับ | ชื่อเพลง | เนื้อเพลง | ขับร้องโดย | ยาว |
|---|---|---|---|---|
| 1. | "ขวัญเรียม" | พรานบูรพ์ (จวงจันทร์ จันทร์คณา) | ผ่องศรี วรนุช | |
| 2. | "สั่งเรียม" | พรานบูรพ์ (จวงจันทร์ จันทร์คณา) | ไพรวัลย์ ลูกเพชร, ผ่องศรี วรนุช | |
| 3. | "เคียงเรียม" | พรานบูรพ์ (จวงจันทร์ จันทร์คณา) | ไพรวัลย์ ลูกเพชร | |
| 4. | "แสนแสบ" | ชาลี อินทรวิจิตร | ไพรวัลย์ ลูกเพชร | |
| 5. | "ลำนำแผลเก่า" | ธม ธาตรี (เชิด ทรงศรี) | ไพรวัลย์ ลูกเพชร | |
| 6. | "เพลงเหย่อง" | ร้องหมู่ | ||
| 7. | "ลำนำแผลเก่า" | ธม ธาตรี (เชิด ทรงศรี) | ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา | |
| 8. | "เคียงเรียม" | พรานบูรพ์ (จวงจันทร์ จันทร์คณา) | ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา | |
| 9. | "วอลท์ซปลื้มจิต" | พรานบูรพ์ (จวงจันทร์ จันทร์คณา) | ประทุม ประทีปะเสน | |
| 10. | "กุหลาบเขียว" | สวลี ผกาพันธุ์ |
รางวัลและเกียรติคุณ
[แก้]- พ.ศ. 2520 - ได้รับรางวัลพระสุรัสวดี สาขาบทประพันธ์ยอดเยี่ยมและรางวัลเครื่องแต่งกายและแต่งหน้ายอดเยี่ยมจากการประกวดในประเทศ รวมทั้งโล่เกียรติยศภาพยนตร์ที่เชิดชูเอกลักษณ์ไทยยอดเยี่ยมจากพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น
- พ.ศ. 2524 - ได้รับรางวัลกรังด์ปรีซ์จากการประกวดภาพยนตร์ในงาน Festival des 3 Continents เมืองน็องต์ ประเทศฝรั่งเศส
- พ.ศ. 2541 - ได้รับเลือกจากหอภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งชาติของประเทศอังกฤษ (National Film and Television Archive) ร่วมกับนิตยสาร Sight and Sound ของสถาบันภาพยนตร์อังกฤษ (British Film Institute) และผู้กำกับภาพยนตร์และนักวิจารณ์ภาพยนตร์จากทั่วโลก ให้เป็น 1 ใน 360 ภาพยนตร์คลาสสิคของโลก โดยมีการประกาศผลเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2544
- พ.ศ. 2548 - หอภาพยนตร์แห่งชาติ จัดตั้งโครงการ 100 ภาพยนตร์ไทยที่คนไทยควรดู ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 100 ภาพยนตร์ไทยที่คนไทยควรดู โดยจัดฉายวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 พร้อมกับภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ในโครงการ [3]
- พ.ศ. 2550 - มูลนิธิหนังไทยร่วมกับหอภาพยนตร์แห่งชาติ นำผลงานภาพยนตร์ของเชิด ทรงศรี จำนวน 5 เรื่อง รวมทั้งแผลเก่า มาจัดฉายอีกครั้งในระหว่างวันที่ 21 – 30 กันยายน พ.ศ. 2550 เพื่อนำรายได้ไปจัดสร้างประติมากรรมขนาดเท่าตัวจริงของเชิด ทรงศรี เพื่อจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย หอภาพยนตร์แห่งชาติ ศาลายา[4]
- พ.ศ. 2554 - ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคัดเลือกให้เป็นภาพยนตร์ไทย 1 ในจำนวน 25 เรื่องที่ได้ประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ โดยหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) [5][6]
- พ.ศ. 2561 - หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้นำภาพยนตร์เรื่องนี้กลับมาฉายอีกครั้งในโครงการ "ทึ่ง....หนังโลก" ฉายในวันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2561 เวลา 20.00 น. ที่โรงภาพยนตร์สกาล่า ฉายด้วยระบบดิจิตอล DCP โดยหอภาพยนตร์ฯทำการบูรณะร่วมกับแลปฟิล์มที่ประเทศอิตาลี โดยต้นฉบับหนังดังกล่าว มาจากฟิล์มเนกาทีฟของคุณเชิดทรงศรี ซึ่งเคยมอบให้กับหอภาพยนตร์ตั้งแต่ปี 2531 [1]
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- 1 2 3 Rithdee, Kong (19 September 2018). "The pastoral romance returns". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 19 September 2018.
- ↑ Director profile เก็บถาวร 2006-06-30 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, MovieSeer, retrieved 2007-01-12.
- ↑ "100 ภาพยนตร์ไทยที่คนไทยควรดู ฉายตลอดปี". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-03-06. สืบค้นเมื่อ 2016-03-06.
- ↑ "สัปดาห์ภาพยนตร์ เชิด ทรงศรี "ผู้สำแดงความเป็นไทยต่อโลก"". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-03-04. สืบค้นเมื่อ 2016-03-04.
- ↑ วธ.ตีทะเบียนหนังไทยชื่อดัง 25 เรื่อง เป็นมรดกชาติปี 54 ข่าวไทยรัฐออนไลน์.
- ↑ มรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ 1
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- แผลเก่า ที่อินเทอร์เน็ตมูวีเดตาเบส
- แผลเก่า ทางเว็บไซต์ ThaiFilmDb
- แผลเก่า ทางเว็บไซต์ ไทยบันเทิง
- แผลเก่า ทางเว็บไซต์ MDinfo-thai
- แผลเก่า (1977) | RAREMEAT BLOG
- แผลเก่า (2520) คิดถึงคุณเชิด บทความโดย ประวิทย์ แต่งอักษร
- แผลเก่า บูรณะใหม่ นานแค่ไหนก็ยังประทับใจอยู่เสมอ บทความโดย พุทธพงษ์ เจียมรัตตัญญู